เลขาร้าย เจ้านายรัก [Yuri]

ตอนที่ 13 : EP 13 - แสบ...ซน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 287 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

EP 13 


แสบ...ซน

 

 

            น่านฟ้าประหลาดใจไม่น้อยที่วันนี้ได้เห็นคริมามาทำงานแต่เช้า

 

            มาก่อนฉันซะด้วย? 

 

            น่านฟ้านึกในใจเช่นนั้น ขณะที่เหลือบมองอีกฝ่าย เลขาสาวอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำกระโปรงแดงวันนี้ แถมยังปล่อยเรือนผมนั้นยาวสยายลงมา ดูปราดเปรียวและพร้อมจะทำงานกว่าเคย หล่อนแต่งตัวอย่าง สวยพอดี ในแบบที่น่านฟ้าต้องการ...ไม่ได้เรียบร้อยเกินไปเหมือนในวันแรก และนั่นก็ทำให้น่านฟ้ารู้สึกพอใจไม่เบาแม้ว่าหล่อนจะไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา...และขณะที่ผู้บริหารสาวเดินมาถึงหน้าห้องของตน...คริมาก็ยืนรออยู่แล้ว

 

            “วันนี้คุณน่านมีตารางออกไปดูไซต์คอนโดThe Privilege ที่อารีย์ตอน 11​ โมงนะคะ หลังจากนั้นก็จะมีประชุม Catch up กับทีมบริหารอสังหาฯตอนบ่าย 3 แล้วก็...มีสัมภาษณ์ลงบทความ จากFinance Todayเรื่องแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยุค Technology Disruption (การเข้าแทรกแซงของเทคโนโลยี) ตอน 5 โมงค่ะ” 

 

            คริมารายงานเช่นนั้นด้วยสีหน้ายิ้มแป้น และนั่นก็ทำให้น่านฟ้าประหลาดใจไม่น้อย 

 

            “ไหนว่าจะไม่ทำงานให้ฉันไง...” 

 

            น่านฟ้าถามหยั่งเชิงแบบนั้น เพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือของเลขาตัวร้ายทำให้ผู้บริหารสาวระแวงไม่เบา แต่คริมาก็ทำเป็นยิ้มหวานหยาดเยิ้มใส่

 

            “แหม...ก็คุณจ้างฉันมาแล้วนี่นาฉันก็ควรจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จริงมั้ยค้า~” 

 

            แย่ละ...น่ากลัวกว่าเดิมอีก น่านฟ้านึกในใจอย่างเหงื่อตกหน่อยๆแบบนั้นเมื่ออยู่ดีๆคริมาที่กางกรงเล็บพร้อมตะกุยหล่อนราวกับแม่สิงโตสาวเมื่อวานนั้นอยู่ดีๆก็กลับมาพูดจาหวานจ๋อยใส่หล่อนแบบนี้...จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย...น่านฟ้านึกในใจอย่างระวังตัวแบบนั้นพลางมองคริมาอย่างพิจารณาหัวจรดเท้า แต่นั่นก็ไม่ทำให้อีกฝ่ายโวยวายหรือโมโหขึ้นมาเลย  

 

            “อืม...ก็ดี...” น่านฟ้าว่า พลางหยิบกุญแจห้องทำงานออกมา 

 

            กริ๊งๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงกระทบกันของพวงกุญแจ สายตาของคริมาก็เหลือบตามมามองที่กุญแจห้องของหล่อนทันที และน่านฟ้าก็รู้สึกได้ นั่นทำให้หล่อนยกมุมปากน้อยๆจนเกือบจะเหมือนกับยิ้ม แล้วลองค่อยๆดึงพวงกุญแจนั้นถอยหลังกลับมา...

 

            สายตาของคริมามองตามกุญแจห้องทำงานของหล่อน

 

            หึ...ว่าแล้วไหมล่ะ...ยัยตัวร้าย คิดจะทำอะไรอีก 

 

         น่านฟ้านึกในใจแบบนั้น แล้วหลิ่วตาน้อยๆ ก่อนจะขยับกุญแจนั้นเข้าตรงเข้าไปไขปลดล็อกห้องทำงานของตน คริมาก็มองตาม แต่เมื่อสังเกตได้ว่าน่านฟ้ากำลังมองอยู่ ฝ่ายนั้นก็หน้าแดงแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้...น่านฟ้าจึงหลิ่วตาใส่หล่อนอีกครั้ง ก่อนตั้งท่าจะเดินเข้าห้องไป...

 

            “เออะ...คุณน่าน...รับ...รับกาแฟไหมคะ!!” 

 

         คริมาเอ่ยถามอย่างนั้น 

 

            “ยังไม่ต้องตอนนี้...ฉันยังไม่อยาก...ขอบใจ ครีม” น่านฟ้าปฏิเสธเรียบๆก่อนจะเอ่ยต่อว่า “เตรียมรถตู้ให้ฉัน แล้วเธอก็เตรียมตัวด้วย เดี๋ยวเธอจะต้องออกไปดูไซต์คอนโดกับฉัน” 

 

            “ฉัน...ต้องไปด้วยเหรอคะ ให้ฉันอยู่เคลียร์งาน รับตารางงานให้คุณที่ออฟฟิศไม่ดีกว่าเหรอคะ...คุณน่านจะได้แบ่งเบาภาระ...” “คริมา...เธอเป็นเลขาฉัน ฉันไปไหน เธอก็ต้องไปด้วยหมดทุกที่...ไม่มีแต่...”

 

            น่านฟ้าแสร้งทำเสียงเข้มขึ้นมาแบบนั้น และนั่นก็ทำให้เลขาสาวจอมต่อล้อต่อเถียงหน้าจ๋อย...และเมื่อซีอีโอสาวว่าจบแล้วก็เดินเข้าห้องก่อนที่จะแอบหันกลับมามองอีกฝ่ายนิดๆ แล้วหล่อนก็เห็นคริมาชะเง้อคอตามมองหล่อนอย่างน่าสงสัย และพอโดนจับได้ว่ามองตาม คริมาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกรอบ...น่านฟ้าอมยิ้มน้อยๆ...เพราะเพียงแค่นั้น...หล่อนก็รู้แล้วว่าคริมาที่จู่ๆก็มาทำดีใส่หล่อนวันนี้ต้องการอะไร...

 

            น่านฟ้าเหลือบมองไปยังกรอบรูปเจ้าปัญหาที่ยังคงอยู่ในห้อง ที่คริมาดูสนอกสนใจตั้งแต่เมื่อวานนั้น...ก่อนจะยกมุมปากยิ้มออกมาน้อยๆ...

 

            หึ...ไม่ได้กินฉันง่ายๆหรอก...ยัยตัวแสบเอ๊ย

 

...

 

            ในที่สุด เลขาตัวร้ายจึงต้องมานั่งหน้าบูดหน้าเบี้ยวบนรถตู้ตรงที่นั่งข้างๆน่านฟ้า ขณะที่ซีอีโอสาวผู้เป็นเจ้านายของหล่อนเพียงแต่นั่งสไลด์ไอแพดดูข่าวธุรกิจอสังหาอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับจิบกาแฟจากแก้วกระดาษที่สั่งให้แม่บ้านลงไปซื้อมาไว้ให้แทนที่จะยอมให้เลขาสาวชงกาแฟแล้วยกเข้าไปให้ในห้อง...คริมาหงุดหงิดใจ...ดูก็รู้ว่าน่านฟ้ารู้ทันหล่อนและกำลังพยายามจะแก้เกมหล่อนทุกอย่าง และความรู้ทันหล่อนทุกอย่างของอีกฝ่ายก็ทำให้หล่อนยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ 

 

            หน็อยแน่ะ...ฝากไว้ก่อนเถอะ คริมานึกในใจหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้เพิ่งจะ 11 โมง อย่าคิดว่าเธอจะชนะฉันได้ไปทั้งวันล่ะเลขาสาวนึกในใจแบบนั้นขณะที่หลิ่วตามองน่านฟ้าซึ่งกำลังนั่งใช้นิ้วเรียวนั้นสไลด์ไอแพดของตนอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วพลันจู่ๆใจของหล่อนก็กลับไปนึกถึงคำพูดของเพื่อนๆเมื่อคืนโดยไม่ได้ตั้งใจ...

 

            “มันอาจจะเป็นรูปแกตอนเด็กๆก็ได้นะเว้ย”

 

            ตึกๆ ใจของคริมาเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียอย่างนั้น ขณะที่ลอบมองน่านฟ้า...หญิงสาวในวัยเดียวกันกับหล่อนนั้นรู้สึกได้ว่ากำลังถูกลอบมองจึงเงยหน้าขึ้นมองหล่อนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้คิดอะไร...และนั่นก็ทำให้คริมาหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

 

            อีกุ้ง...อีษา...อีพวกบ้า ทำไมต้องมาพูดให้คิดอะไรบ้าๆด้วยเนี่ย 

 

         คริมานึกในใจอย่างนั้นเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นั้น...แล้วหลบสายตาของน่านฟ้าไป

 

ไม่มีทาง...นังน่านไม่มีทางชอบฉันอย่างที่พวกมันชง!

 

คริมานึกในใจทั้งที่ใจเต้นตึกตักแล้วรีบสะบัดหน้าหนีหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ส่วนคนที่เงยหน้าขึ้นมามองแล้วเห็นหล่อนทำกระฟัดกระเฟียดอยู่กับตัวเองเช่นนั้นก็เพียงแต่เลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะส่งเสียง หึๆ ในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะยกริมฝีปากขึ้นนิดๆจนราวกับจะเห็นได้ว่าเป็นรอยยิ้มซึ่งไม่ค่อยมีใครได้เห็นมันบ่อยๆจากคนอย่างน่านฟ้า ภุมวานนท์

 

...

 

            “ก็เพียงแค่ลอง...หันมองหน่อย ฉันยังคอย แอบรอคอยเธออยู่ตรงนี้ และมี...รักเต็มปรี่ พร้อมยอมพลีแค่อยากมีรักสักที รออยู่ตรงนี้นะคนดี~” 

 

         เพลงของคนแอบรักที่แอบรอคอยให้คนที่รักหันกลับมามองกันซึ่งดังมาจากลำโพงรถที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของนิวาสิรีนั้นทำให้ดวงเดือนซึ่งกำลังนั่งอยู่เบาะที่นั่งข้างๆบนรถหน้างอคอแข็งขึ้นมาน้อยๆแล้วขยับตัวด้วยความอึดอัด เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นทั้งสารถีขับรถและดีเจคลื่นวิทยุจำเป็นนั้นกำลังหมายถึงหล่อน...

 

            นิวาสิรีแซวหล่อนเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

            เมื่อคืนวาน ตอนที่หล่อนชวนน่านฟ้าไปดินเนอร์ด้วย...ดวงเดือนลืมนึกไปสนิทว่านอกจากน่านฟ้าแล้วก็ยังมีนิวาสิรี...น้องสาวตัวแสบของอีกฝ่ายที่ยังคงอยู่ดึกด้วยที่บริษัทเพราะคำพูดของหล่อนเองที่เป็นบ่วงรัดคอ ทำให้อีกฝ่ายต้องอยู่ทำงานจนดึก และเมื่อดวงเดือนเก็บของออกจากห้องมาเพื่อที่จะไปดินเนอร์ต่อกับน่านฟ้า...หล่อนก็เจอกับนิวาสิรีที่นั่งหาววอดๆอยู่หน้าห้องทำงานของหล่อนเช่นนั้น...

 

            และแน่นอน ดินเนอร์ระหว่างหล่อนกับน่านฟ้าที่ควรจะเป็นเพียงแค่สองต่อสอง จึงกลายเป็นมีนิวาสีรีตามมาด้วยเป็นสาม

 

            เมื่อได้ทานข้าวร่วมกันสามคน สัญชาตญาณที่ไวระดับจิ้งจอกสาวของนิวาสิรีก็ทำงาน ทำให้น้องสาวของน่านฟ้ารับรู้ได้ทันทีว่าดวงเดือนนั้น มีใจ ให้กับน่านฟ้า...ไม่ว่าจะเป็นท่าทีขัดเขินประหลาดยามอีกฝ่ายเข้าใกล้ การยอมเออออห่อหมกไปเสียหมดกับน่านฟ้าจนแลดูเป็นผู้หญิงหัวอ่อนทั้งๆที่เวลาอยู่กับหล่อนกลับสั่งเอาๆของดวงเดือนนั้นก็ทำให้นิวาสิรีรับรู้แต่เนิ่นๆ และภายหลังจากที่ทั้งหมดกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน...เด็กสาวตัวแสบก็เดินตามดวงเดือนมาอย่างร่าเริงแล้วแอบกระซิบอีกฝ่ายเบาๆจากข้างหลังว่า...

 

            “พี่เดือนชอบพี่น่านใช่ม้า~” 

 

         และด้วยความที่ดวงเดือนไม่ทันได้ตั้งตัว อารามตกใจทำให้หล่อนเผลอกระโจนเข้าตะครุบริมฝีปากของนิวาสิรีเพื่อปิดมันเอาไว้ทั้งๆที่หน้าแดงเถือก...เท่านั้นเองเจ้าจิ้งจอกสาวตัวแสบก็รับรู้ได้แล้วว่าข้อสงสัยของหล่อนนั้นเป็นจริงขณะที่นิวาสิรีนั้นอมยิ้มมุมปากเมื่อดวงเดือนค่อยๆยอมปล่อยริมฝีปากของหล่อนออกมาอย่างขัดเขิน

 

            “ห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าน่านฟ้าเด็ดขาด...เข้าใจไหมคะ”

 

         ดวงเดือนบ่นอุบอิบเช่นนั้น และทำให้นิวาสิรีอมยิ้ม 

 

            “แต่ลับหลังพี่น่านพูดได้ใช่ไหม...”

 

         และหลังจากนั้นเด็กสาวตัวแสบก็แซวหล่อนเรื่องนี้ไม่เคยหยุดอีกเลย ตั้งแต่เช้าวันนี้ที่ดวงเดือนมาทำงาน จนกระทั่งตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ทั้งคู่จะต้องมุ่งหน้าไปยังไซต์ก่อสร้างคอนโดใหม่แถวอารีย์ที่น่านฟ้ากำลังจะเดินทางไปด้วยนั่นแหละ

 

            “อ้า...พี่เดือนไม่ชอบเพลงนี้เหรอคะ งั้นนิวเปลี่ยนก็ได้” 

 

            นิวาสิรีว่าอย่างอารมณ์ดีแบบนั้น ขณะที่เอื้อมมือไปเปลี่ยนเพลง 

 

            “ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก ไม่พูด ไม่กล่าว แล้วเขาจะรู้ว่ารักหรือเปล่า” 

 

         นิวาสิรีที่กำลังขับรถอยู่นั้นหันมาหาดวงเดือนแล้วยักคิ้ว ก่อนจะร้องออกมาเป็นเพลง 

 

            “น่านคงไม่แน่ใจ~“น้องนิว!” เมื่อนิวาสิรีเล่นแปลงเพลงเป็นเนื้อหาที่ตรงกับชีวิตหล่อนขนาดนั้น ดวงเดือนก็อดแหวขึ้นมาไม่ได้ และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะอย่างเอ็นดู 

 

            “โหย...อะไรกัน นี่นิวมีเพลย์ลิสต์เพลงแอบรักอีกเยอะเลยนะ ไม่อยากฟังหน่อยหรอคะ พี่เดือนคนสวย~” นิวาสิรีว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มหยาดเยิ้มให้กับอีกฝ่าย แต่ดวงเดือนก็หน้ามุ่ย 

 

            “พอเลย ถ้ารู้ว่าน้องนิวจะแกล้งพี่แบบนี้ พี่จะไม่นั่งรถน้องนิวอีกแล้ว!” 

 

            ดวงเดือนว่าอย่างนั้นทั้งๆที่ยังหน้างอ เพราะเมื่อครู่นี้หล่อนรีบมากจนไม่อาจจะรอรถตู้บริษัทไหวเพราะกลัวตามมาพบน่านฟ้าที่ไซต์ก่อสร้างย่านอารีย์ในวันนี้ไม่ทัน นิวาสิรีจึงอาสาเป็นสารถีขับรถให้เพราะอีกฝ่ายนั้นเอารถสปอร์ตมาจอดที่ทำงานทุกวันอยู่แล้ว ดวงเดือนเห็นว่าเป็นการดีเลยยอมขึ้นรถมาด้วย...แต่ก็มาโดนแซวเป็นคอมโบเซ็ตแบบนี้...

 

            “โอ๋ อย่างอนสิคะ นิวอุตส่าห์บิ้วท์ให้พี่เดือนบอกรักพี่น่านเร็วๆน้า~” 

 

            นิวาสิรีว่าอย่างนั้น ทำให้ดวงเดือนใจเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อย ขณะที่พยายามดึงสีหน้าเป็นปกติ แต่เจ้าของใบหน้าสวยหวานก็เชิดคอขึ้นมาเล็กน้อยทั้งๆที่แก้มยังระเรื่อสีชมพูเมื่อหล่อนเอ่ยถามนิวาสิรีออกมาอย่างหยั่งเชิงว่า...

 

            “น้องนิวมองว่าพี่เดือนกับน่านเหมาะกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

 

            ดวงเดือนเอ่ยถามเช่นนั้นทั้งๆที่ในใจยินดีไม่น้อยเมื่อรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากคนที่เป็นถึง น้องสาว ของน่านฟ้า...คนที่หล่อนทั้งรักและชื่นชม...และนั่นก็ทำให้นิวาสิรีส่ายหัวเบาๆพลางหัวเราะในลำคอน้อยๆขณะที่หล่อนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มร้ายๆว่า...

 

            “เปล่า...” 

 

            ดวงเดือนหน้าเจื่อนไป ขณะที่นิวาสิรีเหลือบตามองหล่อนยิ้มๆ

 

            “ยิ่งพี่เดือนบอกรักพี่น่านเร็วเท่าไหร่...พี่น่านก็จะได้ปฏิเสธพี่เดือนเร็วเท่านั้นต่างหาก...แล้วถึงตอนนั้น...นิวก็จะได้มีโอกาสกับพี่เดือนบ้างไง...”

 

         ว่า...ไง...นะ!! 

 

         ดวงเดือนนึกในใจ หล่อนทำตาโตแล้วอ้าปากจะเถียง แต่นิวาสิรีก็ยิ้มแสบก่อนจะรีบกดปุ่มเปิดประทุนให้รถยนต์ของหล่อนเมื่อไฟเขียวพอดีแล้วเหยียบคันเร่งให้รถสปอร์ตของหล่อนส่งเสียงบรื้นนน ดังลั่นขณะที่รถพุ่งไปข้างหน้าจนดวงเดือนต้องวี๊ดว้ายแล้วพยายามทรงตัวขึ้นมาอีกครั้งขณะที่หล่อนตะโกนใส่นิวาสิรีสุดเสียงว่า...

 

            “ฝันไปเถอะ!

 

         ดวงเดือนว่าอย่างนั้น ทำให้นิวาสิรีแกล้งยกมือขึ้นป้องหูแล้วยิ้ม 

 

“อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย” 

 

นิวาสิรีว่าเช่นนั้นแล้วยิ่งเร่งคันเร่งให้ดวงเดือนกรีดร้องเบาๆอีก แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอม 

 

“พี่บอกว่าฝันไปเถอะ!!นิวไม่มีทางมีโอกาสกับพี่!!” “ฮ๊ะ!!” “โอ๊ย!! นิว!!” 

 

ยิ่งดวงเดือนตะโกน นิวาสิรีก็ยิ่งแกล้งทำท่าป้องหูเหมือนไม่ได้ยินใส่อีกครั้งอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้วยิ่งเร่งคันเร่งให้ตัวเครื่องยนต์รถส่งเสียงดังให้ดวงเดือนยิ่งวี๊ดว้ายอีก เจ้าของเล็บสวยสีชมพูนั้นจิกลงบนเบาะหนังของรถสปอร์ตนิวาสิรีจนมันแทบจะขาดด้วยสีหน้าหวาดเสียว และนั่นก็ทำให้นิวาสิรีกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆอย่างมีความสุขเมื่อเห็นดวงเดือน เหมือนใจนึก อยู่ในสภาพเหมือนจะเป็นลม...

 

ได้เห็นคนสวยเสียอาการขนาดนี้มันสนุกชะมัดยาดเลยเว้ยแก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 287 ครั้ง

883 ความคิดเห็น

  1. #165 Slammer15 (@a21189s) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:05
    ได้ลุ้นทั้งสองคู่เลย 5555
    #165
    0
  2. #164 North Land (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:09

    พี่น้องคู่นี้ โคตรร้าย น่านฉลาดมาก

    ชนิดเลขาครีมกินไม่ลง รู้ทันไปหมด

    ส่วนนิวทำไมเจ้าเล่ห์แบบนี้สงสาร

    คุณเดือน เจ้าตัวแสบรู้จุดอ่อนจนได้

    แต่ชอบมากตรงที่จีบคุณเดือนตรงๆ

    นี่แหละ ชอบก็บอก ไม่อ้อมค้อมดี

    #164
    0
  3. #163 carismatic (@carismatic) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:04
    แสบกันทั้งหมด 5555555
    #163
    0
  4. #162 Piggy Fany (@love-miyong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:33

    จิ้งจอกแผลงฤทธิ์แบบคอมโบเซ็ท พี่เดือนรับมือให้ได้นะคะ 5555555 //ท้อมาก น่านฉลาดเกินไป หรือครีมไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ดี จะสำเร็จมั้ย คุณน่านเค้ารู้ทันไปหมดทุกเรื่องขนาดนี้ แอบดีใจที่ครีมกลับมาตั้งใจทำงานสักที (รึป่าว????) รอตอนต่อไปนะคะ❤️

    #162
    0
  5. #159 Sikaiina (@Sikaii13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:47
    แสบร้ายกันจริงๆ
    #159
    0
  6. #158 Nue96 (@Nue96) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:54
    แสบทั้ง 2 เลขาเลยค่ะ แสบคนละแบบ 55
    #158
    0
  7. #157 GARN9 (@GARN9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:07
    เลขาครีมแสบนะ แต่สู้พี่น่านไม่ได้ 555
    #157
    0