Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 21 : Daddy & Mummy No. 21 Because of... - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    6 เม.ย. 60



Chapter 21: Because of...

 

 

หลังมื้ออาหารเย็น แม่ก็ไล่ผมกับพี่ตินไปอาบน้ำพักผ่อน ซึ่งเราสองคนก็ทำตามโดยไม่อิดออด ยิ่งตัวผมนั้นไปเที่ยวเล่นมาทั้งวัน รู้สึกเหนอะหนะไปทั้งตัว

บ้านผมจะมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกกัน แต่จะเป็นห้องน้ำที่ทั้งบ้านมาใช้ร่วมกัน เมื่อผมอาบน้ำกลับมาที่ห้องนอน พี่ตินนั่งยิ้มรออยู่ข้างที่นอนผมซึ่งเป็นปูอยู่กับพื้นห้อง

“ไปอาบน้ำสิ”

“ครับผม! ถ้าง่วงจริง ๆ หลับก่อนได้เลย แต่ถ้าไม่ง่วงก็รอพี่ก่อนนะครับ”

เมื่อพูดจบแล้วพี่ตินก็เดินเข้ามาเบียดผม ก่อนจะก้มหน้าลงมาหอมแก้มผมเสียงดังฟอด

“พี่ติน!

“ชู่...อย่าเสียงสิครับมันดึกแล้ว รอพี่ก่อนนะ คิดถึงอยากนอนกอดจะแย่”

ผมไม่ตอบกลับแต่ยกมือขึ้นผลักอกพี่ตินให้ถอยห่างออกไป แล้วเดินหนีมานั่งลงบนที่นอน เขายืนมองผมครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป

ผมถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ สับสนกับตัวเอง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ผมยังทั้งโกรธทั้งเสียใจที่โดนเขาหลอกอยู่เลย แต่มาตอนนี้กลับยอมให้เขาเข้ามาง่าย ๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ฟังคำอธิบายเป็นเรื่องเป็นราวจากปากเขาเลยสักนิด ทำไมเป็นคนใจง่ายอย่างนี้นะ

อารมณ์หงุดหงิดทั้งตัวเองทั้งพี่ติน แม้จะไม่รู้สึกง่วงมากนักแต่ผมเลือกที่จะเข้านอนโดยไม่รออย่างที่เขาบอกไว้ พอทิ้งตัวลงนอนผมก็รู้สึกว่าที่นอนตัวเองนั้นไม่ได้กว้างมาก ถ้านอนสองคนกับพี่ตินมีหวังใครสักคนจะต้องโดนเบียดตกที่นอนแน่ ๆ ด้วยความหวังดี ผมเลยเดินออกมาดูที่นอนสามพับในตู้ข้างนอกเพื่อมาปูให้พี่ตินนอนในคืนนี้

“ทำอะไรครับ”

ผมหันไปมองหน้าพี่ตินที่เปิดประตูเดินเข้ามาระหว่างที่ผมกำลังจัดผ้าปูที่นอนเฉพาะกิจของเขาอยู่

“เสร็จแล้ว พี่นอนที่นอนนี้นะ” ผมไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่หันไปบอกเรื่องที่นอนของเขาแทน

“เฮ้ย ได้ยังไงครับ พี่อยากนอนกับนัท ไม่อยากนอนแยกกับกันอีกแล้ว” พี่ตินตอบกลับมาพร้อมกับเดินเอาผ้าเช็ดตัวไปตากไว้ข้าง ๆ ของผม แล้วเดินกลับมานั่งลงบนที่นอนข้างผม

“ไม่ได้ พี่เห็นไหมว่าที่นอนมันแคบแค่ไหน นอนสองคนมีหวังเบียดกันตายเลย แล้วที่สำคัญคือ ผมไม่อยากนอนใกล้พี่!

แม้จะโดนผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งแสดงความไม่พอใจแค่ไหน พี่ตินก็ยังคงนั่งอมยิ้มราวกับมีความสุขนักหนา นี่เขามาง้อหรือมาทำให้ผมโกรธมากกว่าเดิมกันแน่

“โอเค ก็ได้ครับ แต่พรุ่งนี้เราต้องไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแต้มกันสองคนนะ”

“ไม่รู้ ถ้าง่วงก็ไม่ไป และผมก็ขอบอกให้พี่รู้ไว้ว่า ตอนนี้พี่ไม่มีสิทธิมาต่อรองอะไรผมทั้งนั้น ที่ให้มานอนในบ้านด้วยนี่ก็ใจดีแค่ไหนแล้ว” ผมพูดพร้อมกับมองหน้าพี่ตินด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ถ้าใจดีขนาดนี้ งั้นช่วยอธิบายให้พี่ฟังหน่อยได้ไหมว่านัทหนีกลับบ้านทำไม ก่อนหน้านี้ที่มึนตึงกับพี่มันเป็นเพราะอะไร บอกพี่หน่อยได้ไหม ตอนนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดไป”

พอเจอพี่ตินโหมดจริงจังพร้อมกับสายตาที่มองมาราวกับต้องการกดดันให้ผมตอบคำถามนั้นโดยเร็ว ทั้งที่ตอนนี้ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่า

“ไม่ได้หนี แค่ผมอยากกลับบ้านเฉย ๆ”

พอพูดไปแล้วก็อยากจะเรียกกลับคืนมา ผมควรพูดความจริงที่ได้รับรู้มาให้พี่ตินฟัง แทนที่จะมานั่งบ่ายเบี่ยงแบบนี้

“ไม่จริง ทำไมเราไม่คุยกันครับ พี่ไม่รู้ว่าตอนนี้มีเรื่องมีราวอะไรที่นัทไม่พอใจพี่ หรือไปรับรู้อะไรมาซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริง แต่สิ่งที่นัทควรทำเป็นอันดับแรกคือ เราต้องคุยกัน ยิ่งเรื่องที่มีความเสี่ยงจะทำให้เราทะเลาะกันยิ่งต้องคุยกัน แล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ที่เราไม่เข้าใจกันมันเกิดจากการที่เราไม่คุยกัน สำหรับพี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่มันเกี่ยวข้องกับตัวพี่ แล้วนัทไม่รู้หรือไม่เข้าใจ นัทสามารถถามพี่ได้ทุกอย่าง พี่พร้อมจะเปิดเผยทุกอย่างให้นัทรับรู้ครับ”

ผมได้แต่อ้าปากแล้วก็ต้องหุบปากลงเมื่อได้ยินทุกคำพูดของพี่ติน มันเป็นความจริงที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้

“บอกพี่ได้ไหมครับ พี่ทำอะไรผิดไป ทำไมนัทถึงต้องหนีพี่มาแบบนี้ บอกให้พี่ได้รู้ ถ้าสิ่งไหนที่พี่ทำผิดไป พี่จะได้แก้ไขและปรับปรุงตัวเอง”

ผมควรจะรู้สึกดีที่พี่ตินยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วผมกลับรู้สึกผิดไม่ต่างจากเขา แล้วยิ่งเขาพูดแสดงความรับผิดมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกละอายใจเพราะตัวผมเองก็ผิด ผิดที่ไม่ยอมพูดคุยกับเขาให้เข้าใจกันเสียตั้งแต่แรก แล้วยังหนีหน้ามาแบบนี้อีก

“ผมขอถามพี่ตินหนึ่งคำถาม และพี่ต้องตอบตามความจริง ถ้าโกหกแล้วผมมารู้ทีหลัง ผมจะไม่คุยกับพี่อีกตลอดชีวิต”

“สาบานว่าพี่จะตอบความจริง ไม่ว่าคำถามนั้นจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม”

แม้ภายนอกพี่ตินจะดูเป็นคนขี้เล่น เฮฮาได้กับทุกสถานการณ์ แต่ผมก็เชื่อว่าเขาจะไม่โกหกผม

“พี่รักพี่โอมแบบไหน”

เมื่อถามไปแล้วผมก็สังเกตเห็นสีหน้าและแววตาพี่ตินที่ออกจะแปลกใจกับคำถามของผม

“อย่างที่พี่เคยบอกนัทไปตั้งแต่แรกแล้วว่า พี่กับไอ้โอมเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย และตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม พี่ก็ไม่เคยรู้สึกอะไรมากไปกว่าเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น”

เมื่อพี่ตินพูดจบ ห้องทั้งห้องก็เข้าสู่ความเงียบ มีเพียงสายตาของเราสองคนที่มองสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ราวกับว่าถ้าฝ่ายไหนหลบตาฝ่ายนั้นแพ้

“ไอ้โอมบอกอะไรหรือพูดอะไรกับนัทหรือเปล่า”

พี่ตินหรี่สายตาลงกดดันเมื่อผมยังนั่งนิ่งไม่ยอมตอบคำถามของเขาในทันที ซึ่งผมกำลังชั่งใจว่าจะถามเขาตั้งแต่เรื่องจูบเลยดีไหม ไหน ๆ จะคุยกันแล้วก็ให้จบในทุกข้อสงสัยเลยจะดีกว่า

“มีคนเห็นพี่ตินกับพี่โอมจูบกันที่ลานจอดรถ พี่มีอะไรจะบอกผมไหม”

ผมถามออกไปพร้อมกับจ้องหน้าพี่ตินเพื่อกดดันและสังเกตท่าทีของเขา

“อืม ที่นัทพูดมานั้นจริงบางส่วน คือ พี่ไม่ได้จูบไอ้โอม แต่เขาฉวยโอกาสตอนพี่เผลอมาจูบพี่เอง” พี่ตินโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“พี่รู้มันยากที่จะเชื่อ แต่ระหว่างที่พี่กับไอ้โอมอยู่ในลิฟต์ลงไปข้างล่างพร้อมกัน อยู่ ๆ เขาก็บอกพูดขึ้นมาว่า เขารักพี่ รักมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ตอนนั้นพี่ก็อึ้งไปเหมือนกัน พอตั้งสติได้ พี่ก็บอกเขาไปว่า พี่ไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบนั้น ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ไม่เคยคิดกับเขามากไปกว่าเพื่อนเลย”

“แล้วทำไมเขาได้มาปล้ำจูบพี่ได้” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ

“พี่ก็ไม่รู้ แต่พอพี่ปฏิเสธ เขาก็เข้าใจนะ แล้วพอลงมาถึงลานจอดรถ เขาก็มาจูบพี่แล้วก็บอกว่า ขอเป็นรางวัลปลอบใจคนอกหัก ตอนนั้นพี่ยังอึ้งอยู่เลยไม่ทันได้ปัดป้อง สาบานเลยว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ใครมาขโมยจูบไปได้ง่าย ๆ เพราะพี่ตั้งใจรักษาไว้ให้นัทคนเดียว”

ผมได้แต่เม้มปากตัวเองไว้ กลัวจะเผลอยิ้มออกไป หลังจากได้ยินมุกเสี่ยว ๆ ของพี่ติน ซึ่งมันก็ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้ผ่อนคลายมากขึ้น

“แต่ตอนเย็นผมก็เห็นนะว่าพี่ลงรูปร้านอาหารที่เดียวกันกับพี่โอม”

แม้จะถามต่อเหมือนกับว่าผมยังไม่เชื่อที่เขาพูดมาทั้งหมด แต่ความจริงแล้วในใจผมเชื่อคำพูดเขาไปแล้วทั้งใจต่างหากล่ะ

“อันนี้พี่ไม่ได้นัดไอ้โอมเลย ตอนพี่นั่งรอน้องสองคนที่ร้าน อยู่ ๆ เขาก็เดินมาทักพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวเขา ไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันเลยจริง ๆ สาบานได้ แต่ถ้าอยากได้หลักฐาน นัทจะโทร. ไปหาน้องพี่ตอนนี้เลยก็ได้”

พี่ตินพูดพร้อมกับลุกไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองมาเพื่อต่อสายหาน้องตามที่บอกผม

“ไม่ต้องโทร. หรอก นี่มันเป็นเวลาพักผ่อนแล้ว” ผมจับมือพี่ตินข้างที่ถือโทรศัพท์ เพื่อไม่ให้เขากดต่อสาย ซึ่งเจ้าตัวก็ทำตามโดยง่าย

“เมื่อวันก่อนพี่โอมเขามาหาผม เอาคลิปเสียงที่พี่บอกรักเขามาให้ผมฟัง แล้วผมก็คิดว่าตัวเองไม่ได้หูเพี้ยน เสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของพี่จริง ๆ”

พูดจบผมก็ขยับตัวนั่งหันข้างให้พี่ติน ไม่อยากหันไปสบตา เพราะเพียงแค่พูดถึง ทุกคำพูดที่ผมได้ฟังจากคลิปเสียงนั้นก็ย้อนกลับมาทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดได้อีกครั้ง

“คลิปเสียงอะไรครับ พี่ไม่เคยบอกรักไอ้โอมเลย ไม่แม้แต่บอกว่ารักแบบเพื่อน ไม่เคยพูดจริง ๆ จะให้พี่ไปสาบานที่ไหนก็ได้ ถ้าพี่พูดจริงขอให้ชาตินี้พี่หาความสุขไม่ได้อีกเลย”

ผมก้มลงมองมือตัวเองบนตัก ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปเมื่อพี่ตินพูดจบ และผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรแสดงความคิดเห็นอะไรออกไป

“ไม่เป็นไร ถ้าตอนนี้นัทไม่เชื่อคำพูดพี่ แต่ถ้ากลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ พี่จะเรียกไอ้โอมมาถามเอง พูดต่อหน้านัทด้วยว่าคลิปเสียงบ้าบอนั่นไปเอามาจากไหน หรือถ้าเขาบอกว่าพี่พูดก็ขอให้บอกมาเลยว่าพี่พูดเมื่อไหร่ พูดที่ไหน”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมนัทถึงได้หนีพี่มาแบบนี้ พี่ไม่นึกเลยว่าเขาจะทำแบบนี้กับพี่ได้ พี่ไม่รู้ว่าระหว่างคำพูดเขากับคำพูดพี่ ใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน แต่พี่ก็คิดว่าเราสองคนไม่ได้เพิ่งรู้จักกันมา นัททำงานกับพี่มาตั้งกี่ปี แล้วตั้งแต่ที่เรามีอะไรกันจนนัทท้อง จนย้ายมาอยู่ด้วยกัน มีสักครั้งไหมที่พี่โกหกนัท”

ยิ่งพี่ตินพูดออกมาเท่าไหร่ น้ำตาที่ผมกักเก็บไว้ยิ่งเอ่อคลอออกมาที่ขอบตาล่างมากขึ้นเท่านั้น แล้วอยู่ ๆ เขาก็เงียบไปทำให้ผมอดที่จะหันไปมองไม่ได้ และภาพที่ได้เห็นคือ พี่ตินมองมาที่ผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ผมก็ไม่เห็นว่าสายตาที่มองมานั้นเป็นอย่างไรเพราะน้ำตาได้เอ่อขึ้นมาบดบังทัศนียภาพข้างหน้าจนหมด

“เกือบครึ่งชีวิตของพี่ตอนนี้ ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าครอบครัว แต่ในที่สุดพระเจ้าก็เมตตาส่งนัทกับลูกมาเป็นครอบครัวของพี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับอีกครั้ง ได้โปรดอย่าพรากครอบครัวของพี่ไปเลยนะครับ...”

และเป็นผมเองที่ดึงพี่ตินเข้ามากอดไว้ ทิ้งทุกความสงสัยและคำพูดของพี่โอมเอาไว้ข้างหลัง ฟังแค่เสียงจากหัวใจตัวเองเท่านั้น จากนี้ไปไม่ว่าดีหรือร้าย มันจะเกิดจากการตัดสินใจของผมคนเดียวเท่านั้น และผมก็คิดว่าตัวเองพร้อมที่จะเปิดรับความสุขหรือความทุกข์ที่เกิดจากเส้นทางที่ผมเลือกแล้ว

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1099 KyungSooFanKai00 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 01:53
    เนื้อเรื่องว่าดีแล้ว ยังมาเจอความน่ารักของไรท์ใน talk ท้ายตอนนี้อีก บ่ไหวแล้วเด๋
    #1,099
    0
  2. #972 nun__nutty (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 20:21
    งื้ออออออ นัททำถูก จะเชื่อใคร คนที่รู้จักมานานหรือเพิ่งรู้จัก หื้ออออ สงสารพี่ติน
    #972
    0
  3. #853 baekbow (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:54
    นั่น ว่าแล้วว่ามันต้องไม่ใช่ เพราะพี่ตินตอนอยู่กับนัทดูแลดีขนาดนั้น ไม่เหมือนคนกำลังหาจังหวะบอกเลิกเลย
    #853
    0
  4. #824 1234_DuncAn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 12:11
    โอมทำไมโกหกเนี๊ยะ
    #824
    0
  5. #725 LasTDesinY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 18:39
    พี่ตินชัดเจน ทำดี พระเอกดีเราชอบ 555
    #725
    0
  6. #724 peepeem (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 15:22
    โอมสมแล้วที่เป็นนักแสดง พี่ติณนี้โคตรจริงใจอ่ะ
    #724
    0
  7. #723 holy59 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:02
    อืม คลิปเสียง อยากรู้ๆ
    #723
    0
  8. #722 nimuyk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:43
    พี่ติณน่ารักมากอ้ะคะ นางใส่ใจนัทและพยายามแก้ปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เคลียร์ด้วยการคุยกันแบบนี้ นัทโล่งใจขึ้นเยอะเลยจิ เราด้วย...นึกว่า ถ้าพี่ติณทำจริง นางได้รับยำตรีนแน่ๆ 555+



    ชอบที่พี่ติณบอกว่าพระเจ้าส่งนัทกับลูกมาเป็นครอบครัวพี่ ... ได้โปรดอย่าพรากครอบครัวพี่ไปเลยนะ... มันได้ใจคนฟังอ้ะ ว่าที่พูดมา มันมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้โกหกกัน



    คราวนี้ พี่โอม ควรจะโดนพี่ติณจัดหนักนะคะ ว่าอย่ามาสร้างความร้าวฉานกับครอบครัวผม



    ขอบคุณนะคะที่มาอัพต่อ คิดถึงคร้า
    #722
    0
  9. #721 Som O Usanee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:34
    พี่ติณทำดี อิอิ กลับ กทม. อย่าลืมไปจัดการนะจ๊ะ
    #721
    0
  10. #720 >haruhi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:09
    พี่ตินนนนนน ต้องแบบนี้สิคะ เคลียร์ชัดเจน
    อิพี่โอมนี่คิดไม่ซื่อแล้วยังเล่นไม่ซื่ออีก ฮึ่มมม
    #720
    0
  11. #719 AoR_AiR (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 21:29
    ดีกันแล้วๆ
    #719
    0
  12. #718 ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 20:24
    มาต่อเร็วๆนะครับวันจันทร์จะไปทหารแล้ว อยากจะอ่านวันพรุ้งนี้อีกซัก 1 ตอนอะครับ
    #718
    0
  13. #716 viradaya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 19:51
    คืนดีกันแล้วววววรร
    #716
    0
  14. #715 Happy HP Time (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:52
    เรียกโอมมาเลยค่ะ
    #715
    0
  15. #714 b'first (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:31
    รอต่อไปค่ะะะ
    #714
    0
  16. #713 noonpanchanok (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:20
    ไรท์ต้องมาต่อเร็วๆจะได้หายโกรธ ฮ่าๆๆๆ ตอนหน้าขอให้โอมโดนกระทืบตาย #มีความซาดิสท์ 
    #713
    0
  17. #712 ผู้หญิงที่มีหัวใจ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 18:01
    มา่ต่อไวไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะไรท์ 
    #712
    0
  18. #711 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 17:53
    น้ำตาซึม
    #711
    0
  19. #710 PuiPui--r (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:38
    อย่าปล่อยผ่านนะคะ กลับกรุงเทพแล้วเรียกพวกแหลมาเคลียร์กันตรงๆเลยค่ะ เลววววว ทำร้ายครอบครัวคนอื่น
    #710
    0
  20. #709 aonpimol jainuam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:35
    รีบกลับไปเคลียเรื่องคลิปเสียงคะ. มีความอยากรู้
    #709
    0
  21. #708 ชอบ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 15:52
    โอมหน้าด้านเนอะ
    #708
    0
  22. #707 gracieji (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 15:52


    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ เสียดายจะไม่มีหนังสือให้เก็บแล้ว

    เรื่องนี้ประมาณกี่ตอนจบคะ

    #707
    0
  23. #706 gracieji (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 18:23
    มาต่อเถอะค่ะ
    #706
    0
  24. #705 aonpimol jainuam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:39
    รีบมาต่อนะค่ะอยากรู้ความจริงแล้ว
    #705
    0
  25. #704 totooo_2541 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 20:17
    มาต่อเถอะรออยุ่
    #704
    0