Daddy & Mummy คุณพ่อนะคะ! (Yaoi) (E-book @ Mebmarket)

ตอนที่ 18 : Daddy & Mummy No. 18 Friend (3) - New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    4 เม.ย. 60






Chapter 18: Friend (3)

 

 

อะไรนะ จูบกัน!

“ชู่ พี่แอนเบา ๆ”

“อุบ! ขอโทษ ๆ แล้วยังไงต่อ”

“ไม่รู้สิ พี่ศักดิ์ดึงหนูหลบก่อน เห็นแต่รถคุณโอมขับออกไป นี่ก็คงจะออกไปด้วยกัน”

“ฮึย บอสทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วนัทของพวกเราล่ะ”

“นั่นนะสิ แล้วนี่ไม่รู้ว่าไปแอบลักกินขโมยกินตั้งแต่เมื่อไหร่ สงสารก็แต่พี่นัท นั่งทำงานให้เขางก ๆ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังโดนแฟนกับเพื่อนแฟนสวมเขาให้”

“นั่นสิ แต่พี่เชื่อว่าความลับไม่มีในโลก เดี๋ยวนัทก็ต้องรู้ความจริงเข้าสักวัน เฮ้อ ไปเถอะ มันเป็นเวรกรรมของใครของมัน แต่เรื่องนี้ให้จบที่เราสองคน ไม่สิ สามคนพี่ศักดิ์ก็พอนะ อย่างน้อยคนหนึ่งก็บอสเรา”

ผมนั่งรอให้ทั้งสองคนออกไปจากห้องประชุม ก่อนจะค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้โต๊ะ ขยับลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้เงียบ ๆ

แม้ผมจะยังไม่รู้สึกรักพี่ตินจนหมดหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมานั้นทำให้ผมรู้สึกดีจนยอมที่จะเปิดใจตัวเองให้กับเขาไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่ได้ยินมานั้นจริงเท็จเพียงใด แต่ที่ชัดเจนในตอนนี้คือ หัวใจผมรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้นตลอดเวลา

 

เย้...พ่อจ๋าแม่จ๋าน่ารักที่สุด จากนี้ไปพ่อจ๋าต้องดูแลแม่จ๋าดี ๆ นะจ๊ะ หนูจะอยู่ในนี้กับแม่จ๋า เมื่อถึงเวลาหนูจะมาหาพ่อจ๋านะจ๊ะ

 

แล้วความคิดที่กำลังสับสนของผมก็หวนกลับไปคิดถึงคำพูดของลูกในฝันครั้งนั้น ลูกบอกให้พี่ตินดูแลผมให้ดี แต่ลูกก็คงไม่รู้ว่าบางทีพี่ตินอาจจะไม่ได้อยากทำอย่างนั้นก็เป็นได้

นั่นนะสิ แล้วนี่ไม่รู้ว่าไปแอบลักกินขโมยกินตั้งแต่เมื่อไหร่ สงสารก็แต่พี่นัท นั่งทำงานให้เขางก ๆ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังโดนแฟนกับเพื่อนแฟนสวมเขาให้

 

คำพูดของน้องกิ๊กก็ยังดังก้องอยู่ในความคิดผมเช่นกัน หากเขาทั้งคู่รักชอบพอกันจริง ๆ ทำไมไม่บอกผมตามตรง หากพี่ตินจะไป ผมก็คงไม่รั้งเขาไว้ เพราะมันคงไม่มีความสุขหากเขาต้องมาฝืนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักอย่างผม

อาจจะด้วยอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ ต่อมน้ำตาของผมถึงได้เปิดทำงานง่ายดายขนาดนี้ ยิ่งยกมือขึ้นเช็ดมันออกไปเท่าไหร่ กลับยิ่งไหลออกมามากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายผมคงต้องยอมแพ้ ฟุบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเสียให้พอ

แรงสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาดู แล้วชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอก็ทำให้ต่อมน้ำตาผมทำงานอีกครั้ง ผมยังไม่อยากคุยกับเขา ความรู้สึกเจ็บปวดข้างในมันยังมีมากเหลือเกิน

ผมตัดสินใจกดล็อกหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติและกำลังใจให้ตัวเอง เดินไปล้างหน้าในห้องน้ำ แล้วกลับมานั่งทำงานต่อ โดยที่โทรศัพท์ยังคงสั่นเตือนอย่างต่อเนื่อง

“เฮ้ยนัท ไปลืมโทรศัพท์ไว้ที่ไหนหรือเปล่า บอสบอกว่าโทร. มาแล้วไม่มีคนรับสายเลย”

ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่ศักดิ์ที่ส่งเสียงถามมาจากโต๊ะทำงานของเขา

“อ๋อ เดี๋ยวผมโทร. กลับครับ”

พี่ศักดิ์พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แต่ก็มองสบตาผมราวกับกำลังค้นหาความจริงของกันและกัน จนกระทั่งพี่ศักดิ์หันกลับไป ผมถึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมากดโทร. ออกไปยังหมายเลขที่กระหน่ำโทร. เข้ามาเมื่อครู่นี้

นัท!’

“พี่ตินมีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมตอบกลับโดยที่ต้องพยายามกดความรู้สึกทั้งโกรธและเสียใจเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

นัททำไมไม่รับสายพี่ รู้ไหมว่าพี่โทร. หาตั้งกี่รอบ

“แล้วพี่ตินมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”

นัทเป็นอะไร ทำไมเสียงแปลก ๆ พี่แค่จะโทร. มาบอกว่า ตอนนี้พี่ออกมาติดต่องานข้างนอก แต่เดี๋ยวพี่จะกลับไปรับนัทกลับบ้านตอนเลิกงาน นัทอยากให้พี่ซื้ออะไรเป็นพิเศษไปฝากหรือเปล่า

น้ำเสียงร่าเริงเหมือนเคยเวลาที่เขาพูดคุยกับผม มันไม่ได้ช่วยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิด ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้

“ไม่เป็นไร กลับไปเจอกันที่คอนโดเลยก็ได้ เดี๋ยวผมกลับเอง”

ไม่ดีหรอก พี่ไม่อยากให้นัทนั่งแท็กซี่ รอพี่อยู่ออฟฟิศนั่นแหละนะ เดี๋ยวซื้อผลไม้ไปฝากแม่จ๋ากับบิบี๋แล้วกันเนอะ...

“ผมบอกว่าไม่ต้องมารับก็ไม่ต้องไง แค่นี้นะครับ ผมจะทำงานต่อแล้ว”

เมื่อวางสายแล้ว ผมก็ได้แต่ต่อว่าตัวเองในใจ ผมไม่ควรทำกิริยาแบบนั้นกับพี่ติน เพราะไม่แน่ใจว่า ตอนนี้ผมยังมีสิทธิ์ที่จะพูดเอาแต่ใจกับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูกได้เหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า

 

แม้ผมจะพยายามดึงสติให้สนใจงาน แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ สุดท้ายได้แต่นั่งวาดรูปเล่นไปเรื่อยเปื่อยจนถึงเวลาเลิกงาน ระหว่างผมเก็บของเตรียมตัวกลับคอนโด พี่ตินก็พยายามโทรศัพท์เข้ามา แน่นอนว่าผมไม่สนใจจะหยิบมันขึ้นมารับสาย เมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมรับสาย เขาเลยส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มาแทน และข้อความที่เขาส่งมานั้นบอกผมว่าน้องสาวและน้องชายนัดรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน เขาเลยอยากพาผมไปด้วย พอผมเปิดอ่านข้อความ ทางนั้นก็รีบโทรศัพท์เข้ามา ราวกับเขานั่งรออยู่

“ครับ”

นัททำอะไรอยู่ครับ ทำไมพี่โทร. ไปแล้วไม่รับสายเลย พี่บอกแล้วว่าอย่าหักโหมกับเรื่องงานมากนัก พี่ไม่อยากให้นัทเครียด เดี๋ยวลูกเครียดไปด้วย น้ำเสียงกึ่งไม่พอใจของปลายสายทำให้อารมณ์โกรธที่คุกรุ่นอยู่ในใจผมนั้นเริ่มจะปะทุขึ้นมาอีกระลอก

“ก็ตอนนี้ผมก็รับสายแล้วไง สรุปว่ามีอะไร”

ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างให้เขารู้ว่าตอนนี้ผมไม่พอใจอยู่

ก็อย่างที่พี่พิมพ์บอกไป วันนี้พี่กับน้อง ๆ นัดกินข้าวเย็นกัน เลยอยากพานัทไปด้วย

“ไม่ล่ะครับ ผมเหนื่อย จะกลับไปนอนพัก เชิญพี่ตินกับน้องตามสบายเลย”

นั่นไง พี่ถึงได้บอกว่าให้ลด ๆ งานบ้างก็ไม่เชื่อ สรุปว่าจะกลับเองด้วยได้ใช่ไหมเนี่ย

“ใช่ ถ้าเข้าใจแล้วก็แค่นี้นะครับ” เมื่อพูดจบ ผมก็กดตัดสาย แล้วรีบเก็บของเตรียมกลับ

ผมลงมาเรียกรถแท็กซี่หน้าตึก ปลายทางคือ ห้างสรรพสินค้าก่อนถึงคอนโด ผมแวะรับประทานอาหารเย็นในร้านอาหารไทยที่เคยมากับพี่ตินบ่อย ๆ แม้ความรู้สึกอยากอาหารเป็นศูนย์ แต่เพื่อลูกผมก็ต้องฝืนรับประทานเข้าไปให้ได้มากที่สุด

หลังจัดการอาหารที่สั่งมาเสร็จแล้ว ผมก็ตรงกลับคอนโดทันที และด้วยเหตุการณ์ในวันนี้ ผมเลยกดโทรศัพท์เพื่อเข้าดูแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรมเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง

และเมื่อเปิดเข้าดู ก็เห็นพี่ตินโพสต์รูปภาพที่ถ่ายร่วมกับน้องสาว และน้องชาย  พร้อมทั้งบอกชื่อร้านที่ทั้งสามคนไปรับประทาน ทว่าพอเลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่าง ผมก็เห็นพี่โอมโพสต์รูปโต๊ะอาหาร ผมจะไม่รู้สึกอะไรหากว่าร้านที่พี่โอมลงรูปนั้นจะไม่ใช่ร้านเดียวกับพี่ติน

ความรู้สึกทั้งโมโหทั้งเสียใจน้อยใจประดังประเดเข้ามาทันทีที่คิดได้ว่าทั้งสองคนนั้นไปด้วยกัน แล้วอย่างนี้พี่ตินยังต้องการให้ผมไปร่วมโต๊ะด้วยอีกทำไม คิดมาถึงตรงนี้น้ำตาผมก็ไหลออกมาเงียบ ๆ จนต้องโยนโทรศัพท์ไว้ห่างตัว ก่อนจะฟุบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

เมื่อร้องไห้จนเหนื่อย ผมก็เอนตัวลงนอนกับโซฟา แล้วหลับตาลงอย่างต้องการพักสายตา จนตกอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมได้ยินเสียงเด็กกระซิบเบา ๆ ที่ใบหู

 

แม่จ๋า หนูรักแม่จ๋า แม่จ๋าอย่าร้องไห้นะจ๊ะ

 

แม้จะได้ยินเสียงเบามากแค่ไหน แต่คำทีได้ยินนั้นช่วยให้จิตใจอันอ่อนล้าของผมรู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมา และแม้จะเป็นเสียงที่อยู่ในความฝัน แต่ก็เป็นฝันที่ทำให้ผมยิ้มได้ ก่อนจะเคลิ้มหลับไป

 

“อือ...”

ผมส่งเสียงในลำคออย่างเกียจคร้าน พร้อมกับพลิกตัวหนีแสงที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา แต่เมื่อตั้งสติได้ผมก็ต้องลืมตาแล้วผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมองรอบตัว จึงได้เห็นว่าตอนนี้ผมนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับสวมชุดนอน

“ตื่นแล้วเหรอ อรุณสวัสดิ์ครับ”

ผมหันไปมองหน้าพี่ตินที่ยินแต่งตัวอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า พร้อมกับเรื่องราวที่ได้รับรู้มาเมื่อวานวิ่งวนเข้ามาในหัวผมอีกครั้ง ผมรีบขยับลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเผื่อเข้าไปอาบน้ำ โชคดีหน่อยที่หลัง ๆ มานี้ผมไม่มีอาการแพ้ท้อง

“เมื่อวานทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองหลับที่โซฟาได้ แถมยังไม่ได้อาบน้ำอีก แต่ก็ดีนะ พี่ชอบตอนเช็ดตัวกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นัทมากเลย”

ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้ ผมคงหน้าแดงด้วยความขัดเขินที่ถูกพี่ตินเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกอะไรกับกับคำพูดล้อเลียนนั้น ตรงกันข้าม กลับรู้สึกไม่อยากพูดคุยกับเขาเลยสักนิด

“เขินอะดิ เงียบขนาดนี้ กิ๊ว ๆ”

เสียงพี่ตินยังคงดังตามมาเมื่อผมเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน

ระหว่างเดินทางมาบริษัท พี่ยินก็ยังคงพยายามชวนคุยตามประชาคนช่างพูด ผมก็ตอบบ้างเงียบบ้างเพราะอารมณ์ข้างในนั้นยังกรุ่นไปด้วยความโมโห เมื่อคิดได้ว่าเมื่อวานเขาทำเรื่องบัดสีจนลูกน้องไปแอบเห็น แล้วยังออกไปรับประทานอาหารเย็นกันต่ออีก

“วันนี้พี่ออกไปบริษัท... ตอนสาย ๆ แล้วตอนบ่ายพี่ก็จะเลยไปคุยกับคุณอรพิมที่บริษัท... กลับประมาณบ่ายแก่ ๆ จะพานัทไปกินของอร่อย ๆ และห้ามปฏิเสธเพราะพี่จองร้านไว้แล้ว”

ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าพี่ตินเพราะเจ้าตัวกำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ภายในใจผมได้แต่ตะโกนว่า ทำไมต้องมาแกล้งทำดีกับผม หรือต้องการชดเชยที่เมื่อวานออกไปมีความสุขกับคนรัก

“นัทเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเงียบ ๆ มีอะไรบอกพี่ได้นะ อย่าลืมว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน”

ยิ่งพี่ตินพูดเหมือนใส่ใจผมมากเท่าไหร่ ความรู้สึกเสียใจที่พยายามกดไว้ยิ่งตีตื้นขึ้นมามากขึ้น เราเป็นครอบครัวเดียวกันหรือ ทำไมผมไม่รู้สึกดีใจที่ได้ยินประโยคนี้เลย ตรงกันข้าม หัวใจผมกับเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา

“ผมไม่ได้เป็นไร” ผมเอ่ยตอบเขาเสียงเบา ก่อนจะหันหน้าออกไปมองนอกรถ

เมื่อถึงบริษัท ผมก็ทำตัวตามปกติ เพื่อไม่ให้คนที่มีความลับต่อผมนั้นจับสังเกตได้ ช่วงสายก่อนพี่ตินออกไปข้างนอก เขาก็แวะมากำชับผมไม่ให้หักโหมทำงานมากเกินไป ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรกลับไป และเมื่อพี่ตินเดินออกไป ผมก็เห็นว่าพี่ศักดิ์หันมามอง ก่อนจะหลบตาเมื่อผมหันไปสบตากับเขา

ผมหันมาตั้งสมาธิทำงานได้ไม่เท่าไหร่ โทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นเตือนว่ามีสายเข้า รายชื่อที่ปรากฏเป็นของพี่โอม เพียงแค่เห็นชื่อของเขา หัวใจผมก็เต้นแรงขึ้นมาด้วยความโกรธและรังเกียจ ผมคิดมาตลอดว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ผมก็ลืมคิดไปว่าเขาเป็นนักแสดง

“สวัสดีครับ”

สวัสดีครับน้องนัท นี่พี่โอมเองนะ น้องนัทพอจะมีเวลาให้พี่สักครึ่งชั่วโมงไหมครับ

“ก็ไม่มีงานเร่งมากครับ พี่โอมมีอะไรหรือเปล่า”

ผมถามกลับด้วยหัวใจเต้นแรง พร้อมกันนี้ ในสมองก็คิดไปต่าง ๆ นานาแล้วว่าเขาต้องการจะคุยอะไรกับผม

พี่อยู่ร้านกาแฟใต้ตึก นัทลงมาหาพี่หน่อยได้ไหมครับ

ผมนิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบตกลงและบอกปลายสายให้รอผมสักครู่ เมื่อวางสายแล้วผมรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง แล้วลุกเดินออกมาโดยไม่ได้บอกใครว่าไปไหน

ตลอดระยะทางจากโต๊ะทำงานผมจนกระทั่งลงลิฟต์มาข้างล่าง หัวใจผมก็เต้นไม่เป็นระส่ำ สมองก็เอาแต่คิดและเดาเรื่องที่พี่โอมต้องการพูดกับผมวันนี้ จนมาถึงร้านกาแฟที่เขารออยู่

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พี่โอม ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเขา

“สวัสดีครับ นัทจะสั่งอะไรมาดื่มก่อนไหม พี่เลี้ยงเอง”

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่พี่โอมมีเรื่องอะไรด่วนหรือครับ” ผมรีบเอ่ยเข้าเรื่องเพราะอยากเห็นว่าเขาจะมาบอกความจริงกับผมหรือจะมาโกหกผมต่อกันแน่

“พี่ขอโทษนะครับที่ไม่บอกความจริงนัท แต่ก่อนพี่จะพูด พี่อยากให้นัทฟังสิ่งนี้ก่อน”

พี่โอมเลื่อนโทรศัพท์ที่ต่อสายหูฟังมาตรงหน้า ผมหลุบตาลงมองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ใจหนึ่งก็กลัวที่จะรับรู้สิ่งที่จะได้ยิน แต่อีกใจก็อยากรู้ความจริง สุดท้ายผมก็ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มากดเล่นคลิปเสียง

รู้ตัวว่ารักโอมตั้งแต่ตอนไหน เสียงพี่โอมดังขึ้น แน่นอนว่าแค่ประโยคแรกหัวใจผมก็เต้นรัวขึ้นมา

ไม่รู้สิ รู้แต่ว่ารักไปแล้ว

ผมต้องกำมือตัวเองไว้จนแน่น เมื่อเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของพี่ติน แม้จะเตรียมตัวเตรียมใจมาในระดับหนึ่ง แต่พอได้ยินแบบนี้ ผมก็อดที่จะรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจขึ้นมาไม่ได้

แล้วนัทล่ะ จะบอกความจริงน้องเมื่อไหร่

ยังไม่รู้เลย อาจจะต้องรออีกสักพักถึงจะบอก

ผมทอดหูฟังออกจากหูอย่างหมดเรี่ยวแรง รู้สึกถึงก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่ลำคอจนไม่สามารถเอ่ยอะไรออกไปได้

“พี่ขอโทษนะ แต่พี่ขอตินคืนเถอะ พี่กับตินอาจจะไม่เคยบอกนัทว่า เราสองคนไม่ได้เป็นเพื่อนกันอย่างที่คนอื่นเข้าใจ แต่เราสองคนลึกซึ้งมากกว่านั้น”

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,211 ความคิดเห็น

  1. #1209 tann_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:53
    อิพี่โอม
    #1,209
    0
  2. #1057 กระท้อ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 13:17
    เกลียดม้านนนน
    #1,057
    0
  3. #1048 tkkjnp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 17:43
    หือออออ อะไรเนี่ยยยยย
    #1,048
    0
  4. #969 nun__nutty (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 19:41
    อ๊ากกกก อิโอมมมมมมมมมมมม
    #969
    0
  5. #848 baekbow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:24
    หน้าด้าน!!! แต่พี่ตินพูดแบบนั้นจริงๆหรอ เลวว่ะ แต่อีกใจก็ยังไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อยหรอกนะ
    #848
    0
  6. #775 euriko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 10:50
    #ช็อคแพร๊บบบบบบ
    #775
    0
  7. #657 Noey_CHP (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 12:21
    สงสารนัททำไมพี่ตินทำงี้อะ
    #657
    0
  8. #645 chojam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 01:19
    รีบๆมาต่อไวๆนะคะ ค้างอะ
    #645
    0
  9. #615 redlotus (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 20:53
    รีบมาต่อไวๆนะคะ
    #615
    0
  10. #536 nong lee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:08
    เรารออยู่ๆๆๆ
    #536
    0
  11. #535 mm-lovely (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 17:48
    มารอแล้วนะ
    #535
    0
  12. #534 real_ywp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 00:13
    รออยู่นะ>3<
    #534
    0
  13. #533 gracieji (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:13
    มารอน้าาาา
    #533
    0
  14. #532 CODE_YAOI (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 23:36
    ไรต์จ๋าาาาา
    เค้ารออยู่น้า ;-;
    #532
    0
  15. #530 janherry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:59
    รอที่ท่าน้ำทุกเลยค่ะ
    #530
    0
  16. #528 Tangthai_FC (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 23:22
    ปักหลัก
    #528
    0
  17. #527 gracieji (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 10:04
    เค้ามารอแล้วนะ
    #527
    0
  18. #526 Tangthai_FC (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:58
    แอ๊ะแอ๋~ แงงงงงงงง ของ่ายๆงี้เลยหรอ
    #526
    0
  19. #525 ปอออออ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 16:34
    แง้้้้
    #525
    0
  20. #523 janherry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 16:40
    เกลียดอิพี่โอมมมมมมม
    #523
    0
  21. #522 ติ่งผมยาวคุง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 22:19
    เจ็บปวดดดดดดดดดดดดดด รู้สึกเกลียด
    #522
    0
  22. #520 peepeem (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 10:46
    อย่าลืมโอมคือนักแสดงนะนัท
    #520
    0
  23. #519 HMKY_ELF (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 01:37
    เอ้อ พี่ตินจะไปก็ไปเลย หึ! โกรธ! จะไม่ฟังเหตุผล!
    #519
    0
  24. #518 Taely (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 01:08
    จุกแทนนัท พี่ติณณ์รีบมาเคลียร์เร็วววววว
    #518
    0
  25. #517 ployShawol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 23:58
    ปวดจายยยยยย
    #517
    0