The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 37 : กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย - EP 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

EP 7

          แน่นอนว่าโต๊ะอาหารเย็นหลังจากนั้นเต็มไปด้วยบทสนทนาสอบถามเรื่องระหว่างคู่รัก แม้ว่าซอฮยอนกับเจสสิก้าจะตอบพลาด ตอบไม่ตรงกันบ้าง เช่นเรื่องวันครบรอบ หรือจำนวนเวลาที่คบกัน แต่ก็ยังไม่มีใครผิดสังเกตอะไรมากมายนัก ซอฮยอนจึงพยายามแก้ปัญหาโดยการเลี่ยงที่จะไม่พูดและให้เจสสิก้าตอบคนเดียว

          "แล้วตอนแรกใครขอใครเป็นแฟนก่อนคะเนี่ย" บรรดาพี่ๆเจ้าหน้าที่สถานทูตถาม ทำให้ซอฮยอนคันปากอยากจะแกล้งบอกว่าเจสสิก้าต่างหากเป็นคนขอเขาเป็นแฟน แต่ก็กลัวข้อมูลจะไม่ตรงกันอีก จึงเงียบไว้แล้วยิ้ม พยักหน้าให้เจสสิก้าเป็นคนเล่า 

          "เอ่อ...เขา...เอ่อ...คุณซอเป็นคนบอกค่ะ" เจสสิก้าอึกๆอักๆ ราวกับคิดไม่ทัน 

          "จริงเหรอคะ!? เงียบๆอย่างน้องซอฮยอนเนี่ยนะ? เค้าบอกยังไงคะ" หลายๆคนหัวเราะชอบใจกับคำพูดนั้น แต่คำถามที่เจาะลึกยิ่งขึ้นทำให้เจสสิก้าเหงื่อตก แถมคุณพ่อของเธอก็ยังตั้งใจฟังอยู่ด้วย 

          "เขาเอ่อ... เล่นเปียโนให้ฉันฟังตอนวันฝนตกแล้วก็บอกรักค่ะ..." เจสสิก้าคิดไม่ออกจึงเอาความคิดที่คิดไว้เมื่อคืนก่อน ทำให้ซอฮยอนเกือบสำลักไวน์ แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ได้ทันที่จะไม่ขำ ปล่อยให้เจสสิก้าค้อนเขามาจากอีกฝั่งของโต๊ะ 

          "ว่าแต่น้องเจสสิก้านี่ดีจังเลยนะคะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย..." เสียงของเจ้าหน้าที่สถานทูตคนหนึ่งกล่าวชม 

          "เห็นว่าสอบติดกระทรวงต่างประเทศตั้งแต่การสอบครั้งแรกด้วยเลยใช่ไหมคะ" 

          เจสสิก้าได้แต่ยิ้มแหยๆ ซอฮยอนเห็นท่าดังนั้นก็เหลือบมองท่านทูตจองฯ เขายิ้มมุมปากน้อยๆ 

          "ใช่ จริงๆแล้วเขาหัวดี ผมบอกแล้วว่าถ้าเขาได้ลองสอบจริงๆยังไงก็สอบได้" ท่านทูตจองฯยืนยันอย่างนั้น เจสสิก้ายิ่งดูเหมือนกลืนอาหารได้ลำบากยากเย็น ซอฮยอนเห็นหน้าของเจสสิก้าดังนั้นก็รอฟังคำตอบของเธอ แต่เจสสิก้าก็ยังคงเงียบและยิ้ม ก้มลงทานอาหารเย็นอย่างดูฝืดๆฝืนๆ ซอฮยอนก็มองเธออย่างเป็นห่วง 

          "อย่างนี้แสดงว่าอยากเป็นนักการทูตมาตั้งแต่เด็กๆเลยใช่มั้ยคะ..." พี่คนเดิมถามทำให้เจสสิก้ายิ้มแหยๆ 

          "...เอ้อ...ก็...ค่ะ" นั่นไม่ได้แปลว่าใช่...ซอฮยอนคิดในใจ จริงๆแล้วยังมีอะไรที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับเธอมากมาย เรื่องนี้เองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ซอฮยอนอยากจะรู้... เขาได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ในใจ แต่คิดว่าจะถามเธอในวันที่เขารู้สึกว่าเธอไว้ใจเขามากกว่านี้แล้ว ... 

          พอหัวข้อสนทนามาถึงเรื่องนี้ เจสสิก้าที่ดูร่าเริงก็เงียบลงผิดปกติ ปล่อยให้ท่านทูตจองฯพูดอยู่คนเดียวถึงความภาคภูมิใจของท่านที่เห็นเจสสิก้าเป็นนักการทูต ยิ่งท่านทูตจองฯดูภาคภูมิใจมากเท่าไหร่ เจสสิก้าก็ยิ่งดูซีดลง...ซีดลงเท่านั้น ซอฮยอนเห็นแล้วรู้สึกใจหวิวๆ น่าแปลกเหลือเกินที่อากัปกริยาเพียงเล็กน้อยของเธอ ส่งผลต่อเขามากขนาดนี้... 

... 

          หลังจากการรับประทานอาหารเย็น ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเข้าเรือนรับรองของตัวเอง ซอฮยอนกับเจสสิก้ากำลังจะเดินเข้าเรือน ก็ได้ยินเสียงเรียกจากใครคนหนึ่ง... 

          "คุณเจสสิก้าคะ" เสียงเรียกนั้นดังมาจากลีรยองที่ควรจะอยู่เรือนข้างๆ แต่เธอกลับมายืนรอทั้งสองอยู่หน้าเรือน ทำให้เจสสิก้าขมวดคิ้วเล็กน้อย ซอฮยอนเห็นเช่นนั้นก็หยุดยืนรอ ทำให้ลีรยองหันมามองซอฮยอนแล้วยิ้มนิดๆ 

          "ฉันขอตัวพี่เจสสิก้าสักประเดี๋ยวนะคะรุ่นพี่ซอฮยอน" ลีรยองว่า ทำให้ซอฮยอนเลิกคิ้ว และรู้ตัวว่าคงจะเป็นการเสียมารยาทถ้าคนสองคนอยากคุยกัน และเขายังยืนอยู่ตรงนี้ ทำให้เขาพยักหน้า แล้วหันมองหน้าเจสสิก้าที่ยังไม่รู้ว่าลีรยองมีเรื่องอะไรเป็นเชิงว่าเขาจะเข้าไปในเรือนก่อน 

          เมื่ออยู่กันสองคน ลีรยองก็เอ่ยคำพูดที่เธอตั้งใจมานาน... 

          "ฉันรู้นะคะว่าพี่ทั้งสองคนไม่ได้คบกันจริงๆ" ลีรยองเอ่ยขึ้นมา ทำให้เจสสิก้าตาโต 

          "ท..ทำไมรู้...เอ้ย...ฉันหมายถึง พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณลีรยอง" เจสสิก้าว่า ทำให้ลีรยองหัวเราะขำ 

          "ฉันเห็นตั้งแต่ความพยายามหนีจุนโฮของคุณแล้วล่ะค่ะ ขนาดฉันอยู่ด้วยไม่นานยังรู้สึกว่าคุณจุนโฮเธอออกจะน่ารำคาญ ฉันเข้าใจและไม่ถือสาคุณเจสสิก้าเลย ที่จะขอให้รุ่นพี่ซอฮยอนมาเป็นไม้กันให้..." ลีรยองว่า ทำให้เจสสิก้าขมวดคิ้ว 

          "เอ้อ...มันก็..." เจสสิก้าจนด้วยคำพูด เพราะสิ่งที่ลีรยองพูดนั้นก็ถูกต้องทุกประการ 

          "ฉันรู้ และฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร...แต่ฉันขออะไรอย่างได้ไหมคะ..." ลีรยองว่า ทำให้เจสสิก้าที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างกลับเงียบลงไปอีกครั้งหนึ่ง 

          "คือฉันแอบชอบรุ่นพี่ซอฮยอนมานานแล้ว... ยังไง ถ้าคุณเจสสิก้าช่วยให้โอกาสฉันได้อยู่กับรุ่นพี่ซอฮยอนบ้าง ฉันจะช่วยเหยียบเรื่องนี้ไว้เป็นความลับให้มิดเลยนะคะ..." ลีรยองว่า ทำให้เจสสิก้าอ้าปากค้างอีกครั้ง... เธอกำลังจะพูดอะไร แต่ก็พูดอะไรไม่ได้... ความรู้สึกต่อต้านมันท่วมท้นมาทั้งใจ เมื่อลีรยองเอื้อมมือมากุมมือเธอเอาไว้ 

          "ได้โปรดนะคะ ฉันอุตส่าห์ศึกษาเรื่องเมืองเฮกและคดีความครั้งนี้มาเป็นพิเศษ ก็เพื่อที่จะได้ตามรุ่นพี่ซอฮยอนมาที่นี่ด้วยได้... ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง... ฝากด้วยนะคะ...คุณเจส..." 

... 

          เจสสิก้าเดินมึนๆ ชาๆ กลับเข้ามาในเรือนรับรอง... อากาศข้างนอกก็หนาวอยู่แล้ว เจอคำพูดของลีรยองเข้าไป...เธอยิ่งหนาวเข้าไปถึงขั้วหัวใจ... อยากจะอ้าปากเถียง แต่เถียงอะไรไม่ได้สักคำ ในเมื่อคำพูดของลีรยองนั่นก็มาจากความจริงทุกอย่าง 

          แต่ความจริงอย่างหนึ่งที่ลีรยองยังไม่รู้... คือสิ่งที่กำลังแผดเผาหัวใจของเธออยู่ในตอนนี้.... 

          เจสสิก้าเดินมึนๆ เข้ามาถึงในห้องโถงเรือนรับรอง ก็เห็นว่ามันปิดไฟมืด ... เธอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดไฟ ก็โดนเสียงหนึ่งที่เดินออกมาจากห้องครัวห้ามเอาไว้ 

          "อย่าเปิดไฟนะ..." เสียงนุ่มๆของซอฮยอนเอ่ยเบาๆ เขามาพร้อมกับเทียนไขที่เพิ่งจุดมาจากในครัว ทำให้เจสสิก้าขมวดคิ้ว... เมื่อซอฮยอนวางเชิงเทียนลงบนโต๊ะกินข้าวให้มันสว่างไปทั่ว 

          "อะไรเนี่ยคุณ..." เจสสิก้าถามอย่างฉงน เมื่อเขายิ้มบางๆ แล้วดึงเข้ามือเธอมาให้นั่งลงข้างๆเปียโน ส่วนเขาเดินเข้าไปนั่งตรงเปียโน แล้วเปิดมันขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ... 

          หัวใจของเจสสิก้าหวิวราวกับสายลม เมื่อนิ้วเรียวของเขาเริ่มบรรเลงบทเพลงบนเปียโนนั้น  เป็นเวลาเนิ่นนาน บทเพลงที่เธอไม่รู้จัก หวานทุ้มอยู่ในโสตประสาท...อยากจะเอ่ยถามชื่อเพลงจากเขา แต่ก็กลัวเสียงของเธอจะไปรบกวนเสียงเปียโนที่หวานซาบซ่านในหัวใจนั้น 

          ซอฮยอนยังคงนั่งบรรเลงเพลงนั้นอย่างอ่อนโยน...ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาเมื่อโน้ตสุดท้ายจบลง 

          "รู้จักเพลงนี้ไหม?" เขาถาม ทำให้เจสสิก้าส่ายหัว 

          "มันชื่อเพลง Kiss the rain เป็นเพลงบรรเลง ไม่มีเนื้อร้องหรอก แต่ฉันชอบฟังมากเลย" ซอฮยอนว่า 

          "คุณ..." เจสสิก้ามองหน้าเขาแล้วหน้าแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน จนซอฮยอนยิ้มขัน

          "คุณบอกว่า ฉันเล่นเปียโนบอกรักคุณตอนวันฝนตกไง... จำชื่อเพลงนี้เอาไว้นะ ชื่อเพลง Kiss the rain ... เอาไว้บอกใครๆ ว่าฉันเล่นเพลงอะไร" ซอฮยอนว่า ทำให้เจสสิก้าหน้าแดงก่ำขึ้นมาอีก 

          ท่าทางสบายๆของเขา ทำให้เจสสิก้ารู้สึกเจ็บแปลบๆในใจขึ้นมา ยิ่งเขาทำอย่างนี้กับเธอเท่าไหร่ ความกลัวที่จะเสียเขาไปของเธอยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากเท่านั้น ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นเพียงแฟนแต่ในนาม...แต่ทำไมหัวใจของเธอมันจึงรู้สึกอะไรๆมากขนาดนี้.... 

          ซอฮยอนเองก็เหมือนไม่ได้รู้เรื่องอะไร... เขากลับมองเธอด้วยสายตาเอ็นดูเช่นนั้น...เหมือนเดิม เจสสิก้ารู้สึกอึดอัดจนน้ำตาของเธอเริ่มรินออกมา... ความรู้สึกประหลาดที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนหัวใจจะสลาย...ถ้าหากต้องเสียเขาไปให้คนอื่น.... 

          "เอ้า! แย่จัง ร้องไห้ทำไมล่ะ?" ซอฮยอนร้องอย่างตกใจ เขากุลีกุจอหากระดาษเช็ดหน้าให้เธอ พลางคิดในใจอย่างงุนงง เพราะไม่เคยตามอารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้ทันเลยจริงๆให้ตาย... 

          "ข..ขอบคุณมากนะคะ" เจสสิก้าว่าพลางสะอื้น ทำให้ซอฮยอนมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู 

          "ตื้นตันขนาดนั้นเลยหรอ...โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ" ซอฮยอนไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เอื้อมมือมาจับหัวเธอแล้วโยกไปมาเหมือนเธอเป็นเด็กๆ ทำให้เจสสิก้าเงยหน้ามามองค้อนเขา แต่เธอก็ยังไม่หยุดร้องไห้ ทำให้ซอฮยอนมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

          "ฉันเห็นคุณทำสีหน้าไม่ค่อยสบายใจบนโต๊ะอาหาร...ฉันก็แค่หวังว่าเสียงเพลงจะช่วยให้คุณผ่อนคลายได้..." ซอฮยอนเอ่ยขึ้นมา ความจริงใจของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งที่หัวใจยิ่งกว่าเก่า...

          คุณซอฮยอนเป็นคนดีเหลือเกิน คงไม่แปลกที่ใครๆจะชอบเขา...แม้กระทั่งลีรยอง 

          "มีอะไรบอกฉันได้นะ..." เขาพูดด้วยความจริงใจไม่มีอะไรแอบแฝง แต่น้ำเสียงเป็นห่วงจริงๆของเขาก็ทำเอาเธอเขินขึ้นมาได้

          "อ้อ...เรื่องนั้นเอง ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ..." เจสสิก้าบอกปัดไป 

          "แต่ถ้าฉันละลาบละล้วงเกินไป...ก็ขออภัยด้วย" ซอฮยอนว่า

          "เปล่านะคะ...ฉันแค่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าสนใจสำหรับคุณเท่านั้นเอง..." เจสสิก้ารีบบอก ทำให้เขามีสีหน้าคลายกังวลขึ้นมาบ้าง 

          "ถ้าอย่างนั้นคุณจะบอกฉันได้ไหม...?" เขาถามอย่างจริงใจ...ทำให้เจสสิก้ามองหน้าเขา แล้วตัดสินใจเล่า 

          "ฉันไม่ได้อยากเป็นนักการทูต... แต่ยัยคริสที่เรียนเก่งกว่าฉันและเป็นความหวังของคุณพ่อมาตลอด หยุดเรียนกลางคันเพื่อไปเป็นนักร้อง ทำให้คุณพ่อผิดหวังมาก...ท่านเลยมาพูดหว่านล้อมให้ฉันลาออกจากงานเอกชนที่ทำอยู่มาสอบเข้ากระทรวงฯ ฉันเครียดแทบตาย แต่ก็โชคดีที่คุณพ่อปูพื้นฐานทางนี้มาให้ฉันบ้าง...แต่พอเข้ามาทำงานจริงๆฉันก็ยังรู้สึกว่า การเป็นนักการทูตมันไม่ใช่ฉันอยู่ดี...ฉันไม่ใช่คนที่จะเดินทางนี้ได้ตลอดรอดฝั่งแน่ๆ..." เจสสิก้าว่าจนจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

          "อดทนหน่อยนะคุณ..." ซอฮยอนกล่าวอย่างเห็นใจ เจสสิก้าก็ได้แต่ส่ายหัว จริงๆแล้วมันไม่ใช่สาเหตุที่เธอร้องไห้เลย... สาเหตุที่เธอร้องไห้มันละเอียดอ่อนและลึกซึ้งกว่านั้น... 

          ไม่กล้ายอมรับเลยว่าเธอร้องไห้เพราะเรื่องเขา... แถมคนซื่อบื้อตรงหน้าดันเข้าใจว่าเธอเครียดเรื่องงานนักการทูตเสียอีก 

          "ฉันไม่มีทางเลือกอื่นค่ะ..." เจสสิก้าว่าเช่นนั้น แล้วยิ้มเหนื่อยๆให้ซอฮยอน เขาเห็นสีหน้าของเธอก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้...วินาทีนั้น...รู้สึกอยากจะดึงเธอเข้ามากอด 

          ความรู้สึกแปลกๆจู่โจมหัวใจซอฮยอนทันที ความรู้สึกเจ็บแปลบๆที่หัวใจ และทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง... 

          ซอฮยอนยังคงกระพริบตาปริบๆกับความรู้สึกใหม่...มันไม่ใช่ความสุขเลย...มันเป็นความรู้สึกเจ็บหน่วงที่หน้าอกด้วยความเป็นห่วงและกังวล อยากจะดึงเธอเข้ามากอดให้สมใจ แต่ก็ไม่กล้า...เพราะกลัวเธอจะรังเกียจ....

          ก็จริงๆแล้วไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย... 

          ซอฮยอนคิดแค่นั้น แล้วได้แต่เอื้อมมือไปจับมือเธอเบาๆเพื่อแสดงความเห็นใจ... 

          เจสสิก้าได้แต่บีบมือของเธอตอบเขา... ภายในหัวอื้ออึงไปด้วยคำพูด น้ำตาที่กลบตาทำให้เธอมองเห็นอะไรไม่ชัดเจน... เห็นแต่เพียงใบหน้าของเขาที่อยู่ตรงหน้า... เธอยิ่งบีบมือเขาด้วยความหวาดกลัว 

          กลัวจะต้องเสียเขาไปเหลือเกิน.... 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #102 ภัทร (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:42

    ซอฮยอน​ ไม่เก่งเรื่องรักเอาซะเลย

    #102
    0
  2. #76 carismatic (@carismatic) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 23:03
    ยัยลีรยอง!!
    #76
    0