Heart, Attack! [#JinMark] *จบ*

ตอนที่ 9 : Trajectory

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ก.ย. 59

'ช่วงนี้อาจยังมีอาการเพลียๆ อยู่นะครับ พยายามพักผ่อนเยอะๆ แล้วก็จิบน้ำตลอดเวลา อาจมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิด หรือกระสับกระส่ายบ้าง เพราะน่าจะยังมีสารเคมีตกค้างในร่างกาย ถ้าอาการไม่ดียังไงรีบติดต่อผมนะ'

หมอแทยองยื่นนามบัตรที่มีหมายเลขติดต่อส่วนตัวให้กับคนไข้หนุ่มที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

'สองสามวันนี้อย่าเพิ่งออกไปไหน โดยเฉพาะสถานที่อโคจร ขืนโดนตรวจปัสสาวะขึ้นมาอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ได้'

'ขอบคุณครับ'

ชายหนุ่มเก็บนามบัตรใส่กระเป๋าด้วยอาการเซื่องซึมเล็กน้อย

คนที่มารับเขากลับคือทีมงานของบริษัท

ส่วนคนที่เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นหน้ามากที่สุดในเวลานี้... กลับไม่มีวี่แววว่าจะอยู่ที่นี่

'โชคดีนะครับ ผมขอส่งแค่นี้'

คุณหมอเดินนำจนมาถึงนอกประตูห้อง

หลังจากคนไข้เดินหายเข้าไปในลิฟต์เรียบร้อยแล้ว เขาก็หันหลังกลับไปยังเด็กหนุ่มที่เพิ่งโผล่ออกมาจากห้องข้างๆ

'เป็นห่วงเขา มาเฝ้าเขาหน้าห้องตลอดทั้งวัน แต่ไม่เข้าไปเยี่ยม... ไม่เข้าใจวัยรุ่นสมัยนี้เลย'

อีกฝ่ายได้แต่ยืนก้มหน้า

'ขอบคุณหมอมากเลยนะครับ ทั้งเรื่องรักษา แล้วก็เรื่องที่ช่วยปิดพี่โซยอง...' พูดจบก็โค้งเก้าสิบองศา

'ขอบคุณด้วยการมาร้องเพลงที่งานแต่งฉันดีกว่า'

มือใหญ่ตบบ่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆ ก่อนเดินกลับไปทำงาน


ขณะนั่งรถกลับหอ มาร์คนั่งเช็คมือถือตัวเองที่เพิ่งได้ชาร์จแบตเตอรี

ข้อความมากมายประเดประดังเข้ามาระหว่างที่เขาได้แต่นอนนิ่งอยู่ในโรงพยาบาล

หนึ่งในนั้นมาจากใครคนหนึ่งที่แทบไม่เคยได้ส่งหาเขามาก่อน

'คลิปนั่น ยังอยู่ที่ฉัน ติดต่อกลับด้วย'

ยูฮวัน!

มาร์คถึงกับตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชื่อของคนที่ส่งมาเมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว

'นายต้องการอะไร' เขาพิมพ์ตอบกลับไป

ไม่ถึงนาทีก็มีข้อความจากอีกฝ่าย

'ฉันอยู่ในอันตราย นายต้องช่วย... แลกกับการลบคลิป'

'นายไม่ได้คิดจะตุกติกอะไรใช่มั้ย'

'คลิปพวกนายมีอยู่แค่ในมือถือฉัน ฉันไม่โง่ขนาดส่งให้พวกมันใช้งานฉันแล้วถีบหัวส่งโดยไม่มีอะไรต่อรองหรอกนะ ดังนั้นนายต้องช่วยฉัน'

ช่วยเหรอ? นี่มันไม่ต่างอะไรจากการข่มขู่เลยนะ

แต่หมอนั่นน่าจะกำลังจนตรอก

ถ้าเทียบกับยองแจซึ่งมีหน้าที่แค่เพียงส่งข่าว ยูฮวันซึ่งถูกจองโฮใช้ให้ลงมือทำงานโดยตรงน่าจะเสี่ยงต่อการปิดปากมากกว่าเยอะ

หนำซ้ำอาจอยู่ในรายชื่อการจับกุมของตำรวจ

ที่สำคัญ ท่าทีของหมอนั่นในตอนนั้น...

มาร์คนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

'ต้องการอะไร'


'ห้าโมงครึ่ง สวนสาธารณะด้านหลังหอ'

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มได้รับข้อความจากรุ่นพี่แทคยอนว่าจะเลี้ยงข้าว

พอซ้อมเต้นเสร็จ เขาจึงรีบรุดมาที่สถานที่นัดก่อนเวลาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรอ

"อีกตั้งครึ่งชั่วโมง"

เขายกนาฬิกาขึ้นดูแล้วทำหน้าเซ็งเล็กน้อย

สวนสาธารณะวันนี้ ดูเงียบอย่างบอกไม่ถูก

ปกติน่าจะมีคนจูงสุนัขมาเดินเล่นบ้าง ออกกำลังกายบ้าง

หรือเพราะอากาศหนาวและมืดเร็วขึ้นกันนะ

ถึงจะนัดกินข้าว แต่หลังใช้พลังงานมาเหนื่อยๆ แบบนี้ เขาก็ไม่อยากทนหิวสักเท่าไหร่

"หาอะไรรองท้องก่อนแล้วกัน" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเดินมุ่งหน้าไปยังบริเวณร้านค้า

ขณะที่กำลังจะก้าวข้ามถนนนั้นเอง

ปึ่ก!

จู่ๆ ก็มีหญิงชราล้มลงข้างๆ

ด้วยความตกใจ จินยองถอดหูฟัง ดึงสายออกจากมือถือแล้วพันเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างลวกๆ ก่อนทรุดตัวลงคุกเข่าดูอาการอีกฝ่าย

"คุณยาย! เป็นอะไรรึเปล่าครับ"

เขารีบประคองร่างที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นมา

"ลุกไหวมั้ยครับ"

ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเกาหลี

"ไม่เป็นไรจ้ะ" เธอตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ "แค่ล้มนิดหน่อยเอง"

นักท่องเที่ยวเหรอ? จินยองคาดเดาในใจ

ทว่าทันที่ที่ลุกยืน หญิงชราก็มีอาการวิงเวียนหน้ามืด

"คุณยาย... เป็นอะไรครับ" จินยองนึกภาษาอังกฤษไม่ออก จึงถามเป็นภาษาเกาหลี

ทว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ ล้วงบางอย่างในกระเป๋าแล้วยื่นให้จินยองมือไม้สั่น

นามบัตรของโรงแรม

"ฉันลืมยาไว้ในห้อง" เธอกระซิบแผ่ว

"คุณยายพักที่นี่เหรอครับ งั้นผมไปส่งนะ" เด็กหนุ่มอาสา

เขาย้ายกระเป๋าสะพายมาไว้ด้านหน้า แล้วก้มตัวให้อีกฝ่ายขี่หลัง ก่อนพาเดินให้พ้นจากผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณทางม้าลาย

รถแท็กซี่ว่างคันหนึ่งผ่านมาพอดี

เขาโบกเรียกและพาหญิงชราขึ้นแท็กซี่ก่อนตามเข้าไปนั่ง จากนั้นก็ยื่นนามบัตรโรงแรมให้คนขับรถ

"ขอบใจนะจ๊ะ" หญิงสูงวัยพูดด้วยภาษาเกาหลีที่สำเนียงไม่ชัด

"ไม่เป็นไรครับ คุณยายมาเที่ยวเหรอครับ" จินยองชวนคุยด้วยภาษาอังกฤษที่เขาไม่ถนัดนัก

"ไม่ใช่หรอกจ้ะ ฉันมาหาคน"

เด็กหนุ่มพยักหน้า

มิน่าล่ะ ถึงได้มีคุณยายต่างชาติมาอยู่แถวๆ หอพักของเขา ทั้งที่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเลย

"แล้วเจอรึยังครับ"

"พ่อหนุ่ม" เธอเรียกแทนการตอบ "มองหน้าฉันดีๆ สิ จำไม่ได้เลยเหรอ"

หืม? เขาจำไม่ได้ว่าเคยเจอหญิงชราชาวต่างชาติเป็นพิเศษที่ไหนมาก่อน

อย่างไรก็ตาม คำถามนั้นชวนให้เขาพิจารณารูปพรรณสันฐานของอีกฝ่าย

ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา เขาก็รู้สึกเหมือนตาพร่า แล้วหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว


อีกด้านหนึ่ง

แทคยอนและชานซองพากันเดินมายังจุดนัดพบ

"จริงๆ ฉันว่าเราน่าจะคุยกันได้นะ พูดตรงๆ หมอนั่นน่าเข้าใจ" ชานซองเอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล

"ยิ่งพูดตรงๆ ฉันว่าหมอนั่นจะยิ่งอยู่เฉยไม่ได้หนักกว่าเดิมอีก" แทคยอนย้อน "ไม่มีใครอยากให้แฟนตัวเองเสี่ยงอันตรายหรอกนะ คราวก่อนก็ทีนึงแล้ว จู่ๆ ก็โผล่มาเฉยเลย นี่ถ้าฉันไม่เจอหมอนั่นก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเกิดสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในห้องนั้นจริงๆ หรือเกิดโดนลูกหลงเป็นอะไรขึ้นมาจะเป็นยังไง"

"ฉันว่ามอมเหล้าแล้วพาไปฝากที่แมนชั่นของจุนโฮดีมั้ย สองคนนั้นน่าจะสนิทกัน มีอะไรคุยกันง่าย" ชานซองลองเสนอ

"จินยองมันยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ อีกอย่างฉันว่ายิ่งสนิทกันพวกเราจะทำงานลำบากน่ะสิ เกิดจุนโฮเสียรู้หมอนั่นปล่อยตัวออกมา..."

"ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นก็ทำตามแผนเดิม..."

ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน

ทว่าเมื่อเดินไปถึง กลับไม่พบใครเลยบริเวณนั้น

ปกติจินยองไม่ใช่คนมาสาย

แทคยอนหยิบมือถือออกมา โทรหาเป้าหมายที่เขากำลังจะพบ

เขาจ่อมือถือกับหูตัวเองอยู่ครู่ใหญ่

"ไม่รับแฮะ"

"ลองโทรใหม่อีกทีซิ"

แทคยอนต่อโทรศัพท์อีกสองสามครั้ง

จู่ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา

"ชานซอง นายลองเดินตามหาแถวนี้ให้หน่อยสิ"

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พยักหน้า ก่อนกวาดสายตาแล้ววิ่งไปยังบริเวณใกล้เคียง


สิบนาทีผ่านไป

คนที่นัดไว้ก็ยังไม่มา

แทคยอนยังคงตั้งหน้าตั้งตากดโทรออกอย่างไม่ลดละ

จนกระทั่ง...

"ฮัลโหล"

ในที่สุดก็ต่อสายสำเร็จ

"ฮยอง..."

ทว่าเสียงที่ตอบกลับมานั้น คุ้นเคยกว่าที่คิด

"ฉันเอง ชานซอง"

"นายอยู่ตรงนั้นกับจินยองเหรอ" แทคยอนถาม เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมากึ่งหนึ่ง

"เปล่า... แต่สงสัยหมอนั่นจะทำมือถือตกไว้ที่นี่"

ความโล่งใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลในชั่วพริบตา ชายหนุ่มถึงกับหน้าซีด

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

จินยองไม่น่าใช่เป้าหมายของคนร้าย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้หายตัวไปแบบน่าสงสัยเช่นนี้ได้

"เป็นไปได้รึเปล่าว่า... อาจมีคนล่วงรู้ความสัมพันธ์กับมาร์ค หมอนั่นเลยโดนหางเลขไปด้วย"

"หมายความว่า หมอนั่นอาจถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?" เสียงชานซองจากปลายสายเต็มไปด้วยความตกใจไม่แพ้กัน


หลังจากเลิกงานที่บริษัท ผมก็รีบติดต่อยูฮวันทันที

สาเหตุที่หมอนั่นพยายามติดต่อหาผมก็เพราะจากเหตุการณ์ที่ Blue Emerald Club วันนั้น เขาคิดว่าผมจะสามารถประสานกับตำรวจที่ไว้ใจได้ โดยที่เขาไม่ต้องออกโรง

หมอนั่นมีชนักปักหลังอยู่

อย่างแรกคือ เขาถูกจองโฮขู่บังคับให้ส่งยา ดังนั้น ในระเบียนอาชญากรรมของทางตำรวจ อาจมีรอยมือรอยเท้า เส้นผม เงา หรือแม้แต่ดีเอ็นเอของเขาติดหางเลขไปด้วยเรียบร้อยแล้ว

ส่วนอย่างที่สอง สืบเนื่องมาจากอย่างแรก กล่าวคือ จากการเป็นฟันเฟืองหนึ่งให้กับงานสกปรกต่างๆ ของจองโฮ ทำให้หมอนั่นมีข้อมูลที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมหัวหน้าของจองโฮ ลูกค้า รวมถึงข้าราชการและนักการเมืองที่คอยหนุนหลัง

ไม่อยากเชื่อเลย... เพียงระยะเวลาสั้นๆ หมอนั่นจะถลำลึกไปไกลถึงขนาดนี้

นี่มันเรื่องระดับประเทศเลยก็ว่าได้

เพราะอย่างนี้ บอสใหญ่ของจองโฮจึงกำลังตามล่ายูฮวันอย่างพลิกแผ่นดิน

สำหรับผม ปฏิญาณตนแล้วว่าจะไม่เหยียบเท้าเข้าไปสาวไส้คดีใหญ่ๆ เป็นอันขาด

มันไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถจบได้โดยสวัสดิภาพในระยะเวลาแค่วันสองวันด้วยการนำหลักฐานไปถึงมือตำรวจ

คดีใหญ่แบบนี้ ต่อให้เปลี่ยนรัฐบาลหลายสมัย เปลี่ยนระบอบการปกครองหลายรูปแบบ จับคนที่คิดว่าเป็นตัวการใหญ่ มันก็ไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนในหนังหรือในนิยาย

และที่ผมยื่นมือเข้าไปก่อนหน้านี้ ก็เพื่อที่จะปลดตัวเองออกมาจากวงจรอุบาทว์นั่นต่างหาก

ส่วนตอนนี้... ขอเพียงยูฮวันลบคลิปที่จะดับอนาคตของจินยอง เท่านั้นก็พอแล้ว


ย้อนกลับไปวันที่ผมเสี่ยงนั่งรถไปยังโรงแรมกับอิล จองโฮในวันนั้น

ภายในโซนไพรเวทของ Blue Emerald Club มีห้องรับรองแขกวีไอพีอันโอ่อ่า... บลูมูน

ในส่วนของโถงทางเข้าที่เชื่อมต่อกับห้องส่วนตัวที่อยู่ข้างใน ดูเผินๆ เหมือนห้องรับรองคนใหญ่คนโตทั่วไป มีพนักงานของคลับที่ใส่เครื่องแบบเดียวกับด้านนอกยืนอยู่สองสามคน ตำรวจที่อยู่ในเครื่องแบบห้านาย และผู้ชายตัวใหญ่ในชุดสูทดำดูน่าเกรงขามที่น่าจะเป็นฝ่ายเดียวกับจองโฮอีกห้าคน

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ภายในห้องจะเหมือนถูกตัดขาดจากส่วนที่เป็นบาร์ซึ่งอยู่ภายนอก

จองโฮพาผมมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนั้น ก่อนกระดิกนิ้วส่งสัญญาณ

เพียงไม่นาน พนักงานชายคนหนึ่งก็เดินมาหาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาว

'เปลี่ยนเสื้อซะ ก่อนเข้าไป'

เปลี่ยนเสื้อ?

ผมทำหน้างง ทำไมจู่ๆ ก็...

'ฉันรู้ ว่านายยอมมากับฉัน... ไม่ใช่เพราะมาหาริต้า' จองโฮหงายไพ่ใบแรกออกมา

ผมได้แต่ทำหน้างง ไม่คิดว่าหมอนั่นจะเผยไต๋ออกมาง่ายดายขนาดนี้

'พูดอะไรของพี่ ก็พี่เป็นคนบอกเองว่าริต้าอยู่ที่นี่'

ผมตีหน้าซื่อ ปากแข็งกลับไป

'ฉันไม่ได้โง่นะ มาร์ค... ฉันรู้แม้แต่จำนวนตำรวจนอกเครื่องแบบที่อยู่ในคลับนี้' จองโฮแกล้งพูดเสียงดังในตอนท้าย ก่อนยื่นหน้าเข้ามากระซิบ 'และในเสื้อของนายซ่อนกล้องแอบถ่ายไว้อยู่'

ผมหน้าซีดเมื่ออีกฝ่ายจับไต๋ได้เช่นกัน

เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบสายตาของทุกคนกำลังจับจ้องมา

ไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร หรือบางที ที่นี่อาจมีแต่พวกของจองโฮก็ได้

ผมพยายามตีหน้านิ่ง ตั้งสติ ลอบกลืนน้ำลาย

'งั้นขอตัวไปเปลี่ยน...'

ลูกน้องของจองโฮรีบเข้ามาขวาง

จองโฮส่ายหน้า

'ตรงนี้' เขาสั่งเสียงเฉียบขาด

'ตรงนี้เนี่ยนะ?' ผมอิดออด 'น่าอายออก'

ทว่าในที่สุด ผมก็ยอมเปลี่ยนเสื้อตามที่เขาบอก

ต่อล้อต่อเถียงไปยังไงก็ไม่ชนะ ก่อนอื่นต้องเข้าไปในห้องข้างในให้ได้

ระหว่างนั้น จองโฮหยิบบุหรี่ขึ้นมา ทันทีที่เขาจดปลายด้านหนึ่งของมันบนริมฝีปาก บริกรหนุ่มในชุดทักซิโดก็รีบเข้ามาจุดไฟให้ทันที

ดวงตาเรียวเล็กชั้นเดียวไล่มองร่างกายท่อนบนของผมราวกับสำรวจระคนประเมิน

ถึงจะถอดเสื้อต่อหน้าคนอื่นอยู่บ่อยๆ แต่ก็รู้สึกขยะแขยงสายตาแบบนั้นชะมัด

ลูกน้องของจองโฮหยิบเสื้อของผมไปตรวจ แล้วยื่นกล้องแอบถ่ายขนาดจิ๋วให้ดู

บ้าฉิบ! คงตบตาอะไรไม่ได้อีกแล้ว

'บลูมูนเป็นห้องทำธุรกิจของฉัน' เขาพูดหลังจากพ่นควันสีขาวขึ้นข้างบน 'พวกนายริจะจับกุมฉันที่นี่ ไม่โง่ไปหน่อยเหรอ จะบอกให้นะ ลูกค้าของฉันในวันนี้เป็นระดับผู้บังคับบัญชา มาพร้อมกับลูกน้องอีกหลายนาย เอาตำรวจเล็กมาจับตำรวจใหญ่รึไง ฮ่าๆๆๆ'

พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นยองแจที่ยืนซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งของห้อง

หมอนั่นกำลังหน้าซีด

ผมส่งสัญญาณทางสายตาให้เขาหาทางหนีไปที่อื่น แต่เจ้าตัวก็ยังยืนกรานจะอยู่ตรงนั้น

จากสายตาที่มองมา เข้าใจได้ว่าเขาไม่อยากทิ้งผมไว้เพียงลำพัง... แม้จะช่วยอะไรไม่ได้เลยก็ตาม

บริกรนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากบาร์ด้านนอกมาเสิร์ฟ

'อีกฟากหนึ่งของกำแพงด้านหลังฉัน คือลูกค้าวีไอพีที่มีอำนาจค้ำฟ้าพอที่จะไม่ทำให้ฉันติดคุกในเกาหลีได้ และฉันจะต้องแน่ใจว่าสินค้าของฉันในวันนี้จะทำให้เขาพอใจ'

ผมขมวดคิ้ว รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง

'พี่ต้องการอะไร'

'หมดเวลาแอ๊บแบ๊วของนายแล้ว มาร์ค... '

เขาหยิบของบางอย่างที่มีลักษณะเป็นหลอดพลาสติกขนาดจิ๋วออกจากกระเป๋าด้านในแจ็คเก็ต หักครึ่งแล้วเทของเหลวใสที่อยู่ภายในใส่ในแก้วเครื่องดื่ม

'อะไร?' ผมถามออกไปทันที

'ของใหม่ เพิ่งได้มาพอดี เลยอยากทดลองซะหน่อย'

ทว่าแทนที่หมอนั่นจะดื่มเอง กลับยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันมาตรงหน้าผม

'ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์... แพ้' ผมรีบปฏิเสธ

เขาเลิกคิ้วข้างหนึ่ง

'งั้นเหรอ แต่คราวที่แล้วดื่มก็ไม่เห็นเป็นอะไร'

คราวที่แล้ว? เท่าที่ผมจำได้ ผมไม่เคยดื่มต่อหน้าเขา เราไม่เคยดื่มเหล้าหรือสังสรรค์ด้วยกัน

'จะว่ายังไงดีล่ะ... การจะทดลองประสิทธิภาพยาตัวใหม่ ถ้าได้ใช้กับหนูทดลองตัวเดิม น่าจะเห็นผลลัพธ์ที่แน่นอนกว่า'

'พี่พล่ามอะไร?'

เขายิ้มที่มุมปาก หันไปบอกลูกน้อง

'เรียกยูฮวันมาซิ'

ไม่ถึงอึดใจยูฮวันก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ใคร่เต็มใจนัก

หมอนี่ก็เป็นหนึ่งในเด็กฝึกเช่นกัน เราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก และดูเขาจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่

กระนั้น ถ้ายองแจไม่เคยกระซิบบอกมาก่อนว่าหนึ่งในเด็กที่ถูกจองโฮแบล็คเมล์มีหมอนี่อยู่ด้วย ผมคงต้องตกใจที่เขาปรากฏตัวที่นี่อย่างแน่นอน

ยูฮวันหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปลดล็อคโดยการสแกนลายนิ้วมือ แล้วยื่นให้ดูโดยไม่ยอมให้ใครแตะต้อง

เขาไม่สบตาผมเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอคือคลิปวิดีโอ...

ดูเหมือนจะถ่ายด้วยกล้องจากมือถือ คุณภาพของมันไม่คมชัดนักเนื่องจากถ่ายซูมและสถานที่ค่อนข้างมืด แต่จากเงาและการเคลื่อนไหวก็พอจะรู้ได้ว่าคนในคลิปกำลังทำอะไร

'จินยองอา... อือ... จิ... นยอง...'

'อย่าเกร็งสิครับ มาร์คฮยอง'

เสียงครางเร่งเร้าฝ่าความสงัดที่ดังออกมาจากลำโพงมือถือ ทำเอาผมถึงกับหน้าซีด และเบือนหน้าอย่างอับอาย

กระนั้น ก็จำต้องดูให้ถนัดว่าในวิดีโอเห็นชัดแค่ไหน

วิดีโอนั้นยาวเพียงไม่ถึงนาที แต่มันก็นานพอที่จะบอกใบ้ได้ว่าคนในนั้นเป็นใคร

'ดูเหมือนยารุ่นเก่าจะทำให้พวกนายขึ้นสวรรค์กันน่าดูเลยนะ'

ยูฮวันรีบชักมือถือกลับทันทีที่คลิปจบลง

สายตาที่เขามองคนรอบข้างดูหวาดระแวงระคนข่มขู่อยู่ในที

ผมกำหมัดแน่น

'คนในคลิปอาจไม่ใช่ฉันก็ได้' ผมเชิดหน้า กัดฟันทำปากแข็ง 'ขนาดเงายังแทบจะไม่เห็น'

'นายอาจจะอ้างยังไงก็ได้ว่าคนในคลิปไม่ใช่นาย... แต่อีกคนคือจินยองจูเนียร์แน่ๆ แล้วนายลองคิดดูสิ ต่อให้ภาพในวิดีโอไม่ชัด แต่ถ้ามีข่าวเสียหายแบบนี้หลุดออกไป... ไหนจะพยานบุคคลอีก' พูดพลางชี้มายังยูฮวัน

บ้าชะมัด ดันเอาคนอื่นมาเอี่ยวแบบนี้

ลำพังตัวผมที่ยังไม่ได้เดบิวต์ในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่ต้องรักษา

แต่จินยองที่มีแฟนคลับมากมาย แถมยังไม่บรรลุนิติภาวะ...

'นั่นมันก็เรื่องของจินยอง' ผมกลั้นใจพูดออกไปเพื่อดูเชิงอีกฝ่าย

'แน่ใจเหรอ... งั้นก็ดี ฉันจะได้อัพลงอินเตอร์เน็ตซะตอนนี้'

จองโฮดึงข้อมือของยูฮวันข้างที่กำมือถือเข้ามา

บัดซบ!

จู่ๆ ใบหน้าเหมือนลูกหมาจ๋อยของจินยองก็ลอยเข้ามาในหัว

ถ้าต้องมาเสียหายด้วยเรื่องพรรค์นี้ จะน่าสงสารขนาดไหนกันนะ

'นายต้องการอะไร' ในที่สุดผมก็หลุดปากพูดออกไป

'นายก็รู้นี่ ว่าต้องทำอะไร' หมอนั่นปรายสายตาไปยังเครื่องดื่ม "คลิปอยู่ในมือถือของหมอนี่ก็จริง แต่ถ้ากดแชร์ละก็ ไม่ถึงอึดใจมันได้ออกสู่สายตาคนทั่วไปและนักข่าวแน่ๆ'

ผมรู้สึกเหมือนหายใจติดขัด ในเวลานี้ ควรเชื่อใจในทีมปฏิบัติการเท่านั้นสินะ

ขอโทษ... แต่เพื่อให้เข้าไปข้างในให้ได้ โดยไม่ทำให้จินยองเดือดร้อน

ผมกลั้นใจกระดกน้ำสีอำพันลงคอ

ความร้อนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แผ่ซ่านเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว

จองโฮยิ้มอย่างพึงพอใจ

'ไม่ต้องห่วง กว่ายาจะออกฤทธิ์ก็อีกตั้งสิบห้านาที... กว่าจะถึงป่านนั้น ก็ใช้หัวสมองอันปราดเปรื่องของนายเจรจากับลูกค้าของฉันเอาเองนะ บางทีนายอาจจะรอดก็ได้'

พูดจบเขาก็สั่งให้ลูกน้องเปิดประตู แล้วดันหลังให้ผมก้าวเข้าไป

'แต่กว่าลูกค้าของฉันจะเมตตา... ฉันว่านายคงเป็นฝ่ายขอร้องให้เขาใช้บริการนายแบบจัดหนักมากกว่า'

จองโฮหัวเราะร่า ก่อนปิดประตูทิ้งผมไว้ในห้องด้านในสุดเพียงลำพัง

กับลูกค้าที่กำลังนั่งจิบไวน์รออยู่ที่โซฟา... ที่ไม่ได้มีเพียงคนเดียว


"ไม่กลับ! ต่อให้อาป๊าจะเล่นสกปรกอะไร ริต้าก็ไม่กลับ!"

เสียงแหลมที่โวยวายชวนปวดประสาทเสียดแทงเข้ามาในรูหูของเด็กหนุ่มรูปงามร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในคาเฟ่

"และจะบอกให้นะ ถ้าอาป๊าบังอาจแตะต้องหรือทำให้จินยองอปป้าระคายเคืองแม้เพียงปลายเล็บล่ะก็ ริต้าจะไม่กลับอเมริกาอีกเลย" เธอตะคอกใส่พ่อบังเกิดเกล้าอย่างรู้ทัน

การที่พ่อลักพาตัวเธอไปในคราวก่อน ไม่ใช่แค่เพื่อขัดขวางการถอนหมั้นระหว่างเธอกับมาร์คเท่านั้น

แต่ยังไม่อยากให้เธอได้พบกับคนที่เธอใฝ่ฝันถึงมาตลอดสองปีนี้อีกด้วย

สองปี... ที่โลกของเธอไร้ที่พึ่ง

คู่หมั้นที่เป็นดั่งพี่ชายแท้ๆ ก็ไม่อยู่ แถมยังถูกแยกจากเอพริลเพื่อนของมาร์คผู้นำทางเธอเข้าสู่เส้นทางการติ่งจินยอง

ความสัมพันธ์ของเด็กสาวทั้งสองมีทั้งความผูกพันและความหมั่นไส้จนแยกไม่ออกว่าจะรักหรือชัง เนื่องจากเอพริลมักจิกกัดความสนิมสร้อยของเธอแบบแสบๆ คันๆ อยู่เสมอ

เธออิจฉาเอพริลที่ได้ครอบครองอิสระเสรี รวมไปถึงความสนิทสนมอย่างสนิทใจกับมาร์ค

แต่ในทางกลับกัน เธอก็รู้ดีว่าเอพริลเองก็หมั่นไส้บทบาทสำออยร้อยมารยาของเธอที่พ่อแม่ยัดเยียดมาเพื่อดึงดูดความรักและความเอ็นดูจากคู่หมั้น รวมถึงคนอื่นๆ ภายในตระกูล

สำหรับริต้า ใช่ว่าเธอขาดแคลนเพื่อนฝูง แต่ในสายตาของเธอ เอพริลที่ทนคบด้วยอย่างเสียมิได้เพราะเห็นแก่ความสบายใจของมาร์ค ยังดูจริงใจกว่าเด็กสาววัยเดียวกันคนอื่นๆ ที่เข้าหาเธอเพราะเปลือกนอก

ดังนั้น ในเมื่อพ่อของเธอกีดกันที่ยึดเหนี่ยวใจของเธอทุกอย่าง เธอเองจึงตั้งใจที่จะทำลายความหวังของพ่อเช่นกัน

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตามแบบฉบับลูกสาวมาเฟีย

อย่างไรก็ตาม เธอก็ฉลาดพอที่จะตบตาพ่อและคนรอบข้างมาตลอดให้เข้าใจว่าการทุ่มเทและพยายามในการพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดดจนได้หลุดพ้นจากอ้อมอกพ่อมาเหยียบเกาหลีได้ในวันนี้ ก็เพื่อจะได้ตามมาอยู่ใกล้ชิดคู่หมั้นหนุ่ม

กระทั่งเพิ่งมาถูกจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอตั้งใจจะถอนหมั้นและต้องการมาหาจินยองนี่แหละ

"นี่"

ใครคนหนึ่งเคาะกระจกที่กั้นระหว่างโต๊ะ

ริต้ากดวางสาย ก่อนหันกลับไปค้อนใส่ตาเขียวด้วยอารมณ์ที่ค้าง

"อะไร"

"เกรงใจคนอื่นบ้างสิ คุยโทรศัพท์เสียงดังโช้งเช้งจนนึกว่ามากันหลายคน"

แถมยังเป็นภาษาจีนอีกต่างหาก

เด็กสาวมองไปรอบๆ

"ในร้านก็มีแค่นายกับฉัน โต๊ะว่างตั้งเยอะแยะ ถ้ารำคาญก็ย้ายที่สิยะ"

หงุดหงิดพ่อก็ว่าแย่แล้ว ยังมาเจอตาหมียักษ์ที่ตั้งใจจะขวางทางรักกับจินยองอปป้าอีก

"เสียใจ ฉันมานั่งตรงนี้ก่อนเธอ คนที่ต้องย้ายคือเธอนั่นแหละ" ยูคยอมสวนกลับหน้านิ่งๆ แต่ในสายตาของเด็กสาวเป็นสีหน้าที่กวนประสาทอย่างบอกไม่ถูก

"โอ๊ย ย้ายก็ได้ ถ้าฉันรู้ว่านายนั่งอยู่ตรงนี้ จ้างให้ก็ไม่มาเฉียดใกล้หรอก น่ารำคาญ" พูดจบก็สะพายกระเป๋าแล้วเดินหนี

ทว่าจังหวะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของยูคยอมนั้นเอง บริกรหญิงที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็สวนมาพอดี

ไหล่ของทั้งคู่กระแทกกันอย่างจัง

แก้วทรงสูงที่วางอยู่บนถาดล้มและหล่นลงบนโต๊ะซึ่งมีสมุดและหนังสือวางเรียงราย

ยูคยอมเห็นภาพการถูกทิ้งระเบิดลงบนจุดยุทธศาสตร์เป็นภาพสโลว์โมชั่น

หลังจากการตะลึงงัน

เขาอุทานไม่เป็นภาษา แต่ไม่มีแม้แต่เสียงหลุดออกมา

"ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะรีบจัดการให้นะคะ" บริการสาวระล่ำระลักตัวสั่น

เธอก้มหัวขอโทษเป็นการใหญ่ ยิ่งได้เห็นเอกสารของลูกค้าเปียกชุ่ม ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

ริต้าหน้าเสียไม่แพ้กัน แต่ด้วยทิฐิ เธอทำใจแข็งแล้วแลบลิ้นใส่เด็กหนุ่มร่างยักษ์ ก่อนเดินมุ่งไปทางประตูร้าน

ยูคยอมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปขวาง

"คนนิสัยไม่ดี"

ไม่แปลกใจเลยว่าผู้หญิงคนนี้กล้าวางเพลิงห้องพักในโรงแรมหรูเพื่อหนีจากลูกน้องของพ่อตัวเอง

ด้วยความโมโห เขาคว้าต้นแขนอีกฝ่าย แล้วลากกลับไปยังโต๊ะ

"ขอโทษซะ" ยูคยอมตะคอก

สาบานได้เลยว่าเป็นเสียงตะคอกที่แทบจะไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนจากปากเด็กหนุ่มเจ้าของน้ำเสียงนิ่มนวลเหมือนเด็กน้อย

"ฉันไม่ขอโทษนายหรอกนะ ฉันไม่ได้แกล้งซักหน่อย มันเป็นอุบัติเหตุ" ริต้าเถียงกลับหน้าตาเฉย

"ไม่ได้บอกให้เธอขอโทษฉัน แต่ขอโทษพี่บริกรนี่ต่างหาก"

เด็กสาวอึกอัก ทั้งงุนงง ทั้งโมโห

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครตะคอกเธอแบบหมอนี่ และตั้งแต่เกิดมาเธอก็ยังไม่เคยขอโทษคนที่ฐานะด้อยกว่า หรือแม้แต่ถูกสั่งให้พูดขอโทษ

"ก็ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ" เธอยังคงยืนกราน

บริกรหญิงถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินบทสนทนาดังกล่าว

"คุณลูกค้า... ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบทำความสะอาด แล้วเอาแก้วใหม่มาเปลี่ยน"

"แก้วใหม่ ยัยนี่จ่ายนะครับ" เด็กหนุ่มรีบแย้ง

"ตาหมียักษ์ คิดจะหาเรื่องกันเหรอ" ริต้าตวาดแว้ดเสียงดัง

ยูคยอมหันไปถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้อย่างสุดกำลัง

แต่เพียงชั่ววินาทีเท่านั้น สีหน้าก็กลับมานิ่งเฉย ตรงข้ามกับแรงบีบบนต้นแขนเด็กสาวที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ

"เจ็บนะ ปล่อย"

เขาแสยะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

"ฟังนะ ยัยพลังช้างสาร... เลือกเอา ระหว่างจะขอโทษพี่คนนี้ หรือจะถูกฉันจูบปากกลางร้าน"

ริต้าเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครขู่เธอแบบนี้

ไหนจะเรื่องจูบอีก

แค่ได้ยินก็หน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหู

อีกฝ่ายไม่ได้ขู่เล่นๆ แต่กำลังยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ทุกที

"โอเค... ก็ได้ๆ" เธอเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

เด็กสาวหันไปโค้งให้บริกรที่ตัวสั่นระริกน้ำตาปริ่มราวกับอาชีพการงานของเธอกำลังจะแหลกสลาย

รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในสมัยก่อนยังไงชอบกล

พอคิดได้ดังนั้นก็อดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ด้วยเรื่องคอขาดบาดตาย ผิดกับเธอในเยาว์วัยที่น้ำตาร่วงเผาะง่ายๆ ด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย

แต่ก็ต้องกลั้นใจพูดออกไป

"ขอโทษค่ะ" พูดจบก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋า แล้วซับน้ำตาให้กับบริกรหญิง

ยูคยอมมองผลเกินคาดตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

"ดิฉันต่างหากที่เดินไม่ระวัง ขอโทษด้วยค่ะ" บริกรสาวตอบกลับมาพลางผงกหัวแล้วผงกหัวอีก ก่อนเดินเลี่ยงไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดมาจัดการ

"พอใจนายรึยัง" ริต้าถามเสียงกร้าว

"พอใจมาก" เขาสิ่งยิ้มให้โดยไม่ติดใจอะไร

กระทั่งหันไปที่โต๊ะ และพบกับความจริงอีกครั้งว่าหนังสือเรียนและสมุดโน้ตของตัวเองเละเทะ

"โอ๊ย ฉิ-หายแล้ว! มะรืนนี้มีสอบด้วย"

คนตัวใหญ่เอามือกุมหัว สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ริต้าชำเลืองมองสิ่งของของผู้เสียหาย ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกเห็นอกเห็นใจเป็นพิเศษ แต่เธอก็หลุดปากออกไป

"อะไรกัน ตัวใหญ่ยังกับยักษ์ อายุน้อยกว่าฉันอีกเหรอเนี่ย"

"อะไรของเธอ" ยูคยอมหันไปค้อนใส่

"วิชาเลขใช่มั้ย ฉันจำกราฟนั่นได้ เพิ่งเรียนเมื่อปีที่แล้ว อยากให้ติวให้มั้ยล่ะ"

จู่ๆ เธอก็นึกสนุกเสนอตัวออกไปด้วยท่าทีราวกับถือไพ่เหนือกว่า

"ฉันได้ท็อปของโรงเรียนมาด้วยนะ แถมเกือบจะได้ไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิค แต่อาป๊าดันไม่อนุญาต"

ด้วยเหตุผลคร่ำครึที่ว่า อย่าทำอะไรที่เป็นการข่มคู่หมั้นเด็ดขาด

บ้าจริง! คู่หมั้นอะไรนั่นบินหนีเธอสุดขอบโลกไปทำตามความฝันตัวเองแท้ๆ

"เธอว่าไงนะ" เด็กหนุ่มถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

"อ๊ะๆ อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำหนังสือนายเลอะเลย ไม่สิ ฉันไม่ใช่คนทำหนังสือนายเลอะซักหน่อย ฉันก็แค่... เรียนเก่งอ่ะ สวยด้วย แล้วก็มีน้ำใจ"

ทันใดนั้น ร่างหมียักษ์ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้า

"ได้โปรด... รับหมียักษ์ผู้น่ารักเป็นลูกศิษย์ด้วยนะครับนูน่า"

และแล้วหมีน้อยที่เคยดุร้ายก็ถูกกำราบกลับภายในเวลาไม่ถึงนาที


"จินยองหายตัวไป!!!"

มาร์คถึงกับหน้าซีด หัวใจหล่นวูบเมื่อได้รับการติดต่อจากทางรุ่นพี่

นี่มันเรื่องอะไรกัน

ทันทีที่วางสาย เขาก็รีบโทรศัพท์หายูฮวัน

"จินยองอยู่กับนายรึเปล่า"

อีกฝ่ายมีอาการงุนงง

"จินยอง?"

"หมอนั่นหายตัวไป นายคงไม่ได้เล่นตลกอะไรกับฉันใช่มั้ย"

"นายจะบ้ารึไง ฉันติดอยู่แต่ในที่กบดาน ออกไปหาอะไรกินยังลำบากเลย แล้วจะมีปัญญาไปเจอตัวจินยองได้ยังไง"

"แล้วพวกของจองโฮล่ะ นายได้ข่าวว่าพวกนั้นเคลื่อนไหวอะไรบ้างรึเปล่า"

"ไม่นะ อีกอย่าง นอกจากคลิปในมือถือฉันแล้ว จินยองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ถ้าจะจับจินยอง ฉันว่าจับยองแจยังจะใช่กว่าเยอะ"

ยองแจงั้นเหรอ?

มาร์ครีบตัดสาย โทรหายองแจทันที

ให้ตายเถอะ... ไม่มีคนรับ

เขาจึงรีบต่อสายหาแจบอมมือไม้สั่น

"ยองแจอยู่กับนายรึเปล่า" มาร์คพยายามสะกดเสียงให้เป็นปกติที่สุด

"ยองแจเหรอ รอแป๊บนะ"

เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงทักทายจากคนที่ถูกถามถึง

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก

"นายปลอดภัยดีใช่มั้ย"

"อื้อ พี่มีอะไรรึเปล่า"

ปลายสายดูเหมือนจะจับความร้อนรนภายในน้ำเสียงได้

"เปล่า ฉันแค่กังวลเพราะนายไม่รับสายน่ะ"

"แบตหมด มีธุระอะไรรึเปล่า"

"เอ่อ... จินยองอยู่แถวนั้นมั้ย" มาร์คลองถามอีกฝ่ายดู

"ไม่นะ รายนั้นรีบออกไปตั้งแต่เลิกแล้ว"

"เหรอ..."

เสียงที่ตอบกลับมาฟังดูเก้อๆ ทว่าสีหน้าของเจ้าของเสียงในตอนนี้กำลังหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด

"นายปลอดภัยก็ดีแล้ว ระวังตัวด้วยแล้วกัน อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวล่ะ"

พูดแบบนี้... มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ เด็กหนุ่มรู้สึกถึงพิรุธ

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่อ่ะ มาร์คฮยอง"

ทว่าอีกฝ่ายไม่ตอบและวางหูอย่างรวดเร็ว

อย่างน้อยตอนนี้ยองแจก็อยู่กับแจบอม เขารู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

จะมีแต่... พัค จินยอง

ขอร้องล่ะ อย่าเป็นอะไรไป

ขอให้เป็นแค่การเถลไถลของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง... ถึงแม้โดยนิสัยของจินยองจะไม่ใช่แบบนั้นก็ตาม

"นายอย่าเป็นอะไรไปนะ" มาร์คประสานมือไว้แนบอกราวกับอธิษฐาน

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เขาจินตนาการความเชื่อมโยงได้ในขณะนี้ก็คือ คนชั่วพวกนั้นอาจมีใครพบเห็นจินยองตอนเข้ามาช่วยเหลือเขาออกจากคลับ เลยจับตัวหมอนั่นไปเพื่อต่อรองแลกกับหลักฐานที่อยู่ในมือของยูฮวัน

แต่เขาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

ขอให้อย่าได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขึ้นมาเลย...



โปรดติดตามตอนต่อไป


ขอบ่นทิ้งท้าย... ไม่คิดเลยว่าเขียนไปเขียนมา เรื่องจะมาไกลถึงขนาดนี้ คิดตอนต่อไปแบบอิมโพรไวส์สุดๆ เลยค่ะ กระซิกๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #45 41994199 (@41994199) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 19:44
    จินมาร์คคคคคค เนี้ยรักเค้าแล้วนะมาร์คฮยองง
    #45
    0
  2. #42 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 02:41
    คนที่จินยองช่วยต้อวเป็นหม่าม๊าของมาร์คฮยองแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้น จินยองก็คงปลอดภัยแล้วหล่ะ ดีแบ้วที่อยู่กัยหม่าม๊า
    เราชอบยูคยอมกับริต้าอาะ คู่นี้ขโมยซันจินมาร์คได้เนียนมาก น่ารักดีอ่ะ
    #42
    0
  3. #17 PinkiePie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 03:13
    ทั้งที่รักจินมาร์คมากแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับชอบหมียักษ์กับริต้ามากเลยอ่ะ ToTกระซิกๆ น่ารักมุ้งมิ้งที่สุด นึกถึงซีรี่ย์เกาหลียุคแรกๆสมัยที่เพิ่งเข้ามาบูมในไทย สไตล์ใสๆแบบนี้เลย โง้ยยยย

    มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องสู้นะคะไรต์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ยังไงก็จะติดตามกันไปจนตลอดรอดฝั่งเนี่ยแหละ ทั้งในนี้และที่บล็อกเลย
    #17
    1
    • #17-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 9)
      30 กันยายน 2559 / 13:14
      รักใสๆ หัวใจหมียักษ์ 555 ถ้าเขียนออกมาไม่น่ารัก เดี๋ยวเมนหมียักษ์จะโกรธ (รึเปล่านะ?) ที่บังอาจแต่งให้มีนูน่ามาพัวพันหมี
      ตอนนี้พยายามรีบปั่นอยู่ค่ะ เพราะตารางชีวิตข้างหน้ากำลังจะยุ่งอีกแล้ว พอไปทำอย่างอื่นมาแต่งต่อแล้วมันไม่ติดง่า ไม่อยากดองเลย ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะค้า
      #17-1
  4. #16 nemocws (@nemocws) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 01:59
    ความจริงจินยองเจอกับแม่มาร์คใช่ไหม แต่ทุกคนคิดไปไกลกันหมดสินะ ฮื้อ อยากอ่านต่อแล้วค่า
    #16
    1