เลขาร้าย เจ้านายรัก [Yuri]

ตอนที่ 17 : EP 17 - เป็นจังได๋ละน้อความฮัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

EP 17 


เป็นจังได๋ละน้อความฮัก

 

            ภาระงานอันหนักอึ้งของน่านฟ้านั้นไม่อนุญาตให้ลุกจากโต๊ะได้สักที...กระทั่งบรรดาพนักงานทั้งฟลอร์ที่เคยกลัวเกรงหล่อนในช่วงแรกๆจนไม่กล้าลุกจากโต๊ะจนกว่าน่านฟ้าจะออกจากบริษัทก็เริ่มยอมแพ้และค่อยๆทยอยลุกกลับบ้านกันไปทีละคนสองคนจนหมด...เหลือเพียงแต่ซีอีโอสาวที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่มีแสงเรืองๆอยู่...กลายเป็นว่าทั้งชั้นนั้นปิดไฟมืดสนิทจนหมดแล้ว เหลือเพียงแต่โซนผู้บริหาร...ที่ห้องของน่านฟ้าเท่านั้นที่ยังคงเปิดไฟอยู่ 

 

            อีกนิดเดียวน่า...

 

         ผู้บริหารสาวนึกในใจอย่างนั้น แม้ว่าอาการปวดหนึบๆที่ไหล่จะบ่งบอกว่าโรคออฟฟิศซินโดรมของหล่อนเริ่มจะกำเริบอีกครั้งแล้ว จนกระทั่งเข็มนาฬิกาเลยเที่ยงคืนไป เจ้าของมือเรียวนั้นก็พิมพ์ตัวอักษรตัวสุดท้ายลงบนเอกสารสำคัญนั้นจนสำเร็จ 

 

            น่านฟ้ายันกายลุกขึ้นอย่างโงนเงน...หล่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเพื่อจะกดโทรไปยังคนขับรถของหล่อนซึ่งหล่อนบอกให้ไปหลับรอในห้องพักคนขับรถผู้บริหารข้างล่างตึกสบายๆ ฝ่ายนั้นจะได้ไม่ต้องนอนตบยุงรอในรถ...แต่ขณะที่จะกดเบอร์นั้น น่านฟ้าก็เริ่มรู้สึกว่ามือของหล่อนสั่นจนคุมไม่ได้ ตาของหล่อนนั้นเบลอๆเมื่อมองหน้าจอโทรศัพท์...

 

            ตุบ...

 

         โทรศัพท์นั้นตกลงที่พื้น ส่วนตัวน่านฟ้านั้นก็ค่อยๆโงนเงนลง

 

            วูบ...

 

         แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท 

 

...

 

            เช้าวันนี้ คริมาต้องตื่นมาทำงานอย่างเสียไม่ได้...วันที่สามแล้ว...ของการที่หล่อนต้องจับพลัดจับผลูมาเป็นเลขาส่วนตัวของน่านฟ้า...คนสุดท้ายบนโลกที่หล่อนอยากจะอยู่ด้วย...แม้ว่าอีกฝ่ายจะบอกว่าไม่ได้รับหล่อนเข้ามาทำงานเพราะต้องการจะเยาะเย้ยหล่อนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายเป็นถึงทายาทหมื่นล้านก็ตาม...แต่หล่อนก็เกลียดความรู้สึกที่ต้องอยู่ต่ำกว่า คนที่หล่อนมองว่าเป็นคู่แข่งมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก 

 

            ซวยๆๆ ทำไมฉันต้องมาซวยอะไรแบบนี้นะ ครีม

 

คริมานึกในใจอย่างขมขื่นแบบนั้น ขณะที่หล่อนลงจากรถมอร์เตอร์ไซค์ จ่ายตังค์ และกำลังถอดหมวกคืนพี่วินอยู่ที่หน้าอาคารภุมวานนท์ Building A นั้น พลันหล่อนก็เหลือบไปเห็นรถพยาบาลที่กำลังจอดเทียบอยู่บริเวณล่างตึก ทำให้คริมาขมวดคิ้วน้อยๆขณะที่เพ่งมองก็เห็นดวงเดือน รองซีอีโอสาวกำลังยืนน้ำตาคลออยู่ข้างๆนิวาสิรีที่กำลังยืนหน้าซีด ทั้งคู่ชะเง้อมองเข้าไปข้างในตึกราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง ขณะที่พนักงานหลายคนกำลังช่วยกันเคลียร์ทางให้เจ้าหน้าที่เข็นเตียงผู้ป่วยมาตามทาง...และเมื่อคริมาจ้องดูดีๆ ใจของหล่อนก็ตกลงไปอยู่ตาตุ่มทันทีเมื่อเห็นว่า ใคร อยู่บนเตียงผู้ป่วยที่เขากำลังเข็นออกมานั่น...

 

“ยัยน่าน?!” 

 

...

 

            น่านฟ้าค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง สิ่งแรกที่หล่อนเห็นก็คือเพดาน และสายน้ำเกลือที่ห้อยระโยงรยางค์ ก่อนที่หล่อนจะปรับสายตาได้ ก็ได้เห็นคริมานั่งอยู่ที่โซฟาปลายเตียงหล่อน มีดวงเดือนกับนิวาสิรียืนอยู่ข้างๆเตียงอย่างเป็นห่วง

 

            “น่าน...ตื่นแล้วหรอ” 

 

            เสียงแรกที่หล่อนได้ยินคือดวงเดือนซึ่งร้องด้วยน้ำเสียงดีใจ ทำให้ทุกคนขยับกันหมด และนั่นก็ทำให้น่านฟ้าโบกมือที่มีสายน้ำเกลือปักคาอยู่นั้นอย่างงุ่นง่าน

 

            “เราไม่เป็นไรมาก เดือนไม่ต้องห่วง” 

 

            “ไม่ให้ห่วงได้ยังไงน่านทำงานจนล้มไปเลยนะเมื่อคืนน่ะ!” ดวงเดือนโวยทั้งน้ำตาแบบนั้น และนั่นก็ทำให้นิวาสิรีก้าวเข้ามาจับแขนดวงเดือนเบาๆพลางลูบมันอย่างปลอบๆ 

 

            “พี่เดือนใจเย็นๆ...” 

 

            “น่าน...ทำไมน่านไม่ห่วงตัวเองเลย ไม่ไหวก็บอกเราสิ ให้เราช่วยก็ได้” ดวงเดือนยังไม่หยุดแค่นั้น อาการเป็นห่วงน่านฟ้าอย่างจับใจของรองซีอีโอสาวนั้นบ่งบอกถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และนั่นก็ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ใต้บรรยากาศอึมครึมกันไปหมด 

 

            “เราไม่เป็นไรแล้ว...เดือนกลับไปทำงานต่อเถอะ ดูแทนเราด้วย วันนี้คงมีหลายประชุมที่เราไม่ได้เข้า แล้วฝากเจ้านิวส่งรายงานการประชุมมาให้เราด้วยนะ” น่านฟ้าได้สติก็สั่งงานต่อทันที และนั่นก็ทำให้ดวงเดือนเม้มปากน้อยๆด้วยความเจ็บปวด “แต่...” หล่อนตวัดสายตามองคริมาแวบหนึ่งด้วยความเคือง แต่ก็เห็นสายตาของน่านฟ้าที่มองอยู่อย่างคาดหวังคำตอบ ทำให้รองซีอีโอสาวได้แต่ถอนหายใจ แล้วตอบกลับไปเพียงแต่ว่า...

 

            “ได้ค่ะน่าน...” 

 

            ดวงเดือนว่าอย่างนั้นทั้งๆที่หัวใจหนักอึ้ง แล้วเอื้อมมือมาแตะแขนน่านฟ้าอย่างอ่อนโยน

 

            “เดือนขอโทษจริงๆนะ ถ้าเมื่อคืนเดือนไม่กลับก่อน...น่านก็คงไม่...” “มันไม่ใช่ความผิดของเดือนเลย...ไปเถอะ ทำหน้าที่ของเดือนให้เต็มที่” น่านฟ้าตัดบทเช่นนั้น ทำให้ดวงเดือนเม้มปาก แล้วค่อยๆปล่อยมือจากแขนของน่านฟ้าอย่างเจ็บปวด หล่อนเพียงแต่ก้มปาดน้ำตาก่อนจะฝืนยิ้มให้น่านฟ้าอย่างเฝือนๆอีกครั้งแล้วยืดตัวตรงก่อนจะเดินจากออกไป นิวาสิรีก็เพียงแต่อึ้งๆ แต่พอได้สติก็เดินตามออกไปด้วย

 

...

 

            “พี่เดือน...” 

 

            นิวาสิรีเดินตามคนอายุมากกว่ามาตามทางเดินโรงพยาบาล และได้แต่เรียกดวงเดือนที่หล่อนดูก็รู้ว่าคงจะหัวใจสลายไม่น้อยเมื่อเห็นน่านฟ้าต้องเจ็บแบบนั้น และก็คงจะเจ็บยิ่งกว่า เมื่อน่านฟ้าฟื้นมาก็รีบๆไล่หล่อนให้ไปทำงานแทน...แม้จะรู้ว่านั่นคือหน้าที่หล่อนก็ตาม...แต่เมื่อเทียบกับคริมาที่ยังอยู่ในห้องนั้น ดวงเดือนก็คงอยากจะเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นมากกว่า...

 

            “ไม่เป็นไร...” ดวงเดือนเพียงแต่ยกมือขึ้นมา แต่ยังไม่หันหน้ามาหานิวาสิรี...อันที่จริง หล่อนไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นขณะที่หล่อนกำลังมีน้ำตา

 

“เรารีบกลับไปทำงานกันเถอะค่ะ...”

 

            ดวงเดือนพูดเท่านั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทั้งๆที่ยังไม่หันมาหานิวาสิรี แล้วก็เดินตรงต่อไปเลยแม้จะยังมีอากัปกริยาท่าเช็ดน้ำตาให้เห็นอยู่ และนั่นก็ทำให้นิวาสิรีถอนหายใจอย่างอ่อนใจ...

 

รักพี่น่านมากจริงๆด้วยสิน้า...

 

นิวาสิรีนึกในใจอย่างนั้น แล้วพลันในใจหล่อนก็เจ็บๆขึ้นมา

 

ก่อนหน้านี้ เด็กสาวสนุกกับการล้อเล่นและหยอกล้อให้ดวงเดือนหน้าแดง เพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่หล่อนแกล้งจนดวงเดือนเขินไปไม่เป็น และนั่นก็ทำให้นิวาสิรีรู้สึกชนะ สะใจเสมอ เช่นเดียวกับที่หล่อนเป็นกับผู้หญิงทุกคนเมื่อแรกเริ่มจะจีบ...แต่วันนี้...กลับเป็นครั้งแรกที่หล่อนรู้สึกแปลกๆ...มันแปลบๆในหัวใจ เมื่อเห็นดวงเดือนร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจเพราะน่านฟ้า...หล่อนกลับรู้สึกอยากปาดน้ำตาให้หายไปจากใบหน้าหวานนั้น...ทั้งๆที่ในชีวิตนี้คนอย่างนิวาสิรีแทบไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับใครเลย...และความรู้สึกปวดใจเมื่อต้องเห็นดวงเดือนเจ็บปวดแบบนั้นก็ทำให้นิวาสิรีเผลอเอื้อมมือขึ้นมาแตะที่อกข้างซ้ายของตัวเองช้าๆอย่างไม่เข้าใจตัวเองเอาเสียเลย...

 

นี่มัน...ความรู้สึกบ้าอะไรกัน...ทำไมฉันต้องรู้สึกเจ็บแปลบๆเหมือนอยากจะร้องไห้ตามพี่เขาไปด้วยเลยนะ บ้าจริง 

 

...

 

ภายหลังจากดวงเดือนกับนิวาสิรีออกไปแล้ว...คริมาก็ได้แต่นั่งเงียบ...เพราะบทสนทนาเหล่านั้นระหว่างน่านฟ้ากับดวงเดือนเมื่อครู่ยังลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ...หล่อนเพิ่งจะปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้เมื่อครู่นี้ที่ดวงเดือนมาโวยวายในห้องผู้ป่วยนี่เองว่าน่านฟ้าทำงานจนดึกและไม่มีผู้ช่วยจนน็อคสลบไปเพราะพักผ่อนน้อย ทำให้อีกฝ่ายต้องมานอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแบบนี้...และนั่นก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกผิดในใจของเลขาสาวคูณเท่าโถมทวี...

 

เพราะต่อให้ไม่มีใครบอก โทษ หรือหันมาดุว่าหล่อนสักคำ...หล่อนก็รู้ดี...คริมารู้ดีแก่ใจ...ว่าคนที่ควรจะ ผิดที่สุดในเหตุการณ์นี้นั้นไม่ใช่ใครอื่นเลย...มันก็คือหล่อนที่ละทิ้งหน้าที่และปล่อยให้น่านฟ้าทำงานคนเดียวเมื่อคืนนั่นแหละ

 

            “ครีม...” “น่าน...” 

 

            จู่ๆทั้งสองก็เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกัน แต่ก่อนที่น่านฟ้าจะได้พูดอะไร คริมาก็เดินเข้ามาที่ข้างๆเตียงผู้ป่วยของอีกฝ่าย แล้วจับที่ข้างๆเตียงด้วยสีหน้ารู้สึกผิด 

 

            “ให้ฉันพูดก่อนได้ไหม...ฉันมีเรื่องอยากพูด”

 

            คำพูดนั้นของคริมาทำให้น่านฟ้าเลิกคิ้วน้อยๆ แต่ก็พยักหน้าอย่างรับฟัง 

 

            “ฉันรู้ว่าเธอจะด่าฉัน...” คริมาเอ่ยมาคำแรกเช่นนั้น น่านฟ้าก็อ้าปากเหมือนจะเถียง แต่คริมาก็เอานิ้วชี้ไปจรดที่ปากของอีกฝ่าย “ชู่ว์...ฉันรู้...ฉันมันโคตรแย่ ฉันเป็นเลขาฯที่ทิ้งเจ้านายทำงานที่ออฟฟิศคนเดียวทั้งคืน แถมยังไม่มาคอยดูแล...ขนาดเมื่อเช้า คนที่เจอเธอสลบอยู่ที่ออฟฟิศคนแรกยังเป็นแม่บ้านเลย...ไม่ใช่ฉัน...ฉันนี่มัน...โคตรแย่...”

 

            “อ่า...ครีม...” 

 

            “แต่...” คริมาเงยหน้าขึ้นมาเช่นนั้น ขอบตาของหล่อนแดงก่ำด้วยน้ำตาคลอๆ “แต่ฉันอยากจะขอให้เธอเข้าใจฉันนะน่าน...เธอจะให้ฉันรู้สึกยังไงเราสองคนเป็นคู่แข่งกันมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ!ไม่ว่าจะประกวดเวทีไหนเธอก็ตามไปประกวดกับฉันจะให้ฉันคิดยังไงแถมคนที่ฉันเคยแอบชอบตอน ม.2ก็ชอบเธออีก!!” “ห๊ะ...” “แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นอดีตไปแล้ว” 

 

            น่านฟ้าได้แต่กระพริบตาปริบๆ ขณะฟังคริมาระบายความในใจตลอดมา 

 

            “ฉันต้องทนกับคำพูดเปรียบเทียบว่าบางทีเธอก็ดีกว่า บางทีเธอก็น่ารักกว่า ฉันอยู่กับคำเปรียบเทียบนั้นมาตลอดชีวิต เพราะทั้งโรงเรียนก็มีแต่เธอที่ดูจะใกล้เคียงและเหนือกว่าฉันด้วยซ้ำในบางเรื่อง...เธอจะให้ฉันรู้สึกยังไง พอวันนึงได้มารู้ว่าเธอกลายมาเป็นเจ้านายฉัน...กลายเป็นคนที่เหนือฉันทุกอย่าง...อีกครั้ง”

 

            คำพูดนั้นของคริมาทำให้น่านฟ้าอึ้งๆไป ก่อนจะถอนหายใจออกมา 

 

            “ตอนแรกฉันเรียกเธอแค่เพราะจะขอให้เธอหยิบไอแพดให้เองนะ...ฉันว่าจะดูตารางงานสักหน่อย...แต่ก็นะ...ไหนๆเธอก็พูดแล้ว...”น่านฟ้าว่าเช่นนั้น “พูดต่อสิ...”

 

            เพล้งคริมาได้ยินเสียงคล้ายๆอะไรบางอย่างแตก...อ๋อ...หน้าฉันเองไง จะอะไรล่ะ...คำพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆและฟังดูไม่แยแสเช่นนั้นของน่านฟ้าทำให้คริมาที่อุตส่าห์ระบายความในใจออกมายาวเหยียดนั้นอึ้งไปไม่น้อย

 

            “ไม่พูดแล้ว!!” 

 

            คริมาสะบัดด้วยอารมณ์เช่นนั้น 

 

            “อ้าว...” น่านฟ้าอ้าปากค้าง ก่อนจะหลิ่วตามองอีกฝ่าย “เอาใจยากจัง” 

 

            คริมาทำหน้าบึ้งใส่น่านฟ้า 

 

            “ก็เธอพูดเหมือนประชดฉันเลย!” 

 

            “ฉันเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์น่ะ...” คำโวยวายของคริมาได้รับคำตอบเช่นนั้นจากน่านฟ้า และนั่นก็ทำให้คริมานิ่งอึ้งไป ก่อนที่หล่อนจะกระพริบตาช้าๆอย่างซึมซับถ้อยคำนั้น...

 

            แอสเพอร์เกอร์...โรคบ้าอะไรอีกวะ...เป็นนางเอกหนังเกาหลีป้ะ เป็นโรคแปลกเชียว 

 

         “มันเป็นภาวะของคนที่มีปัญหาด้านพัฒนาการตอนเด็กๆน่ะ...คล้ายๆออทิสติก แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว...อธิบายง่ายๆก็คือฉันไม่เข้าใจอารมณ์ของคนอื่น และแสดงอารมณ์ยากกว่าคนอื่น...” น่านฟ้าอธิบายราวกับรู้ว่าคริมาจะคิดอย่างนั้นในใจ “อย่างถ้าฉันจะยิ้มให้เธอ...ฉันต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น คนอื่นๆเขาไม่ต้อง สั่งให้หน้าตัวเองยิ้ม...เขาจะยิ้มอัตโนมัติเมื่อมีอะไรดีๆ หรืออะไรตลกๆ...แต่สำหรับฉัน กล้ามเนื้อใบหน้ามันไม่ตอบสนองอารมณ์ของฉัน ฉันจะยิ้มให้เธอได้เมื่อฉันตั้งใจยิ้ม...เมื่อสมองฉันสั่งกล้ามเนื้อใบหน้าให้ยิ้ม”

 

            คำอธิบายเช่นนั้นของน่านฟ้าทำให้คริมาอึ้งไป...

 

            มิน่า...

 

            หล่อนนึกในใจอย่างใจหายเมื่อนึกถึงใบหน้าของน่านฟ้าตอนเด็กๆ

 

            มิน่าเธอถึงหน้านิ่งทุกงาน!

 

         คริมานึกย้อนไปถึงวัยเด็ก ที่ไม่ว่าครูจะลากน่านฟ้าไปทำอะไร จะประกวดอะไร หรือมีงานแข่งขันที่ไหน ฝ่ายนั้นก็เพียงแต่จะทำหน้านิ่งๆ ไม่บ่งบอกความรู้สึกจนหล่อนไม่เคยรู้ว่าน่านฟ้ารู้สึกอย่างไร...ดีใจหรือเสียใจ มีความสุขหรือเศร้า...หรือแม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายชอบการแข่งขันที่มีขึ้นระหว่างตนกับคริมาหรือเปล่า

 

            “ภาวะนี้มันยากสำหรับฉันมาก...เพราะมันทำให้ฉันดูเหมือนคนปกติทุกอย่าง มันจะทำให้ฉันฉลาด พูดจาดูเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็กและความจำดีกว่าชาวบ้าน...คล้ายๆข้อดีที่แฝงมากับโรคออทิสติกนั่นแหละ...แต่ฉันจะกลายเป็นคนพูดจาโผงผางเหมือนคนไม่มีกาละเทศะ...หรือบางทีก็ฟังดูเหมือนประชดอย่างที่เธอบอก...” น่านฟ้าอธิบายต่อพลางเน้นเสียงคำว่า ประชด  “ตอนเด็กๆ เล็กๆฉันโดนแกล้งประจำ เพราะเพื่อนๆเกลียดที่ฉันพูดตรงๆ และไม่เข้าใจอารมณ์ของเพื่อนคนอื่น” น่านฟ้าเล่าต่ออย่างนั้น “โตขึ้นมา...โชคดีที่หน้าตาดีหน่อย...เพื่อนก็เลยเลิกแกล้งกันไปเอง...” 

 

            หูย...ขออนุญาตเบ้ปากใส่เรื่องความมั่นเบ้าหน้าได้มะ

 

         คริมาแอบคิดในใจอย่างหมั่นไส้เช่นนั้น แต่น่านฟ้าก็เงยหน้าขึ้นมองแล้วเล่าต่อว่า...

 

“อันที่จริงตั้งแต่วันที่ฉันได้ร้องเพลงคู่กัดกับเธอนั่นแหละ...ทุกๆคนก็เลิกแกล้งฉัน กลายเป็นชื่นชมฉันแทน...เพราะทั้งโรงเรียนบอกว่าฉันกับเธอร้องเพลงคู่กันได้น่ารักมาก...” น่านฟ้าว่าอย่างนั้น ทำให้คริมานิ่งอึ้งไป ก่อนจะเผลอคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆอย่างเอ็นดู...

 

จริงด้วย เมื่อมาถึงตรงนี้คริมาก็สังเกตตัวเองว่าหล่อนสามารถยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว...ต้องลำบากขนาดไหนนะ ถ้าต้องพยายามสั่งสมองให้ยิ้ม...หล่อนนึกในใจอย่างสั่นไหวเช่นนั้น แล้วก็เกิดรู้สึกสงสารน่านฟ้าขึ้นมา...เพราะเรื่องราวของอีกฝ่ายเหล่านี้นั้นหล่อนไม่เคยรู้มาก่อนเลย...

 

ถ้าฉันรู้ก่อนหน้านี้...ฉันคงจะดีกับเธอมากกว่านี้

 

คริมานึกในใจเช่นนั้นอย่างสะเทือนใจ ขณะที่หล่อนลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงน่านฟ้าเพราะเริ่มจะเมื่อย แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน... 

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ดีใจนะ...ที่ฉันมีส่วนช่วยให้เพื่อนๆเลิกแกล้งเธอ”

 

คริมาว่าเช่นนั้น ทำให้น่านฟ้าพยักหน้าเบาๆ 

 

“เธอช่วยชีวิตฉันตั้งแต่วันนั้นเลยละ...ครีม”

 

คำพูดนั้นของน่านฟ้าทำให้ใจของคริมากระตุกน้อยๆ ใบหน้าของหล่อนร้อนผะผ่าว เพราะไม่เคยคิดว่าน่านฟ้าจะมีความรู้สึกในแง่มุมที่ ลึกซึ้งกับตัวหล่อนเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้หล่อนเริ่มเข้าใจว่าการที่น่านฟ้าจ้างหล่อนเข้ามาทำงานด้วยเมื่ออีกฝ่ายมีความสามารถจะจ้างหล่อนได้นั้นอาจไม่ใช่การตั้งใจกลั่นแกล้งอย่างที่คิดก็ได้...

 

“เพราะฉะนั้น...ถ้ารู้แล้ว...หยิบไอแพดให้ฉันหน่อย”

 

น่านฟ้าว่าเช่นนั้น ทำให้คริมาหัวเกือบทิ่ม 

 

“โห กำลังซึ้งเลยอะ!” คริมาโวยน้อยๆแบบนั้น แล้วลุกไปหยิบไอแพดให้น่านฟ้าทั้งๆที่ปากยังบ่นกระปอดกระแปด “อะ...เอาไป จะตายเพราะงานอยู่แล้ว ยังจะทำงานอีกหรือไง!” 

 

น่านฟ้าถอนหายใจอย่างอ่อนใจ ขณะที่ใช้ปลายนิ้วนั้นเขี่ยไอแพดเบาๆ 

 

            “ต้องทำ...ฉันทำให้พ่อผิดหวังไม่ได้หรอก”

 

            คำพูดเช่นนั้นของน่านฟ้าทำให้คริมาเลิกคิ้วน้อยๆ ขณะที่ฝ่ายนั้นพูดต่อไปว่า... 

 

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉัน...ครีม...แต่อย่างน้อย ตอนนี้เธอก็เป็นเลขาฯของฉันแล้ว ตามสัญญา ถ้าเธอออกตอนนี้ก็เปลืองเงินค่าปรับเปล่าๆ...ใช่ไหม” น่านฟ้าว่าอย่างนั้นทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากไอแพด ก่อนที่หล่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคริมาอย่างจริงจัง

 

“เธอไม่ชอบฉัน...ฉันทนได้...แต่เธอก็ต้องทนทำงานให้ฉันได้เหมือนกัน”น่านฟ้าว่าเช่นนั้นขณะที่มองตาคริมา“แค่นั้นพอจะทำให้ฉันได้ไหม...จนกว่าจะหมดสัญญา”

 

คำถามนั้นของน่านฟ้าทำให้คริมากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา 

 

         “ฉันจะไม่ทนทำงานให้เธอ...น่าน...” 

 

            คำตอบแรกของคริมาทำให้น่านฟ้าปวดใจแปลบๆ ซีอีโอสาวอ้าปากราวกับจะพูดอะไรออกมา แต่คริมาก็เอื้อมมือมาใช้นิ้วชี้ปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้แล้วส่งเสียงว่า “ชู่ว์~” ก่อนจะเอ่ยต่อมาว่า...

 

“ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจทำงานให้เธอ”

 

น่านฟ้ากระพริบตาปริบๆ 

 

“อะไรนะ...” 

 

“เธอฟังไม่ผิดหรอก น่านฟ้า ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจทำงานให้เธอ...” คริมาว่าอย่างนั้นด้วยแววตามุ่งมั่นเป็นประกาย


“ต่อไปนี้เลขาครีมคนดีคนเดิมจะกลับมาแล้ว!” 

 

คำพูดเช่นนั้นทำให้น่านฟ้าประหลาดใจไม่น้อย แต่หล่อนก็ยิ้มออกมา

 

“ฉันกำลังสั่งให้กล้ามเนื้อใบหน้าฉันยิ้มให้เธออยู่...ฉันกำลังยิ้มให้เธออยู่ใช่ไหม”

 

น่านฟ้าถามทั้งๆที่ปากเกร็งยิ้มแบบนั้น และนั่นก็ทำให้คริมาขำพรวดออกมา 

 

เออ...ยัยบ้านี่...ตลกดีจริงๆ 

 

“อื้อ...” คริมาหัวเราะก่อนจะเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลออกมาแบบนั้น แล้วยิ้มให้น่านฟ้า ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไอแพดมาจากมืออีกฝ่าย “และภารกิจแรกของเลขาครีมก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...” คริมาว่า ทำให้น่านฟ้าอ้าปากค้างเมื่อถูกแย่งไอแพดไปจากมือ 

 

“เธอจะทำอะไร...” 

 

“ทำหน้าที่เลขา...ทำให้ชีวิตเธอง่ายขึ้น” คริมาว่าทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากไอแพดของน่านฟ้า “ฉันจะจัดตารางชีวิตให้เธอ...ต่อไปนี้...เธอ...น่านฟ้า ภุมวานนท์...วางใจได้เลย...คริมา วาสนาดีคนนี้ จะดูแลตารางชีวิตให้เธอ เพื่อให้เธอได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเอง!” 

 

คำพูดแข็งขันเช่นนั้นของคริมาพร้อมกับปลายนิ้วของหล่อนที่จัดการเขี่ย เปลี่ยน สลับ จัดการกับตารางงานของน่านฟ้านั้นทำให้ผู้เป็นเจ้านายที่กำลังนอนป่วยอยู่นั้นเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะหลิ่วตามองคริมาอย่างแสนเอ็นดู พลางส่งเสียง หึๆ น้อยๆออกมาอย่างพออกพอใจ...เช่นเดียวกับที่หล่อนชอบทำเสมอ...แล้วปล่อยให้คริมาจัดการกับตารางเวลาของหล่อนในไอแพดได้อย่างตามใจชอบขณะที่แอบลอบมองอีกฝ่ายเงียบๆอย่างมีความสุข


----------------------------------

เพลงประกอบความรู้สึกคุณน่านขณะแอบมองคุณครีมแบบเงียบๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

883 ความคิดเห็น

  1. #678 realljisoo (@JminSt) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 02:08
    ในที่สุดดดดด ฮือ พี่น่านไม่อ่อนโยนกับใจนุ้งเลย แงงงว
    #678
    0
  2. #240 kyp-22 (@kyp-22) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 10:19
    ดีจังที่น่านยอมบอกครีมซักทีๆ
    #240
    0
  3. #239 Prem97 (@Prem97) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 07:17

    ทำงานซะทีนะครีม​ สงสารพี่น่านเลยเนี้ย

    #239
    0
  4. #238 Piggy Fany (@love-miyong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:42

    เลขาครีมคนดีคนเดิมคัมแบ็คคคคคคค????????????????????????????

    #238
    0
  5. #237 rubble_z (@rubble_z) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 15:25
    เปิดใจแล้ว ยิ้มไม่หับเลย
    #237
    0
  6. #235 GARN9 (@GARN9) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 14:55
    เลขาครีมคนดีย์ กลับมาแล้ววว 555
    #235
    0
  7. #234 Panida Ketkaew (@panifern1234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 10:55
    น่ารักอะ เข้าใจกันเสียทีนะ
    #234
    0
  8. #233 Third Party (@FicFanclubz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 10:31

    น่ารัก เขาดีกันแล้ว เกียมเขินรอเลยค่ะ
    สงสารคุณเดือน แอบรักเขาทุกเรื่องไป
    #233
    0
  9. #232 North Land (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 09:25

    อยากเห็นภาพที่เค้าร่วมงานกันแบบจริงจัง

    จะเป็นยังไง ตอนนี้สนุกมาก ขำท้องแข็งเลย

    จริงๆแล้วน่านก็น่าสงสาร แต่ดูที่เลขาครีม

    คิดในใจกับเจ้านายซิ ครีมเธอนี่ก็ตลกพอๆ

    กับน่านนั่นแหละ สงสารเจ้าจิ้งจอกตกหลุมรัก

    รองCEO เข้าให้แล้ว ไหนว่าเป็นคาสโนวี่ไง

    เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ที่ผ่านมาคงไม่เคยรักใครจริงๆ


    #232
    0
  10. #231 Myjm (@Myjm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 07:54
    ตอนนี้เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมน่านตอนเด็ก กับ ตอนโตถึงได้แตกต่างกันหรือเปล่าคะ มีว่าจะมีเรื่องอื่น เช่น พ่อ-แม่ของน่าน
    #231
    1
  11. #230 Sikaiina (@Sikaii13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 07:34
    เพราะเห็นว่าคุณเลขากำลังกลับมาเข้าทาง เราจึงรู้สึกว่านี่มันชวนตื้นตันใจจริงๆค่ะ! กระซิก~//ปาดน้ำตา
    #230
    0
  12. #229 I2abarD (@sadatoro) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 06:34

    โอ้ยยย เป็นแบบที่ละมุนฟุดๆ
    #229
    0
  13. #228 nanlingkungfuu (@nanlingkungfuu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 03:54
    พอมาอ่านถึงตอนนี้ก็คิดได้ว่ารูปที่อยู่บนโต๊ะของคุณน่าน ความจริงแล้วคงไม่ใช่รูปน้องเจนนี่แน่นอนเลยค่ะ เพราะคุณน่านไม่ได้มีความสนใจในตอนที่วงที่มีคอนที่ไทย ถ้าเป็นแฟนคลับถ้าไม่ติดงานที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คงไปแล้ว แต่นี่คือไม่ได้สนใจอะไรเลย เค้าเดาว่ารูปที่อยู่บนโต๊ะคงเป็นรูปสมัยเด็กตอนที่ร้องเพลงคู่กัด อาจจะไม่ใช่รูปเดี่ยวของคุณเลขา น่าจะเป็นรูปคู่ที่ตอนนั้นกำลังร้องเพลงอยู่ก็ได้ ก็ในเมื่อช่วงเวลานั้นเป็นการช่วยชีวิตคุณน่านแล้วครั้งนึง พอโตขึ้นช่วงชีวิตทำงาน ต้องแบกรับหน้าที่ที่คุณพ่อคาดหวัง มันคงทั้งหนักและเหนื่อยมาก ถึงจะชอบงานที่ทำแค่ไหนก็คงเหนื่อยจนแทบขาดใจเลยแหละ แต่พอเห็นรูปที่เป็นเหมือน ‘การช่วยชีวิต’ ครั้งนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตทุกครั้งต่อมา เผลอๆคุณน่านอาจจะเอารูปนั้นมาช่วยชีวิตทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อยแน่เลยค่ะ เค้าพิมพ์เหมือนรู้คำตอบแล้วว่าเป็นรูปอะไร 5555555 แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือต้องขำตัวเองก่อน แต่ยังไงก็ยินดีกับคุณน่านที่ได้เลขาที่แท้จริงมาทำงานช่วยนะคะ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากจริงๆ
    #228
    1
    • #228-1 Nue96 (@Nue96) (จากตอนที่ 17)
      2 มีนาคม 2562 / 04:48
      วิเคราะห์ได้ดีมากค่ะ เห็นด้วยอีก 1 เสียงค่ะ เย่
      #228-1
  14. #227 gaengordinary (@gaengordinary) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 03:30
    อ่านไปถึงประโยคที่ครีมบอกกับน่านว่า
    "เลขาครีมคนดีคนเดิมจะกลับมาแล้ว"

    รู้สึกตัวเองอินมาก แบบดีใจมากๆๆๆ เพราะชอบอ่านอะไรที่มันแฮปปี้ มีความสุขทั้งสองฝ่าย นี่เลยเป็นประโยคที่รอคอยมานาน เย้ :D
    #227
    0
  15. #226 ที่ระบายสีน้ำ (@kikapu33779) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 02:06
    เลขาคัมแบคค!!!
    #226
    0