The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 2 : กรมพิธีการทูต - EP 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

EP 2 

...2 ปีผ่านไป...

          พรมแดงถูกปูเป็นทางยาวลงจากเครื่องบิน เสียงปืนยิงสลุต 19 นัดตามแบบพิธีการ 
พร้อมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างนายชินโซ อาเบะเดินเคียงข้างมากับประธานาธิบดีปาร์ค กึนฮเยของเกาหลี เหล่าทหารยืนวันทยาหัตถ์อย่างสวยงามเรียงเป็นแถว ขณะที่ผู้นำประเทศทั้งสองเดินเคียงข้างกันลงเครื่องบินมา 

          "...การเยือนเกาหลีใต้ครั้งแรกของนายกฯอาเบะ หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ยาวนาน
ในกรณีขัดแย้งหมู่เกาะทาเคชิมะ-ดกโด ซึ่งการเยือนในครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศมีเป้าประสงค์จะหารือกันเรื่องนี้อีกครั้ง ก่อนที่จะนำเรื่องขึ้นศาลโลก ให้ศาลโลกเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าหมู่เกาะเหล่านี้จะเป็นของประเทศใด ปลายปีนี้... " 

          เสียงผู้ประกาศข่าวดังมาจากโทรทัศน์ ทำให้นักการทูตสาว คิม แทยอน หันไปดูผลงานตนเองอย่างชื่นชม

          "สลุต 19 นัดเป๊ะๆ .." แทยอนงึมงำ แล้วจิบกาแฟในแก้วอย่างมีความสุข เช้าๆแบบนี้ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าจิบกาแฟแสนอร่อยอยู่ในโรงอาหารของกระทรวง และได้มองดูผลงานของตัวเองสำเร็จลุล่วงด้วยดี

          "แหม่ ภูมิใจในผลงานใหญ่นะคุณแทยอน" ยุนอาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ Korea Herald ภาคภาษาอังกฤษภาคเช้า ก่อนจะเอ่ยแซวเพื่อน ที่ดูภาคภูมิใจเสียเต็มประดา ภาพที่ฉายในโทรทัศน์นั้น เป็นผลงานของแทยอน และกรมพิธีการทูตอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากการตรากตรำเตรียมงานอย่างหนัก พิธีการต้อนรับผู้นำระดับประเทศอย่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั้นถือว่าไม่ใช่งานเล็กเลย

          "แน่นอนว่ะ แล้วแกไม่ภูมิใจหรือไง? ได้ข่าวว่าแฟ้มงานประวัติส่วนตัวของนายกฯญี่ปุ่น แกก็เป็นคนจัดไม่ใช่หรอ" แทยอนแซว ทำให้ยุนอาทำหน้าเหมือนหืดขึ้นคอ... กระทรวงการต่างประเทศทำงานโดยหลายฝ่ายร่วมกันอยู่แล้ว... แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่กรมพิธีการทูตอย่างเดียวที่ทำงานหนัก... แต่นักการทูตที่รับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี(สองฝ่าย)ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นอย่างยุนอา ที่อยู่กรมเอเชียตะวันออก ก็มีหน้าที่ต้องทำแฟ้มประวัตินายกฯญี่ปุ่น ให้ท่านประธานาธิบดีอ่านด้วย 

     "มันยุ่งแค่ช่วงแรกๆก่อนท่านจะเดินทางมาเว้ย แต่ช่วงหลังๆน่ะกรมพิธีการทูตหมดไม่ใช่หรอ" ยุนอาว่า พลางยักไหล่ 

          "ว่าแต่ ทำไมต้องยิงปืน 19 นัดด้วยนะ?" ยุนอาถามขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่ไม่ได้ทำงานคลุกคลีกับ "พิธีการทูต" ที่แสนละเอียดอ่อน ทำให้หลงลืมถึงเหตุผลของงานพิธีที่แปลกๆ แต่น่าสนใจอย่างการยิงสลุตบ้าง.... 

          "เค้าเรียกว่ายิงสลุตเว้ย ไม่ใช่ยิงปืน... สมัยก่อนเราจะไปมาค้าขายกันก็ไปทางเรือ เวลาเรือของประเทศอื่นจะขึ้นฝั่งประเทศเรา เขาก็ต้องยิงลูกกระสุนทิ้งเพื่อให้รู้ว่าเขามาดี ไม่ได้จะมารบกับเรา ทางบนบกก็ต้องยิงกระสุนตอบรับว่าเราต้อนรับเขา ก็เลยเป็นต้นแบบของการยิงสลุตเสมอมา..." แทยอนอธิบาย... 

          "ส่วน 19 นัดเนี่ย ก็เพราะว่าท่านอาเบะแกเป็นนายกรัฐมนตรีไง ไม่ใช่ผู้นำสูงสุดของประเทศ ผู้นำสูงสุดของญี่ปุ่นคือจักรพรรดิ์ใช่มั้ย ถ้าเป็นผู้นำสูงสุด อย่างประเทศเราไม่มีสถาบันกษัตริย์ มีแต่ประธานาธิบดี เวลาท่านปาร์ค กึนฮเยไปประเทศอื่นเขาจะยิง 21 นัด..." 

          "โหยย... กระจ่างแจ้งเลยว่ะ ขอบใจมาก" ยุนอายิ้มกว้าง ก่อนจะวาง Korea Herald ลง และหยิบ New York Times มาอ่านต่อ นี่เป็นหนึ่งในนิสัยหลักของนักการทูตที่ติดไปแล้ว คือการหมั่นอ่านหนังสือพิมพ์ติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศทุกวัน 

          "ฮึ้ยยย น้องคริสตัล จองอ่ะะะ น่ารักเวอร์!!" แทยอนเงยหน้ามองโฆษณาในทีวี เมื่อภาพตัดจากข่าวมาเป็นโฆษณา 

          "...สวย ใส อย่างมั่นใจ... ใช้ BB Cream Vita Plus สิคะ!!..." เสียงสดใสของสาวน้อยดังมาจากโทรทัศน์ ทำให้ยุนอาเงยหน้าเหลือบมองตามเสียงของแทยอนแวบหนึ่ง ก็เห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่กำลังโลดแล่นอยู่ในโฆษณาตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ... 

          "เด็กจะตาย... มาโฆษณาให้เครื่องสำอางค์แบบนี้อะนะ แก่แดดชะมัด" ยุนอาบ่น

          "เฮ้ย!! รู้มั้ยนี่แกพูดอะไรออกมา นี่มันน้องคริสตัล จอง น้องสาวแห่งเกาหลีคนปัจจุบันเลยนะเว้ย!!" แทยอนโวยวาย แต่ยุนอาก็ดูไม่สนใจ

          "เออ ลืมไป แกมันเกลียดดารา ชังคนสวย...สาธุ ขอให้เนื้อคู่แกเป็นดารา!!" แทยอนว่า 

          "เฮ้ย อะไรวะ!! ทำไมแช่งกันอย่างนั้น!!" ยุนอาพับหนังสือพิมพ์ทันทีแล้วโวยวายใส่ ทำให้แทยอนหัวเราะ 

          "ขอโทษนะคะ..." เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทั้งสองเงยหน้ามอง หญิงสาวร่างสูงโปร่ง ดูปราดเปรียว เรียกได้ว่าเธอสวยจัด หากแต่แต่งชุดตำรวจเต็มยศ ทำให้ทั้งสองรีบยืดตัวตรงด้วยความเคยชิน 

          "ไม่ทราบว่า กรมการกงสุลไปทางไหน..." เธอเอ่ยถาม ยุนอาเผลอเหลือบมองป้ายชื่อเธอเล็กน้อย... 

          ...วิคตอเรีย ซอง... 

          "เดินตรงไปชั้นสองเลี้ยวซ้ายค่ะ..." ยุนอาตอบ ตำรวจหญิงคนนั้นก็ทำท่าตะเบ๊ะให้เธอเป็นการขอบคุณ ก่อนจะเดินตรงไปอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียวเช่นเดิม... 

          "ผู้หญิงเป็นตำรวจหรอ...โหดเวอร์..." แทยอนบ่นอุบ 

          "แต่เท่มากๆเลยนะ ...ฉันชอบว่ะ" ยุนอามองตามไปอย่างสนใจ 

          "อ๋อ ไม่ชอบคนสวย แต่ชอบคนโหด..." แทยอนหลิ่วตามองเพื่อน

          "ชอบคนเก่งเว้ย!! กว่าจำเป็นตำรวจได้เค้าต้องฝึกหนักมากแน่ๆ ฉันชอบคนทุ่มเทกับอะไรสักอย่างมากกว่าว่ะ" ยุนอาว่า 

          "แกนี่มันข้อแม้เยอะ สมน้ำหน้าที่จะโสด" แทยอนว่ายุนอา ทำให้ยุนอาพับหนังสือพิมพ์แล้วตีหัวแทยอนดัง เพี้ยะ!!

          "เฮ้ย ตีหัวฉันทำไม!!?" แทยอนโวยวาย 

          "ไม่ดูน้ำหน้าตัวเองเล้ย!! อย่างกับแกมีแฟนแล้วงั้นแหละ..." ยุนอาว่าพลางย่นปากใส่ 

          "เออๆ...ขอโทษก็ได้แหม..." แทยอนบ่นอุบ พลางลูบหัวตัวเองป้อยๆ 

          "โอ๊ยย!! / ว๊ายยยย!!! " เสียงร้องดังลั่นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองที่มาของเสียง ทำให้เห็นซอฮยอนที่ดูเหมือนกำลังจะเดินเข้ามาหาพวกเธอจากทางร้านกาแฟของโรงอาหารกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสูท ดูเหมือนจะเป็นนักการทูตเหมือนกันแต่ไม่คุ้นหน้า.... 

          แฟ้มเอกสารพะรุงพะรังในมือเธอตกพื้น แต่ไม่กระจัดกระจายมากนัก... ประเด็นก็คือ...กาแฟที่อยู่ในมือซอฮยอนนั้นหกราดเสื้อสูทของเขาเต็มๆ.... 

          "ข..ข..ขอโทษนะคะ...ฉันรีบมาก" เธอรีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสาร และค้อมหัวให้ซอฮยอน 

          "กรุณาระมัดระวังการเดินเหินของคุณในกระทรวงการต่างประเทศมากกว่านี้ด้วยนะคะ...." ซอฮยอนเอ่ยอย่างสุภาพแต่เสียงเย็น...แววตาบ่งบอกความไม่พอใจอย่างแรงกล้า.... เธอหันมามองพวกแทยอนกับยุนอา แล้วโบกมือให้เป็นเชิง แล้วเจอกัน ก่อนจะก้าวฉับๆออกไปยังลานจอดรถ
ดูก็รู้ว่าซอฮยอนคงไปเปลี่ยนชุดสูทที่รถเป็นแน่แท้ เพราะนักการทูตทุกคนรู้ดีถึงกฏพื้นฐานว่าพวกเขาจำเป็นต้องเตรียมแขวนชุดไว้ในรถหลายๆชุด เผื่อกรณีฉุกเฉินแบบนี้อยู่แล้ว... 

          หญิงสาวคนนั้นดูอึ้งๆ และเสียใจไม่น้อย...แต่เธอก็เก็บเอกสารทั้งหมดแล้วเดินตรงเข้ามาทางยุนอา กับ แทยอน 

          "รุ่นพี่แทยอน...กรมพิธีการทูตใช่ไหมคะ?" เธอเอ่ยอย่างนอบน้อม หน้าตาบ่งบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่น้อย ดูเหมือนเธอจะกลัวแทยอน และยุนอาดุซ้ำเอาอีกด้วยซ้ำ... 

          "อ..เอ่อ ใช่จ้ะ" แทยอนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ 

          "ฉัน...เจสสิก้า จอง นะคะ เป็นข้าราชการแรกเข้า เพิ่งย้ายมาฝึกงานที่กรมพิธีการทูตเป็นกรมแรก ท่านผู้อำนวยการขอให้ฉันเดินเอกสาร นำเรื่องนี้มาแจ้งให้รุ่นพี่ได้ทราบค่ะ..." หญิงสาวเอ่ย ทำให้ทั้งสองพยักหน้า 

          "เชิญ...เชิญนั่งก่อนค่ะ พวกฉันไม่ถือหรอก คุณเองก็คงจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ถึงพวกเราจะเข้ามาทำงานก่อน แต่เราก็ไม่ได้พิธีรีตองขนาดนั้นเหมือนพวกนักการทูตหัวโบราณบางพวกค่ะ" 
ยุนอาแอบกัดๆซอฮยอนอย่างหมั่นไส้นิดหน่อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วดึงเก้าอี้ให้เจสสิก้า 

          "ขอบคุณนะคะ..." เจสสิก้ามีสีหน้าดีขึ้น หลังจากโดน "นักการทูตหัวโบราณ" ที่ยุนอาว่าดุเข้าไป เธอใจชื้นขึ้นเมื่อยุนอากับแทยอนใจดีกว่าที่คาด... นึกว่าจะเป็นการทำงานวันแรกที่เลวร้ายเสียแล้ว

          "เจ้านั่นน่ะ อย่าไปใส่ใจเลยนะ เพื่อนพวกเราเองแหละ ... มันติดหัวโบราณหน่อย และก็ซิเรียสจริงจัง มันดุทุกคนแหละ ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนๆก็โดน..." แทยอนกล่าว ทำให้เจสสิก้าค่อยยิ้มออกได้บ้าง

          "ไหนดูหน่อยซิ...วันนี้มีงานอะไรใหม่..." แทยอนเปิดแฟ้มที่เขียนไว้ข้างหน้าว่า กรมพิธีการทูต ออกมาดู 

          "พระเจ้าช่วย!!!" แทยอนร้องลั่น ทำให้ทั้งสองคนบนโต๊ะพลอยสะดุ้งไปด้วย 

          "อะไร? งานอะไร???" ยุนอาเริ่มรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อน 

          "องค์หญิงมิลันดา มงกุฎราชกุมารีแห่งสาธารณรัฐ ออตตาโนว่า จะมาเยือนเกาหลีใต้ในการพบปะกับท่านประธานาธิบดี !!" 

          "อ้าว...ตื่นเต้นอะไรละ นายกรัฐมนตรีก็รับมาแล้วไม่ใช่หรอ..." ยุนอาขมวดคิ้ว 

          "เฮ้ย นี่มันราชวงศ์....มันต่างกันมากเลยนะ..." แทยอนว่าอย่างหมดอาลัยตายอยาก...ยังไงเสียยุนอาก็ไม่เข้าใจความแตกต่างที่หนักหนาระหว่าง การต้อนรับ "ราชวงศ์ กับ สามัญชน" อย่างแน่นอน... 

          งานหนักแน่ๆแล้ว... คิม แทยอน เอ๋ย 

... 


     เครื่องบินส่วนพระองค์หรูหราขนาดใหญ่ กำลังแล่นผ่านน่านฟ้าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน บรรดาข้าราชบริพาร และผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด เดินไปเดินมา รักษาความปลอดภัยอยู่โดยรอบ มีเพียง เจ้าหญิงมิลันดา มงกุฎราชกุมารี และพระสหายสนิทเท่านั้น ที่นั่งอยู่เฉยๆเคียงข้างกัน .. 

          "ทิฟฟานี่...เธอเปิดม่านตรงนั้นให้ฉันหน่อยสิ อยากเห็นพระอาทิตย์ตกดินจัง..." พระองค์หญิงมิลันดา ทรงเป็นเพียงเด็กสาว พระเนตรคม พระฉวี(ผิวพรรณ)ขาว ตามแบบชาวออตตาโนวาแท้
ซึ่งเป็นชนเผ่าเอเชียผสมกับแขกขาว ทำให้มีผิวขาว แต่ดวงตาคมเข้มเหมือนแขก ทรงตรัสกับทิฟฟานี่...พระสหายสนิทอย่างเป็นกันเอง...พระสหายคนสนิทเป็นหญิงสาวนัยน์ตายิ้มเธอหันมายิ้มรับจนดวงตายิบหยีแบบชาวเกาหลีของเธอปิดสนิท ก่อนจะกระเถิบตัวไปเปิดม่านกระจกเครื่องบิน 

          "เยือนจีนครั้งนี้สนุกดีนะเพคะกระหม่อม..." ทิฟฟานี่ว่า 

          "เอ๊... ฟานี่ ฉันพูดกี่ครั้งแล้วว่าให้คุยกับฉันภาษาธรรมดาเวลาอยู่ด้วยกันสองคน" เจ้าหญิงมิลันดาว่า 

          "อุ้ย...ขอโทษที ฉันติดเวลาพูดกับเธอต่อหน้าคนอื่นน่ะ..." ทิฟฟานี่ยิ้มตาหยี ทำให้เจ้าหญิงมิลันดาส่ายหัวอย่างเอ็นดู 

          ทั้งสองเป็นสหายสนิทกันมานานตั้งแต่เด็ก เนื่องจากมารดาของทิฟฟานี่ซึ่่งเป็นชาวออตตาโนวา เป็นนางใน และนางสนองพระโอษฐ์คนสนิทของพระมารดาเจ้าหญิง ทำให้เธอสามารถวิ่งเข้าออกเขตพระราชฐานได้บ่อยๆ แม้มารดาของทิฟฟานี่จะแต่งงานกับนาย โจซอน ฮวัง เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงออตตาโนวา แต่เธอก็ยังไม่เคยบกพร่องหน้าที่ในการรับใช้พระมารดาของเจ้าหญิงซึ่งทรงเป็นพระราชินีแห่งออตตาโนวาเลยแม้แต่น้อย

          "สถานีต่อไปของพวกเราที่ไหนกันนะ?" เจ้าหญิงมิลันดาทรงเปรย ทำให้ทิฟฟานี่รีบหยิบแฟ้มการเดินทางขึ้นมาดู 

          "การเยือนเอเชียครั้งนี้...สถานีต่อไปของพวกเราคือ...เกาหลีใต้!!" ทิฟฟานี่ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที 

          "เกาหลีใต้...งั้นเหรอ...ฉันจะได้เจอดาราเกาหลีบ้างมั้ยนะ..." เจ้าหญิงมิลันดาตรัสอย่างขบขัน

          "ฉันก็อยากเจอสักคน...ฉันดีใจมากๆเลยนะ ที่จะได้เยือน howntown of daddy (บ้านเกิดของพ่อ)" ทิฟฟานี่ว่า

          "ใช่สิ! เธอเป็นลูกครึ่งเกาหลีนี่นา...ฉันลืมไปเลย" เจ้าหญิงทรงตรัส พลางสรวล(หัวเราะ)เบาๆ

          "ใช่ แต่ฉันก็ไม่เคยมาเยี่ยมบ้านเกิดdaddyเลย... คุณย่า คุณปู่เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ 
ฉันเจอท่านแต่ตอนที่ท่านไปเยี่ยมที่ออตตาโนว่า แต่ตอนนี้ท่านแก่มากแล้ว คงไปเยี่ยมฉันอีกไม่ไหว..." 

          "ถ้าเธอต้องการ ...ฉันสามารถให้เราอยู่ที่เกาหลีใต้ยาวขึ้นได้นะ..." เจ้าหญิงทรงเย้าแหย่ 

          "จริงหรอ!?" ทิฟฟานี่หันมามองเพื่อนด้วยแววตาดีใจ 

          "จริงซิ...เกาหลีใต้เป็นที่สุดท้าย ฉันมีหน้าที่บอกจุดยืนของเราเกี่ยวกับเรื่องน้ำมัน และขอการสนับสนุนการศึกษาเท่านั้น ที่เหลือคือการเยือนในระดับกันเอง...ฉันสามารถเพิ่มเวลาให้เราอยู่ยาวและปล่อยให้เธอออกไปพบครอบครัวได้นะ..." เจ้าหญิงมิลันดาทรงเลือกคำว่า ปล่อยให้... ทิฟฟานี่ออกไป เพราะทรงทราบดีว่า ถ้าหากตัวท่านเองทรงเสด็จออกไปด้วย ก็มีแต่จะทำให้การทำงานของกระทรวงต่างประเทศในบ้านเมืองเขานั้นยากลำบาก เพราะต้องอาศัยการคุ้มกันชั้นสูง.... 

          "จริงๆนะ!!? โอ๊ย...มิด้า ฉันดีใจมากๆเลย" ทิฟฟานี่ดูร่าเริงขึ้นทันที พลางเรียกองค์หญิงด้วยชื่อเล่นแบบตอนเด็กๆ 

          "พอดีใจละเรียกฉันแบบเด็กๆเลยนะ..." เจ้าหญิงมิลันดาทรงแซวเล็กน้อย 

          "โอ๊ย... ขอพระราชทานอภัยฝ่าบาท...กระหม่อมเพียงแค่เผลอไปเท่านั้น กระหม่อมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก" ทิฟฟานี่ร่ายยาวอย่างชำนาญและคล่องปากเพราะโดนฝึกฝนให้พูดราชาศัพท์โดยมารดาผู้เป็นนางในแต่เล็ก 

          "น่าหมั่นไส้จริงๆเลยเชียวเธอนี่...เดี๋ยวฉันก็เปลี่ยนใจซะหรอก" เจ้าหญิงมิลันดาทรงทำแก้มป่องอย่างง้ำงอน 

          "อุ๊ยตาย หม่อนฉันผิดไปแล้วเพคะฝ่าพระบาท...ได้โปรดอย่าทรงเปลี่ยนพระทัยเลย" ทิฟฟานี่ยังเล่นไม่เลิกพลางแกล้งเขย่าแขนเพื่อนอีก แต่ในที่สุดองค์หญิงมิลันดาก็แย้มสรวลออกอีกครั้งจนได้.... 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #8 SYJKWYR (@SYJKWYR) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:49
    โหหห คุณซอโหดไปไหนเนี้ยย อย่าดุสิก้าของเค้าสิ ความรู้แน่นมากๆเลยค่ะ อ่านได้ทั้งบันเทิงเเละความรู้เลย คุณหมีเก่งมากๆเลยค่ะ
    #8
    0
  2. #7 SYJKWYR (@SYJKWYR) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:48
    โหหห คุณซอโหดไปไหนเนี้ยย อย่าดุสิก้าของเค้าสิ ความรู้แน่นมากๆเลยค่ะ อ่านได้ทั้งบันเทิงเเละความรู้เลย คุณหมีเก่งมากๆเลยค่ะ
    #7
    0