Heart, Attack! [#JinMark] *จบ*

ตอนที่ 8 : Chemistry

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ก.ย. 59

หลังจากมาร์คออกจากโรงพยาบาล ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก็ถูกประธานพัคเรียกไปประชุม

โดยคนแรกที่ถูกเอ่ยถึงคือ...

"คิม ยูคยอม... ออกไปเสี่ยงอันตรายโดยพลการ มีอะไรจะแก้ตัวรึเปล่า" ประธานพัคถามเสียงเครียด

หลังจากส่งยองแจถึงโรงพยาบาลในวันนั้น แจบอมก็โทรศัพท์หาประธาน เพื่อปรึกษาว่าจะพาริต้าไปส่งที่ไหนดี

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พัค จินยองรุ่นใหญ่ก็ตาลีตาลานมาถึงพร้อมกับทีมงานฝ่ายดูแลศิลปินอีกหนึ่งคน

"ไม่มีครับ" เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ตอบหน้าสลด

"คราวหลัง ถ้ามีอะไรน่าสงสัยแบบนี้อีก ให้รีบบอกฉัน มาปรึกษากันก่อนลงมือ รู้มั้ย"

ให้ตายเถอะ เจ้าเด็กพวกนี้! ถ้าเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมา จะเอาลูกที่ไหนไปใช้คืนเขาดีล่ะเนี่ย

ชายวัยสี่สิบต้นๆ ทำหน้ายุ่ง

"ครับ" เขารับคำเสียงอ่อย

"ดีนะที่เป็นเรื่องในครอบครัว ถ้าเป็นอาชญากรรมจริงๆ ขึ้นมา แล้วนายเข้าไปเกี่ยวข้อง แผนที่จะให้นายเดบิวต์อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็คงต้องยกเลิกไป"

หมีน้อยตัวใหญ่เงยหน้า ตาลุกวาว

"ผมจะได้เดบิวต์จริงๆ เหรอครับ"

"ใช่ ก็พวกนายเดบิวต์ด้วยกันหมดนั่นแหละ!" พูดพลางส่ายศีรษะอย่างรำคาญใจ

จับประเภทเดียวกันมาอยู่ยูนิตเดียวกันชัดๆ

แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็คิดว่าการที่เจ้าลิงป่าพวกนี้มารวมตัวกันมันก็ท้าทายดี

แจบอมที่ยืนข้างๆ หันมาตบไหล่แล้วยิ้มให้

"ไชโย!" ยูคยอมกระโดดโลดเต้นอย่างลืมตัว

ทว่าไม่กี่อึดใจก็กลับมาสำรวมอย่างเก่า

"เอาล่ะ เฉพาะยูคยอม หมดเรื่องของนายแล้ว ออกไปได้"

"ขอบคุณครับ"

เด็กหนุ่มโค้งเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมระคนตื่นเต้นดีใจ ก่อนเต้นไว้ลายหนุ่มเท้าไฟขณะเดินออกจากห้อง

ประธานพัคยิ้มน้อยๆ ให้กับความบ้าๆ บอๆ ตามประสาเด็ก ทว่าไม่ถึงอึดใจสีหน้าก็กลับสู่ความเครียดอีกครั้ง

"เรื่องอิล จองโฮ ฉันขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือนะ ในที่สุดมะเร็งร้ายในองค์กรก็ถูกตำรวจจับจนได้ ขอบใจแทคยอนมากที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเรื่องนี้"

"เหลือแต่รอให้มันสาวไปถึงผู้บริหารจางครับ" แทคยอนในมาดขรึมราวกับนักสืบเสริม

"หมายความว่าบอสของจองโฮคือผู้บริหารจางงั้นเหรอครับ" จินยองทำตาโต เมื่อได้ยินชื่อหนึ่งในผู้ใหญ่ฝ่ายบริหารของบริษัท

"คาดว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะผู้บริหารจางเป็นคนจัดการรับจองโฮเข้ามา" ประธานพัคพูดพลางเอนหลังพิงพนัก

"แล้วถ้าจองโฮไม่ซัดทอดล่ะครับ" ยองแจถามขึ้นบ้าง

"งูพิษอย่างจองโฮ ไม่ยอมรับกรรมเพียงลำพังหรอก เพียงแต่ว่าจะซัดทอดถูกคนรึเปล่าเท่านั้น" แทคยอนตอบให้แทน

"หมายความว่ายังไงครับ" มาร์คถามขึ้นบ้าง

"ตอนนี้เราสงสัยผู้บริหารจาง แต่ก็ทำได้แค่สงสัย คนที่บงการจองโฮจริงๆ อาจเป็นคนอื่นที่เราคาดไม่ถึงก็ได้" ประธานพัคชี้แจง "แต่เรื่องนั้น ขอให้พวกนายวางเฉย ทำงานหลักให้ดีที่สุดไปแล้วกัน เพราะฉันจะไม่ยอมให้พวกนายพัวพันมากกว่านี้อีกแล้ว เข้าใจนะ"

"ครับ" ทุกคนตอบเกือบจะพร้อมกัน

"มาร์ค... ครั้งนี้นายโชคร้ายที่สุด ฉันต้องขอโทษจากหัวใจจริงๆ" พี่ใหญ่แห่งค่ายเอ่ยด้วยสีหน้าสลด

"ฉันเองก็ต้องขอโทษนายด้วย ที่ไม่มีแผนบีรองรับตรงนั้นไว้" แทคยอนรีบสมทบ

"ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ผมเองก็สะเพร่าจนทำให้ผิดแผน แต่ในที่สุดก็ปลอดภัย ไม่ได้โดนอะไรร้ายแรง" มาร์คตอบสีหน้านิ่ง

"จริงสิ... ที่ฉีดยานอนหลับตรงคอนาย..." แทคยอนชี้ตำแหน่งตรงคอตัวเอง ก่อนทำท่าจะเข้าไปสำรวจอีกฝ่าย

ฉีดยางั้นเหรอ? จินยองเบิกตาโพลงราวกับเพิ่งฟังอะไรผิดไป

บ้าชะมัด อย่าบอกนะว่า เขาหึงเข็มฉีดยา?

แต่แล้ว เด็กหนุ่มก็ต้องหน้าซีด ก่อนปราดเข้าไปขวาง

"หมอบอกว่าไม่กี่วันก็หายครับ" เขารีบแก้ต่างให้เจ้าของรอยแผลทันที

บ้าชะมัด ก็รอยเข็มนั่น... มันเปลี่ยนเป็นรอยช้ำอย่างอื่นด้วยฝีมือเขาไปแล้วนี่ แถมยังเพิ่มมาอีกตั้งหลายรอย

"หืม? อะไรกัน ปกติรอยเข็มฉีดยาแค่วันเดียวก็น่าจะหาย มาร์ค... นายแพ้ยาอะไรรึเปล่า?" รุ่นพี่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

"เปล่าครับ คือว่า... เอ่อ... ปกติเป็นคนแผลหายยากน่ะครับ" เจ้าตัวนึกข้ออ้างมั่วๆ พลางถอยหลังหนี

"ผลตรวจร่างกายล่าสุดบอกว่าไม่เป็นไรแล้วครับ ไม่ต้องห่วง" จินยองช่วยกันแทคยอนอีกแรง

"เป็นเจ้าของไข้มาร์คหรือไง จินยองอา" แทคยอนแซวด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

"จะ... เจ้าของไข้มาร์คฮยองคือว่าที่พี่เขยผมเองครับ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องห่วง" เด็กหนุ่มยืนกราน

"งั้นก็ดี ไหนมาร์ค ขอดูหน่อยซิ"

"เอ่อ... ไม่สะดวกหรอกครับ แต่ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ"

ขืนเปิดคอเสื้อสุ่มสี่สุ่มห้า อาจมีคำถามยุ่งยากตามมาทีหลัง

มาร์คส่งสายตาค้อนผู้ร้ายที่ฝากรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้ที่คอ อก ไหล่ และหลังอีกหลายจ้ำ

"ก็ตามใจ แต่ถ้ามีอะไรแปลกๆ ต้องรีบแจ้งนะ พวกเรามีส่วนต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับนายครั้งนี้" แทคยอนพูดพลางตบไหล่รุ่นน้อง

"ไม่ว่าการเข้าร่วม หรือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ล้วนเกิดจากการตัดสินใจของผม ขอเพียงอย่าบอกม้า ผมก็พอใจแล้วครับ"

จินยองสะดุ้งเฮือก

เวรล่ะ... โทรศัพท์ในตอนนั้น

ดีที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเกี่ยวกับเรื่องนี้

แก้ตัวกับแม่เอาเองแล้วกันนะมาร์คฮยอง...

"มาร์ค... ที่นายให้ความร่วมมือกับพวกเราครั้งนี้ ถ้าเป็นเพราะต้องการชดเชยการเป็นเด็กเส้นล่ะก็ นายกำลังเข้าใจแม่นายผิดนะ" ประธานพัคกล่าว "แม่นายไม่ได้โอนหุ้นคืนให้ฉัน จริงๆ ต้องบอกว่า ฉันปฏิเสธการแลกเปลี่ยนกับแม่นายไป"

"หมายความว่ายังไงครับ"

"ชื่อของนายอยู่ในลิสต์อยู่แล้ว ก่อนที่แม่นายจะมาเจรจากับฉันเสียอีก"

มาร์คทำตาโต

"ขอโทษนะ ที่เพิ่งมาบอก ฉันไม่คิดว่านายจะรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งมีข่าวลือเรื่องเด็กเส้นนั่นแหละ"

"ไม่เป็นไรครับ ต่อให้ไม่มีเรื่องม้า ผมก็ยินดีเข้าร่วมแผนของประธานอยู่ดี"

"เพราะหมอนั่นเล็งนายไว้ ไม่อย่างนั้นเราคงไม่กล้าขอร้องให้นายมาเสี่ยงไปด้วยหรอก ขืนพลาดพลั้งลูกชายคนสำคัญเป็นอะไรไป พ่อแม่นายจะได้มาหักคอพัค จินยองถึงบริษัทเอาได้"

เล่นเอาเด็กหนุ่มที่ชื่อเหมือนกันถึงกับสะดุ้งเฮือก

จินยองกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เหงื่อกาฬไหลเป็นทางข้างขมับ

"จินยองอา... ห้องร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ" แทคยอนแซว "ร้อนก็ถอดเสื้อนอกออกก่อนได้นะ ใส่ซะเต็มยศเชียว"

เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มแห้งๆ

"เอ่อ... ก็นิดหน่อยครับ ไม่เป็นไร" พูดพลางโบกมือพัดหน้าตัวเอง

ถอดออกก็เห็นรอยเขี้ยวรอยข่วนของใครบางคนในห้องนี้สิครับ ฮยอง

"ขอบใจยองแจยาด้วยนะ ฉันลองคุยกับหมอแล้ว เรื่องการผ่าตัดของนายไม่น่าจะกระทบกระเทือนตารางงานของยูนิตใหม่"

"ยองแจยาจะผ่าตัดอะไรเหรอครับ" จินยองถาม

"ผ่าไปแล้วล่ะ เกี่ยวกับระบบหายใจ" แจบอมตอบให้ "เพราะอย่างนี้ หมอนี่เลยต้องพกยาฉีดเข้าโพรงจมูก แต่มันเป็นยาพิเศษนิดนึง เวลาสูดเข้าไปเหมือนเสพโคเคน"

จินยองหน้าซีดเผือด หันควับกลับไปถาม

"ทำไมนายไม่บอกฉัน"

ปล่อยให้เข้าใจผิดเรื่องของในกล่องแว่นอยู่ตั้งนาน

"ฉันบอกใครได้ที่ไหนล่ะ ขืนบอกไป ความแตก ก็อดสืบข้อมูลจากจองโฮสิ เลยต้องปล่อยให้เข้าใจผิดไปก่อน"

หมายความว่าจองโฮก็เข้าใจผิดหมอนี่เหมือนกัน?

"อย่าว่าแต่นายเลย จินยองอา ตอนฉันเห็นหมอนี่สูดยา ฉันก็ตกใจเหมือนกัน" แจบอมยิ้มขำ

"ยองแจมาปรึกษาฉัน เลยขอให้เขาช่วยงานต่อ อีกอย่าง เราไม่อยากให้สมาชิกของยูนิตใหม่ที่มีตำแหน่งเสียงร้องหลักมีข่าวลือด้านลบเรื่องสุขภาพตั้งแต่เพิ่งเริ่ม มันจะกระทบกับภาพลักษณ์" ประธานเล่าเสริม

บ้าชะมัด... ทำไปทำมา เขากลายเป็นคนนอกที่สาระแนเรื่องชาวบ้านโดยสมบูรณ์ จินยองขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ

"เพราะฉะนั้น แจบอม จินยอง มาร์ค... ฝากดูแลยองแจด้วยแล้วกันนะ"

"ครับ" เด็กหนุ่มทั้งสามรับคำ

"คราวนี้ขอบใจแจบอมกับจินยองด้วย ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แต่จินยองอา... ฉันหวังว่าคราวหน้ามีอะไร นายจะมาปรึกษาฉันนะ"

"ครับ ปกติผมก็ปรึกษาประธานทุกเรื่อง เพียงแต่คราวนี้..."

"นายไม่ไว้ใจใคร แม้แต่ฉัน" พัค จินยองรุ่นใหญ่สวนกลับทันควัน

"เอ่อ..."

จินยองถึงกับพูดไม่ออก

ประธานพัคฟุบหน้าลงบนฝ่ามือด้วยความผิดหวัง

"เอาเถอะ นายเป็นเด็กฉลาด แล้วเรื่องมันก็คลุมเครือขนาดนี้ จะสงสัยไปหมดมันก็ไม่แปลกหรอก เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบก่อน อย่าผลีผลามทำคนเดียว"

"ครับ" เด็กหนุ่มตอบเสียงอ่อย ก่อนรีบแก้ตัว "แต่ไม่ได้หมายความว่าผมคิดว่าประธานเป็นคนไม่ดีนะครับ"

"ช่างมันเถอะ งั้นจบอีกเรื่องล่ะนะ แจบอมกับแทคยอน หมดเรื่องของพวกนายแล้ว เอาไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกนายอีกที"

แจบอมและชายหนุ่มรุ่นพี่โค้งให้ประธานก่อนกอดคอพากันเดินออกจากห้อง

สิ้นเสียงปิดประตู ประธานพัคก็หยิบไอแพดมานั่งดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหนักกว่าเก่า

"ส่วนเรื่องต่อไป... สำหรับฉันถือว่าร้ายแรงยิ่งกว่าสองเรื่องที่ผ่านมาอีกนะ"

ทั้งมาร์ค ยองแจ และจินยอง พากันกลืนน้ำลาย หายใจไม่ทั่วท้อง

กระทั่งประธานพัควางไอแพดลง โดยหันหน้าจอไปยังเหล่าเด็กหนุ่มตรงหน้า

"นี่หมายความว่าอะไร"

ภาพบนจอเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ ภายในบริษัท

บุคคลที่อยู่ในแต่ละหน้าจอ คือ ยองแจและจินยอง

กำลังรวมหัวกันสร้างวีรกรรมทำลายของเพื่อนประหนึ่งเด็กอนุบาล

ทั้งคู่ถึงกับหน้าซีด

"บอกตรงๆ นะ ชเว ยองแจ... พัค จินยองจูเนียร์... ฉันผิดหวังในตัวพวกนายมาก"

"ผมถูกจินยองสั่งให้ทำอีกทีครับ" ยองแจรีบแก้ตัว

สายตาของประธานพุ่งมายังคนบงการทันที

ซวยแล้ว ไอ้จินยอง...

คนถูกซัดทอดได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้เสียหาย

"ฉันคิดว่านายเป็นเด็กดีมาตลอด ถ้าไม่เห็นวิดีโอพวกนี้ด้วยตาตัวเอง ใครมาบอกฉันก็จะไม่เชื่อเลยจริงๆ"

จินยองหัวหดยิ่งกว่าเดิม

"ผมไม่ถือสาการแกล้งกันแบบเด็กๆ อย่างนี้หรอกครับ" มาร์ครีบออกตัว

"แต่ผมอธิบายได้" ยองแจแทรกขึ้นมา "จินยองฮยองน่ะ ทำไปก็เพราะอยากเตือน..."

"พอเถอะ ยองแจยา ฉันจะถือว่านายถูกข่มขู่ให้ทำนะ แต่จินยองอา... สิ่งที่ฉันจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาดในบริษัทคือการแกล้งเพื่อนแบบนี้ ไม่ว่านายจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม นายทำลงไปแล้ว ผลมันเกิดขึ้นแล้ว ฉันต้องลงโทษนาย ดังนั้น ฉันจะไม่ฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น"

"คะ...ครับ" จินยองตอบรับเสียงอ่อย

เขายอมรับว่าเรื่องนี้เขางี่เง่ามาก

ถ้าเขารู้สักนิดว่ามาร์คเป็นหมากตัวหนึ่งในแผนการของประธาน เขาจะไม่ทำเรื่องสูญเปล่าโง่ๆ แบบนี้เลย

มาร์คและยองแจได้แต่ชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่ทำตัวลีบด้วยหางตา

"ดี... ในเมื่อนายไม่ชอบหน้ามาร์คนักล่ะก็ ฉันจะให้พวกนายเป็นคู่รักกันซะเลย"

จินยองเบิกตาโพลง เงยหน้ามองคนที่นั่งตรงหน้าอย่างตกตะลึง

"แต่ประธานครับ" มาร์คทำท่าจะแย้ง

"ฟังนะ" ประธานพัคเอนไหล่มาข้างหน้า ถูมือไปมาอย่างกระตือรือร้น "คอนเซปต์ของยูนิตพวกนายคือความน่ารักมุ้งมิ้งของเด็กหนุ่มที่จะคว้าหัวใจผู้หญิงทุกแนว และหนึ่งในการตลาดที่เราไม่ควรพลาดที่จะนำมาใช้ก็คือคู่จิ้น"

"คู่จิ้น?"

มาร์คทำตาปริบๆ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับแฝงนัยยะว่า ไร้สาระสิ้นดี

"ผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวมีประชุมต่อ" พูดจบก็หันหลัง ทำท่าจะเดินออกจากห้องอย่างไร้เยื่อใย

"เดี๋ยวก่อนสิ มัคคึยา~" ประธานพัคร้องเรียกเสียงโหยหวน เอื้อมมือมาข้างหน้าราวกับจะรั้งเด็กหนุ่มไว้ "นี่มันเรื่องซีเรียสมากเลยนะ"

มาร์คชะงักเท้า หันกลับมา

"เรื่องนี้เป็นบทลงโทษของจินยองอา ไม่เกี่ยวกับผม"

"เกี่ยวสิ คู่จิ้นมันก็ต้องเป็นคู่ ทำคนเดียวได้ยังไง"

"ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่จิ้นเจเจโปรเจ็คต์ไปเลยล่ะครับ ไหนๆ ก็เคยออกคู่กันอยู่แล้ว" มาร์คแย้ง

ประธานพัคส่ายหน้า

"นั่นน่ะ มีคนจิ้นกันมาตั้งนานแล้ว จิ้นแต่คู่ดูโอมันน่าเบื่อจะตาย อีกอย่าง อุตส่าห์รวมเป็นยูนิตใหม่ มันก็ต้องมีอะไรที่หลากหลายมากขึ้นบ้าง"

"แต่ว่า..." ว่าที่พี่ใหญ่สุดของวงอ้าปากจะแย้ง

"เอาเข้าจริง ต่อให้กำหนดว่าใครคู่กับใคร สุดท้ายสายตาแฟนคลับเขาก็ต้องมีมุมมองที่แตกต่างอยู่แล้ว แต่ก่อนอื่นถ้าพวกนายยังคงไม่ถูกกันแบบนี้ ไม่เป็นผลดีกับยูนิตแน่ ฉันต้องดึงเคมีของพวกนายออกมาให้ได้ ก่อนเปิดตัวพวกนาย"

เคมีเนี่ยนะ? มาร์คส่ายศีรษะเบาๆ อย่างระอา

สุดท้ายแล้ว การต้องมาสร้างรักโปรโมทกับใครสักคนที่บริษัทกำหนดไว้ ก็ไม่ต่างจากที่เขาถูกจับหมั้นตั้งแต่เด็กๆ นักหรอก

"จินยองอา... ถ้านายสร้างกระแสกับมาร์คไม่ได้ ฉันจะถือว่านายล้มเหลวในบทลงโทษของฉัน"

"ครับ" จินยองตอบออกไปอย่างจำใจ

ขณะที่มาร์ครู้สึกปวดกะโหลกขึ้นมาเบาๆ ก่อนผลักประตูแล้วออกไปราวกับไม่ใส่ใจ

ประธานพัคถอนหายใจในชะตากรรมของตัวเอง

นี่เขาพัฒนาเลเวลการถูกเมินโดยศิลปินในค่าย เป็นว่าที่ศิลปินที่กำลังจะเดบิวต์แล้วเหรอเนี่ย

ในส่วนความเห็นของยองแจที่กลอกตาไปมาในฐานะพยานบุคคลนั้น...

ป๋าทำโทษผิดคนแล้วครับ

จินยองน่ะ ไม่ได้ไม่ชอบหน้ามาร์คซักหน่อย บทลงโทษนี่มันอ้อยเข้าปากช้างชัดๆ

"สรุปตามนี้นะ จินยองอา เป็นคู่จิ้นกันแล้ว ดูแลกันให้ดีๆ ล่ะ มาร์คเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ฉันเชื่อว่าสักวันนายจะเห็นเสน่ห์ของเขา"

ใช่แล้ว มาร์คฮยองน่ะเสน่ห์เหลือล้นทุกท่วงท่าจนไม่อยากห่างแม้เพียงเสี้ยววินาทีเลยล่ะ

เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนที่ได้เชยชิมทุกซอกทุกมุมอย่างพัค จินยองจูเนียร์อีกแล้ว


หลังจากทุกคนออกจากห้องประธาน เสียงโทรศัพท์มือถือของเจ้าของห้องก็ดังขึ้น

"ฮัลโหล" พัค จินยองเจ้าของห้องรับสาย "ทุกอย่างเรียบร้อยครับ ฝากบอกคุณนายต้วนด้วยว่า ผมคิดว่าผมเห็นไม่พลาด... สารเคมีระหว่างสองคนนั่น"


เป็นคู่จิ้นกับมาร์คฮยองงั้นเหรอ...?

ทั้งที่ควรจะเป็นเรื่องน่าดีใจ

แต่สำหรับผมในตอนนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องลำบากใจเสียมากกว่า

ถึงแม้ว่าหลังเซ็นสัญญา มาร์คฮยองต้องเลิกรากับเอพริลเป็นเวลาอย่างน้อยสามปีก็ตาม

แต่ความรักของคนเรา มันไม่ได้ผูกพันกันที่สถานะเสียหน่อย

ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่ตราบใดที่ยังรักกัน จะสามปีหรือนานกว่านั้นก็ย่อมรอได้

ส่วนคนที่อยู่ใกล้ชิดอย่างผม ถ้าเขาไม่รัก ต่อให้ต้องจับคู่กันบ่อยแค่ไหน ก็ไม่สมหวังอยู่ดี

เหมือนคืนนั้น...

ต่อให้เขาบอกรักอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง พอหมดฤทธิ์ยา เขาก็กลับมาเย็นชาใส่ผม

ไม่สิ... ถ้าพูดให้ถูกก็คือ...

หลังจากได้คุยกับคุณแม่ของมาร์คฮยอง ผมก็ไม่มีหน้าจะไปอยู่ในสายตาของเขาอีก

ผมไม่ได้เข้าหาเขาอีกเลยจนกระทั่งการประชุมเมื่อครู่นี้

ทั้งที่อยากขอโทษจากใจ

แต่ก็ไม่อาจพาตัวเองไปยืนเผชิญหน้าเขาได้

ความรู้สึกหนักอึ้งตอนที่รู้ว่าเขาเกือบตายในอ้อมกอดของผม ทำให้ผมประจักษ์ได้ว่าแท้จริงแล้วตัวผมเล็กกะจิดริดขนาดไหน

ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา ต่อให้ชีวิตของผมทั้งชีวิตก็ไม่อาจชดใช้อะไรได้เลย

ทั้งที่เป็นอย่างนี้ ยังจะถูกทำโทษให้สร้างกระแสจิ้นอะไรนี่ให้เขาเกลียดขี้หน้าผมมากขึ้นอีก

ผมจะทำยังไงดี

'พี่ได้ยินจากหมอแทยองหมดแล้วนะ' เสียงพี่โซยองยังก้องอยู่ในหัว 'บ้านเราเข้มงวดเรื่องแต่งงานมาก แต่นายกลับมีแฟนเป็นผู้ชาย แถมยังต่างชาติอีก จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังยังไง'

เธอเริ่มเทศนาผมเรื่องความสัมพันธ์กับมาร์คฮยอง แสดงว่าหมอแทยองไม่ได้บอกเรื่องยาที่ถูกเสพเข้าไป

ผมแอบขอบคุณว่าที่พี่เขยในใจ เพราะไม่อย่างนั้นพี่โซยองได้ฆ่าผมตายก่อนร่ายคำด่าแน่ๆ

'สบายใจเถอะ มาร์คฮยองไม่ใช่แฟน และฉันก็คงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นแฟนเขาอีกแล้ว' ผมได้แต่ตอบกลับไปแบบนั้น

ทว่าพี่โซยองกลับถอนหายใจ

'ไม่สมเป็นนายเลยแฮะ จินยอง...'

จู่ๆ พี่สาวจอมออกตัวแรงก็หยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋า แล้วจับคางผมให้หันไป ก่อนเช็ดน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย

'โตขนาดนี้แล้วยังขี้แยอยู่อีก แล้วจะปกป้องแฟนได้ยังไง'

'มันหยุดไม่ได้นี่นา'

ยิ่งพี่มาโอ๋แบบนี้ก็ยิ่งอยากร้องออกมาให้หมด

'แล้วฉันมันก็ปกป้องใครไม่ได้จริงๆ'

'นายไม่ใช่พวกยอมแพ้อะไรง่ายๆ แบบนี้ซักหน่อย อยากได้อะไรก็ไปสู้มาสิ'

'พี่ไม่โกรธเหรอ... เรื่องฉันกับมาร์คฮยอง'

'ฉันไม่ใช่พ่อกับแม่ซักหน่อย แต่ฉันไม่ช่วยหรอกนะ จะนั่งมองเฉยๆ นายสู้ให้ฉันเห็นสิ เหมือนกับตอนที่นายดื้อจะเข้าวงการให้ได้น่ะ'

ไอ้พี่สาวจอมซาดิสต์ ผมแอบก่นด่าในใจ

แต่เพราะพี่สาวคนนี้แหละ ทำให้ผมมีแรงฮึดในทุกๆ เรื่อง

เดิมทีการก้าวเข้ามาในเส้นทางบันเทิงไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวผมคาดหวังไว้เลย

จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ผมออกปากว่าจะเรียนเต้น

คนแรกที่คัดค้านคือพี่โซยอง

เพราะบ้านเราอยู่นอกเมืองไม่ใช่แหล่งที่จะเรียนอะไรแบบนั้นได้ ทำให้พ่อแม่ต้องทุ่มเทเวลาในการไปรับส่งผมในที่ไกลๆ อยู่เสมอ

'นายมันลูกชายคนเล็ก แถมยังเป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่ก็ต้องตามใจอยู่แล้วนี่ ลูกสาวอย่างพวกฉันจะมีปากเสียงอะไรได้ล่ะ' เธอโอดครวญอย่างน้อยเนื้อต่ำใจอยู่หลายครั้งด้วยความอิจฉา

พี่โซยองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องกวดวิชาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเช่นกัน จึงต้องอดตาหลับขับตานอนถ่อไปเรียนที่ไกลๆ ย่านเดียวกับโรงเรียนเต้นของผม แล้วยังต้องนั่งอ่านหนังสือหรือหลับรอเวลาผมเรียนเสร็จอีก

คนที่เหน็ดเหนื่อยในตอนนั้นไม่ได้มีแค่ผม หนำซ้ำเธอยังต้องเหนื่อยแบบไม่เต็มใจอีกต่างหาก

กระทั่งพอผมเซ็นสัญญากับบริษัท พี่ก็คัดค้านเพราะกลัวว่าพอมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว ทางบ้านจะอยู่กันอย่างไม่สงบ

'มีน้องเป็นดารา วุ่นวายจะตาย คอยดูเถอะ เดี๋ยวก็มีพวกแฟนคลับมานั่งๆ นอนๆ หน้ารั้วบ้าน แอบถ่ายรูป ละเมิดชีวิตของคนในครอบครัว นายเป็นคนได้ประโยชน์ นายจะควบคุมคนพวกนั้นได้เหรอ'

กระนั้น พี่ก็ยังอุตส่าห์ท้าทาย 'ถ้ายังดันทุรังจะเป็นให้ได้ ก็ไปให้สุดๆ ให้ฉันเห็นแล้วกัน' 

ผมไม่รู้หรอกว่าทุกวันนี้พี่โซยองยอมรับรึยัง แต่ถ้าผมหยุดสู้เมื่อไหร่ พี่สาวคนนี้แหละจะคอยกระหน่ำซ้ำเติมพาลคร่ำครวญถึงความเลวร้ายที่ตัวเองต้องเผชิญจากการเสียสละเพื่อผม

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พี่สาวปากร้ายคนนั้นแหละ กลับเป็นคนซับน้ำตาเวลาที่ผมทำอะไรพลาดแบบนี้

แต่พี่โซยอง... เรื่องนี้น่ะ มันเกินกำลังของผมจริงๆ

ที่สำคัญ ผมอาจจะเลวที่ทำผิดซ้ำสองทั้งที่รู้ แต่ผมก็แย่งคนรักของคนอื่นมาครองไม่ได้หรอกนะ


ใครคนหนึ่งกำลังยืนกอดอกพิงกำแพง รอผมออกจากห้องประธาน

"ฉันไม่คิดว่าคดีจะจบง่ายๆ ถ้านายยังปิดบังอะไรฉันอยู่"

เขาเข้ามากอดคอ แล้วเดินลงบันไดไปด้วยกัน

"ปิดบัง?" ผมทวนคำ เงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย

"ที่ผิดแผน เพราะจองโฮมอมยานายได้ นายจงใจใช่มั้ย"

สายตาแหลมคมของรุ่นพี่แทคยอนพุ่งตรงมาที่ผมในระยะประชิด

"ฮยองเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ใครจะจงใจให้คนไม่ดีมามอมยาตัวเอง"

ผมดึงตัวออกจากแขนเขา เดินเลี่ยงไปทางอื่น

"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะมาร์ค เรื่องนายกับจินยอง"

ผมชะงักกึก ก้าวขาต่อไม่ออก

เรื่องของผมกับจินยอง?

"คืนนั้น มีคนเห็นพวกนาย และก็คิดว่าไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย"

"คืนนั้น...?"

ผมหันไปมองอีกฝ่าย

แม้จะกลบเกลื่อนด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็อดหวาดหวั่นในหัวข้อที่กำลังจะพูดถึงไม่ได้

"คืนที่นายถูกมอมเหล้า... ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก มอมยาไงล่ะ" เสียงใครอีกคนแทรกขึ้นมา

พอหันไปมองก็พบว่าเป็น...

"ชานซองฮยอง..."

ผมตาโตเมื่อเห็นรุ่นพี่ร่างสูงใหญ่อีกคนที่โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

"ฉันนี่แหละ หนึ่งในคนที่เห็น"

ผมหน้าซีดเผือด

"คืนนั้นฉันเป็นคนให้จินยองส่งนายที่หอ แต่เหมือนมีคนสะกดรอยตามพวกนาย ฉันก็เลยสะกดรอยตามมันไปอีกที"

หมายความว่า... ผมอยู่ในแผนของพวกมันตั้งแต่ตอนนั้น?

ไม่สิ อาจจะก่อนหน้านั้น?

"มันไปที่หอพวกนายแน่ๆ แต่กว่าฉันจะขอรหัสทางเข้าได้ ก็คลาดกับมันไปแล้ว เห็นแต่พวกนาย... ก็เลยถอยออกมา"

รุ่นพี่ชานซองพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงผมกับจินยอง แต่... ผมก็อดทรุดตัวลงนั่งยองๆ แล้วฟุบหน้าลงบนฝ่ามือไม่ได้อยู่ดี

บัดซบที่สุด! นอกจากยูคยอม คนร้าย แล้วก็ยังมีรุ่นพี่ชานซองอีกคนนึงเหรอเนี่ย

มันพลาดตั้งแต่สถานที่คือหอพักแล้วล่ะ เพราะเด็กฝึกจะแชร์ห้องกันอยู่หลายคน ประตูห้องนอนจึงไม่มีล็อค

"ไม่ต้องห่วงเรื่องของพวกนายหรอกนะ แค่เพียงไม่มีหลักฐานก็พอ" รุ่นพี่แทคยอนพยายามปลอบ

นั่นแหละครับ... ปัญหา

แล้วก็ดันเป็นปัญหาที่สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาเสียด้วย

"จะว่าไปฉันก็แอบทึ่งเจ้าจินยองนะ เห็นนิ่งๆ ใสๆ จริงจังไปซะทุกเรื่อง เลยไว้ใจให้พานายมาส่ง ที่ไหนได้ ไวไฟเป็นบ้า" รุ่นพี่ตัวใหญ่พูดติดตลก

"พลาดท่าให้เด็กเนี่ย ไม่ขำเลยนะครับ ฮยอง" ผมเงยหน้ามองค้อน

"แต่ที่ฉันเห็นตอนนั้น เด็กมันพลาดท่านายว่ะ"

อะไรเนี่ย แม้แต่คนอื่นก็ยังเห็นจินยองเป็นผู้เสียหายงั้นเหรอ

รุ่นพี่ทั้งสองหัวเราะคิกคัก ก่อนทำหน้าตาขึงขังกันอีกครั้ง

"โคล่าผสมโซจูที่นายดื่มคืนนั้น ถูกใครบางคนผสมยาพวก Love Pill ลงไป นายจำคนที่เริ่มให้นายดื่มแก้วแรกได้มั้ย?" รุ่นพี่ร่างใหญ่ถาม

ผมนิ่งคิด ทว่าในหัวกลับกลวงโบ๋ แทบไม่มีความทรงจำที่ชัดเจนของตอนนั้นเลย

รู้แต่ทำอะไร ที่ไหน แต่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น คุยอะไรกับใครบ้าง ใครยื่นอะไรมาให้ดื่ม จำไม่ได้เลยสักอย่าง

"คนถูกวางยาจำอะไรไม่ได้หรอก ชานซอง" รุ่นพี่แทคยอนแก้ต่างให้ "แต่ที่ฉันสงสัยคือที่นายจงใจให้จองโฮมอมยามากกว่า ถ้าฉันเดาไม่ผิด มันแบล็คเมล์นายด้วยเรื่องคืนนั้นใช่มั้ย"

ผมได้แต่อึกอัก

รุ่นพี่แทคยอนมักมีสันนิษฐานที่เฉียบแหลมเสมอ

ทั้งที่ตอนนั้น เขาคอยดูสถานการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดแท้ๆ

"มาร์ค... ฉันอยากได้ยินเรื่องทั้งหมดจากปากของนายนะ อีกอย่าง ถ้านายทำตามเกมของมัน เราจะหาผู้บงการเรื่องนี้ไม่ได้ จองโฮมันฉลาด ถ้ามันซัดทอดไปหาผู้บงการรายใหญ่ มันอาจจะได้ตายก่อนถูกพิพากษา" เจ้าของผิวสีแทนพยายามเค้น

ผมกัดริมฝีปากล่างอย่างเคร่งเครียด

ชั่งใจคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกไปในที่สุด

"ผมจะเล่าให้ฟัง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งอย่าง"

"อะไร" ทั้งคู่ถามขึ้นพร้อมกัน

"ช่วยเอาจินยองจูเนียร์ไปขังไว้ที่ไหนก็ได้... ให้พ้นหูพ้นตา ซักสองสามวันได้มั้ย"


หลังจากแยกกับรุ่นพี่ทั้งสอง ร่างสูงโปร่งก็เดินไปยังห้องประชุมที่อยู่อีกชั้นหนึ่ง

จินยองและยองแจพูดคุยกับประธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

พวกเขากำลังยืนคุยกันที่หน้าห้อง โดยมีแจ็คสัน แบมแบม และยูคยอมยืนอยู่ด้วย

มาร์คชะงักเท้าก่อนที่จะไปถึงบริเวณนั้น

เขามองคนทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

จินยองกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมแขนของแจบอม ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมาก

'นั่นน่ะ มีคนจิ้นกันมาตั้งนานแล้ว' จู่ๆ คำพูดของประธานที่ตอบโต้เขาก็ดังเข้ามาในหัว

มาร์คยิ้มเยาะที่มุมปาก

ระหว่างสองคนนั่น ดูไม่มีกำแพงใดๆ ขวางกั้นอยู่เลย

ดวงตาสุกใสประกายเจิดจ้าของจินยองที่ใช้มองพี่ชายที่กอดคออยู่ข้างๆ เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความไว้วางใจ

ยามหัวเราะก็เอียงหัวเข้าไปซบไหล่โดยไม่มีเคอะเขิน

ไหนจะการเอาหน้าเข้าไปใกล้

หรือมือใหญ่ของแจบอมที่ขยี้ผมอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูนั่นอีก

เพราะอย่างนี้สินะ คนถึงได้จิ้นกันเยอะ

จู่ๆ ความหดหู่ที่เจ้าตัวไม่เข้าใจก็ค่อยๆ ครอบงำ

จะว่าไป ตั้งแต่หมอนั่นร้องไห้ที่โรงพยาบาลวันนั้น...

เขาก็ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายอีกเลย จนกระทั่งคุยกับประธานเมื่อครู่ที่ผ่านมา

แม้แต่โทรศัพท์และเสื้อผ้าก็ยังฝากคนอื่นมาคืน

ทั้งที่ผ่านคืนนั้นมาด้วยกัน ทั้งที่เขาสารภาพความในใจ

อย่างน้อยตอนที่เขานอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็น่าจะมีเยื่อใยโผล่หน้ามาให้เห็นเสียหน่อย

บ้าชะมัด ที่เขาก็ดันเผลอคาดหวังให้หมอนั่นมาอยู่ใกล้ๆ ตอนที่นอนให้น้ำเกลือ

รอคอยที่จะได้ยินเสียงเปิดประตู

หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่มีใครสักคนเดินเข้ามาในห้อง

แต่ก็ไม่มีวี่แววของคนที่อยากเห็นหน้าเลย


"อ้าว มาร์คฮยอง ทำไมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นล่ะ" เสียงแจ็คสันร้องทัก

ทุกคนนิ่งเงียบ และหันมามอง

มีเพียงจินยองที่เสมองทางอื่น ราวกับหลีกเลี่ยงการสบสายตา

ชายหนุ่มยิ้มตอบ แล้วเดินเข้าไปหา

กระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

"ไม่เข้าไปรอในห้องประชุมกันเหรอ" เขาถาม

"คนข้างในเขายังไม่เสร็จเลย"

แบมแบมชี้ไปยังกระจกใสที่เห็นบรรยากาศในห้อง

ทันใดนั้นเอง เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังของมาร์ค

"พี่มาร์ค!"

เมื่อหันไปมอง ก็พบร่างเพรียวบางของเด็กสาวคนหนึ่ง กำลังเดินพุ่งตรงมายังเขา

มาร์คหน้าซีดไปเล็กน้อย

"ริต้า!" เขาพึมพำออกมาเบาๆ

เด็กสาวคนนั้นมาหยุดตรงหน้า ก่อนส่งรอยยิ้มที่แฝงความนัยบางอย่างให้กับหนุ่มร่างสูงโปร่ง

"ไม่ได้เจอกันนานนะคะ พี่มาร์ค" เธอเอ่ยทักด้วยภาษาจีน

"อืม... โตขึ้นเยอะเลยนะ" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน

เขาพิศสีหน้าและกิริยาของอีกฝ่าย

เป็นเพราะแทบไม่ได้ติดต่อกันหรืออย่างไร จึงรู้สึกอย่างชัดเจนว่าสาวน้อยตรงหน้าของเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

"ริต้าจะเข้ามาอยู่ใน JYP แล้วนะคะ" เธอบอกด้วยเสียงสดใส

"งั้นเหรอ... เก่งนี่ที่ออดิชั่นเข้ามาได้ ยินดีด้วยนะ" มาร์คพูดเสียงอ่อนโยน ทว่าเหมือนเป็นหน้าที่

เด็กสาวหันไปมองคนอื่นๆ ที่อยู่ตรงนั้น

"สวัสดีค่ะ แจบอมอปป้า ยองแจอปป้า เฮ้! ว่าไง ตาหมียักษ์" เธอทักทายด้วยภาษาเกาหลีสำเนียงต่างชาติ พร้อมส่งยิ้มให้หนุ่มๆ ที่เคยเจอ

"อะไร ยังไง มาร์คฮยอง... ไม่คิดจะแนะนำกันหน่อยเหรอ" แจ็คสันส่งเสียงล้อเลียนขึ้นมา ตามด้วยเสียงสนับสนุนจากแบมแบม

"ทุกคน... นี่ริต้า คู่หมั้นของฉันเอง" มาร์คเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนใจ

หนุ่มๆ ต่างพากันนิ่งงันไปหลายวินาที

คู่หมั้นของมาร์คฮยองงั้นเหรอ?

ทำไมไม่เคยระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย

ขณะที่จินยองได้แต่ยืนอึ้ง ทำปากพะงาบๆ ราวกับกำลังจับต้นชนปลาย

มาร์คฮยองเป็นแฟนกับเอพริล แต่มีคู่หมั้นชื่อริต้า

หมายความว่ายังไง?

"อะไรเนี่ย มาร์คฮยองน่าอิจฉาชะมัด มีคู่หมั้นตามมาอยู่ในสังกัดเดียวกันด้วย แบบนี้ก็ไม่เหงาแล้วเนอะ" แบมแบมแซวก่อนเป็นคนแรก

"อดีตคู่หมั้นต่างหากค่ะ" เด็กสาวชิงพูดขึ้นทันใด

เอ๊ะ? มาร์คทำตาโตราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

เธอก้มหน้าล้วงกระเป๋าถือที่สะพายอยู่ แล้วหยิบสร้อยคอที่คล้องแหวนสีเงินฝังเพชรเม็ดเล็กๆ ยื่นให้บุคคลตรงหน้า

"ขอโทษด้วยนะคะพี่มาร์ค แต่ริต้าขอถอนหมั้นค่ะ" เธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำด้วยภาษาจีน

ทว่า... คำว่าอดีตคู่หมั้นที่เธอเอ่ย ทำให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที

"อื้ม..." ชายหนุ่มรับของตรงหน้าอย่างงุนงง

"ตลอดสิบสี่ปีที่ผ่านมา ริต้าขอบคุณที่พี่มาร์คคอยดูแลมาเป็นอย่างดีนะคะ ตอนนี้ริต้ามีทางของตัวเองแล้ว ริต้าคงต้องปล่อยพี่ไปเสียที"

เหมือนจะโล่งใจ แต่ก็ประหลาดใจ และสงสัย

เดี๋ยวก่อน... มันออกจะง่ายเกินไปแฮะ

"อาป๊าไม่ว่าอะไรเหรอ" เขาถาม

"อาป๊ายังไม่รู้ค่ะ แต่ริต้าคิดว่าเราควรถอนหมั้นกันก่อน พี่มาร์คบรรลุนิติภาวะแล้ว ใครก็บังคับไม่ได้แล้ว"

"ขอบใจนะ"

มือเรียวยกขึ้นลูบหัวเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู

"แต่ถ้าอาป๊ารู้เมื่อไหร่ ปัญหาจะตามมาแน่" เขาท้วง

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ ถึงเวลานั้นก่อนแล้วค่อยแก้"

ใจหายนิดหน่อยแฮะ มาร์คคิด

พันธนาการที่ผูกมัดมาตลอดชีวิต จู่ๆ ก็ถูกปลดปล่อยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

และที่สำคัญ เด็กสาวตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคนจริงๆ

จากเด็กผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่เดินตามเขาต้อยๆ เจออะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้งอแง ไม่ว่าเจออุปสรรคหรือความเหนื่อยยากอะไรแม้เพียงนิด ก็จะต้องเข้าไปโอบอุ้ม ประคบประหงมราวกับไข่ในหิน

แล้วดูสิ ตอนนี้เธอมายืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่เข้มแข็ง บุคลิกคล่องแคล่ว มั่นอกมั่นใจ พร้อมกับการถอนหมั้นที่เด็ดเดี่ยว

"อีกอย่าง... สาเหตุที่ริต้ามา JYP ก็เพราะ..."

เธอชี้ไปยังหนึ่งในสมาชิกที่ยืนอยู่หน้าห้องประชุมอย่างขวยเขิน

"จินยองอปป้า"

คนถูกชี้ทำหน้าตาเหรอหรา ยกมือชี้หน้าตัวเองอย่างงุนงง ที่จู่ๆ เด็กสาวก็พุ่งความสนใจมาทางเขา โดยที่เขาไม่เข้าใจบทสนทนาก่อนหน้านี้เลย

"ฉัน?"

ริต้ารีบเดินเข้าไปยืนตรงหน้าอีกฝ่ายทันที ระริกระรี้ผิดกับสีหน้าเขินอายของตัวเอง

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริต้า ฉันหลงรักอปป้ามาตลอด อปป้าทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองจนมีวันนี้"

แม้สำเนียงเกาหลีจะยังไม่ชัด แต่เธอก็พูดออกมาอย่างฉะฉาน

เธอช้อนสายตามองอีกฝ่ายราวกับโปรยสเน่ห์ของสาวน้อย ก่อนพูดต่อ

"ต่อจากนี้ไป ฉันจะจีบจินยองอปป้านะคะ"

แจ็คสันและแบมแบมพากันโห่แซว

"ไม่ได้!" เสียงคัดค้านดังลั่นทันที

เจ้าของเสียงนั้นคือเด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่ ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาขวางระหว่างจินยองและเด็กสาว

"ทำไมล่ะ" ริต้าเงยหน้ามองด้วยดวงตาใสซื่อ

"ก็จินยองฮยองน่ะ เป็นของมาร์..."

"ยูคยอมอา!" คนเกือบถูกเอ่ยถึงรีบตะโกนขัด พร้อมกับสายตาที่ค้อนเด็กปากโป้งวงใหญ่

ยูคยอมอึกอักเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนวิธีพูด

"คือพวกเรากำลังจะเดบิวต์ มีแฟนไม่ได้หรอก"

"ไม่ได้บอกว่าจะให้เป็นแฟนซักหน่อย แค่บอกว่าจะจีบ อย่ามาเจ๋อได้มั้ย ตาหมียักษ์"

ตะ... ตาหมียักษ์

ยูคยอมคิ้วกระตุก

เหมือนได้ยินยัยนี่เรียกเขาว่าหมียักษ์มาตั้งแต่วันที่เจอกันแล้ว

"ฉันชื่อยูคยอม ไม่ใช่หมียักษ์ กรุณาเรียกให้ถูกด้วย"

"ชื่ออะไรก็ช่าง แต่ฉันจะเรียกนายว่าหมียักษ์" เธอเถียงกลับทันควัน

หนอย... ผู้หญิงคนนี้... หน้าตาก็สวยดีอยู่หรอก แต่ไม่น่ารักเลย

ที่สำคัญ เขาอุตส่าห์ถ่อไปถึงโรงแรมเพื่อช่วยแท้ๆ แต่นอกจากตอนที่กระโดดมาทับแล้ว ยังไม่ได้ยินคำขอบคุณสักคำ

มีแต่... 'พี่มาร์คก็ไม่ใช่ ไม่ต้องสาระแนมาช่วยก็ได้'

เออ... ถ้ารู้ว่ายัยริต้าจะเป็นแบบนี้ล่ะก็ ต่อให้ถูกส่งจดหมายหรือข่มขู่แค่ไหนก็ไม่ยอมเอาตัวเองเข้าไปยุ่งหรอก

ยูคยอมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

"ห้องประชุมว่างพอดีเลย คนทยอยออกกันมาแล้ว" แจบอมตัดบทสนทนา

"ริต้า พวกพี่ต้องไปทำงานแล้ว ไว้มีอะไรค่อนคุยกันทีหลังนะ" มาร์คสะกิดเด็กสาว

คนอื่นๆ พากันเดินเข้าห้องพร้อมกับทักทายทีมงานทั้งที่เดินสวนออกมาและกำลังเดินมาสมทบ

"ส่วนเรื่องถอนหมั้น ขอบใจมาก พี่เซ็นสัญญาแล้ว กำลังจะคุยเรื่องนี้กับอาป๊าอยู่พอดีเลย"

"พี่มาร์ค" เธอเรียกเสียงอ่อย

"หืม?"

"เรื่องวุ่นๆ ก่อนหน้านี้ของริต้า เป็นเพราะอาป๊าต้องการจะขัดขวางการถอนหมั้น ริต้าคิดว่า..."

"เรื่องนั้น เอาไว้ค่อยคุยกัน" มาร์คยิ้มละไมให้เด็กสาว ก่อนเดินตามคนอื่นๆ เข้าไปในห้องประชุม



โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #44 41994199 (@41994199) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 19:14
    อยากให้เค้าได้คุยกันค่ะจินกับมัคคึเนี้ย
    #44
    0
  2. #28 Kanompie (ขนมพาย) (@pieitim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 19:51
    อึ้งไปเลยค่ะกับริต้า 555555
    #28
    0
  3. #15 PinkiePie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:38
    นี่รู้สึกมานานแล้วค่ะว่ามัคคึจังเป็นคนขี้หึงรุนแรงมากถึงมากที่สุด อาการเก็บม่ะค่อยจะอยู่เลย คนน้องนี่ก็เฟรนด์ลี่หรือแกล้งพี่ก็ไม่รู้55555555 เราว่าเวลามัคหึงหรือหวงนี่หน้าเน่อไปหมดเลย เหมือนเด็กโดนแย่งขนม น่าร๊ากกกก อย่างแกล้งบ้างแต่เหมือนสิทธิ์ขาดจะเป็นของจินยองคนเดียว จริงๆยังไม่ได้ดูวีไลน์พอไรท์มาชี้ช่องอย่างนี้เดี๋ยวไปอ่านแล้วดูก่อนดีกว่าเพื่ออรรถรส. เจอกันตอนหน้าจะมาหวีดด้วยใหม่ค่ะ >//<
    #15
    0
  4. #14 PinkiePie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 11:53
    บ๊ะเข้าให้แล้ว คู่กันแน่ๆ ตาหมียักษ์กับริต้าคู่กันแน่ๆ แต่เหมือนนางจะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสานสัมพันธ์ระหว่างมาร์คกับจินยองทำให้มาร์ครู้ใจตัวเองมากขึ้นเลย เอาจริงๆจินยองนี่คนชอบทั้งเรื่องเลยนะ แต่เจ้าตัวดันไม่เอาใครสักคนนอกจากมาร์ค5555555 ชอบเนื้อเรื่องมากเลยค่ะยิ่งอ่านยิ่งติด ดีใจที่ไรต์อัพไวขนาดนี้
    #14
    2
    • #14-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 8)
      27 กันยายน 2559 / 12:51
      สงสารหมีค่ะ 555 เราไม่เคยชิปหมีกับใครเลย แต่หมีก็อยู่ในสายตาเราตลอด เพิ่งมามีหลังๆ แอบชิปหมีกับพี่แจบอมบ้างตามอัตภาพ (ฟังดูรันทดเนอะ 555) แต่หมีดันไม่ได้อยู่ในคู่ชิปมาตรฐานของเรา เลยหาใครมาทำให้หมีหายเหงาซะหน่อย แต่จะได้ลงเอยกับหมีรึเปล่านั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจค่ะ 5555
      ปล. แอบอยากเม้าท์นอกเรื่อง เมื่อวานดูไลฟ์ใน V Live แล้ว มม. มัคจิน/จินมัค น่ากลัวมากค่ะ ตอนมม.เจเจอ่ะ เราว่ามัคคึขี้หึงและแอบร้ายกว่าที่เราคิดเยอะเลย เป็นครั้งแรกที่เราตกใจการหึงของมัคคึ แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เราแอบอึดอัดมัคจินจนรู้สึกว่า มัคคึยาถ้าจะหึงขนาดนี้ ไปวอแวคนอื่นให้ชิปเปอร์คู่อื่นดีใจบ้างก็ได้นะ คือเราแอบกลัวอ่า มันเลยเลเวลของการหวีดมานิดส์นึง
      #14-1
    • #14-2 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 8)
      27 กันยายน 2559 / 20:24
      ปล. ได้ฟิคมาหนึ่งเรื่องเลย แอบมาชี้ช่องนะคะ ไม่ได้เอาลงในเด็กดี https://somethingtoliveanddiefor.wordpress.com/2016/09/27/the-vortex-of-jealousy-got7-markjin-jinmark/
      #14-2