The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 33 : กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย - EP 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    17 มี.ค. 61

Chapter#3 

          เวลาเช้ามืดที่ดวงตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าดี ซอฮยอนก็มายืนอยู่ที่สนามบินอินชอน ก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมง เพื่อเช็กความเรียบร้อยของกระเป๋าเดินทาง ซึ่งคุณพ่อของเขาก็มาส่งและให้คนรถช่วยขนขึ้นบนรถเข็นให้เรียบร้อย ก่อนจะอวยพรให้เขาโชคดี 

          ซอฮยอนเข็นรถไปจนถึงร้านกาแฟในสนามบิน ก่อนจะสั่งอะไรร้อนๆดื่มเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย เขาหยิบเอาหนังสือชุด "Culture Shock(ต่างวัฒนธรรม)" เรื่องเนเธอร์แลนด์มาอ่านเพื่อเตรียมตัว บางครั้งเขาก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องคอยติดตามข่าวต่างประเทศทั้งวันเหมือนยุนอา เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงไม่มีเวลาได้อ่านหนังสืออะไรที่อยากอ่านอย่างแน่นอน 

          เสียงเจ้าเครื่องเตือนอัตโนมัติสั่นครืดๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเครื่องดื่มที่เขาสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซอฮยอนพับหนังสือวางพร้อมกับแว่นตาแล้วไปรับชาร้อนที่เคาท์เตอร์ เขาหันหลังกลับมาเมื่อเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวผิดที่ผิดทาง ...ด้วยบทเรียนจากคราวที่แล้ว ทำให้ซอฮยอนเบี่ยงตัวหลบทัน แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาไม่ทันดูอะไรนั้น แทนที่จะปะทะเข้ากับเขาก็กลับพุ่งไถลแล้วเสียหลักล้มลงตรงข้างหน้าเขา

          "โอ๊ะ...อู๊ยย.." เสียงร้องนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บ ร่างบางกุมขาของตัวเอง ทำให้ซอฮยอนหันไปมองเธอเต็มตา 

          "คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" ซอฮยอนเอ่ยอย่างตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวลงไปนั่งจ้ำเบ้าแบบนั้น โชคดีที่ยามเช้าแบบนี้ ร้านกาแฟในแอร์พอร์ตไม่ค่อยมีคนมากนัก เธอจึงไม่ค่อยอับอายเท่าไหร่ 

          "มาค่ะ...ฉันช่วย" ซอฮยอนลงไปช่วยประคองให้หญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นยืน เพราะเธอดูเหมือนจะจุกอยู่มาก... เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วเอ่ยคำขอบคุณ

          "ขอบคุณนะคะ..." เธอเอ่ย ก่อนที่ดวงตาคู่สวยนั้นจะเบิกกว้างแล้วมองหน้าเขาอย่างตกใจ

          "คุณซอฮยอน!?" เจสสิก้าร้อง เขาเองก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนเป็นใคร 

          แต่ด้วยความที่ซอฮยอนไม่ใช่คนตื่นตูมอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงเพียงแค่เลิกคิ้วแล้วยิ้มออกมาบางๆ 

          ซุ่มซ่ามเหมือนเดิมเลย...ซอฮยอนคิดในใจแต่ไม่วิจารณ์ ก่อนจะประคองให้เธอได้ยืนตัวตรง 

          "คุณออกเดินทางวันนี้เหมือนกันเหรอคะ" ซอฮยอนเอ่ยถาม ทำให้เจสสิก้าหน้าแดงเล็กๆ 

          "ใช่ค่ะ...ฉันกำลังจะไปเนเธอร์แลนด์" เจสสิก้าว่าแล้วพยายามดึงเสื้อผ้าตัวเองให้เขาที่ ทำให้เขาเลิกคิ้วอย่างฉงน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับเธอนัก เพราะเขาคงไม่รู้มาก่อนว่าเธอเลือกไปที่นี่ ในขณะที่เธอรู้แล้วว่าจะได้เจอเขา แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเจอในสภาพน่าอับอายแบบนี้... 

          ให้ตายสิ เจอเขาทีไร เธอเป็นต้องสร้างเรื่องอับอายให้ตัวเองทุกครั้งไป... แต่เขาก็ไม่ว่ากระไร นอกจากทำสีหน้าทะเล้นแบบนั้นจนไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ เห็นแล้วหมั่นไส้รู้สึกอยากกระชากคอเสื้อเข้ามาถามเสียให้ได้ทีเดียวว่า "ทำหน้าอย่างนั้นหมายความว่าไง!" 

          แต่ซอฮยอนดูนุ่มนวลเหลือเกิน ท่าทีสุภาพและนิ่งสงบของเขาทำให้เจสสิก้าทำแบบนั้นไม่ลง  แม้แววตาขบขันเสมอที่มองมานั้นทำให้เธอรู้สึกอยากให้เขาหัวเราะเยาะเธอเสียดีกว่าจะมองแบบนั้น 

          "ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงได้ไปไฟลท์เดียวกันกับฉัน เพราะตั๋วที่กระทรวงต่างประเทศออกให้คงให้ข้าราชการนั่งด้วยกันอยู่แล้ว" ซอฮยอนกล่าวอย่างไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร ทำให้เจสสิก้าพยักหน้า... เธอหันไปสั่งกาแฟก่อนที่พนักงานที่ยืนรอออร์เดอร์มานานจะรู้สึกหงุดหงิด ก่อนจะรับเครื่องเตือนอัตโนมัติมา 

          "ถ้าไม่รังเกียจ..." ซอฮยอนเอ่ยแล้วผายมือไปทางโต๊ะที่เขานั่งอยู่คนเดียว ทำให้เจสสิก้ารู้สึกขัดเขินน้อยๆ คนๆนั้นดูราวกับหลุดมาจากคู่มือมารยาทการทูตฉบับเต็ม เพราะเขาปฏิบัติตนทุกอย่างสมเป็นนักการทูตที่ได้รับการฝึกฝนมาดีต่างจากเพื่อนๆของเขาซึ่งเธอก็พอได้รู้จักมักจี่กันดี โดยเฉพาะคุณแทยอน ที่นอกเวลางานมักจะสนุกสนานเฮฮา 

          แต่ซอฮยอนไม่... ราวกับว่าการเป็นนักการทูตนั้นก็คือตัวตนของเขาเสียเลย เขาทำทุกอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่ามันเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ราวกับว่านิสัยของเขาเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องฝึกปรือให้ลำบากมากความ... 

          "ขอบคุณค่ะ..." เจสสิก้ากล่าวแค่นั้น เพราะเมื่อจะนั่ง เขาก็เดินมาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอได้นั่งอีก 

          คนบ้าอะไรเนี่ย!! เนี้ยบทุกระเบียดนิ้วจริงๆ เจสสิก้าแอบคิดอยู่ในใจ เหลือบมองเห็นหนังสือ "Culture Shock เนเธอร์แลนด์" ที่เขากำลังจะหยิบขึ้นมาอ่านต่อ เธอก็ชี้มันแล้วร้องด้วยความดีใจ 

          "คุณก็อ่านเหรอ??" เจสสิก้าเอ่ยถาม ทำให้เขาละสายตาจากมันแล้วมองเธอผ่านแว่นตานั้น 

          "คุณก็อ่านเหรอ?" ซอฮยอนถามกลับด้วยประโยคเดียวกัน เจสสิก้าก็พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น 

          "สนุกจะตาย เซ็ตนี้ฉันมีครบทุกประเทศเลย ได้รู้อะไรแปลกๆจากมุมมองของคนในประเทศนั้นๆ" เจสสิก้าว่า ทำให้ซอฮยอนมองเธออย่างฉงนสนเท่ห์ แล้วยิ้มบางๆ ... 

          "จริงเหรอ? ฉันไม่เคยอ่านมาก่อนเลย บังเอิญเห็นในร้านหนังสือเมื่อวานนี้ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับการออกโพสครั้งนี้ ก็เลยหยิบมา..." ซอฮยอนว่า 

          "โธ่คุณ พลาดซะแล้ว ซีรี่ยส์หนังสือชุดนี้น่ะเขียนดีมากๆเลยนะคะ เขาใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ เข้าใจง่ายด้วย ฉันชอบของอินเดีย กับบังคลาเทศ" เจสสิก้าจ้อเอายกใหญ่ ทำให้ซอฮยอนเลิกคิ้วอย่างสนใจ... 

          "ดูเหมือนคุณจะสนใจแถบเอเชียใต้นะคะ" ซอฮยอนว่า เขาหมายถึงแถบภูมิภาคอินเดีย เนปาล บังคลาเทศนั่นเอง 

          "ชอบค่ะ... ภูฎานก็ชอบ ชอบฝันว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงภูฎาน มีวังบนเทือกเขาหิมาลัย ใส่ชุดอินเดีย โพกผ้าสีๆ เจิมหน้าผากสีแดง สวยดีนะคะ..." เจสสิก้าว่า ทำให้ซอฮยอนเผลอขำพรวดออกมา 

          "ฮ่าๆๆๆ..." ซอฮยอนหัวเราะออกมาจนได้ จนเจสสิก้าทำหน้ายู่ 

          "คุณขำอะไรกัน!" เจสสิก้าว่าพลางหน้าแดง ทำให้เขาหยุดขำ 

          "ขอโทษที...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะเยาะคุณ...ฉันแค่รู้สึกว่าความฝันของคุณมันน่ารักดี"  ซอฮยอนกล่าวอย่างสุภาพ แต่คำพูดของเขาทำให้เธอหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

          "...แต่ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าหญิงภูฎานคุณก็คงต้องแต่งงานกับเจ้าชายจิกมี..." ซอฮยอนเสริมเกร็ดความเป็นจริงให้เธออีก ทำให้เธอหน้าแดงลามไปถึงหู... 

          "ถ้าอย่างนั้นคงไม่ได้ล่ะค่ะ เพราะท่านมีพระชายาแล้ว..." เจสสิก้าว่า ทำให้ซอฮยอนหัวเราะอีกครั้ง ในที่สุดทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน .. 

          เสียงเครื่องเตือนอัตโนมัติสั่นครืด ทำให้เจสสิก้าเดินไปรับเครื่องดื่มของตัวเอง ซอฮยอนเองก็เผลอมองตามไปด้วย .. เขาเลิกสนใจหนังสือเมื่อไรไม่รู้ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรที่น่าสนใจกว่า 

          แปลกจริง... ซอฮยอนเผลอคิดกับตัวเอง เขาไม่ได้หัวเราะออกมาแบบนี้บ่อยครั้งนัก ถ้าไม่นับเวลาอยู่กับเพื่อนๆแก๊งสี่นักการทูตที่มักจะพูดหรือคิดอะไรเพี้ยนๆจนเขาเผลอหัวเราะออกมา นอกนั้นก็ไม่ค่อยสู้จะได้พูดกับใครเท่าไรนัก เพราะพูดอะไรไปก็มีแต่เรื่องที่ตัวเองเข้าใจอยู่คนเดียว ครั้นจะขอให้คนอื่นพูดและตัวจะเป็นคนฟัง...ก็ไม่มีใครพูดอะไรได้น่าสนใจพอที่เขาจะอยากฟัง 

          การสนทนากับเจสสิก้าเมื่อครู่ถึงแม้จะเป็นระยะสั้นๆ แต่ก็สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับซอฮยอนได้อย่างมาก 

... 

          หลังจากการดื่มเครื่องดื่มร้อนๆเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็ต้องตรงไปยังเค้าท์เตอร์เช็กอิน ซอฮยอนตรวจตราสัมภาระของตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะกรอกเอกสารพร้อมยื่นบัตรประจำตัวให้พนักงาน ก่อนที่จะหันมองเจสสิก้า ที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ข้างๆของสายการบินเดียวกัน ที่ดูจะเดือดร้อนหาอะไรบางอย่างไม่เจอ 

          "คุณ...หาอะไรเหรอ?" ซอฮยอนเอ่ยถาม ทำให้เจสสิก้าเงยหน้ามองเขาอย่างร้อนใจ 

          "บัตรประชาชนน่ะค่ะ..." เจสสิก้าว่า ทำให้ซอฮยอนตาโต... 

          "คุณทำหาย?" แม้จะมีสีหน้าตกใจ แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม 

          "ไม่หายหรอกค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเอาไปลืมวางไว้ไหน" เจสสิก้าว่า 

          "ฉันกลับไปหาให้ที่โต๊ะร้านกาแฟอีกทีไหมคะ?" ซอฮยอนเอ่ย ทำให้เธอรีบดึงแขนเขาไว้ 

          "ไม่เป็นไรค่ะคุณ ฉันเกรงใจ เดี๋ยวฉันจะลองหาตรงนี้ก่อน แล้วจะไปหาเอง" เจสสิก้าว่าเช่นนั้น 

          "ถ้าอย่างนั้นคงเสียเวลามาก ...ส่วนของฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันมีเวลาพอจะช่วยเป็นธุระไปหาให้คุณ... ไม่ต้องเกรงใจนะคะ" ซอฮยอนว่า แล้วพยักเพยิดให้เจสสิก้าหาของตัวเองต่อ  เขาวิ่งกลับไปยังทิศทางเดิมที่จากมา เจสสิก้าเผลอเหลือบมองตามหลังของร่างสูง 

          ให้ตายสิ ขนาดท่าวิ่งยังดูดีเลย...คนบ้าอะไร!? 

          เจสสิก้าหาจนแทบจะเทกระเป๋า ซอฮยอนก็วิ่งกลับมาแล้วส่ายหัว 

          "ไม่เจอเลยค่ะ..." ซอฮยอนว่าพลางหายใจหอบ... ใบหน้าจริงจังของเขากับอาการหอบจนหน้าแดงช่างดูน่าเอ็นดู เจสสิก้าเห็นเช่นนั้นก็อดสงสารเขาไม่ได้ จึงรีบพยายามค้นหาของตัวเอง 

          เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องดังมาตามสายทำให้ซอฮยอนเริ่มรู้สึกแตกตื่นอยู่ในใจ เพราะไม่เคย "สาย" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เขาไปถึงก่อนเวลาเสมอ...ถึงกระนั้นเขาก็ไม่แสดงท่าทางออกมามากนัก มีเพียงเหงื่อที่แตกไหลซึมข้างหน้าผากให้เห็นได้ชัด 

          "ไม่เจอจริงๆค่ะ..." เจสสิก้าทำสีหน้าหมดหวังเหมือนจะร้องไห้ 

          "คุณใช้ใบขับขี่ก็ได้ค่ะ...ใบขับขี่...มีไหม?" ซอฮยอนว่า ทำให้เจสสิก้ายิ่งเครียดกว่าเดิม 

          "ฉันไม่ขับรถ..." เสียงนั้นสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ซอฮยอนดูไปก็สงสาร แต่เส้นประสาทของเขาก็เริ่มตึงเขม็งเมื่อเสียงประกาศผู้โดยสารขึ้นเครื่องดังอีกรอบ

          "พาสปอร์ตก็ได้ค่ะ...อะไรก็ได้ที่ยืนยันความมีตัวตนของคุณ..." ซอฮยอนว่า ทำให้เจสสิก้าทำตาโต เธอรีบหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาแล้ววิ่งไปเช็กอินกับเค้าท์เตอร์ ฝากกระเป๋าจนเรียบร้อยหมด ซอฮยอนที่ดูเหมือนกำลังรออยู่แล้วก็รีบคว้ามือเธอให้ออกวิ่งไปด้วยกันทันที... 

... 

          เคราะห์ดี ที่เครื่องเกิดดีเลย์เพราะพายุหิมะ ทำให้ทั้งสองได้มีเวลาไปถึงเกทได้ทันท่วงที และมีเวลารอต่ออีกหน่อย ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง แต่สภาวะจวนตัวเช่นนั้นก็เล่นเอาหอบ กว่าทั้งสองจะพากันทุลักทุเลขึ้นไปนั่งบนเครื่องได้อย่างปลอดภัย... 

          บนที่นั่งติดหน้าต่างนั้น ซอฮยอนนั่งนิ่ง หายใจเข้าออกแรงเพราะอาการจวนตัวที่ต้องรีบทุกฝีเก้า ซึ่งเขาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิต เพราะปกติเป็นคนเตรียมพร้อมละเอียดเสมอ... เจสสิก้าเองก็หอบ แถมยังนิ่งเงียบไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวจะโดนเขาดุเอา... 

          ก็รู้ตัวว่าเป็นคนไม่รอบคอบ แถมยังลากให้เขาต้องมาลำบากด้วยเช่นนี้ จะให้เธอไม่ละอายแก่ใจเลยก็ใช่ที่...แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดีไหม 

          เมื่อเครื่องขึ้นไปได้สักพัก เจสสิก้าก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา 

          "ฉันขอโทษนะคะ .. ที่ทำให้คุณต้องมาลำบากแบบนี้" เจสสิก้าว่า ทำให้ซอฮยอนหันมามองเธอ 

          "คุณต้องระมัดระวังในเรื่องการเตรียมเอกสารมากกว่านี้นะคะ..." ซอฮยอนพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ ราวกับเป็นคำพูดที่เตรียมคิดไว้ในใจนานแล้ว... 

          " การพกพาเอกสารที่บ่งชี้ตัวตนของคุณหรือ identification card เป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยเฉพาะเวลาออกต่างประเทศ เพราะเอกสารที่ยืนยันความเป็นตัวตนของคุณจะทำให้ทางการเขารู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่ลักลอบเข้าประเทศเขาอย่างผิดกฏหมาย... เพราะมันสามารถเช็กได้ แต่ถ้าคุณลืมแบบนี้ คุณก็ต้องพกพาอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาตรวจสอบได้ว่าคุณเป็นใคร ไม่อย่างนั้นเขาจะส่งคุณกลับประเทศไม่รู้ตัวนะคะ..." ซอฮยอนมาเป็นพรืด ทำให้เจสสิก้าทำตาปริบๆ น้อมรับแต่โดยดี เพราะรู้ตัวอยู่แล้วว่าทำผิดพลาดขนาดนี้คงโดนเขาเทศนายาว 

          สีหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นของเจสสิก้า ทำให้ซอฮยอนนึกถึงวันแรกที่เธอเดินชนเขาที่โรงอาหารกระทรวงฯ สายตาน่าสงสารแบบนั้นทำเอาเขาเก็บกลับไปคิดกับตัวเองว่าเขาเข้มงวดเกินไปไหม... และมันก็กำลังทำให้เขารู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง... ทำให้ซอฮยอนถอนหายใจ แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง 

          "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ...ฉันไม่ได้ดุคุณ...ฉันแค่เป็นห่วง" 

          อีกครั้งที่คำพูดของเขาทำให้เธอหน้าแดง เจสสิก้าเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหู แต่สีหน้าและสายตาของเขาก็จริงใจเกินกว่าจะมาคิดว่าเขาพูดเพราะมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝง มันเป็นน้ำเสียงของคนที่ "เป็นห่วงจริงๆ" มากกว่าคนที่พูดเพราะ "จะจีบ" 

          "เดี๋ยวนี้ที่สถานทูตทุกๆที่นี่โลกจะเปิดให้เราสามารถทำบัตรประชาชนใหม่ได้เหมือนเวลาอยู่ในเกาหลี เพราะฉะนั้น ถ้าหากถึงที่โน่นแล้ว ไปติดต่อแจ้งหาย แล้วทำอันใหม่เก็บไว้ให้เรียบร้อยเสียนะคะ..." ซอฮยอนกำชับ ทำให้เจสสิก้ามองหน้าเขาแล้วพยักหน้าเบาๆ... 

          "ขอบคุณมากๆนะคะ...ขอบคุณจริงๆ" เจสสิก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ทำให้ซอฮยอนเลิกคิ้วบางๆ 

          "ไม่เป็นไรค่ะ..." ซอฮยอนว่า พลางถอนหายใจ ก่อนจะเอนกายลงนอน เขาดูเหน็ดเหนื่อย ก็อาจเป็นได้ว่าเมื่อคืนเขาคงไม่ได้นอน เพราะที่งานปาร์ตี้ เจสสิก้าก็ได้รับทราบจากเพื่อนของเขาว่าซอฮยอนต้องรีบออกจากงานปาร์ตี้เพราะมีงานด่วน มันเป็นไปได้ว่าเขาต้องใช้เวลาทั้งคืนแก้งาน ก่อนที่จะต้องตื่นมาขึ้นเครื่องบินตั้งแต่เช้ามืด... 

          ใบหน้าที่หลับใหลของซอฮยอนดูผ่อนคลาย เจสสิก้าแอบนึกในใจว่า เขาเวลาผ่อนคลายน่ารักกว่าเวลาซิเรียสตั้งเยอะ แต่สักพักเขาก็ขมวดคิ้วมุ่นเพราะแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่แยงตา เนื่องจากเขานั่งติดหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ เจสสิก้าเห็นดังนั้นก็ครุ่นคิดสักพัก...ก่อนจะถอนหายใจ แล้วค่อยๆเอี้ยวตัวไปปิดหน้าต่างให้เขา... 

          แสงแดดที่โดนตัดไปเพราะหน้าต่างเครื่องบินที่ปิดลง ทำให้ซอฮยอนแลดูหลับสบายขึ้น... และเจสสิก้าก็เผลออมยิ้มออกมาบางๆเบาๆ แม้ว่านี่จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เธอจะทำเพื่อตอบแทนเขาได้ แต่เธอก็ดีใจ ที่ได้ทำอะไรบางอย่างให้กับเขา...คนที่ใจดีและคอยช่วยเหลือเธอเสมอแบบนี้.... 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #60 อะไรก็ได้ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 22:03
    เนี่ย น่ารักกันเกินไปแล้ว เขินจนบิดตัว ไรท์แต่งดีอ่ะ
    #60
    0
  2. #59 SYJKWYR (@SYJKWYR) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 13:00
    คุณซอก็อย่าดุสิก้านักซี่ เป็นคนที่อบอุ่นจริงๆเลยน้าคุณซอเนี่ยยย แบบนี้สิก้าจะชอบไม่รู้ตัวนะเนี่ยย
    #59
    0
  3. #58 Eyefour (@namelovebew) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 22:39
    น่ารักอ่าาาา
    #58
    0