The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 3 : กรมพิธีการทูต - EP 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

EP 3 

          ประตูรถมินิคูเปอร์สีน้ำเงินถูกปิดเบาๆ แต่เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถกระทรวงการต่างประเทศ ซอฮยอนถอนหายใจอย่างเสียมิได้ เมื่อสูทตัวใหม่ราคาเหยียบแสนของเธอต้องถูกกาแฟแปดเปื้อน เปล่าเลย ซอฮยอนไม่ได้เสียดายราคาค่าสูทที่เพิ่งจ่ายไป หากแต่เธอถอนหายใจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ต่างหาก 

          ตอนดุก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอดุไปแล้ว เห็นแววตาเสียใจอย่างสุดซึ้งคู่นั้นก็อดเสียใจไม่ได้... 

          จริงๆแล้วก็ขี้สงสาร ไม่ได้ใจจืดใจดำอะไร ที่ต้องรีบเดินออกมานั่นก็เพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อนและยอมจบด้วยการไปโอ๋ ไปขอโทษข้าราชการเข้าใหม่คนนั้นเสียมากกว่า... ช่างมันเถอะ...ก็ถือเป็นการขัดเกลาทางสังคมอย่างหนึ่ง คราวหน้าเธอจะได้ระมัดระวังเสียบ้าง... 

          "ซอ!! ซอฮยอน เจอพอดีเลย!" เสียงของยูริที่วิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล ทำให้ซอฮยอนหันไปมองตาม 

          "ว่าไง?" ซอฮยอนขมวดคิ้วมองเพื่อน เมื่อยูริในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน วิ่งมาหอบแฮ่กๆอยู่ตรงหน้า 

          "ฉันลืมเอาสูทมาจากบ้าน แล้ววันนี้ดันต้องไปฟังอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติน่ะสิ 
พอจะมีสีน้ำเงินเข้มสักตัวให้ฉันยืมไหม..." ยูริเอ่ยคั่นด้วยเสียงหอบ ทำให้ซอฮยอนถอนหายใจ 

          "อือ..เอาไปสิ" ซอฮยอนเปิดรถอีกครั้ง แล้วหยิบสูทอีกตัวนึงออกมายื่นให้ยูริซึ่งเพื่อนใส่ได้พอดีตัวพอดี 

          "ขอบใจนะ...ไปก่อนละ กลัวไม่ทัน เดี๋ยวท่าน ผอ. เฉ่งเอา.." ยูริยกมือเป็นเชิงขอบคุณ ทำให้ซอฮยอนยกมือตอบ 

          ยูริคว้าสูทมาใส่ กลัดกระดุมเพียงสองเม็ดตรงกลางตามมารยาทการทูต ที่โดนสอนมาตั้งแต่เป็นนักการทูตฝึกหัดว่าเวลาใส่สูทห้ามติดกระดุมจนหมดทุกเม็ดให้ดูเด๋อด๋า เพราะเป็นมารยาทการใส่สูทแบบตะวันตก ก่อนจะออกวิ่งเต็มฝีเท้า ขึ้นไปยังกรมการกงศุล กองคุ้มครองความปลอดภัยชาวเกาหลีใต้ในต่างแดนซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเธอ .... 

          "ทำไมมาช้าจังยูริ! ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติเขากลับไปแล้ว..." ทันทีที่เปิดประตูกองคุ้มครองฯ เสียงสวดมนต์จากท่านผู้อำนวยการกองก็ดังขึ้นทำให้ยูริหน้าเสีย... แต่ก่อนที่จะได้ว่าอะไรต่อ ท่านผู้อำนวยการก็ยิ้มออกมา 

          "แหม หน้าเสียเลยนะ... เขากลับไปแล้วจริงๆนั่นแหละ แต่วันนี้เขาแค่เอาเอกสารตอบรับมายื่นเรื่องโครงการที่จะทำร่วมกัน เธอไม่ต้องห่วงมากหรอก...เอ้านี่...เอกสาร" ท่าน ผอ. กล่าวอย่างใจดี ก่อนจะยื่นเอกสารให้ ทำให้ยูริถอนหายใจเบาๆ 

          "แต่ก็เป็นบทเรียนนะ เป็นนักการทูตจะสายสักวินาทีไม่ได้เด็ดขาด ยังดีที่เธอไม่ได้อยู่กรมพิธีการทูตนะ ถ้าอยู่กรมนั้น เธอไม่มีโอกาสสายเลยแม้แต่เสี้ยววินาที..." ท่านผอ.เตือน ยูริพยักหน้าอย่างเข้าใจ ใช่ว่าจะไม่มีเพื่อนอยู่พิธีการทูต เธอนึกถึงแทยอนที่ทำหน้าผะอืดผะอมทุกครั้งที่มากินข้าวด้วยกันและต้องรีบวิ่งออกจากโต๊ะอาหารทันทีที่มีเรื่องด่วนมา จนทุกคนแอบตั้งฉายาให้แทยอนเบาๆว่าแทยอนตีนผี เพราะเวลาพบหน้ากันเมื่อไหร่แทยอนแทบจะมีเรื่องให้ต้องออกวิ่งทุกครั้ง 

          "โครงการฝึกสมรรถภาพทางร่างกายและศิลปะป้องกันตัวของนักการทูตกรมคุ้มครองฯ?" ยูริอ่านทวนชื่อเอกสารในแฟ้มนั้นอย่างงุนงง 

          "ใช่แล้ว...เป็นโครงการที่ทางเราจะจัดร่วมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักการทูตเรา" ท่านผอ.ว่า 

          "สมรรถภาพทางร่างกายกับศิลปะป้องกันตัวเนี่ยนะคะ? จำเป็นกับนักการทูตตรงไหนกัน?" ยูริบ่นอุบ

          "จำเป็นสิเธอ ! เวลาออกโพสไปอยู่ต่างประเทศแล้วถ้าไปประเทศอันตรายๆอย่างลิเบีย อิรัก อิหร่านอะไรแบบนี้ ถ้าจวนตัวขึ้นมาทำยังไง? นี่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเขาจะส่งมืออาชีพมาฝึกพวกเราโดยเฉพาะเลยนะ..." ท่าน ผอ. กล่าว ทำให้ยูริขมวดคิ้ว เพราะคำว่า "มืออาชีพ" บวกกับคำว่า "ตำรวจ" ยูริก็นึกถึงพวกผู้ชายตัวโตหัวล้านกล้ามโตใส่กางเกงทหารพร้อมปืนทันที.... 

          "หูย...น่ากลัวมากๆค่ะท่าน หนูเป็นผู้หญิงต้องไปฝึกกับเขาจริงๆเหรอคะ" ยูริว่า 

          "ผู้หญิงสิ!! ผู้หญิงแหละต้องฝึก คนฝึกให้ก็เป็นผู้หญิง..." ท่านผอ.ว่า 

          "ห๊ะ?? ผู้หญิง? หมายความว่า ตำรวจหญิงน่ะเหรอคะ?" ยูริถามทวนคำ ทำให้ท่านผอ.พยักหน้า 

          "ก็นี่ไง สมน้ำหน้า เมื่อกี๊มาไม่ทัน อดเจอคุณวิคตอเรียเลย... คนนี้เขาเป็นร้อยตำรวจเอกพิเศษที่ชำนาญการรบระยะประชิดเชียวนะ" ท่าน ผอ.ว่า 

          "ร้อยตำรวจเอก...หญิง..." ยูริทำสีหน้าบิดเบี้ยว นึกภาพตามถึงผู้หญิงร่างยักษ์ผมสั้น ถือปืนกลกราดยิงและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง.... วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.... เสียงหัวเราะของร้อยตำรวจเอกหญิงในจินตนาการดังก้องจนน่ากลัว

          "เฮ้ย ทำไมทำหน้าอย่างนั้น สวยมากเลยนะจะบอกให้" ท่าน ผอ. คุยโว ทำให้ยูริรีบสะบัดหน้าให้ตื่นจากฝันกลางวัน 

          "สวยเหรอคะ?" ยูริทวนคำ ทำให้ท่านผอ.พยักหน้า พลางตบไหล่เธอ

          "พลาดซะแล้ว...ควอนยูริ...เธอพลาดมากๆ" ท่าน ผอ. กล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ปล่อยให้ยูริยืนมองเอกสารนั้นอย่างมึนงงต่อไป 

...

          ฝ่ายแทยอนตีนผี...เอ๊ย คิมแทยอนก็ต้องเริ่มออกวิ่งจริงๆอย่างเป็นที่รู้กันตั้งแต่ได้รับรู้ข่าวการเยือนของเจ้าหญิงออตตาโนว่า เริ่มจากวิ่งไปหานักการทูตโต๊ะออตตาโนวา (นักการทูตที่ดูแลเรื่องประเทศนั้นๆโดยตรง จะเรียกว่านักการทูต "โต๊ะ..." ) ที่กรมเอเชียตะวันออก เพื่อขอข้อมูลประเทศออตตาโนวา พร้อมข้อมูลราชวงศ์และข้อมูลของพระองค์หญิง ก่อนจะวิ่งไปกรมสนธิสัญญาและกฏหมายเพื่อขอข้อมูลความตกลงต่างๆที่ออตตาโนวาทำกับเกาหลีใต้ แล้ววิ่งกลับไปที่กรมพิธีการทูตของตัวเองเพื่อติดต่อสนามบินให้เตรียมตัวรับแขก super V.I.P ที่จะมารอบนี้ รวมทั้งติดต่อไปยังโรงแรมห้าดาวต่างๆ ที่จะสามารถเช่าแบบ "เหมาชั้น" เพื่อความปลอดภัยสูงสุดว่าจะไม่มีใครมาร่วมนอนชั้นเดียวกับเจ้าหญิง

          นอกจากนี้ยังต้องประสานงานไปยังกองทหารฝ่ายพระราชพิธีให้เตรียมตัวสำหรับการยิงสลุต และการจัดพิธีต้อนรับ.... ประสานงานไปยังทหารอากาศเพื่อขอความร่วมมือในการรักษาความปลอดภัยทางอากาศบริเวณรันเวย์โดยรอบ ประสานงานไปยังกองพาหนะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเตรียมพาหนะในการอำนวยความสะดวกในขบวนเสด็จ 

          กว่าจะหมดวันแทยอนก็แทบนอนหงายบนกองเอกสาร เธอถอนหายใจอย่างพอใจที่ทุกอย่างเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 

          "ทีนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนเตรียมงานนะ..." แทยอนหันมาพูดกับลูกทีมในกลุ่มซึ่งเป็นข้าราชการแรกเข้า และนักการทูตปฏิบัติการระดับ 3 (ขั้นแรกสุด) ซึ่งเป็นลูกน้องในทีมของเธอ ทุกคนรวมทั้งเจสสิก้า จอง ที่เพิ่งเจอกันเมื่อเช้าพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ... 

          "เราต้องเตรียมอะไรบ้างคะ?" เจสสิก้ายกมือถามเป็นครั้งแรกของวัน ทำให้แทยอนหันมามองเธออย่างเอ็นดู 

          "หลังจากการเตรียมงานทั้งหมดเราต้องซักซ้อมการเดินทาง และแบบพิธีการทูตทั้งหมดสามครั้ง และจับเวลาการเดินทางทั้งหมด" 

          "ละเอียดขนาดนั้นเลยหรอครับ" นักการทูตเข้าใหม่อีกคนยกมือถาม 

          "ละเอียดสิ...คุณรู้ไหมว่าคำว่า ยศ "มงกุฎราชกุมารี" แปลว่าอะไร? มงกุฎ ก็คือมงกุฎ คือผู้ที่จะสวมมงกุฎต่อจากพระราชาและพระราชินี พระองค์หญิงมิลันดาทรงต่างจากองค์หญิงเมืองอื่นที่เป็นอัครราชกุมารีก็ตรงที่ ทรงเป็น Crown Princess (มงกุฎราชกุมารี) ผู้จะสืบทอดราชวงศ์ต่อไป ซึ่งตำแหน่งนี้มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากพระมหากษัตริย์เลยนะ...เราต้องมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดให้แก่พระองค์ท่าน... จริงๆซ้อมแค่สามครั้งยังน้อยไปเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ประเทศเราไม่มีกษัตริย์เราก็จะเป็นจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับราชวงศ์เอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศเรามีความจริงใจที่จะต้อนรับเขาจริงๆ" 

          แทยอนกล่าวบรรยายให้กับบรรดานักการทูตแรกเข้าในทีม ทำให้พวกเขามองเธออย่างชื่นชม 

          "โอ้โห... สมแล้วที่เป็นพี่แทยอน หัวหน้าฝ่ายแบบพิธีการ" นักการทูตสาวบางคนชื่นชม ทำให้แทยอนยิ้มเขินๆ 

          "เฮ่ย.. มาชื่นชมอะไรกันตอนนี้ ดึกแล้ว แยกย้ายกันกลับบ้านไปนอน พรุ่งนี้ยังอีกยาวไกล..." แทยอนว่าพลางโบกมือให้นักการทูตรุ่นน้องทั้งหลาย 

          "คุณแทยอนคะ มีแฟ็กซ์มาเมื่อกี๊... จากสำนักพระราชวังออตตาโนวาค่ะ..." เลขาฯจากสำนักเลขากลางวิ่งเข้ามา พร้อมกับชูเอกสารในมือ 

          "ขอบคุณมากนะคะ..." แทยอนกล่าวด้วยมารยาท ก่อนจะรับแฟ็กซ์นั้นมาไว้ในมือ... 
ข้อมูลภายในนั้นทำให้แทยอนแทบจะล้มตึงหงายหลัง... 

          "... รายงานเรื่องผู้ติดตามคนสนิทของเจ้าหญิงมิลันดา พระเจ้าช่วย มีผู้ติดตามมาอีกคน ซวยแล้ว!!" แทยอนหน้าซีดเผือดพลางร้องลั่น... 

          นั่นหมายความว่า แผนการณ์ที่เธอเตรียมไว้ ทั้งการรักษาความปลอดภัย ยานพาหนะ 
โดยเฉพาะการจองโรงแรมสำหรับพระองค์หญิงองค์เดียวนั้น ล่มและต้องรีบรื้อใหม่ทั้งหมด!! 

          ขณะที่แทยอนกำลังหน้าซีดแทบจะลมจับอยู่นั้น... บรรดานักการทูตรุ่นน้องในทีมก็รีบกรูกันเข้ามาดูเอกสารในมือของแทยอน... 

          รูปภาพของหญิงสาวอยู่ตรงกลางกระดาษ ใบหน้าสวย พร้อมรอยยิ้มนัยน์ตายิบหยีกับรอยยิ้มที่เห็นได้ชัดแม้จะเป็นภาพขาวดำจากแฟ็กซ์ 

          ...นางสาวทิฟฟานี่ ฮวัง ตำแหน่งเป็นพระราชเลขาส่วนพระองค์ พระสหายคนสนิทขององค์หญิงมิลันดา บุตรีของ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้นายโจซอน ฮวัง สมรสกับนางเทลฮัลลา (เฮลส์ท) ฮวัง อายุ 21 ปี ยื่นคำร้องขออนุมัติวีซ่าในการเดินทางเข้าสู่น่านฟ้าประเทศเกาหลีใต้ในฐานะผู้ติดตามส่วนพระองค์ .... 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

103 ความคิดเห็น