Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 19 : Daddy & Mummy No. 19 Friend (4) - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 เม.ย. 60




Chapter 19: Friend (4)

 

 

แต่เราสองคนลึกซึ้งมากกว่านั้น

ประโยคนี้ยังคงดังซ้ำไปซ้ำมาในสมองผม ราวกับจะคอยย้ำเตือนว่าพวกเขารักกันมาตั้งนานแล้ว ผมต่างหากที่เป็นคนมาทีหลัง

“ที่ผ่านมา ผมไม่เคยไปผูกมัดอะไรพี่ตินไว้ มีก็แต่พี่ตินที่พาตัวเองมาอยู่ใกล้ ๆ ผม แล้วถ้าหากว่าพี่ตินอยากไปจริง ๆ ก็ให้เขามาพูดกับผมได้ตรง ๆ ผมเองก็ไม่อยากจะเหนี่ยวรั้งคนที่ไม่ได้รักไว้กับตัวเหมือนกัน เพราะอยู่กันไปมีแต่ทรมาน”

ผมตอบกลับพี่โอมโดยที่ไม่หลบสายตาเขาแม้แต่วินาทีเดียว แล้วเป็นเขาเองที่หลบสายตาลงมองแก้วเครื่องดื่มของตัวเองบนโต๊ะ

“พี่คงต้องบอกกับนัทว่า ที่ทุกวันนี้ตินเขายังทำดีกับนัทเพราะพี่เป็นคนขอร้องให้ตินเขายังไม่บอกความจริงกับนัท แต่ที่พี่มาบอกนัทวันนี้ก็เพื่อให้เราสามคนเข้าใจตรงกัน และอยากจะขอให้นัททำเหมือนคบกับตินต่อไป ด้วยอาชีพของพี่ พี่ไม่สามารถคบกับตินอย่างเปิดเผยได้”

“หึ! แล้วทำไมผมจะต้องทำแบบนั้น ทำแล้วได้อะไร”

ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะหยัน แม้ในใจจะโกรธแสนโกรธ ไม่นึกเลยว่าเขาจะเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของผมเองที่ต้องมาเจอกับคนเห็นแก่ตัวพวกนี้

“แล้วนัทอยากได้อะไรล่ะครับ เงิน ทอง ข้าวของแบรนด์เนม หรืออะไรที่นัทต้องการ ถ้าให้ได้พี่จะให้”

“สิ่งที่ผมอยากได้จากคุณสองคนก็คือ เลิกยุ่งกับชีวิตผมได้แล้ว และผมจะไม่ช่วยพวกคุณหลอกลวงคนอื่นเด็ดขาด แล้วก็...ขอบคุณนะครับที่มาบอกความจริงผมวันนี้ ยังไงก็ขออวยพรให้รักกันนาน ๆ” เมื่อพูดจบผมก็ลุกเดินออกมาโดยไม่สนว่าคนที่นั่งอยู่นั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

แต่เพียงแค่หันหลังกลับมา น้ำตาที่ผมกักเก็บไว้ก็ไหลลงมาอาบสองแก้ม ทุกคำพูดคำสัญญาที่พี่ตินเคยพูดไว้กับผมวิ่งวนอยู่ในห้วงความคิดผมตลอดเวลา น้ำตาแห่งความเสียใจและผิดหวังที่ไหลออกมา ยอกย้ำให้ผมได้รู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองนั้นโง่เพียงใด โง่ที่หลงเพ้อไปกับคำพูดสวยหรู ทำไมผมถึงเชื่อว่าเขาจะเสียสละตัวเองเพื่อผมกับลูกได้ขนาดนั้น

คนที่เดินผ่านต่างมองผมเป็นจุดเดียว ก็แน่ล่ะ ผู้ชายเดินร้องไห้ขนาดนี้เป็นใครก็ต้องมอง และเพื่อเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ ผมเลยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำชาย ไปหลบเข้าห้องส้วมเพื่อปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาจนกว่ามันจะเหือดแห้งไปเอง และได้แต่บอกตัวเองว่า ทุกอย่างมันจบลงแล้ว สำหรับผมกับพี่ตินจะไม่มีคำว่า ครอบครัว อีกต่อไป

 

อุบลฯ ครับ อุบลฯ น้องไปไหนครับ”

ผมชะงักไปเมื่อถูกคนที่ทำหน้าที่คล้ายนายหน้าคอยเรียกลูกค้าให้ไปซื้อตั๋วรถประจำทางที่ช่องขายของตัวเองทักขึ้น ผมมองสบตาเขาก่อนจะส่ายหน้าตอบแล้วเดินผ่านไปยังช่องขายตัวที่เคยซื้อทุกครั้งเมื่อจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด

หลังจากเดินหนีพี่โอมไปแอบนั่งร้องไห้ในห้องน้ำจนพอใจ ผมก็กลับขึ้นไปนั่งทำงานต่อจนเที่ยง เมื่อทุกคนออกไปรับประทานอาหารเที่ยง ผมก็เก็บกระเป๋าเขียนใบลาพักร้อนไปวางไว้ที่โต๊ะพี่แอนเพื่อส่งให้เจ้านายลงนามอนุมัติ และถ้าเขาไม่อนุมัติและจะให้ผมลาออกจากบริษัทเลยก็ตามแต่ใจเขา

เมื่อออกจากบริษัท ผมก็ตรงมาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อเดินทางกลับบ้าน ไม่ได้ขี้ขลาดจนไม่กล้าสู้หน้ากับพวกเขา แต่ใจผมก็ไม่แข็งแรงพอที่จะมองหน้าพวกเขาโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด อย่างน้อยการกลับบ้านก็อาจจะช่วยให้หัวใจที่อ่อนล้าของผมได้มีแรงลุกขึ้นมาสู้ใหม่ และอย่างน้อยผมก็ได้มีเวลาคิดว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองต่อไปอย่างไรดี

ผมก้มลงมองตั๋วรถในมือ แม้จะเป็นรถเที่ยวแรกของวัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาหัวค่ำอยู่ดี ผมยังต้องนั่งรอไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะวันนี้ผมไม่ต้องรีบไปไหนอยู่แล้ว เสียแต่ว่าไม่ได้อาบน้ำ

ผมเดินไปเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อเลือกซื้อทิชชูเปียกแป้งฝุ่นไว้ทาแก้ขัด แล้วก็เลือกซื้อหนังสือไว้อ่านฆ่าเวลาระหว่างรอรถออกอีกเล่ม ก่อนจะเดินไปโซนอาหารเพื่อเลือกซื้ออาหารมื้อบ่าย ระหว่างรับประทานก็ได้แต่ขอโทษลูกในใจที่ปล่อยให้แกหิว

อาหารที่ผมเลือกรับประทานก็เป็นอาหารตามสั่งธรรมดาทั่วไป แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าห้ามคิดถึง แต่ใจก็คอยแต่จะคิดเปรียบเทียบอาหารมื้อนี้กับมื้อที่มีพี่ติน ถ้าหากเรายังเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้ผมคงกำลังนั่งทำงานรอพี่ตินมารับออกไปรับประทานมื้อเย็น คิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็เอ่อออกมาที่ขอบตาล่างโดยอัตโนมัติ พาลให้รู้สึกอิ่มตื้อขึ้นมาด้วย

ผมรีบกระพริบตาเพื่อไล่น้ำตาให้กลับลงไปเมื่อคิดได้ว่า การที่ผมปล่อยให้ตัวเองอยู่กับความทุกข์แบบนี้จะทำให้ลูกพลอยเป็นทุกข์ไปด้วย แค่ไม่มีเขาคนเดียว ทำไมลูกกับผมถึงจะอยู่ต่อไปไม่ได้ ขนาดคนพิการหลายคนเขายังอยู่รอด แล้วผมที่คนร่างกายครบทุกส่วนถึงจะอยู่ไม่ได้

“เรามาสู้ไปด้วยกันนะครับลูก”

 

ผมนั่งอ่านหนังสือรอจนถึงประมาณหกโมงเย็น ถึงได้ลุกไปสั่งอาหารมื้อเย็นรับประทาน ก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ เตรียมขึ้นรถตามเวลาในตั๋ว ระหว่างนั่งรอผมก็อดหยิบโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องไว้ตั้งแต่ออกจากออฟฟิศขึ้นมาดูไม่ได้ ชั่งใจอยู่สักพักว่าจะเปิดเครื่องเพื่อโทรศัพท์ไปบอกคนที่บ้านก่อนดีไหม กลัวว่าโผล่ไปพรุ่งนี้ทุกคนจะตกใจแล้วไม่มีใครว่างมารับผมที่ท่ารถ

แน่นอนว่าทันทีที่ผมกดเปิดโทรศัพท์ มีข้อความส่งเข้ามาบอกว่าช่วงระหว่างที่ผมปิดเครื่องนั้นมีใครโทร. เข้ามาบ้าง ผมไม่ได้กดอ่านข้อความ แต่รีบกดหมายเลขโทรศัพท์ของแม่เพื่อจะโทร. ออก แต่แม้จะรีบแค่ไหนก็ยังช้าไปกว่าพี่ตินอยู่ดี

ผมนั่งมองชื่อของพี่ตินที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะกดตัดสายทิ้งไป แล้วรีบกดต่อสายหาหมายเลขของแม่แทน

ฮัลโหล ผมอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงแม่ที่ปลายสาย

“แม่ สำบายดีบ่ คึดฮอดเจ้าหลาย (สบายดีไหม คิดถึงแม่มาก)” เมื่อผมถามแม่ว่าสบายดีไหม และอ้อนบอกท่านว่าคิดถึงมาก ก็ได้ยินสัญญาณเตือนว่ามีสายซ้อน และเห็นว่าเป็นหมายเลขของพี่ติน

อีหยังนี่ฮึ เมื่อวานกะถามแม่แล้วเด เจ้านั่นล่ะ เป็นจังใด๋ เมื่อใดสิเมือเฮือน เมื่อคืนนี้เอื้อยเจ้าก็ฝันฮอด ฝันว่าบักหล่าเมือเฮือน อุ้มเด็กน้อยมานำ บ่แมนไปจอบมีเมียมีลูกแล้วหวา (อะไรกัน เมื่อวานก็ถามแม่แล้ว ลูกนั่นแหละ เป็นอย่างไร เมื่อไหร่จะกลับบ้าน เมื่อคืนนี้พี่สาวลูกฝันว่าลูกกลับบ้าน อุ้มเด็กมาด้วย ไม่ใช่ไปแอบมีภรรยามีลูกแล้วเหรอ)

แน่นอนว่าพอได้ยินแบบนั้นผมก็หัวเราะออกมาทันที ได้แต่สงสัยว่าทำไมพี่สาวผมถึงฝันได้แม่นขนาดนี้ แอบมีลูกคงใช่ แต่มีเมียนี่ยังห่างไกลมาก

“บ่ดอก เฮ็ดแต่งานอยู่ซูมื้อ สิเอาเวลาใด๋ไปหาลูกใภ้ให้แม่ (ไม่มีหรอก ทำงานอยู่ทุกวันจะเอาเวลาไหนไปหาลูกสะใภ้ให้แม่)” ผมตอบปฏิเสธกลับไปว่าทำงานทุกวันจนไม่มีเวลาไปหาลูกสะใภ้ให้ท่าน

เฮ็ดหยังหลายล่ะลูก บ้านเฮากะพอมีอยากมีกินอยู่เด เงินที่หามาสิได้เอาไปไซ้อย่างอื่น บ่แมนเอามาจ่ายให้หมอ (จะทำอะไรเยอะแยะ บ้านเราก็พอมีกินมีใช้ เงินที่หามาจะได้เอาไปใช้อย่างอื่น ไม่ใช่เอามาจ่ายให้หมอ)

แม่บอกว่าบ้านเราก็พอมีพอใช้ ไม่อยากให้ผมทำงานหนัก แล้วเงินที่ได้มานั้นหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย แม้จะเป็นการพูดที่ไม่จริงจัง แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใยของท่าน

“ครับผม นี่ล่ะ ข่อยลางานไว้แล้ว มื้ออื่นตอนเซ้าให้ไผมาฮับข่อยหม่องท่ารถแหนเด้อ (นี่แหละ ผมลางานไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าให้ใครมารับผมที่ท่ารถหน่อยนะ)” ผมบอกแม่ว่า พรุ่งนี้เช้าให้ใครที่บ้านมารับที่ท่ารถในตัวอำเภอ

อีหลีหรือตั๋วแม่นิ แมนหยังคือไวxก (เอาจริงหรือหลอกแม่ อะไรจะเร็วขนาดนั้น) แม่ยังไม่ค่อยเชื่อว่าผมพูดจริง ท่านเลยถามย้ำว่าพูดจริงหรือหลอก ทำไมเร็วเสียขนาดนั้น ก็แน่ล่ะ ทุกอย่างปุ๊บปั๊บจริง ๆ

“อีหลี นี่ข่อยอยู่หมอชิตแล้ว รถออกสองทุ่ม (จริง ๆ นี่ผมอยู่หมอชิตแล้ว รถออกสองทุ่ม)”

เอ้า ๆ เดี๋ยวแม่สิบอกบักแหลมให้ขี่รถไปฮับเด้อ ของหลายบ่ล่ะ (เดี๋ยวแม่จะบอกเจ้าแหลมให้ขี่รถไปรับนะ ของเยอะหรือเปล่า)

แม่จะให้ไอ้แหลม ลูกพี่ลูกน้องผมมารับพรุ่งนี้ แล้วท่านก็ยังถามอีกว่าข้าวของที่ผมจะนำกลับบ้านเยอะหรือเปล่า

“บ่มีหยังเลย บ่ได้ซื้อของฝากเด้อแม่ หรืออยากได้หยังฝาก (ไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ซื้อของฝากนะแม่ หรืออยากได้อะไรฝาก)” ผมบอกแม่ว่าไม่มีของฝากท่าน

โอ๊ย บ่ต้องฝากดอกลูก ของอยากของกินอยู่เฮือนกะหลายแล้ว กินข้าวแลงแล้วติ (ไม่ต้องฝากหรอกลูก ของกินที่บ้านเยอะแล้ว กินข้าวเย็นหรือยัง แม่บอกว่าของกินที่บ้านก็เยอะแล้ว ไม่ต้องซื้อฝาก แล้วท่านก็ยังถามด้วยว่าผมรับประทานมื้อเย็นหรือยัง

“อิ่มแล้ว แม่กะไปกินข้าวแลงเถาะ เดี๋ยวมื้ออื่นพ้อกันน้อ (แม่ก็ไปกินข้าวเย็นเถอะ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้)” ผมบอกให้ท่านไปรับประทานอาหารมื้อเย็น ไว้เจอกันพรุ่งนี้

จ้า เดินทางปลอดภัยเด้อลูก ผมรับคำอวยพรจากแม่ก่อนจะวางสายไป

หน้าจอโทรศัพท์แสดงจำนวนสายของพี่ตินที่ผมไม่ได้รับจำนวนเกือบสิบสาย สลับกับข้อความที่ส่งเข้ามาถามว่าผมอยู่ไหน บอกให้ผมรับสายบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้โทร. กลับหรือเปิดข้อความอ่าน เมื่อเขาโทร. เข้ามาอีกครั้งผมก็กดตัดสายก่อนจะตั้งค่าเป็นโหมดเครื่องบินไว้ แล้วหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบต่อโทรศัพท์เพื่อฟังเพลงระหว่างนั่งรอเวลา 

 

รถโดยสารที่ผมใช้บริการนั้นอยู่ในระดับที่ดี แต่ละที่นั่งมีหน้าจอสำหรับดูภาพยนตร์ของตัวเอง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารก็มีพนักงานเดินบริการเสิร์ฟอาหารว่างและน้ำดื่ม หลังจากนั้นภายในรถก็จะปิดไฟเพื่อให้ผู้โดยสารพักผ่อน แน่นอนว่าผมนั้นหลับยาวตั้งแต่ปิดไฟจนกระทั่งเกือบถึงที่หมาย

เมื่อลงจากรถ ผมก็เห็นไอ้แหลม ลูกพี่ลูกน้องผมยืนโบกมือหยอย ๆ จากอีกฟากถนน หมู่บ้านผมอยู่ในเขตอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณสามกิโลเมตร แน่นอนว่าสามารถขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตัวอำเภอค่อนข้างพลุกพล่านเพราะเป็นอำเภอแหล่งท่องเที่ยว

ผมบอกให้ไอ้แหลมพาแวะเข้าตลาดสดเพื่อซื้อวัตถุดิบกลับไปให้แม่ทำกับข้าว ครอบครัวผมมีแม่กับพี่สาว ส่วนพ่อเสียไปตั้งแต่ผมยังไม่จบชั้นประถมศึกษา ตอนนี้พี่สาวผมเป็นครูสอนในโรงเรียนมัธยม แต่งงานแล้วและมีหลานให้ผมถึงสองคน ด้วยความที่ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กรุงเทพฯ พี่สาวผมเลยไม่ได้แยกตัวออกไปสร้างบ้านใหม่หลังแต่งงาน แต่เลือกที่จะทุบบ้านหลังเก่าแล้วสร้างใหม่ให้แข็งแรงมั่นคงแทน

แม่ผมอายุค่อนข้างมากแล้ว แต่ท่านก็ไม่อยากอยู่เฉย ๆ เลยทำขนมไปฝากขายที่ร้านของฝากแถวผาแต้ม ซึ่งผมกับพี่สาวก็เห็นว่าท่านทำแล้วมีความสุขเลยไม่อยากห้าม แต่ก็ไม่ให้ทำงานหนักเกินไป

เมื่อมาถึงบ้าน แม่ก็นั่งรอผมอยู่หน้าบ้านแล้ว ผมรีบวางข้าวของไว้บนโต๊ะ แล้วเดินมาไหว้ที่ตักท่าน ก่อนจะสวมกอดท่านไว้ด้วยความคิดถึง ระยะเวลาเกือบครึ่งปีที่เราไม่ได้เจอกันนั้น มีเรื่องราวทั้งดีและร้ายเกิดขึ้นกับผมมากมายเหลือเกิน

“เมือยบ่ลูก (เหนื่อยไหมลูก)”

แค่เพียงได้ยินแม่ถามว่า เหนื่อยไหม น้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยอัตโนมัติ จนไม่อาจเอื้อนเอ่ยตอบท่านกลับไปได้ทันที

“ถ้ามันเมือยหลาย กะเมือเฮือนมาอยู่กับแม่สา อยู่กรุงเทพฯ กะบ่คืออยู่บ้านเฮาดอก (ถ้ามันเหนื่อยมากก็กลับบ้านมาอยู่กับแม่เถอะ อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่เหมือนอยู่บ้านเราหรอก)” แม่บอกว่าถ้าผมเหนื่อยมาก ก็ให้กลับมาอยู่บ้านกับท่าน พร้อมกับลูบหัวผมเบา ๆ

ผมปล่อยน้ำตาหลั่งไหลออกมาจนหมด แน่นอนว่าเห็นเปียกเป็นวงกว้างบนเสื้อแม่ ผมเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ที่กำลังยิ้มให้ผมอยู่

“ดีขึ่นบ่ เป็นจังใด๋คือมาฮ้องไห่เป็นเด็กน้อยใส่แม่แบบนี้ (ดีขึ้นไหม เป็นยังไงถึงมาร้องไห้เป็นเด็กใส่แม่แบบนี้) ” แม่ถามว่า ดีขึ้นไหม ทำไมผมถึงมาร้องไห้เป็นเด็กใส่แม่แบบนี้ ซึ่งผมก็ได้แต่ก้มหลบตาท่าน

“บ่มีหยังดอก ข่อยคิดฮอดแม่ซือ ๆ แล้วนี่เอื้อยไปไส (ไม่มีอะไร ผมคิดถึงแม่เฉย ๆ แล้วนี่พี่สาวไปไหน)” ผมตอบกลับไปว่าไม่มีอะไรแค่คิดถึงแม่เฉย ๆ ก่อนจะถามหาพี่สาวเพราะเพิ่งสังเกตเห็นว่าแม่อยู่บ้านคนเดียว

“เอ้า มื้อนี้วันพุธ เขาก็ไปโรงเรียนพู้นแล้ว ไป ๆ ฟ้าวไปอาบน้ำอาบท่า สิได้กินข้าวเซ้ากัน แม่แกงบักอึใส่ไก่มื้อนี่ (วันนี้วันพุธ เขาก็ไปโรงเรียนสิ ไป ๆ รีบไปอาบน้ำ จะได้กินข้าวเช้ากัน วันนี้แม่แกงฟักทองใส่ไก่)” แม่ตอบติดตลกว่า วันนี้วันพุธ พี่สาวผมต้องไปสอนนักเรียนที่โรงเรียน แล้วก็ไล่ผมไปอาบน้ำ เพื่อจะได้มารับประทานอาหารเช้าด้วยกัน วันนี้แม่แกงฟักทองใส่ไก่ไว้รอ

ผมพยักหน้า ก่อนจะเก็บถุงข้าวของที่วางบนโต๊ะเข้าไปไว้ในห้องครัว ก่อนจะเดินขึ้นบันไดเข้าห้องนอนตัวเองบนชั้นสองของบ้าน เมื่อเปิดเข้ามาก็ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฟุ้งไปทั้งห้อง คิดว่าไม่แม่ก็พี่สาวผมมาทำความสะอาดไว้รอ ข้าวของทุกอย่างยังเหมือนเดิมกับครั้งสุดท้ายที่ผมกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน

“ห้าวันนี้ ผมขอพักเรื่องของเราไว้ก่อนนะพี่ติน”

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1133 Lt_tnp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 10:03
    ทำไมล็อกอะคะ ไรท์
    #1,133
    0
  2. #1129 Nat_do (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 16:39
    ไรท์ค่ะเราอยากอ่าน~
    ตอนนี้ในtunwalaiก็ไม่มีค่ะ
    #1,129
    0
  3. #981 Mihoro Ki U (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 21:19
    คือ...อยากจะบอกว่าแปลไม่ออกอ่ะค่ะ ช่วยมีวงเล็บคำแปลให้หน่อยได้ไหมค่ะ 5555555+
    #981
    0
  4. #970 nun__nutty (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:52
    งื้ออออ น้ำตาคลอเบาๆ
    #970
    0
  5. #849 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:33
    ดีแล้ว เหนื่อยก็พัก ชาร์จพลังไว้กลับไปสู้รบใหม่
    #849
    0
  6. #658 Noey_CHP (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 12:39
    นัทสู้ๆนะเข้มแข็งไว้
    #658
    0
  7. #618 janherry (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 06:57
    ขอมาปูเสื่อรอด้วยคน
    #618
    0
  8. #613 ฟองดูว์ ชูครีม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 19:38
    ปักหมุดคงไม่พอ ตอกตะปูรอเลยครับ
    #613
    0
  9. #612 JuLi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 10:21
    ปักหมุดรอเลย ไรจบแบบค้างคามากมาย 
    #612
    0
  10. #600 Tonfffffff (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 07:22
    มาต่อเถอะข่ะ ใจจะขาด
    #600
    0
  11. #595 Som O Usanee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:40
    อิพี่โอม จะเอาใช่มะ เดี๋ยวนี่เผาพริกเผาเกลือแช่งเลย ฮึ่ยยยยยยย
    #595
    0
  12. #594 ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 13:34
    มาเร็วๆนะ ผมนอนานมากกกกก
    #594
    0
  13. #590 Trenal Sergar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:13
    โหววส รอตั้งนานนนน มาเร็วๆนะเพ้
    #590
    0
  14. #589 Eye.Kaoru (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:08
    มาต่อไวๆน้าาาา
    #589
    0
  15. #588 JuLi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 08:56
    นัทสู้ๆ มาอัพต่อไวๆนะ ใจจะขาดแล้ว

    #588
    0
  16. #587 peepeem (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 08:37
    มาเคลียเร็วนะ
    #587
    0
  17. #586 Khwajirun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 07:03
    ผิดหวังกับพี่โอม ไม่คิดเลย
    #586
    0
  18. #585 ศิริวรรณ สารสม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 06:53
    ชอบคำนี้ ถ้าเหนื่อยนักก็กลับมาอยู่บ้านเรานะ ถ้าเป็นเราได้ยินคำนี้คงร้องไห้เหมือนกัน
    #585
    0
  19. #584 Beebeewondercream (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 04:58
    เหนื่อยนักก็กลับบ้าน ส่วนพี่โอมนี่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้
    #584
    0
  20. #583 ชอบ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 01:22
    นัทน่าจะฟังพี่ตินก่อนขอเอาคืนโอมหนักๆเลยนะ
    #583
    0
  21. #582 Nest (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:53
    อยู่บ้านพักใจไปก่อนเนอะะ
    #582
    0
  22. #581 shadow p (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:38
    เกลียดอิพี่โอมแรง
    #581
    0
  23. #580 holy59 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:37
    น้องหนีกลับบ้านเลย พี่ดินตามโลด
    #580
    0
  24. #579 June Sayamon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:35
    รอรอรอเลยค่ะ
    #579
    0
  25. #577 alicey (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:14
    มีความหน่วงเบอร์แรง
    #577
    0