Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 22 : Daddy & Mummy No. 22 Honey Moon? - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 เม.ย. 60




Chapter 22: Honey Moon?

 

 

“พี่ไม่ต้องพูดแล้ว ผมเองก็ผิดที่ไม่ถามความจริงจากพี่ก่อน”

ผมเอ่ยออกไปอย่างรู้สึกผิดและไม่อยากให้พี่ตินเลิกโทษตัวเองคนเดียว

“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ให้อภัยพี่ งั้น...คืนนี้พี่ก็นอนกอดนัทได้แล้วสิ”

เมื่อได้ยินประโยคหลังของพี่ติน ร่างกายผมก็ผลักเขาออกจากอ้อมกอดโดยอัตโนมัติ คนอะไรเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสี เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมายังดราม่า ฟูมฟายอยู่เลย

“พี่นี่มัน...พอเลย บอกแล้วว่าที่นอนมันแคบ พี่นอนข้างล่างแหละดีแล้ว” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับผลักพี่ตินให้ขยับลงจากที่นอนผม

“เฮ้อ ก็ได้ ๆ พี่นอนตรงนี้ก็ได้”

ผมได้แต่อมยิ้มมองตามพี่ตินที่ขยับตัวลุกเดินไปหาที่นอนตัวเองอย่างเกียจคร้าน แล้วก็ลากที่นอนให้ขยับมาชิดกับที่นอนผม

“หวังว่านัทจะไม่ไล่พี่อีกนะ”

ผมได้แต่อมยิ้มกับความเจ้าเล่ห์ของพี่ติน เขากำลังทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ สุดท้ายก็จะทำให้ผมเคยตัวที่จะมีเขาดูแลอย่างนี้

“ตามสบายเลย ถ้าจะนอนก็ปิดไฟด้วยนะ ผมจะนอนแล้ว” ผมตอบกลับพร้อมกับขยับตัวลงนอน

“บ้านผมไม่มีแอร์ มีแค่พัดลม หวังว่าจะทนร้อนได้นะ” ผมหันไปบอกพี่ตินอย่างนึกขึ้นได้ ห้องผมก็มีพัดลมอยู่เครื่องเดียวเสียด้วย แต่จะว่ากันแล้วอากาศก็ไม่ได้ร้อนมากนัก แต่ผมก็กลัวว่าพี่ตินจะติดนอนเปิดแอร์ที่คอนโดเลยเตือนเขาก่อน

“หึหึ ไม่เป็นปัญหาเลยสักนิด สมัยเรียนพี่ก็อยู่หอพักที่ไม่มีแอร์เหมือนกัน ประหยัดเงินเท่าที่จะทำได้ นัทไม่ต้องกลัวว่าพี่จะติดสบายเลย”

พี่ตินตอบกลับติดตลก ก่อนจะลุกไปปิดไฟในห้องนอน และคำตอบของเขาก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่าชีวิตพี่ตินนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นต้องผ่านเรื่องราวมามากมาย และอาจจะมากกว่าผมด้วยซ้ำ

“ฝันดี ถ้าพรุ่งนี้จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ก็อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยแล้วกัน” ผมบอกพี่ติน ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

“ฝันดีเช่นกันครับ”

พี่ตินบอกฝันดีผมกลับมา จากนั้นผมก็รับรู้ถึงสัมผัสนุ่มนวลที่หน้าผากตัวเอง แต่ผมไม่ได้เอ่ยทักท้วงขึ้นมา ได้ยินเสียงพี่ตินขยับตัวไปมาก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่ความเงียบสงบพร้อมกับมืออุ่นของพี่ตินที่สอดแทรกเข้ามากุมมือผมไว้ และผมก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นต่อไป

 

“นัทครับ นัท ตื่นเถอะ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มกันครับ”

เสียงพี่ตินพูดอยู่ข้าง ๆ หู ไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกอยากลืมตาขึ้นมาเลยสักนิด ได้แต่ส่งเสียงครางในลำคออย่างเกียจคร้านตอบกลับไป

“ตื่นครับ เดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อ”

พี่ตินยังคงไม่ยอมแพ้ พยุงผมให้ลุกขึ้นมานั่ง แสงสว่างภายในห้องทำให้ผมต้องฝืนลืมตาขึ้นมา เห็นพี่ตินเดินไปเดินมาในห้อง ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมเสื้อแขนยาวมาสวมให้ผม โดยไม่สนใจว่าผมจะตื่นแล้วหรือยัง

“แปรงฟันไหม หรือบ้วนปากก็พอมั้ง”

ด้วยความง่วง ผมเลยส่ายหน้าปฏิเสธที่จะบ้วนปากอย่างเดียว อย่างน้อยการแปรงฟันก็จะช่วยให้ผมตื่นขึ้นมาบ้าง

“โอเค งั้นไปแปรงฟันกัน”

พี่ตินพยุงผมลุกขึ้น ก่อนจะพาเดินลงมาเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน หลังจากแปรงฟันแล้วผมค่อยรู้สึกตื่นขึ้นมาบ้าง จากนั้นเราสองคนก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาที่ผาแต้มเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น

เมื่อมาถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ก็เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวมานั่งรออยู่แล้วจำนวนหนึ่ง เราสองคนเดินหาจุดว่าง ๆ จากนั้นพี่ตินก็ปูเสื่อพับที่เขาเตรียมมาด้วย

แม้จะไม่ใช่ฤดูหนาวแต่อากาศในตอนเช้ามืดแบบนี้ก็ถือว่าค่อนข้างเย็น โชคดีที่เราสองคนสวมเสื้อแขนยาวมา แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเย็นจนผมต้องยกมือขึ้นกอดอก

“หนาวเหรอ” พี่ตินยื่นหน้ามากระซิบถาม ผมเลยพยักหน้าตอบกลับไป

“มันก็เย็น ๆ”

“งั้นเรานั่งแบบนี้ดีกว่า”

พูดจบพี่ตินก็จับผมให้ขยับไปนั่งระหว่างขาของเขา กลายเป็นว่าผมนั่งอยู่ข้างหน้าแล้วมีพี่ตินซ้อนอยู่ข้างหลัง พร้อมกับสองมือที่ยื่นมากอดผมไว้ทั้งตัว

“อุ่นขึ้นไหมครับ”

“ตอนนี้ฟ้ายังมืด แต่ถ้าพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ได้อายคนอื่นเขาแน่” ผมตอบกลับแบบติดตลก ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่งแบบนี้แล้วอุ่นขึ้นกว่าเดิม

“ไม่จำเป็นต้องสนใจเลย ไม่มีกฎห้ามกอดกันสักหน่อย อยู่กับพี่ นัทต้องต้องทำใจหน่อยนะ พี่ไม่ค่อยแคร์คำพูดและสายตาของคนอื่นเขาเท่าไหร่”

พูดจบพี่ตินก็หัวเราะออกมา จนผมเองอดยิ้มตามไม่ได้ และผมก็เชื่อสนิทเลยล่ะว่าตัวเขาไม่แคร์ทั้งคำพูดและสายตาใครมานานแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมออกจากบ้านมาสู้ชีวิตคนเดียวแบบนี้แน่ ๆ

“เหมือนเรามาทดลองฮันนีมูนเลยเนอะ เดี๋ยวไว้กลับไปเราหาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดสักอาทิตย์ดีไหม”

“ผมกลัวว่ากลับไปแล้วงานจะกองท่วมโต๊ะพี่มากกว่านะสิ เรื่องเที่ยวไว้ตอนไหนก็ได้ ติดกันมากไปก็จะเสียการเสียงาน แบบนั้นไม่ดีหรอก”

ผมเอ่ยอย่างที่ตัวเองคิด เพราะแค่พี่ตินตามผมมาที่นี่ก็ถือว่าลำบากพอแล้ว ไม่ต้องบอกผมก็พอจะเดาได้ว่างานหลายอย่างอาจจะต้องหยุดชะงักและรอเขากลับไปจัดการ นั่นหมายความว่ารายได้บางส่วนอาจจะหายไปด้วย ซึ่งแค่นี้ก็ทำผมรู้สึกผิดพอแล้ว

“โอเค พี่ตามใจนัท” พูดจบพี่ตินก็หัวเราะขลุกขลักในลำคอ ได้ยินแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้

“ตามใจผมมาก ๆ เข้า เดี๋ยวได้เสียนิสัยกันพอดี”

ผมพูดติดตลก แต่หมายความนั้นจริง ๆ เพราะตั้งแต่รู้ว่าผมท้อง พี่ตินก็ดูแลผมยิ่งกว่าไข่ในหินจนผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นเริ่มบ้าอำนาจขึ้นมาอย่างไรไม่รู้

“ไม่ตามใจนัทแล้วพี่จะไปตามใจใครล่ะ”

พี่ตินตอบกลับมาเสียงเบาพอได้ยินกันสองคน ก่อนจะจูบเบา ๆ ที่ขมับกับแก้มของผม ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร สงสัยจะเริ่มชินกับการถูกสัมผัสจากเขาแล้ว

“เฮ้อ...” ผมถอนหายใจพร้อมกับขยับตัวพิงหน้าอกพี่ตินอย่างไม่เกรงว่าเขาจะเมื่อยหรือไม่ “ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ดูแลผมกับลูกอย่างดี” พูดจบผมก็วางมือตัวเองทับมือของพี่ตินให้มาวางทับที่หน้าท้องของผมเพื่อจะได้ให้ลูกรับรู้ว่าเรากำลังพูดกับแกด้วย

เรานั่งอยู่อย่างนั้นได้ไม่นานก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นเพราะเริ่มเห็นแสงสีส้มที่ปลายขอบฟ้า ทั้งผมและพี่ตินต่างก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็นเต็มดวง

“พี่รักนัท”

ประโยคที่พี่ตินกระซิบอยู่ข้างหูทำให้ผมที่กำลังตั้งใจถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นถึงกับนิ่งค้างไป สมองว่างเปล่า จะมีเพียงหัวใจที่กระหน่ำเต้นแรงขึ้นมาพร้อมกับประโยคที่เขาพูดดังก้องอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมา

 “เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พี่ได้ถามตัวเองแล้วว่าคนที่พี่คิดถึง เป็นห่วง และอยากให้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตก็คือ...นัทกับลูก”

ผมคิดไม่ออกว่าตัวเองควรตอบกลับพี่ตินไปว่าอย่างไร ถ้าถามว่ารู้สึกดีกับเขาไหม ผมตอบได้ทันทีเลยว่า รู้สึกดีมาก แต่จะให้บอกว่า รัก ผมยังไม่กล้าพูดอย่างเต็มปาก เพราะเหมือนยังมีความรู้สึกไม่แน่ใจทั้งตัวผมและตัวเขาหลงเหลืออยู่ และอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการพิสูจน์ความรู้สึกของตัวเองรวมทั้งคำว่า รัก ของเขาด้วย

“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่รักผมกับลูก” เป็นประโยคเดียวที่ผมสามารถตอบกลับพี่ตินได้

“พี่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราไม่เข้าใจกันเพราะคำพูดของคนอื่นนะครับ”

“คร้าบโผม...จากนี้ไปผมจะถามพี่ทุกอย่าง และพี่ก็ต้องตอบความจริงผมด้วย โอเคไหม”

“โอเคครับ ดีมาก อย่างนี้ต้องให้รางวัล โหย รู้ทันอ่ะ”

พอได้ยินเสียงเจ้าเล่ห์ของพี่ตินผมก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองไว้ ริมฝีปากของคนชอบฉวยโอกาสเลยแปะอยู่ที่หลังมือผมแทน

“อย่ามาทำรุ่มร่ามแถวนี้นะ” ผมตอบกลับพร้อมกับดันหน้าพี่ตินให้ออกห่าง แล้วขยับตัวนั่งให้ห่างจากอกเขา

“น่า...ไม่มีใครรู้จักเราหรอก มีแต่นักท่องเที่ยวทั้งนั้น คนบ้านนัทคงเบื่อจนไม่มานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นหรอก”  

ผมได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดพี่ติน “จะรู้จักหรือไม่ก็ไม่ควร แล้วนี่พี่ตินอยากไปเดินดูอย่างอื่นต่อไหม ไหน ๆ ก็มาแล้ว”

“ก็ดีเหมือนกัน ว่าแต่นัทหิวแล้วหรือยังครับ ถ้าหิวเดี๋ยวกลับบ้านไปกินข้าวเช้ากันก่อน แล้วสาย ๆ ค่อยมาใหม่”

ตอนแรกผมก็ยังไม่รู้สึกหิว แต่พอพี่ตินเสนอทางเลือกว่ากลับไปรับประทานอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยกลับมาเดินเที่ยว ความรู้สึกหิวก็เกิดขึ้นมาทันที

“งั้นเดี๋ยวค่อยกลับมาอีกรอบดีกว่า”

ผมตอบกลับโดยไม่ได้บอกว่าตัวเองหิว แต่คำตอบก็ทำให้พี่ตินมองผมอย่างล้อเลียน

“โอเค งั้นเรากลับบ้านกันก่อน เดี๋ยวกลับมาใหม่”

เมื่อตกลงกันได้แล้ว เราสองคนก็เก็บของเดินกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเราสองคนก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก พี่ตินเองก็เริ่มชินเส้นทางจนผมไม่ต้องคอยเตือนเมื่อถึงจุดเลี้ยว

มาถึงที่บ้าน พี่สาว พี่เขย และหลาน ๆ ผมต่างกำลังเตรียมตัวไปโรงเรียนไปทำงาน พี่ตินแยกไปดูแม่ผมทำอาหารเช้าในห้องครัว ส่วนผมแยกมานั่งเล่นกับสุนัขของญาติบ้านข้าง ๆ ที่มันเดินมาเล่นในบริเวณบ้านผม

“ไปอาบน้ำได้แล้ว”

ผมหันไปตามทิศทางเสียง พี่ตินเดินมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ ข้างหลังพี่ตินเป็นแม่ผมที่เดินตามออกมา

“ฟ้าวไปอาบน้ำติล่ะลูก สิได้พาหมู่ออกไปเทียว เดี๋ยวแดดสิฮ้อนกัวนี่ (รีบไปอาบน้ำสิลูก จะได้พาเพื่อนออกไปเที่ยว เดี๋ยวแดดร้อนกว่านี้)”

ผมขยับตัวลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน เมื่อโดนแม่เอ่ยเร่ง อดเดินเฉียดเข้าไปชกท้องพี่ตินเบา ๆ ไม่ได้ ข้อหาทำให้ผมรู้สึกหมั่นไส้

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ผมกับพี่ตินก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปแวะเติมน้ำมันก่อนจะวนกลับมาที่ผาแต้ม ผมพาพี่ตินเดินเที่ยวชมตั้งแต่เสาเฉลียง ลานหินแตก ภาพเขียนโบราณ ช่วงเที่ยงเราสองคนแวะรับประทานอาหารอีสานริมทาง ก่อนจะไปเที่ยวน้ำตกต่อจนถึงเย็น

กลับมาถึงบ้าน แม่กับพี่สาวก็ทำอาหารมื้อเย็นรออยู่แล้ว เราเลยมานั่งล้อมวงกินข้าวไปพร้อมกัน เป็นมื้ออาหารที่ครื้นเครงมาก พี่ตินพยายามจะเรียนรู้ภาษาอีสาน โดยมีแม่กับหลานผมเป็นคนสอน

หลังมื้ออาหารผมก็ออกมานั่งย่อยตรงโต๊ะหน้าบ้าน สักพักพี่ตินก็เดินตามออกมานั่งข้าง ๆ เราหันมามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะหันหลับไปมองความมืดนอกตัวบ้าน โดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา จนกระทั่งทั้งพี่ตินเอ่ยถามขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้

“แม่นัทถามว่าเราสองคนจะกลับวันไหน ท่านจะทำขนมเอาให้ไปฝากคนที่บริษัท นี่พี่ก็ยังไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินขากลับไว้เพราะตอนมาไม่แน่ใจว่าจะง้อคนแถวนี้ได้สำเร็จเร็วหรือช้า”

“พี่อยากกลับวันไหนล่ะ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือวันอาทิตย์” ผมให้พี่ตินเลือกเพราะถ้าผมเลือกก็จะเลือกวันอาทิตย์ อย่างน้อยก็ได้อยู่บ้านนานขึ้น

“อืม งั้นพี่จะดูตั๋วเครื่องบินวันเสาร์กับวันอาทิตย์ไว้ เดี๋ยวบอกนัทอีกทีแล้วกัน แต่คิดว่าไม่เกินวันอาทิตย์ อย่างน้อยได้พักก่อนเริ่มงานวันจันทร์”

ผมพยักหน้าตอบรับที่พี่ตินบอก “แล้วเรื่องงานพี่โอม เขาจะเอายังไง” ผมคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะมองหน้าพี่โอมได้โดยไม่คิดถึงคำพูดและการกระทำของเขาได้อย่างไร แล้วยิ่งถ้าเขารู้ว่าผมกับพี่ตินคืนดีกันแล้ว นั่นหมายความว่าไม่ใครก็ใครในสองคนนี้ที่เป็นฝ่ายโกหก

“พี่คงต้องคุยกับเขาเรื่องคลิปเสียงนั่นให้จบ ส่วนเรื่องงานถ้าเขาอยากให้บริษัทเราทำต่อพี่ก็คงให้คนอื่นรับทำต่อแทนนัท แต่ถ้าเขาจะยกเลิกงานนี้พี่ก็คิดว่าดี เพราะพี่ไม่อยากให้เขามายุ่งกับเราอีก”

“เราก็จะเสียลูกค้าไปหนึ่งคนเลยนะ”

“พี่ไม่แคร์ บริษัทเรามัดใจลูกค้าด้วยงานที่มีคุณภาพ ถ้าเขาจะไม่ร่วมงานกับเราต่อ พี่ก็ไม่เสียดายอยู่แล้ว ดีเสียอีกจะได้ตัดขาดกับเราไปเลย”

ท่าทางไม่สนใจโลกของพี่ตินทำผมอดหัวเราะไม่ได้ ผมเกือบพลาดทำคนที่ดีกับผมหลุดมือไปเพราะความปากหนักไม่ยอมพูดไม่ยอมถาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญของเราสองคน และผมก็ได้แต่สัญญากับตัวเองในใจว่าจะไม่ปล่อยให้คำพูดของคนอื่นมามีผลทำให้เราสองคนทะเลาะกันอีกแล้ว

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #973 nun__nutty (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 20:59
    พี่ตินโคตรดีอ่ะหื้มมมมม อยากได้มั่ง
    #973
    0
  2. #854 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 13:03
    มันต้องแบบนี้ ชอบความไม่สนโลกของพี่ตินจัง 555
    #854
    0
  3. #738 gracieji (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 17:23
    มาต่อเถอะค่า
    #738
    0
  4. #737 Som O Usanee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 14:00
    ไปค่ะ กลับไปจัดการกับอิพี่โอม ว่าแต่น้องนัทจะบอกที่บ้านเรื่องมีเบบี๋ไหมเอ่ย
    #737
    0
  5. #736 holy59 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:18
    แฮ้ปปี้แล้ว
    #736
    0
  6. #735 lukbua (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 16:15
    ถูกต้องที่สุดเลยนัท
    #735
    0
  7. #734 Nest (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 16:02
    เด็ดเดี่ยวไปเลยยย
    #734
    0
  8. #733 PuiPui--r (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:54
    คิดได้ก็ดีแล้วนัท คราวหน้ามีอะไรต้องหนักแน่นนะ
    #733
    0
  9. #732 aonpimol jainuam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:37
    ละมุนไปอีก
    #732
    0
  10. #731 June Sayamon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 12:40
    รออออมาต่อเร็วๆนะ
    #731
    0
  11. #730 Som O Usanee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 04:36
    โอ๊ยยยยยยยย มดเรียงแถวขึ้นผาแต้มแล้วจ้าาาาาาา อิอิ
    #730
    0
  12. #729 >haruhi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 23:13
    กลับมาน่ารักอีกแล้วววว อิจฉาเว่อ ความหวานแหววนี้5555
    #729
    0
  13. #728 holy59 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 17:25
    ชอบพี่ติน โรแมนติกมากกกกกก
    #728
    0
  14. #727 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 17:22
    ไม่อยากให้พี่ตินเลิกโทษ น่าจะเป็นไม่อยากให้พี่ตินโทษตัวเองอยู่บคนเดียว มากกว่านะคะ
    #727
    0
  15. #726 gracieji (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 16:15
    มีจุดพีคหรือไม่พีคก็รออ่านนะ อิอิ
    #726
    0