Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 26 : Daddy & Mummy No. 26 Home - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    6 เม.ย. 60






Chapter 26: Home

 

 

เช้าวันต่อมา ผมกับพี่ตินก็มาทำงานกันตามปกติ เพิ่มเติมคือ หมอนสำหรับซ้อนหลังแก้อาการปวดเมื่อยของผมหนึ่งใบ และอาหารมื้อรองของผมในยามหิวอีกหนึ่งถุง

ทุกคนในบริษัทดำเนินกิจกรรมไปตามปกติ แต่เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของพี่โอม เพราะผ่านไปสองวันแล้วพี่โอมยังไม่ออกมาแก้ข่าวหรือออกมาแสดงตัวว่าจะเอาเรื่องมือดีที่ปล่อยคลิปผ่านโซเชียลมีเดีย

ผมเองก็ยังไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ก็พยายามไม่เก็บมาคิดมาก ส่งผลให้งานที่ได้รับมอบหมายมาก็ยังไม่ค่อยคืบหน้าสักเท่าไหร่

จนกระทั่งช่วงก่อนเที่ยงก็มีเหตุให้ทุกคนได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อเพจข่าวบันเทิงได้นำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของพี่โอม โดยมีเนื้อข่าวเพียงว่า คนวงในบอกว่าพี่โอมเตรียมเดินทางไปพักผ่อนที่สหรัฐอเมริกาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถ้าหากเป็นจริง คนส่วนใหญ่ก็จะสรุปว่าเป็นคลิปของพี่โอมจริง ๆ และผมก็ได้แต่แอบหวังว่าเขาจะหยุดความแค้นทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้

“ลาก่อย” พี่ก้องเอ่ยขึ้นติดตลก ตามด้วยเสียงหัวเราะถูกใจหลายคน ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปรับประทานอาหารเที่ยง

วันนี้พี่ตินพาผมออกมารับประทานมื้อเที่ยงข้างนอก ตอนบ่ายจะพาผมไปพบลูกค้าข้างนอกต่อ ระหว่างมื้อเที่ยงผมก็บอกพี่ตินเรื่องข่าวลือที่ว่าพี่โอมจะไปพักผ่อนที่สหรัฐอเมริกา

“นั่นไง หึหึ”

พี่ตินเอ่ยขึ้นพร้อมกับตบมือราวกับถูกอกถูกใจนักหนาหลังจากที่ผมพูดจบ รอยยิ้มและสีหน้าแห่งความสะใจปรากฏชัดเจน ผมได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ

“อย่าเพิ่งดีใจไป มันแค่ข่าวลือ เขายังไม่ไปสักหน่อย” ผมเอ่ยขัดด้วยความหมั่นไส้

“ขนาดนี้แล้วไม่กล้าอยู่หรอก ไม่เชื่อคอยดูได้เลย”

ผมได้แต่ส่ายให้ความมั่นอกมั่นใจของพี่ตินอีกครั้ง แล้วหันมาสนใจอาหารบนโต๊ะแทน ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งได้เห็นมุมต่าง ๆ ของพี่ตินมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผมคิดแค่ว่า เขาเป็นตุ๊ด รักสนุก เป็นเจ้านายที่ใจดี และให้ความเป็นกันเองกับพนักงานในบริษัท แต่ผมก็อาจจะลืมคิดไปว่ากว่าเขาจะมาถึงปัจจุบันนี้ได้นั้นไม่ใช่ง่าย ความยากลำบากและอุปสรรคต่าง ๆ ย่อมหล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่แข็งแกร่ง และสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เขารัก คิดมาถึงตรงนี้หัวใจผมก็พองโตจนคับอก แต่ในใจก็คิดว่า เป็นอะไรก็ได้ แค่อย่าเป็นศัตรูกับพี่ตินก็พอ

 

ช่วงบ่ายผมกับพี่ตินเข้าไปพบลูกค้า และเหตุที่เขาต้องเป็นคนพาผมมาเองก็เพราะลูกค้าที่เรามาพบวันนี้เป็นบริษัทของคุณอิสรินทร์ ที่ก่อนหน้านี้เคยชวนผมไปรับประทานอาหารด้วยครั้งหนึ่ง แต่โดนพี่ตินช่วยขัดขวางได้สำเร็จ แน่นอนว่าเมื่อเข้าถึงห้องประชุม พี่ตินก็มีท่าทีเงียบขรึมขึ้นมาทันที และเริ่มปล่อยรังสีทะมึนออกจากตัวเมื่อคุณอิสรินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง

แต่ถือว่ายังดีที่คุณอิสรินทร์มีประชุมต่อจากนี้ หลังจากพูดคุยกันแล้วเลยไม่ได้นั่งพูดคุยเรื่องอื่นมากไปกว่าเรื่องงาน ทำให้อาการบึ้งตึงของพี่ตินได้คลายลง

“เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้ว แก่แล้วไม่ใช่เด็ก ๆ” ผมอดล้อไม่ได้เมื่ออยู่ในรถกันสองคน และคนโดนล้อก็ตอบกลับมาเป็นแค่เสียง หึ ในลำคอเท่านั้น

“โธ่ พี่ตินก็เห็นว่าผมอ้วนขนาดนี้ ใครเขาจะมาสนใจ” ผมเอ่ยติดตลก

“ครับ ๆ แต่ยังไงพี่ก็ไม่อยากไว้ใจนายคนนี้มาก ถึงนัทจะพุงยื่น แต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมอยู่ดี”

ผมได้แต่เม้มปาก หันหน้าออกมองข้างทางเพื่อปกปิดอาการเขินอาย อยู่ ๆ ก็หันมาชมกันเสียอย่างนั้น แล้วยิ่งพี่ตินส่งเสียงหัวเราะในลำคอยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกเอาคืนที่ไปล้อเลียนเขาเมื่อครู่นี้

“เขินทีไรก็เงียบตลอด เฮ้อ เมื่อไหร่หนอ คุณแม่ของบิบี๋จะรับรักคุณพ่อสักที บอกรักก็ออกจะบ่อย”

เสียงพี่ตินพูดขึ้นมาลอย ๆ ราวกับต้องการจะบ่นให้ลูกในท้องฟังแต่ในเมื่อลูกยังอยู่ในท้องผม ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากการพูดกับผมนั่นแหละ

“อะแฮ่ม เราไม่กลับบริษัทกันเหรอพี่ติน”

ในเมื่อไม่สามารถตอบกลับประโยคก่อนหน้าได้ ผมเลยถามเปลี่ยนเรื่องเสียเลย

“ยังครับ พี่มีธุระต่ออีกที่หนึ่ง”

พี่ตินหันมาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม และไม่ยอมขยายความคำว่า ธุระ เพิ่มเติม ผมเลยเลือกที่จะเงียบแทนที่จะถามออกไป เพราะอย่างไรธุระนั้นผมก็ต้องไปด้วยเหมือนเดิม

เสียงเพลงสากลจังหวะสบาย ๆ ที่เปิดคลอภายในรถบวกกับการจราจรช่วงบ่ายแก่ทำให้ผมเคลิ้มหลับไปได้ไม่ยาก

 

“นัทครับ นัท”

ผมลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนจะขยับตัวนั่งโดยมีพี่ตินช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้

“เราอยู่ที่ไหนตอนนี้” ผมถามขึ้นพร้อมกับมองไปรอบ ๆ เห็นบ้านหลายหลังตั้งเรียงราย “พี่มาหาใครแถวนี้” ผมหันมาสบตากับพี่ตินด้วยความสงสัย

“ถ้าอยากรู้ต้องลงไปดูด้วยตัวเองสิครับ”

ผมมองตามพี่ตินที่เปิดประตูรถออกไปด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ยอมให้ผมได้สงสัยนาน เดินอ้อมมาประตูรถฝั่งผม เมื่อเห็นอย่างนั้นผมเลยรีบเปิดประตูรถก้าวลงไปเพื่อเป็นการบอกว่าที่นั่งอยู่นั้นไม่ได้รอให้เขามาเปิดประตูให้ ซึ่งเขาก็เดินมาถึงช่วงจังหวะผมปิดประตูรถพอดี

“พร้อมไหม” พี่ตินถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเหมือนคนมีเลศนัย

“พร้อมครับ แต่พี่กำลังทำตัวน่าสงสัยนะ” ผมตอบกลับติดตลก

เมื่อได้ยินที่ผมพูดแล้ว พี่ตินก็ไม่ได้เอ่ยอะไรกลับมา แต่เดินเข้ามาโอบเอวผมซึ่งตอนนี้ไม่ค่อยจะมี แล้วพาเดินเข้าในเขตบ้านหลังหนึ่งซึ่งก่อสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว ตัวบ้านเป็นบ้านสองชั้น มองเข้าไปในมุมที่ผมยืนจะเห็นเฉลี่ยงหน้าบ้าน ข้าง ๆ เป็นที่จอดรถแบบมุงหลังคายื่นออกมา ชั้นสองมีระเบียงยื่นออกมาเหนือเฉลียง และห่างจากที่จอดไปสักสามสิบเมตรเป็นศาลาทรงสี่เหลี่ยมสีขาวตั้งอยู่

“คือ...” ผมหันไปมองหน้าพี่ตินด้วยความไม่เข้าใจ

“บ้านเราไงครับ”

คำตอบของพี่ตินทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ผมหันไปมองบ้านตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันมาถามย้ำอีกครั้งว่าที่ได้ยินเมื่อครู่นั้นไม่ได้ผิดไป

“พี่หมายถึงบ้านที่เราเป็นเจ้าของจริง ๆ น่ะเหรอ”

“ใช่ครับ พี่ให้เป็นชื่อนัท ถ้าจะพูดให้ถูกคือ บ้านหลังนี้เป็นของนัท จากนี้ไปพี่ของฝากเนื้อฝากตัว สัญญาว่าจะเป็นผู้อาศัยที่ดีครับ”

คำพูดของพี่ตินยังคงอื้ออึงอยู่ในหัว โดยที่ผมไม่สามารถสรรหาคำไหนพูดออกมาแทนความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้ เรื่องบ้านเราสองคนคุยกันไว้ตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และหลัง ๆ มางานค่อนข้างยุ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมากมาย จนผมลืมเรื่องบ้านไป แล้วพี่ตินเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเลย ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ลืม หนำซ้ำยังได้บ้านออกมาเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อยแล้ว

“พี่ติน ผม ผมไม่รู้จะพูดยังไง ขอบคุณนะครับที่เมตตาเราสองคนแม่ลูก” พูดจบผมก็ยกมือขึ้นไหว้ลงบนหน้าอกพี่ติน ซึ่งเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นมากอดผมไว้หลวม ๆ

“พี่มากกว่าที่ต้องขอบคุณนัทกับลูกที่ยอมเป็นครอบครัวของพี่ และไม่ว่าคำตอบของนัทหลังคลอดจะเป็นอย่างไร พี่ก็จะไม่คัดค้าน”

คำพูดของพี่ตินทำให้ผมคิดถึงข้อตกลงของเราก่อนหน้านี้

พี่อยากให้เรามาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน แค่นี้เอง ไม่ยากเลย

มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเราไม่ได้รักกัน...

ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เอาอย่างนี้ ช่วงเวลาที่นัทท้อง พี่อยากจะให้เราอยู่ด้วยกัน ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป จนกระทั่งนัทคลอด ถ้าหากว่าคลอดแล้วยังรู้สึกว่าเราสองคนไม่มีทางเข้ากันได้ หรือไปกันไม่รอด หรืออึดอัดที่จะอยู่กับพี่ หรือนัทอยากไปสร้างครอบครัวกับผู้หญิงปกติก็ได้ แต่พี่จะเป็นคนเลี้ยงดูลูกของเราเอง

พี่ พี่จะบ้าหรือไง นี่ลูกผมนะ ท้องก็ท้องเอง อยู่ ๆ จะมาให้ทิ้งลูกไปอย่างนี้ใครจะไปทำได้ ไม่มีทาง

งั้นก็อยู่กันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ช่วยกันเลี้ยงลูก แล้วก็มีน้องให้บิบี๋อีกสักคนสองคน

จะบ้าหรือไง! คนเดียวก็พอแล้ว ถ้าอยากมีอีกก็ท้องเองสิ

หึหึ โอเค้ เป็นอันว่าช่วงเวลาที่นัทท้อง นัทจะต้องมาอยู่กับพี่ เพราะพี่อยากดูแลอย่างใกล้ชิด หลังคลอดลูก พี่ให้สิทธิ์นัทในการตัดสินใจทุกอย่าง ยกเว้นพรากลูกไปจากพี่

 ผมอยากจะบอกพี่ตินว่าไม่ต้องรอถึงหลังคลอดเพราะตอนนี้ผมได้คำตอบให้กับตัวเองแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ไหน ๆ เราสองคนต้องอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันโดยที่ไม่ได้ผ่านการคบการศึกษาดูใจกันมาก่อน ผมก็อยากจะใช้เวลาช่วงนี้เป็นช่วงทดสอบความอดทนและศึกษาเรียนรู้กันและกันไปก่อน

อดทนหน่อยนะครับพี่ติน คำนั้นที่พี่อยากได้ยินคงอีกไม่นานเกินรอ

 

ช่วงเย็น เราสองคนแวะรับประทานอาหารร้านที่อยู่ริมถนนระหว่างทางจากบ้านใหม่กลับมาที่คอนโด ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลกันบวกกับการจราจรในกรุงเทพฯ ทำให้เราสองคนกลับถึงคอนโดค่อนข้างดึก

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็มานอนเล่นบนเตียงระหว่างรอพี่ตินเข้าไปอาบน้ำ วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ยอมรับมันว่าผมรู้สึกดีจนไม่รู้สึกง่วงนอนเลยสักนิด ใจก็คอยแต่จะอยากเห็นหน้าพ่อของลูกอยู่ตลอดเวลา นี่ผมกลายเป็นคนใจง่ายขนาดนี้เลยหรือ

“หนูก็รู้ใช่ไหมว่าวันนี้พ่อเขาซื้อบ้านให้เรา” ผมเอ่ยพร้อมกับลูบหน้าท้องตัวเองเมื่อรู้สึกถึงแรงดิ้นข้างใน

“หนูว่าแม่เป็นคนใจง่ายเกินไปหรือเปล่า แค่พ่อเขาทำดีด้วยไม่เท่าไหร่ก็เผลอรักเขาซะแล้ว แต่รู้ว่าแม่รักพ่อแล้วหนูก็จุ ๆ ไว้เลยนะ ต้องให้เขาพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้ก่อนแม่ถึงจะยอมบอก”

พูดแล้วผมก็ได้แต่แอบหัวเราะกับตัวเอง แม้จะเหมือนพูดคนเดียว แต่ผมก็เชื่อว่าลูกเข้าใจที่ผมพูด และแกก็เห็นด้วยกับผมแน่นอน

“ดึกแล้วยังไม่หลับอีกเหรอแม่หมู”

พี่ตินพูดพร้อมกับสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม กลิ่นครีมอาบน้ำโชยมาทำให้ผมเผลอสูดกลิ่นหอมนั้น

“ไม่รู้สิ ยังไม่ค่อยง่วงเลย แล้ววันนี้พี่ไม่มีงานให้เคลียร์เหรอ” ผมถามกลับ ก่อนจะขยับตัวนอนตะแคงหันเข้าหาพี่ตินที่นั่งพิงหัวเตียง โดยในมือยังกดโทรศัพท์มือถือ

“ม่ายมี อยากนอนกอดแม่หมูมากกว่า”

พูดจบพี่ตินก็หัวเราะออกมา เหมือนมีความสุขที่ได้เรียกผมว่า แม่หมู ผมเลยเอื้อมไปหยิกต้นขาพี่ตินแรง ๆ

“โอ๊ย ดีนะเป็นต้นข้า ถ้าสูงขึ้นมาอีกหน่อยนี่ทำน้องให้บิบี๋ไม่ได้เลยนะ” แล้วพี่ตินก็หัวเราะอีกครั้ง

“นี่ก็วกเข้าเรื่องทะลึ่งตลอด เฮ้อ ผมคิดถึงจิ๊บจังเลยพี่ติน ช่วงหลัง ๆ มานี่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่”

ที่ผมรู้สึกคิดถึงจิ๊บขึ้นมาอาจจะเพราะผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ตินให้เพื่อนรับรู้ และอยากจะได้คนที่ผมสามารถปรึกษาเรื่องของพี่ตินได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าคนฟังจะเอาไปนินทาลับหลัง ว่าแล้วพรุ่งนี้ผมคงต้องส่งข้อความไปหาจิ๊บแล้วล่ะ

“พูดถึงน้องจิ๊บพี่ก็คิดออกเรื่องหนึ่ง ว่าจะเล่าให้ฟังตั้งแต่เย็นแล้วล่ะ แต่พี่ก็ลืมไปก่อน”

พี่ตินพูดพร้อมกับวางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียง ปิดไฟในห้องให้เหลือแต่โคมไฟตรงหัวเตียง แล้วขยับตัวลงนอนตะแคงหันหน้ามาหาผม

“เรื่องอะไร”

“มีสายข่าวรายงานว่าคืนนี้ไอ้โอมจะไปอเมริกา เมื่อกี้ในอินสตาแกรมมันลงข้อความขอโทษแฟนคลับไว้ นี่ก็คงตั้งใจจะหนีนักข่าวมากกว่า”

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #874 Som O Usanee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 00:20
    มดกัดค่าาาาาาา อิอิ
    #874
    0
  2. #873 >haruhi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:43
    โอ้ยยย หวานด
    กันเกินไปแล้ววว
    #873
    0
  3. #872 baekbow (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 18:18
    ไปเลย ชิ่วๆ จงไปสำนึกผิดซะ
    #872
    0
  4. #871 Atk. S. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 15:24
    รออออออ
    #871
    0
  5. #870 Eye.Kaoru (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 15:21
    พี่ตินเปนสามีและพ่อที่ดีจังเลยยยยย ละมุนละไมมมม
    #870
    0
  6. #868 ToomRaider (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 20:17
    รอค้าบ คือแบบ ชอบบบบมาก~เลยสู้ๆค้าบ Fight!
    #868
    0
  7. #867 baekbow (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 14:48
    หวังว่าโอมจะหยุดสักทีนะ
    #867
    0
  8. #866 Som O Usanee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 14:21
    สามีน้องนัทคนดีที่หนึ่งเลยค่าาาาาาาาา
    #866
    0
  9. #865 gracieji (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 00:58

    นัทโชคดีจัง

    #865
    0
  10. #864 kunkd (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:33
    พี่ตินแอบซุ่มสร้างบ้านน่ะเนี่ย วันย้ายเข้าอย่าลืมฉลองเตียงใหม่น่ะ อิอิ
    #864
    0
  11. #863 ง๊องแง๊ง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 21:40
    อ่านเรื่องนี้แล้วอมยิ้มตลอด พี่ตินน่ารักจริงๆ สมกับเป้นคุณพ่อ
    #863
    0