The Diplomats ภารกิจรัก นักการทูต

ตอนที่ 12 : กรมการกงสุล - EP 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    8 ม.ค. 61

EP 2 

     ภายในบ่ายวันนั้น กรมการกงสุล พร้อมด้วย กรมเอเชียตะวันออกก็เรียกประชุมร่วมกันด่วนในหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับ การลักพาตัว ฮา โซยอง ลูกสาวคนเล็กของท่านรองนายกรัฐมนตรี ฮา จุนจิน  ทำให้ยูริ และ ยุนอาได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกัน ทั้งสองเลือกที่นั่งติดกัน พร้อมทั้งลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพ เมื่อท่านรองนายกรัฐมนตรี ฮา จุนจิน ให้เกียรติเข้ามาร่วมประชุมในห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          "..พวกนั้นมันติดต่อมาหรือยัง ลูกสาวผมปลอดภัยหรือเปล่า?" ท่านฮา จุนจิน เอ่ยคำแรกกับบรรดานักการทูต 

          "ใจเย็นๆครับท่าน การจับตัวประกันของเกาหลีเหนือส่วนใหญ่แล้ว ถ้าหากตัวประกันเป็นระดับสูง มักจะไม่ได้รับอันตรายใดใด เพราะถ้าหากพวกเขาทำอันตรายตัวประกัน ก็ถือว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดสงคราม ซึ่งทางเกาหลีเหนือก็รู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าหากเกิดสงครามทางเราก็ต้องเป็นต่อเพราะเรามีสหรัฐอเมริกาคอยช่วยเหลือด้านการทหารอยู่ พวกเขาคงไม่กล้าเสี่ยงจะก่อชนวนสงครามกับเราและสหรัฐอเมริกาแน่ๆครับผม..." ท่านผู้อำนวยการกองคุ้มครองฯ ของยูริ เรียนต่อท่านรองนายกฯอย่างใจเย็นถึงสถานการณ์ที่ทางทีมงานนักการทูตได้ประเมินมา

          "แล้วพวกเขาต้องการอะไรกันแน่..." ท่านรองนายกฯ ถามพลางถอนหายใจ 

          "ผมเพิ่งได้รับข่าวจากทางเกาหลีเหนือมาครับ..." ท่านผู้อำนวยการกองเกาหลีเหนือ และญี่ปุ่น กรมเอเชียตะวันออกซึ่งเป็นเจ้านายของยุนอา กล่าวขึ้นมา พร้อมกับยื่นแฟ้มให้กับท่านรองนายกฯ อย่างนอบน้อม 

          "พวกเขาต้องการได้รับการเจรจาทางการทูตระดับ low-profile (ระดับตัวเล็ก ไม่ใช่ระดับหัวหน้า) คือต้องการตัวนักการทูตหนึ่งคนให้ไปเจรจากับเขา แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ..ดังนั้น ผมจึงให้นักการทูตที่กอง ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์มาให้ดังนี้ครับ...เชิญคุณยุนอาช่วยอธิบายสถานการณ์ด้วยครับ" 

          ท่าน ผอ. กองเกาหลีเหนือ และญี่ปุ่นผายมือมาทางยุนอาอย่างถูกมารยาทการทูต ทำให้ยุนอาพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเปลี่ยนไปกดสไลด์โชว์เพื่อรายงานให้ทุกคนได้ทราบ

          "ทุกครั้งที่เกาหลีเหนือตัดสัญญาณโทรศัพท์กับเรา จับตัวประกัน หรือประกาศคำขู่ออกมา... มักจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเกาหลีเหนือตกต่ำ พวกเขาอาจขาดแคลนพลังงาน อาหาร จึงต้องแสดงออกด้วยท่าทีก้าวร้าว เพื่อให้กดดันให้เราเจรจาทางการทูต และให้ในสิ่งที่เขาอยากได้..." 

          ยุนอาอภิปราย ก่อนจะกดสไลด์โชว์อีกรอบ 

          "องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้สำรวจว่า เกาหลีเหนือกำลังขาดแคลนอาหารและยาอย่างมาก เนื่องจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และชาติพันธมิตรของเกาหลีเหนือที่แท้จริงก็มีแค่จีนกับตะวันออกกลาง ดังนั้นการที่เขาออกมาสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะเขาต้องการอะไรบางอย่างแน่นอนค่ะ...แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีประวัติทำร้ายตัวประกันที่เป็นระดับ high-profile (ระดับสูง เช่นนักการทูต หรือบุคคลสำคัญ) ดังนั้น อาจจะรับประกันความปลอดภัยในเบื้องต้นของคุณฮา โซยองได้ในระดับหนึ่งค่ะ...." 

          ยุนอายืนยันความคิดเห็นของท่านผู้อำนวยการกองคุ้มครองฯ เจ้านายของยูริ 

          "แล้วนักศึกษาที่เหลือ...หมายถึงเพื่อนๆลูกสาวฉันล่ะ" ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล 

          ยุนอามีสีหน้าลำบากใจ ... 

          "ต้องขออภัยค่ะ แต่จากการประเมินความเสี่ยงแล้ว...ในส่วนของนักศึกษาที่เหลือที่โดนจับไป ดิฉันไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้จริงๆค่ะ..." 

          ยุนอากล่าว ก่อนจะจบการรายงาน ทำให้บรรยากาศของห้องประชุมอยู่ในสภาวะตึงเครียด และอึมครึม 

          "ข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร?" ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอ่ยถามขึ้นมา 

          "เขาต้องการนักการทูตที่มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง เพื่อไปเจรจาทางการทูต โดยมีเงื่อนไขว่า สำหรับการคุ้มกัน ยอมรับให้มีตำรวจหญิงติดตามไปเพียงหนึ่งนายเท่านั้น..." ท่านผู้อำนวยการกองคุ้มครองอ่านแฟ้มให้ทุกคนฟัง.... 

          "ตำรวจหญิง!? พระเจ้าช่วย... นี่มันอาจจะเป็นแผนตบตาก็ได้นะ...ให้ฝ่ายเรามีการป้องกันอ่อนขนาดนี้ ถ้าหากเขาจับพวกเราไปอีกล่ะ..." ท่านรองนายกฯอุทาน 

          ที่ประชุมเงียบกริบอีกครั้งหนึ่ง...ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดก็อาจเป็นไปได้ 

          "ดังนั้นพวกเราจึงมีความจำเป็นจะต้องคัดเลือกนักการทูตที่มีความชำนาญทางด้านการต่อรองเพื่อตัวประกัน และตำรวจหญิงที่มีความชำนาญในการคุ้มกันสูง... เพื่อความปลอดภัยของทั้งสอง ทางเราจะส่งกำลังเสริม ไปรอไว้บริเวณฐานที่มั่นชายแดน เขต DMZ (Demilitarized Zone เขตปลอดทหาร) ตลอดเวลา...." 

          ท่านผู้อำนวยการกองคุ้มครองฯ พูดขึ้นมา ก่อนจะผายมือมาทางยูริ 

          "ผมขอเสนอ คุณ ควอน ยูริ ... นักการทูตปฏิบัติการ ผู้มีความชำนาญทางด้านการต่อรองเพื่อตัวประกัน เธอมีผลงานในการต่อรองจากวิกฤตตัวประกันในเลบานอน และอิยิปต์มาแล้ว.." ท่านผอ.กล่าว ทำให้ยูริเงยหน้ามองท่าน แม้นักการทูตมีความจำเป็นต้องเก็บสีหน้า แต่ยูริก็ปิดความสงสัยไว้ไม่มิด... 

          ฉันเนี่ยนะ.... พระเจ้าช่วย การต่อรองทั้งสองรอบที่ผ่านมา เป็นการต่อรองผ่านทางโทรศัพท์ทั้งนั้น ฉันเคยออกไปสนามจริงเสียที่ไหนกัน!? ยูริคิดในใจอย่างว้าวุ่น ขณะพยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉย 

          "คุณยูริ จะรังเกียจไหม ที่จะไปช่วยลูกสาวของฉัน..." ท่านรองนายกฯ หันมามองเธออย่างหมดทางสู้ทำให้ยูริรู้สึกสงสารท่านจับใจ...เธอจึงพยักหน้าเบาๆ .... 

          "ตกลงค่ะท่าน ดิฉันจะรับอาสาในงานนี้เอง..." ยูริตอบรับ ทำให้ท่านผอ. พยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ เธอเป็นเด็กปั้นที่เขาหมายมั่นปั้นมืออยู่แล้ว.... 

          "ส่วนทางฝ่ายท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะว่าอย่างไรครับ?" ท่าน ผอ. หันไปถาม ยูริเพิ่งจะสังเกตว่ามีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาฟังด้วย... และตรงที่นั่งเบื้องหลังของท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ...เธอก็เพิ่งจะสังเกตเห็นผู้หญิงคนนั้น... 

          วิคตอเรีย ซอง นั่งหลังตรง ดวงตามุ่งมั่นเป็นประกาย นิ่งฟังการประชุมอย่างตั้งใจ 

          "ทางผมไม่มีตำรวจหญิงที่ฝีมือเป็นที่ไว้ใจได้มากนัก ... ผมคงต้องเสนอ ร้อยตำรวจเอก วิคตอเรีย ซอง เธอเป็นมือหนึ่งของทางฝั่งผม และเป็นบุคลากรที่ผมไว้ใจมากที่สุดครบ..." ท่านผู้บัญชาการตอบ พลางผายมือไปทางข้างหลัง... วิคตอเรียพยักหน้า...ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย 

          "คุณวิคตอเรียจะรังเกียจไหม ถ้าหากจะไปช่วยลูกสาวของฉัน" ท่านรองนายกฯ ถามคำถามเดียวกัน 

          "เป็นเกียรติของดิฉันมากกว่าค่ะท่าน..." วิคตอเรียตอบชัดถ้อยชัดคำอย่างกล้าหาญ จนยูริแอบชื่นชมในใจ 

          "เฮ้ย...ตำรวจคนนี้เองหรอที่เหวี่ยงแกลงกะพื้น...ฉันเคยเจอมาถามทาง สวยนี่หว่า..." ยุนอากระซิบ 

          ทำให้ยูริหันมาส่งเสียงแล้วจุ๊ปากให้เพื่อนเงียบๆ 

          "โธ่...แต่ก็คงไม่เท่าน้องนาอึนของแกใช่มั้ย" ยุนอาแหย่

          "ฮื่อ!!" ยูริหันมาส่งเสียงพร้อมกับส่งสายตาให้เพื่อนเงียบ... เพราะเธอตั้งใจจะฟังสรุปการประชุม ทำให้ยุนอาทำเป็นเบะปากแล้วยกมือยอมแพ้

          "สรุปเป็นตามนี้...เรามีเวลาอีกสามวัน ก่อนวันเดินทาง ขอให้คุณยูริ และคุณวิคตอเรีย ประสานงาน และร่วมประชุมกับกองกำลังเสริมเพื่อเตรียมแผนการพร้อมรับมือกับเกาหลีเหนืออย่างเคร่งครัดนะครับ..." 

          ท่านผู้อำนวยการกองเกาหลีเหนือ และญี่ปุ่นสรุปการประชุม และปิดการประชุมเพียงเท่านั้น 

          เมื่อจบการประชุม วิคตอเรียหันหน้ามามองยูริ... ส่วนยูริก็ยิ้มให้เธอแบบเก้อๆ ... ที่รู้ว่าจะได้มาร่วมงานกันต่อ แต่เธอทั้งสองก็ไม่มีเวลาได้พูดกัน เพราะต่างฝ่ายต่างต้องกลับไปประชุมเพื่อเตรียมงานกับหน่วยงานของตัวเองก่อน... ยูริมองตามเธอด้วยสายตางงๆ ปนประหลาดใจ... ก่อนจะถอนหายใจ แล้วเหลือบมองดูโทรศัพท์ของตัวเอง... 

          ...นาอึน 100 missed call... 

... 

          ซน นาอึน เกลียดพี่ยูริ.... 

          ใบหน้าสวยของหญิงสาวคลอหน่วยไปด้วยน้ำตา กี่ครั้งแล้วที่คนๆนั้นไม่รับโทรศัพท์เธอ ไม่แม้กระทั่งจะโทรกลับ... เธอไม่เคยเข้าใจว่าเขาจะยุ่งอะไรนักหนา...ยุ่งจนลืมทุกอย่าง... ยุ่งจนลืมว่าอะไรสำคัญ...แม้กระทั่งเธอ.... 

          แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์กระพริบวาบๆ เป็นสัญญาณว่ามีสายเข้า ทำให้นาอึนรีบรับโทรศัพท์ 

          "โทรไปตั้งนานแล้วทำไมเพิ่งรับคะ..." เสียงของเธอแทนที่จะแสดงความโกรธเกรี้ยว กลับเป็นอารมณ์อ่อนแรงเสียมากกว่า 

          "พี่ขอโทษจริงๆ นาอึน... พี่เพิ่งประชุมเสร็จ" ยูริเอ่ยเสียงอ่อนใจ 

          "มีอะไรคะ..." ยูริเอ่ยถาม พลางหันหลังไปมอง เมื่อท่าน ผอ. โบกไม้โบกมือเรียกให้เธอเข้ามาประชุมกับกองของตัวเองต่อได้แล้ว 

          "...เดี๋ยวนี้นาอึนต้องมีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ ถึงจะโทรหาพี่ยูลได้..." 

          คำตอบพร้อมกับเสียงน้อยใจจนปิดไม่มิดของนาอึน ทำให้ยูริปวดหัวจี๊ดขึ้นสมอง .. ไม่เคยเข้าใจนาอึนเลยให้ตายสิ... แต่เธอก็ยังคงพะว้าพะวังกับงานข้างหลัง.... 

          "ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...นาอึน... แต่พี่ต้องไปประชุมต่อแล้ว... เดี๋ยววันเสาร์นี้เจอกันนะ...นะคะ...ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่ไปรับที่บ้านเลย... แต่ตอนนี้พี่ต้องวางสายก่อนแล้ว พี่ขอโทษจริงๆนะ นาอึน...รักหนูนะ..." 

          ยูริรีบกรอกเสียงและใส่คำพูดทั้งหมดที่เขาคิดว่าจะแทนความรู้สึกของตัวเองได้ให้นาอึนได้ฟัง เพราะท่าน ผอ. เดินมาเปิดประตูแล้วยืนรออยู่หน้าประตูไม่ยอมไปไหนแล้ว...เธอจึงต้องรีบวางโทรศัพท์... แต่คนที่ฟังกลับน้ำตากลบตา... 

          ความอดทนของนาอึนกำลังน้อยลง...น้อยลงจนแทบจะหมดแล้วจริงๆ 

          ทั้งสองพบกันเพราะยูริเป็นนักการทูตผู้ประสานงานเรื่องวีซ่าให้กับเธอ ซน นาอึน ลูกสาวของ ซน อีจอง นักการเมืองชื่อดังพรรคเดียวกับท่านประธานาธิบดี ตอนที่เธอโดนด่านศุลกากรของประเทศเยอรมันดักเอาไว้ เพราะใช้วีซ่าผิดประเภท ยูริที่บินไปเจรจาเพื่อให้ทางศุลกากรเยอรมันปล่อยตัวเธอออกมา พาเธอมาไว้ที่สถานทูตเกาหลีใต้ในเยอรมัน และคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี เขาเป็นคนใจดี อบอุ่น และแอบโรแมนติก...ทำให้นาอึนประทับใจเขาได้ไม่ยาก ทั้งสองฟังเพลงคล้ายๆกัน ชอบอ่านหนังสือเหมือนๆกัน ทำให้คืนแรกที่สถานทูตเกาหลีใต้ในเยอรมันของเธอไม่เหงาเลย

          เธอรู้จักทั้งพี่แทยอน พี่ยุนอา และพี่ซอฮยอน ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน เพราะเหมือนกันไปแทบจะทุกๆอย่าง ทั้งนิสัย ความอ่อนโยน ความโรแมนติก จนเพื่อนๆในกลุ่มทั้งสี่คอยล้อเลียนยูริเรื่องสละโสดเงียบๆคนแรก แต่ทั้งเธอและพี่ยูริก็รู้ดีว่า... ทั้งสองยังไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าคนที่ประทับใจกันและคุยกันเรื่อยๆ 

          ทั้งสองยังไม่ใช่แฟนกัน... และก็ไม่รู้ว่าจะได้เป็นไหม... 

          ในนาทีที่ความอดทนของเธอยังน้อยลงอย่างนี้... 

          ซน นาอึน นอนเฝ้ามองโทรศัพท์ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปดึกดื่น.... 
          เธอก็หลับตาลงทั้งน้ำตา เพราะรู้ว่า...
          ยังไงเสีย...เขาก็คงไม่มีเวลาโทรมาอยู่แล้ว.... 

          ยูรินั่งมองนาฬิกาอย่างอึดอัดใจ...น้ำเสียงแบบนั้นของนาอึนทำให้เธอแทบไม่มีสมาธิ

          เธอเป็นห่วงนาอึนจับใจว่าจะรอคอยการโทรกลับไปของเธอเหมือนที่เคย... จนทำให้เธอเสียสมาธิในการทำงาน และมันก็กำลังทำลายชีวิตของเธอมาก... 

          เธอคิดถึงนาอึนสิ ใครจะไม่คิดถึง!! 

          แม้ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอไม่มีเวลาให้นาอึนเลย เพราะต้องไปฝึกสมรรถภาพร่างกาย แต่เธอก็ยังคงคอยส่งข้อความหาเสมอ... มีแต่นาอึนนั่นแหละที่โกรธงอนไม่ยอมตอบมา จนเธออ่อนใจ...พอจะโทรไปหาเมื่อไหร่ อีกฝ่ายก็หลับไปแล้วเสมอ... ยูริเองก็ไม่อยากรบกวน 

          ความพอดีอยู่ตรงไหนกัน... 

          ทั้งๆที่นิสัยเหมือนกันมาก... ทั้งๆที่ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน... 
          ทั้งๆที่นาอึนคอยดูแลเอาใจ และเป็นห่วงเป็นใยเขาเสมอ 
          ทำไมมันกลายเป็นเหมือนบ่วงที่รัดคอ .. ค่อยๆบีบแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก... 

          หรือนักการทูตอย่างเรา...จะมีแฟนไม่ได้จริงๆนะ? 

          "ควอน ยูริ...เธอฟังอยู่ไหม?" เสียงของท่านผู้อำนวยการเรียกให้เธอตื่นจากภวังค์ ยูริรีบคว้าปากกามาจดสิ่งที่อยู่บนบอร์ดอย่างรวดเร็ว...แม้ว่าหัวใจของเธอจะยังกระวนกระวาย... 

... 

          เช้าวันเสาร์ ยูริรีบบึ่งรถจากบ้านแต่เช้า แม้จะยังเจ็บแปลบที่หลัง... แต่ด้วยความที่ต้องการรักษาสัญญา...เธอจึงฝืนไปรับนาอึนที่บ้าน หญิงสาวดูดีใจ เธอแต่งกายด้วยชุดสวยเพื่อมารอยูริแต่เช้า ซึ่งเขาเอง เมื่อเห็นก็ยิ้มได้ ... 

          "สวยจริงๆเล้ย..." ยูริเอ่ยยิ้มๆ มองดวงตาแป๋วๆของนาอึน ทำให้เธอหัวเราะ 

          "วันนี้พี่จะพาไปไหนคะ..." นาอึนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด

          "ตามใจนาอึนเลย" ยูริหัวเราะ 

          "อ้าว...ทำไมพี่ยูริไม่วางแผนบ้างล่ะ ตั้งใจจะพานาอึนไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่คิดอะไรเลย" นาอึนทำหน้ายู่

          "อ๋อ...เอ่อ... งั้น งั้นไปห้างกันนะ..." ยูริว่า ทำให้นาอึนถอนหายใจ ... 

          "โอเคค่ะ...ก็ได้..." นาอึนตอบ ทำให้ยูริขมวดคิ้ว เธอก็มักจะเป็นแบบนี้เวลาไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นั่นเป็นสิ่งที่ยูริชอบเกี่ยวกับนาอึน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเป็นกังวล เพราะนาอึนก็เหมือนเธอ... ใจดีกับคนที่ตัวเองมีใจให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจุดความอดทนจะหมดจะอยู่ตรงไหน... 

          ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์พลุกพล่านด้วยผู้คน จนแทบหาที่จอดรถลำบาก นาอึนก็ดูหัวเสียไม่เบา... ช่วงนี้เธอดูหัวเสียบ่อย ก็คงแน่นอนอยู่แล้วเพราะยูริแทบไม่มีเวลาให้เธอเลย... 

          "กินอะไรดี..." สุดท้ายนาอึนก็เป็นคนเลือกเหมือนเคยเพราะยูริเลือกไม่ได้... 

          ไม่ใช่เลือกไม่ได้หรอก ก็อยากจะตามใจ อยากให้อารมณ์ดีๆ 

          แต่พอให้นาอึนเลือก ก็ดูเธอจะอารมณ์เสียกว่าเดิมที่ยูริไม่ยอมออกแบบอะไรบ้าง แต่ถ้าเลือกแล้วไม่ถูกใจ ยูริก็จะโดนโกรธอีกว่ารู้จักกันมาตั้งนานแล้ว ... ทำไมยังไม่รู้ 

          ยังไงก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง... 

          ยูริถอนหายใจอย่างอึดอัด... เมื่อทั้งสองเดินเข้าร้านอาหารด้วยกัน... เมนูทั้งหลายมาวางตรงหน้า ใบหน้าของนาอึนดูคลายเครียดลงหน่อยเมื่อยูริสั่งแต่ของที่เธอชอบ... เพราะมันยังเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาจำได้... 

          อยู่ดีๆเสียงเมสเสจของเขาก็เด้งขึ้นมา

          From : ยุนอา กรมเอเชียตะวันออก
          ...ไอ้ยูล โทรกลับด่วนเลย...งานด่วน... 

          ยูริกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขามองหน้านาอึนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจเมื่อได้ยินเสียงเมสเสจ และเมื่อเขาเอื้อมมือกำลังจะไปหยิบมือถือขึ้นดู นาอึนก็เอ่ยขึ้นมา... 

          "พี่ยูล...ไม่เอาแล้วนะคะ..." นาอึนว่า ทำให้ยูริลดมือลง 

          "อาทิตย์ที่แล้วพี่ยูลก็ไม่มีเวลาให้นาอึนทั้งอาทิตย์... แล้ววันนี้พอได้ออกมาอยู่ด้วยกัน พี่ยูลจะอยู่กับมือถืออีกใช่มั้ยคะ..." 

          ยูริมองสายตาเอาจริงเอาจริงของนาอึนแล้วอดรู้สึกเห็นใจเธอไม่ได้... เขาจึงลดมือลง... 

          เสียงเมสเสจดังขึ้นอีกครั้ง 

          From : ยุนอา กรมเอเชียตะวันออก
          ...ไอ้บ้ายูล ถ้าแกไม่โทรมาตอนนี้ฉันเดือดร้อนนะ โทรมาเดี๋ยวนี้!!... 

          ยูริกลืนน้ำลายอึกใหญ่... นาอึนก็มองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง... 

          ยังไม่ทันที่ยูริจะทำอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ หน้าจอกระพริบวาบเป็นหน้ายุนอา ทำให้ยูริกำลังเอื้อมมือจะคว้าไปกดรับ แต่นาอึนก็รีบหยิบมือถือของเขา แล้วกดรับ .. ก่อนจะกรอกเสียงลงไปทันที

          "พี่ยูริไม่ว่างแค่นี้ก่อนนะคะ..." 

          "นาอึน!!" ยูริเผลอขึ้นเสียงกับเธอด้วยความตกใจ เพราะรู้ว่าสายที่โทรมาอาจเป็นสายสำคัญ 

          "พี่ยูลขึ้นเสียงกับนาอึนเหรอ..." นาอึนว่าอย่างเอาเรื่อง... ทำให้ยูริพยายามสูดลมหายใจลึก

          "ใจเย็นๆนะคะ...ขอโทรศัพท์พี่คืน...สายนี้อาจจะเป็นเรื่องสำคัญ..." 

          ยูริพยายามต่อรองตามประสานักการทูต แต่นาอึนก็ยังดื้อแพ่ง 

          "สำคัญ? ชีวิตพี่ยูลมีเรื่องสำคัญตลอดเวลา ทุกอย่างสำคัญหมด ยกเว้น...นาอึน..." 

          เสียงตอนท้ายๆฟังดูสั่นเครือ ทำให้ยูริเริ่มรู้สึกลำบากใจ... 

          "มันไม่ใช่อย่างนั้น...นาอึน...แต่พี่เป็นนักการทูต นาอึนก็รู้... ชีวิตของพี่ครึ่งหนึ่งอุทิศให้กับประเทศของเรา... มันก็เป็นวิธีรับใช้ประเทศชาติอย่างหนึ่ง...นาอึนไม่ภูมิใจเหรอคะ ทุกๆเรื่องในชีวิตพี่มันถึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆไงคะ... "

          ยูริพยายามอธิบาย ..เสียงโทรศัพท์ในมือก็ดังอย่างบ้าคลั่ง นาอึนยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่... น้ำตาของเธอคลอหน่วยขึ้นมา ยูริก็ยังพยายามจะยื่นมือขอโทรศัพท์คืน.... 

          "ถ้าเรื่องสำคัญในชีวิตพี่มีเยอะมาก...ตัดฉันออกไปสักคนเถอะค่ะ... ชีวิตพี่อาจจะสบายขึ้น..." นาอึนกระแทกเสียงทั้งน้ำตาที่ร่วงริน... 

          "นาอึน..." ยูรินิ่งอึ้ง เมื่อเธอกระแทกโทรศัพท์ของเขาลงมาแล้วลุกขึ้น ก่อนจะเดินปาดน้ำตาหนีไป.... 

          "นาอึน...เดี๋ยวว..." ยูริร้องและพยายามจะวิ่งตาม แต่โทรศัพท์ที่ดังอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ยูริต้องรีบกดรับ

          "โธ่เว้ย!! ... ว่าไงยุนอา..." ยูริสบถเบาๆ แล้วรีบรับโทรศัพท์เพื่อน ขณะเดียวกันก็รีบวิ่งออกไปตามหาซน นาอึน ... 

          "ไอ้บ้ายูล ทำไมเพิ่งรับโทรศัพท์!! เอาเถอะฉันไม่มีเวลาจะด่าแก ทางเกาหลีเหนือนัดวันและเวลาออกวีซ่ามาแล้ว เขาต้องการเลขบัตรประชาชนของแกเดี๋ยวนี้ ข้อมูลใน portal ของกระทรวงไม่มีให้โว้ยยย เร็วๆ !!!" ยุนอาพร่างพรูเป็นชุด

          "3461755 54300!!" ยูริพูดพลางหันรีหันขวา มองหานาอึน... เมื่อเขาหันไปมองเธอเจอ... ก็เห็นซน นาอึนยืนร้องไห้อยู่... เขากำลังจะวิ่งเข้าไปหาก็ปะทะกับสร้อยเส้นหนึ่งที่โดนโยนมาใส่หน้า 

          "โอ๊ย!! นาอึน!!" ยูริร้องลั่น เมื่อสร้อยเส้นนั้นปะทะกับหน้า แถมยังเข้าตาหน่อยๆ ทำให้ยูริถึงกับน้ำตาไหล... ขณะพยายามมะงุมมะงาหราเก็บสร้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งหญิงสาวก็วิ่งหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้.... 

          "เออ ขอบใจมากแค่นี้แหละ..." ยุนอาแลดูหัวเสีย เพราะวางสายใส่ทันที 

          ยูริได้แต่ถอนหายใจ ก้มลงเก็บสร้อยเส้นนั้น....

          สร้อยรูปตัว Y ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเธอ....เธอเพิ่งซื้อให้นาอึนไม่นานนี้เอง... 

          ยูริถอนหายใจ... 

          อีกคนแล้วสินะ...ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป... 
          อีกคนแล้วสิ...ที่สุดท้ายก็ทนไม่ได้... 

          ยูริกำสร้อยเส้นนั้นในมือแน่น ก่อนจะเดินเหวี่ยงมันไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย... อารมณ์นี้ไม่อยากกลับบ้านแล้ว...เธออยากจะเดินไปไหนก็ไม่รู้.... เดินเหวี่ยงมันไปเรื่อยๆ... อย่างไร้ซึ่งอารมณ์อีกต่อไป.... 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

103 ความคิดเห็น