The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 41 : กรมพิธีการทูต - เรื่องเล่าวันราชาภิเษก (Ottanova)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

กรมพิธีการทูต 
Taeyeon & Tiffany in Ottanova 

               
          กลิ่นดอกไม้เขตร้อนของดินแดนบนหุบเขาโชยเข้ามาในห้องนอนที่หนาวเย็นโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ เสียงนกเสียงกาเริ่มร้องดังตั้งแต่เวลาหกโมงเช้า ทำให้เจ้าของร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นมา นักการทูตสาวตำแหน่งเลขานุการโทประจำสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ณ กรุงโซวาโน สาธารณรัฐออตตาโนว่าพยายามยันกายขึ้นมา แล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อพบว่ามีร่างบางๆอุ่นๆของใครบางคนนอนทับแขนของเขาอยู่ 

          ยังขี้เซาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... แทยอนคิดในใจอย่างมีความสุข เมื่อรู้สึกตัวว่า ทิฟฟานี่ คนรักของเขานอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกันแถมยังทับแขนเขาเอาไว้จนแทบขยับไม่ได้เสียนี่ แทยอนค่อยๆขยับตัวเข้าใกล้เธอ แล้วกระซิบข้างๆหูเบาๆ ให้คนขี้เซาได้ลืมตาขึ้นมา... 

          "ตื่นได้แล้ว... เธอคงไม่อยากพลาดวันสำคัญของเจ้าหญิงมิลันดาหรือใช่ไหม? ฮื้ม?" 

          แทยอนกระซิบ ทำให้ทิฟฟานี่ที่พยายามจะหลับตานั้นงัวเงียลืมตาขึ้นมา แล้วเบิกตาโพลง 

          "จริงด้วย! วันนี้วันราชาภิเษก (วันขึ้นครองราชย์) ของมิด้านี่นา!!" ทิฟฟานี่ร้องลั่น

          แทยอนหัวเราะเบาๆ เมื่อทิฟฟานี่สะดุ้งสุดตัว ลุกขึ้นมานั่งแล้วมองไปรอบๆ ราวกับกลัวมีอะไรผิดพลาด ทำให้เขาต้องโอบรอบแขนของเธอเบาๆ แล้วลูบปลอบคนในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน 

          "ฟานี่...ใจเย็นๆ ไม่เป็นไรหรอก เราเตรียมการทุกอย่างกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไงคะ" แทยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี อ้อมแขนอุ่นๆในยามเช้านั้น ทำให้ทิฟฟานี่ที่มัวแต่ตื่นตกใจ หันกลับมาสนใจ คนที่พยายามตระกองกอดเธอไว้ให้หายตื่นเต้นได้เป็นปลิดทิ้ง 

          "มีฉันอยู่ทั้งคน ยังกังวลอะไรอีก หืม?" แทยอนกระซิบเบาๆ แล้วจุมพิตที่แก้มขาวนวลของทิฟฟานี่ ซึ่งลมหายใจอุ่นๆของเขาก็ทำเอาสีนวลนั้นรื้นขึ้นมาด้วยเลือดฝาดแดงระเรื่อ 

          "โธ่แทแท...งานนี้เป็นงานใหญ่มาก งานที่มิด้ารอมาทั้งชีวิต ถ้าฉันเกิดผิดพลาดขึ้นมา..." 

          ทิฟฟานี่แม้จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะท่านเลขานุการโท "แทแท" เล่นคลอเคลียอยู่ข้างแก้มไม่ห่าง ก็ยังคงยืนยันถึงความกังวลของเธอ ทำให้แทยอนส่ายหัวแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะประคองแก้มของเธอให้หันมามองหน้ากัน... สายตาเอ็นดูของเขาทำให้ทิฟฟานี่รู้สึกเป็นเด็กๆทุกครั้ง 

          "Double Check (เช็คสองรอบ), Triple Check (เช็กสามรอบ)... ลองทบทวนดู..." แทยอนกำลังจะพูดต่อ 

          "ถ้าจำไม่ได้ก็เช็คอีกรอบ... รู้แล้วค่ะ คุณบอกฉันจนติดอยู่ในสมองแล้ว..." ทิฟฟานี่พูดแทรกขึ้นมาแทน เพราะมันเป็นคำพูดที่แทยอนที่เคยประจำอยู่กรมพิธีการทูตที่ต้องอาศัยความ "เป๊ะ" ตลอดเวลา พร่ำบอกเธอเสมอ ตั้งแต่ทั้งสองคนตกลงปลงใจคบหากันเป็นแฟนจริงๆจังๆ และแทยอนได้ออกโพสมาประจำการอยู่ ณ ออตตาโนว่า แทยอนกับเจ้าหญิงมิลันดา พระองค์หญิงแห่งออตตาโนวา เพื่อนสนิทของเธอก็ดูเหมือนจะแอบมีข้อตกลงอะไรกันอย่างลับๆ ที่ช่วยรักษาตำแหน่ง "ผู้ติดตามส่วนพระองค์" ของเธอเอาไว้ได้ หลังจากข้อผิดพลาดที่เธอทำไว้ในเกาหลีใต้

          แทยอนช่วยดูแล ตรวจเช็คความเรียบร้อยทุกอย่างของงานเธอ ในขณะเดียวกัน เธอก็มีหน้าที่ช่วยสอนท่านเลขานุการโทคนใหม่เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมประเพณีของชาวออตตาโนว่า แม้กระทั่งสอนการขี่ลาซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติ เพราะประชากรออตตาโนว่าเกือบ 80% ใช้ลาเป็นพาหนะ ซึ่งแปลว่าถนนในเมืองที่ออตตาโนว่านั้นแทบไม่มีรถยนต์เลย 

          แม้จะลำบากและขลุกขลักเล็กน้อย แต่แทยอนก็ดูสนุก...ที่ไหนที่มีทิฟฟานี่ แทยอนก็มีความสุขหมดนั่นแหละ อันที่จริงแล้ว แม้จะโดนลาเหวี่ยงเอาหลายรอบจนน่ากลัว แต่ความใจดีของทิฟฟานี่ก็ทำให้เจ้าลาของแทยอนหายพยศได้ สายตาเวลาที่เขาลอบมองเธอจึงยิ่งอ่อนโยนและมีความหมายมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก.... ยิ่งทำให้เวลาที่ทิฟฟานี่บังเอิญเผลอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา... มันทำให้เขินเสียยิ่งกว่าตอนแรกๆที่เขาชอบเธอใหม่ๆด้วยซ้ำ

          จะว่ายังไงดีล่ะ? ... เรียกว่า รักเพิ่มมากขึ้นทุกวันสินะ.... 

          แม้จะต้องผละจากอ้อมกอดของเขา แต่แทยอนก็ยังแกล้งยื้อและหอมแก้มเธออีกสักรอบ จนทิฟฟานี่ต้องค้อนใส่เขา "แทยอนจอมหื่น!!" นี่คงเป็นฉายาใหม่สำหรับเขา เพราะตั้งแต่ทั้งสองย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้านพักสถานทูต... แทยอนก็แทบไม่เคยปล่อยให้แก้มของเธอเหงาเลย เขาชอบหอมแก้มเธอนัก ไม่รู้ว่าทำไม.... 

          "ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะ" แทยอนกระซิบทิ้งท้าย แล้วยอมปล่อยมือเธอในที่สุด 

          "ก็ใครกันล่ะ ไม่ยอมปล่อยให้ลุกเนี่ย" ทิฟฟานี่ค้อนเขา ทำให้แทยอนหัวเราะเบาๆอีกครั้งหนึ่ง 

... 

          พระราชวังโซวาโน พาเลส ยิ่งใหญ่ตระการตาไปด้วยกองพันทหารม้า และทหารลา และอูฐ 
ซึ่งเป็นกองทหารประจำประเทศออตตาโนว่า บรรดาแขกเหรื่อ ข้าราชการ รวมทั้งผู้นำประเทศต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาร่วมงานพระราชพิธีราชาภิเศกอย่างคับคั่ง แทยอน และท่านทูตโจซอน ฮวัง ในฐานะตัวแทนสาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) ก็ต้องเข้าร่วมพิธี และต้อนรับท่านประธานาธิบดีอีกด้วย 

          ท่านทูต โจซอน ฮวัง เป็นผู้ชายใจดี เขามักให้ความช่วยเหลือและเอ็นดูแทยอน และช่วยสอนงานเสมอ และเมื่อทราบว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกสาวก็แสดงความยินดี ทำให้ชีวิตการทำงานของแทยอนในออตตาโนวาเป็นไปอย่างค่อนข้างราบรื่น วันนี้ทั้งสองก็ต้องยืนขาแข็งด้วยกันเพราะต้องช่วยอำนวยความสะดวกและติดตามท่านประธานาธิบดี แต่ท่านทูตโจซอน ก็ดูจะไม่เหน็ดเหนื่อย ยังคงยิ้มแย้มร่าเริง จนแทยอนแอบคิดในใจไม่ได้ว่า รู้แล้วว่าทิฟฟานี่ได้ความร่าเริงและการมองโลกในแง่ดีแม้จะเป็นวันที่เหนื่อยล้า 

          เมื่อทั้งหมดผ่านหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้าไปถึงเขตพระราชฐานชั้นในในฐานะพระราชอาคันตุกะ ที่จะมาร่วมในงานฉลองราชาภิเษก แทยอนก็ชะโงกหน้าผ่านห้องโถงท้องพระโรงขนาดใหญ่เห็นคนรักของเขา (และลูกสาวคนเล็กของท่านทูตโจซอน) กำลังยืนตรวจเช็คความเรียบร้อยของแถวขบวนอยู่

          วันนี้ทิฟฟานี่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของแถวขบวนพิธีอัญเชิญมงกุฎกับคุณแม่ผู้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ใหญ่ เธอแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติออตตาโนว่า เป็นส่าหรีม่วงเข้ม สีหน้าดูซิเรียสจริงจัง และเป็นสีหน้าแบบที่แทยอนชอบ ทิฟฟานี่ดูละเอียดขึ้นกว่าแต่เก่า ลืมโน่นลืมนี่น้อยลง ซึ่งมีหลายคนแอบมากระซิบบอกให้ได้ชื่นใจว่าเป็นเพราะมีเขาคอยดูแลอยู่ไม่ห่างนั่นเองแทยอนเองก็อดปลื้มไม่ได้เมื่อเห็นทิฟฟานี่เป็นที่ยอมรับมากขึ้นของทุกคนในราชสำนัก เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ติดตามส่วนพระองค์ 

          เจ้าฟ้าชายอีริค และ เจ้าหญิงมิลันดา เดินเคียงคู่กันมาในชุดเครื่องราชอิสรยาภรณ์เต็มยศ นี่เป็นครั้งแรกที่แทยอนได้เห็นคู่รักคู่นี้ใกล้ๆ ทั้งสองดูสดใสและงดงามเคียงคู่กัน เจ้าหญิงมิลันดาที่แทยอนเคยเห็นแล้วทรงดูมีพระหฤทัยเบิกบาน ทอดพระเนตรมองบุคคลที่อยู่เคียงข้างด้วยสายตามั่นใจ เฉกเช่นเดียวกันที่เจ้าชายอีริคทรงทอดพระเนตรเหลือบมองเจ้าหญิงมิลันดา แล้วแย้มพระสรวลบางๆ สายตาคมเข้มด้วยเชื้อแขกขาวของพระองค์มองตรงมาที่พระชายา มีความหมายเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายมองท่าน

          สายตาที่มองกันนั้นช่างอบอุ่นและอ่อนโยน ... 

          หลังจากที่พระเจ้าโรเซนดาลห์ พระบิดาของเจ้าหญิงมิลันดา ทรงสละพระราชบัลลังก์ หลังจากแทยอนมาประจำการได้สองวัน ชีวิตทิฟฟานี่ซึ่งทำงานในราชสำนักก็มีแต่การเตรียมงานพิธีสำหรับวันนี้ ซึ่งเธอก็ได้คำแนะนำทางด้านพิธีการจากแทยอนไปเยอะแยะ เขาเฝ้ามองทิฟฟานี่ทำงานด้วยความเป็นห่วงเป็นใยตลอดมา... คงเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เจ้าชายและเจ้าหญิงมีให้กันตอนนี้ 

          สายตาที่มองคนที่ตั้งใจ...จะใช้ชีวิตร่วมกัน และเคียงข้างกันไป ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือสุข 

          เมื่อเสียงดนตรีบรรเลง ขบวนแห่มงกุฎตามประเพณีออตตาโนวาที่ทิฟฟานี่และคุณแม่ของเธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ช่วยเตรียม ก็ค่อยๆเคลื่อนผ่านท้องพระโรง แทยอนเหลือบไปเห็นทิฟฟานี่ที่ดูมุ่งมั่นตั้งใจ อัญเชิญคทาทองคำอันเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์โซวาโน เธอเหลือบมามองเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาเหมือนขอกำลังใจ ทำให้แทยอนยิ้มส่งให้เธอไปบางๆ .... 

          เสียงประกาศเป็นภาษาออตตาโนวาโบราณสลับกับเสียงพากย์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้แขกเหรื่อที่ร่วมงานรับรู้ด้วย บ่งบอกว่าได้เวลาที่บาทหลวงจะมอบมงกุฎให้แก่เจ้าชายและเจ้าหญิง และประกาศชื่อของทั้งสองพระองค์เป็นทางการ เพื่อราชาภิเศกทั้งสองพระองค์ขึ้นเป็น "กษัตริย์" และ "ราชินี" ของออตตาโนวา.... 

          "งานเสร็จแล้ว..." แทยอนเดินเข้าไปกระซิบกับทิฟฟานี่ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ส่งเสียงสรรเสริญและปรบมือ เขาหาเธอเจอ และเมื่อแทยอนแตะแขนเธอ ทิฟฟานี่ที่แอบปาดน้ำตาเงียบๆก็โผเข้ากอดเขา ... 

          แทยอนยิ้มบางๆ ทิฟฟานี่ไม่มีคำพูดอะไรออกมาสักคำ แต่เขาก็รู้ว่าเธอตื้นตันใจ และดีใจกับเพื่อนสนิทตั้งแต่เล็กๆ อย่างเจ้าหญิงมิลันดา แทยอนจึงได้แต่กอดเธอไว้แล้วลูบหัวเธอเบาๆ สักพักเธอก็ปล่อยอ้อมแขน แล้วมองหน้าเขายิ้มๆ ... 

          "ขอบคุณแทแทด้วยนะคะ... ถ้าไม่มีแท งานวันนี้คงไม่สำเร็จออกมาได้แบบนี้" ทิฟฟานี่เอ่ยกับเขา 

          "ฮึ?? ฝีมือฟานี่เองทั้งนั้น จะมาบอกว่าเป็นฝีมือฉันได้ยังไง..." ถึงจะพูดอย่างนั้นแทยอนก็ยิ้มหน้าบาน 

          "ก็มีแทเป็นที่ปรึกษาคนเก่งไง..." ทิฟฟานี่ว่า ทำให้แทยอนหูแดงเล็กๆ 

          แขนทั้งสองควงกันแนบแน่น เช่นเดียวกับแขนของพระราชาและพระราชินีองค์ใหม่แห่งออตตาโนวา พระราชินีมิลันดา ทอดพระเนตรมองมายังทิฟฟานี่ แล้วแย้มพระสรวลให้เพื่อนสนิทอีกครั้ง  คู่รักสองคู่ในท้องพระโรงครั้งนี้ดูจะแช่มชื่นภายหลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายมาด้วยกัน แต่ในใจของบุคคลทุกคนที่มีรักก็เชื่อว่า...พวกเขาจะควงคู่จับมือกันฝ่าฟันจนผ่านพ้นไปจนได้... 

...

          "คิดอะไรอยู่คะ?" เสียงหวานดังขึ้นทำให้แทยอนที่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตื่นจากภวังค์ ทั้งสองกำลังนั่งแช่เท้าในน้ำตกวอลดูรี แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของออตตาโนว่า หลังจากเหนื่อยล้ากรำงานหนักมาหลายอาทิตย์เพื่อเตรียมงานพระราชพิธีราชาภิเศก แทยอนและทิฟฟานี่ก็ได้โอกาสขอหยุดงานมาพักผ่อนกันแบบสองคนบ้าง.... 

          "คิดว่า....ไปเล่นน้ำกันเถอะ!!" แทยอนทำสีหน้าซุกซน แล้วกระโจนลงน้ำ ทำให้ทิฟฟานี่ร้องวี๊ดว้าย เมื่อน้ำใสสะอาดจากน้ำตกกระเด็นใส่เสื้อผ้าเธอ 

          "ตายแล้วแท...เปียกหมดเลย!" ทิฟฟานี่ส่งเสียงร้องไม่พอใจเล็กน้อย แต่หน้าหงิกๆของเธอก็ค่อยๆคลายลง เมื่อแทยอนว่ายท่าลูกหมาตกน้ำเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาที่เปียกโชกแลดูน่ารักน่าเอ็นดูจนเธอโกรธไม่ลง... 

          "มาน่า... มาเล่นน้ำกัน...นะ" แทยอนแกล้งกระตุกชายกระโปรง ทำให้ทิฟฟานี่ทำหน้างอ 

          "ไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยนน่ะ" ทิฟฟานี่ว่า 

          "ไม่เป็นไร...ขี่ลากลับเดี๋ยวก็แห้งแล้ว" แทยอนว่า ทำให้ทิฟฟานี่ค้อนเอาใหญ่ สุดท้ายก็ยอมหย่อนตัวลงน้ำจนได้ แทยอนหัวเราะชอบใจเมื่อกระโปรงของทิฟฟานี่บานออกเมื่อโดนน้ำ ทำเอาเธอดูเหมือนแมงกระพรุน เลยทำให้สาวเจ้าค้อนเอาอีกจนได้ ... แต่แทยอนก็ยิ้มอ่อนๆ แล้วมองหน้าเธอ 

          "อยากรู้มั้ยคะ เมื่อกี๊ฉันคิดถึงอะไร?" แทยอนเอ่ยถาม แล้วดึงแขนทิฟฟานี่ให้เข้ามาใกล้ 

          "คิดถึงพระองค์ท่านอีริค กับพระองค์หญิงมิลันดาน่ะ..." แทยอนว่า ทำให้ทิฟฟานี่ขมวดคิ้ว 

          "ทำไมละคะ?" เธอเอ่ยถาม ทำสีหน้าไม่เข้าใจอย่างที่เธอชอบทำเสมอ 

          "ท่านทั้งสองจะต้องครองราชย์เคียงข้างกันไปอีกนาน ต้องเจออะไรอีกตั้งมากมาย ก็เหมือนเราทั้งสองคนไง...." แทยอนว่า ก่อนจะดึงมือของทิฟฟานี่มาแนบอกของเธอไว้

          "อะไรกัน อยู่ดีๆก็พูดขึ้นมา" ทิฟฟานี่แก้เขินได้เพียงเท่านั้น แต่แทยอนก็จุมพิตบนมือเธอเบาๆ ทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงอีก แต่ก็ไม่ปล่อยมือไปไหน... 

          "จากนี้ชีวิตฉันยังคงต้องเดินทางอีกไกลเลยนะ...และฉันก็ดีใจที่จะมีเธอร่วมทางไปด้วยนะ ฟานี่..." แทยอนเอ่ยอย่างจริงจัง ทิฟฟานี่มองหน้าเขาเขินๆ แล้วก็หน้าแดงขึ้นมา ไม่ได้ตอบอะไร แทยอนค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ แล้วจุมพิตบนหน้าผากของเธอเบาๆ ... แรงดันน้ำยกร่างของแทยอนให้สูงขึ้นได้ ทำให้ทิฟฟานี่หน้าร้อนผ่าว แล้วแกล้งค้อนใส่เขายกใหญ่ 

          "ที่แท้อยากให้ลงน้ำมาด้วยก็เพราะอยากทำอย่างนี้นี่เอง...เวลาปกติสูงไม่ถึงใช่ไหมล่ะ" ทิฟฟานี่ว่า เพราะคนรักแม้จะมีความสูงเท่ากัน แต่ดูตามปกติแล้วก็ยังดูเหมือนร่างเล็กกว่า แทยอนหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วมองทิฟฟานี่ด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ 

          "แล้วชอบไหมล่ะ?" แทยอนเอ่ยถาม ทำให้ทิฟฟานี่หน้าแดงขึ้นมาอีกครา ... 

          "ไม่รู้..." ทิฟฟานี่ว่า แล้วเสมองไปทางอื่น 

          "แนะ?" แทยอนแกล้งแหย่ ทำให้ทิฟฟานี่หันมาถลึงตาใส่เขา จะนานแค่ไหนก็ไม่เคยเอาชนะคนขี้แกล้งแถมยังชอบกดดันคนนี้ได้สักที

          "ชอบ..." ทิฟฟานี่ว่า ทำให้แทยอนหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วแกล้งโบกน้ำใส่เธอ ทิฟฟานี่ก็รีบรับคำท้าสงครามน้ำโดยการโบกน้ำกลับใส่แทยอนทันที.... 

          ทั้งสองเล่นกัน และหัวเราะกันจนเสียงหัวเราะสะท้อนก้องไปทั่วหินผาของน้ำตกวอลดูรี ที่จะเป็นพยานแห่งความรักให้ทั้งสองคนว่า ไม่ว่าจะนานเท่าไร หรือจะมีอุปสรรคอะไร ทั้งสองคนก็จะยังคงยืนยันที่จะเคียงข้างไปแบบนี้... เช่นในนาทีนี้ตลอดไป.... 

--------The End ---------------- 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

103 ความคิดเห็น