Heart, Attack! [#JinMark] *จบ*

ตอนที่ 7 : Oxytocin 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 ก.ย. 59

(* หมาเห็ด * อัญเชิญแม่ยกจินมัคไปอ่านที่บล็อกนะคะ ไม่ได้เขียนอะไรหวือหวาหรอกค่ะ แต่กลัวฟิคโดนอุ้ม)


เพียงไม่นาน สัญญาณเตือนภัยก็เงียบลง

คาดว่าเหตุเพลิงไหม้คงสงบแล้ว

ทว่า ดูเหมือนภายในคลับยังคงวุ่นวายกันอยู่

ระหว่างที่ทางสะดวกอยู่นี้ ผมรีบพามาร์คฮยองหนีไปยังชั้นแทคยอนฮยองให้คีย์การ์ดของห้องมา ก่อนที่คนอื่นๆ จะได้สติแล้วกรูกันมาทางด้านหน้าเพื่อใช้ลิฟต์

เมื่อถึงที่หมาย เปิดเข้าไปในห้อง ก็ถึงกับต้องตกตะลึง

ห้องพักสำหรับสมาชิก Blue Emerald Club... หรูหราอลังการแบบนี้เอง

มีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร ระเบียงยังมีอ่างจากุซซีสำหรับแช่น้ำและชมวิวของกรุงโซลในเวลาเดียวกัน

ที่สำคัญ ห้องนี้ถูกตกแต่งให้มีกลิ่นอายราวกับหลุดมาจากนิยายอาหรับราตรีก็ไม่ปาน

ผมวางมาร์คฮยองลงบนเตียงขนาดซูเปอร์คิงไซส์ จัดให้เขานอนหงายในท่าที่น่าสบาย

ถึงจะอยู่ในอาการหลับไหล แต่เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่น และสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก บ่งบอกว่าภายใต้การนิทรา มีบางอย่างที่ผิดปกติ

ผมใช้หลังมือแตะที่แก้มและหน้าผาก

"อือ..." เขาครางออกมาเบาๆ

ตัวร้อนจี๋เลยแฮะ

ตอนที่แบกเขาขึ้นหลังมา ยังไม่รู้สึกว่าตัวเขาร้อนขนาดนี้

จะว่าไป... เสื้อเชิ้ตที่คลุมตัวเขาอยู่ก็เหมือนถูกสวมมาลวกๆ

ผมเบิกตาโพลงเมื่อนึกได้

นี่ไม่ใช่เสื้อตัวที่เขาใส่เมื่อตอนบ่ายด้วยซ้ำ!

เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นกันแน่?

ยิ่งนึกถึงอาการเสียขวัญของยองแจ ทำให้ผมรู้สึกใจไม่ดี

ทันใดนั้น มือถือก็สั่นเพราะมีคนโทรเข้า

"แจบอมฮยอง"

ผมกดรับ

"จินยองอา นายอยู่ไหน" เสียงนั้นฟังดูร้อนรน

"ฉันยังอยู่ที่โรงแรม ปลอดภัยดี พี่ไม่ต้องห่วง" ผมตอบกลับไป

"แล้วมาร์คฮยองล่ะ"

"อยู่ด้วยกัน"

ผมไม่กล้าบอกว่าสภาพตอนนี้ของมาร์คฮยองเป็นยังไง

"ฉันอยู่ที่รถนะ หน้าโรงแรม แต่ว่า... รถเต็มว่ะ ต้องรีบพายองแจไปโรงพยาบาลด้วย นายนั่งแท็กซี่กลับเองได้ใช่มั้ย"

"สบายมาก พี่กลับไปก่อนได้เลย"

"ไอ้ลูกหมา... กลับหอมาเมื่อไหร่ นายกับฉันมีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่"

"รู้แล้วน่า"

ผมตัดสาย ทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียง

เมื่อกี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน

บอกตามตรง ใจผมยังสั่นไม่หาย

ทั้งเสียงปืน เสียงสัญญาณเตือนภัย ไหนจะต้องแบกมาร์คฮยองวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตอีก

เขย่าประสาทอย่างกับอยู่ในหนัง

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ผมยังตามหาเขาอย่างลืมกลัวอยู่เลย

เพราะตอนนั้นในหัวคิดเพียงแต่ว่า ต้องหาตัวมาร์คฮยองให้ได้

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนหันกลับไปดูอาการของเขาอีกครั้ง

"จิ... นยอง... อา..." เสียงแผ่วลอยขึ้นมาเบาๆ ทั้งที่เปลือกตาของเขายังปิดอยู่

ผมเข้าข้างตัวเองเกินไปรึเปล่า ที่ได้ยินเขาเรียกชื่อผม

"จินยองอา" เสียงเรียกนั้นชัดเจนขึ้น

"ครับ" ผมตอบกลับ เอนหลังพิงหัวเตียง มือลูบผมอันอ่อนนุ่มของเขา

"ร้อน..."

ฟื้นแล้วสินะ

เขาเผยอเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย เห็นนัยน์ตาชุ่มชื้นราวกับกำลังจะร้องไห้

จริงสิ เป็นไข้อยู่นี่นา

"งั้นเช็ดตัวลดไข้หน่อยนะฮยอง"

ขณะที่ผมทำท่าจะลุกไปยังห้องน้ำ ก็ถูกฉวยข้อมือรั้งเอาไว้

"จินยองอา..."

"หืม? อยากได้อะไรรึเปล่าครับ" ผมหันกลับไป โน้มหน้าลงไปเพื่อฟังเสียงอ่อนแรงของเขา

"อยากได้... จินยองอา..." เขากระซิบตอบพลางโอบแขนเกี่ยวรอบคอของผมไว้

บ้าชะมัด ความรู้สึกแปลกๆ ในร่างกายดันผุดขึ้นมาตอนนี้ซะได้

ไม่สิ... ที่แปลกกว่าคือมาร์คฮยองต่างหาก

ทำไมจู่ๆ ก็...?

ผมพิศใบหน้าของเขาในระยะประชิด

ดวงตาเรียวหรี่ปรือเหมือนยังไม่ตื่นดี ทว่าสายตากลับมองมาราวกับยั่วยวนอยู่ในที ไหนจะริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ เชิญชวนให้ลิ้มลองนั่นอีก

เหมือนคืนนั้นไม่มีผิด

เมารึเปล่าเนี่ย?

ผมสะกดใจตัวเอง ก้มลงทำจมูกฟุดฟิด ดมกลิ่นตามคอและไหล่ของเขา

ยินเสียงหัวเราะคิกคักอยู่ในลำคอ

ไม่มีกลิ่นเหล้า

ทว่ากลับเป็นกลิ่นหอมเย้ายวนบางอย่างที่ทำให้เลือดภายในกายของผมพลุ่งพล่าน

'มาร์คฮยองถูกวางยา... ทุกอย่างผิดแผนไปหมด'

คำพูดของยองแจผุดเข้ามาในหัว

วางยา?

ผมนึกว่านั่นหมายถึงยาที่ทำให้เขาสลบไสลไม่ได้สติเมื่อครู่เสียอีก

แต่เดี๋ยวก่อน ที่ว่าทุกอย่างผิดแผนเนี่ย... คงไม่ได้หมายความว่ายาที่หมอนั่นพูดถึง...?

พลันสายตาเหลือบไปเห็นรอยแดงเป็นจ้ำลอยเด่นอยู่ด้านข้างของลำคอขาว

รอยนี้มัน...

หัวใจเต้นแรง เลือดเดือดแล่นไปทั่วร่าง เมื่อในหัวผุดจินตนาการไม่พึงประสงค์

ผิวกายนี้ทั้งเรือนร่างเป็นของผม

อย่างน้อยก็เคยเป็น

แม้แต่ตรงนี้ ผมเคยฝากรอยประทับแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้

ผมขยับขึ้นไปนั่งคร่อมกายคนตรงหน้า ก่อนจับคางของเขาหันไปมาสำรวจหาร่องรอยอื่นๆ

ทว่าดูเหมือนจะมีเพียงรอยแดงนั้นที่เด่นชัด ขณะที่ผิวกายโดยรวมของเจ้าตัวค่อยๆ ระเรื่อขึ้นสีชมพูจางๆ อย่างรวดเร็ว

"นี่มัน... ฝีมือคนพวกนั้นสินะ"

ผมไล้ปลายนิ้วบนรอยจ้ำ

"อือ..." เสียงครางเบาๆ ราวกับตอบรับ

ดวงตาที่ชุ่มฉ่ำรื้อน้ำตาขึ้นมาจนเอ่อ

"ฮึก..."

เรียวคิ้วขมวดเล็กน้อยตามเสียงสะอื้น

บ้าเอ๊ย! พวกมัน... บังอาจ

ผมประทับจูบลงบนร่องรอยดังกล่าว ขบเม้มเบาๆ ด้วยความเจ็บใจ

ผิวกายเนียนนุ่มของเขา

กลิ่นกายที่ผมโหยหา

พวกเราเริ่นร้างการสัมผัสกันมานานเท่าไหร่แล้ว

"อื้อ... จินยองอา..."

รู้สึกถึงเล็บที่จิกเบาๆ ตรงหัวไหล่

"ไหน... พวกมันแตะต้องฮยองตรงไหนอีก" ผมคาดคั้น

เขาจ้องหน้า แววตายั่วเย้า ก่อนลากไล้ปลายนิ้วบนแก้มของผม

ผมกดจูบหนักๆ ซ้ำๆ ไปบนพวงแก้มที่ระเรื่อจากความร้อนภายในร่างกาย สลับกับสูดดมกลิ่นหอมละไมที่แสนคิดถึง

มาร์คฮยองหลับตาพริ้ม ส่งเสียงเครือผ่านลำคอออกมาเบาๆ

"ที่ไหนอีกครับฮยอง" ผมถามทั้งที่ไม่อาจหยุดริมฝีปากที่ขยับคลอเคลียไปบนแก้มใสนั้นได้

เขาใช้มือประคองใบหน้าของผมให้ห่างออกไป

สายตาหวานฉ่ำจับจ้องที่ริมฝีปาก ก่อนเผยอรับรอยประทับอย่างอ่อนโยน

ผมสะกดกลั้นความโกรธที่พวยพุ่ง ละเลียดขบเม้มเบาๆ อย่างใจเย็นราวกับปลอบประโลมระคนลบล้างร่องรอยที่เคยถูกย่ำยี ก่อนแทรกลิ้นแลกเปลี่ยนความหอมหวาน ฝากฝังความทรงจำใหม่ๆ ของผมลงไปบนนั้น

อีกฝ่ายตอบสนองกลับมาราวกับเพลิดเพลินในรสสัมผัสเช่นเดียวกัน

หยุดไม่ได้อีกแล้ว...

ร่างกายที่กำลังถูกความต้องการเข้าครอบงำกำลังเริ่มบรรเลงเพลงรักต่ออีกฝ่าย

มือเรียวของคนข้างใต้ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังของผม ก่อนเร่งเร้าให้ปลดเปลื้องอาภรณ์ด้วยความปรารถนาในไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน

เพียงไม่นาน ร่างกายท่อนบนของพวกเราก็เปลือยเปล่า ไออุ่นที่ถ่ายทอดผ่านผิวโดยตรงนั้นเนียนนุ่ม แสนสบาย

ริมฝีปากที่แลกเปลี่ยนสัมผัสเริ่มร้อนแรงจนเกือบลืมหายใจราวกับกระหายซึ่งกันและกัน

ทว่าทันใดนั้นเอง

จู่ๆ จิตสำนึกเจ้ากรรมก็จู่โจม

จินยอง... คนคนนี้มีเจ้าของที่แท้จริงรออยู่นะ

ผมถอนริมฝีปากออก

สูดอากาศเบาๆ เพื่อให้หัวสมองแล่น

นี่ผมกำลังทำอะไร

ถ้ามาร์คฮยองได้สติ เขาจะต้องเสียใจแน่ๆ

ความสับสนในใจแทบบ้านี้...

"จินยองอา..." เสียงออดอ้อนขึ้นจมูกเว้าวอน วงแขนของเขาเหนี่ยวกายผมแน่น

น้ำตาที่เอ่อค่อยๆ รินไหลออกจากหางตา สีหน้าของเขาเหมือนกำลังทรมานด้วยพิษไข้ที่เหมือนมีไฟสุมอยู่ภายในร่างกาย

"ฉันเช็ดตัวให้พี่ดีกว่า" ผมเอ่ย พลางเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผาก

ทว่าขณะขยับตัวหนี มือของอีกฝ่ายก็ฉุดรั้งไว้ ก่อนซุกซบใบหน้ากับแผ่นอก

"จินยองอา... ได้โปรด กอดฉัน"

"แต่ว่าเอพริล..." ผมเอ่ยชื่อคนสำคัญของเขาขึ้นมาเพื่อเรียกสติ

"แค่คืนนี้... ฉันต้องการแต่นายเท่านั้น ต้องเป็นนายเท่านั้น"

"ถ้าพี่ยอมทนอีกสักพัก เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์ก็หายแล้ว" ผมกัดฟันพูดออกไป

เขาจะรู้บ้างไหมว่าการปฏิเสธสิ่งที่ต้องการจนแทบคลั่งที่อยู่ตรงหน้า มันต้องใช้ความเข้มแข็งทางจิตใจมากแค่ไหน

"ไม่" เขาส่ายศีรษะเหมือนเด็กถูกขัดใจ "จินยองอา... นายเท่านั้น"

"ไม่เอาน่า มาร์คฮยอง"

"ฉัน... รักนาย... ฉันรักนายนะ จินยองอา..."

เขาก้มหน้างุดราวกับเขินอาย ไม่กล้าสบสายตา

ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม

แต่คำว่ารักของเขาเชื่อได้แค่ไหนกัน

แม้แต่ในคืนนั้น เขาก็พูดว่ารักไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

"ไม่รักฉันแล้วเหรอ จินยองอา"

เขาเงยหนาขึ้นมาประสานสายตาที่ชวนหัวใจไหววูบ

มาร์คฮยอง... น่ารักเหลือเกิน

ดูเปราะบางราวกับหิมะที่กำลังจะละลาย

น่ารักจนผมต้องทำใจแข็งให้เหมือนพระอิฐพระปูนให้ได้

"แล้วพอตื่นขึ้นมา พี่ก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้แต่คำว่ารักที่พูดกับฉัน"

"ฉัน... ไม่ได้ลืม"

แววตาของมาร์คฮยองกำลังสั่นระริก เขาหลุบสายตาลงราวกับกำลังสารภาพความผิด


ผมไม่ได้ลืม...

แค่เรื่องราวในคืนนั้นมันไม่ค่อยชัดเจน ไม่ค่อยปะติดปะต่อ... เหมือนอยู่ในความฝัน

แค่ตื่นขึ้นมา ร่างกายหลงเหลือแต่ความรู้สึกที่ว่าเป็นของกันและกัน

ความรู้สึกถึงการเป็นสมบัติ

ความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ

ถึงตอนนี้จะรุ่มร้อนด้วยฤทธิ์ยาที่คนพวกนั้นบังคับให้ผมดื่ม

แต่ผมยังคงมีสติ เพียงแค่ควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ไหว

ยิ่งคนตรงหน้าคือพัค จินยอง ผมก็ยิ่งดับไฟปรารถนาในใจนี้ไม่ได้

ถ้าไม่ใช่จินยอง ผมจะกัดฟันอดทนกับความโหยหาอันทรมานนี้ให้ถึงที่สุด

ถ้าไม่ใช่จินยอง ต่อให้ร่างกายจะสมยอมแค่ไหน แต่ในใจผมจะคัดค้านทุกๆ การกระทำที่ไม่อาจระงับได้

ถ้าความรู้สึกนี้ มันมาจากออกซิโตซินอะไรนั่นอย่างที่เขาเคยพูดไว้

ผมคงโดนมันเล่นงานทุกวี่ทุกวันไม่ต่างจากเขาในตอนนั้นนั่นแหละ

ตลอดมา... ผมก็แค่... ทำใจยอมรับตัวเองที่กำลังผูกพันกับใครสักคนไม่ได้เท่านั้น

โดยเฉพาะคนที่เคยทำให้ร่างกายของผมหลงใหลจนแทบคลั่งอย่างพัค จินยอง

เพราะถ้าเผลอเปิดหัวใจให้เพียงนิด อาจไม่มีวันได้ความเป็นตัวเองกลับคืนมาอีกเลย

ทั้งที่ปฏิญาณแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยใจให้ลุ่มหลงหรือยึดติดรสรักในครั้งนั้นอีก

ทว่า... ในตอนนี้

ตอนที่ร่างกายกับจิตใจเรียกร้องในสิ่งเดียวกันจนแทบทนไม่ไหว

มีแต่เขาเท่านั้น ที่จะดับเปลวเพลิงนี้ในตัวผมได้

แต่ต้องเป็นเขาเท่านั้นที่ผมอยากให้มอดไหม้ไปด้วยกัน

"ฮยอง... ไม่ได้ลืมจริงๆ ใช่มั้ย"

ดวงตาใสซื่อที่น่าเอ็นดูคู่นั้นมองตรงลงมาอย่างมีความหวัง

พัค จินยองจะรู้บ้างไหมว่าเขาขโมยเสียงใจเต้นของผมไปนับครั้งไม่ถ้วน

"ก็แค่... ยังจำได้ไม่หมด" ผมสารภาพออกไป "นายล่ะ... ชอบโม้ว่ารู้จักร่างกายของฉันดี ลืมไปแล้วรึยัง ว่าต้องทำยังไง"

ให้ตายเถอะ คำพูดหน้าอายแบบนั้น หลุดออกไปได้ยังไงกันนะ

เพราะฤทธิ์ยาแน่ๆ

ทำลายทั้งกำแพงและหน้ากากที่ผมสร้างขึ้นมาอย่างยับเยิน

"ใครจะลืมลงล่ะ" เขากระซิบตอบ พร้อมกับเชยคางผมขึ้นให้สบตา "ถ้างั้น เรามารื้อฟื้นความทรงจำกันนะครับ... ไม่สิ จะปรนเปรอให้ยิ่งกว่าคราวที่แล้วอีก"

เขาจูบเบาๆ ที่หน้าผากราวกับให้สัญญา

"จินยองอาจะไม่เกรงใจอีกแล้วนะครับ ฮยอง" เขากระซิบโดยจดริมฝีปากที่ข้างหู ก่อนจะขบเม้มโลมเลียเบาๆ

ร่างกายอ่อนระทวย... ไม่อาจต้านทานได้

"อือ..."

เสียงครางขึ้นจมูกที่ยากจะควบคุม ทำให้ผมตระหนักว่า คงไม่มีหนทางไหนดีไปกว่า การปล่อยตัวปล่อยใจให้กับคนตรงหน้าได้อีกแล้ว


มาร์คฮยองที่รักผล็อยหลับไปแล้ว

ใบหน้ายามหลับของเขาเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก

ผมเขี่ยนิ้วชี้บนพวงแก้มนั้นเบาๆ

น่ารักเหลือเกิน มาร์คฮยองของผม

ไม่อยากเชื่อเลยว่าค่ำคืนแบบนี้จะหวนกลับมาอีกครั้ง

ค่ำคืนที่ได้ยินคำบอกรักจากปากเขา... แม้ว่านั่นจะเป็นผลมาจากยาก็ตาม

ใช่ว่าผมไม่รู้...

ถ้าเขาสติสัมปชัญญะครบถ้วนอยู่ คงไม่มีทางปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผมได้กกกอดนับครั้งไม่ถ้วนอย่างนี้แน่

ยานั่น เปลี่ยนเจ้าชายผลึกน้ำแข็ง ให้กลายเป็นเจ้าชายผลึกหิมะที่พร้อมละลายด้วยเพียงแสงแดดอ่อนๆ

และเจ้าชายผลึกหิมะคนนั้น ก็กำลังนอนหนาวสั่น ซุกกายก่ายกอดผมแน่น

ราวกับปรารถนาไออุ่นจากจินยองคนนี้โดยไม่รู้จักพอ

ถ้าเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จะอ้อนกันแบบนี้อีกรึเปล่านะ?

ฝันไปเถอะจินยอง เดี๋ยวฟ้าสว่างมาร์คฮยองก็กลับมาใจแข็งใส่ผมเหมือนเดิม

อย่าลืมสิ เขามีเอพริลอยู่แล้วทั้งคน

ผมนึกขอโทษผู้หญิงคนนั้นอยู่ในใจ

ใจหายชะมัด ใกล้หมดเวลาของผมแล้วสิ

ผมกระชับอ้อมกอดคนตรงหน้า คลอเคลียแก้มกับหน้าผากของเขา แล้วลูบแผ่นหลังที่สั่นระริกนั่นไปมา

เอ๊ะ? ตัวสั่นขนาดนี้เชียวเหรอ?

ทั้งที่ผ้าห่มก็หนา เตียงก็อุ่นด้วยไอร้อนจากบทเพลงรักขนาดนี้

"มาร์คฮยอง?" ผมเรียกกรอกใบหูคนที่นอนหลับไหล

อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นอกจากสีหน้าที่ดูทรมาน

ผิวกายของเขาเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน

"มาร์คฮยอง... ตื่นก่อนนะครับ มาร์คฮยอง" ผมเรียกพลางเขย่าตัวเขา

ไม่มีแม้แต่เสียงครางตอบรับ

ผิดปกติ... ลมหายใจที่แผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึกนี้... ไม่ใช่การหลับธรรมดา

ผมเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง ก่อนประคองใบหน้าของเขา

ขาวซีดมากจนน่าตกใจ

ทั้งอุณหภูมิร่างกาย ทั้งสีผิว...

ราวกับคนใกล้ตาย

ไม่ได้ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ผมควานหาโทรศัพท์มือถือ แล้วรีบกดโทรออก หาใครคนหนึ่งที่พอจะนึกได้ในเวลาฉุกเฉินเช่นนี้


"เท่าที่ฟังนายเล่า ฉันเดาว่าน่าจะเป็นอาการข้างเคียงของคนที่เสพ Heart-Attack" ชายหนุ่มรูปร่างสูงมาดเท่ในชุดกาวน์สีขาวอธิบายอาการที่เกิดขึ้นของคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

เขาคือ ลี แทยอง ว่าที่พี่เขยของจินยองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เนื่องจากคบหาดูใจกับพี่สาวคนโตของเด็กหนุ่มมานานจนสนิทสนมกับครอบครัวเป็นอย่างดี จึงเป็นคนแรกที่เขานึกออกเมื่อต้องการพึ่งพาเรื่องสุขภาพ

"Heart-Attack" เด็กหนุ่มทวนคำ

"เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งมีคนไข้ที่ใช้ยานี้เข้ามาแอดมิตพอดี ก็คล้ายๆ แบบนี้เลย"

"แล้วมันเป็นยาอะไรเหรอครับ" จินยองถามด้วยความอยากรู้

"ยาเสพติดชนิดใหม่ ฮิตกันในสถานบันเทิงของพวกเศรษฐีในอเมริกา ดูเหมือนจะเพิ่งเข้ามาในเกาหลีนะ เท่าที่ได้ยินมันถูกพัฒนามาจากพวกยาเลิฟอีกที"

เด็กหนุ่มขนลุกขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเรียกสิ่งของที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้

"ยะ... ยาเลิฟ ยาปลุกเซ็กส์อะไรแบบนั้นเหรอครับ"

"พวกยาปลุกเซ็กส์ทั้งหลายมันไม่ได้ให้ผลกระตุ้นอารมณ์อะไรมากมายหรอกนะ ส่วนใหญ่จะเน้นการรักษาปัญหาการหย่อนสมรรถภาพมากกว่า ถ้ากินเข้าไปแล้วใช่ว่าจะนอนกับใครก็ได้ ถ้าไม่คิดจะยินยอมก็รอไปจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์นอนหลับสบายก็แค่นั้นแหละ"

"แล้วยานี่มันต่างจากยาเลิฟยังไงล่ะครับ" จินยองถามดวงตาใสแป๋ว

"ก็คงผลข้างเคียงของมันหลังจากหมดฤทธิ์ยาล่ะมั้ง? พองานเลี้ยงเลิกราก็หามเข้าโรงพยาบาลอย่างที่นายเห็น แต่ผลโดยตรงฉันก็ไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ยาเลิฟมันจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศสูง แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น หลังจากนั้นแรงขับดันจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นซึมเศร้าได้ บางทียานี่มันอาจถูกพัฒนาเพื่อให้เกิดอารมณ์ยาวนานขึ้น" 

คนอธิบายหยุดไปนิดหนึ่ง มองหน้าเด็กหนุ่มก่อนย้อนถามอย่างรู้ทัน 

"จริงๆ แล้วคนมีประสบการณ์ตรงกับเหยื่ออย่างนายน่าจะได้เห็นกับตามาแล้วนะ จินยองอา"

คนถูกถามถึงกับสะดุ้ง หลบสายตาอย่างละอาย

อีกใจก็เคียดแค้นที่อิล จองโฮบังอาจใช้ของประเภทนี้กับคนที่เขารัก

นี่คงกะจะขายมาร์คให้กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั่นสินะ

ไม่สิ... คนอย่างจองโฮ ถ้าหมายตาลูกชายนักธุรกิจใหญ่แห่งแอลเอแล้วล่ะก็ คงไม่ใช่แค่ขาย แต่ต้องมีการแบล็คเมล์หากำไรต่อยอดอีกแน่

"อ้อ อีกอย่าง เท่าที่ฉันได้ยินจากคนไข้ก่อนหน้านี้มา ดูเหมือนว่าไอ้ Heart-Attack เนี่ย มันยังไม่หลอนประสาทเท่ายาเลิฟเท่าไหร่ คือคนเสพก็ยังมีสติรู้ว่านอนกับใคร ยังจำเหตุการณ์ได้ แต่ควบคุมการกระทำด้วยจิตสำนึกของตัวเองไม่ได้ ต่างจากยาเลิฟที่อาจเกิดภาพหลอนและตื่นขึ้นมาก็เหมือนลืมทุกอย่าง"

ถึงกระนั้น เขาไม่คิดว่าตอนนั้นมาร์คจะมีสติหรอกนะ

"นี่คงสนุกกันจนเกินฤทธิ์ยาสินะ อุณหภูมิร่างกายถึงได้ลดต่ำเฉียบพลันขนาดนี้ ไหนจะภาวะขาดน้ำอีก... ถ้าถึงมือหมอไม่ทันมีสิทธิช็อคถึงขั้นหัวใจวายได้เลยนะ"

เด็กหนุ่มถึงกับคอตก หน้าสลดลงอย่างรู้สึกผิด

ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะช่วย... ตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นเกือบฆ่า

"น้ำ..."

ทันใดนั้น เสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นจากเตียงคนไข้

เด็กหนุ่มรีบพุ่งเข้าไปดูอาการต้นเสียง

"มาร์คฮยองฟื้นแล้ว!" เขาตะโกนอย่างตื่นเต้น ก่อนจัดแจงรินน้ำมาป้อนให้อีกฝ่าย

"จินยองอา... นายช่วยฉันไว้สินะ" คนป่วยถามด้วยเสียงอ่อนแรงหลังจากดื่มน้ำ

จินยองอึกอัก

"จริงๆ แล้ว... แทคยอนฮยองต่างหาก ที่ช่วยพี่ออกมา"

ส่วนเขา... เกือบทำให้คนที่รักถึงตาย ถ้าพาตัวส่งโรงพยาบาลไม่ทัน

คิดได้ดังนั้น น้ำตาเจ้ากรรมก็เอ่อล้นออกมา

มือเรียวที่ยังขาวซีด เอื้อมไปยังใบหน้าของคนที่รู้สึกผิดหมายจะเช็ดน้ำตา แต่กลับมีแรงยกได้เพียงแค่คืบเท่านั้น

แค่จะปลอบ ยังทำไม่ได้เลย

"ฉัน... ออกไปโทรหาแจบอมฮยองก่อนนะ" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งคนป่วยไว้กับคุณหมอ

บ้าชะมัด... ในเวลานี้ แค่สัมผัสก็ยังไม่กล้า

ถ้าต้องเสียอีกฝ่ายไปล่ะก็... สู้อยู่ห่างๆ แล้วยังรักษาเขาไว้ได้ตลอดไปคงจะดีกว่า


ผมเดินออกมาสูดอากาศบริเวณสวนหย่อมบนระเบียงของโรงพยาบาล

วินาทีนี้ของผมช่างหนักอึ้งเหลือเกิน

ผมยอมรับว่าตัวเองยังช็อคกับสิ่งที่คุยกับคุณหมอแทยองไม่หาย

ทั้งที่ตอนมาร์คฮยองฟื้น ผมดีใจจนแทบจะโผเข้าไปกอด

แต่ความจริงที่ว่าคนที่เกือบคร่าชีวิตของเขาเสียเองคือผม ทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องเขาอีก

ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนที่ผมรักเลย

ผมหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ยาว ฟุบหน้าลงบนฝ่ามือ

รู้สึกถึงความเปียกชุ่มล้นจากดวงตาไหลไปตามร่องนิ้ว

อยากปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็กๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ความรู้สึกผิดมันจุกอยู่ในอกจนมีเพียงเสียงสะอื้นที่เล็ดรอดออกมาอย่างแผ่วเบาเท่านั้น

ทันใดนั้น มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่น

เมื่อล้วงออกมาดู ก็พบว่าเป็นมือถือของมาร์คฮยองที่ตกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ตอนที่ผมรวบรวมเสื้อผ้าของเขาก่อนส่งโรงพยาบาล

แย่แล้ว ปลายสายเป็นแม่ของมาร์คฮยองเสียด้วย

และไม่ใช่โทรศัพท์ระหว่างประเทศธรรมดา

แต่เป็นวิดีโอคอล!!!

ทำยังไงดี

ผมกระเด้งตัวจากเก้าอี้ เดินไปเดินมาอย่างลนลาน

เรื่องสำคัญรึเปล่าก็ไม่รู้

ผมปาดน้ำตาอย่างลวกๆ

ไม่สิ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่ผมจะได้ขอโทษแม่ของมาร์คฮยองในสิ่งที่เกิดขึ้น

มือถือยังคงสั่นไม่หยุด

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกดรับ

"กู๊ดมอร์นิ่ง ลูกรัก"

ผมอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณแม่ของเขา

หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

ผู้หญิงสูงวัยที่ใบหน้าฉาบด้วยความสดใสมีชีวิตชีวาทำหน้าตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายไม่ใช่ลูกชายอย่างที่คาดไว้

ผมโค้งให้เธออย่างสุภาพ ก่อนพยายามทักทายเป็นภาษาอังกฤษ

"สวัสดีครับ ผมจินยอง เพื่อนของมาร์คครับ"

ตื่นเต้นจนเสียงสั่นไปหมด

อีกฝ่ายยิ้มตอบกลับมาอย่างเอ็นดู

"ใจเย็นๆ จ้ะ ค่อยๆ พูดนะ" เธอให้กำลังใจ "ว่าแต่มาร์คไปไหน ทำไมไม่มารับสาย"

"คือ... มาร์คเขา..."

จะเริ่มต้นยังไงดี แล้วจะเล่ายังไงดี

ผมอ้ำอึ้ง ทำให้อีกฝ่ายสีหน้าเริ่มไม่ดี

"จินยอง... นี่เธอร้องไห้เหรอ มีอะไรรึเปล่า"

ทันทีที่ถูกทักแบบนั้น น้ำตาเจ้ากรรมก็ดันไหลทะลักออกมาจริงๆ ราวกับเขื่อนแตก

ทำไงดี เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หาย

ไม่ได้ ก่อนอื่นต้องทำให้อีกฝ่ายสบายใจก่อน

"มาร์คปลอดภัยดีครับ ไม่ต้องห่วง แต่ผม... ผมต้องขอโทษ ผมทำให้มาร์คเข้าโรงพยาบาล ผมขอโทษ... ผมขอโทษจริงๆ"

ผมค้อมหัวให้อีกฝ่ายซึ่งมีสีหน้างุนงง

"ทำใจดีๆ นะ จินยอง เล่าให้ฉันฟังก่อนได้มั้ย เกิดอะไรขึ้น"

ให้ตายเถอะ ผมน่าจะเก่งภาษาอังกฤษกว่านี้

แต่ในเวลาแบบนี้ อย่าว่าแต่อธิบายง่ายๆ ให้คุณแม่ของมาร์คฮยองเข้าใจเลย ต่อให้อีกฝ่ายรู้ภาษาเกาหลี ผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดยังไง

"จินยอง เธอกำลังทำให้ฉันกังวลนะ"

"ผมขอโทษ"

"เลิกเอาแต่ขอโทษได้แล้ว เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น" คุณแม่เริ่มเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยราวกับคาดคั้น

"คือว่า ผม..."

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ถูกคว้าออกจากมือไป

"สวัสดีค่ะ โซยอง พี่สาวของจินยองค่ะ"

ผมถึงกับสะดุ้งเฮือก หันกลับไปมองคนที่ปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

"เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ ตอนนี้มาร์คไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน แล้วเจ้าเด็กคนนี้... น้องชายของดิฉันก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย โทษว่าเป็นความผิดตัวเองค่ะ"

ผมอึ้งเล็กน้อย เพราะไม่เคยได้ยินพี่สาวพูดภาษาอังกฤษเป็นชุดแบบนี้มาก่อน

"แล้วสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย"

"เอาเป็นว่า ตอนนี้มาร์คปลอดภัยแล้วนะคะ หมอบอกว่าให้น้ำเกลืออีกซักวันก็กลับหอได้แล้วค่ะ ส่วนสาเหตุ เดี๋ยวดิฉันขอซักฟอกน้องชายก่อน แล้วจะให้มาร์คติดต่อกลับไปนะคะ"

"ขอบคุณมากค่ะ ฝากดูแลมาร์คด้วยนะคะ"

หลังจากจบบทสนทนา ทั้งคู่ก็ตัดสาย

ผมได้แต่อ้าปากหวอ มองพี่โซยองอย่างตกตะลึง

เธอท้าวเอว ยื่นมือถือคืนให้ผม

ผมปรบมือให้เธอสามครั้งอย่างอึ้งๆ ก่อนรับของจากมือเธอ

"สุดยอดเลย" ผมเอ่ยชมทั้งที่แก้มยังอาบน้ำตา

ทันใดนั้น เธอก็ดึงใบหูผม แล้วลากให้นั่งลงบนเก้าอีก

"โอ๊ยยยย" ผมร้องลั่น

"มานี่เลย พ่อตัวดี หมดเวลาสำออยแล้ว เราต้องคุยกันยาวเลยนะ"


 
โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #43 41994199 (@41994199) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 18:37
    ไม่รู้เข้าใจถูกมั้ย แต่อยากอ่านบล๊อคจังค่ะ
    #43
    1
  2. #32 luksika4112 (@luksika4112) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 13:41
    ไรท์คะบล็อคยังไงหรอคะ
    #32
    1
    • #32-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      5 ธันวาคม 2560 / 03:49
      บล็อกใช่ไหมคะ
      เพื่อความสบายใจ เราไม่โพสต์ลิงก์ไว้ที่นี่นะคะ อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่อยู่ในหน้าโปรไฟล์แล้ว ลองเข้าไปดูนะคะ :)
      #32-1
  3. #27 Kanompie (ขนมพาย) (@pieitim) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:13
    ไรท์เตอร์นี่ชิปJinMarkใช่มั้ยคะ 555 ปกติเราอ่านมัคจินมาเยอะมากๆ เจอแบบนี้ แอบแปลกใหม่อยู่เหมือนกัน แต่ชอบค่ะ
    #27
    1
    • #27-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      16 มกราคม 2560 / 20:29
      ชิปทั้งสองค่ะ แต่จะโอเอนไปทางไหนขึ้นอยู่กับว่าเจอโมเมนต์ไหนมา สองคนนี้เป็นคู่ที่ทำให้เรามองกัซในตอนแรกว่าเป็นวงเบี้ยน (สมัยที่ชอบแต่แจ็คสัน ยังแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร) คือมีความเบี้ยนสูงมาก สูงจนแทบไม่อยู่ในสายตามนุษย์ไม่ยูริอย่างเราเลยอ่า จากแจ็คสันก็ชอบเวลาแจ็คสันพูดถึงแบมแบม น่ารักมากกกก ตามดูคลิปแจ็คแบม แต่ดูไปดูมา อ้าว... ทำไมเริ่มสังเกตว่าในวงมีคู่สามีภรรยาอยู่คู่หนึ่งอ่ะ ตอนนั้นจำหน้าไม่ได้ทั้งมาร์คทั้งจินยองเลย คือไม่ใช่แนวที่ชอบเลย เราไปชอบเจบีมากกว่า แต่เจบีไม่มีอะไรน่าจิ้น แล้วเราก็ไม่ใช่พวกจิ้นแหลก คือเลือกจิ้นมากๆ แต่ก็ยังถูกดึงดูดด้วยคู่สามีภรรยานี่แหละ สุดท้ายก็มาลงที่มาร์คจิน แต่... ถึงจะบอกว่าคู่สามีภรรยา ก็ดูเป็นคู่เบี้ยนกันมากกว่าอ่า แถมยังสบับกันเมะสลับกันเคะอีก ถ้าดูตามปริมาณและความดูป๋าแล้ว มาร์คจะเมะกว่า แต่เวลาจินยองแผ่ออร่าเมะที ความหลัวก็มาเต็มๆ แบบคืนนี้กลับไปกดพี่มาร์คชัวร์ 555 คือกับคนอื่นจินยองจะดูแลเอาใจใส่อย่างออมม่า แต่กับมาร์ค ดูยังไงก็ดูแลแบบสามีอ่า ไม่สามารถเป็นออมม่าให้มาร์คได้ แล้วเวลาสองคนนี้มีโมเมนต์กอดหรือเอาหน้าใกล้กันทีไร จะรู้สึกเสียวไส้เหมือนเดี๋ยวจะจูบกันแล้ว (แต่ก็ไม่จูบ) ทุกที... ตอนที่เรายังจำหน้าไม่ได้ เวลาดูวิดีโอจะรู้สึกว่า อะไรเนี่ย สองคนนี้ ออร่าแปลกๆ นะ
      #27-1
  4. #13 nemocws (@nemocws) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 00:40
    งือ ตัดฉับ อยากอ่านต่อแล้วจ้าาาาา
    ไปอ่านในบล็อกมาละ อิๆ555555555
    ฮือหลังจากนี้มาร์คก็ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามจินยองบ้างละมั้ง
    จินยองดูจะรู้สึกผิดแล้วก็น่าจะหลีกเลี่ยงมัคฮยองแน่ๆเลย เดาล้วนนนนนน รออ่านต่ออยู่เสมอค่า
    #13
    1
    • #13-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      26 กันยายน 2559 / 01:10
      อร๊ากกกกก เดากันเห็นๆ ในคอมเมนต์แบบนี้... อยากสปอยล์ 5555
      จะรีบปั่นฟิคมาอัพนะคะ คริๆๆๆ
      #13-1
  5. #12 PinkiePie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 11:59
    ลาก่อนโลกใบนี้ อ๋อยยยย~ กลับมาซบอกจินยองเหมือนเดิมหลังจากตอนที่แล้วใจหนีตามพี่แทคไป ช่วยบอกจินยองที่ว่านี่รักเขามาก แอบหน่วงๆสงสารมาร์คตอนที่ฟื้นแล้วอยากปลอบจินยองแต่ไม่มีแรง งุ้ยยย รักน้องแล้วใช่มั้ยยยย ตอบค่ะ! ส่วนยา heart attach เนี่ยมันมีอยู่จริงมั้ยคะ? ทำไมเขียนซะเหมือนมีจริงๆเลยละ (แอบสนใจ #เดี๋ยว-..-) อัพไวมากดีกับใจเรา งือออ รอค่ะรอ
    #12
    1
    • #12-1 something to live and die for (@thelittlecocoon) (จากตอนที่ 7)
      25 กันยายน 2559 / 14:26
      ยา heart-attack ไม่มีจริงค่า กุเอาทั้งเพ ฮาาา
      ช่วงอธิบายยาเนี่ยคือส่วนที่ยากที่สุดแล้วในการเขียนตอนนี้ค่ะ ยากตอนหาข้อมูลยาเลิฟอะไรนี่แหละ ถามอากู๋มีแต่เว็บขายยา สะพรึงมาก หาข้อมูลทางวิชาการเชิงลึกได้น้อยมากค่ะ เสิร์ชเป็นวันๆ เพื่อเขียนไม่กี่บรรทัด (คือต้องมโนความต่างของยาตัวใหม่ด้วยอ่า) บอกเลยว่าตอนหาข้อมูลนี่ขนลุกมากค่ะ ยาประเภทนี้ขายกันโจ๋งครึ่มจริงๆ ภัยร้ายใกล้ตัวสุดๆ อ่ะ
      #12-1