คัดลอกลิงก์เเล้ว

A Day @ ASYLUM no.7 [GOT7]

ผม สายลับคิม ยูคยอม ผมถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจลับสุดยอด ณ ที่แห่งนี้... สถานสงเคราะห์และบำบัดผู้ป่วยทางจิต ASYLUM no.7 (แอบ #MarkJin / #JinMark, #2Jae, #JackBam เบาๆ)

ยอดวิวรวม

878

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


878

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ส.ค. 59 / 16:17 น.
นิยาย A Day @ ASYLUM no.7 [GOT7] A Day @ ASYLUM no.7 [GOT7] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
* บทความต่อไปนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ ไม่มีสาระใดเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ปรากฏในเรื่องนะคะ

สวัสดีค่ะ

ได้ฤกษ์เปิดตัวเรื่องใหม่อีกแล้ว

ปกติเราไม่ค่อยชอบเขียนแฟนฟิคที่ตัวละครหลุดจากเรื่องจริงเป็นมนุษย์คนอื่นสักเท่าไหร่ นี่คงเป็นเรื่องแรกที่เราขออนุญาตเซ็ตฉากและบทบาทใหม่ ไม่ใช่วง GOT7 เลย

คราวนี้เราเขียนแบบเอามันส์ ไม่เน้นจิ้นวายค่ะ แต่ควรใส่แฮชแท็กไว้หน่อยมั้ยนะ? อย่างไรก็ตาม ใครใคร่ชิปก็ชิปได้ เราแหวกทางให้แม่ยกขี้ชิปคู่มาตรฐาน (ของเรา) นั่นคือ จินยอง+มาร์ค (ปกติเราชิปจินมัคนะคะ แต่ทำไมเขียนเรื่องนี้ออกมาแล้วเอนเอียงไปทางมัคจินก็ไม่รู้แฮะ), แจ็คสัน+แบมแบม และ แจบอม+ยองแจ

โถ... ยูคยอมโดดเดี่ยวอีกแล้ว น่าสงสาร
แต่ด้วยความเอ็นดูกว่าคนอื่นๆ (รึเปล่าไม่ทราบได้) ยกให้ยูคยอมเป็นพระเอกของเรื่องแล้วกันค่ะ เวลาเขียนโดยมียูคยอมเป็นตัวดำเนินเรื่องเนี่ย รู้สึกสนุกกว่าเขียนด้วยมุมมองของคนอื่น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ

เรื่องนี้พล็อตแบบด้นสดมากๆ ค่ะ หลายอย่างแอบไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ไม่อยากดองเดี๋ยวเน่า ลงเลยแล้วกัน

ความหนักใจของเราโดยเฉพาะเวลาเขียนเรื่องสั้นคือ พอเขียนไปเรื่อยๆ มันจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครมีสตอรี่เป็นของตัวเอง เป็นตัวเป็นตนมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนจบเลยต้องรีบจบ เดี๋ยวมันไม่สั้นค่ะ ขออภัยด้วยถ้ามันด้วนไป

เขียนไปก็อยากแตกเรื่องเป็นของแต่ละคู่ แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะกลายเป็นเรื่องยาวอีก แต่ก็แอบอยากให้มันเป็นจริงขึ้นมา 555 ไม่มีเวลาเขียนแล้วด้วยค่ะ จำต้องออกไปท่องโลกกว้างราวๆ ครึ่งเดือน กว่าจะกลับมาคงต่อไม่ติด ใครเจอฟิคเรื่องไหนพล็อตคล้ายๆ กับคู่ที่เราเขียน แนะนำมาให้หน่อยนะคะ เราจะตามไปอ่านค่ะ <<< สรุปคือ ขี้เกียจเขียนเอง (ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ เริ่มขออ่านฟิคคนอื่นในหน้าฟิคตัวเองซะงั้นอ่า 555)

เราเป็นพวกชิปเปอร์สัมภเวสีค่ะ คือไม่ได้อยู่ในแวดวงแฟนดอมอ่ะ โซเชียลเน็ตเวิร์คก็ไม่ค่อยได้ใช้ ใครมาคุยกับเราเรื่องจินมัค มัคจินทางคอมเมนต์เราจะดีใจมากค่ะ ทุกวันนี้กรี๊ดโมเมนต์อยู่คนเดียว อกแทบแตกตาย 555

ขอบคุณที่ติดตามงานเขียนนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ส.ค. 59 / 16:17


ผม สายลับคิม ยูคยอม เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งสาธารณรัฐเกาหลี แผนกจารกรรมภาคสนาม หน่วยแฟ้มคดีลับพิเศษ GOT รหัสประจำตัวของผมคือ มักเน่ยักษ์ 0007

ผมถูกส่งมาเพื่อหาตัวอดีตสายลับหนุ่มผู้กุมความลับสำคัญของชาติอีกคนหนึ่ง เขาหายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมกับลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากฐานข้อมูลอย่างถอนรากถอนโคนหมดจดเกลี้ยงเกลา มีเพียงรหัสประจำตัวเขาและเรื่องเล่าแบบปากต่อปากเท่านั้น ที่พอจะเป็นเบาะแสในการสืบหาตัวได้

และรหัสประจำตัวของเขาก็คือ... มักเน่เกรียน 000.00 (ทำไมต้องมีจุดทศนิยม?)

จากรหัสคาดเดาได้ว่าน่าจะได้รับการบรรจุเป็นสายลับรุ่นเดียวกับผม ดังนั้นอายุของเขาก็ไม่น่าจะอ่อนหรือแก่กว่าผมเกิน 2 ปี เว้นเสียแต่เขาได้รับการบรรจุเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งข้อมูลยืนยันเหล่านั้นก็ไม่ปรากฏอีกต่อไปแล้ว

และสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ปฏิบัติภารกิจล่าสุดของผม... สถานสงเคราะห์และบำบัดผู้ป่วยทางจิต ASYLUM no.7 

จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรอง มีการสันนิษฐานว่าสายลับมักเน่เกรียน 000.00 มีการเคลื่อนไหวเข้าออกที่นี่อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มานั้นก็น้อยนิดและผิวเผินเหลือเกิน ทำให้ขอบข่ายของผู้ต้องสงสัยค่อนข้างกว้าง เขาอาจเป็นหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่อื่นๆ คนไข้ หรือแม้แต่ญาติของคนไข้ก็ได้

ด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางคนสติดีและคนบ้านับร้อย ผมจำเป็นต้องหาตัวเขาให้เจอแล้วทำทุกวิถีทางให้เขาคายความลับนั้นออกมา จากนั้นก็จัดการเก็บเขาซะ... โดยไม่ให้เหลือหลักฐานแม้แต่รอยนิ้วมือ

จากการแฝงตัวโดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เข้ามาสำรวจภายในโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าข่ายน่าสงสัย

วิธีกรองผู้ต้องสงสัยในเบื้องต้นก็คือ...

"พี่ๆ มีถั่วมั้ย?" ผมเที่ยวถามทุกคนในโรงพยาบาลด้วยภาษาไทย

เนื่องจากมีการสันนิษฐานว่าลายลับมักเน่เกรียน 000.00 อาจเป็นพวกนกสองหัวมาก่อน จึงเป็นไปได้ที่จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่ก็คือเป็นรหัสที่จะนำไปสู่ตัวมักเน่เกรียน 000.00 และข้อมูลเหล่านั้น

เนื่องจากเป็นภาษาไทย จึงตัดพวกที่ฟังแล้วไม่รู้เรื่องออกไปได้เลย

คนแรกที่ผมคิดว่าน่าสงสัยคือ...

"พี่ๆ มีถั่วมั้ย?"

หวัง แจ็คสัน บอดีการ์ดผู้ภักดีที่ได้รับคำสั่งให้มาเฝ้าระวังแบมแบมอดีตเซเลบชื่อดังซึ่งปัจจุบันเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อประจำโรงพยาบาลบ้าแห่งนี้

หมอนี่อยู่ในชุดสูทสีดำเสมอ ถึงแม้บางวันจะใส่หมวกแก๊ปเหมือนเด็กวัยรุ่น บางวันก็จัดทรงผมเรียบแปล้ดูราวกับเจ้าพ่อเซียงไฮ้

จะว่าไปหน่วยก้านของหมอนี่ก็ดูเหมาะที่จะเป็นสายลับอยู่ไม่ใช่น้อย ถึงแม้จะสูงน้อยกว่าเจ้านายไปหน่อย แต่ไหล่หนา กล้ามเนื้อแน่น ดูแข็งแรงทรงพลัง แถมยังมนุษยสัมพันธ์ดี หน้าเป็น สร้างเสียงเฮฮาให้กับคนรอบข้างได้ ถือว่ามีความกะล่อน เอ๊ย พรสวรรค์ในการแถ ไม่ใช่สิ ในการกลบเกลื่อนและอำพรางสถานะของตัวเองได้เป็นอย่างดี

"โอ้ววว สวัสดีครับ เราอยากจะบอกว่า... สวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาตอบกลับมาเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ ตามด้วยบีทบ็อกซ์สั้นๆ ก่อนคว้ามือผมไปจับอย่างดีอกดีใจ จากนั้นก็ตีลังกากลางอากาศโชว์อย่างสวยงาม เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากผู้ป่วยที่อยู่รอบข้าง

ระหว่างหวัง แจ็คสัน บอดีการ์ดหนุ่ม กับแบมแบมผู้เป็นเจ้านาย ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนไข้ หรือเพราะอยู่โรงพยาบาลนานเกินไป เลยเกิดการปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม

ที่แน่ๆ หมอนี่... รู้ภาษาไทยด้วยแฮะ

ตั้งแต่ลองถามคนไปทั่ว เพิ่งเจอรายนี้แหละที่ตอบกลับมาเป็นภาษาไทย

แต่เดี๋ยวก่อน... ชื่อหวัง แจ็คสันก็ไม่เกาหลี

หรือว่ามีการปลอมแปลงสัญชาติเกิดขึ้น หมอนี่แหละ น่าสงสัยที่สุด

ทันใดนั้น เกิดเสียงกรี๊ดของฝูงชนดังขึ้นไม่ไกล

"แย่แล้ว 'เราอยากจะบอกว่า' ไปก่อนนะ"

แจ็คสันมีอาการร้อนรน หันมาบอกผมด้วยภาษาเกาหลีปนไทย ก่อนรีบวิ่งไปยังต้นเสียง

"ถอยห่างจากคุณแบมแบมเดี๋ยวนี้นะทุกคน อย่าดึงเสื้อ ผมบอกให้ถอยไปไง วางมือไว้บนหัวกันให้หมดเดี๋ยวนี้ Everybody, put your hands up! Hey, hey!" ตามด้วยบีทบ็อกซ์ พร้อมกับชักปืนออกมาเล็งไปยังผู้ป่วยสาวๆ ที่กำลังรุมทึ้งแฟชั่นนิสต้าตัวพ่ออยู่อย่างคลั่งไคล้

เดี๋ยวนะ... นี่เป็นบอดี้การ์ด ดีเจ หรือว่าเป็นโจรปล้นธนาคารกันแน่

แล้วปืนนั่น... เอาเข้ามาได้ยังไง? หรือว่าปืนปลอม?

"กรี๊ดดดด ทางนี้ก็งานดี"

"เป็นนายแบบเหรอค้า"

"ขอลายเซ็นหน่อยยย"

"วันนี้คุณบอดีการ์ดก็หล่ออีกตามเคย"

เสียงเอะอะแหลมหูเปลี่ยนทิศทางมายังแจ็คสันเป็นบางส่วน

"เฮ้ย อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นไอ้นี่ตาย" หมอนั่นเปลี่ยนใจ หันปากกระบอกปืนมายังขมับตัวเองทันที

เหอ... แบบนี้ก็ได้ด้วย?

ทว่าเสียงแหบเสน่ห์ที่โวยวายออกไปนั้น ไม่สามารถทัดทานสาวๆ ได้

"บอกว่าอย่าเข้ามาไง!!!" เขาตะโกนลั่น พลางเหนี่ยวไก

ทันใดนั้น น้ำใสๆ ก็พุ่งออกจากกระบอกปืน ปะทะขมับแล้วไหลจากแก้มลงตามลำคอสู่หน้าอก

"อ๋า เปียกหมดเลย"

เจ้าพ่อแฟชั่นนิสต้าเอียงหน้าหลบละอองน้ำที่กระเซ็น

"ทำอะไรของนายเนี่ย แจ็คสัน สูทเวอร์ซาเช่ของฉันเลอะหมดแล้ว" เขาบ่นอุบแม้ตัวเองจะไม่เปียกเลยแม้แต่น้อยก็ตาม

"กรี๊ดดดด เซ็กซี่" เสียงสาวๆ ครวญครางกันระงม

"เหวอ อย่าเข้ามานะ บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา" แจ็คสันยังคงโวยวาย พลางปัดป้องมือสาวๆ ที่ยื่นมาแบบถึงเนื้อถึงตัว

"แจ็คสัน นายแย่งแฟนคลับฉัน!" แบมแบมกระเง้ากระงอดด้วยความขุ่นเคือง

"ขอโทษครับ คุณแบมแบม จั๋นไม่ได้ตั้งใจ ว้ากกกก ช่วยด้วยยยย!!!"

ปรี๊ดดดดดดดด

เสียงนกหวีดดังสนั่น

สาวๆ บริเวณนั้นหยุดชะงักราวกับกดปุ่มพอสไว้

"หมดเวลามีตแอนด์กรีตแล้วครับ ขอความกรุณาทุกคนกลับตึก เอ๊ย กลับบ้านกันได้"

เพราะพลังหรือความเคลิ้มในความโหดมาดเข้มของผู้ปรากฏตัวใหม่หรือไร สาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายถึงได้ยอมเดินเข้าแถวกลับตึกของตัวเองแต่โดยดี

อันที่จริงสถานบำบัดแห่งนี้มีการแยกผู้ป่วยชายหญิงไว้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จะมีแค่ผู้ป่วยบางประเภทที่สามารถเดินไปเยี่ยมแผนกอื่นๆ ได้ แต่เฉพาะในเวลาที่จำกัด เช่นเวลาพักช่วงเช้าเท่านั้น

ส่วนคนเป่านกหวีดเมื่อครู่ไม่ใช่ใคร บุรุษพยาบาลหนุ่มผู้ดูแลตึกผู้ป่วยชาย นามว่า อิม แจบอม

หมอนี่ก็น่าสงสัยไม่น้อย

ผมยังไม่เคยถามแจบอมว่า "พี่ๆ มีถั่วมั้ย?" แต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ดูเหมือนหมอนี่จะระแคะระคายตัวตนที่แท้จริงของผม

เขามักจะเรียกผมว่า "ไอ้มักเน่" อยู่บ่อยๆ ทำให้ผมต้องแกล้งบ้า ทำตัวเหมือนเด็กน้อยไร้สติเป็นการกลบเกลื่อน

ได้ยินว่า การที่แจบอมมาทำงานที่สถานบำบัดผู้ป่วยทางจิตแห่งนี้ ก็เพื่อจะมาดูแล ชเว ยองแจ น้องชายต่างสายเลือดอดีตดีโว่เสียงขยี้ใจคนทุกเพศอย่างใกล้ชิด

แต่เท่าที่ผมดู หมอนี่จะมาดูแลหรือมาฆาตกรรมกันแน่ มีพฤติกรรมหลายอย่างที่น่าสงสัย และผมฟันธงได้เลยว่าไม่ประสงค์ดีกับยองแจอย่างแน่นอน

ครั้งหนึ่ง ผมเคยเห็นเขาสับเปลี่ยนยาก่อนเอาไปให้ยองแจ และยังผสมอะไรบางอย่างในอาหารของยองแจอยู่เสมอ

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ถ้าแจบอมน่าสงสัยว่าเป็นมักเน่เกรียน 000.00 ยองแจเองก็น่าสงสัยไม่แพ้กัน เพราะหมอนี่วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่หัวเราะร่าเสียงดัง ร้องเพลงโหวกเหวกโวยวาย และนอนหลับเป็นตายทั้งวี่ทั้งวัน

ชเว ยองแจ อดีตนักร้องดังที่อนาคตดับวูบเพราะกินยานอนหลับเกินขนาด

หมอนี่กลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ 2 ปีเต็มๆ ตื่นมาอีกทีพบว่ามีดาวรุ่งดวงใหม่มาแทนที่

ด้วยฤทธิ์ยาปริมาณมากที่กระทบกระเทือนสมองอย่างรุนแรง บวกกับสภาพจิตใจที่ไม่อาจรับความจริงในปัจจุบันได้ไหว ทำให้เสียสติมาจนถึงทุกวันนี้

เห็นเอาแต่นั่งเอ๋อ บ้าๆ บอๆ หัวเราะ ร้องเพลงทั้งวันราวกับเจ้าหญิงดิสนีย์แบบนี้ ว่ากันว่าทันทีที่หาย หมอนี่มีมรดกหลายหมื่นล้านจากพ่อบังเกิดเกล้ารออยู่

จริงสิ เพราะอย่างนี้นี่เอง อิม แจบอม ผู้เป็นลูกบุญธรรมถึงได้พยายามเลี้ยงไข้ ไม่ยอมให้น้องชายของตัวเองกลับมาสู่สภาพปกติ เพื่อที่จะได้เป็นผู้ครอบครองมรดกแต่เพียงผู้เดียว

ช่างเป็นสตอรี่ที่เบี่ยงเบนความสนใจได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

ศึกแย่งชิงมรดกอาจเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นก็ได้ แต่เรื่องที่ชเว ยองแจเคยเป็นนักร้องเสียงทองระดับแนวหน้าของเกาหลีนั้นเป็นเรื่องจริง

ใครจะไปรู้ล่ะ?

ในช่วงสมัยสงคราม นักร้องนี่แหละที่ทำหน้าที่สืบราชการลับ!

ปัจจุบันก็คงไม่ต่างกัน ยิ่งมีชื่อเสียงคนก็ยิ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้

และตามหลักการอำพรางตัว สิ่งที่ดูเหมือนเลวร้ายที่สุดมักจะปลอดภัยที่สุด

หมอนี่จึงอาจเล่นละครตบตาว่าเป็นบ้าอยู่ก็ได้

กล่าวคือ มักเน่เกรียน 000.00 อาจอยู่ในคราบของคนที่ดูเหมือนไร้สติที่สุด

และถ้าอิม แจบอมไม่ได้เป็นพี่ชายบุญธรรมที่แท้จริงของชเว ยองแจดังที่อ้าง

และหนึ่งในสองคนนี้ เกิดมีใครเป็นมักเน่เกรียน 000.00 ขึ้นมาล่ะก็

ถ้าคนนั้นเป็นอิม แจบอม เท่ากับหมอนั่นกำลังกระทำการบางอย่างเพื่อกำจัดชเว ยองแจ ซึ่งอาจเป็นเรื่องความแค้นส่วนบุคคล หรืออาจกระทำการใหญ่ที่ผมไม่ได้เบาะแส

ในทางตรงกันข้าม ถ้าชเว ยองแจเกิดเป็นมักเน่เกรียน 000.00 นั่นแสดงว่า อิม แจบอมคือฝ่ายศัตรู และเขากำลังพยายามปิดปาก ชเว ยองแจเพื่อไม่ให้แพร่งพรายความลับนั้น

แต่เอ๊ะ?

ถ้าอิม แจบอมเป็นสายลับเช่นกัน ทำไมเขาถึงไม่ฆ่าชเว ยองแจให้ตายเสียตั้งแต่ต้นล่ะ

ปล่อยให้อีกฝ่ายวิกลจริตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำไม

"มีปัญหาอะไรกับผมรึเปล่าครับ คุณมักเน่บราวนี่" เสียงของอิม แจบอมเรียกสติของผมหลุดจากวังวนแห่งความครุ่นคิด

"ปัญหา...?"

โอ๊ะ ไม่ได้ ต้องแอ๊บบ้า ทำหน้าตาแอ๊บแบ๊วเข้าไว้

"ก็นายเอาแต่จ้องหน้าฉัน แถมหน้ายังเคร่งเครียดขนาดนั้น"

"ใครจะกล้ามีปัญหากับพี่ยามสุดหล่ออย่างพี่แจบอมล่ะคร้าบ" ผมแกล้งทำเสียงไร้เดียงสาตอบกลับไป

ดังคาด อีกฝ่ายตบกะโหลกผมเสียงดังลั่น

"บุรุษพยาบาลเว้ย ไม่ใช่ยาม สอนไม่เคยจำ" เขาตะคอกอย่างขุ่นเคือง พลางขยับคอเสื้อตัวเองราวกับจะบอกว่า แหกตาดูเครื่องแบบซะก่อน

"คุณอิม แจบอม อย่ารุนแรงกับผู้ป่วยสิครับ" เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้น

มาร์ค ต้วน... หมอหนุ่มผู้เปรียบดั่งบุรุษดอกไม้งามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแผนกจิตเวชเลย แต่กลับชอบมาขลุกอยู่ที่นี่ทุกวัน

ทำไมน่ะรึ...

มาหาหมอพัค จินยอง คนรักเก่าที่เลิกรากันไปหลายปี

ผมได้ยินพวกพยาบาลจากตึกผู้ป่วยหญิงเม้าท์กันว่าหมอมาร์ครู้สึกผิด เลยมาตามง้อหมอจินยองให้คืนดี แต่ก็ดูเหมือนหมอจินยองจะไม่ยอมใจอ่อนเลย ทั้งที่ก็ยังรักหมอมาร์คอยู่

"คุณคริส บราวนี่ วันนี้คุณได้ไปตรวจร่างกายตามตารางรึยังครับ" ใบหน้าหล่อใสสะอาดสะอ้านที่อยู่ในชุดเสื้อกาวน์ของแพทย์ มือถือดอกกุหลาบสีชมพูบานสะพรั่ง หันมาทักทายผมอย่างใจดี

คริส บราวนี่เป็นชื่อที่ผมใช้ในการทำภารกิจครั้งนี้

ตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ ผมมัวแต่ไปสืบประวัติคนไข้อื่นๆ จนไม่เคยได้ตรวจร่างกายประจำวันเลย

จะว่าไป วันนี้ลองเข้าตรวจสักวันก็น่าสนใจไม่หยอก

มักเน่เกรียน 000.00 อาจอยู่ในคราบคุณหมอก็ได้

"ไม่เอาอ่ะ ผมสบายดี ผมไม่ตรวจ" ผมแกล้งทำท่าหวงเนื้อหวงตัวกลัวเข็มฉีดยาเหมือนเด็กเล็กๆ

"ตรวจหน่อยนะ ไม่เห็นต้องกลัวเลย หมอจินยองใจดีกับคนไข้จะตาย" หมอมาร์คคะยั้นคะยอด้วยรอยยิ้ม

"ไม่เอา" ผมอิดออดจนรู้สึกถึงรังสีแห่งความหมั่นไส้จากอิม แจบอม

"ไปเถอะน่า" หมอมาร์คไม่พูดเปล่า ฉวยแขนของผม ก่อนลากเดินดิ่งไปยังห้องตรวจร่างกาย

รู้หรอกน่า เอาผมไปเป็นข้ออ้างเพื่อเข้าหาหมอจินยองล่ะสิ หึๆๆ

"มาทำไม" คุณหมอแว่นกรอบหนาเงยหน้าถามด้วยเสียงเย็นชา เมื่อผมถูกจับนั่งลงตรงหน้า

"มาตรวจสุขภาพประจำวันสิครับ" หมอมาร์คตอบพลางโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ ก่อนวางดอกกุหลาบทับเอกสารที่อยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย

"ไม่ได้หมายถึงคนไข้ แต่หมายถึงคุณ มาทำอะไรที่นี่ แผนกฉุกเฉินว่างมากนักหรือไง"

หมอมาร์คได้ทีเดินเข้าไปโอบไหล่หมอจินยอง ซึ่งแน่นอนว่าถูกหยิกที่หลังมือทันทีที่มือซุกซนนั้นแตะถึงเนื้อผ้าของเสื้อกาวน์

"ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ผมก็จะมารอกินข้าวกับคุณจนได้"

คนถูกถามเริ่มถือวิสาสะลากเก้าอี้มานั่งชิด มองอีกฝ่ายตาหวานเยิ้ม

"กรุณาอย่าขัดขวางการทำงานของผม อึดอัด"

หมอจินยองปัดดอกกุหลาบออกจากเอกสารอย่างไม่ใยดี

"ขัดขวางที่ไหน ดูสิ ผมอุตส่าห์พาคนไข้จอมเบี้ยวนัดมาให้ตรวจจนได้เลยนะ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี"

ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆ อยู่ในใจ

ไม่ได้เบี้ยวเว้ย แต่ไม่ได้ป่วยเลยต่างหาก

"ถ้าจะทวงคำขอบคุณกันล่ะก็ วันหลังไม่ต้องทำอะไรให้หรอกนะ" พูดพลางหยิบเครื่องช่วยฟังขึ้นมาคล้องที่คอ

"ไม่ทวงแล้วก็ได้คร้าบ... งั้นขอแบบนี้แทนแล้วกันนะ" พูดจบก็จุ๊บเบาๆ ที่แก้มของหมอจินยอง

คนถูกจุ๊บอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่พวงแก้มใสจะขึ้นสีชมพูระเรื่อ

"คุณหมอจุ๊บกัน คุณหมอจุ๊บกัน เอาอีกๆ" ผมดีดดิ้นดีใจให้สมเป็นคนบ้า

"กรุณาอย่าทำรุ่มร่ามแถวนี้ แล้วนี่ก็ต่อหน้าคนไข้" หมอจินยองมองค้อนใส่

หมอมาร์คได้ใจ ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด

"ดูสิ คนไข้ดีใจใหญ่เลย งั้นอีกซักฟอดนะ"

หมอจินยองขืนตัวออกจากวงแขนของอีกฝ่าย ก่อนลุกจากเก้าอี้ เดินมาตรวจร่างกายผม

เขาโน้มตัวลงมา แล้วจับปลายเครื่องช่วยฟังล้วงเข้าไปใต้เสื้อ

ความเย็นของผิวอุปกรณ์ของโลหะชวนใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

แต่ถ้าจะให้พูด... สิ่งที่ยิ่งกระตุ้นการเต้นของหัวใจคือใบหน้าสวยใสของหมอจินยองมากกว่า

ดวงตาเรียวคมทว่าดูอ่อนโยนหลังกรอบแว่นหนา ผมที่ยาวปรกหน้าผากยิ่งขับใบหน้าให้ดูหวาน จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ น่าจูบชะมัดเล...

โป๊ก!

ของแข็งน้ำหนักเบาลอยมากระทบหัวผม

มันคือปากกาพลาสติกที่หมอมาร์คโยนใส่

"จ้องมากเกินไปแล้ว ไอ้มักเน่"

ไอ้มักเน่?

ทำไมหมอมาร์คถึง...?

"มักเน่อะไร" หมอจินยองถามขณะหยิบไม้ดันลิ้นเตรียมตรวจช่องปากและคอ "อ้าปากกว้างๆ ซิ"

"ไม่รู้สิ เห็นคุณอิม แจบอมเรียกมักเน่อยู่บ่อยๆ" ตอบพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

หนอย... ไอ้คุณอิม แจบอม คิดจะทำลายภารกิจของผมสินะ ถึงได้เอารหัสประจำตัวของผมไปโพนทะนา

หมอนี่แหละ ต้องเป็นมักเน่เกรียน 000.00 แน่ๆ

หรือถ้าไม่ใช่ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานมักเน่เกรียน 000.00 ต้องไหวตัวทัน

"โอ๋ไอ้ไอ้อ๊ะเอ้ (ผมไม่ใช่มักเน่)" ผมพยายามพูดทั้งที่ไม้ยังกดลิ้นเพื่อให้หมอจินยองตรวจคอ

ทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจผม ยังคงสนทนากันเองต่อ

"สรุปว่าเดี๋ยวไปกินข้าวกันนะครับ ผมเลี้ยงเอง" หมอมาร์คยังคงตื้อ

"ฝันไปเถอะ ผมไม่โง่พอที่จะกินข้าวกับคนที่พยายามฆ่าผมถึงสองครั้งหรอกนะครับ"

หือ? พยายามฆ่างั้นเหรอ

"ถ้าจะนับให้ถูก 2.5 ครั้งต่างหาก" หมอมาร์คเตือนความจำ

"ยังจะมีหน้ามามาเพิ่มอีก .5 แค่ครั้งแรกมันก็ควรจะลังเลแล้วไม่ใช่เหรอครับ"

"ในเมื่อมันเป็นภารกิจ จะให้ทำยังไงล่ะครับ ถ้าเป็นคุณได้รับคำสั่งจากกองทัพให้ฆ่าผม คุณก็ต้องทำแบบผมเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ดีกันเถอะนะ" พูดพลางยื่นนิ้วก้อยให้อีกฝ่ายเกี่ยว

ภารกิจ? คำสั่งจากกองทัพ?

อย่าบอกนะว่าหมอสองคนนี้... เคยเป็นสายลับ?

"ชู่" หมอจินยองทำเสียงขู่ห้าม

สายตาที่ลอดแว่นพุ่งไปทางหมอมาร์ค อ่านได้ว่า อย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนไข้

เอาล่ะสิ เพียงไม่ถึงวัน จู่ๆ ผมก็ได้ตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มมาอีกถึงสองราย

"ชู่... ชู่..." ผมแกล้งทำเสียงเลียนแบบหมอจินยอง เพื่อให้ทั้งคู่ตายใจ

ครั้งหน้าจะได้หลุดปากคายความลับออกมาอีก หึๆๆ

จะว่าไป ดูเหมือนหมอมาร์คไม่ได้มีสัญชาติเกาหลี ถ้าเคยประจำอยู่กองทัพของฝ่ายศัตรู ก็ไม่น่าจะมาเป็นหมอในเกาหลีได้

หรือว่า... มีการปลอมแปลงสัญชาติ?

อีกแล้ว?

ขณะที่หมอจินยองกำลังลงบันทึกการตรวจร่างกายโดยมีหมอมาร์คนั่งนัวเนียป่วนสมาธิอยู่นั้นเอง

"อ๊ากกกกก" เสียงร้องคำรามดังลั่นลอยมาจากด้านนอก

หมอจินยองและหมอมาร์ครีบรุดออกไปทันที โดยมีผมแกล้งเอ๋อวิ่งตามไปติดๆ ด้วย

เจ้าของเสียงคือชเว ยองแจ ที่กำลังร้องห่มร้องไห้ อาละวาดทำลายข้าวของ ขณะที่บุรุษพยาบาลอิม แจบอมกำลังรวบตัวห้าม

"เอาเวทีของฉันคืนมา! ปล่อย ฉันจะไปทำงาน นั่นเวทีของฉัน ไมค์ของฉัน เอาคืนมา!"

"เกิดอะไรขึ้น" หมอจินยองรีบเข้าไปถาม ขณะช่วยกันห้ามชเว ยองแจ

"เมื่อเช้ายองแจยาแอบบ้วนยาทิ้งอีกแล้วครับ" อิม แจบอมรายงาน

"ทำไมไม่ทำให้เขากลืนยาให้ได้ก่อน" หมอจินยองตำหนิอย่างหัวเสีย

"แบบที่หมอมาร์คเคยทำตอนวางยาพิษหมอจินยองเหรอครับ" อิม แจบอมสวนกลับ

"มันใช่เวลาล้อเล่นมั้ย"

อีกฝ่ายหน้าแดงจัด ไม่รู้ว่าเลือดฝาดที่ผุดผาดขึ้นมานั้น เป็นเพราะความโกรธ ความเขินอายจากความทรงจำเก่าๆ หรือเพราะเหนื่อยในการใช้แรงหยุดยองแจกันแน่

"เอาไมค์มาให้เขาที"

แจ็คสันและแบมแบมที่ตามเข้ามามุงหน้าห้อง ช่วยโยนไมค์ของเล่นที่อยู่ในกล่องแถวนั้นเข้ามา

หมอมาร์ครับไมค์แล้วไปจ่อตรงหน้าคนไข้ที่กำลังอาละวาด

ได้ผล ยองแจดิ้นน้อยลง และเริ่มอ้าปากร้องเพลง

เขาส่งพลังเสียงอันเป็นตำนานดังสนั่นลั่นห้อง สีหน้าสงบลงและเปี่ยมไปด้วยความสุข

หมอจินยองล้วงของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

มันคือสร้อยที่มีแหวนสีเงินคล้องอยู่

"ยองแจยา... ดูนี่นะ"

เขาเริ่มแกว่งสร้อยตรงหน้า

"นายกำลังสงบ นายกำลังรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย มีความสุข นายกำลังนอนอยู่บนปุยเมฆสีขาว ได้ยินเสียงนกร้อง แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านกิ่งไม้ใบหญ้า สายลมเอื่อยๆ..."

เพียงไม่นาน ยองแจก็ลดเสียงร้องเพลงเหลือเพียงงึมงำในคอ ปรือตา แล้วคอพับหลับไปในที่สุด

สะ... สะกดจิต?

ผมรู้สึกกลัวหมอจินยองขึ้นมานิดหน่อย

โดยเฉพาะเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนราวกับฟองนมบนคาปูชิโนนั่น เพียงไม่ถึงหนึ่งประโยคก็ทำเอาเคลิบเคลิ้ม

ขืนโดนแบบนี้บ้างล่ะก็ สักวันผมต้องคายความลับทุกอย่างในหัวออกมาแน่นอน

แต่เดี๋ยวก่อน... จะว่าไป

ผมควรผูกมิตรกับหมอจินยองไว้ เพราะถ้าหาตัวสายลับมักเน่เกรียน 000.00 ได้เมื่อไหร่ นี่คงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้หมอนั่นคายความลับออกมา

เว้นเสียแต่ว่ามักเน่เกรียน 000.00 คือตัวหมอจินยองเอง

ตราบใดที่ยังไม่เจอตัวเป้าหมาย จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าผมเป็นสายลับ และต้องระวังไม่ให้ถูกสะกดจิตล้วงความลับด้วย

หลังจากเหตุการณ์สงบลง ทุกคนก็แยกย้ายออกจากห้อง แม้แต่อิม แจบอมที่ต้องไปทำอย่างอื่น

ผมยังคงอยู่ในห้องของยองแจเงียบๆ จนกระทั่งทุกคนออกไปหมดแล้ว

ทันทีที่ประตูปิด

"ถ้าไม่อยากโดนหมอนั่นสะกดจิต ก็ต้องรีบแกล้งหลับให้เร็วและแนบเนียนที่สุด"

ผมถึงกับสะดุ้ง

ยองแจนอนลืมตามองมาทางผมจากบนเตียง

"เมื่อกี้... นายแกล้ง?"

"เพื่อไม่ให้พี่แจบอมจับได้ ว่ายานั่นไม่มีผลอะไรกับฉัน เป็นแค่ยาหลอกที่เอาไว้ให้คนไข้รู้สึกว่าได้รับการรักษาเท่านั้น"

ชเว ยองแจ... หรือหมอนี่จะไม่ใช่คนบ้า

"นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ ถึงได้ยอมกินยาแต่โดยดีทุกวัน"

ผมระแวงคนตรงหน้าขึ้นมาทันทีโดยสันชาตญาณ

ชเว ยองแจ นายเป็นใครกันแน่

"เป็นเด็กดีให้ได้ตลอดแล้วกันนะ คุณมักเน่"

แม้แต่หมอนี่ก็เรียกผมว่ามักเน่?

หรือเพราะอิม แจบอม?

"ว่าแต่ทำไมต้องหลอกแจบอมเรื่องกินยา"

"เพราะหมอนั่นอยากเป็นบุรุษพยาบาล เพื่อเติมเต็มความต้องการของเขา ฉันจะยอมเป็นคนไข้ให้เขาดูแล"

ผมอึ้งไปชั้วขณะ กระพริบตาปริบๆ

"เลยต้องแกล้งอาละวาดบ้าง เอาแต่ใจบ้าง เขาจะได้รู้สึกว่าได้ทำงานจริงๆ"

"แต่แจบอมก็เป็นบุรุษพยาบาลอยู่แล้วนี่นา" ผมแย้ง

ยองแจหลุบตา ทำหน้าเศร้า

"ขอโทษนะ ที่ต้องบอกว่า... จริงๆ แล้วพี่แจบอมเป็นคนไข้"

อิม แจบอม... เป็นคนไข้!?

ผมช็อคไปหลายวินาที

เดี๋ยวก่อน... ไม่ใช่ว่าอิม แจบอมเลี้ยงไข้น้องชายต่างสายเลือดอยู่งั้นเหรอ?

ตรงกันข้าม หมอนี่ต่างหากที่กำลังเลี้ยงไข้พี่ชาย

ผมรู้สึกคล้ายๆ อย่างนั้น

"เพราะอย่างนี้ หมอนั่นเลยทำหลายๆ อย่างในฐานะบุรุษพยาบาลได้เฉพาะกับฉัน ส่วนงานอื่นๆ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจะรู้กันว่าควรสั่งให้เขาทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญ อย่าให้เขารู้ตัวเด็ดขาดว่าเขาเป็นคนไข้"

ผมกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

"แล้วมาบอกฉันทำไม"

ยองแจหรี่ตามองผมราวกับเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง

"เพราะนายก็ไม่ใช่คนไข้... สินะ คุณมักเน่"

ผมหน้าถอดสี

อย่าบอกนะว่า... ยองแจคือมักเน่เกรียน 000.00

"เฮ้อ... อยู่แต่ในห้อง เบื่อจัง ออกไปร้องเพลงบนระเบียงดีกว่า" พูดจบก็กระโดดลงจากเตียง แล้ววิ่งถลาออกจากห้องไป

เดี๋ยวสิ... นายเพิ่งถูกหมอจินยองสะกดจิตให้หลับไปหยกๆ เองนะ

ผมทำท่าจะท้วงไว้ แต่ไม่ทันเสียแล้ว

โอ๊ยยยย ปวดหัว นี่มันโรงพยาบาลบ้าชัดๆ

ผมทึ้งหัวตัวเองก่อนเดินออกจากห้องนั้นมาเช่นกัน


ยองแจรู้เรื่องของผมมากน้อยแค่ไหน?

ตัวตนที่แท้จริงของหมอนั่นเป็นใคร

แต่ถ้ามีคนระแคะระคายเรื่องของผมแบบนี้ แสดงว่าเวลาปฏิบัติภารกิจของผมเหลือน้อยลงเต็มที

เอาล่ะ มาจัดลำดับความน่าสงสัยของแต่ละคนในตอนนี้ดีกว่า

อันดับหนึ่งเลย... สดๆ ร้อนๆ ยองแจ

เผลอๆ ที่แจบอมเรียกผมว่ามักเน่ อาจจะมาจากยองแจเลยด้วยซ้ำ

อย่างที่ผมบอก ในประวัติศาสตร์ มีสายลับจำนวนไม่น้อยที่ใช้ความมีชื่อเสียงในอาชีพนักร้องนักแสดงอำพรางภารกิจที่แท้จริงของตัวเอง

ถ้ายองแจเป็นมักเน่เกรียน 000.00 จริง ผมคงไม่อาจใช้การสะกดจิตของหมอจินยองมาเป็นเครื่องมือล้วงความลับได้อีกแล้ว

อันดับสอง... หมอจินยอง

จริงๆ ผมจัดอันดับความน่าสงสัยไว้พอๆ กับหมอมาร์ค แต่เนื่องจากผมสะกิดใจตรงที่หมอจินยองเคยถูกสั่งกำจัดโดยกองทัพ ตอนแรกผมก็คิดว่าอาจเป็นกองทัพของฝ่ายศัตรู แต่คิดไปคิดมา... ถ้าตรงกันข้าม กองทัพเกาหลีใต้เป็นฝ่ายสั่งให้กำจัดหมอจินยองล่ะ?

หรือเพราะอย่างนี้ หมอจินยองถึงได้หายสาบสูญไปจากกองทัพ พร้อมกับลบข้อมูลทั้งหมดของตัวเอง เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่... หรือไม่ก็เพื่อที่จะได้แก้แค้น

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมหมอมาร์คถึงได้ยังวนเวียนอยู่รอบตัวหมอจินยองได้ล่ะ ในเมื่อเป็นคนได้รับคำสั่งให้ฆ่าหมอจินยอง

หรือจริงๆ แล้ว... หมอมาร์คยังคงหมายชีวิตของหมอจินยองอยู่ เพียงแค่รอสบโอกาสเหมาะๆ เท่านั้น

มนุษย์บ้าอะไร พยายามฆ่าคนที่รักได้อย่างไม่ลังเลถึงสองครั้งเพียงเพราะได้รับคำสั่ง

หนำซ้ำยังปั้นหน้าหวานแหววใส่กันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ

เดี๋ยวก่อน... ที่ว่า 2.5 ครั้ง

บางที .5 อาจจะหมายความว่า กำลังดำเนินการอยู่ก็ได้

นั่นแสดงว่าไม่ช้าก็เร็วชีวิตของหมอจินยองก็จะตกอยู่ในอันตราย?

ต่อให้ตอนนี้ผมไม่สามารถหาอะไรมาเป็นข้อมูลสนับสนุนว่าหมอมาร์คอาจเป็นมักเน่เกรียน 000.00 ได้นอกจากการสันนิษฐานว่าเขาอาจปลอมสัญชาติ แต่ความน่าสงสัยว่าเขาอาจจะก่อคดีบางอย่างสูงจนอยู่ในระดับต้นๆ

จะว่าไปแล้ว คงไม่เกี่ยวกับภารกิจของผมหรอก เว้นเสียแต่หมอจินยองจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของผม แล้วหมอมาร์คอาจกำลังจ้องจะฆ่าปิดปากหมอจินยองก่อนที่ผมจะรู้ความจริง

จู่ๆ ผมก็ขนลุกเกรียวเสียวสะท้านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เฮ้ย... แต่หมอมาร์คกับหมอจินยองยังรักกันอยู่ไม่ใช่เหรอ

หรือเพราะหมอมาร์ครู้ว่าหมอจินยองไม่ใช่คนที่จะฆ่าได้ง่ายๆ

เป็นความไว้ใจในตัวคนรักแบบแปลกๆ

นี่มัน... ใช้สามัญสำนึกอะไรฟระ โรคจิตชัดๆ!!!

ตัดไปที่อันดับถัดไป...

"พี่ๆ มีถั่วมั้ย?"

ขณะกำลังจัดระเบียบความคิด จู่ๆ ก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง

เมื่อหันกลับไป ก็พบร่างสูงโปร่ง ออร่าทอประกายระยิบระยับ อยู่ในชุดสูทเวอร์ซาเช่

ผมถึงกับหน้าเหวอ หันไปมองนาฬิกา

"นี่มันยังไม่สี่โมงเลย"

"นี่มันสี่โมงครึ่งแล้วต่างหาก" อีกฝ่ายเถียง

"ก็นาฬิกาตัวนี้มันเพิ่งจะบ่ายสอง" ผมชี้ไปยังข้างฝา

"แต่นาฬิกาตัวนั้นมันสี่โมงครึ่งแล้วนี่นา"

"นาฬิกาตัวนู้นทุ่มนึงแล้ว"

จู่ๆ แจ็คสันก็โผล่มา

"ได้เวลาสำเร็จโทษ!" พูดจบเขาก็ชักปืนออกมายิงผมรัวๆ โดยไม่ทันให้ตั้งตัว

"อุ่ก! อั่ก! อึ่ก!" ผมพยายามส่งเสียงพูด ทว่าแรงฉีดของน้ำอัดเข้ามาเต็มๆ หน้า ทำได้เพียงหลับตาปี๋เท่านั้น

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ แจ็คสัน!" แบมแบมรีบห้ามไว้ "คนสำเร็จโทษมักเน่ยักษ์ 0007 ต้องเป็นฉันต่างหากล่ะ"

"ขอโทษครับ คุณแบมแบม"

แจ็คสันโค้งอย่างสำนึกผิด

"งั้นผมจะไปเติมกระสุนมาให้นะครับ"

"เดี๋ยวก่อนสิ ถือว่าฉันโดนยิงไปแล้วนะ" ผมรีบท้วง

"งั้นเมื่อกี้ถือว่าโทษฐานที่นายปฏิบัติหน้าที่ล้มเหลว หาตัวมักเน่เกรียน 000.00 ไม่ทันตามกำหนดเวลา แต่กระสุนต่อไป โทษฐานที่นายชักช้า ทำให้ฉันซึ่งอุตส่าห์แต่งตัวเต็มยศรอแต่เช้าได้เข้ากล้องแค่ตอนแจ็คสันฉีดน้ำกระเด็น"

"กล้อง? กล้องไหน" ผมหันซ้ายหันขวามอง

"ก็กล้องตัวนั้นไง"

แบมแบมชี้ไปด้านบนเหนือศีรษะตัวเองสี่สิบห้าองศา

ไหนฟระ ไม่เห็นมี

"ทุกคนครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ค่อยเห็นหน้าผมในวันนี้ ทั้งๆ ที่ผมซ้อมบทของตัวเองแทบตาย สุดท้ายก็ไม่ได้เล่น แต่ปริศนาของวันนี้เฉลยแล้วครับ มักเน่เกรียน 000.00 คือผมเอง! เพราะอย่างนี้ รหัสลับที่คิม ยูคยอมได้ไปเมื่อเช้าก็เลยเป็นภาษาไทย แจ็คสันก็อุตส่าห์ใบ้ ยังเดาไม่ได้อีก สมน้ำหน้า วันนี้ชัยชนะเป็นของผม ผมจะได้ยิงสายลับมักเน่ยักษ์ 0007 ต่อหน้าทุกคน" แบมแบมพูดเป็นชุดราวกับมีกล้องอยู่ตรงนั้นจริงๆ

"ปริศนาเฉลยแล้วเหรอ วันนี้เร็วจังนะ" แจบอมเดินเข้ามาสำทับ

แจ็คสันวิ่งถือปืนฉีดน้ำมาคุกเข่าประเคนให้แบมแบม

"เอาล่ะ มักเน่ยักษ์ 0007 นายปฏิบัติหน้าที่ไม่สำเร็จ เตรียมตัวตายได้เลย หึๆๆๆ"

แบมแบมเล็งกระบอกปืนมายังผม

"อยู่ก็โง่สิ"

ผมเตรียมออกวิ่ง ทว่าอิม แจบอมรีบจับตัวล็อคไว้เสียก่อน

"อ๊ากกกกกก"

น้ำที่พุ่งเข้ามาทำให้เสื้อผ้าเปียกปอน

"เฮ้ย อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวกระเด็นมาโดนฉัน" แจบอมจับตัวผมแน่นขึ้น

ไม่ใช่แค่เปียก แต่ยังชาไปทั้งร่าง

"แจ็คสัน นายเอาน้ำจากที่ไหนมาเติมเนี่ย" ผมแหกปากถามหลังจากแบมแบมยิงปืนจนหมดกระบอก

"ที่มีน้ำแข็งลอยอยู่ในถังตรงนั้นน่ะ ท่าทางจะชื่นใจดี" หมอนั่นตอบเสียงกวนๆ

"ชื่นใจบ้าอะไร วันนี้อากาศหนาวจะตายอยู่แล้วนะ"

"อ้าว สายลับมักเน่ยักษ์ 0007 ตายแล้วเหรอ" หมอจินยองถามขณะเดินมาพร้อมกับหมอมาร์คและยองแจ

"ทำไมตายง่ายจัง" ยองแจส่งเสียงผิดหวัง

"เพราะเป็นคิม ยูคยอมน่ะสิ" หมอมาร์คทำเสียงล้อเลียน

"ไม่ใช่นะ เพราะหมดเวลาแล้วต่างหาก" ผมเถียง

"หมดเวลาอะไร นี่เพิ่งจะบ่ายสาม" หมอจินยองก้มดูที่ข้อมือ

"แต่นาฬิกาตัวนี้บอกว่าบ่ายสอง" ผมชี้ไปที่ฝาผนัง

"ตัวนั้นบอกว่าสี่โมงครึ่ง" แบมแบมเถียง

"ตัวนู้นบอกทุ่มนึง" แจ็คสันแย้ง

"เดี๋ยวก่อน นี่มันกี่โมงกันแน่" แจบอมทำหน้าสับสน

"ทุกคนคะ... ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วค่ะ" เสียงหวานๆ จากพยาบาลสาวดังขึ้นไม่ไกล "มากินข้าวกันเร็ว ทุกคน... คุณหมอจินยอง คุณหมอมาร์ค ขอเสื้อกาวน์คืนด้วยนะคะ คุณแจบอม ถอดเครื่องแบบบุรุษพยาบาลด้วยค่ะ เดี๋ยวเลอะเทอะพรุ่งนี้จะไม่ได้ใส่อีกนะ คุณแบมแบมกับคุณแจ็คสันก็เหมือนกัน ถอดสูทเก็บกันก่อนนะคะ ไม่งั้นพี่สไตลิสต์โกรธจะแย่เลย คุณยองแจ คุณยูคยอม รีบมากันเลยค่ะ"

"สไตลิสต์อะไรกัน สูทกับเสื้อเชิ้ตนั่นของหมอมาร์คชัดๆ" ยองแจฟ้อง

"รองเท้านั่นก็ของฉัน" หมอจินยองเสริม

"ตัวนอกของแจ็คสันจิ๊กมาจากภารกิจที่แล้วของสายลับยูคยอม" หมอมาร์คช่วยเติม

"ตัวนี้คุณแบมแบมขอให้ผมใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่" แจ็คสันเถียง

ยึดของผมไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย? ไม่รู้ตัวเลย

"เป็นเซเลบมันก็ต้องมีคนเอาของมาให้ช่วยใส่เป็นธรรมดาไม่ใช่เหรอ เฮ้อ คนหล่อก็งี้แหละ ใส่ของแพงอะไรก็ใช่ไปหมด นี่ยังเหลืออีกหลายห้องเสื้อที่เขาฝากมาให้ช่วยใส่นะ อัพรูปลงไอจีไม่ทัน กลุ้มใจจัง" แบมแบมตอบกลับเสียงน่าหมั่นไส้

ในขณะที่ผมนั่งอึ้งกิมกี่

อาหารกลางวัน... หมายความว่า นี่มันเพิ่งจะเที่ยงครึ่งชัดๆ

"เปียกฟรีรึ? ม่ายยยยย"

ผมนั่งหน้างอ ดีดดิ้นอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ทุกคนเดินจูงมือกันไปกินข้าว

"สายลับมัคเน่ยักษ์ 0007 ทำไมเปียกมะล่อกมะแล่กแบบนี้ล่ะคะ อากาศหนาวแล้วด้วย ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ เดี๋ยวไม่สบาย" พยาบาลสาวเดินเข้ามาฉุดผมลุกขึ้นยืน ก่อนพาเดินไปยังห้องพัก

"คุณพยาบาล เค้าหนาวจัง" ผมได้ทีกอดซบพี่พยาบาลสุดสวย

ทว่าทันใดนั้น หูผมก็ถูกใครบางคนดึงให้ถอยห่างออกมา

"โอ๊ยยย"

หนอย อิม แจบอม! คนอุตส่าห์จะตักตวงโชคดีเล็กๆ น้อยๆ หลังโชคร้ายแท้ๆ

"เป็นบ้าก็ว่าแย่แล้วยังลามกอีก อย่าฉวยโอกาสตอนวิกลจริตทำรุ่มร่ามกับพยาบาลนะเว้ย!"

ไม่อยากโดนคนบ้าด้วยกันสอนเลยเฟ้ย! ผมฮึดฮัดอยู่ในใจ

"คุณแจบอมใจดีสมเป็นบุรุษพยาบาลจริงๆ ค่ะ" พยาบาลสาวเอ่ยชม "แต่ตอนกินข้าวต้องเปลี่ยนเสื้อก่อนนะคะ ไม่งั้นคราวหลังเจ้าของชุดเขาจะไม่ให้ยืมใส่อีก"

"ครับผม" แจบอมตะเบ๊ะให้อย่างแข็งขัน

บุรุษพยาบาลอะไรของมัน ทำแต่ละอย่างนี่ยามชัดๆ

ดูมันสิ สายตามองพี่พยาบาลหวานเยิ้มกว่าผมเสียอีก

สายลับคิม ยูคยอม รหัสประจำตัวมักเน่ยักษ์ 0007

แม้คราวนี้จะปฏิบัติภารกิจผิดพลาด แต่คราวหน้าผมจะต้องจับตัวเป้าหมายก่อนที่จะโดนเล่นงานให้ได้

โธ่... วันนี้พลาดซะแล้ว จะรายงานผู้บังคับบัญชายังไงดีล่ะเนี่ย


จบ.

ผลงานอื่นๆ ของ something to live and die for

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 MJForever
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:44
    อ้าวบ้า อ่านไปอ่านมา คนอ่านก็จะบ้า 55555
    #3
    1
  2. #2 MJForever
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:43
    อ้าวบ้า อ่านไปอ่านมา คนอ่านก็จะบ้า 55555
    #2
    0
  3. วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 07:55
    สรุป บ้าทั้งก๊ก 555 ทำไมเราโดนคนบ้าหลอกว่าเป็นคนปกติพ่วงตำแหน่งสายลับ อ่านจบนี่กรีดร้องโหยหวนมาก 555
    #1
    1