Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 9 : Daddy&Mummy No. 9 Everything has changed - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    23 มี.ค. 60



Chapter 9: Everything has changed

 

 

ผมหันไปสบตากับพี่ตินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลังจากที่ไขกุญแจประตูห้องตัวเองแล้วพบว่าด้านในมีโซ่คล้องประตูอีกหนึ่งชั้น แต่ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นจิ๊บกับแฟนหนุ่มที่กลับมาจากต่างจังหวัดแล้ว แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมกลับมาไม่บอกไม่กล่าวผมเลย

“เซอร์ไพรส์! ฮัลโหลพี่ติน”

จิ๊บส่งเสียงทักทายพร้อมกับดึงโซ่คล้องประตูออกแล้วเปิดประตูห้องให้ผมเข้าไปข้างใน แต่ก่อนจะได้เดินเข้าไปด้านในห้อง ผมกับพี่ตินก็โดนจิ๊บกอดทักทายกันคนละครั้ง เมื่อเดินเข้ามาก็ถูกแฟนจิ๊บกอดทักทายอีกครั้ง ผมก็ได้แต่ยกมือขึ้นกอดตอบทั้งคู่ตามธรรมเนียม

“ทำไมกลับมาไม่บอกไม่กล่าว”

ผมถามจิ๊บก่อนจะนั่งลงบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ โดยมีพี่ตินนำถุงข้าวของที่เขาซื้อให้ผมวางลงข้างๆ ก่อนจะขอตัวกลับห้องไป ช่วงสัปดาห์กว่า ๆ ที่เราชีวิตร่วมกันมาทำให้เกิดความสมานฉันท์มากขึ้น ผมพยายามไม่หงุดหงิดโวยวายเวลาโดนพี่ตินบังคับให้ทำตาม เพราะเข้าใจว่าทำเพื่อลูก ส่วนพี่ตินก็ทำตามที่ตัวเองตั้งใจไว้ได้อย่างดี คำพูดคำจากิริยาท่าทางทุกอย่างสุขุมและเยือกเย็นมากขึ้น จนคนที่บริษัทต่างพากันสงสัยและเดาถึงสาเหตุต่าง ๆ นานา ที่ทำให้ เจ๊ตินคนเดิมหายไป เหลือเพียงพี่ตินบอสใหญ่สุดหล่อเท่านั้น

“เอ่อ คืออย่างนี้นะเว้ยมึง...”

“จะพูดไม่พูด” ผมเอ่ยเร่ง เมื่อจิ๊บไม่ยอมเอ่ยต่อเพราะมัวแต่นั่งยิ้มบิดตัวไปมา

“อ่อย ให้กูเขินบ้างได้ไหมล่ะ แหม...”

พูดจบแล้วยังมีหน้ามามองค้อนผมอีก สงสัยระหว่างไปเที่ยวจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น

“แจ๊คขอกูแต่งงาน”

จิ๊บพูดพร้อมกับโชว์แหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายให้ดู ซึ่งแจ๊คเองเมื่อเห็นจิ๊บยกมือขึ้นให้ผมดู เขาก็ทำตาม ขนาดเพชรไม่ได้ใหญ่โตอลังการมากมาย แต่ก็คงไม่ใช่ราคาถูก ๆ เห็นแบบนี้แล้วผมก็ทั้งอิจฉาทั้งตกใจ แต่เท่าที่รู้คือ สองคนนี้คุยกันมาได้ไม่ถึงหกเดือนด้วยซ้ำ

“จิ๊บ! อย่าหาว่ากูอย่างนั้นอย่างนี้เลย แต่มึงรู้จักเขาดีพอแล้วหรือยัง” ผมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง กลัวเขาจะมาหลอกเพื่อนผมนี่สิ

“กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงกู แต่แจ๊คเขาพิสูจน์อะไรหลาย ๆ อย่างให้กูเห็นแล้วว่าเขาจริงใจกับกูมากแค่ไหน แล้วที่สำคัญ เขาสไกป์ให้กูคุยกับแม่เขาที่อยู่ต่างประเทศด้วยนะ”

ผมกำลังรู้สึกว่าตอนนี้ความรักกำลังครอบครองทั้งความคิดและจิตใจของจิ๊บ ไม่ว่าผมจะเอ่ยทักท้วงอะไรไปก็คงจะห้ามเพื่อนไม่ได้อยู่ดี

“แล้วมึงกับเขาวางแผนจะทำอะไรต่อไป”

ในเมื่อจิ๊บก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว สามารถคิดหรือตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเอง ผมในฐานะเพื่อนก็ได้แต่ให้ความห่วงใยอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น

“แจ๊คอยากให้กูไปอยู่กับเขา เพราะที่นั่นเขาไม่ถือกันเรื่องเพศที่สามแบบประเทศเรา”

ผมได้แต่พยักหน้ารับรู้และนั่งเงียบรอฟังที่เพื่อนจะพูดต่อ

“มึงจะโกรธกูไหม ถ้ากูไปกับแจ๊ค”

สีหน้าเศร้ากับอาการปากสั่นน้ำตาคลอเบ้าของจิ๊บทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ เพราะรู้ว่ากว่าที่เจ้าตัวจะทำใจกล้ามานั่งคุยกับผมได้แบบนี้คงต้องเครียด และคิดวิเคราะห์ จนใจกล้าพอในระดับหนึ่ง ซึ่งคงไม่ต่างไปจากที่พี่ตินอยากให้ผมไปอยู่ด้วย แค่ผมยังไม่กล้าจะพูดเรื่องนั้นกับจิ๊บ คนบนฟ้าคงจะเห็นใจผมเลยให้จิ๊บเป็นฝ่ายเอ่ยขอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง

“กูไม่เป็นไรหรอก อย่าลืมว่าที่นี่ประเทศไทย กูดูแลตัวเองได้”

พอผมพูดจบ จิ๊บก็โผเข้ามากอดพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ซึ่งผมเองก็ไม่อาจเก็บกักน้ำตาไว้ได้เช่นกัน

ผมกับจิ๊บเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เราไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เราเป็นทั้งครอบครัว และพี่น้องที่ร่วมกอดคอผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกันมามาก พอคิดว่าจะต้องจากกันไปก็อดใจหายไม่ได้

“ฮึก ขอบคุณนะนัท ขอบคุณที่เข้าใจกู” ผมยิ้มตอบกลับเพื่อนทั้งน้ำตา

“มึงนั่นแหละต้องดูแลตัวเองดี ๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้มึงรู้ไว้ว่ากูอยู่ข้างมึงเสมอ ถ้ามันไม่โอเคขอให้มึงกลับมา เข้าใจไหม”

จิ๊บพยักหน้ารับพร้อมกับสวมกอดผมอีกครั้ง ในใจผมก็ภาวนาขอให้ผู้ชายคนนี้คือคนที่จะอยู่เคียงข้างและดูแลเพื่อนผมให้มีความสุขตลอดไป

 

ผมนั่งพิงหัวเตียงมองดูตุ๊กตากระต่ายสีฟ้าของพี่ตินระหว่างรอเจ้าตัวอาบน้ำอยู่ คืนนี้เป็นอีกคืนที่ผมต้องมานอนที่ห้องพี่ตินเพราะเสียสละเตียงให้แฟนจิ๊บค้างอีกคืน มะรืนนี้เขาจะกลับเดินทางประเทศไปก่อน ส่วนจิ๊บจะตามไปหลังจากจัดการเรื่องเอกสาร งานและคอนโดเรียบร้อย

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเศร้า”

ผมหันไปมองหน้าพี่ตินที่สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มมานั่งข้าง ๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องตากับเจ้ากระต่ายสีฟ้า

“จิ๊บจะไปอยู่อเมริกากับแฟน”

“หา!? พูดใหม่อีกทีสิครับ พี่ได้ยินไม่ชัดเลย”

“แฟนจิ๊บขอให้จิ๊บไปอยู่กับเขาที่อเมริกา”

“เย้!! อย่างนี้ก็ดีสิ นัทจะได้ย้ายมาอยู่กับพี่โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อน้องจิ๊บ”

อาการดีใจจนออกนอกของพี่ตินทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เพราะตอนนี้ผมกำลังเศร้าที่ต้องห่างเพื่อน

“พี่นี่!” ผมได้แต่ยกกระต่ายขึ้นฟาดไหล่พี่ตินด้วยความไม่พอใจ

“อ้าว ก็มันจริงนี่นา”

“แต่ไปตั้งอเมริกาเลยนะ แล้วที่สำคัญไอ้คนนั้นจะหลอกจิ๊บหรือเปล่าก็ไม่รู้” ผมเอ่ยตอบเสียงเบาอย่างเป็นห่วงเพื่อน

เรื่องความจริงใจนี่ละมั้งที่ทำให้ผมดีใจกับเพื่อนไม่สุด แต่ถ้าจะห้ามก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อเป็นความสุขของเพื่อน แล้วที่สำคัญตอนนี้ ตัวผมเองก็ยังแทบเอาตัวไม่รอด ท้องก็เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวัน สักวันผมอาจจะต้องงดออกไปไหนนอกบ้าน หรือไม่ก็อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชายลงพุง ไหนจะแม่จะพี่สาวผมที่อยู่ทางบ้านอีก ถ้าท่านรู้ว่าผมท้องคงได้เป็นลมล้มตึงแน่ และที่น่าหวั่นใจที่สุดคือ ไม่รู้ว่าท่านจะรับได้หรือเปล่าที่ผมเป็นแบบนี้

“น้องจิ๊บเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ นัทเองก็เป็นแค่เพื่อนคนหนึ่ง บางทีเรื่องแบบนี้เราอาจจะต้องปล่อยให้เขาได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ส่วนเราก็ทำได้แค่ยืนมองดูเขาอยู่ห่าง ๆ คอยเข้าไปช่วยพยุงเขาถ้าหากว่าเขาสะดุดล้มหรือต้องการคนช่วย”

พี่ตินพูดถูก และผมก็คิดว่าการปล่อยให้จิ๊บได้เดินไปในเส้นทางที่เขาเลือกคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“อืม ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละเพราะตัวผมเองก็ยังลำบากเลย” 

พอผมพูดจบพี่ตินก็หัวเราะขลุกขลักในลำคอ ผมเลยหันไปมองด้วยความไม่พอใจ รู้สึกเหมือนกับกำลังโดนหัวเราะเยาะอย่างไรอย่างนั้น

“เฮ้อ ก็บอกไปเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้ง ว่าจะดูแล ก็ยังจะมีเรื่องให้มานั่งกลุ้มนั่งคิดมากอีก นี่ถ้าจดทะเบียนแต่งงานกันได้พี่พาไปทำแล้วนะเนี่ย”

“ยังไงผมก็คงต้องบอกแม่เรื่องนี้ ผมไม่อยากโกหกท่าน”

“แล้วถ้าท่านรับไม่ได้”

“ไม่รู้สิ แต่ผมคิดว่ารู้จักแม่ตัวเองดีพอ คิดว่าท่านเป็นคนมีเหตุผล”

ผมตั้งใจว่าจะบอกความจริงให้แม่ฟัง แต่คงต้องใช้เวลาสักพักในการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะกลับบ้าน ยิ่งช่วงนี้ร่างกายยังไม่เข้าที่เข้าทางอาจจะไม่ได้กลับบ้านต่างจังหวัดสามถึงสี่เดือน

“อ่า นั่นสินะ คุณแม่นัทคงไม่เหมือนที่บ้านพี่ เมื่อก่อนพี่ก็คิดว่าทุกคนจะเข้าใจพี่เหมือนกัน แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว...”

พี่ตินไม่ได้พูดต่อ แต่ยักไหล่อย่างไม่ยีหระแล้วเงียบไป ทำให้ผมเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเพราะเป็นคนพาบทสนทนาเข้าสู่เรื่องนี้

พี่ตินยังคงนั่งเงียบพร้อมกับทอดสายตาออกไปอย่างเหม่อลอย ที่ผ่านมาผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ ถ้าหากว่าแทบทุกคืนเขาจะออกไปเที่ยวสังสรรค์ข้างนอก คิดว่าสำหรับผู้ชายคนนี้ ความเหงาและการต้องอยู่คนเดียวอาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเขาก็เป็นได้

“พี่ตินเหนื่อยไหม”

ผมถามพร้อมกับวางมือบนหน้าขาพี่ตินเบา ๆ ซึ่งคนถูกถามก็หันมายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเอียงตัวเอาหัวมาซบที่ไหล่ผม แม้จะดูเป็นการกระทำที่แสนจะธรรมดา แต่ทำไมหัวใจผมดันรู้สึกหวิว ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่วางทับมือผมทำให้หัวใจผมเริ่มทำงานหนักจนกลัวว่าคนที่ซบไหล่จะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจผม

“ถ้าหมายถึงเหนื่อยที่พี่ต้องดูแลนัทกับลูก พี่ตอบได้ทันทีเลยว่าไม่เหนื่อย แต่พี่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเกิดอะไรกับตัวเองกันแน่”

พี่ตินพูดขำ ๆ ก่อนจะเนียนสอดนิ้วเข้ามากุมมือผม

“ผมหมายถึงเรื่องการงานของพี่ต่างหาก กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้พี่เหนื่อยไหม”

เรื่องถูกเนียนจับมือผมก็เลยตามเลย ปล่อยให้พี่ตินนั่งเขี่ยนิ้วผมเล่นไประหว่างรอคำตอบจากเขา

“พี่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน บางทีก็รู้สึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่า พี่ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นมาได้ยังไง เวลาที่ร้องไห้แล้วไม่มีคนปลอบนี่มันทรมานสุด ๆ เลยนะ แต่ที่สุดของที่สุด คงเป็นตอนที่เราประสบความสำเร็จ แล้วหันกลับไปข้างหลังแล้วพบว่าไม่มีใครร่วมดีใจหรือมีความสุขกับเราเลยสักคน มันเจ็บปวดและทรมานจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้”

ผมไม่รู้จะปลอบใจพี่ตินว่าอย่างไรดี ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมระหว่างเรา ไม่รู้ว่าพี่ตินกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าคำถามของผมมันเข้าไปสะกิดแผลอะไรในใจเขาหรือเปล่า แล้วที่เงียบอยู่นี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เศร้า? เสียใจ? ผมไม่กล้าเดาและไม่กล้าที่จะแสดงความเห็น ทำได้เพียงกระชับมือที่จับกันนั้นให้แน่นขึ้น

“พี่ตินหลับหรือเปล่าเนี่ย” ผมแกล้งถามติดตลก กลับกลายเป็นว่าได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเคล้าเสียงหัวเราะ

“พี่ร้องไห้?”

ผมถามออกไปด้วยความตกใจ พร้อมกับรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เขาเสียน้ำตา เพราะถ้าผมไม่ถาม เขาก็อาจจะไม่ต้องคิดถึงเรื่องเศร้าในอดีต และไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับสิ่งที่ไม่อาจกลับแก้ไขได้อย่างนี้

ผมพยายามจับไหล่พี่ตินเพื่อจะได้มองหน้าเขาให้ชัด ๆ แต่เจ้าตัวก็ยังขืนไว้ พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดหน้าตัวเองไว้จนแน่น ผมเลยยอมแพ้นั่งนิ่งให้พี่ตินจัดการตัวเองจนกว่าเขาจะพร้อมเงยขึ้นมามองหน้าผมเอง

“ฮีฮี...”

ผมอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อพี่ตินเงยหน้าขึ้นมายิ้มจนตาหยี ทั้งที่ปลายจมูกแดงก่ำ

“ขอโทษนะ ผมไม่น่าถามพี่เลย”

“ไม่เลย อย่างน้อยตอนนี้เวลาพี่ร้องไห้ก็ยังมีมีนัทกับลูกอยู่ข้าง ๆ พี่ไม่ได้ร้องไห้คนเดียวเหมือนเมื่อก่อน และพี่ก็หวังว่านัทจะไม่ทิ้งให้พี่ต้องอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมาอีก อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคนดี...”

ผมได้แต่อมยิ้มพร้อมกับหลบสายตาแพรวพราวที่เขามองมา โดยที่ไม่ได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธอะไรออกไป

“ว้า ดึกแล้วเนอะ คืนนี้เราคงต้องพาบิบี๋เข้านอนแล้วแหละ นอนดึกเดี๋ยวเป็นหมีแพนด้ากันพอดี”

ผมขยับตัวลงนอนตามที่พี่ตินบอก แต่ในใจกำลังคิดถึงเรื่องราวในอีกมุมหนึ่งของเขาวนไปเวียนมา แม้แต่ตอนร้องไห้เขาก็ยังไม่อยากให้ใครได้เห็น หรือความจริงแล้วคนที่มีกำแพงขวางกั้นไม่ให้คนอื่นเข้าไปได้คือ พี่ตินเอง

“มองเค้าทำไม”

พี่ตินถามขึ้นเมื่อผมนอนตะแคงหันหน้าเข้าหา แล้วมองหน้าเขาโดยไม่ได้พูดอะไรออกไป

“เปล่า”

พี่ตินทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่ผมตอบ แต่ผมก็คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องบอกเขาว่า ตอนนี้กำลังคิดหาวิธีทำลายกำแพงใจในเขาอย่างไรดี แม้เจ้าตัวจะพร่ำบอกว่ากำลังเปิดใจให้ แต่ผมก็ยังอยากจะเข้าใจในตัวตนของเขาทุก ๆ ด้าน มากกว่าการที่จะเห็นเฉพาะในด้านที่เขาอยากให้เห็นเท่านั้น และจากนี้ไปเราทั้งสองคนคงต้องเรียนรู้กันและกันมากขึ้น

“งั้นก็หลับตานอนได้แล้ว คิ้วนี่ก็เลิกขมวดปมด้วย”

ผมเบะปากกวนๆ เมื่อได้ยินพี่ตินบ่น ก่อนจะขยับผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคอ หลังจากนั้นผมก็รู้สึกได้ว่ามีมืออุ่นขยับลูบไล้ไปตามหน้าท้องผมเบา ๆ ก่อนจะมาพาดไว้ที่เอว
ผมเข้าใจว่าพี่ตินทำแบบนี้เพราะต้องการสัมผัสกับลูกที่อยู่ในท้องเลยไม่อยากจะว่าอะไรมาก ปล่อยให้เขามีความสุขสักเรื่อง

“กู๊ดไนท์ครับผม”

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1110 Mistyblack (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:08
    น่ารัก
    #1,110
    0
  2. #859 Kim-kibom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:01
    จิ๊บจะไม่โดนฝาหรั่งหลอกใช่ม๊ายๆๆๆ
    #859
    0
  3. #836 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:54
    สงสารพี่ตินจัง ขอให้จิ๊บไปดีนะ อย่าโดนหลอกเลย
    #836
    0
  4. #770 euriko (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 19:27
    อิจิ๊บเทเพื่อนไปหาผัว55555555
    #770
    0
  5. #596 Noey_CHP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:32
    เปิดใจที่จะเรียนรู้กันและกันแล้ว
    #596
    0
  6. #343 Freegirl Aundy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 16:35
    นัทเปิดใจให้พี่ติณแล้วใช่มั้ย
    #343
    0
  7. #316 LasTDesinY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:56
    โอ้ยยยย พี่ตินมีลูกมีเมียแล้ว ไม่เหงาแล้วนะ
    #316
    0
  8. #255 kaiou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 00:15
    ประโยคนั้นทำเราจุก สงสารพี่ตินจัง
    #255
    0
  9. #178 ศะนะคะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 02:42
    อย่างน้อยพี่ตินก็อ่อนโยน(?)จริงๆอ่ะแหละ เสียด้ายเค้าชอบผู้ชายเย็นชา(โหดนิดๆ)
    #178
    0
  10. #162 Mimild' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 12:22
    เศร้าอ่ะไม่ชอบพี่ตินตอนโมเม้นน้ำตานองหน้า มันไม่ช่ายย แต่มีนัทและเบบี๋อยู่ข้างๆน๊าา
    #162
    0
  11. #161 Nest (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 17:00
    พี่ตินนนนนนนนตอนนี้มีลูกมีเมียแล้วนะ ให้เมียทำลายกำแพงสิ55
    #161
    0
  12. #160 mini_mickey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 08:35
    พี่ตินน่าสงสารเนาะนัทช่วยดูแลหัวใจพี่ตินด้วยนะ
    #160
    0
  13. #159 HMKY_ELF (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 03:22
    มาแบบซึ้งๆ =.=
    #159
    0
  14. #158 aluxisz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 23:46
    เย้ๆๆๆๆ ไรต์มาต่อแล้ววววววว พี่ตินน่ารักดีอ่ะ ชอบเรื่องนี้จัง
    #158
    0
  15. #157 aim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 23:14
    น่ารักเนอะพี่ตินอะ ^^
    #157
    0
  16. #156 noon2338 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 20:23
    เค้ารอเสมอเลยเรื่องนี้

    แหมๆ หนูนัทพูดถึงขนาดเพ็รชต้องการสื่อระ!??

    555
    #156
    0
  17. #155 aluxisz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 08:45
    มาต่อเร็วๆนะไรต์ เรื่องนี้น่ารักดีอ่ะ
    #155
    0
  18. #154 Nest (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:09
    เอ่า55555พี่มึง
    #154
    0
  19. #153 mini_mickey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 12:29
    แหะๆรายงานตัวค่ะอ่านมาราธอนเพิ่งคอมเม้นท์
    #153
    0
  20. #152 HMKY_ELF (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 00:57
    คิดถึงไรต์สุดๆ
    #152
    0
  21. #151 DAlSY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 00:49
    เก็บอาการหน่อยพี่ติณณ์
    #151
    0
  22. #150 A.Iliad (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2558 / 23:41
    โธ่ พี่ตินนึกว่าเสียใจที่จิ๊บจะไปที่แท้ดีใจนี้เอง
    #150
    0