เลขาร้าย เจ้านายรัก [Yuri]

ตอนที่ 6 : EP 6 - (ว่าที่)ผัวซีอีโอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 305 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

EP 6


(ว่าที่)ผัวซีอีโอ

 

 

            “ต้องขอโทษคุณด้วยจริงๆนะคะ...พอดีเพื่อนฉันเขามีปัญหาชีวิตนิดหน่อยน่ะค่ะ”

 

            น้ำเสียงขอโทษขอโพยนั้นดังมาจากหนึ่งในสองเพื่อนที่หิ้วปีกหญิงสาวคนนั้นมาล้มอ้วกใส่หล่อน...ครีม คริมา...ไม่ได้เจอตั้งนาน...น่านฟ้านึกในใจอย่างนั้นขณะที่หล่อนกำลังพยายามใช้น้ำในจากก๊อกและกระดาษทิชชู่ล้างเอาของเสียอันไม่พึงประสงค์ที่อีกฝ่ายมาฝากไว้บนเสื้อหล่อนออกไปให้หมดเสียก่อน หูของหล่อนยังคงได้ยินเสียงโอ้กอ้ากอยู่ไกลๆจากห้องสุขาห้องเล็กที่อยู่ข้างหลังห่างจากซิงค์น้ำที่หล่อนยืนอยู่ไปไม่เท่าไหร่ บ่งบอกว่าเพื่อนอีกคนของของคริมาซึ่งเป็นสาวประเภทสองแต่งหญิงเต็มยศในวันนี้ คงกำลังดูแลหล่อนอยู่ให้จัดการระบายอาการคลื่นไส้ออกให้เป็นที่เป็นทาง

 

            “เขา...มีปัญหาอะไรหรอคะ” 

         

            “อีครีมเดี๋ยวสิ!รอชั้นก่อน!!” 

 

            น่านฟ้าตัดสินใจเอ่ยถามออกมา แต่ก่อนที่หล่อนจะได้คำตอบจากเพื่อนสาวของคริมา หล่อนก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องสุขา พร้อมกับร่างของคริมาที่เดินโซซัดโซเซมาเสียก่อน เพื่อนสาวสองของหล่อนที่ดูแลอยู่เมื่อครู่นั้นตามมาติดๆแต่ตามจับไม่ทัน เพราะคริมาเล่นปัดมืออีกฝ่ายออกขณะที่เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แดงก่ำนั้นก้มลงล้างและบ้วนปากตัวเองในซิงค์ ก่อนที่หล่อนจะล้างหน้าที่แดงก่ำตัวเองจนเปียก แล้วเงยหน้าขึ้นมามองน่านฟ้า...

 

            หมับ

 

         น่านฟ้ารู้สึกได้ถึงแรงดึง และกายหล่อนที่ไม่ได้ตั้งตัวก็เบาหวิวติดมืออีกฝ่ายไป เมื่อคริมาเอื้อมมือมากระชากคอเสื้อหล่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของทั้งสองเฉียดกันเพียงเสี้ยว น่านฟ้าได้แต่ตกตะลึง เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าแดงๆของคริมาอยู่ใกล้แค่คืบ

 

            ตึกๆ ... น่านฟ้ารู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมเบาๆที่สั่นสะเทือนในอกทันทีที่คริมาเข้ามาใกล้ ความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้วกำลังจู่โจมหัวใจของซีอีโอสาว ขณะที่หญิงสาวขี้เมาตรงหน้านั้นหลิ่วตามองหล่อนทั้งๆที่ยังกำคอเสื้อของน่านฟ้าไว้แน่น

 

            “หนูทำงานจนขึ้นคานก็เพราะพี่!” 

 

         คริมาตะโกนอย่างนั้นใส่น่านฟ้า แล้วเขย่าๆอีกฝ่าย จนหัวของน่านฟ้าโยกคลอนไปหมด และนั่นก็ทำให้เพื่อนทั้งสองของหล่อนแทบจะโผเข้ามาช่วยแยกทันที แต่คริมาก็ยังไม่ปล่อยมือจากคอเสื้อของน่านฟ้า ซึ่งทำให้เสื้อเชิ้ตของหล่อนยับยู่ยี่คามือคริมาไปหมด 

 

            “หนูทุ่มเท ทำทุกอย่าง ก็เพราะพี่ หนูอยากเป็นเลขาฯที่ดีที่สุดให้พี่ภูมิใจ แต่พี่...พี่!!...พี่รู้มาตั้งนานแล้วว่าบริษัทจะเลย์ออฟคนออก ทำไมถึงไม่บอกหนู!!” 

 

คริมาโวยวายลั่นอย่างนั้นทั้งน้ำตาก่อนจะปล่อยมือออกจากคอเสื้อหล่อน แล้วทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้โฮๆ น่านฟ้าได้แต่ตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ขณะที่เพื่อนสาวทั้งสองของคริมาต้องรีบเข้ามาประคองหล่อนแล้วเงยหน้ามองน่านฟ้าอย่างขอโทษขอโพยอีกครั้ง

 

            “ครีม!!” “อีครีมพอได้แล้ว!” “ฮือออ กูไม่เหลืออะไรแล้ว ปล่อยกู!!คริมาว่าจบฟาดงวงฟาดงาเป็นแม่ไม้มวยไทยชุดใหญ่ไปรอบๆทิศจนน่านฟ้าเองก็ต้องหลบ ขณะที่เพื่อนทั้งหญิงทั้งกะเทยนั้นโดนฟาดหน้ากันไปคนละทีสองที 

 

         “โอ๊ย อีครี๊มหยุดมึงหยุดไปกลับบ้าน!!” 

 

         “ขอโทษด้วยนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ”

 

         “ม่ายยยย...ม่ายยยยย....ม่ายยยยยยย” 

 

         นั่นคือเสียงของสภาพชุลมุนเมื่อเพื่อนทั้งสองต้องพยายามทั้งหิ้วทั้งอุ้มคริมาออกไปจากห้องน้ำ ขณะที่หนึ่งในนั้นหันมาโค้งให้น่านฟ้าเป็นเชิงขอโทษขอโพยอีกครั้ง ส่วนหญิงสาวเจ้าปัญหาที่เมาไม่ได้สติตอนนี้ก็เพียงแต่ร้องไห้ฟูมฟายเป็นคำว่า ไม่ๆๆ ไปตลอดทาง และเมื่อคริมาโดนลากมาถึงหน้าประตูห้องน้ำหล่อนก็กางแขนกางขาเกาะประตู 

 

            หมับ!! 

 

         “ม่ายยย ช้านม่ายไป” 

 

         โอย...ฤทธิ์เยอะจริงๆ 

 

         น่านฟ้านึกในใจอย่างเหนื่อยแทนเพื่อนๆหล่อน เพราะตอนนี้เพื่อนทั้งสองของคริมาต้องเริ่มมาแงะแม่สาวฤทธิ์เยอะออกจากประตูห้องน้ำ คริมาก็ดีดดิ้นยกใหญ่ ทำให้น่านฟ้าตั้งท่าจะเข้าไปช่วยคนพวกนั้น แต่ขณะที่หล่อนกำลังจะเดินเข้าไปหาคริมาก็...

 

            โป๊ะ!! 

 

         ราวกับหล่อนเห็นดาวพร่างพรายบนท้องฟ้าเมื่อวัตถุของแข็งบางอย่างกระแทกกระทบเบ้าตาของน่านฟ้าทำให้หล่อนมึนหัวไปพักใหญ่ เมื่อน่านฟ้าสะบัดความมึนงงแล้วก็เห็นว่าเพื่อนๆของคริมาดึงหล่อนที่กำลังดีดดิ้นนั้นหลุดออกจากประตูไปจนได้ ทำให้น่านฟ้าเพียงแต่มองตามอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจปนเอ็นดู แล้วส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่หล่อนจะเหลือบไปเห็น...รองเท้าสีครีมที่กองสะเปะสะปะอยู่ที่พื้นห้องน้ำนั่น...และเมื่อหล่อนมองตามไปก็เห็นคริมาที่ถูกลากไปพร้อมกับรองเท้าข้างเดียวที่ยังติดอยู่...

 

            ไอ้ที่โดนเข้าเบ้าตาฉันเมื่อกี๊นี่คือรองเท้าเธอเหรอ!!

 

น่านฟ้านึกในใจอย่างนั้นด้วยความไม่รู้จะโกรธดีหรือขำดี แต่หล่อนก็รีบเข้าไปเก็บมันเอาไว้...แล้วรีบวิ่งตามคนพวกนั้นไปพลางตะโกนว่า...

 

            “เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพวกคุณลืมรองเท้า!” 

 

...

 

            “ยัยครีมมันอกหักจากงานน่ะค่ะ” 

 

            ในที่สุดเพื่อนของคริมาก็ได้ตอบคำถามที่น่านฟ้าถามค้างไว้เสียที ขณะที่ทั้งหมดเดินออกมาทางลานจอดรถหน้าผับ ภายหลังจากที่เพื่อนๆของคริมาขอโทษขอโพยน่านฟ้าไม่รู้กี่รอบ และคริมาก็ดิ้นจนเหนื่อยอ่อนสิ้นฤทธิ์สลบไสลคาอกเพื่อนกะเทยสาวที่แข็งแรงพอจะช่วยพยุงหล่อนเพียงลำพังนั่นไปแล้ว

 

            อกหักจากงาน.... 

 

         น่านฟ้าทวนคำในใจอย่างนั้น ขณะที่เพื่อนสนิทของคริมาดูจะยังอยากเม้าท์ต่อ

 

            “ยัยครีมเค้าขยันม๊ากก ตั้งใจทำงานม๊ากก ก็เลยไม่ได้เตรียมใจว่าเขาจะปลดมันออกจากงาน...แต่อันที่จริงเขาไม่ได้ปลดมันคนเดียวนะคะ เจ้านายมันก็ออกด้วย แต่ทางนั้นเขาวางแผนการเตรียมตัวเผื่อออกมาเป็นปีแล้วไม่ได้บอกมัน...มันก็เลยช็อคแบบนี้น่ะค่ะ”

 

            หญิงสาวว่าอย่างนั้นแล้วบุ้ยปากไปทางคริมาที่ยังคงสลบไสลขณะที่เพื่อนกะเทยสาวของหล่อนประคองมาด้วยตลอดทาง น่านฟ้าเลิกคิ้วน้อยๆแล้วยิ้มอ่อนๆอย่างเอ็นดู  

 

            “ฉันเข้าใจดีเลยล่ะค่ะ” น่านฟ้าอย่างนั้น “ถ้าฉันทำงานหนักและได้รับผลตอบแทนที่ไม่ดี ฉันก็คงเสียใจมากเหมือนกัน”

 

            คำพูดเช่นนั้นของน่านฟ้าทำให้เพื่อนสนิทของคริมายู่ปากน้อยๆ

 

            “หูย...คนแบบพวกคุณนี่ดีจังเลยค่ะ ฉันล่ะไม่เคยเข้าใจเลย คนที่จะรักงานจนเสียใจได้ขนาดนี้ คนแบบฉันน่ะเรอะ เฮอะ ถ้าโดนจ้างออกจากงานฉันคงจะดีใจ นอนเล่นบนกองเงินสบายๆสักหลายๆเดือนค่อยหางานใหม่”

 

            คำพูดเช่นนั้นของเพื่อนสนิทคริมาทำให้น่านฟ้านิ่งไปสักพัก ก่อนที่หล่อนจะส่งเสียง หึๆ เล็กๆในลำคอแบบให้ตัวเองได้ยินคนเดียวอย่างพึงใจออกมา...หล่อนพบว่า...ใช่...คนอย่างหล่อนและคริมานั้นไม่ได้หาง่าย...

 

คนที่รักในงานที่ทำมากพอจะเสียใจกับมัน...

 

         “เดี๋ยวพวกคุณกลับยังไงกันเหรอคะ” 

 

         น่านฟ้าตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นมาอย่างนั้น ทำให้ฝ่ายเพื่อนสาวของคริมาทำท่าครุ่นคิด 

 

         “ก็คงเรียก Grab น่ะค่ะ วันนี้ตั้งใจกะจะเมากันเต็มที่เลยไม่มีใครเอารถมา” 

 

          “กลับกับฉันได้นะ ฉันเอารถตู้มา พวกคุณน่าจะนั่งกันได้หมดทุกคนนั่นแหละค่ะ” 

 

            น่านฟ้าเสนอเช่นนั้น 

 

            “รถตู้...?” 

 

            ฝ่ายนั้นทวนคำอีกครั้ง 

 

            “ค่ะ...รถตู้...คนขับรถฉันรออยู่ทางนั้นเองค่ะ กลับด้วยกันนะคะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” 

 

...

 

            คริมารู้สึกตัวตื่นอีกทีเมื่อแสงตะวันแทรกผ้าม่านห้องนอนในคอนโดฯของหล่อนสาดส่องเข้ามาแยงตา...หญิงสาวไปดื่มหนักมาเมื่อคืนและภาพตัดไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้...หล่อนรู้แต่เพียงว่าหล่อนเสียใจ เลยต้องการเมาให้เต็มที่กับเพื่อนๆที่ไว้ใจได้ว่าจะ เก็บศพ หล่อนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย...และเพื่อนๆสองคนนั้นก็คือกรภพ หรือ อีกุ้ง กระเทยตัวโตในชุดแต่งหญิงออกเที่ยวเต็มยศที่นอนสลบใสลมาสคาร่าเปรอะอยู่ข้างๆหล่อนบ่งบอกอาการอิดโรยเมื่อคืน...และอุษา หรือ อีษา เพื่อนสาวสุดชิลล์สายไม่เมาเที่ยวเอามันส์อย่างเดียวและมักมีหน้าที่คอยเก็บศพเพื่อนซึ่งตอนนี้กำลังตื่นมาทำอาหารเช้าให้กับพวกหล่อนอย่างอารมณ์ดี

            

            “ครีม แกโคตรพลาด คนมาส่งพวกเราเมื่อคืนคืองานดีมากอะแก!”  

 

            ทันทีที่คริมากับกรภพตื่นมาล้างหน้าล้างตาและมานั่งสะลึมสะลือที่โต๊ะอาหาร อุษาก็เอ่ยขึ้นทันทีพร้อมๆกับการที่หล่อนเทเอาไข่คนลงจากกระทะใส่จานให้เพื่อนทั้งสองที่ดูยังมึนๆและปวดหัวจากอาการแฮงค์โอเวอร์อยู่เมื่อคืน

 

            “เหรอ? ผู้หรือนีล่ะ?” 

 

            คริมาเอ่ยถามเช่นนั้นอย่างไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ เพราะอาการปวดหัวนั้นจี๊ดขึ้นมาในสมอง ขณะที่หล่อนโยนยาแก้แฮงค์เข้าปากแล้วตามด้วยน้ำเปล่า และนั่นก็ทำให้อุษาเบ้ปากน้อยๆที่เพื่อนของหล่อนรู้ทัน เพราะการถามว่า ผู้  หรือ นี  นั้นแปลว่าคริมากำลังถามว่าคนที่อุษากรี๊ดกร๊าดอยู่นั้นเป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง เพราะอุษามักจะแสดงอาการกรี๊ดกร๊าดทั้งคู่ 

 

            “นีสวยด้วย หน้าหวาน ดูดุ แต่ก็ใจดี โคตรเท่อะแก” อุษาว่าอย่างนั้นด้วยสีหน้าเคลิ้มฝัน “ใส่สูท นั่งรถตู้ มีคนขับรถมาส่งด้วยนะแก ยังกะซีอีโอในซีรี่ส์เกาหลี...งื้ออ ผั๊ว ผัว~” 

 

            อุษาทำสีหน้าเคลิ้มฝันจนคริมาเหมือนจะเห็นภาพ ซีอีโอสาวสุดผัว คนนั้นลอยวิ้งวับมาในอากาศตามไปด้วยและทำให้คริมานั้นเอื้อมมือตะกุยภาพวิมานในอากาศของอุษากระจายแล้วโวยวายลั่น

 

            “โอ๊ย อินี่!แล้วทำไมถึงไม่จิกหัวให้ฉันตื่นซะหน่อยจะได้จำเขาได้!” 

 

            คริมาโวยพลางทำหน้ายู่ ทำให้กรภพที่เพิ่งกลืนอาหารเช้าของเขาคำแรกเสร็จ 

 

            “โอ้โห่ว หล่อนจ๊ะ พอได้ยินคำว่า งานดี ก็หูผึ่งทันทีเลยนะ ไม่คิดจะถามหน่อยหรอว่ามันอีท่าไหน ไปยังไงมายังไง เขาถึงมาส่งพวกเราที่บ้านได้น่ะฮะ” กรภพค่อนขอดอย่างนั้น 

 

            “โอ๊ย อีกุ้ง ฉันไม่ถามหรอกน่ะ คนสวยอย่างฉัน ใครๆก็อยากมาส่งอยู่แล้ว” 

 

            คริมาว่าทำให้กรภพกลอกตาเบ้ปากใส่หล่อน

 

            “แกเมาเหมือนหมา...แถมอ้วกใส่เขาอีกต่างหาก เขาคงประทับใจแกตายล่ะ” อุษาว่าทั้งหัวเราะอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้คริมาหน้าซีดเผือดอ้าปากค้าง

 

         “กรี๊ดดด ฉันไปอ้วกใส่คุณผัวซีอีโอคนนั้นหรอ!?” 

 

            ทั้งกรภพและอุษาพยักหน้าพร้อมกัน 

 

            “ยังไม่พอนะ...แกสะบัดรองเท้าเข้าเบ้าตาเขาด้วย”

 

            “ฮะ...” 

 

            “ใช่นั่นแหละอีครีม อีผีบ้า ถ้าแกคิดว่าคุณซีอีโอสุดเท่สุดแสนดีคนนั้นจะหลงสเน่ห์แกในสภาพนั้นน่ะ...คิดใหม่ได้เลย!!แล้วชาตินี้ก็ไม่ต้องคิดจะมีแฟนแล้ว อีชะนีเถื่อนอิชะนีนรก!” กรภพด่าหล่อนเป็นชุดขณะที่ทำท่าใช้ส้อมชี้ๆคริมา ขณะที่หญิงสาวได้แต่กระพริบตาปริบๆอย่างสำนึกผิด...รู้สึกอยากจะขอโทษขอโพย คุณคนนั้นที่หล่อนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครขึ้นมาทันที

 

...

 

            “โอย...ป้ามาลัย เบา น่านเจ็บ” 

 

             เสียงประท้วงของน่านฟ้าดังขึ้นขณะที่ป้ามาลัย...แม่นมประจำตัวของน่านฟ้าที่ดูแลหล่อนมาตั้งแต่เด็กๆนั้นค่อยๆประคบน้ำแข็งลงที่เบ้าตาของน่านฟ้าอย่างเบามือ เมื่อเช้าวันนี้ คุณหนูของหล่อนนั้นเรียกให้มาลัยขึ้นมาบนห้องนอนพร้อมกับน้ำแข็งสำหรับประคบ แต่ก่อนที่มาลัยจะได้ถามอะไร น่านฟ้าก็ทำท่าปัดๆให้หล่อนจัดแจงทำสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำเสียก่อน และนั่นก็ทำให้ผู้เป็นแม่นมถอนหายใจอย่างเอ็นดู

 

            “คุณน่านเนี่ยนะคะ...จะโตแค่ไหนก็ยังซนเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด”

 

            มาลัยว่าเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าถอนหายใจออกมาทั้งๆที่ยังหน้านิ่ง 

 

            “ตอนเด็กๆน่านก็ไม่ได้ซน...น่านแค่...”

 

            “หาเรื่องตัวเปื้อนหัวจรดเท้าไม่เว้นแต่ละวันจนป้าโดนใช้ให้ไปซื้อเสื้อนักเรียนใหม่ให้คุณทุกวันน่ะเหรอคะ...” มาลัยว่าด้วยน้ำเสียงเอ็นดู แต่ความไม่เข้าใจของอีกฝ่ายก็ทำให้น่านฟ้าถอนหายใจเบาๆ ขณะที่สายตาของหล่อนข้างที่ไม่ได้กำลังถูกประคบอยู่นั้นมองไปยังกรอบรูปขนาดเล็กที่ถูกวางเอาไว้หัวเตียง...มันเป็นรูปครอบครัวของหล่อน...นิพนธ์ผู้เป็นพ่อกับสิรินทราผู้เป็นแม่...น่านฟ้าในวัยสิบขวบที่กำลังหน้างอและนิวาสิรีที่อยู่ในอ้อมแขนผู้เป็นแม่

 

            “ช่างมันเถอะค่ะ” 

 

            น่านฟ้าตัดบทอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้มาลัยถอนหายใจอีกที หล่อนรู้ดีว่าไม่ควรถามอะไร และไม่ควรกวนใจน่านฟ้ามากนัก แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีเบ้าตาที่เขียวช้ำอยู่ก็ตาม  

 

            “อ้อ...คุณท่านรอคุณน่านอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนะคะ บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับคุณน่าน คุณนิวด้วย ป้าก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเหมือนกัน เดี๋ยวคุณน่านอาบน้ำแต่งตัวพร้อมแล้ว ลงไปพบคุณท่านหน่อยนะคะ...” 

 

...

 

            นิพนธ์ ภุมวานนท์ เป็นชายที่ดูน่าเกรงขามแม้ว่าเขาจะอยู่ในชุดสบายๆในวันอยู่บ้าน แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งจะวางมือให้ลูกสาวผู้เป็นทายาทคนโตได้ขึ้นลองสังเวียนนั้นยังคงดูเข้มงวดและเย็นชา...รูปลักษณ์ภายนอกของเขานั้นเองคงเป็นสิ่งที่ลูกสาวคนโตอย่างน่านฟ้านั้นถอดแบบมาทุกระเบียดนิ้ว...

 

            และในขณะนี้ นิพนธ์ก็กำลังรอน่านฟ้าลูกสาวคนโตของเขาอยู่กับนิวาสิรี ลูกสาวคนเล็กช่างพูดช่างจาที่ตื่นเช้ามาประเหลาะฉอเลาะเขาเรื่องบัตรเครดิตที่วงเงินเต็มจึงโดนสวดยับ ถึงเรื่องเมื่อคืนไปก่อนหน้านี้...เมื่อน่านฟ้าเดินถือถุงน้ำแข็งประคบเบ้าตาลงมา หล่อนก็เห็นว่านิวาสิรีกำลังนั่งตัวลีบหน้าซีดอยู่ที่โซฟาข้างๆนิพนธ์เรียบร้อยแล้ว...

 

            สมน้ำหน้า...โดนซะมั่ง 

 

         “เออ น่าน...มาก็ดีละ ป๊าจะคุยกับแกเรื่องยัยนิวหน่อย”

 

         เป็นแบบนี้เสมอ... น่านฟ้านึกในใจอย่างขมขื่น...นิว นิว นิว มีแต่เรื่องยัยนิว...พ่อไม่คิดจะถามด้วยซ้ำว่าเบ้าตาฉันไปโดนอะไรมา...

 

หล่อนนึกแล้วกระชับถุงน้ำแข็งนั้นเข้ากับเบ้าตาตัวเองเบาๆ

 

“เรื่องอะไรคะ” 

 

“ป๊าได้ข่าวว่าแกยังไม่ได้เลขาฯที่ถูกใจนี่ ใช่มั้ย” นิพนธ์ว่าอย่างนั้น “ก็นี่ไง เอายัยนิวไปด้วย ไปทำงานใกล้ๆแก น้องจะได้ไปฝึกงานกับแก”

 

“ไม่ได้ค่ะ!!” 

 

น่านฟ้าเอ่ยเสียงเข้มขึ้นมาอย่างนั้น ทำให้นิพนธ์อึ้งๆไปเล็กน้อย ส่วนนิวาสิรีก็หันมาทำหน้างอแงใส่ผู้เป็นพ่อแทบจะทันที

 

“ทำไมป๊าต้องบังคับให้นิวไปฝึกงานที่บริษัทด้วยล่ะ!? แค่พี่น่านทำงานคนเดียวก็น่าจะพอแล้วนี่!!” นิวาสิรีโวยวายอย่างนั้น ทำให้นิพนธ์หันไปทำหน้าดุใส่ลูกสาวคนเล็ก 

 

“แกเงียบไปเลย ยัยนิว!” ก่อนที่เขาจะหันมาหาน่านฟ้า “ทำไมไม่ได้ล่ะ? แกก็ยังไม่มีเลขาฯไม่ใช่หรอ แล้วน้องยังไงก็ต้องสืบทอดกิจการของเราเหมือนกัน ถ้าแกไม่สอนน้องแล้วใครจะสอน” นิพนธ์ว่าเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าส่ายหัวเบาๆ แล้วถอนหายใจ 

 

“ป๊า...ป๊าเคยนั่งตำแหน่งน่าน ป๊าก็รู้ว่างานเรามันพลาดไม่ได้” น่านฟ้าว่าอย่างนั้น “น่านไม่อยากจะไว้ใจคนที่ยังไว้ใจไม่ได้” “อ้าว พี่น่าน!!นิวาสิรีประท้วงขึ้นมา แต่น่านฟ้าก็ทำหน้านิ่งเฉยใส่ ทำให้นิพนธ์ต้องรีบห้ามทัพ 

 

“เอาละๆ” นิพนธ์ว่าพลางถอนหายใจ “แต่ยังไงก็คิดดีๆนะ อาทิตย์หน้าหนูเดือนเขาก็จะขึ้นมาเป็นรองซีอีโอแทนคุณทินกรแล้ว เขาจะไม่ได้ประจำอยู่ตำแหน่งที่รับผิดชอบเรื่องจ้างคนเข้าคนออกให้แกได้สบายๆอีกแล้วนะ...” นิพนธ์กำชับเสียงเข้มเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าถอนหายใจพลางครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมา 

 

“งั้นทำไมไม่ให้นิวไปฝึกงานกับเดือนละคะ” น่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆเช่นนั้น “ไหนๆเดือนก็จะขึ้นเป็นรองซีอีโอ และก็คงยังไม่มีเลขาฯส่วนตัวเหมือนกัน” 


คำพูดเช่นนั้นของน่านฟ้าทำให้นิวาสิรีโวยวายขึ้นมาทันที 

 

“นี่เดี๋ยวนะนี่นิวเป็นลูกเจ้าของบริษัทนะ จะให้นิวไปเป็นเลขาฯคนอื่นได้ไง...” 

 

“หุบปากน่า” “เงียบน่ายัยนิวการฝึกงานที่ดีที่สุดน่ะมันต้องเริ่มจากการเห็นคนเก่งๆเขาทำงานทุกอย่าง!” นิวาสิรีที่กำลังจะงอแงโวยวายนั้นโดนน่านฟ้าและบิดาของตนหันมาดุพร้อมกัน เลยต้องยอมหงอไปอีกครั้ง แต่ดูก็รู้ว่าหล่อนคงไม่ชอบใจกับไอเดียนี้สักเท่าไหร่ ส่วนทางฝ่ายนิพนธ์นั้นดูจะใคร่ครวญเรื่องนี้สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น

 

“ถ้าให้ยัยนิวไปเป็นเลขาฯหนูเดือนก็ได้นะ...จะได้ฝึกงานทุกด้าน...หนูเดือนเขาก็เป็นคนละเอียดดี” นิพนธ์ว่าด้วยน้ำเสียงพออกพอใจเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าถอนหายใจเบาๆ 

 

“ถ้าป๊าตกลงอย่างนั้น...เดี๋ยวน่านจะบอกเดือนให้ค่ะ”

 

น่านฟ้าว่า ขณะที่นิวาสิรีทำหน้าเหมือนอยากจะกัดลิ้นตายอยู่ตรงนั้น

 

“พี่น่าน...ไม่เอานะ บอกป๊าให้หน่อยสิว่านิวไม่อยากไปทำงานที่บริษัท” 

 

หล่อนพยายามอ้อนวอนพี่สาวราวกับเป็นความหวังสุดท้าย แต่น่านฟ้าก็ทำหูทวนลมแล้วทำท่าขอตัวจากไป ขณะที่นิพนธ์เหมือนจะนึกได้จึงเอ่ยถามขึ้นมาก่อนว่า...

 

“แล้วเลขาฯของแกล่ะ ตกลงจะได้เป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ เสียเวลาหามากไป มันจะเปลืองงบบริษัทโดยใช่เหตุนะยัยน่าน รีบๆหา” 

 

นิพนธ์ว่าตบท้ายเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าหันกลับมาหาพ่อแล้วพยักหน้าเบาๆ 

 

“เรื่องนั้นเดี๋ยวน่านจัดการเองค่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 305 ครั้ง

883 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 เมษายน 2562 / 18:58
    ไปจ้างน้องครีมเลยพี่น่าน น้องว่างงานแล้วววว
    #539
    0
  2. #353 bfrankkk (@bfrankkk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 14:42
    โอ้ยย ทั้งเอ็นทั้งเอ็นดูทั้งขำ55555555
    #353
    0
  3. #75 SaFasa (@SaFasa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:31
    ทำไมใจดีอย่างนี้คะ คุณน่าน.
    #75
    0
  4. #71 Slammer15 (@a21189s) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 06:14
    ถ้าไม่ใช่เพราะรู้จักกันมาก่อนคงเป็นเรื่องอะ
    #71
    0
  5. #70 GARN9 (@GARN9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 05:10
    เท่อ่ะ พี่น่าน โดนขนาดนี้ยังไปส่งอีก 555
    #70
    0
  6. #69 ภัทร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:25

    หึ​หึหึ​ คุณซีอีโอร้ายไม่เบาเลยนะคะ

    #69
    0
  7. #68 Prem97 (@Prem97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:14

    ไปจ้างยัยขี้เมาคนนั้นมาเลยค่ะพี่น่าน

    #68
    0
  8. #67 Mibya-13 (@pakjirasai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:24
    เมาเละเลยครีมเอ้ย 55555 คิดว่าเพราะความรักในงานที่ตัวเองทำของครีมจะทำให้น่านประทับใจในตัวครีมมากขึ้น(แม้จะโดนอ้วกกับรองเท้าบินใส่)
    #67
    0
  9. #66 Myjm (@Myjm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:07
    โดนกระทำขนาดนั้น คุณน่านยังมองครีมด้วยความเอ็นดูอีกหรอคะเนี่ย อยากให้ถึงตอนที่เค้าสองคนมาเป็นบอสกับเลขาแล้วค่ะ
    #66
    0
  10. #65 NuttOnkham (@NuttOnkham) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:01
    ไม่มีเรื่องไหนของคุณนักเขียนที่เราจะไม่ชอบเลยจริงๆ บทน่ารักก็เล่นซะเรายิ้มตาปิดตามไปด้วย เคยได้ยินมาว่า เราจะมีคนที่เป็นข้อยกเว้นเสมอ ของคุณน่านคงเป็นครีมสินะ อยากให้เจอกันจังๆ สักที จะบันเทิงขนาดไหนกันนะ ทั้งไปอ้วกใส่เค้า ทั้งรองเท้าบินได้อ่ะคริมา เธอจะทำหน้ายังไง
    #65
    0
  11. #64 Mukun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:57

    เมาเละเทะเลยไม่ได้เจอน่านฟ้าเลยอ่ะ รอเจอที่บริษัทเลยเนาะ ได้งาน ได้แฟน พร้อมกันเลย

    #64
    0
  12. วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:47

    รองเท้าบินได้ 5555
    #63
    0