Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 20 : Daddy & Mummy No. 20 Friend (5) - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    6 เม.ย. 60




Chapter 20: Friend (5)

 

 

หลังรับประทานอาหารมื้อเช้ากับแม่ เราสองคนก็มานั่งคุยเล่นกันสองคนรออาหารในกระเพาะย่อย แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางทั้งคืนบวกกับลมเย็นที่พัดผ่านเบา ๆ ทำให้ผมเผลอหลับไปบนตั่งหน้าบ้าน

ผมหลับไปจนกระทั่งนาฬิกาชีวภาพในร่างกายเตือนว่าถึงเวลาอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ผมขยับตัวเปลี่ยนท่าเป็นนอนหงาย ได้ยินเสียงแม่คุยอยู่ในห้องครัว แต่ไม่ดังพอให้ผมจับใจความได้ว่าคุยเรื่องอะไรกับใคร เมื่อดึงสายตาตัวเองกลับมาก็เห็นหน้าท้องนูนเด่นของตัวเอง เห็นแล้วไม่ต่างจากผู้ชายลงพุงสักเท่าไหร่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าข้างในนี้มีสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ อาศัยอยู่

“เป็นเด็กดีนะลูก” ผมเอ่ยกับลูกเบา ๆ พร้อมกับลูบไล้หน้าท้องตัวเอง

ผมนอนเล่นต่ออีกสักพักถึงได้ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พอดีกับแม่เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะมานั่งลงใกล้ ๆ ผม

“หิวข้าวเที่ยงหรือยัง แม่ว่าสิตำบักฮุงกับทอดหมู เอาหยังอีกบ่ (หิวข้าวเที่ยงหรือยัง แม่จะตำส้มตำกับทอดหมู เอาอะไรอีกไหม)” แม่ถามผมว่าหิวข้าวเที่ยงหรือยัง มื้อนี้ท่านตำส้มตำกับทอดหมูไว้แล้ว ผมอยากกินอย่างอื่นอีกไหม

“บ่ ๆ อยู่กันสองคนเฮ็ดอีหยังหลาย แกงบักอึมื้อเซ้ากะยังบ่เหมิด (ไม่ ๆ อยู่กันสองคนทำอะไรเยอะแยะ แกงฟักทองเมื่อเช้าก็ยังไม่หมด)” ผมบอกท่านว่า อยู่สองคนไม่ต้องทำเยอะ แล้วแกงฟักทองเมื่อเช้าก็ยังไม่หมด

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ผมก็ลุกไปล้างหน้า แล้วกลับมาช่วยแม่จัดอาหารมื้อเที่ยงในครัว ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารเที่ยงกันสองคน

“วังนึงหมู่เจ้าโทร. มาหาแม่ เพิ่นบอกว่าโทร. หานัทบ่ติด โทรศัพท์อยู่ไส บ่แมนแบตเหมิดแล้วเบาะ (เมื่อกี้เพื่อนลูกโทร. มาหาแม่ เขาบอกว่าโทร. หานัทไม่ติด โทรศัพท์อยู่ไหน ไม่ใช่แบตเตอร์รี่หมดแล้วเหรอ)”

ผมชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินแม่บอกว่า เมื่อครู่มีเพื่อนผมโทรศัพท์มาหาแม่ แล้วบอกว่าโทร. หาผมไม่ติด ท่านเลยถามหาโทรศัพท์ผมไปอยู่ไหน แบตเตอร์รี่หมดหรือเปล่า ในใจผมก็กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นคนที่บริษัทโทรศัพท์มา 

“หมู่คนใด๋ เพิ่นบอกซือบ่ (เพื่อนคนไหน เขาบอกชื่อหรือเปล่า)” ผมถามแม่กลับว่าเพื่อนคนไหน ได้บอกชื่อไว้หรือเปล่า

“ซือติน เพิ่นบอกว่าตกลงกันแล้วว่าสิมาเทียวผาแต้มกับนัท แต่เพิ่นมีงานด่วนเลยสิตามมา แล้วเพิ่นกะบอกว่า ตอนนี้ท่าขึ้นเครื่องบินอยู่ เพิ่นสิมาฮอดจักโมง โทร. ถามหมู่แหน่ลูก (ชื่อติน เขาบอกว่า ตกลงแล้วว่าจะมาเที่ยวผาแต้มกับนัท แต่เขามีงานด่วนเลยจะตามมา แล้วเขายังบอกอีกว่า ตอนนี้รอขึ้นเครื่องบินอยู่ จะมาถึงกี่โมง โทร.ถามเพื่อนหน่อยลูก)”

ผมรู้สึกอิ่มขึ้นมาทันที แม่บอกว่าพี่ตินโทรศัพท์มาหาท่าน แล้วบอกว่าได้ตกลงกับผมไว้ว่าจะมาเที่ยวผาแต้ม แต่มีงานด่วนเลยตามมาทีหลัง แล้วตอนที่โทรศัพท์มานั้นเขาก็กำลังรอขึ้นเครื่องบินอยู่ แล้วแม่ก็ถามปิดท้ายว่าพี่ตินจะมาถึงกี่โมงให้ผมโทรศัพท์กลับไปถาม

ผมพยักหน้าตอบก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาท่าน ในใจกำลังสับสน ลึก ๆ แล้วผมเองก็ดีใจที่พี่ตินยังไม่ได้ทิ้งผมไปไหน แต่อีกใจก็กลัวว่าที่เขาตามมานั้นต้องการแค่มาจัดการเรื่องราวของเราให้เรียบร้อยจะได้ไม่คาราคาซัง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ผมยังไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา

ตอนบ่ายด้วยความกังวลกลัวพี่ตินมาที่บ้าน ผมเลยไม่เป็นอันทำอะไร ส่วนแม่ท่านก็เดินไปเดินมาก่อนจะไปนั่งเอนหลังที่เก้าอี้ตัวโปรดแล้วหลับไป ด้วยความที่เวลาผมอยู่เฉย ๆ ก็จะเอาแต่คิดเรื่องพี่ติน ผมเลยเปลี่ยนตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่เสื้อแขนยาวพร้อมเสื่อพับอันเล็กในบ้าน แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเที่ยวที่น้ำตกสร้อยสวรรค์ เผื่อธรรมชาติจะช่วยให้จิตใจผมสงบลงได้บ้าง

ผมใช้เวลาไม่นานก็มาจึงจุดจอดรถ จากนั้นก็เดินเท้าเข้าไปยังตัวน้ำตก เมื่อมาถึงน้ำตกแล้วก็เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเล่นน้ำในแอ่งน้ำที่มีไหลลงมาจากผาหิน ผมเดินไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำเล่น ใจจริงอยากจะลงไปเล่นน้ำด้วย แต่กลัวจะไม่สบายเพราะต้องขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านคนเดียว

ขณะกำลังนั่งเพลิดเพลินกับธรรมชาติรอบตัว โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อหยิบมาดู หน้าจอแสดงชื่อแม่ ผมจึงกดรับสายในทันที

ซึ่งแม่ก็โทรศัพท์มาถามว่าผมไปไหนเพราะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นผมอยู่บ้าน ซึ่งผมก็บอกท่านว่าตอนนี้อยู่ที่น้ำตกสร้อยสวรรค์ และตั้งใจว่าจะไปผาแต้มเพื่อรอดู
พระอาทิตย์ตกต่อ แล้วก่อนจะวางสายไปท่านก็ถามเรื่องพี่ตินว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ ชอบรับประทานอาหารแบบไหน ผมเลยบอกไปว่าพี่ตินจะมาที่บ้านพรุ่งนี้และชอบอาหารรสจัด กินเผ็ดได้เหมือนผม ถ้าเขาไม่มาผมก็แค่บอกแม่ไปว่าเขาติดธุระด่วนไม่มาแล้ว

ผมเดินถ่ายรูปรอบ ๆ น้ำตกสร้อยสวรรค์จนแดดเริ่มอ่อนลงถึงได้เดินกลับมาที่จุดจอดรถเพื่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปรอดูพระอาทิตย์ตกที่ผาแต้ม

เมื่อมาถึงผาแต้ม ผมก็แวะซื้อน้ำกับขนมปังรับประทานรองท้อง ก่อนจะเดินถ่ายรูปรอบ ๆ จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มลดลง ผมถึงได้เดินไปจุดที่ตั้งป้ายว่า
ผาแต้ม ตะวันตกก่อนใครในสยาม ถ่ายรูปป้ายกับวิวด้านหลัง แล้วลงรูปในแอพลิเคชั่นอินสตราแกรม ยืนมองวิวทิวทัศน์จนรอบตัวพร้อมกับปล่อยความคิดตัวเองไปกับธรรมชาติตรงหน้า

แรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงที่ผมเพิ่งเก็บโทรศัพท์ไว้เมื่อครู่เตือนให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า ในใจผมก็คิดว่าต้องเป็นแม่แน่ ๆ แต่พอเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ผมก็เกิดความลังเลว่าจะรับสายเขาดีหรือไม่ และผมอาจจะคิดนานเกินไป สายจึงได้ตัดไป

ผมถอนหายใจมองหน้าจอสีดำที่เกือบจะกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว ก่อนจะตัดสินใจไม่ต่อสายกลับและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเพื่อจะได้กลับบ้านก่อนที่จะมืดไปมากกว่านี้ แต่เมื่อผมหันหลังกลับมา

“จะไม่รับสายพี่ไปจนถึงเมื่อไหร่ครับ”

ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องทวีรุนแรงราวกับมีพายุลูกย่อม ๆ อยู่ข้างในนั้น ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองกำลังดีใจหรือเสียใจที่เห็นพี่ตินอยู่ตรงหน้า นาทีถัดมาผมก็รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ไหลผ่านร่องแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง

“พี่มารับนัทกับลูกครับ กลับบ้านเรานะ”

ปลายนิ้วเย็น ๆ ของพี่ตินที่ปาดเช็ดน้ำตาทำให้ผมรู้สึกตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันอ่อนโยนของเขา แม้ในใจกำลังตะโกนบอกว่าอย่าหลงใหลไปกับสัมผัสอ่อนโยนนี้ แต่ร่างกายผมกลับไม่สามารถขยับตัวหลีกหนีไปไหนได้ จนกระทั่งถูกเขารวบตัวเข้าไปกอด

“พี่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้นัทไม่พอใจ แต่พี่อยากจะขอโทษที่พี่ไม่สามารถทำให้นัทเชื่อใจ ได้โปรดให้อภัยผู้ชายคนนี้สักครั้งนะครับ”

ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ท้ายที่สุดแล้วผมก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความต้องการส่วนลึกในจิตใจ ยกมือขึ้นกอดตอบ
พี่ตินพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

พี่ตินไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนผมก็ยืนร้องไห้จนพอใจแล้วก็ค่อย ๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขา ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง

“คุณแม่ทำกับข้าวรอแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ”

“พี่ตินมานี่ได้ยังไง ถ้าจะมาบอกเลิก ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้นะ”

แม้พี่ตินจะบอกแล้วว่ามาเพื่อรับผมกลับบ้าน ไม่ได้มาบอกเลิก แต่ด้วยความรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่พี่โอมบอก ทำให้ผมอดจะประชดประชันไม่ได้

“เราคงต้องคุยกันเรื่องนี้อีกยาวเลยล่ะ แต่ตอนนี้พี่ต้องพานัทกลับบ้านก่อนเพราะบอกคุณแม่แล้วว่าจะรีบพานัทกลับไปกินข้าวกับท่าน ไปเร็ว เดี๋ยววันนี้นัทต้องสวมบทสก๊อย แล้วพี่จะสวมบทเด็กแว้นเอง”

แม้รอบตัวจะค่อนข้างมืด แต่ผมกลับเห็นรอยยิ้มของพี่ตินที่ส่งมาให้เด่นชัดเสียจนผมต้องหลบสายตาลงมองที่หน้าอกของเขาแทน จนท้ายที่สุดผมก็ยอมให้เขาจับจูงเดินไปยังจุดจอดรถ

“นัทคงต้องบอกพี่แล้วล่ะครับว่ารถของเราคันไหน”

พี่ตินหันมาบอกด้วยรอยยิ้ม ซึ่งผมอดมองกลับด้วยสายตาเยาะเย้ยไม่ได้ ก่อนจะล้วงกุญแจรถขึ้นมาถือไว้ แล้วเดินไปหารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดไว้ โดยมีพี่ตินเดินตามมาติด ๆ เมื่อผมยื่นมือออกไปเพื่อเสียบกุญแจเข้ากับช่องเสียบกุญแจ เขาก็รีบจับมือผมเอาไว้

“อะ ๆ พี่บอกแล้วว่าพี่จะขี่เอง”

พูดจบพี่ตินก็ดึงกุญแจจากมือผมไปเสียบช่องกุญแจ ก่อนจะขึ้นนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์

“อ้าว ทำไมไม่ขึ้นละครับ มาเร็วสิ คุณแม่รออยู่นะครับ เร็ว ๆ”

ผมได้แต่เก็บความรู้สึกหมั่นไส้ไว้ในใจ แล้วก้าวขึ้นนั่งซ้อนท้ายพี่ติน โดยพยายามไม่เข้าใกล้แผ่นหลังเขามากเกินไป

“ไหนว่ารีบ เมื่อไหร่จะสตาร์ทรถล่ะ” ผมอดถามขึ้นมาไม่ได้ เมื่อไม่เห็นว่าคนขี่จะสตาร์ทรถเสียที และคำถามของผมก็ได้รับคำตอบเมื่อพี่ตินเอี้ยวตัวมาจับแขนผมทั้งสองข้างของผมให้ไปกอดรอบเอวของเขา

“ห้ามเอาออกนะ ไม่งั้นพี่จะ...จะจับนัทจูบตรงนี้ เอาให้อายกันไปข้างเลย”

ผมได้แต่เก็บความไม่พอใจที่โดนรู้ทันไว้ข้างใน นิ่งรอให้พี่ตินสตาร์ทและขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปตามเส้นทางเพื่อออกสู่ถนนเส้นหลัก

ด้วยกระแสลมที่พัดระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์ค่อนข้างแรง ทำให้ผมต้องก้มหน้าหลบหลังพี่ติน แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่รู้เส้นทางกลับบ้านผมนี่นา

“พี่ตินรู้ทางกลับบ้านผมเหรอ” ผมตะโกนถามแข่งกับเสียงลมพัด ซึ่งพอผมตะโกนไปแล้วพี่ตินก็ลดความเร็วลง

“นัทว่าอะไรนะครับ”

“ผมถามว่าพี่รู้เส้นทางกลับบ้านผมเหรอ”

“ทุกเรื่องของนัทพี่รู้หมดนั่นแหละครับ โอ๊ย”

ด้วยความหมั่นไส้ผมเลยหยิกหมับเข้าที่หน้าท้องพี่ติน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำท่าโอดโอยนิดหน่อย ก่อนจะหัวเราะออกมา

ผมกับพี่ตินกลับถึงบ้านในอีกยี่สิบนาทีต่อมาด้วยความปลอดภัย โต๊ะหน้าบ้านมีแม่กับพี่สาวผมนั่งอยู่ ทั้งคู่ก็หันมามองเราสองคน

“เป็นจังใด๋ไปผาแต้มมา (เป็นยังไงไปผาแต้มมา)” แม่เอ่ยถามว่าไปผาแต้มมาเป็นอย่างไรบ้าง โดยสายตาท่านไปจับจ้องไปที่พี่ตินไม่ใช่ผม เห็นแม่สนใจพี่ตินมากกว่าก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

“ไม่ค่อยได้เห็นเลยครับแม่ ไปถึงก็ค่ำแล้ว”

ผมเดินไปนั่งลงข้างพี่สาว ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านเพิ่งได้เจอกัน

“สำบายดีแมนบ่ มาเถือนี่คือโตใหญ่ขึ้นเดะ (สบายดีใช่ไหม มาครั้งนี้ดูตัวใหญ่ขึ้นนะ)” พี่สาวทักผมว่าสบายดีใช่ไหม มาครั้งนี้ดูอ้วนขึ้น ผมก็ได้แต่ยิ้มรับ จะไม่ให้อ้วนได้อย่างไรในเมื่อในท้องนี่ก็ย่างเข้าเดือนที่ห้าแล้ว

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #971 nun__nutty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:59
    หื้อออออ เรื่องจะเป็นยังไงนะ สงสารนัทจัง
    #971
    0
  2. #852 baekbow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:46
    นัทต้องถามนะ และพี่ตินต้องอธิบายด้วย อยากให้แบบพี่ตินรุ้ก่อนมาู่แล้วจัง
    #852
    0
  3. #717 gracieji (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 20:17
    คำว่า เผิน ถ้าสะกดแบบแทรกในภาษากลางจะเป็น เพิ่น
    แต่ถ้าสะกดตามการออกเสียงจริงๆ = เพิน ไม่ใช่ เผิน ค่ะ
    #717
    0
  4. #703 Tonfffffff (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 16:40
    รอเด้อด
    #703
    0
  5. #701 Bff pli (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:21
    ย้ากๆ ._.
    #701
    0
  6. #700 Bff pli (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:21
    รอ><<<<<
    #700
    0
  7. #699 Bff pli (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:21
    งื้อออออ
    #699
    0
  8. #698 Bff pli (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:21
    ><~~~~
    #698
    0
  9. #697 Bff pli (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:20
    รอออออ
    #697
    0
  10. #680 gofo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 10:46
    อยากให้ต่อบ่อยๆแต่ไม่เป็นไรนานๆมาทีก็รอได้ค่ะ สู้ๆ
    #680
    0
  11. #679 Som O Usanee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 03:36
    ถ้าตอนหน้ายังไม่เคลียร์เดี๋ยวเราตบพี่ติณแทนนัทเองค่ะ 55555
    #679
    0
  12. #678 Nest (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 01:44
    ต่อนิดเดียวเองอ่าาา รอๆ
    #678
    0
  13. #677 lukbua (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 00:34
    ตกใจจจ นานจนลืม 5555
    กลับมาก็ยังไม่เคลียร์กัน อุตส่าห์รอ ฮือออ รอต่อไป
    #677
    0
  14. #676 ฟองดูว์ ชูครีม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 00:31
    เกือบลืมไปเลยว่าเคยอ่านเรื่องนี้
    #676
    0
  15. #675 Sweetmp Shoping (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 00:08
    รออออออออ๗ะ #นี้จะลืมแล้งนะรอนานนนมากกกก
    #675
    0
  16. #674 >haruhi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 00:07
    เง้ออออ มาต่อเร็วๆนะคะ
    คุณแม่ยังไม่ได้เคลียร์กับคุณพ่อเลย
    เดี๋ยวน้องในท้องจะเครียดเอา อันตรายนะคะ555555
    #674
    0
  17. #673 ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:34
    ดูแลสุขภาพนะครับคุณแม่. อย่าลืมมาต่อนะครับโผมมม รอแม่นะ
    #673
    0
  18. #672 b'first (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:20
    ฮึ๊ยยยย ไรท์ทำร้ายมากกก ;-;
    #672
    0
  19. #671 Sanookker4837 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:17
    รอ รอ รอ รอ รอต่อไป ลุ้นอยู่นะว่าเป็นยังไงต่อ
    #671
    0
  20. #670 lzinzian (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 23:11
    รอค่าาา พี่ตินมาอธิบายให้รู้เรื่องเลยนะคะ ตามมาถึงนี่แล้วว คนอ่านก็อยากรู้ไปกับนัทด้วย
    #670
    0
  21. #669 Atk. S. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:49
    ค้างมักๆ
    #669
    0
  22. #668 PuiPui--r (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:44
    รีบเคลียร์เดี๋ยวนี้นะพี่ติน
    #668
    0
  23. #667 ฝนแจ้แพ้แครอท (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:39
    ค้างมากเลยค่าซิสสสส
    #667
    0
  24. #666 THIP02112528 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:39
    สั้นๆๆๆๆๆมากกกกกกกกค้างงงงงงงงงมากกกกกกก
    #666
    0
  25. #665 noonpanchanok (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 22:31
    ค้างตลอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 
    #665
    0