The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 13 : กรมการกงสุล - EP 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 ม.ค. 61

EP 3 

          ศูนย์ออกกำลังกายชั้นสูงบนห้างดัง ที่ต้องเป็นสมาชิกระดับ VIP เท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปถึงชั้นบนได้ ในวันหยุดเช่นนี้ไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไร แต่หญิงสาวหน้าตาดี ผมรวบตึง สวมเสื้อกล้ามเอวลอยสีเทานั้นก็ย่อมล่อตาล่อใจชายที่เดินผ่านได้เป็นอย่างดี... เมื่อผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านเธอ และตั้งท่าจะชวนคุย ร้อยตำรวจเอกสาวก็แสร้งทำเป็นทำของตก.... 

          "เดี๋ยวผมเก็บให้เองครับ...โอ๊ะ.." ชายหนุ่มชักมือกลับราวกับเห็นของร้อน เมื่อเห็นตราตำรวจหน่วยพิเศษตกอยู่ที่พื้น.... 

          "ไม่เป็นไรค่ะ...ฉันเก็บเอง..." วิคตอเรียยิ้มหวาน แต่เชือนเฉือด... ทำให้ชายหนุ่มล่าถอยไป 

          ให้มันรู้ไปสิว่าจะมากล้าจีบคนอย่างฉันน่ะ... ยังอ่อนไปพ่อหนุ่ม... 

          วิคตอเรียแอบนึกในใจ... ขณะที่เธอเดินขึ้นลู่วิ่ง และกดตั้งระดับออกกำลังกายให้พอเหมาะ 

          "วันนี้มาเช้านะคะ..." เสียงที่คุ้นเคยร้องทัก ทำให้วิคตอเรียหันไปมอง

          "อ้าว น้องคริส..." วิคตอเรียหันไปยิ้มให้ เมื่อพบว่าคนที่วิ่งอยู่ลู่ข้างๆเป็นใคร 

          คริสตัล จอง ดาราสาวชื่อดังผู้ได้ตำแหน่งน้องสาวของเกาหลี กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ข้างๆ เธอทั้งสองรู้จักกันดีเพราะมาเป็นสมาชิกสปอร์ตคลับบนห้างหรูแห่งนี้มาได้สองสามเดือนแล้ว 
ทั้งสองชอบออกกำลังกายเหมือนกัน และคริสตัลก็ดูจะสนใจเธอซึ่งมีอาชีพเป็นตำรวจหญิงเป็นพิเศษ ... 

          "ฉันแอบเห็นนะ... พี่วิคทำพิษกับหนุ่มๆอีกแล้ว" คริสตัลแอบแซว ทำให้วิคตอเรียหัวเราะ 

          "พวกไก่อ่อนน่ะ ไม่รู้ประสีประสาอะไร แค่เห็นตราตำรวจก็ขวัญกระเจิงแล้ว..." วิคตอเรียว่าอย่างไม่ใส่ใจ 

          "พี่ก็ใจร้ายจัง...ตานั่นเขาเป็นดาราใหม่กำลังจะเป็นพระเอกละครดังของช่อง IBC เลยน้า" คริสตัลแหย่ต่อ 

          "พระเอกก็พระเอกเถอะ..." วิคตอเรียว่าพลางหยิบน้ำขึ้นมาจิบ แล้ววิ่งต่อ 

          "พี่ไม่เห็นจะเจ๋งจริงๆซักราย..." วิคตอเรียว่า ทำให้คริสตัลยิ้ม 

          "เย็นชาจังน้า...พี่วิคของเรา..." คริสตัลค่อนขอด ทำให้วิคตอเรียหันมาเหลือบมองเธอ 

          "ว่าแต่พี่...เราเองก็เถอะ ถ้าไม่เย็นชาแล้วทำไมยังไม่มีแฟนอีกจ๊ะ..." วิคตอเรียว่า ทำให้คริสตัลสะอึก แล้วทำหน้าเบ้ 

          "โฮ่ย... ไม่เอาล่ะค่ะ ในวงการที่ฉันอยู่มีแต่คนใจร้อน อยากจะรีบให้ความสัมพันธ์มันไปเร็วๆ พวกฉาบฉวยยังกับน้ำมันราดกองไฟ...เปลี่ยนคู่กันเป็นว่าเล่น ฉันเห็นแล้วเหนื่อยแทน..." คริสตัลว่า 

          "ชอบคนช้าๆว่างั้น?" วิคตอเรียถามหยั่งเชิง ทำให้คริสตัลหัวเราะ 

          "ก็ไม่ต้องช้าขนาดมาบอกชอบกันตอนแก่ก็พอค่ะ..." คริสตัลว่า 

          "ฉันชอบคนที่ไม่ต้องมาบอกรัก แต่อยู่กันไปเรื่อยๆแล้วค่อยๆรู้สึกว่าเรารักกัน..." คริสตัลว่ายิ้มๆ 

          "มันคงจะเป็นความรักที่จริงใจดีน่ะค่ะ...ยิ่งเห็นกัน ยิ่งรักกัน..." 

          "แล้วพี่วิคละคะ...สเป็คเป็นแบบไหน?" คริสตัลถามอย่างสนใจ เพราะเธออยากรู้ซะเหลือเกิน ว่าคุณตำรวจหญิงที่ดูแกร่งกล้า มั่นใจอย่างพี่วิคตอเรียของเธอ จะมีคนในดวงใจมั่งไหม... 

          "ไม่รู้สิ...ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย..." วิคตอเรียว่าพลางเหม่อมองออกไปนอกกระจกใส ... 

          "ใครก็ได้ที่ชอบพี่ที่เป็นพี่... ใครที่ทำให้พี่รู้สึกว่าไม่ต้องตั้งการ์ด ไม่ต้องระวังตัวเมื่ออยู่ด้วย  พี่อยู่ในสนามรบมามากพอแล้ว...พี่อยากพักผ่อนน่ะ..." วิคตอเรียว่าพลางบุ้ยปากไปยังด้านหลัง 

          "แต่พวกผู้ชายแบบเนี้ยะชอบทำให้พี่รู้สึกไม่ปลอดภัย...มันดูหน้าม่อยังไงชอบกล.... " วิคตอเรียหมายถึงหนุ่มพระเอกหน้าใหม่เมื่อครู่ ทำให้คริสตัลเผลอหัวเราะออกมา

          หลังจากวิ่งวอร์มเสร็จ วิคตอเรียก็เปลี่ยนไปชกกระสอบทราย ส่วนคริสตัลหันไปยืดเส้นยืดสายบนบาร์สำหรับโหน 

          "ทำไม..แฮ่ก.. วันนี้...โหน บาร์" วิคตอเรียเอ่ยถาม ขณะที่ยังชกกระสอบทรายอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย 

          "กำลังซ้อมร่างกายน่ะค่ะ .. มีรายการนึงเขาจะให้ดาราไอดอลไปแข่งสเก็ตน้ำแข็ง ...ฉันก็เลยต้องเตรียมความพร้อม..." 

          "หูย... เล่นสเก็ตน้ำแข็งเป็นด้วยหรอ..." วิคตอเรียกอดกระสอบทรายให้มันหยุด ก่อนจะเอ่ยถาม 

          "ก็เพิ่งต้องมาจริงจังในรายการนี้เนี่ยแหละค่ะ...โหดจริงๆ แต่ก็น่าสนุกดี ฉันชอบ..." คริสตัลว่ายิ้มๆ แล้วยืดขาตัวเองบนบาร์โหน 

          "ดีจังเลยน้า...น้องคริสเก่งหลายอย่าง... คุณพ่อคุณแม่ต้องภูมิใจมากแน่ๆเลย..." วิคตอเรียว่า ทำให้คริสตัลหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง.. 

          "ก็...ไม่รู้สิคะ..." คริสตัลทำสีหน้ามืดมนเมื่อพูดถึงครอบครัว ทำให้วิคตอเรียขมวดคิ้ว ความเป็นตำรวจของเธอทำให้จับสีหน้าคนเก่ง...เธอเห็นเส้นประสาทที่กระตุกนิดๆบริเวณแก้มของคริสตัล

          "ขอเสียมารยาทนะจ๊ะ... น้องคริสทะเลาะกับที่บ้านหรือเปล่า..." วิคตอเรียเอ่ยถามตามตรง ตามที่เธอคิด 

          "ก็...ไม่รู้สิคะ .. คุณพ่อท่านอยากให้ฉันเป็นนักการทูตเหมือนกับคุณพ่อและพี่สาว..." คริสตัลว่า ทำให้วิคตอเรียถึงบางอ้อ 

          "อย่างนี้นี่เอง..." วิคตอเรียว่า 

          "พอรู้ว่าฉันเซ็นสัญญาเข้าวงการบันเทิง ท่านก็ไม่ยอมพูดกับฉันเลย... ตอนนี้ท่านย้ายไปประจำอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ก็ไม่เคยโทรมาหาฉันเลยค่ะ มีแต่พี่สาวที่คอยติดต่อและคอยมาหา 
ฉันก็สงสารพี่สาวที่ต้องคอยเป็นเหมือนคนกลางของทั้งสองฝ่าย ...." คริสตัลว่า พลางหวนนึกถึงเจสสิก้า พี่สาวของเธอ 

          "พี่ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ถามละลาบละล้วงไป..." วิคตอเรียว่าอย่างรู้สึกผิด

          "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ฉันก็สบายใจขึ้นเหมือนกันที่ได้เล่าให้ใครสักคนฟัง..." คริสตัลว่าแล้วยิ้ม ก่อนจะหันไปจริงจังกับการยืดเส้นที่ขาต่อ 

...

          หลังจากการออกกำลังกายที่หนักหน่วงจนเวลาล่วงเลยเกือบจะเที่ยง วิคตอเรียที่ทานข้าวตรงเวลาตลอดก็ขอตัวแยกจากคริสตัลออกไปหาอะไรทาน... หญิงสาวเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะคว้ากระเป๋ากีฬาของตัวเองสะพายข้าง พร้อมผ้าขนหนูพาดไว้ที่ไหล่

          สายตาของชายหนุ่มที่เดินผ่านไปมาเหลือบมองเอวใต้เสื้อเอวลอยของเธอ ทำให้วิคตอเรียอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ แม้จะสีหน้าเรียบเฉย ถ้าหากไม่ยุ่งทั้งอาทิตย์จนไม่มีเวลาส่งเสื้อผ้าซักล่ะก็ คงไม่ต้องใส่เจ้าตัวนี้ออกมา... เธอคิดอะไรเพลินๆจนไม่ทันระวัง เมื่อกระเป๋าของเธอเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่าง... 

          "โอ๊ะ !! อุ๊ย...ขอโทษค่ะ" ฝ่ายนั้นเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเธอเกี่ยวเข้ากับวัตถุที่อยู่ในมือเขาก็รีบขอโทษประหลกๆ แล้วพยายามจะรีบแกะให้ 

          "คุณควอน ยูริ?" วิคตอเรียขมวดคิ้ว เมื่อมองคนที่่เอาสายอะไรก็ไม่รู้มาเกี่ยวเข้ากับกระเป๋าของเธอ 

          "อ้าว คุณวิคตอเรีย..." ยูริทำหน้าเหวอๆ ก่อนจะรีบพยายามแก้สร้อยที่เธอเดินเหวี่ยงเล่นเมื่อครู่ที่ติดแน่นอยู่กับซิปกระเป๋าของวิคตอเรียที่บังเอิญเดินผ่านแล้วติดกันพอดี.... 

          "ใจเย็นๆค่ะ..." วิคตอเรียเรียกเพราะมือของยูริพันกันเป็นพัลวัน เธอดึงมือของเขาไว้...แล้วก้มลงดึงสองสามที... สร้อยเส้นนั้นก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย... 

          "ขอบคุณมากนะคะ..." ยูริยิ้มแล้วโค้งขอบคุณ ทำให้วิคตอเรียส่ายหัว 

          "ไม่เป็นไรค่ะ...เอ่อ...ดิฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกัน ที่เมื่อวันก่อนจับคุณทุ่มไปแบบนั้น..." วิคตอเรียว่า ทำให้ยูริหัวเราะเบาๆ 

          "ไม่เป็นไรค่ะ...เอ่อ..." ยูริเหลือบมองลงเบื้องล่าง ตรงบริเวณเสื้อเอวลอยของเธอ 

          ด้วยสายตาที่ไวแบบตำรวจ วิคตอเรียมองตามสายตายูริทันทีเมื่อค้นพบว่าเขามองเอวของเธอ วิคตอเรียก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา...อุตส่าห์คิดว่าจะเป็นคนที่ไม่เหมือนคนอื่นแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็จาบจ้วงแอบมองเหมือนเจ้าพวกผู้ชายไร้น้ำยาพวกนั้นนั่นแหละ.... เธอเงยหน้ากลับขึ้นมามองเขาด้วยสายตาหาเรื่อง แต่ยูริไม่ได้มองเธออยู่... สายตาของเขากำลังมองไปข้างหลัง สีหน้าเคร่งเครียด... ทำให้วิคตอเรียหันหลังกลับไปมอง.. มีผู้ชายฝรั่งสองคนยืนมองเอวของเธอแล้วซุบซิบกันอยู่ข้างหลัง.... 

          "ฉันว่าคุณทำแบบนี้ดีกว่า..." ยูริกระซิบเบาๆ แล้วถอดเสื้อสูทของตัวเองออก ก่อนจะคลุมรอบตัวให้วิคตอเรียแล้วติดกระดุมมันซะให้เรียบร้อย... 

          "Awww man!! (โธ่...เซ็งเว้ย...)" เสียงพวกฝรั่งหนุ่มนั้นบ่น พลางชูมือขึ้นฟ้า ยูริก็หันไปมองหน้าพวกนั้นอย่างเอาเรื่อง ทำให้พวกเขาทำท่ายกมือยอมแพ้ แล้วเดินจากไป 

          วิคตอเรียนิ่งอึ้ง...ความรู้สึกหลายๆอย่างปนๆกัน ทั้งรู้สึกดี และรู้สึกอาย... เพราะเมื่อวินาทีเมื่อครู่เพิ่งตัดสินเขาไป คิดว่ายูริจะเป็นเหมือนพวกไก่อ่อนที่ชอบฉวยโอกาส แต่กลับเป็นยูริเสียอีกที่ปกป้องเกียรติของเธอ... สายตาจริงจังของเขามองไปยังเจ้าพวกนั้นอย่างไม่มีวี่แววของความกลัวเลย 

          "ข..ขอบคุณนะคะ.." วิคตอเรียรู้สึกได้ถึงความหน้าแดงของตัวเองเป็นครั้งแรก... 

          ทำไมรู้สึกอ่อนแอจังนะ...ไม่น่าเลย... วิคตอเรียได้แต่แอบคิดในใจ 

          "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ..." ยูริยิ้มให้เธอ ก่อนจะยกมือที่ยังถือสร้อยเส้นนั้นอยู่แล้วโบกมือให้ 

          "เอ้อ...แล้วสูทนี่..." วิคตอเรียชี้เสื้อสูทตัวใหญ่กว่าเธอนิดหน่อย ทำให้ยูริส่ายหัวแล้วยิ้ม 

          "ไม่เป็นไรค่ะ เราต้องได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว เอาไว้ค่อยคืนก็ได้..." ยูริว่า 

          "จริงๆแล้วฉันมีเสื้อคลุมอยู่ที่รถพอดี... ถ้าคุณยูริไม่รีบ ฉันไปเปลี่ยนมาแล้วเอามาคืนก็ได้นะคะ..." วิคตอเรียว่า ทำให้ยูริหัวเราะเบาๆ 

          "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... คุณวิคตอเรียดูท่าทางเหมือนจะยังไม่ได้กลับไปที่รถตอนนี้...ยังไม่ต้องรีบคืนก็ได้" ยูริบอก 

          "แล้วคุณยูริรีบไปไหนหรือเปล่าคะ?" วิคตอเรียถาม เธอไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เวลามีใครช่วยแล้วยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณ 

          รีบไปไหนเหรอ... นัดที่ไหนก็ไม่มีแล้วนี่นา... ยูรินึกในใจ เหลือบมองสร้อยในมือของตัวเอง แล้วยัดมันลงกระเป๋ากางเกง 

          "ก็ไม่ได้รีบหรอกค่ะ...ว่ากำลังจะไปหาข้าวทาน..." ก็เมื่อกี๊เล่นทะเลาะกันจนไม่ได้กินข้าวเลยนี่นา...ยูริคิดต่อในใจ 

          "ถ้าอย่างนั้น...ให้ฉันเลี้ยงตอบแทนนะคะ...ถือว่าเป็นการขอบคุณสำหรับเสื้อ แล้วก็ขอโทษที่เหวี่ยงคุณต่อหน้าเพื่อนๆร่วมงานวันนั้นด้วย..." วิคตอเรียว่า ทำให้ยูริหัวเราะเบาๆ 

...

          วิคตอเรียไม่ได้บังคับให้ยูริเลือกร้าน หากแต่ถามความคิดเห็น...เมื่อเขาบอกว่าไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ เธอจึงชวนเขาเข้าภัตตาคารจีนร้านโปรดที่ยูริไม่เคยมากินมาก่อน ทั้งสองนั่งตรงข้ามกันด้วยความรู้สึกแปลกๆ... ยูริแอบลอบมองวิคตอเรียพลางคิดในใจ... 

          คนๆนี้น่ะเหรอ...ที่ฉันจะต้องฝากชีวิตไว้ด้วย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า... 

          ยูริแอบคิดกับตัวเอง... ใบหน้าสวยนั้นใสไร้เครื่องสำอางค์ แก้มแดงๆ และชุดกีฬาทำให้รู้ว่าเพิ่งออกกำลังกายมา วิคตอเรียในวันปกตินั้นไม่เหมือนกับวันที่อยู่ในเครื่องแบบเลย... ภายใต้เครื่องแบบ เธอดูเหมือนเป็นคนเย็นชา และเจ้าระเบียบ ตามรูปแบบของเครื่องแบบที่บังคับเอาไว้ 
แต่วิคตอเรียคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอนี้กำลังดูเมนูติ่มซ้ำอย่างมีความสุข และสั่งเสี่ยวหลงเปาของโปรดของเธอมา .. 

          ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิงละน้า...ยูริแอบคิดในใจ เมื่อสายตาของวิคตอเรียดูสดใสเพราะอาหารตรงหน้า 

          "คุณแม่ของฉันเป็นคนจีนค่ะ...ฉันเลยมีเชื้อจีนครึ่งหนึ่ง..." วิคตอเรียเฉลย ทำให้ยูริเลิกคิ้ว 

          "แล้วพูดภาษาจีนได้หรือเปล่าคะ" ยูริถามอย่างสนใจ 

          "ไม่ได้หรอกค่ะ คนเดียวที่พูดภาษาจีนได้ในบ้านคือแม่...แล้วแม่ก็ชอบพูดคนเดียวบ่อยๆ" วิคตอเรียเล่าต่อ ทำให้ยูริหัวเราะตามเบาๆ ... 

          "สิ่งที่ฉันสนใจที่สุดคือ ทำไมคุณถึงเลือกมาเป็นตำรวจมากกว่าค่ะ แถมยังเป็นตำรวจมือรบระยะประชิดด้วย ความสามารถของคุณน่ากลัวมากนะคะ" ยูริถามสิ่งที่อยากรู้ แถมยังแสดงความคิดเห็นตรงๆจนวิคตอเรียประหลาดใจ 

          "คุณพ่อของฉันชอบให้ฉันเรียนศิลปะป้องกันตัวค่ะ..." ตอบมาแค่นี้ยูริก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ 

          "ฉันโดนฝึกสอนมาตั้งแต่เด็ก ให้ใช้อาวุธทุกชนิดให้เป็น ตัวฉันอ่อนมาก จนหัวสามารถแตะส้นเท้าได้เลยนะ..." วิคตอเรียว่า ทำให้ยูริหัวเราะ 

          "เป็นคนน่ากลัวจริงๆด้วย..." ยูริว่ายิ้มๆ ทำให้วิคตอเรียค้อน 

          "ใครๆก็พูดอย่างนั้นแหละค่ะ..." วิคตอเรียว่า หันไปยิ้มขอบคุณเมื่อพนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหาร

          "เสี่ยวหลงเปาอร่อยมาก ลองทานดูนะคะ..." วิคตอเรียแนะนำ แต่ไม่จ๊ะจ๋า คีบยื่นให้อย่างที่ผู้หญิงคนอื่นเคยทำ... ยูริยื่นมือไปคีบเสี่ยวหลงเปามาไว้ในจานเอง พลางแอบคิดในใจว่า...โชคดีที่วิคตอเรียไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น... ที่จะคอยคีบอาหารให้ แล้วพอเธอบอกว่าไม่ชอบกินก็โกรธ... แบบนาอึน... 

          นึกถึงนาอึนขึ้นมาอีกรอบก็เจ็บแปลบๆในใจ... 

          "อร่อยจริงด้วยค่ะ.." ยูริเอ่ยชมเมื่อเสี่ยวหลงเปาเข้าไปละลายในปาก 

          "ของโปรดฉันต้องร้านนี้เลยจริงๆ ถึงจะสู้ที่แม่ทำไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้ฉันไม่มีเวลาได้กลับบ้าน เลยไม่ได้กินฝีมือแม่เลย..." 

          วิคตอเรียคุยจ้อ ยูริอมยิ้ม...ผู้หญิงคนนี้มีอีกมุมที่เธอคาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย... นี่สินะถึงจะเรียกว่าโปรเฟสชันแนล... คือผู้ที่แยกแยะงานกับชีวิตส่วนตัวออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เวลางานวิคตอเรียก็เป็นอีกคนหนึ่ง แต่พอกลับบ้าน หรืออยู่สบายๆก็จะเป็นอีกคนหนึ่ง... 

          ทั้งสองจึงทานอาหารกันแล้วคุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่มีใครหยิบยกประเด็นที่จะต้องไปเกาหลีเหนือในอีกไม่กี่วันมาคุย เพราะเกรงว่าจะทำให้บทสนทนานั้นเครียดเกินไป...อีกทั้งตารางงานก็บอกอยู่แล้วว่าพวกเธอมีเวลาคุยกันเรื่องงานอีกนาน ทั้งสองจึงเลือกเรื่องง่ายๆ สบายๆ มาคุยกัน จนหมดมื้ออาหาร ...ยูริก็เดินไปส่งวิคตอเรียที่ลานจอดรถ... 

          "ว่าแต่ คุณยูริมาเดินเล่นคนเดียวอย่างนี้ประจำเลยหรอคะ..." 

          มาแล้ว คำถามแทงใจ...ยูริกลืนน้ำลายยากลำบาก และวิคตอเรียก็จับได้อย่างรวดเร็วอีกตามเคย 

          "ฉันถามผิดคำถามสินะคะ...ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องตอบก็ได้" วิคตอเรียรีบบอก เพราะไม่อยากให้เขาต้องตอบอะไรที่ไม่อยากตอบ เธอได้บทเรียนจากการคุยกับคริสตัลเมื่อเช้ามาแล้ว... 

          "ฉันเพิ่งโดนปาสร้อยนี่ใส่หน้ามาน่ะค่ะ..." ยูริว่าอย่างขมขื่นแล้วหยิบเอาสร้อยตัว Y เส้นเดียวกับที่พันกับกระเป๋าของวิคตอเรียขึ้นมาให้ดู 

          "อะไรนะคะ??" วิคตอเรียดูมีท่าทีตกใจ... ทำให้ยูริหัวเราะขื่นๆ 

          "ฉันเพิ่งโดนบอกเลิกมา...โทษฐานเดิม..." ยูริว่า 

          "โทษฐานเดิม?" วิคตอเรียทวนคำ 

          "โทษฐานเป็นนักการทูต..." ยูริตอบเหมือนทีเล่น แต่ดูก็รู้ว่าเป็นทีจริง... สายตาที่เจ็บปวดของเขาบ่งบอกได้ชัดเจน...น้ำเสียงนั้นขมขื่นจนรู้สึกได้... 

          วิคตอเรียนิ่งไป... เธอเม้มปาก แล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ 

          "ไม่เป็นไรนะคะ..." เธอเอ่ยอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะยิ้มให้เขา 

          "ฉันก็โดนบอกเลิกโทษฐานเป็นตำรวจอยู่บ่อยๆ" 

          คำพูดของวิคตอเรียทำให้ยูริเงยหน้ามองเธอ แต่วิคตอเรียยิ้มและโบกมือเป็นเชิงสบายมาก 

          "ไม่เศร้าค่ะ...ฉันชินเสียแล้ว และฉันก็ไม่เสียใจด้วยที่จะต้องเสียคนที่ไม่ได้รักตัวตนของฉันไป... การเป็นตำรวจไม่ใช่แค่อาชีพ แต่มันคือชีวิตของฉัน...ฉันรักมัน และฉันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าจะให้ฉันทิ้งความเป็นตำรวจไปเป็นแม่บ้านให้กับใครสักคน...ฉันยอมทิ้งเขาเสียดีกว่า..." วิคตอเรียว่าอย่างไม่ยี่หระ

          "คุณเข้มแข็งจัง..." ยูริเอ่ยทึ่งๆ เธอไม่เคยคิดในแง่นี้เลย... 

          "อ้าว...แล้วคุณไม่ได้รู้สึกอย่างนี้หรอกเหรอคะ...กับอาชีพนักการทูตของคุณ..." วิคตอเรียถาม ทำให้ยูรินิ่งอึ้งไป... 

          เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าทำไมถึงเสียใจมาก จากคำพูดของวิคตอเรียนี่แหละ... มันเป็นเพราะเธอรักอาชีพนักการทูตมาก... รักจนเกินกว่าจะยอมเสียสละมันเพื่อไปให้เวลากับใคร... มันเป็นอาชีพที่เธอภาคภูมิใจ...เธอจึงเสียใจที่ไม่เคยมีใครเข้าใจมันเลย.... 

          "ใช่ค่ะ..." ยูริอ้อมแอ้มยอมรับเบาๆ ... 

          "ประเทศชาติต้องมาก่อน..." ยูริบอก ทำให้วิคตอเรียยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ... 

          เมื่อเดินมาถึงรถของเธอ วิคตอเรียก็หายแวบเข้าไปในรถครู่หนึ่งก่อนจะออกมาพร้อมกับชุดเสื้อแขนยาวสีเทา 

          "คุณชอบสีเทาเหรอเนี่ย?" ยูริเอ่ยถาม เพราะเห็นทั้งเสื้อกล้ามและเสื้อนอกยังเป็นสีเทา แม้กระทั่งรถของเธอก็สีเทา ทำให้วิคตอเรียพยักหน้ารับ.... 

          "ค่ะ...ฉันชอบสีทึมๆ ขมุกขมัว" วิคตอเรียว่า

          "ต่างกับฉันเลย...ฉันชอบสีโทนอบอุ่น" ยูริว่า ทำให้วิคตอเรียหัวเราะ

          "ก็เหมาะกับคุณดีนะคะ...สีส้มๆใช่ไหม" วิคตอเรียว่าพลางมองเนคไทสีส้มของยูริ 

          "ฮ่าๆ ใช่เลย..." ยูริยอมรับเมื่อมองตามสายตาเธอมายังเนคไทของตัวเอง 

          "ขอบคุณมากนะคะ..." วิคตอเรียว่า พลางยื่นเสื้อสูทของเขาคืนให้... 

          "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณสำหรับมื้ออาหารเหมือนกัน..." จริงๆยูริเกรงใจจะแย่ อยากจะควักตังค์ขึ้นช่วยหาร แต่มารยาทการทูตสอนไว้เสมอว่าการปฏิเสธมื้ออาหารเท่ากับการปฏิเสธน้ำใจอย่างร้ายแรง.... 

          "ไว้เจอกันนะคะ..." ยูริตะโกนตามไล่หลัง ก่อนที่วิคตอเรียจะปิดประตูรถไป ตำรวจสาวเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะบึ่งรถสีเทาคันนั้นออกไปตามท้องถนน... 

          ยูริแอบอมยิ้ม... คนอะไรแปลกจริงๆ...ทั้งอุปนิสัยและความชอบของวิคตอเรียไม่เหมือนใครที่เคยได้เจอ แต่ความแตกต่างมันก็มีสเน่ห์ดี... ตลกดี... และก็...

          น่ารักดีนะ... 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

103 ความคิดเห็น