The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 15 : กรมการกงสุล - EP 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    11 ม.ค. 61

EP 5 

          ลานซีเมนต์สีขาวกว้างใหญ่ใจกลางกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ปรากฏรูปหล่อสำริทขนาดใหญ่โตโอฬารของสองอดีตผู้นำเกาหลีเหนือ 

          คนแรกเป็นชายร่างใหญ่ ยืนชูมือข้างเดียวยิ้มร่า... สะท้อนแสงอาทิตย์ 
          เขาคือ คิม อิลซุง หรือ The great leader (ท่านผู้นำผู้ยิ่งใหญ่) 
          ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ ผู้สถาปนาประเทศเกาหลีเหนือขึ้นมา 

          คนที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นคือผู้นำคนก่อนนี้ ที่เพิ่งจะเสียชีวิตไป... 
          คิม จองอิล หรือ The dear leader (ท่านผู้นำผู้เป็นที่รัก)  
          รูปปั้นของเขายืนอยู่เคียงข้าง คิม อิลซุง ผู้เป็นพ่อ ท่าทางขึงขัง เขาเป็นผู้ดำเนินนโยบายให้เกาหลีเหนือเน้นด้านการทหาร และการผลิตขีปนาวุธ ซึ่งการดำเนินนโยบายนั้นก็สืบทอดมาถึงรุ่นลูกของเขา...ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน 

          ยูริรู้ดีอยู่แล้ว... ตั้งแต่ได้ยินคำว่า "พาไปเคารพท่านผู้นำ" ของพวกทหารเกาหลีเหนือ เธอไม่ได้คาดหวังจะได้พบ "คิม จองอึน" ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบันนี้หรอก ขณะที่วิคตอเรียมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยเมื่อรถจอดอยู่ที่ลานจตุรัสซีเมนต์อันกว้างใหญ่ ทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนายก็ก้าวฉับๆ เดินนำพวกเธอตัดลานกว้างนั้นไปยังหน้ารูปหล่อของท่านผู้นำทั้งสอง

          "มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่น่ะ มาถึงจะต้องเคารพท่านผู้นำทั้งสองก่อน..." ยูริกระซิบวิคตอเรียที่ทำหน้าเป็นกังวล เพราะไม่รู้ว่าจะต้องมาทำอะไร... ทำให้เธอมีสีหน้าคลายกังวลลงมาบ้าง... ทหารทั้งสองให้เธอไปยืนตรงข้างหน้ารูปหล่อทั้งสองนั่น ยูริก็ก้มหัวแสดงความเคารพท่านผู้นำ ตามธรรมเนียมของเกาหลีเหนือ ขณะที่วิคตอเรียยังรู้สึกขัดๆ 

          "ก้มเถอะ... มันเป็น propaganda (นโยบายโฆษณาชวนเชื่อ) ของเกาหลีเหนือเขา" ยูริดึงแขนเธอเบาๆ ทำให้วิคตอเรียต้องยอมก้มตามเพราะทหารชาวเกาหลีเหนือมองอยู่ 

          ขณะที่ก้มหัวอยู่นั้น วิคตอเรียขบฟันกรอดๆ จนยูริรู้สึกได้ .. เขารู้ดีว่าเธอคงไม่ชอบใจ อาชีพตำรวจของเธอหล่อหลอมให้วิคตอเรียยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ การก้มหัวให้กับผู้นำเกาหลีเหนือที่มีอุดมการณ์แบบคอมมิวนิสต์ และเป็นศัตรูสำหรับเกาหลีใต้บางคน ความรู้สึกนั้นทำให้คนเป็นตำรวจรักชาติอย่างเธอทำใจยาก...

          ยูริตัดสินใจเอื้อมมือไปจับเธอเอาไว้เบาๆ อย่างปลอบๆ... มือที่กำแน่นของวิคตอเรียจึงดูผ่อนคลายลง 

          ทหารเกาหลีเหนือกดชัตเตอร์ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่ออัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ KCNA เว็บไซต์หลักของเกาหลีเหนือในการโฆษณาชวนเชื่อต่อประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวอัพเดทข้อมูลความเคลื่อนไหวของท่านผู้นำเกาหลีเหนือ และเพื่อลงข่าวหนังสือพิมพ์ "พรรคแรงงาน" ต่อไป ว่าข้าราชการ "นักการทูต" และ "ตำรวจ" ของเกาหลีใต้ ได้มาทำความเคารพท่านผู้นำเรียบร้อยแล้ว 

          มองไปบริเวณรอบๆ จะเห็นรูปปั้นสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ของกลุ่มกองทหารที่กำลังโบกธง เป็นสัญลักษณ์ว่าจะทำชาติก้าวไกล... ยูริมองด้วยความสลดใจนัก ระหว่างทางที่นั่งรถเข้ามาในถนนกรุงเปียงยาง เธอยังเห็นผู้คนเดินเท้าเปล่าอยู่เลย

          "เรา... จะ นำ พวกท่าน... ไปพบ... ท่านนายพล... " นายทหารหนึ่งในสองตบเท้าเข้ามาหา  วิคตอเรียหลิ่วตามองพวกเขาอย่างไม่ไว้ใจ ขณะที่ยูริพยักหน้านิ่งๆ 

          พวกเขาถูกพาไปที่ตึกสีขาวขนาดใหญ่ที่ดูหรูหราอลังการ ที่ยูริพอจะอนุมานได้ว่าเป็นทำเนียบรัฐบาลของเกาหลีเหนือ เพราะดูใหญ่โตและโอ่อ่ากว่าที่อื่นที่ดูจะทรุดโทรมลงไปแล้ว ซึ่งมีธงชาติเกาหลีเหนือชูไสวอยู่ตรงหน้า... 

          "ก่อน เข้า ..อาคาร.. ขอ ตรวจ.. อาวุธ .. ด้วย" เจ้าหน้าที่หน้าอาคารกล่าวด้วยสำเนียงยานคางแบบเกาหลีเหนือ 

          วิคตอเรียมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เธอวางปืนพกสั้นของเธอไว้ตรงหน้า... 

          "ฝาก .. ไว้ .. ตรงนี้นะ.." เจ้าหน้าที่กล่าว 

          "แล้วทำไมเจ้าพวกนั้นถือเดินไปเดินมาได้..." วิคตอเรียว่าพลางชี้ไปทางทหารเกาหลีเหนือที่เดินไปเดินมา 

          "พวก เขา.. คือ .. เจ้าหน้าที่...รัฐบาล... คุณเป็น คนนอก ... กรุณา ปฏิบัติตามด้วย..." 

          เจ้าหน้าที่เน้นคำว่า "คนนอก" ให้ได้หงุดหงิดอีก .. แต่ยูริก็รีบเอ่ยขึ้นมา

          "ขอบคุณมากค่ะ... เราจะฝากไว้ที่นี่..." ยูริว่าตัดบท แล้วหันมองวิคตอเรียเป็นเชิงปรามๆ 

          "ความสัมพันธ์ทางการทูตของเราแย่พออยู่แล้ว คุณต้องใจเย็นๆนะ อย่าวู่วาม..." ยูริกระซิบ

          "แต่เจ้าพวกนี้..." วิคตอเรียกระซิบตอบ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังรู้ว่าหงุดหงิด แต่เจ้าหน้าที่ของทางรัฐบาลเกาหลีเหนือก็รีบพูดแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่นสะท้อนห้องโถง 

          "ห้าม.. กระซิบ กระซาบ กัน ในอาคารนี้!!" 

          วิคตอเรียหันไปมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ยูริก็ยกมือเป็นเชิงขอโทษขอโพย ส่วนทางฝ่ายเกาหลีเหนือนั้นไม่มีรอยยิ้มให้พวกเธออยู่แล้ว... จึงไม่สามารถเดาอารมณ์ได้ว่า พนักงานคนนั้นจะมีอารมณ์โกรธอะไรบ้างหรือเปล่า 

          "เชิญทางนี้..." ทหารหนุ่มผู้หนึ่ง สวมเนคไทภายในชุดทหาร เหรียญตราที่เต็มตัวของเขา บ่งบอกให้รู้ว่าเขาน่าจะเป็นผู้ที่มียศสูงกว่า ทั้งสองเพิ่งสังเกตว่าเจ้าทหารสองคนที่ไปรับพวกเธอหายไปแล้ว

          ทั้งสองได้รับการนำตัวไปสู่ทางเดินหินอ่อนทอดยาว วิคตอเรียคลำๆหาอาวุธที่พกพาซ่อนอยู่ในตัวเพื่อความอุ่นใจ กระทั่งทหารหนุ่มคนนั้นหยุดที่หน้าประตูหนึ่ง แล้วผายมือให้พวกเธอเข้าไปข้างใน... ยูริโค้งตัวเป็นเชิงขอบคุณ ทำให้ทหารคนนั้นเปลี่ยนท่าทีเป็นตะเบ๊ะให้เธอ... ทำให้วิคตอเรียมองหน้ายูริอย่างแปลกใจ 

          "ถ้าอยากได้รับเกียรติจากผู้อื่น...ก็ต้องให้เกียรติเขาก่อน..." ยูริกระซิบวิคตอเรียด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขารู้ว่าสำหรับตำรวจเกาหลีใต้อย่างวิคตอเรียแล้ว เกาหลีเหนือคือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่กัดกินประเทศเกาหลีใต้โดยตลอด ท่าทีที่เธอแสดงออกจึงมีความไม่พอใจสูงเมื่อถูกเกาหลีเหนือบังคับให้ทำอะไรๆด้วยกฏเกณฑ์ที่ไม่มีในเกาหลีใต้ วิคตอเรียได้ยินเสียงเตือนนั้นก็ฉุนกึกอยู่พักหนึ่ง...แต่พอเห็นสายตาที่จริงใจของยูริ ก็ทำให้เธอฉุกคิดใหม่...  เธอเลิกคิ้ว ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นตะเบ๊ะให้กับทหารเกาหลีเหนือคนนั้นบ้าง และเขาก็ตะเบ๊ะตอบ... 

          ง่ายดายแบบนี้เลย? วิคตอเรียคิดในใจ แต่ก็อดรู้สึกทึ่งๆไม่ได้ ที่ "ไม้อ่อน" ก็ใช้ได้พอๆกับ "ไม้แข็ง" ซึ่งเธอถนัดจะใช้ไม้แข็งมากกว่า...แต่ไม้อ่อนของควอน ยูริ ก็มีประโยชน์อย่างน่าทึ่ง... 
เธอเดินตามหลังนักการทูตบุคลิกดีคนนั้นไป ด้วยความแอบชื่นชมในใจเล็กๆ 

          ภายในห้องนั้นถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราจนน่าแปลกใจ เพราะเป็นห้องสไตล์อังกฤษ ที่ปูพรมสีเลือดหมูไว้ทั่วห้อง บนผนังแขวนภาพเขียนเกี่ยวกับพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ และภาพของบรรดาท่านผู้นำ ... เก้าอี้หนังอย่างดีถูกจัดวางเอาไว้ทั่วห้อง... ภายในห้องนั้นบรรดาทหารยศล่างของเกาหลีเหนือยืนอารักขากันอยู่เต็มไปหมด ที่โต๊ะนั่น มีทหารอายุมากนายหนึ่งนั่งอยู่กับกลุ่มเด็กสาวสี่คนที่ดูหวาดกลัวไม่น้อย...ยูริจำเด็กคนหนึ่งในนั้นได้ทันทีว่าคือ ฮา โซยองลูกสาวของท่านรองนายกรัฐมนตรี และยูริก็รู้สึกโล่งใจที่เห็นเธอและเพื่อนๆทั้งสามคนปลอดภัยดี 

          "สวัสดี... คุณนัก การ ทูต .. พวกผมรอคุณอยู่ได้สักพักแล้ว..." นายทหารอายุมากลุกขึ้นยืน ป้ายชื่อของเขามีเขียนเอาไว้ว่า "โร ฮยอนชิล" ยูริแอบคิดในใจว่าชื่อช่างสมกับเป็นคนเกาหลีเหนือจริงๆ

          "อย่าง..ที่พวกคุณเห็น บรรดานักศึกษาทุกคน...ปลอด..ภัย ดี " เขาผายมือไปยังเด็กๆ 


          "ฉันอยากกลับบ้าน..." ฮา โซยองเอ่ยเสียงแข็งขึ้นมา แววตาไม่ได้หวาดกลัวแบบนั้น บ่งบอกว่าทางการเกาหลีเหนือเพียงแค่ "กักตัว" ของพวกเธอไว้ ไม่ได้กระทำการข่มขู่ใดใดให้หวาดกลัว 

          "อย่าเพิ่งใจเร็วด่วนได้ไป... พวกเธอจะได้กลับบ้านแน่ เมื่อ เรา ได้สิ่ง .. ที่ต้องการ" เขาว่า 

          "ตามที่ท่านทราบ ดิฉันก็มาเพื่อเรื่องนี้..." ยูริเอ่ยด้วยคำที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทหารคนนี้รุ่นคราวพ่อเธอเลยทีเดียว เหรียญตรามากมายที่ติดเต็มตัวเขาราวแม่เหล็กติดตู้เย็นนั้นทำให้เขาดูน่าขัน แต่ยูริก็ไม่บังอาจกล้าหัวเราะออกมาได้ เพราะรู้ว่าทหารเกาหลีเหนือ ยิ่งยศสูงเท่าไหร่ ก็จะได้รับเหรียญมากเท่านั้น และ โร ฮยอนชิล ก็ไม่ใช่คนแบบที่ควรจะล้อเล่นด้วย

          "ผมต้องขอรายงานให้คุณ ซึ่งเป็นตัวแทน...ทางการ เกาหลีใต้ ให้ทราบก่อนว่า ทางเกาหลีเหนือ..ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำร้าย..ตัวประกันชาวเกาหลีใต้ เพียงแต่พวกเขา...ฝ่าฝืน...เขตปลอดทหาร...เข้ามาในชายแดน...เราจึง...จำเป็นต้องกักตัว..." 

          โร ฮยอนชิลกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แม้จะด้วยเหตุผลเช่นนั้น แต่ยูริก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่คำลวงของเกาหลีเหนือ 

          "ฉันไม่ได้ทำผิดอะไร แกจับตัวพวกฉันมา...ไอ้พวกบ้าอำนาจ" ฮา โซยองไม่ยอมถอยเท่าไรหนัก ราวกับเธออัดอั้นมานาน เด็กสาวหน้าตาไม่สบอารมณ์ และพร้อมจะโวยวายมากกว่านี้จนยูรินึกกลัว แต่โร ฮยอนชิลดูจะมีความอดทนสูงกว่านั้น 

          " และเพื่อเป็นการปล่อยตัว...เราจำเป็นต้องแลกกับอะไรบางอย่าง..." 

          มาแล้ว...ยูรินึกในใจ ไม่ว่าทางฝั่งเกาหลีเหนือจะต้องการอะไร พวกเธอก็จำเป็นจะต้องรับฟัง... 

          "เราต้องการให้คุณจัดโต๊ะเจรจาหกฝ่ายกับประเทศมหาอำนาจ... เพื่อ...ทำข้อตกลงร่วม... ให้พวกเรา...สามารถครอบครอง...และพัฒนา..การผลิตนิวเคลียร์ได้อย่างชอบธรรม..." 

          เส้นประสาทของยูริเขม็งตึงขึ้นมาทันที แม้จะทำใจไว้บ้างแล้วว่ายังไงก็ต้องมาเจอกับเรื่องนี้เพราะ "ธง" หรือความสนใจหลักๆ ของเกาหลีเหนือก็ไม่อยู่แค่ไม่กี่เรื่อง...โดยเฉพาะในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนผู้นำใหม่ของเกาหลีเหนือ แสนยานุภาพทางการทหารกลายเป็นเรื่องสำคัญอีกครั้ง แต่การที่เกาหลีเหนือตั้ง "ธง" มาแบบนี้ ก็ทำให้เกาหลีใต้ลำบากใจอยู่ไม่น้อยเลย... 

          การเจรจาหกฝ่าย (Six Party Talks) คือการเจรจาระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการเจรจาใหญ่เกี่ยวกับการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์นิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก และหลายครั้งที่มีการทดสอบยิงมิสไซล์นิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ บรรดาประเทศต่างๆเหล่านี้ก็จะออกมาประนามอย่างหนัก

          การยื่นคำร้องแบบนี้ของเกาหลีเหนือต่อเกาหลีใต้ก็เท่ากับบังคับให้เกาหลีใต้กลืนน้ำลายตัวเอง... 

          "เรื่องนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ แต่ในฐานะตัวแทนของเกาหลีใต้ ดิฉันคงไม่สามารถให้คำมั่นสัญญาอะไรได้ตอนนี้" ยูริตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ วิคตอเรียเห็นสีหน้าลำบากใจของเขาแล้วก็รู้ว่ายูริคงกำลังใช้สมองอย่างหนัก เพราะการเจราจาดูท่าจะเพลี่ยงพล้ำ และเกาหลีเหนือก็มีโอกาสใช้ข้อนี้ในการกักกันตัวประกันต่อ 

          "แต่ด้วยกฏหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ดิฉันเกรงว่าคุณจำเป็นจะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมด...เนื่องจากหลักฐานของคุณไม่เพียงพอในการกักตัวพวกเขาไว้ในฐานะนักโทษ" ยูริยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะมาช่วยตัวประกัน

          "ใจเย็นๆ คุณนักการทูต... ตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัวพรุ่งนี้..." โร ฮยอนชิลกล่าวนิ่งๆ 

          "พวกเราจะจัดแถลงข่าวการปล่อยตัวพวกเขา พร้อมกับพวกคุณในวันพรุ่งนี้... เพราะฉะนั้น คืนนี้เราคงจำเป็นต้องขอให้คุณพักตามที่พักที่เราจัดไว้ให้ " 

...

          "ที่พัก" ที่จัดให้นั้น เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ที่ยูริคาดเดาว่า "ชั้นหนึ่ง" แล้วของทางเกาหลีเหนือ แม้โรงแรมจะดูร้างผู้คน แต่ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเดินไปเดินมาขวักไขว่ เนื่องจากเกาหลีเหนือมีนโยบายรับนักท่องเที่ยวและทัวร์จากจีนเท่านั้น

          พวกเธอได้จัดห้องขนาดใหญ่ห้องเดียว รวมกับบรรดาสาวๆทั้งสี่คน... โดยมีพนักงานโรงแรมคอยด้อมๆ มองๆ อยู่ตลอดเวลา... 

          "ขอบคุณพี่ๆมากเลยนะคะ ที่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาที่แบบนี้" ฮา โซยองพูดขึ้นมาก่อน เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาดี แต่ดูก็รู้ว่าคงเป็นคุณหนูเอาแต่ใจอยู่ไม่น้อย... 

          ยูริกับวิคตอเรียพยักหน้ารับ และก็เป็นยูริที่พูดขึ้นมา 

          "ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว... พี่ชื่อยูริ ควอน ยูริ นักการทูตปฏิบัติการ ส่วนพี่สาวทางนี้คือ ร้อยตำรวจเอกหญิง วิคตอเรีย ซอง ตำรวจชำนาญการพิเศษจ้ะ" 

          ยูริแนะนำวิคตอเรียที่ดูเขินๆเล็กน้อย เมื่อเด็กๆมองมาที่เธออย่างชื่นชม 

          "พี่เป็นร้อยตำรวจเอกเลยหรอคะ งั้นพี่ก็ต้องเป็นผู้กองฯ ผู้กองวิคตอเรีย เท่จังเลย" ฮา โซยองเอ่ยชม ทำให้วิคตอเรียหันไปยิ้มอ่อนๆให้เธอ ...นึกอยากจะถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่า "ร้อยตำรวจเอก" บางทีเขาก็เรียกกันว่า "ผู้กองฯ" แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าท่านรองนายกฯ คุณพ่อของเธอเคยเป็นตำรวจ 

          "ฉัน โซยองนะคะ ส่วนสามคนนี้ ซูยอง จูแจ และ ฮวังฮี ค่ะ" ฮา โซยองแนะนำ บรรดาสาวๆทั้งสามก็ยิ้มแหยๆ อย่างเขินๆ 

          "ไม่มีใครทำร้ายหรือทำอะไรน้องๆใช่ไหมคะ" วิคตอเรียถามอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย

          "ไม่มีค่ะ.." ทั้งสามส่ายหัว 

          "มีแต่เอาปืนขู่..."คนที่ชื่อฮวังฮีบ่นอุบขึ้นมา ทำให้ทุกคนหัวเราะครืน 

          "ไม่ต้องห่วงนะคะ วันพรุ่งนี้ก็จะได้รับการปล่อยตัวแล้ว..." วิคตอเรียปลอบ ทำให้พวกเธอสบายใจขึ้น 

          เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบเที่ยงคืน บรรดาสาวๆก็เริ่มขอตัวไปเข้านอน ยูรินั่งอ่านทบทวนเอกสารอยู่บนเตียง ขณะที่วิคตอเรียที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกจากห้องน้ำ 

          "นอนไม่หลับเหรอคุณ?" วิคตอเรียเอ่ยถาม ทำให้ยูริที่ดูเคร่งเครียดเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร 

          "มันง่ายไป..." ยูริพึมพำ ทำให้วิคตอเรียขมวดคิ้ว 

          "อะไรเหรอคะ?" วิคตอเรียเอ่ยถาม ทำให้ยูริเงยหน้าขึ้นมามองเธอ 

          "คุณลองสังเกตดูสิ... ข้อแลกเปลี่ยนเรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นปัญหามายาวนานมาก พวกเขาไม่น่าจะเอาเรื่องนี้มากดดันในการจับตัวประกัน...แถมยังยอมแถลงข่าวปล่อยตัวประกันง่ายขนาดนี้...ฉันคิดว่ามันต้องมีลับลมคมในมากกว่านี้...มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ที่ยังไม่ได้บอกเรา..." 

          ยูริวิเคราะห์ตามที่เธอครุ่นคิดมาตลอดทั้งวัน ทำให้วิคตอเรียขมวดคิ้ว... ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ... 

          "คุณอยากรู้มั้ยละ ว่ามันมีอะไรมากกว่านี้..." วิคตอเรียกระซิบเบาๆ ทำให้ยูริขมวดคิ้ว เธอจึงกวักมือให้เขามายืนด้วยกันตรงหน้าต่างที่เธอมองออกไปเห็น...

          กลุ่มทหารเกาหลีเหนือที่ถูกสั่งมาให้คอยเฝ้าพวกเธออยู่นั้น กำลังก่อไฟ

          ภายนอก...กลุ่มทหารเกาหลีเหนือที่กำลังก่อไฟอยู่ด้านนอก ร้องรำทำเพลงกันอยู่อย่างมีความสุข ดูก็รู้ว่าพวกเขากำลังเมามายได้ที่... 

          ยูริหันมามองหน้าวิคตอเรียอย่างอึ้งๆ เมื่อเธอยิ้มให้เขาแล้วคว้ามือยูริให้ออกวิ่งไปด้วยกัน 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #19 _Kannikar_ (@_Kannikar_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 18:18
    เข้มข้นดีค่ะ ตื่นเต้นดี
    #19
    0
  2. #11 Yuruyuri (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:09
    มาต่อไวๆๆนะ
    #11
    0
  3. #9 ป. กังวาล (@axarts13) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:19
    มาต่อเลยได้ไหมๆๆๆๆๆ
    #9
    0