The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 38 : กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย - EP 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

EP 8 

          เช้าวันรุ่งขึ้น เจสสิก้ามีโอกาสได้ตื่นตามเวลาปกติ เพราะเวลาเข้างานคือเก้าโมงครึ่ง แม้จะไม่ชอบการตื่นเช้า แต่เธอก็ทำจนชินเสียแล้วตั้งแต่เข้ามาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ และเธอก็รู้สึกโชคดีที่วันนี้ สามารถยืดเวลาให้เธอตื่นสายขึ้นมาได้อีกหน่อย ... 

          เผลอคิดถึงเมื่อคืน... แสงเทียน บทเพลง สายตาของซอฮยอน เธอก็รู้สึกแปลกๆในใจ ยิ่งตกใจเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย... เจสสิก้ายิ่งอยากซุกหน้าตัวเองลงกับหมอนด้วยความอับอาย... ไม่อยากจะยอมรับว่าเธอคิดอะไรกับเขาจริงๆ 

          แต่ก็นั่นแหละ ... อุ้งมือที่อบอุ่นของเขาตอบหัวใจเธอได้ทุกอย่าง ทันทีที่เขาจับมือเธอ เธอก็แทบไม่อยากจะปล่อยมือเขาเลย ยิ่งรู้อย่างนั้นยิ่งลำบากใจถึงสถานะของเธอกับคุณซอฮยอน... 

          ตอนที่เจสสิก้าตัดสินใจขอให้คุณซอฮยอนแกล้งเป็นแฟนให้เธอนั้น เธอแค่เพียงรู้สึกว่าเขาเป็นตัวเลือกที่น่าจะปลอดภัยที่สุด... เขาเป็นคนดี ซื่อตรง และพร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นทันทีโดยไม่ต้องร้องขอ แต่พอเขาตัดสินใจช่วยเหลือเธอจริงๆ...เขากลับทำ "ดี" จนเกินหน้าที่ไปเสียเยอะ 

          เยอะไปจนเธอเผลอใจให้เขาเสียแล้ว... 

          คิดแค่ถึงตรงนี้ เจสสิก้าก็เผลอเอื้อมมือขึ้นมาจับตรงหัวใจของตัวเอง มันเต้นแรงดังชัดถนัดถนี่... แต่เสียงที่ดังชัดเจนกว่านั้น คือเสียงอะไรบางอย่างจากข้างนอก ทำให้เจสสิก้าขยับไปเปิดม่านหน้าต่างอย่างสงสัย เสียงกระทะและกลิ่นหอมที่อบอวลลอยมาตามอากาศ บ่งบอกราวกับว่ามีการทำอาหารอยู่ที่เรือนข้างๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอตาโตก็คือร่างของคนสองคนที่โผล่พ้นหน้าต่างห้องครัวของเรือนข้างๆ... 

          เจสสิก้ากระโดดแผล็วออกจากเตียง รีบคว้าผ้าพันคอแล้วพุ่งออกไปเผชิญอากาศหนาวเหน็บข้างนอกทันที ประตูของเรือนนั้นเปิดกว้างอยู่ ส่งผลให้กลิ่นอาหารหอมฟุ้งลอยออกมาถึงข้างนอก... เจสสิก้ารีบเดินเข้าไปในห้องครัวนั้นก็พบว่าซอฮยอนและลีรยองกำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ในครัว 

          "โอ๊ย...อู้ยย.." ซอฮยอนร้องเพราะน้ำมันในกระทะที่กระเด็นมาเกือบโดนตัวเขา 

          "ระวังนะคะพี่ซอ" ลีรยองเอ่ยพลางหัวเราะ แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ซับเหงื่อให้เขา 

          "เวลากระทะร้อนๆพี่ต้องลดไฟลงอย่างนี้ค่ะ..." ลีรยองว่า แล้วลดไฟลงให้เขา 

          "โห...อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณมากนะคะ" ซอฮยอนว่าแล้วยิ้มตาหยีให้กับเธอ 

          ไม่ไหวแล้ว!! เจสสิก้าคิดในใจ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ... 

          "หอมจังเลยนะคะ...ทำอะไรกันอยู่เอ่ย!" เจสสิก้าส่งเสียงดังแล้วโผล่หน้าเข้าไป ทำให้ทั้งสองคนหันมามองเธอด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนที่ซอฮยอนจะหัวเราะออกมา 

          "คุณลีรยองเขาอาสาสอนฉันทำอาหารน่ะคุณ ฉันไม่เคยทำมาก่อน เห็นว่ามันน่าสนุกดี แต่ยากเอาการเลยนะ" ซอฮยอนว่า เหงื่อของเขาหยดไหลลงมาอีก ทำให้ลีรยองรีบซับให้เขา ภาพนั้นทำเอาเจสสิก้าแทบจะกรีดร้องออกมา แต่ก็ทำไม่ได้ เธอได้แต่พยายามยิ้ม ที่ดูเหมือนจะเป็นการฉีกยิ้มเสียมากกว่า 

          "ฉันเห็นว่าเราสองคนมาอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีใครทำอาหารเป็นเลย เราคงอดตายกันน่ะ ฉันก็ทำอาหารไม่เป็น...ไว้ทำเป็นแล้วฉันจะไปสอนคุณอีกทีนะ..." ซอฮยอนว่าอย่างใจดี เขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าเจสสิก้าพยายามกลบเกลื่อนอะไรไว้ภายใต้รอยยิ้มบ้าง .. 

          "เอ้อ แล้ว .. แล้วอยู่กันสองคนเหรอคะ? คุณจุนโฮละคะ คุณจุนโฮไปไหน?" เจสสิก้าว่าแล้วพยายามสอดส่ายสายตาหาจุนโฮ 

          "เอ๊ะ? คุณเจสสิก้ามาแปลกนะคะวันนี้ ถามหาคุณจุนโฮด้วย?" ลีรยองขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ 

          "อ่..เอ่อ ก็แค่แปลกใจน่ะค่ะ ปกติเรือนนี้คุณลีรยองอยู่กับคุณจุนโฮ ก็เลยสงสัยว่าคุณจุนโฮไปไหน..." เจสสิก้าพยายามหาคำพูดที่รับรองการกระทำและท่าทางแปลกๆของเธอให้ได้มากที่สุด แต่ลีรยองก็ยังคงขมวดคิ้ว 

          "เขาออกไปซื้อน้ำน่ะค่ะ วันนี้เราจะทานอาหารเช้าด้วยกัน..." ลีรยองตอบเท่านั้น 

          ซอฮยอนยิ้มขณะพยายามเขี่ยข้าวผัดกิมจิอย่างง่ายที่ลีรยองสอนให้เขาทำเป็นอย่างแรกในชีวิต แล้วเงยหน้ามองเธอสายตาเขาที่มองเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง...คือไม่ได้รู้เรื่องอะไรเหมือนเดิม เจสสิก้าต้องทนมองทั้งสองหัวร่อต่อกระซิกและช่วยกันจัดจานอย่างสนุกสนานด้วยความลำบากใจ เมื่อจุนโฮกลับมาถึง ทุกคนก็เริ่มรับประทานอาหารเช้ากัน โดยที่เขาพูดกับเจสสิก้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด 

          ซอฮยอนมานั่งข้างๆเธอ แต่ลีรยองก็นั่งตรงกันข้ามกับเขา นั่นทำให้บทสนทนาถูกฉกฉวยไปโดยลีรยอง เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้น "ทำการบ้านมาดี" ลีรยองรู้ว่าซอฮยอนทำอาหารไม่เป็น รู้ว่าซอฮยอนสนใจเรื่องอะไรบ้าง บทสนทนาเหล่านั้น เจสสิก้าจึงรู้สึกเป็นส่วนเกินจึงได้แต่นั่งเงียบๆ มองเขาคุยกันอย่างปวดใจ 

          "รุ่นพี่ซอฮยอนเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านอัยการ ซอ จูวอนเลยเหรอคะ ทำไมไม่เป็นทนายหรือสอบอัยการละคะ?" ลีรยองยังจ้อไม่หยุดซอฮยอนก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ 

          พูดเยอะเป็นบ้าเลย... ซอฮยอนแอบคิดในใจ ภายใต้ท่าทีสุภาพของเขา ยังคงรักษามารยาท 
ด้วยการยิ้มรับบ้าง ตอบรับบ้าง ความสนุกสนานจากการคุยกับลีรยองเมื่อวานตอนเดินท่องเที่ยวรอบเมืองเริ่มหายไป เขากลับรู้สึกแปลกๆในการคุยกับลีรอง เหมือนเธอกำลัง "พยายาม" ที่จะคุยกับเขามากเกินจำเป็น และนั่นก็ทำให้คนอย่างเขาเริ่มอึดอัด 

          คนข้างๆกายเขาอีกเล่า ปกติจะเป็นคนชอบพูดแท้ๆ ไฉนตอนนี้กลับเงียบงัน ซอฮยอนเหลือบมองเจสสิก้า หวังว่าเธอจะพูดอะไรออกมาบ้าง แต่เธอกลับก้มหน้าก้มตาทานอาหารเช้าฝีมือเขาอย่างตั้งใจ บรรยากาศเหมือนเมื่อวานตอนเย็นตอนที่ดินเนอร์กับท่านทูตจองและเหล่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่น้อย 

          เดี๋ยวก็พูดเยอะร่าเริง เดี๋ยวก็เงียบ เดี๋ยวก็ร้องไห้ ... เขาไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริงๆให้ตาย... 

          แต่ถึงจะไม่เข้าใจ ... แต่เขากลับรู้สึกร้อนใจเสมอ... เธอจะรู้บ้างไหมว่าแค่ท่าทีที่เปลี่ยนไปนิดเดียวของเธอก็ทำให้เขารู้สึกกังวล 

          "อร่อยไหม ฝีมือฉัน?" ซอฮยอนเอ่ยถามเจสสิก้า หวังว่าจะสร้างประโยคสนทนาอะไรระหว่างทั้งคู่บ้าง 

          เจสสิก้ายังคงนิ่งเงียบ และก้มลงเขี่ยอาหารบนจานเหมือนกำลังคิดอะไรคนเดียว 

          "คุณเจสสิก้า?" ซอฮยอนลองเรียกชื่อเธอ และมันก็ได้ผล เธอสะดุ้งแล้วเงยหน้ามองเขา 

          "เอ่อ...ขอโทษค่ะ ว่ายังไงนะคะ..." เจสสิก้าทวนถาม ทำให้เขาเลิกคิ้วนิดๆ 

          "คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ?" ซอฮยอนเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา สีหน้าบ่งบอกว่าเขากังวล 

          "อ้อ ..เปล่าหรอกค่ะ ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกังวลนะคะ" เจสสิก้าเงยหน้าแล้วยิ้มให้เขา

          ยิ้มฝืดฝืนอย่างนั้นเนี่ยนะไม่เป็นไร...ซอฮยอนคิดในใจอย่างต่อต้าน ภายใต้การ "ไม่พูดอะไร" ของเขา ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่รู้สึก และไม่รู้จักสังเกตสังกาอะไร แต่ซอฮยอนเป็นพวกรอสังเกตให้แน่ใจก่อนต่างหาก ยิ่งเห็นสีหน้าของเธออย่างนั้นเขายิ่งไม่สบายใจเลย... 

          ทานอาหารเช้าเสร็จก็ไม่มีโอกาสได้พูดกัน เพราะต่างคนต่างต้องเร่งรีบเตรียมตัวเพื่อเข้าทำงานในวันแรก ท่านเลขานุการเอก โจ ยุนโฮ มารับพวกเขาที่หน้าเรือนและพาพวกเขาไปยังภายในตัวสถานเอกอัครราชทูต วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศน์วันแรกของข้าราชการแรกเข้า ทำให้เจสสิก้า จุนโฮ และ ลีรยองต้องตามท่านยุนโฮไป ส่วนซอฮยอนนั้น ถึงเวลาที่เขาจะต้องแยกไปเตรียมงานทางด้านเอกสารกฏหมายและเริ่มประชุมในวันแรก ทั้งสองจึงต้องแยกกัน... แต่ซอฮยอนก็มองตามเจสสิก้าไปจนสุดทาง แม้ว่าเธอจะไม่หันมามองเขาเลยก็ตาม 

          งานที่สถานเอกอัครราชทูตกรุงเฮกนั้นยุ่งจัด เพราะอีกไม่กี่วันก็จะขึ้นศาลโลกแล้ว ซอฮยอนพยายามรวบรวมสติและหยิบแว่นตาขึ้นมา อ่านร่างกฏหมายที่เหลือเพื่อปิดช่องว่าง รวมทั้งสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาสากลของการตัดสินคดีความโลก ที่เขาจำเป็นต้องพูดเพื่อแก้ต่างแต่ยิ่งพยายามอ่าน พยายามจำ และพยายามมองตัวอักษรให้เป็นตัวอักษร...แต่มันก็กลับกลายเป็นใบหน้าของคนๆหนึ่ง 

          "ซอ จูฮยอน! รวบรวมสติตัวเองหน่อยสิ!! เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ... ทำไมต้องเป็นห่วงเขาขนาดนั้นด้วย" 

          ซอฮยอนบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด เขาพยายามรวบรวมสติตัวเองหลายครั้ง แต่ใบหน้ากับท่าทางของผู้หญิงคนนั้นก็ลอยเข้ามาบดบังทุกครั้ง... คำถามในหัวที่ว่า ...เธอเป็นอะไร? ... เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? วนไปวนมาในหัวจนซอฮยอนไม่สามารถจับใจความอะไรจากเอกสารตรงหน้าได้... 

          "จูฮยอน...จูฮยอน...จูฮยอน!!" 

          ซอฮยอนเรียกชื่อตัวเองพลางก้มหน้าลงกับโต๊ะทำงานแล้วกุมขมับ... เจสสิก้า จอง... ก่อนที่เขาจะได้พบกับเธอ ชีวิตของเขาสงบนิ่งและคาดเดาได้เสมอ ตั้งแต่เธอเข้ามา กลับมีแต่เรื่องสนุกสนาน ตื่นเต้น แถมยังรู้สึกไม่มั่นคงจนเขาเองลำบากหลายครั้ง และในเวลานี้ ตัวเองเป็นอะไร เขายังไม่รู้ เขาไม่สามารถจะควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป 

          ได้แต่นึกถึงเพื่อนๆอีกสามคน อยากให้แทยอน ยูริ และยุนอาอยู่ที่นี่เวลานี้เหลือเกิน 

          ซอฮยอนอยากจะเปิดคอมพิวเตอร์แล้ววีดีโอคอลหาเพื่อนๆเหมือนเคย ติดที่ว่าในตอนนี้เป็นเวลาราชการ และทุกคนก็คงกำลังคร่ำเคร่งกับงาน เขาไม่อาจให้ความ "ฟุ้งซ่าน" ของตัวเองที่กำลังทำลายเวลางานของเขา มาขัดจังหวะเวลางานของคนอื่นได้ 

          "ตั้งสติ...จูฮยอน...นะ ใจเย็นๆ" เขาพยายามสูดลมหายใจลึกๆ แล้วหยิบกระดาษขึ้นมามองอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะคิดอะไรได้บางอย่าง... ซอฮยอนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างลงไป... แค่เพียงได้กดส่ง... เขาก็รู้สึกโล่งใจ... ความรู้สึกหนักอกเมื่อครู่บรรเทาลงจนรู้สึกได้... 

          มันพอจะให้เขาทำงานต่อไปได้อีกหนึ่งเปลาะ 

... 

          งานในสถานทูตมีหลายอย่างให้ต้องเรียนรู้ เจสสิก้า ลีรยอง และ จุนโฮเป็นข้าราชการใหม่จึงได้รับหน้าที่ฝ่ายติดต่อสัมพันธ์ทั่วไปซึ่งเต็มไปด้วยปัญหา เพราะสถานทูตเกาหลีใต้เป็นที่พึ่งสำคัญของชาวเกาหลีใต้ในต่างประเทศ พื้นที่สถานทูตก็เท่ากับเขตอธิปไตยของประเทศนั้นๆบนแผ่นดินอื่น ... นักการทูตที่ย้ายออกมาทำงานสถานทูตจึงต้องทำงานแบบ 24/7 คือ เจ็ดวัน ยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่มีวันหยุด 

          ทำบัตรประชาชน เลือกตั้งต่างแดน ส่งแรงงานชาวเกาหลีใต้ที่มีปัญหากลับประเทศ ขอวีซ่า กิจกรรมต่างๆ ทำเอาทั้งสามมึนหัวมือเป็นระวิงจนไม่มีเวลาทำอะไร ...กว่าเจสสิก้าจะหันไปเห็นว่า "มีข้อความใหม่" ในโทรศัพท์มือถือนั้น เวลาก็ปาไปเกือบเที่ยงครึ่งแล้ว

          from : คุณซอฮยอน

          ...ทำงานวันแรกเหนื่อยไหม? เป็นยังไงบ้าง? 
          กลางวันนี้กินข้าวกันนะ เจอกันที่ร้านอาหารร้านแรกตรงหัวมุมถนนเลี้ยวซ้าย 
          พักเที่ยงมาทานอาหารกลางวันด้วยกันนะคะ ฉันจะรอ.... 

          "ตายจริง!" เจสสิก้ามองนาฬิกาแล้วร้องลั่นออกมา ทำให้ทุกคนหันมามอง 

          "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณเจสสิก้า?" ลีรยองที่วางมือจากการทำวีซ่าเงยหน้าขึ้นมาถาม 

          ฉันไม่บอกเธอหรอกย่ะ... เจสสิก้าแอบคิดในใจ แต่ก็ยิ้มให้กับลีรยอง 

          "ฉันลืมไปว่ามีนัดน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ..." เจสสิก้าว่าแล้วเก็บของวิ่งออกไปทันที ... ทำเอาทุกคนงุนงง แต่ก็ยักไหล่อย่างไม่ถือสาอะไร มีเพียงลีรยองเท่านั้นที่มองตามออกไปอย่างผิดสังเกต 

          เธอมองนาฬิกาแล้วรู้สึกร้อนใจ โชคดีที่หน้าสถานทูตมีจักรยานฟรีสำหรับพนักงาน อันเป็นนโยบายของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ เธอจึงรีบใส่รหัสพนักงานตามที่ท่านเลขานุการเอกยุนโฮได้มอบให้ไว้เมื่อเช้าตอนที่เขาปฐมนิเทศน์พวกเธอ และรีบขึ้นจักรยานขี่ตรงออกไปยังร้านอาหารหัวมุมนั้น...แต่เมื่อเธอเปิดเข้าไปในร้าน...กลับไม่มีเงาของซอฮยอนเลย 

          เธอมั่นใจว่าเขาคงเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้ จึงส่งภาษาอังกฤษถามเจ้าของร้าน ได้ความว่าหญิงสาวร่างสูงแต่งตัวดีชาวเอเชียได้มานั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงโดยยังไม่สั่งอะไรทานเลย และนั่งดูนาฬิกาอย่างกระวนกระวายอยู่นาน จนถึงเที่ยงครึ่งจึงได้ออกไป.... 

...

          สุดท้ายเธอก็ไม่มา...ซอฮยอนถอนหายใจอย่างไม่สบายใจกับการตัดสินใจโง่ๆของตัวเอง  เขารู้ว่าเขาจำเป็นต้องรีบกลับมาทำงานต่อแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงครึ่ง ซอฮยอนก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะรอ... เพราะเป็นปกติที่ข้าราชการควรจะพักกินข้าวในตอนเที่ยง 

          ยกเว้นบางกรมกองที่จะเลิกเที่ยงครึ่ง แต่เขาออกมารอเจสสิก้าตั้งแต่สิบเอ็ดโมง ถ้าหากกลับสายอีกก็จะเป็นที่ครหาเอาได้ว่าเพิ่งย้ายมาทำงานแล้วทำตัวเหลวไหล 

          ซอฮยอนสั่งแซนด์วิชและสลัดผักอย่างง่ายๆ กลับไปนั่งรับประทานคนเดียวที่ห้องทำงาน 

          "นี่สินะ...รสชาติของความผิดหวัง..." ซอฮยอนพึมพำกับตัวเอง ขณะกัดแซนด์วิช เขากลืนอาหารอย่างลำบากยากเย็นนัก ทำไมมันเจ็บขนาดนี้ก็ไม่รู้ 

          เขาพลาด...ที่คิดไปเองว่าเธอคงจะไว้ใจ และให้เขาเป็นที่พึ่งพาได้ในทุกเรื่อง เพียงแค่เธอมาขอร้องให้เขาช่วยเป็นแฟนเพื่อกันชายหนุ่มที่จะเข้ามาจีบให้เวลาสั้นๆเพียงแค่หมดรอบฝึกงานของเธอ การกระทำของเขาอาจจะกดดันเธอ และทำให้เธอรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมก็ได้.... 

          บางทีสิ่งที่เขาควรจะทำก็คือ...วางเฉยเสีย... เพราะมันคงเป็นการเสียมารยาท หากใครบางคนไม่ได้ต้องการให้เขาทราบเรื่องของเธอ แม้ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร...เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ล่วงรู้ เพราะมันเป็น "เรื่องส่วนตัว" ของเธอ

          "ทีนี้...ตั้งใจทำงานได้หรือยังจูฮยอน..." 

          เขาพยายามเรียกสติให้กับตัวเอง และกลับไปจดจ่อกับงานเช่นเดิม ... อย่างน้อยโลกของงานก็ไม่มีความเจ็บปวด...ไม่มีความผิดหวัง... มือเรียวหยิบเอกสารทางกฏหมายปึกใหญ่ พร้อมกับแผนที่บริเวณเกาะทาเคชิมะ-ดกโด มาพิจารณาอีกครั้ง

...

          เพราะเสียเวลาไปในตอนเช้า ทำให้ซอฮยอนต้องอยู่ลากยาวถึงเย็นกว่าจะจัดการกับเอกสารทั้งหมดเรียบร้อย กว่าจะวางเอกสาร ดวงตาของเขาก็เมื่อยล้าไปหมด ซอฮยอนถอดแว่นตาของตัวเองเก็บใส่กล่อง จัดเอกสารทั้งหมดแล้วออกจากห้องทำงาน ตรงสู่เรือนพักรับรองของตัวเอง... 

          หัวใจเจ็บนิดๆ เมื่อรู้ว่าจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ปฏิเสธนัดของเขามาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาควรจะเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่มันก็อดรู้สึกไม่ได้  ซอฮยอนเดินมาถึงหน้าเรือนพักรับรอง ก็ค่อยๆเปิดประตูเข้าไป... ทันทีก็ได้กลิ่นของอะไรบางอย่าง 
และเสียงร้องที่คุ้นเคยของใครบางคนดังมาจากในครัว... 

          "โอ๊ยยย..โอ๊ย โอ๊ย!!" เสียงนั้นเป็นของเจสสิก้า ทำให้ซอฮยอนรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว เขาพบเจสสิก้าพยายามกระโดดหลบน้ำมันกระเด็นออกมาจากกระทะซึ่งไฟร้อนเกินไปอยู่

          "ตายจริง...คุณ..." ซอฮยอนร้องเบาๆ แล้ววิ่งเข้าไปหรี่ไฟให้ ทำให้เธอหันมามองเขา 

          "กลับมาแล้วเหรอคะ..." เจสสิก้าหันมามองเขาด้วยสีหน้ายินดี...เหงื่อของเธอไหลย้อยเต็มหน้าผาก ซอฮยอนจึงรีบคว้ากระดาษทิชชู่มาซับให้โดยอัตโนมัติ

          "ทำอะไรเนี่ยคุณ?" ซอฮยอนเอ่ยถามพลางซับเหงื่อให้เธอ แต่เมื่อเขาเผลอสบตาเธอก็เห็นสายตาของเจสสิก้าที่มองเขาเขินๆ ทำให้เขาอึ้งไป 

          "เอ่อ...อะแฮ่ม" ซอฮยอนแกล้งกระแอมอีกครั้ง ก่อนจะลดมือที่ถือกระดาษทิชชู่ที่ซับเหงื่อให้เธอลง ทำให้เจสสิก้าเผลอยิ้มออกมา มันเห็นได้ชัดว่าเขาก็เขินเหมือนกัน 

          "ฉัน...ว่าจะลองทำกับข้าวดูน่ะ ออกไปซื้อหนังสือตำราทำอาหารมาเลยนะคะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก็เลย..."เธอพูดไม่จบ แต่กลอกตาให้เขาดูสภาพห้องครัวที่เละไม่เป็นท่า ทำให้ซอฮยอนเผลอหัวเราะออกมา 

          "ขำอะไร...คุณก็เพิ่งจะทำเป็นวันนี้นี่นา" เจสสิก้าทำหน้าบึ้งใส่เขาอีกครั้ง 

          "ทำไมไม่บอกฉันละคะว่าจะลองทำอาหาร ฉันจะได้รีบกลับมาช่วยเป็นลูกมือ" ซอฮยอนว่าอย่างเอ็นดู 

          "ฉัน...ฉันแค่อยากจะขอโทษ ที่ปล่อยให้คุณไปรอเก้อที่ร้านอาหารเมื่อกลางวันน่ะค่ะ...ฉันทำงานจนเลยเที่ยงแล้วเพิ่งเห็นข้อความ...พอไปถึงที่นั่นคุณก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว" เจสสิก้าตัดสินใจบอกออกมาตรงๆ ทำให้ซอฮยอนทำตาโต...

          "คุณไป...?" ซอฮยอนถามทวนคำ สีหน้าของเขาดูดีใจจนปิดไม่มิด... 

          "ดีใจขนาดนั้นเชียวเหรอคะ?" เจสสิก้าถามอย่างอารมณ์ดี ทำให้เขากระแอมอีกครั้ง... 

          "อะแฮ่ม...เอ่อ...ก็... ก็วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของคุณ ฉันก็แค่อยากเลี้ยงอาหารกลางวันฉลองไงคะ..." ซอฮยอนว่า แล้วเสมองไปทางอื่น ทำให้เจสสิก้ายิ้มบางๆ เธอวางกระทะแล้วถือวิสาสะจับมือของเขา 

          "ขอบคุณนะคะ..." เจสสิก้าเอ่ยเบาๆ ทำให้ซอฮยอนหูแดง... 

          "ว่าแต่...คุณกำลังพยายามทำอะไรอยู่คะ?" ซอฮยอนเอ่ยถามยิ้มๆ พลางมองก้อนเนื้อดำๆไหม้ๆที่อยู่ในกระทะ 

          "สเต็กน่ะค่ะ ...วันนี้ฉันเลิกเร็วเพราะเป็นวันแรก ก็เลยไปซื้อเนื้อมาหมักไว้ตั้งหลายชั่วโมงรอระหว่างคุณยังไม่เลิกงาน แต่สงสัย...ไฟแรงไปหน่อย" เจสสิก้าว่าแล้วก้มหน้าอย่างเอียงอาย ทำให้เขาหัวเราะเบาๆ 

          "ดูท่าจะทำยากนะ...แต่เรามาลองทำกันไหมคะ วันนี้ฉันได้ลองใช้เครื่องมือในครัวหลายอย่าง...ถ้าเราสองคนช่วยกัน...น่าจะทำได้อยู่นะคะ..." ซอฮยอนเอ่ยยิ้มๆ แล้ววางกระเป๋าเอกสารก่อนจะหยิบกระทะขึ้นมาเทเนื้อในนั้นทิ้ง 

          ทั้งสองทำงานเข้าขากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากพยายามเปิดตำราทำอาหารและช่วยกันทำส่วนที่เหลือ เช่นน้ำเกรวี่ และ ส่วนของผักต้มที่เป็นเครื่องเคียง

          "ฉันหั่นเองดีกว่าค่ะ" ซอฮยอนเอ่ยแล้วดึงผักมาใกล้ๆตัวเขา

          "ทำไมละคะ" เจสสิก้าถามด้วยน้ำเสียงงุนงง 

          "ฉันกลัว...คุณจะทำมีดบาดมือ..." ซอฮยอนเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ แล้วก้มหน้าลง เจสสิก้านิ่งอึ้งไป... 

          คำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบนั้นของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกอะไรบางอย่าง... 

          "คุณใจดีจัง..." เจสสิก้าพูดแค่นั้น แล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง... ซอฮยอนมองเธอยิ้มๆ 

          "ดูน้ำเกรวี่ไปก่อนนะคะ ...เดี๋ยวมันจะไหม้ซะเปล่าๆ" เขาเตือน 

          "ว๊าย...ตายจริง" เจสสิก้าร้องเบาๆ แล้ววิ่งตะลีตะลานไปยืนชะโงกหน้าดูน้ำเกรวี่ที่ทิ้งไว้บนเตา ทำให้ซอฮยอนหัวเราะอีกครั้งกับความพยายามของเธอ... 

          ในที่สุดอาหารเย็นหน้าตาพอกินได้มื้อแรกของทั้งสองก็ออกมา ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษของซอฮยอน ในที่สุดก็ได้รับประทานอาหารร่วมกัน ซอฮยอนแอบลอบมองเจสสิก้าที่ในตอนนี้ดูอารมณ์ดีมากกว่าเมื่อเช้าจนเหมือนคนละคน เขาเริ่มสบายใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าการไม่ไปทานอาหารกลางวันกับเขาของเธอไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะปฏิเสธนัด... 

          "ช่วงนี้ฉันเห็นคุณดูเครียดๆ จนฉันก็พลอยรู้สึกกังวล... ขาดสมาธิในการทำงานไปนิดหน่อย  เพราะฉันกลัวว่าคุณจะมีอะไรที่ลำบากใจเพราะฉัน...พอเห็นคุณยิ้มได้แบบนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อยนะคะ"  ซอฮยอนตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาขณะที่ทั้งสองกำลังมีความสุขกับรสชาติอาหารที่ร่วมกันทำ
ทำให้เจสสิก้าเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความประหลาดใจ... 

          "ขอโทษจริงๆนะคะ..." เจสสิก้าก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด เมื่อได้ยินว่าเขา "ขาดสมาธิในการทำงาน" 

          "ถ้าฉันบอกคุณไป คุณคงโกรธเพราะมันไร้สาระมากๆ มันเป็นแค่เรื่องฟุ้งซ่านของฉัน...คุณไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเลยค่ะ"เจสสิก้าว่าอย่างจริงใจ เธอไม่อยากให้เรื่องที่เธอ "แอบคิดไปเอง" และสิ่งที่เธอ "พยายาม" ทำทุกอย่างนี้  ซึ่งเป็นเพราะความรู้สึกของเธอที่ไม่อยากเสียเขาไปให้ใครง่ายๆ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน มาบั่นทอนการทำงานของเขา ยิ่งถ้ามีเรื่องลีรยองที่แอบชอบซอฮยอนอีก ถ้าบอกเขาไปตอนนี้ ทั้งสองคนคงจะเข้าหน้ากันลำบาก 

          ซอฮยอนเลิกคิ้วบางๆ แล้วยิ้มให้เธอ... 

          "งั้น... พรุ่งนี้เราไปทานอาหารกลางวันกันจริงๆจังๆสักทีนะคะ...เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันเป็นคนใช้ไม่ได้ไม่ดูแลแฟนเอาเสียเลย" 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #81 อะไรก็ได้ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 00:08
    <p>โถ้วคุณซอของน้องขร้น้อยใจไปได้</p>
    #81
    0