The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 31 : กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย - EP 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

EP 1 

          เข็มนาฬิกากรอบทางเดินผ่านเลยเลขสิบสอง บ่งบอกว่าวันใหม่กำลังจะมาเยือน แต่ภายใน 'กรมสนธิสัญญา และ กฏหมาย' ยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คน... เหล่านักการทูตซึ่งจบมาด้านกฏหมายโดยเฉพาะนั่งอ่านเอกสารและจัดมันเข้าใส่แฟ้มอย่างแข็งขัน พวกเขาทำงานจนถึงตีหนึ่งตีสองกันมาได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว เพราะคดีความที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ 

          กรณีพิพาทหมู่เกาะทาเคชิมะ-ดกโด 

          ทาเคชิมะ เป็นชื่อภาษาญี่ปุ่น ส่วนดกโด เป็นชื่อภาษาเกาหลี... ต่างคนต่างเรียกชื่อเกาะตามภาษาของตัวเองเพื่อนแสดงความเป็นเจ้าของ หมู่เกาะที่ไม่มีคนอยู่ แต่กลับเป็นต้นเหตุสำคัญให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ย่ำแย่ ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีการประท้วงตึงเครียดกันมากมาย จนผู้นำทั้งสองประเทศต้องบินมาเจรจากันหลายต่อหลายครั้ง ถึงกระนั้นทั้งสองประเทศก็ยังไม่สามารถหาข้อตกลงที่จะทำให้ 'พอใจ' กันทั้งสองฝ่ายได้

          ในเมื่อหาข้อสรุปกันไม่ได้ ก็จำเป็นจะต้องมีคนกลาง

          ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ) หรือที่เรียกกันจนชินปากว่าศาลโลก เป็นหนึ่งในองค์กรของสหประชาชาติ (UN) และเป็นองค์การระหว่างประเทศทางด้านกฎหมายหนึ่งเดียวที่มีหน้าที่ในการพิจารณาข้อพิพาทระหว่างประเทศต่างๆทั่วโลกอย่างยุติธรรม โดยผู้ชำนาญการทางด้านกฏหมายที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศคู่กรณี ผลงานของศาลโลก ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการตัดสินพิจารณาคดีความข้อพิพาทเรื่อง "เขาพระวิหาร" ซึ่งเป็นเรื่องของคู่กรณีที่เป็นคู่ค้าที่ดีต่อประเทศเกาหลีใต้อย่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาไป... และคดีของ "ทาเคชิมะ-ดกโด" นี้ ก็กำลังเป็นคดีที่กำลังจ่อรอต่อคิวการพิจารณาครั้งต่อไป.... 

          ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ 

          ซอ จูฮยอน นักการทูตปฏิบัติการกรมสนธิสัญญาและกฏหมายบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยล้า ก่อนจะถอดแว่นตากรอบทองนั้นวางลงพับเก็บ... วันนี้โชคดีเพราะไม่เหลืองานอะไรมากที่จะให้เตรียมแล้ว จึงได้เลิกงานตอนเที่ยงคืน หลังจากกรำงานหนักกันมาเป็นอาทิตย์... 

          ถึงจะบอกว่าโชคดี...แต่ก็คงไม่มากนักหรอก เพราะกรมกองอื่นเขาเลิกงานกันตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว 

          ซอฮยอนรู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเท่าไร มากรู้อีกทีก็เห็นภาพของทูตวัฒนธรรมชาวเกาหลีใต้อย่าง "คริสตัล จอง" ผู้ซึ่งมอบสุนทรพจน์ที่น่าประทับใจ จนสื่อทั่วโลกออกมาชื่นชม และพบว่าอีกไม่นานภายหลัง ข่าวใหญ่ที่ดังไปทั่วยิ่งกว่านั้นคือข่าวที่ทำเอาคนทั้งเกาหลีอกหัก

          ... เปิดตัวแล้ว อิม ยุนอา ทายาท IBC หวานใจตัวจริงของคริสตัล จอง น้องสาวแห่งเกาหลี บอกรักกันกลางอากาศหวานเจี๊ยบ พร้อมเซอร์ไพร์สความในใจผ่านรายการช่อง IBC... 

          ซอฮยอนอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นพาดหัวข่าวนั้นในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ถูกเอามาแจกวางไว้ในออฟฟิซ นึกถึงหน้ายุนอาตอนเห็นพาดหัวข่าวถึงเขาในฐานะ "ทายาท IBC" แทนที่จะเป็น "นักการทูต" ก็ขำออกมา ยุนอานั้นพยายามปิดแทบตายถึงฐานะของที่บ้านของตัวเอง เนื่องด้วยไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง

          แต่เกลียดอะไรก็ย่อมได้อย่างนั้น...เพราะยุนอา เพื่อนสนิทของเขาที่เกลียดนักร้องดารา เกลียดคนสวยๆ กลับได้แฟนเป็นสาวสวยแถมยังเป็นดาราดังระดับซูเปอร์สตาร์ของเกาหลีใต้ทีเดียว... 

          เฮ้อ...กรรมใครกรรมมันละน้า...ยุนเอ๊ย ... 

          ซอฮยอนแอบคิดในใจ แล้ววางหนังสือพิมพ์กลับไว้ที่เดิม ก่อนจะลาเพื่อนร่วมงานทุกๆคนในกอง แล้วหยิบกระเป๋า สวมเสื้อสูท ออกไปผจญอากาศหนาวด้านนอกที่หิมะเริ่มจะตกแล้ว แล้วขับรถกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์ เนื่องจากยามกลางคืนไม่ค่อยมีรถราเท่าไรนัก... 

          เมื่อกลับมาถึงบ้าน ยามเฝ้าประตูก็เปิดให้รถมินิคูเปอร์สีน้ำเงินของซอฮยอนเคลื่อนเข้าไปจอด ซอฮยอนลงจากรถมาแล้วโค้งขอบคุณคุณลุงยามที่อุตส่าห์อยู่รอเธอจนดึกดื่นค่อนคืนทุกวัน  ทำให้เขาตะเบ๊ะตอบอย่างภาคภูมิใจ ที่คุณหนูจูฮยอนให้เกียรติเขาเสมอเช่นนี้... 

          "สวัสดีค่ะคุณพ่อ" ซอฮยอนเอ่ยกับร่างๆหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ 

          "...กลับบ้านดึกทุกวันเลย จูฮยอน" ชายสูงอายุหากแต่ดูภูมิฐานหันมามองลูกสาวคนเดียว ที่ดูซูบซีดไปมากจากการทำงานดึกและตื่นเช้าทุกๆวัน... 

          "วันพรุ่งนี้จนถึงวันพฤหัสก็ได้พักแล้วค่ะคุณพ่อ..." ซอฮยอนกล่าวอย่างนอบน้อม 

          ซอ จูวอน อัยการสูงสุดของศาลรัฐธรรมนูญมองลูกสาวคนเดียวอย่างภาคภูมิใจ แต่แววตานั้นก็แฝงความเป็นห่วง... ซอฮยอนเรียนเก่งและเลือกเรียนนิติศาสตร์ตามที่เขาหมายมั่น แต่เธอกลับเลือกเส้นทาง "นักการทูต" แทนที่จะเป็น "นักกฏหมาย" เช่นเขา จึงไม่แปลกที่ซอ จูวอน จะอดเป็นห่วงอาชีพของลูกสาวที่ต้องทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลาและต้องเดินทางบ่อย 

          "พักแค่สามวันก่อนจะไปเมืองนอกเนี่ยนะ..." เขาบ่นเบาๆ 

          "กระทรวงนี้มันใช้งานหนักจริงๆเลย ถ้าจูฮยอนย้ายมากระทรวงยุติธรรมก็คงดีนะ พ่อว่าคงสบายกว่า" 

          ซอฮยอนได้แต่ยิ้มรับคำพูดของพ่อ แต่ก็ยังรู้สึกรักในงานที่กระทรวงการต่างประเทศ 

          "แล้วไปคราวนี้ไปนานเลยใช่ไหม..." ซอ จูวอนถามลูกสาว ซอฮยอนก็พยักหน้า 

          "ออกไปคราวนี้ก็รวดออกโพส(ประจำการต่างประเทศ)ทีเดียวเลยค่ะ" 

          "แล้วดำเนินเรื่องอะไรเรียบร้อยแล้วนะ?" เขาถามย้ำความมั่นใจ ทำให้ซอฮยอนพยักหน้า 

          ซอ จูวอนใจหาย... แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่เคยเลี้ยงลูกให้เป็นลูกแหง่... ซอ จูฮยอนสามารถดูแลตัวเองได้ และเขาก็มั่นใจในตัวลูกสาวคนนี้ ว่าเธอจะเติบโต...ในตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองได้อย่างภาคภูมิ 

          "พ่อไม่ถามอะไรแล้ว ...หนูไปพักเถอะ" เขาว่า ทำให้ซอฮยอนยิ้มรับ 

          "คุณพ่อก็อย่านอนดึกนะคะ..." ซอฮยอนพูดแค่นั้น แต่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นห่วงสุขภาพของเขา ซอ จูวอนพยักหน้ารับรู้ เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาพูดน้อย แต่ก็จะพูดในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมซอฮยอนถึงไม่ยอมเป็นทนาย...เพราะเธอไม่ชอบการพูดมากมายและหว่านล้อม การจะทำอะไรแต่ละอย่างของเธอย่อมเป็นเรื่องจริงจังและตั้งใจเสมอ... 

... 

          "ได้พักตั้งสามวันก่อนไปเนเธอร์แลนด์ แกต้องฉลองนะเว้ย!!" เสียงของยุนอาดัง พร้อมกับแขนยาวๆเก้งก้างของเพื่อนรักที่กอดลงมาที่คอของซอฮยอน เมื่อเขาบอกข่าวกับเพื่อนๆว่า หลังจากกาเตรียมงานที่ยาวนาน ในที่สุดก็มีเวลาได้พักสักที 

          "นั่นน่ะสิ พวกเราก็ใกล้จะออกโพสกันหมดแล้ว เราต้องจัดปาร์ตี้..." แทยอนสนับสุนความคิดของเพื่อน 

          "ใช่...จัดปาร์ตี้ แล้วก็หาคู่ให้ไอ้ซอ" ยูริเสนออีกแรง ทำให้ซอฮยอนหันขวับมามองเพื่อน 

          "ทำไมอย่างนั้น!?" ซอฮยอนร้องด้วยความตกใจ ทำให้เพื่อนๆหัวเราะ

          "นี่จำที่พวกนักการทูตรุ่นพี่ๆบอกไม่ได้หรือไง ตอนเราเป็นข้าราชการฝึกงานน่ะ" ยูริว่า ทำให้ซอฮยอนส่ายหัว 

          "เขาบอกว่าจะออกโพส ต้องรีบหาแฟน ไม่งั้นจะโสดขึ้นคาน สมัยโบราณพวกนักการทูตเขาถึงรีบแต่งงานก่อนออกโพสไง แฟนจะได้ตามไปอยู่ด้วยได้ เป็นภริยาทูต..." ยูริว่า ทำให้ซอฮยอนทำหน้าประหลาดๆ ส่วนยุนอากับแทยอนก็หัวเราะ 

          "จริงๆมันก็เป็นเรื่องบังเอิญมากเลยนะ ที่ทั้งฉัน แทยอน และยูริ ทุกคนได้เจอความรักก่อนจะเลือกสถานที่ออกโพสหมดเลย ราวกับมันโดนกำหนดมา... พวกเราเลยมีโอกาสได้ออกไปอยู่กับภริยาทูตของพวกเรา..." ยุนอาเอ่ยยิ้มๆ เมื่อนึกถึงคริสตัล เธอมักจะค้อนใส่เขาทุกครั้งที่ยุนอาพูดคำว่า 'ภริยาทูต' ออกมา เพราะเธอชอบบ่นว่าเธอไม่มีคุณสมบัติ ทำแค่กับข้าวยังไม่เป็นเลย ! 

          "นั่นน่ะสิ แกก็อย่าเพิ่งรีบเลือกสถานที่ที่จะไปล่ะ เดี๋ยวเนื้อคู่แกตามไปไม่ถูก..." แทยอนหันมาแซวซอฮยอน

          "ฉันเลือกไปแล้วล่ะ..." ซอฮยอนว่า ทำให้ทุกคนเกือบหงายหลัง 

          "ฮะ!? อะไรนะ? แกจะไปไหน?" ยุนอาถามอย่างมึนๆ ด้วยตั้งหลักไม่ทัน 

          "เออนั่นสิ ไม่บอกเพื่อนบอกฝูง" แทยอนช่วยโวยอีกแรง 

          "เฮ่อ... ก็ถ้ามัวแต่โอ้เอ้ไม่เลือกซะทีก็ไม่มีเวลาเตรียมตัว ไม่มีเวลาศึกษาประเทศที่จะไป ไปแล้วเราก็จะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพนะ.... ฉันก็เลยเลือกไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ฉันจะไปกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าออกไปร่วมพิจารณาคดีครั้งนี้ก็รวดยาวออกโพสไปเลย สี่ปี..." ซอฮยอนอธิบายเป็นหลักการยาวยืด 

          "ให้ตายสิ...แกนี่มันก็ยังเป็นแกจริงๆนะ..." ยุนอาบ่นอุบ 

          " Seohyun Doctrine ไง..." ยูริว่าพลางยิ้มขันๆ ทำให้ซอฮยอนย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจนัก  เพราะคำว่า Seohyun Doctrine หรือ "หลักนิยมซอฮยอน" เป็นคำศัพท์ที่เพื่อนๆในชมรม "นักการทูตรุ่นเยาว์" สมัยเรียนมหาวิทยาลัย บัญญัติขึ้นมาเพื่อเรียกอะไรที่เป็นแบบ "ซอฮยอนสไตล์" แบบ "อธิบายไม่ได้...แต่มันคือซอฮยอน" ซึ่งเพื่อนๆก็มักจะใช้คำว่า "หลักนิยมซอฮยอน" ซึ่งล้อเลียนมาจากแนวคิดทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่ออธิบายความเป็น "ซอฮยอน" เสมอ เมื่อไหร่ที่พวกเขาไม่สามารถหาคำอธิบายได้ ... 

          "ไม่รู้ละ ... แกต้องมาให้ได้นะ เย็นพรุ่งนี้ฉันจะจัดปาร์ตี้ที่คอนโดฯฉันเนี่ยละ ปาร์ตี้เลี้ยงส่งพวกเราก่อนออกโพส มันเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะมารวมตัวกัน..." แทยอนว่า 

          "แต่พรุ่งนี้ฉันต้องเอารถไปล้าง..." ซอฮยอนอ้าปากค้างจะบอกถึงภารกิจที่เธอจัดแจงเอาไว้แล้วในตารางงาน 

          "ล้างทั้งวันหรือไงล่ะ ... ล้างเสร็จก็มาสิเว้ย..." ยุนอาว่าเข้าให้ ทำให้ซอฮยอนนิ่งเงียบไป... 

          "ก็ได้...ก็ได้..." ซอฮยอนจำต้องยอมจำนนกับคำพูดของเพื่อนๆ คิดเจ็บใจตัวเองว่าไม่ริอ่านจะหาทางหนีทีไล่กับเจ้าพวกฝีปากดีพวกนี้เลยจริงๆ แล้วก็อยากจะไปร่วมงานเลี้ยงกับเพื่อนๆ เพราะมันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่กันครบๆแบบนี้ แม้ว่าการทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ จะทำให้เธอคุ้นชินกับการไปๆมาๆของผู้คนในกระทรวงซึ่งย้ายไปย้ายมา เดินทางบ่อยๆ และมีการลาจากกันประจำอยู่แล้ว... แต่ครั้งนี้นั้นไม่เหมือน เพราะถึงเวลาของกลุ่มเพื่อนสนิทที่เคยมีกันและกันตลอดเวลา ที่ต่างจะต้องแยกย้ายไปเดินทางของตัวเองและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด... 

          แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากไปที่สุด ก็คือคำพูดของเพื่อนๆที่บอกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้อง "มีคู่" ต่างหาก ! 

... 

          รถมินิคูเปอร์สีน้ำเงินจอดอยู่ในโรงล้างรถอย่างปลอดภัย ขณะที่กำลังถูกฉีดน้ำและขัดถู... ปล่อยเวลาให้เจ้าของของมันต้องนั่งรออยู่ข้างนอกอย่างเบื่อๆ 

          ซอฮยอนไม่เคยจะใส่ใจพวกคำพูดประเภทว่า "ถ้าไม่รีบมีแฟนก่อนออกโพสจะขึ้นคาน" หรือพวกความเชื่ออื่นๆที่มันไร้สาระเหล่านั้นนักหรอก แต่สิ่งที่กวนใจเขาเอามากๆก็คือ เพื่อนๆทุกคนต่างพากันมีแฟนกันจนครบทั้งกลุ่ม เริ่มจากแทยอน ยูริ จนมาถึงยุนอาที่เพิ่งตกลงปลงใจกันไปไม่นาน ไอ้อาการ "โสดคนสุดท้าย" ของกลุ่มนั่นแหละ ทำให้ความโสดของเขากลายเป็นสิ่งประหลาดในกลุ่มทันที... 

          ทั้งๆที่เมื่อก่อน ไม่มีใครก็อยู่กันมาได้... ไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิดบาปอะไร ให้ตายสิ !! 

          ซอฮยอนแอบคิดในใจ พลางถอนหายใจ แล้วหยิบหนังสือ "Building a Better Future for All" ของท่านบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ณ ขณะนั้น, ปี 2013 - ผู้เขียน) ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ นักการทูตที่เป็นดั่งไอดอลของเธอขึ้นมาอ่าน อากาศหนาวๆแบบนี้ อะไรจะดีไปกว่าการนั่งอ่านหนังสือและจิบกาแฟสักแก้วรอรถของตัวเองให้ใหม่เอี่ยมอ่อง 

          "กรี๊ดดดด..." เสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้น ทำให้ซอฮยอนสะดุ้งเกือบทำกาแฟร้อนๆหกราดตัวเอง  แต่ก็ยังประคองมันไว้ทัน เขาวางกาแฟและหนังสือไว้ก่อนจะวิ่งไปตามเสียง... 

          ฝั่งที่เปิดบริการล้างรถด้วยตัวเองนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาพยายามบังคับสายยางที่เปิดแรงเกินไป จนชุดเดรสสีชมพูราวกับตั้งใจจะใส่ไปงานเลี้ยงของเธอเปียกปอน เธอพยายามดึงมันให้กลับมาล้างคราบเลอะเล็กๆที่อยู่บนขอบล้อ ซึ่งซอฮยอนเดาว่านั่นคงเป็นสาเหตุที่เธอเลือกใช้บริการแบบล้างด้วยตัวเอง เพราะคราบเลอะแค่นี้ ถ้าล้างแบบอัตโนมัติแบบของซอฮยอนคงต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงทีเดียว... 

          เขาวิ่งไปแล้วปิดวาวล์น้ำให้เธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่เปียกปอนและหนาวสั่น... เห็นแล้วอยากจะขำ แต่ก็ยังมีมารยาทพอที่จะไม่หัวเราะออกมา... 

          "คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" ซอฮยอนเอ่ยถาม ทำให้เธอซึ่งกำลังตัวสั่นงันงกหันหน้ามามองเขา แววตานั้นน่าสงสารราวกับลูกหมาตกน้ำเปียกๆ แต่ซอฮยอนก็จำหน้าเธอได้ทันที

          "อ้าว...คุณเจสสิก้า..." ใครจะไม่รู้จักเธอ... เจสสิก้า จอง ข้าราชการแรกเข้าที่ฝึกงานอยู่กรมพิธีการทูต ชื่อเสียงของเธอโด่งดังเพราะเป็นลูกสาวคนโตของท่านเอกอัครราชทูตจองประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ แถมยังเป็นพี่สาวของคริสตัล จอง ดาราดัง น้องสาวแห่งเกาหลี กระทรวงการต่างประเทศแคบๆแค่นี้ ทุกคนจึงรู้จักกันดี 

          แต่ซอฮยอนจดจำเธอได้ ในฐานะข้าราชการแรกเข้าซุ่มซ่าม ที่เดินชนจนกาแฟของเธอหกเปื้อนเสื้อสูทราคาเหยียบแสนของเขาต่างหาก

          "คุณ..." ไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้จักชื่อเขา หรืออาจจะเคยได้ยินแต่จำไม่ได้ เพราะทั้งสองก็ได้เจอกันแค่ผ่านๆเท่านั้น แถมเจอกันแต่ละครั้ง ซอฮยอนก็เผลอไปกวนเธอเอาไว้แทบทุกที... คงไม่เป็นที่จดจำเท่าไรนัก 

          "ซอฮยอน ซอ จูฮยอนค่ะ" ซอฮยอนแนะนำตัวเองตามประสานักการทูต ทำให้เจสสิก้าพยักหน้าสั่นๆ เขาเห็นเธอหนาวเพราะโดนน้ำจนเปียกแบบนั้นก็ส่ายหัวแล้วถอดเสื้อสูทของเขาส่งให้...

          "คุณเอาไปเถอะ แล้วก็กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะคะ" ซอฮยอนว่า ทำให้เจสสิก้ารับมา 

          "มันจะเปียกหมดนะคะ ถ้าฉันเอามาห่ม...ไม่เป็นไรเหรอ?" เจสสิก้าอดเกรงใจไม่ได้ 

          "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ตัวนี้คุณทำกาแฟหกรดมาแล้ว" ซอฮยอนว่า ทำให้เจสสิก้าหน้าแดง...  

          ทำไมเธอจะจำไม่ได้...วันแรกที่เจอกัน เธอก็ชนเขาเข้าให้อย่างจังที่โรงอาหารของกระทรวงฯ  แถมยังทำเอากาแฟที่เขาถือมาหกรดเต็มเสื้อสูทของเขา ทำให้เขาดูฉุนเฉียวไม่น้อย สายตาดุๆ กับคำพูดเย็นชาว่า "กรุณาระมัดระวังการเดินเหินของคุณในกระทรวงการต่างประเทศมากกว่านี้ด้วยนะคะ" เต็มสองรูหูของเธอจนจิตใจเธอซีดเซียว... แต่พอเจอครั้งต่อมา เขากลับกวนเธอเสียได้... 

          .... "เธอน่ะ..." ซอฮยอนเอ่ย ทำให้เจสสิก้าเงยหน้าขึ้นมามองเขา ท่ามกลางผู้คนมากมายในโต๊ะกินข้าวของกองแบบพิธี เขากลับเจาะจงเรียกเธอ 

          "อย่าติดกระดุมเสื้อสูทสองเม็ดล่างสุด..." ซอฮยอนเอ่ย ทำให้เจสสิก้าหน้าแดง ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินฉับๆกลับไป 

          "ฮ่าๆๆๆ..." เสียงหัวเราะจากโต๊ะกรมพิธีการทูตดังครืนอีกครั้ง ซอฮยอนแอบยิ้มมุมปาก  หันไปเหลือบมองสีหน้าเธอที่มองตอบเขาไปด้วยสีหน้าแค้นๆ ... แล้วยิ้มทะเล้น 

          เห็นได้ชัดว่าเขากำลังยิ้ม!! 

          "นี่มันตั้งใจแกล้งกันชัดๆ"... 

          ใช่...เขาตั้งใจแกล้งเธอในคราวนั้น แต่คราวนี้กลับมาทำดีด้วย.. ท่าทีของคนๆนี้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าควรจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกับเขาดี แต่เมื่อเขาพยายามช่วยด้วยไมตรี...เธอก็คิดว่าเธอควรจะรับไว้ และลองพูดดีๆกับเขาบ้าง  

          "ฉันขอโทษจริงๆนะคะ ที่ทำสูทคุณเปื้อนทั้งสองครั้ง... ถ้าเรามีโอกาสได้เจอกันอีก ฉันจะใช้ให้" เจสสิก้าว่า 

          "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ซอฮยอนตอบ เขากำลังง่วนอยู่กับการปรับวาวล์น้ำ แล้วฉีดมันเพื่อให้คราบสกปรกที่เกาะอยู่ตรงล้อรถของเจสสิก้าหลุดออก

          "เรียบร้อยแล้ว รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะ เดี๋ยวจะปอดบวมเอา" ซอฮยอนว่า แล้วหันมายิ้มให้เธออย่างจริงใจ...เจสสิก้าเห็นสีหน้าเขาแบบนั้นก็เผลอยิ้มตามออกมา 

          "ขอบคุณนะคะ..." เจสสิก้าเอ่ยแค่นั้น ริมฝีปากเธอซีดเพราะความหนาว ทำเอาซอฮยอนเผลออมยิ้มน้อยๆ 

          ไม่รู้จะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม ...เพราะไม่นานก็จะออกประจำการต่างประเทศแล้ว ซอฮยอนรู้ดีว่าในช่วงนี้ ทั้งกระทรวงฯจะต้องโยกย้ายไปมา แม้กระทั่งข้าราชการใหม่ก็จะต้องออกต่างประเทศ เพราะมันเป็นช่วงของการ "ออกโพส" ซึ่งคนทั้งกระทรวงก็จะต้องย้ายที่ทำงานใหม่ทั้งหมด 

          แต่ก็เพราะมันแบบนี้แหละ จึงเป็นเรื่องที่ดีแล้ว เพราะซอฮยอนคิดว่า คนเรา ถ้าเกิดมันจะได้เจอกัน มันก็คงต้องได้เจอ แต่ถ้าไม่เจอ ต่อให้พยายามแค่ไหน เราก็คงจะไม่ได้เจอกันอยู่ดี 

          บางทีการปล่อยชีวิตไปตามลิขิตฟ้า...มันก็ทำให้ชีวิตมีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ 

          "ฉันใกล้จะออกโพสแล้วถ้าไม่ได้เจอกันอีก คุณเก็บสูทตัวนี้ไว้เลยนะคะ เพราะถ้าถึงเวลาที่เราจะต้องเจอกันอีกที ฉันคงลืมไปแล้ว" ซอฮยอนพูดติดตลก ก่อนจะโบกมือลาให้เจสสิก้าขับรถออกไป... เธอหันมายิ้มให้กับเขา ก่อนจะกดกระจกลง แล้วตะโกนกลับมาว่า... 

          "ถ้าอย่างนั้นฉันจะเก็บให้ดีเลยค่ะ...ขอบคุณนะคะ" 

          ซอฮยอนยิ้มค้าง มองตามเธอไป พลางส่ายหัวเบาๆกับความรู้สึกยิ้มๆ ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ซอฮยอนก็ปัดมันตกไป เพราะมั่นใจว่ามันคงเป็นได้แค่ "มิตรภาพดีดี" ที่เกิดขึ้น ระหว่างคนทำงานในกระทรวงเดียวกันเท่านั้น...เฉกเช่นที่เป็นมาเสมอกับหลายคน 

          แต่ซอฮยอนไม่รู้เลยว่า... ทั้งสองจะได้เจอกันใหม่ เร็วกว่าที่คิดนัก 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #55 T.YUURA (@r-k-y) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:46
    น่ารักกันจังงง
    #55
    0
  2. #54 SYJKWYR (@SYJKWYR) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 02:21
    อืมม ตอนแรกก็น่ารักแล้วค่ะ ชอบเค้าจริงๆใช่มั้ยคะคุณซอ~~
    ปล:ฟิคคุณหมีนี่ให้ทั้งความสนุกและความรู้ทุกเรื่องจริงๆนะคะ อ่านแล้วไม่ผิดหวังซักเรื่องเลย ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    ปล2:แอบหวังให้คุณหมีกลับมาแต่งซอสิกอีก อยากเห็นฟิคซอสิกในยุคนี้ของคุณหมีค่ะ ติดตามอยู่เรื่อยๆนะคะ
    Fighting!! ค่ะ
    #54
    0