Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 4 : Daddy&Mummy No.4 I am a Father and You are a Mother - New Update

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    8 มี.ค. 60



Chapter 4: I am a Father and You are a Mother

 

 

“พี่จะไปรู้ได้ยังไง บางทีผมอาจจะติดใจแล้วไปนอนกับคนอื่นก็ได้ หึ!” ผมถามพี่ตินกลับด้วยความที่อยากเอาชนะ

“หึหึ ตั้งแต่วันที่เรามีอะไรกัน นัทก็ไม่เคยไปเที่ยวกลางคืนอีกเลย เพราะพี่เจอน้องจิ๊บก่อนออกไปเที่ยวแทบทุกวัน อุบ!”

พูดจบแล้วพี่ตินก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ราวกับเพิ่งคิดออกว่าเผลอพูดอะไรออกมา ผมใช้หางตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าเขา ก่อนจะเบะปากให้กับตุ๊ดยักษ์สำส่อน

“มักมาก สำส่อน ผมไม่อยากให้ลูกมายุ่งเกี่ยวกับคนนิสัยแย่ ๆ แบบพี่หรอกนะ บอกไว้ก่อน เหอะ!”

“ได้ยังไง ถ้าไม่มีพี่วันนั้นเราจะท้องได้แบบนี้หรือไง พี่ก็จะบอกไว้เลยว่านัทห้ามพี่ไม่ได้หรอก”

น้ำเสียงแข็งที่ตอบกลับมาบ่งบอกว่าเขาเริ่มอารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้น แต่ผมก็ไม่สนใจ นั่งกอดอกหันหน้ามองนอกรถอย่างไม่อยากเสวนาด้วย

“เฮ้ย! พี่ทำอะไร!” ผมเอนตัวพิงประตูรถด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ ๆ พี่ตินยื่นมือมาทำท่าจะโอบตัวผม

“ก็นัทไม่ยอมคาดเข็มขัด พี่เลยจะคาดให้”

พี่ตินตอบพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่สนใจอาการตกใจของผม ก่อนจะขยับตัวกลับไปขับรถออกจากอาคารจอดรถของโรงพยาบาล

“เดี๋ยวพี่ไปส่งนัทที่คอนโดนะ”

“ได้ยังไง ไปบริษัทสิ นี่ผมขาดงานไปเกือบครึ่งวันแล้วนะ” ผมแย้งขึ้นอย่างรวดเร็ว มีหวังกลับไปโดนพี่ลักษณ์บ่นอีกแน่

“อ่า นั่นสิ เกือบเที่ยงแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวพาบิบี๋กับคุณแม่ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินดีกว่า”

ผมรีบปัดมือพี่ตินที่อาศัยช่วงผมเผลอยื่นมาลูบท้อง

“โหย คุณแม่ใจร้ายที่สุด ไม่ยอมให้คุณพ่อทักทายบิบี๋”

ผมได้เบะปากด้วยความหมั่นไส้ท่าทางงอนแล้วทำปากยื่นปากยาวของพี่ติน ตัวก็ยักษ์มาทำท่าง๊องแง๊งอีก ปัญญาอ่อนชะมัด

“ปัญญาอ่อน แล้วที่ผมพูดไปน่ะ ได้ยินบ้างไหม บอกว่าจะไปทำงาน ทำงาน ๆ”

“โอ๊ย พอครับพอ เดี๋ยวลูกหนวกหู ไม่ต้องห่วงครับ พี่พากลับแน่บริษัทเนี่ย เราจะได้ไปตกลงอะไรหลาย ๆ อย่างด้วย แต่ตอนนี้นัทต้องไปกินข้าวกับพี่ก่อน อย่าลืมว่าตอนนี้ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว จะกินหรือไม่กินอะไรไม่ได้มีผลต่อนัทแค่คนเดียว แต่มีผลกับลูกของเราด้วย โอเคนะ”

ผมถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นโอบท้องตัวเองไว้

“ทำไมถึงเป็นผม ทำไมถึงเป็นผมที่เป็นผู้ชายแต่ดันท้องได้แบบนี้”

แม้แต่ผมยังบอกไม่ได้เลยว่าตอนนี้ ดีใจหรือเสียใจที่ตัวเองท้องได้และมีลูกได้อย่างผู้หญิงทั่วไป ความรู้สึกตื่นเต้นที่รู้ว่าในร่างกายนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ อยู่ตีคู่กันมาพร้อมกับความกลัว กลัววันข้างหน้า ผมจะเลี้ยงเขาได้ดีแค่ไหน ทำได้ดีเท่ากับที่แม่เลี้ยงผมมาไหม ครอบครัวผมจะรับได้หรือไม่ แม่ผมจะดีใจหรือเปล่าที่ผมเป็นแบบนี้ ถ้าความลับนี้ล่วงรู้ถึงคนภายนอก ผมจะกลายเป็นตัวประหลาดหรือเปล่า ลูกที่เกิดมาเขาจะสงสัยไหมทำแม่เขาเป็นผู้ชาย การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกมากมาย ผมควรจะทำอย่างไรดีต่อจากนี้

“นัทร้องไห้ทำไมครับ ไม่เอานะคนดี เดี๋ยวบิบี๋เป็นเด็กขี้แยนะ”

ยิ่งได้ยินพี่ตินพูดปลอบใจ ผมยิ่งรู้สึกสับสนในใจเพิ่มมากขึ้น

“ฮึก โผะ ผมเป็นตัวประหลาด แม่จะรับได้ไหม ฮึกฮือ...” ผมปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกต่าง ๆ ภายในใจผสมปนเปออกมาเป็นน้ำตา

พี่ตินเปิดไฟฉุกเฉินแวะจอดริมถนน ก่อนจะดึงผมเข้าไปกอด แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะลึก ๆ แล้ว ผมกำลังต้องการใครสักคนที่จะมาเป็นที่พึ่งให้กับตัวเอง เรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้มันหนักหนาเกินกว่าผมจะปล่อยผ่านไปได้โดยไม่รู้สึกอะไร

“โอ๋ ไม่เอาไม่ร้องนะคนดีของพี่ ไม่มีใครรับก็ช่าง พี่รับคนเดียวก็ได้ พี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับได้อย่างครอบครัวหญิงชายทั่วไป แต่พี่เชื่อว่าพระเจ้าท่านได้คัดเลือกมาแล้ว เลือกที่จะให้เราสามคนมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ให้นัทเป็นภรรยาพี่ เป็นแม่ของลูกพี่ พี่ไม่มีวันทอดทิ้งครอบครัวของพี่ไปไหนแน่นอน”

ผมสูดน้ำมูก นิ่ง และพิจารณาตามที่พี่ตินพูด แล้วก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า คำพูดของพี่ตินทำให้หัวใจที่อ่อนล้าและสับสนของผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เขาทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงคนเดียว

“นี่ถ้าบิบี๋รู้ว่าคุณแม่เศร้าที่ต้องอุ้มท้องเขาล่ะก็ บิบี๋ต้องเสียใจมากแน่เลย เฮ้อ...”

พอได้ยินน้ำเสียงจีบปากจีบคอของพี่ติน เหมือนกับสติสตางค์ผมก็กลับมาเป็นปกติ จนต้องรีบผละตัวออกจากอ้อมกอดของเขาในทันที

“งะ พอหยุดร้องก็ผลักกันออกเลยน้า...”

ผมไม่ได้ตอบกลับ แต่หยิบทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง ส่วนพี่ตินก็ขยับตัวไปขับรถต่อ

“นัทอยากกินอะไรครับ ไปกินที่ห้างกันเนาะ พี่อยากไปซื้อหนังสือด้วย”

พี่ตินพูดเองเออเองเสร็จสรรพ ผมเลยหันหน้าออกมองบรรยากาศนอกรถ

“พิซซ่า...” ป้ายโฆษณาพิซซ่าริมทางที่ขับรถผ่านกระตุ้นน้ำลายและความหิวผมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ฮืม นัทว่าอะไรนะ”

“พิซซ่า อยากกินพิซซ่าที่มีชีสเยิ้ม ๆ” พูดแล้วผมก็รู้สึกว่าน้ำลายไหล

“เอ่อ มันจะดีเหรอครับ แป้งเอย ชีสเอย เสี่ยงไขมันอุดตันในเส้นเลือดน้า”

ผมหันไปมองหน้าพี่ตินด้วยความไม่พอใจ ทำไมเขาต้องขัดใจผมด้วย ทีตัวเองออกไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์กินเหล้าขนาดนั้น กลับไม่นึกกลัวบ้าง

“งั้นพี่จะไปกินอะไรก็ตามสบาย แต่ผมหิวและอยากกินพิซซ่า จอด!”

“เอ่อ อ่า โอเคครับ พิซซ่าก็พิซซ่า”

ผมหันมาอมยิ้มเมื่อพี่ตินยอมแพ้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ รถติด!

ผมเปลี่ยนมานั่งกอดอกด้วยความเซ็ง ความหิวทำให้ผมเริ่มหงุดหงิด อาการเศร้าเสียใจถูกพับเก็บไว้ก่อนชั่วคราว

“สงสัยจะเกิดอุบัติเหตุข้างหน้า ทำใจร่ม ๆ นะครับคุณแม่ เดี๋ยวบิบี๋เป็นเด็กขี้หงุดหงิดไปด้วย” พี่ตินพูดพลางก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์ตัวเอง

“ทำอะไรน่ะ!” ผมถามพร้อมกับชะเง้อคอไปมอง

“ฮึย! เราจะไม่กินพิซซ่ากันแล้วครับ นี่ ในเน็ตบอกว่า คุณแม่ไม่ควรรับประทานอาหารย่อยยาก แคลอรี่สูง เช่น เค้ก พิซซ่า โดนัท น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ร่างกายทำงานหนักและเป็นไขมันส่วนเกินในร่างกายอีกด้วย เพราะฉะนั้นเที่ยงนี้เราจะไม่กินพิซซ่า ฮิฮิ”

“ย้า! ก็คนมันอยากกินพิซซ่าอ่ะ!” หงุดหงิดระดับสูงสุด พี่ตินอยากมีปัญหากับผมสินะ!

“แต่มันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ ไปกินอย่างอื่นกันเถอะ เนี่ยเขาบอกว่าคนท้องต้องกินอาหารบำรุงเลือด พวกโปรตีน ธาตุเหล็ก ช่วงหนึ่งถึงสามเดือนแรกต้องเน้นผักเยอะ ๆ เพราะช่วยในการขับถ่าย ช่วยย่อย ฉะนั้น วันนี้เราจะไปกินร้านอาหารไทยกันดีกว่า” พี่ตินเงยหน้าขึ้นมายิ้มใส่ตา บอกเลยว่าผมเห็นแล้วหงุดหงิด!

“ก็ได้ งั้นกิน ส้มตำ ลาบหมู ต้มแซ่บ...”

“หยุด! คนท้องไม่ควรกินอาหารรสจัดเพราะไม่ดีต่อลำไส้ โอเค้?”

“ไม่โอเคโว้ย! ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ห้าม ไม่ต้องกินมันเลยดีไหม!”

ผมรีบยื่นหน้าไปตะโกนใส่หูพี่ติน เมื่อเขายกมือขึ้นปิดหูตัวเองไว้ ผมเลยยกกำปั้นขึ้นทุบไหล่เขาเป็นการระบายอารมณ์

“โอ๊ย บิบี๋ครับ พ่อจ๋าโดนแม่จ๋าทำร้ายร่างกายเพราะพ่อจ๋าเป็นห่วงแม่จ๋ากับบิบี๋อ่ะ น่าน้อยใจที่สุดเลย” เขายังมีหน้ามาฟ้องลูกอีก

“แล้วขัดใจทำไมล่ะ นั่น! รถเขาขยับแล้ว รีบไปเลย”

พอได้ยินคนมาบอกว่าเป็นห่วงต่อหน้าแบบนี้ก็ทำให้ผมอดรู้สึกหวิวขึ้นมาในใจไม่ได้

พี่ตินพามานั่งร้านอาหารไทยในห้างสรรพสินค้า เขายื่นเมนูมาให้ผมเป็นคนเลือกอาหาร รายการอาหารละลานตาไปหมดเลย กุ้งก็น่ากิน ปลาหมึกก็น่ากิน

“พี่ตินอยากกินต้มยำกุ้งน้ำข้น”

ผมเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ตินด้วยสายตาแบบไหนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ก็เห็นว่าแก้มพี่ตินขึ้นสีแดงจาง ๆ

“เอาต้มยำกุ้งแต่ไม่ต้องเผ็ดมากนะครับ” พอพี่ตินเอ่ยสั่งไปแล้ว ผมก็รีบหาเมนูถัดไป

“เอาหมูมะนาวครับ ปลาหมึกยัดไส้ ยำหมูยอ พี่ตินอยากกินผลไม้ด้วย”

“กับข้าวทุกอย่างขอไม่รสจัดมากนะครับ แล้วก็ผลไม้รวมชุดใหญ่ อะไรอีกไหมครับ”

ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรู้สึกตัวว่าสั่งไปหลายอย่างแล้ว ถ้าเกิดว่าต้องจ่ายเองขึ้นมาจะซวยเอาได้

“เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีคะ”

“เอาน้ำเปล่าครับ” ผมตอบเมื่อเห็นว่าพี่ตินเงียบไป

“ค่ะรายการที่สั่งนะคะ มีต้มยำกุ้งน้ำข้น หมูมะนาว ปลาหมึกยัดไส้ ยำหมูยอ ผลไม้ชุดใหญ่ น้ำเปล่า ไม่ทราบว่าจะรับข้าวแบบเป็นจานหรือแบบโถดีคะ”

ผมกับพี่ตินมองหน้ากัน และพี่ตินก็พยักหน้าเป็นเชิงให้ผมสั่ง

“ข้าวเปล่าสองจานครับ”

“ค่ะ ข้าวเปล่าสองจาน รออาหารสักครู่นะคะ”

แล้วพนักงานก็เดินกลับไป ผมก็ไม่รู้จะชวนพี่ตินคุยอะไร เพราะช่วงหนึ่งเดือนที่ห่างกันไปทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ สุดท้ายเลยต้องหันไปมองรอบ ๆ ร้านแทน

“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จเราไปเดินหาซื้อหนังสือคู่มือคุณแม่กันดีกว่าเนาะ ความจริงอยากจะไปเดินดูของใช้เด็กด้วยนะ แต่...”

“ตลกแล้ว ลูกเพิ่งจะได้เดือนเดียวเองนะ แล้วจะซื้อนี่รู้เพศหรือยัง” ผมถามกลับเพราะดูพี่ตินจะคิดไปไกลมากแล้วตอนนี้

“งะ เค้าก็แค่คิดไว้เองนะ ไว้รู้เพศลูกเดี๋ยวเราก็ค่อยไปซื้อกันเนอะ”

สายตาที่พี่ตินมองมาเต็มไปด้วยความสุขจนผมไม่กล้าสบตาเขานาน ๆ เพราะรู้สึกคันยุบยิบในใจแปลก ๆ

หลังจากนั้นพี่ตินก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าผมด้วยยิ้ม ๆ แม้จะโดนผมมองด้วยสายตาไม่พอใจแล้วก็ยังไม่หยุด จนกระทั่งอาหารมาเสิร์ฟ ระหว่างนั่งรับประทานอาหาร
พี่ตินก็เอาแต่ตักกับข้าวใส่จานผม จนต้องเอ่ยปากห้ามไว้

“พี่ก็กินเข้าไปบ้างเถอะ ตักให้แต่ผมแล้วพี่จะอิ่มหรือไง”

“แค่เห็นแม่จ๋ากับบิบี๋กินอิ่ม พ่อจ๋าก็อิ่มจนไม่ต้องกินอะไรเลยล่ะครับ”

ผมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายใจเมื่อได้ยินประโยคน้ำเน่าของเขา

“อย่ามาเวอร์! รีบ ๆ กินเข้าไปเลย จะได้รีบไปที่อื่นต่อ ป่านนี้งานรอท่วมโต๊ะแล้วมั้ง”

และที่สำคัญคือ ผมรู้สึกแปลก ๆ เวลาอยู่กับพี่ติน แต่อีกใจก็คิดว่าคนเราไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันมาก่อน แต่กลับต้องมารับผิดชอบดูแลแบบนี้ ตอนนี้เขาอาจจะยังรู้สึกตื่นเต้นกับของใหม่ แต่พอเวลาผ่านไปเขาจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า เหมือนตอนนี้ผมยืนอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก หันไปทางไหนก็มองอะไรไม่เห็น ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป บางทีผมคงต้องเริ่มวางแผนชีวิตตัวเองกับลูกตั้งแต่วันนี้แล้วสิ

“คิดอะไรอยู่ครับ ดูสิคิ้วจะผูกโบว์อยู่แล้วเนี่ย”

“เปล่าครับ ผมแค่อยากกลับบริษัทแล้ว” ผมตอบพร้อมกับก้มหน้าลงกินข้าวต่อ แต่ทำไมอาหารมันถึงได้ไร้รสชาติแบบนี้นะ

 

เราสองคนกลับมาถึงบริษัทราว ๆ บ่ายสาม ผมขอแยกไปที่โต๊ะทำงานตัวเองทันที ส่วนพี่ตินยังจัดการของที่ซื้อมาในรถก่อน

“ไงวะไอ้นัท ได้ข่าวว่าไม่สบาย เป็นไงบ้าง”

พี่ศักดิ์ทักขึ้นมา ทำให้หลายคนที่นั่งก้มหน้าทำงานอยู่หันมาสนใจส่งเสียงถามสารทุกข์สุขดิบตาม ๆ กัน

“ก็ไม่อะไรหรอกพี่ แค่เป็นโรคกระเพาะธรรมดานี่แหละ หมอก็ให้ยามากิน ว่าแต่พวกพี่รู้ได้ไงว่าผมไม่สบาย” ผมถามกลับด้วยความสงสัย

“ก็เจ๊โทรมาบอกพี่นะสิยะ”

ผมหันไปมองหน้าพี่ลักษณ์ด้านหลังด้วยความตกใจ

“คือ ความจริงวันลาของแกยังเหลือเพียบเลยนะ ถ้าเหนื่อยมากนักก็ลาบ้างเถอะแหม...”

ผมอดขำกับคำพูดพี่ลักษณ์ไม่ได้ ขนาดเป็นห่วงยังต้องมีจิกกัดตลอดสินะ

“ก็มันไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นนี่ครับ”

“อ่า พอดีเลยทุกคน วันนี้ผมมีข่าวดีจะประกาศให้ได้รับทราบกัน”

พี่ตินหยุดยืนพูดในขณะที่หอบหิ้วถุงมาเต็มสองมือ

“กิ๊กช่วยถือก่อนไหมคะบอส”

พี่ตินส่งถุงทั้งสองมือให้น้องกิ๊กรับไปถือไว้ พร้อมกับเสียงพนักงานที่เริ่มเดาเรื่องที่พี่ตินจะประกาศดังขึ้น

“สต็อป! ฟังจ้าฟัง”

เสียงพูดคุยเงียบลง ต่างคนต่างหันไปสนใจพี่ตินเป็นจุดเดียว

“โอเค เรื่องก็มีอยู่ว่าตอนนี้พนักงานดีเด่นบริษัทของเรานั่นคือ นัท เมื่อพี่พาเขาไปหาหมอมา ตอนนี้นัทเขาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง งดใช้งานแบกหามทุกชนิด ใครมีเรื่องเครียดไม่ต้องเล่าให้ให้นัทฟัง ใครชอบฝากนัททำนั่นทำนี่ให้ก็ห้ามเด็ดขาด”

เสียงทุกคนเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ผมเองยังตกใจในสิ่งที่พี่ตินประกาศ บอกคนอื่นไปอย่างนั้น เขาจะมองผมอย่างไร แต่อย่างน้อยก็ต้องคิดล่ะว่า ผมสำออย

“เดี๋ยวนะ ผมรู้สึกว่าบอสจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับไอ้นัทมันมากเกินไปไหมครับ”

พี่ศักดิ์เอ่ยถาม แน่นอนว่าสายตาที่ทุกคนมองมาที่ผมแทน นั่นทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที

“นั่นสิ ทีตอนผมท้องเสียไม่เห็นบอสห่วงใยแบบนี้เลย” พี่ก้องพูดขึ้น

“เอ่อ คือ มันไม่มีอะไรครับ ผมแค่เป็นโรคกระเพาะธรรมดา คือ...” ผมพยายามเอ่ยอธิบาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังผมเลย

“ก็แน่นะสิ เพราะตอนนี้นัท...” พี่ตินเดินเข้ามาแทรกระหว่างผมกับพี่ลักษณ์ ก่อนจะยกมือขึ้นโอบไหล่

“เป็นคนพิเศษของผม เนอะที่รัก จุ๊บ”

 





มีปรับเนื้อหามากขึ้น หวังว่าจะอ่านแล้วไม่สะดุดนะคะ


Rename



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1105 Mistyblack (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:37
    ฮิ้วววว ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวเอามันออกไป ใครมีลูกชายมาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเหวยมีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง ฮิืววววว
    ปล.เพลงไรว่ะเนี่ย?
    #1,105
    0
  2. #1100 Pawitvp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 02:04
    ฮี๊ววววววว
    #1,100
    0
  3. #1004 -BVR- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 08:21
    พี่ตินโคตรโมเม
    #1,004
    0
  4. #851 Kim-kibom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:41
    555 เค้าเปิดตัวแล้ว..นัทเห็นด้วยหรือ???
    #851
    0
  5. #830 baekbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:17
    เหยดดดด เอาแบบนี้เลยหรอ แต่ถือว่าก็ดีกว่าบอกว่าท้องอ่ะเนอะ แต่จะมีคนหมั่นไส้ไหมนี่สิ
    #830
    0
  6. #576 Noey_CHP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:06
    พี่ตินน่ารักมากเลยเอาใจเก่งมากๆ ดูแลดีด้วย ฮืออ พี่ตินพูดออกไปแบบนั้นนัทจะไม่โกธรใช่ไหม แอบหวั่น ;-;
    #576
    0
  7. #516 ติ่งผมยาวคุง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 21:13
    เจ็ตินน่าร๊ากกกกกกก
    #516
    0
  8. #377 jiwjug (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:25
    เหยดดด มาเเรงเว้ยยยย55
    #377
    0
  9. #356 June-2533 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 11:02
    เยรดเข้ โดนใจวัยทีน 55555555 ชอบแรงอิอิ
    #356
    0
  10. #339 soulEaster (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:07
    กรี้ดดด เขินมากมายย><
    #339
    0
  11. #311 LasTDesinY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:32
    เจ้ติน แกหน้าหนามากอ่ะ ชอบเลย
    #311
    0
  12. #259 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 09:50
    เฮียดินแกรุกหนักอ่ะ
    #259
    0
  13. #250 kaiou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 23:37
    พี่ตินแรดได้ใจชอบอ่ะ น่ารักมากๆๆ
    #250
    0
  14. #172 ศะนะคะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 01:58
    เงิบกันทั้งบริษัทเลยละสิ
    #172
    0
  15. #96 A.Iliad (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 22:20
    พี่ตินออกตัวแรงแซงทางโค้งมาก 
    #96
    0
  16. #72 pppp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 12:02
    สนุกมากค่ะ มาต่อเร็วๆ นะคะ
    #72
    0
  17. #71 werchu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 10:14
    สนุกอ้ะะะ 'มาอัพไวไวน๊าา
    #71
    0
  18. #70 Foofueieina (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 23:57
    เลิฟคุณพ่ออ มุ้งมิ้งที่สุดด
    #70
    0
  19. #69 ดาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 18:02
    ตินดูเปนคนน่ารักมุ้งมิ้งจัง แอบขำไปด้วยชอบมากจ้า
    #69
    0
  20. #68 TAKARA KUN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 16:58
    เปิดตัวซะแล้วเจ้
    #68
    0
  21. #66 tudtu8 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 16:45
    อึ้งละสินัท คนพิเศษ
    #66
    0
  22. #65 pus tee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 15:46
    นัทออกอาการแพ้ท้อง แบบกินแหลก แหมเหวี่ยงซะ
    #65
    0
  23. #64 mikey_moonlit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 14:33
    คุณพ่อเปิดตัวแรงมากค่าาาาาา 555 ชอบๆ
    #64
    0
  24. #61 minminkho (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 16:55
    คุณพ่อพี่ตินนี่มุ้งมิ้งน่ารักที่สุด ต้องทนหน่อยนะอารมณ์คุณแม่ก็ขึ้นๆลงอย่างนี้ละ คิคิ
    #61
    0
  25. #58 loogtarnhannie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 15:40
    คุนแม้ หงุดหงิดแล้ววว
    #58
    0