Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 3 : Daddy&Mummy No. 3 Black out!! - New update + ข่าว Ebook

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    8 มี.ค. 60





Update 

นิยายเรื่องนี้มีทั้งหมด 35 ตอน และตอนพิเศษอีกประมาณ  2 - 3 ตอน

รวมเล่มเป็น Ebook อาจจะได้ช่วงกลางเมษายนนี้ กำลังรีไรท์อีกรอบค่า

อย่าเพิ่งทิ้งกันไปนะคะ YY


Rename


 

 

Chapter 3: Black out!

 

 

 

“อุก...” ผมรีบวิ่งลงจากที่นอน เพื่อเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว หลังจากที่รู้สึกว่าทุกอย่างในกระเพาะย้อนขึ้นมารอที่ลำคอแล้ว และเมื่อถึงหน้าชักโครกผมก็ปล่อยออกมาจนหมด

“ฮือ นี่มึงอ้วกอีกแล้วเหรอ ฮ้าว...” เสียงจิ๊บเพื่อนรักของผมดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับช่วยลูบหลังผมไปด้วย

เมื่อความอัดอั้นถูกปล่อยออกมาจนหมด ผมถึงได้ขยับตัวกดชักโครกทำความสะอาด แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นไปล้างปากที่อ่างล้างหน้า โดยมีจิ๊บเดินตามไปยืนข้าง ๆ

“นี่ถ้ามึงไม่ใช่ผู้ชายนะ...”

ผมหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความงุนงง อาการอ้วกมันเกี่ยวอะไรกับการเป็นหรือไม่เป็นผู้ชาย

“ทำไม ถ้าไม่ใช่ผู้ชายแล้วทำไม” ผมถามต่อ

“ก็ไม่ทำไม กูก็จะคิดว่าอาการแบบนี้เนี่ย มันคนท้องชัด ๆ ไงล่ะ แต่เผอิญมึงเป็นผู้ชายกูเลยคิดไม่ได้ไง”

คำว่า ‘ท้อง’ ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เพื่อนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“อุ้ย มึง เดี๋ยวกูไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ ฮันนี่กูโทรมาแน่เลย คิกคิก”

ผมพยักหน้าตอบเพื่อน ก่อนจะหันมามองหน้าตัวเองในกระจก ทำไมสภาพผมถึงเป็นแบบนี้ ใบหน้าอิดโรยเสียยิ่งกว่าตอนนั่งทำงานทั้งคืน เห็นแล้วอดยกมือขึ้นลูบแก้มขาวซีดของตัวเองไม่ได้ เผื่อมันจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้บ้าง

เป็นระยะเวลาเดือนกว่าแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยระหว่างผมกับพี่ติน ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ทำตามที่ได้ตกลงกับพี่ตินอย่างดี จะมีก็แต่เขาที่พยายามจะเข้ามาคุยด้วย แต่ว่าผมก็เร็วกว่าเสมอ สามารถหาทางหลบเลี่ยงได้ก่อนทุกครั้ง แค่เขาหันมามองหน้า ผมก็รีบหันหน้าหนีทันที ช่วงแรก ๆ พี่ที่บริษัทก็เข้ามาถามด้วยความสงสัยว่าทำไมผมดูแปลก ๆ แต่ผมก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ จนพวกเขาเลิกถามกันไปเอง

ส่วนอาการตื่นมาอาเจียนตอนเช้าเป็นมาได้สามสี่วันแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอและรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ก็อาจจะเป็นอาการไมเกรนหรือเครียดลงกระเพาะ เพราะผมจะรู้สึกปวดหัวร่วมกับอาเจียนในช่วงเช้าด้วย สงสัยวันนี้คงต้องไปหาหมอตรวจดูสักหน่อย

ผมเดินออกมาหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อเข้ามาอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน โดยที่จิ๊บกำลังนอนม้วนตัวกัดหมอนด้วยความเขิน อันเนื่องมาจากแฟนคนล่าสุดซึ่งเป็นชาวอเมริกันวีดีโอคอลล์มาจากสหรัฐอเมริกา เห็นสองคนคุยกันมาร่วมเดือนแล้ว แต่ก็ไม่เห็นนายฝรั่งนั่นจะมาให้เห็นตัวเป็น ๆ สักที

ผมส่ายหน้าให้อาการเขินขั้นรุนแรงของเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวตามปกติ ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยง่ายและง่วงนอนทั้งวัน คิดว่าคงจะสะสมมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เนื่องจากลูกค้าที่ผมดูแลอยู่ติดต่อเข้ามาเปลี่ยนหัวข้องานใหม่ ทำให้ผมต้องเริ่มทำงานใหม่ทั้งหมดในระยะเวลาที่สั้นลงกว่าเดิม วันหนึ่งได้นอนประมานสองสามชั่วโมงเท่านั้น

ผมใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวราวยี่สิบนาที ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากทาครีม โลชั่น หรือน้ำหอมอะไรที่มีกลิ่นกับตัวเองมากนัก เวลาได้กลิ่นพวกนี้แล้วผมรู้สึกปวดหัวอยากอาเจียนทุกที

“กูไปทำงานก่อนนะ” ผมหันไปบอกจิ๊บ ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกมา

จิ๊บทำงานเป็นช่างตัดผมที่ร้านทำผม ซึ่งเจ้าของเป็นไฮโซที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการตัดแต่งทรงผม ดังนั้นเวลาไปทำงานของจิ๊บจะสายกว่าแต่ก็เลิกดึกกว่าผม

“โชคดี บรั้ย” เสียงอวยพรจากเพื่อนดังตามมาเบาๆ

แกร็ก / แกร็ก

ทั้งผมและพี่ตินต่างชะงักอยู่ที่หน้าประตูห้องตัวเอง และคนที่เป็นฝ่ายยิ้มก่อนคือเขา แต่ผมเลือกที่จะปิดประตูห้องแล้วเดินออกมาเงียบ ๆ แทน

“ทำไมหน้าซีด ๆ ล่ะ นัทไม่สบายหรือเปล่า”

นี่พี่ตินคงลืมที่ผมสั่งว่าห้ามเข้าใกล้ผมเกินหนึ่งเมตร แต่ต่อให้เขาจะถามอีกร้อยคำถาม ผมก็จะไม่ตอบ และพยายามเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้นเพื่อหนี

“เดี๋ยวสินัท วันนี้เว้นไว้สักวันเถอะ นั่งรถไปกับพี่ดีกว่า” พี่ตินเดินเร่งขึ้นมาข้าง ๆ

“เฮ้อ ผมปกติดี ถ้าพี่จะกรุณาละก็ ช่วยอย่ามายุ่งกับผมอีก อึก...” เมื่อตอบกลับไปแล้ว ผมก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เมื่อรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมอีกครั้ง

“เป็นอะไรครับ”

พี่ตินถามด้วยสีหน้าตกใจ พร้อมกับยกมือขึ้นมาจับแขนผมไว้

อาการคลื่นไส้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ผมรีบสะบัดมือพี่ตินออกเพื่อจะวิ่งกลับไปที่ห้องตัวเอง แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย

“อื้อ ๆ”

“เป็นอะไรครับ เกิดอะไร จะอ้วกเหรอ”

พี่ตินถามด้วยความตกใจเมื่อผมยกมือชี้ปากตัวเอง พอเขาถามว่าจะอ้วกไหม ผมก็รีบพยักตอบกลับไป

“อึก...อื้อ...” ผมให้เวลาอีกสามวินาทีเท่านั้นเพราะรู้สึกว่าตอนนี้มันขึ้นมารอที่คอหอยแล้ว

“เอ่อ อ้วก เอ้า อ้วกใส่นี่แล้วกัน”

พี่ตินรีบเปิดถุงหิ้วในมือที่ใส่ของบางอย่างให้ ผมก็รีบก้มหน้าลงอาเจียนใส่ทันที และผมก็ไม่สนใจว่าคนถือจะรู้สึกขยะแขยงพะอืดพะอมตามหรือไม่ เพราะที่สนใจคือ ต้องเอามันออกมาให้หมด

“เฮ้อ...”

ผมทรุดลงนั่งกับพื้นเพราะรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัว พี่ตินยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ผมรับมาเช็ดปากตัวเองเงียบ ๆ รู้สึกหมดแรงจนอยากจะล้มตัวลงนอนกับพื้นเสียตรงนี้

“ดีขึ้นไหม อ้วกขนาดนี้พี่ว่าไปหาหมอเถอะ” ผมส่ายหน้าก่อนจะรวบรวมกำลังเพื่อลุกขึ้นกลับไปล้างปากที่ห้องตัวเอง

“ไปเถอะนะ เฮ้ย ๆ”

เสียงร้องด้วยความตกใจของพี่ตินดังขึ้นข้างใบหูก่อนที่สติผมจะเลือนหายไป

 

 

ผมรู้สึกว่าตัวเองนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงแต่เป็นเตียงที่เคลื่อนที่ได้ และเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้กลิ่นแบบนี้ คนนั่งรอกันแบบนี้ เสียงประกาศชื่อแบบนี้...โรงพยาบาล!!

“นัทโอเคไหม”

“พี่พาผมมาเหรอ?” ผมหันไปมองหน้าพี่ตินที่เดินข้างเตียงรถเข็น

“ใช่ ก็นัทเล่นเป็นลมต่อหน้าพี่ขนาดนั้น พี่เลยพามาหาหมอไง เห็นช่วงนี้ทำงานหนัก พักผ่อนบ้างนะ เดี๋ยวสิ้นปีจะให้โบนัสหกเดือน” พี่ตินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่ผมไม่ได้ยิ้มตอบกลับไป

“ผมไม่อยากนอนบนนี้อ่ะ ขอลงได้ไหม”

ผมบอกพี่ติน เพราะการนอนบนเตียงรถเข็นทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ป่วยที่อาการหนักมาก ทั้งที่ความจริงแค่เป็นลมไปเท่านั้นเอง

“แน่ใจนะว่าโอเค”

ผมพยักหน้าตอบกลับ พี่ตินเลยบอกบุรุษพยาบาลว่าให้เอาเตียงรถเข็นไปเก็บ ส่วนผมนั้นเดี๋ยวเขาดูแลต่อเอง

หลังจากนั้นพยาบาลก็ซักประวัติและอาการเบื้องต้นของผม ก่อนจะบอกให้ไปนั่งรอคุณหมอที่หน้าห้องตรวจ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเอกชนเลยไม่ต้องนั่งรอคิวนานมากนัก เมื่อพยาบาลเรียกชื่อ ผมก็เดินเข้าไปในห้องตรวจเงียบ ๆ

“อาการเป็นอย่างไรครับ”

คุณหมอถามหลังจากที่ผมนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว

“ก็รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัวช่วงตอนเช้าครับ ง่วงและอยากนอนตลอดเวลาเลย”

“แล้วช่วงอื่นของวันละครับ ไม่รู้สึกมีอาการพะอืดพะอมเลยหรือ”

“ก็มีบ้างครับ เวลาได้กลิ่นอะไรเหม็น ๆ แต่จะเป็นหนักมากช่วงเช้า ๆ”

“อืม แล้วมีปวดท้องหรือท้องเสียอะไรไหมครับ”

“เอ่อ ไม่นะครับ แต่รู้สึกว่าจะปวดปัสสาวะบ่อย”

“มีปัสวาวะบ่อย แต่ไม่ปวดท้องหรือท้องเสีย งั้นเดี๋ยวขึ้นนอนบนเตียงก่อนนะครับ หมอขอดูท้องหน่อย”

ผมขยับตัวเดินไปนอนรอบนเตียงตามที่คุณหมอสั่งคุณหมอไม่พูดอะไรแต่ขยับหูฟังทางการแพทย์บนหน้าท้องผมไปเรื่อย ๆ พร้อมกับส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอคนเดียว

“อืม แปลกนะหมอว่า...”

สีหน้าและคำพูดหมอทำให้ผมรู้สึกกังวลขึ้นมา กลัวจะตรวจเจอว่าผมเป็นโรคอะไรร้ายแรง

“มีอะไรหรือครับหมอ”

“คือ...หมอยังฟันธงอะไรตอนนี้ไม่ได้ครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า หมอจะส่งคุณไปห้องตรวจปัสสาวะกับตรวจเลือดก่อนนะครับ เรียบร้อยแล้วกลับมาหาหมอที่ห้องนี้อีกที”

ผมพยักหน้าตอบรับแม้ในใจจะยังงุนงงอยู่ แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร ถือว่าเป็นการตรวจสุขภาพไปด้วยในตัว แต่อีกใจก็เริ่มกังวลว่าตัวเองจะเป็นโรคร้าย ผมยังไม่อยากตาย ยังอยากอยู่ดูแลแม่ไปอีกนาน ๆ

เมื่อผมเดินออกมาจากห้องตรวจ พยาบาลก็รับใบสั่งจากหมอเดินตามออกมาด้วย พอพี่ตินเห็นผมออกจากห้อง เขาก็รีบเดินเข้ามาหาทันที

“เดี๋ยวคนไข้ไปตรวจเลือดกับปัสสาวะนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ”

“อ้าว ถึงขั้นต้องตรวจเลือดเลยเหรอ”

ผมไม่ได้ตอบคำถามพี่ติน แต่รีบเดินตามพยาบาลเพื่อไปที่ห้องตรวจเลือด โดยมีพี่ตินเดินตามมาด้วย

เมื่อมาถึงพยาบาลก็บอกให้ผมนั่งรอเรียกชื่อสักพักผมก็ถูกเรียกเข้าไปเจาะเลือดในห้อง เสร็จแล้วก็ได้รับขวดพลาสติกมีฝาปิดให้ไปเก็บปัสสาวะมาตรวจ จากนั้นผมก็กลับมานั่งรอหน้าห้องตรวจเดิมอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกกังวลระคนกลัวที่จะได้รับรู้ผลการตรวจครั้งนี้

“ให้พี่เข้าไปด้วยไหม นัทสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยอ่ะ”

พี่ตินถามพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่หน้าผากผมเบา ๆ แน่นอนว่าผมรีบเอียงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทำให้เขาชะงักมือไปก่อนจะลดมือลงไปวางบนตักตัวเอง

“ก็แล้วแต่...” ผมบอกเขาเสียงเบา

ถ้าให้พูดกันตามตรง ตอนนี้ผมรู้สึกทั้งกังวลทั้งกลัว ไม่รู้ว่าที่ตัวเองเป็นอยู่นี้มันคือโรคอะไร เป็นโรคร้ายแรงหรือเปล่า ถึงขั้นต้องตรวจเลือดขนาดนี้ หวังว่าจะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะ!

“ทำไมมองกันแบบนั้นล่ะครับ”

พอโดนผมมองด้วยสายตาแข็ง ๆ ใส่ พี่ตินยังมีหน้ามายิ้มกลับให้ผมอีก ถ้าเกิดผมเป็นโรคร้ายแรงที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ขึ้นมาละก็ คนที่แพร่เชื้อก็มีอยู่คนเดียว!

“พี่ไม่อยากตรวจเลือดบ้างหรือไง”

พอผมพูดจบพี่ตินก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองหัวเราะคิกคัก

“สบายใจได้ครับ พี่บริจาคเลือดทุกหกเดือน สะอาดปลอดภัยหายห่วงได้เลย”

ผมหันหน้าหนีไปอีกฝั่งเพราะรู้สึกหมั่นไส้ปนหงุดหงิดที่เขาดันเข้าใจถึงสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อได้รวดเร็วขนาดนี้

“เฮ้ย! ลืมโทรไปลาป่วยกับพี่ลักษณ์เลย”

ผมเอ่ยออกมาอย่างเพิ่งนึกได้ ซึ่งพี่ลักษณ์ที่ว่านี้เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ค่อนข้างดุ

“มากับเจ้าของบริษัทจะไปกลัวอะไรล่ะฮะ”

ผมเหล่สายตามองพี่ติน หลังจากได้ยินเสียงจีบปากจีบคอเอ่ยขึ้นมา เห็นแล้วหงุดหงิด! เพราะไอ้อาการแบบนี้ไง ใคร ๆ ถึงเข้าใจผิดไปหมด รวมทั้งผมด้วย

สักพักใหญ่พยาบาลก็เรียกชื่อผมเข้าไปในห้องตรวจ คราวนี้พี่ตินก็ตามเข้ามาด้วย แม้จะโดนผมมองด้วยสายตาไม่พอใจก็ยังไม่ยอมหยุด

“เอ่อ คือ อย่างนี้นะครับ”

คุณหมอเริ่มเอาแฟ้มเอกสารการตรวจขึ้นมาวางบนโต๊ะ เมื่อผมนั่งบนเก้าอี้เรียบร้อย ส่วนพี่ตินยืนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ

“คือ ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมาก แปลกจนหมอไม่รู้จะบอกยังไงดี ในประเทศไทยเรา หมอก็เคยได้ยินมาบ้างมีอยู่ไม่กี่เคส”

ผมมองหน้าหมอ ในใจเริ่มรู้สึกปั่นป่วนและกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ผลจากการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะพบว่า คุณ...ตั้งครรภ์ครับ”

“อะไรนะครับหมอ น้องผมท้องหรือครับ! หมอตรวจผิดหรือเปล่า ไปสลับขวดกับคนอื่นหรือเปล่าครับ”

เสียงพี่ตินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ ในขณะที่ผมยังรู้สึกอึ้งจนไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมา หมอต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ ๆ ไม่มีทางที่ผมซึ่งเป็นผู้ชายตั้งแต่เกิดจนโตป่านนี้จะสามารถท้องได้เหมือนผู้หญิงแน่นอน

“คือ ตอนแรกหมอก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นครับ เลยให้พยาบาลไปตรวจอีกรอบ แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องตกใจไปนะครับ อย่างที่หมอบอกในประเทศไทยเราเคยพบเคสแบบนี้มาแล้ว ในต่างประเทศโซนอเมริกากับยุโรปก็มีเยอะ แต่ทางแพทยสภาได้สั่งไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดแก่สื่อ สำหรับทางโรงพยาบาลเราถือว่าคุณเป็นรายแรกครับ”

ผมมองหน้าหมอ ในสมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออก ว่าสิ่งที่ได้รับรู้นั้นมันสามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ หรือว่าผมกำลังอยู่ในรายการอะไรบางอย่างที่ชอบแกล้งให้เราตกใจเล่น มันจะเป็นไปได้อย่างไร ผู้ชายที่สามารถอุ้มท้องมีลูกเหมือนผู้หญิงได้ บางทีผมอาจจะเป็นลมและฝันไปก็เป็นได้

“เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลพาไปแผนกสูตินารีเวชกรรมนะครับ จะได้คุยกับคุณหมอเฉพาะทางและรับฟังข้อมูลการดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์ด้วย”

ผมมองหมอก้มลงเขียนข้อความบนกระดาษ ก่อนจะยื่นมาให้ โดยคนที่ยื่นมือมารับคือพี่ติน ผมมองตามมือพี่ติน และพยายามหยิกแขนตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นความฝันหรือความจริง และความเจ็บปวดจากแขนทำให้ผมรู้สึกอยากจะเป็นลมไปอีกรอบ...ผมไม่ได้ฝัน!

“ผมติดต่อเขาไว้แล้วเรียบร้อย และที่สำคัญคือ ทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับทั้งหมด”

ผมยกมือขึ้นไหว้หมอ เมื่อถูกพี่ตินพยุงให้ลุกขึ้นมาแล้วพาเดินออกจากห้องตรวจมาที่แผนกสูตินารีเวชกรรม และผมมารู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่พี่ตินหยุดคุยกับพยาบาล

“ขอพบคุณหมอ...ครับ”

พี่ตินเข้าไปติดต่อพยาบาลหน้าแผนกสูตินารีเวชกรรม

“คุณหมอรออยู่ที่ห้องตรวจหมายเลขเจ็ดค่ะ”

ผมเดินตามพี่ตินเงียบ ๆ ตอนนี้ไม่รู้จะเสียใจหรือดีใจ ที่อยู่ ๆ ก็มีลูกแบบไม่มีเมีย แถมคนท้องยังเป็นตัวเองอีก ผมจะต้องทำตัวอย่างไร เห็นผู้หญิงอุ้มท้องก็ว่าลำบากแล้ว แต่นี่ผมเป็นผู้ชายที่ท้องได้ คนรอบข้างคงมองผมเป็นตัวประหลาด แม้ว่าคุณหมอบอกว่าในประเทศไทยมีหลายรายที่เป็นอย่างผม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาสักนิด ความกังวลและกลัวยังคงอยู่ในใจตลอดเวลา

“สวัสดีครับคุณหมอ”

พี่ตินพาผมมานั่งที่เก้าอี้ ตัวเขาเองก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างกัน ผมยกมือไหว้คุณหมอ ยังคงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับผมจริง

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคนไหนคุณแม่ครับ”

“คนนี้ครับ” พี่ตินรีบหันมาโอบไหล่ผม ก่อนจะหันไปยิ้มให้คุณหมอ

 “มีอาการแพ้ไหมครับ”

“แพ้ครับ เวียนหัว หน้ามืด อ้วกด้วย...” ผมตีหน้าขาพี่ตินเมื่อเขาเอ่ยตอบคุณหมอ

“เงียบไปเลยไป” พี่ตินทำปากจู๋เมื่อถูกผมตำหนิ ก่อนจะเงียบไป

“ก็จะคลื่นไส้อาเจียนช่วงเช้าครับ ปวดหัวด้วย ช่วงกลางวันก็เพลียง่วงนอนทั้งวัน ปัสสาวะบ่อย” ระหว่างที่ผมพูดหมอก็ก้มหน้าจดลงแฟ้มประวัติเงียบ ๆ

หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้ผมนอนบนเตียง ก่อนจะใช้หูฟังทางการแพทย์ไล่ฟังบริเวณท้องน้อย จากนั้นก็ให้แนะนำวิธีการดูแลตัวเอง ผมก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วน
พี่ตินก็ถามนั่นถามนี่ ทำอย่างกับตัวเองเป็นคนท้อง จนเวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงถึงได้ออกจากห้องตรวจไปรับยาบำรุงครรภ์ ระหว่างเดินกลับมาที่รถ พี่ตินก็พยายามเข้ามาประคอง แต่ผมรำคาญเลยผลักเขาออกไป แล้วยกมือขึ้นตบแก้มเขาแบบไม่แรงมาก

“อื้อ...นัทตบพี่ทำไมครับเนี่ย”

“ผมแค่กำลังจะพิสูจน์ว่ากำลังฝันไปหรือเปล่า”

พี่ตินทำปากยื่นเหมือนไม่พอใจ แต่ก็เปลี่ยนมายิ้มได้อย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่าที่โดนผมตบไม่ใช่เพราะอยากพิสูจน์อะไรทั้งนั้น

“เจ็บขนาดนี้ไม่ฝันหรอกครับ เนอะบิบี๋ลูกรักของพ่อจ๋า คิกคิก”

ผมปัดมือพี่ตินที่ยื่นเข้ามาลูบหน้าท้องผมโดยไม่บอกกล่าว

“อย่ามาจับ นี่ลูกผมคนเดียวไม่เกี่ยวกับพี่”

แม้จะบอกพี่ตินไปอย่างนั้น แต่ในใจผมกลับเต็มไปด้วยความกลัวและความกังวลกับอนาคตต่อจากนี้

“ได้ยังไง ถ้าวันนั้นเราไม่มีอะไรกันนัทก็ไม่ท้องหรอก เพราะฉะนั้นบิบี๋เป็นลูกของพี่ด้วย”

“รู้ได้ไงว่าลูกเกิดจากตอนนั้น แล้วคิดว่าผมมีพี่คนเดียวหรือไง”

“เรื่องนี้พี่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทำเองกับตัว”

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1130 Tharnthip Chavalitsomsakul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 18:48
    พ่อแต๋วกว่าแม่อีก55555
    น่ารักกกกก
    #1,130
    0
  2. #1104 Mistyblack (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:28
    พี่ตินดูแต๋วมาก คิดสภาพตอนมีลูกแป๊บบบบ
    ....ลูกจะเรียกใครแม่?
    #1,104
    0
  3. #850 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:35
    พี่ตินนี่แต๋วจ๋ามากๆๆ
    #850
    0
  4. #829 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:07
    ตินนี่ทำไมแลดูน่ารักก็ไม่รู้ เฮ้อออ...เบื่อตัวเอง เห็นใครออกแนวอบอุ่นแล้วชอบเผลอใจ
    #829
    0
  5. #575 Noey_CHP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 22:50
    พี่ตินตื้อจนกว่านัทจะหวั่นไหวนะ สู้ๆ 5555555
    #575
    0
  6. #338 soulEaster (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:03
    งื้อออ น่ารักอ่าา อยากอ่านตินพาร์ทบ้างงง5555
    #338
    0
  7. #310 LasTDesinY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:28
    น่ารักอ่ะ บิบี๋
    #310
    0
  8. #249 kaiou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 23:32
    น่ารักดีจังเลย
    #249
    0
  9. #171 ศะนะคะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 01:50
    ทำไมเขาถึงมันใจขนาดนั้นเลยบอกนะว่าแอบตามทุกฝีก้าว
    #171
    0
  10. #117 Pream (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 20:07
    55555555+ เจ้ตินชั่งกล้าประกาศสถานะระหว่างเจ้กับน้องนัทดีนะค่ะ 5555555+
    #117
    0
  11. #93 A.Iliad (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 19:29
    นัทท้องแล้วๆ
    #93
    0
  12. #52 paeuphoria (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 08:51
    บิบี๋มาอยู่ในท้องล๊าวววว .จุดพลุ. อยากให้นัทใจอ่อนลงเร็วๆ ขุ่นพ่อรอขุ่นแม่อ้อนๆอยู่หนา คิกๆๆๆ
    #52
    0
  13. #51 super__p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 14:00
    เรื่องนี้รู้สึกได้ถึงอิมเมจของซันในตรวจพี่ติณเลยอ่ะ 

    น่าลุ้นว่าเขาจะรักกันยังไง ตามๆ
    #51
    0
  14. #49 maruko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 22:59
    บิบี๋ คุณพ่ออารมณ์ดีเหลือเกิน รับรองลูกออกมาน่ารักชัวร์
    #49
    0
  15. #47 mikey_moonlit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 21:44
    ท้องแล้วคร้ชชชช
    #47
    0
  16. #46 aimaim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 20:52
    บิบิ๋ แหมน่ารักจังเลยคะว่าที่คุณพ่อ
    #46
    0
  17. วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 19:24
    ท้องแล้ว ท้องแล้ว เย้
    รอๆ ตอนต่อไปค่า
    #45
    0
  18. #44 pang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 11:14
    ได้โปรด กลับมาอัพที
    #44
    0
  19. #42 mikey_moonlit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 22:40
    ลุ้นๆๆๆ มาต่อไวๆนะคะ 
    สนุกมากเลย
    #42
    0
  20. #41 linjin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 22:07
    เย้ๆๆๆๆๆ ลุ้นๆจะได้รู้เเล้วใช่ไหม? อ่ะ อยากอ่านๆ มาอัพอีกนะค่ะ สนุกดี
    #41
    0
  21. #40 joomly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 19:10
    พึ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก .สนุกๆ มาต่อเร็วๆนะจ๊ะ 😊😊😊
    #40
    0
  22. #39 tudtu8 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 17:38
    พี่ตินจะพาไปหาหมอมั้ย จะได้รู้ว่านัทท้องรึเปล่า
    #39
    0
  23. #38 นู๋ไหมไหม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 17:34
    หั้ยพี่ตินแพ้ท้องมั่ง น่าจะน่ารักเนอะ 55555
    #38
    0