(Fic) สามีแห่งชาติ The Series [Season 2]

ตอนที่ 23 : สายลมกับแสงเดือน - EP 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ส.ค. 60

สายลมกับแสงเดือน

 

EP 2

 

            สายลมกลับมาอยู่บ้านแม่ที่เชียงใหม่ได้สักพักใหญ่ๆแล้ว

 

            เพราะอาชีพ AR หรือ Artist Relations ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการศิลปินนักร้องนั้นหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด และการทำงานในค่ายใหญ่อย่าง The Voice Records ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายคนที่ต้องการเข้ามาทำงานในอาชีพนี้จนล้นตลาด และงานวงการบันเทิงก็เป็นเรื่องของการแข่งขัน...​ ความผิดพลาด ล่าสุดของสายลมที่ไม่สามารถรั้ง โน้ต นักร้องของค่ายที่เธอดูแลอยู่ให้ต่อสัญญากับค่ายได้จึงเป็นทั้งเหตุผลและข้ออ้างให้บริษัทประเมินไม่ให้เธอผ่านงาน...โดยให้เหตุผลว่า...ไม่สามารถดูแล สภาพจิตใจ ของศิลปินให้มีความสุขได้...

 

            อืม แฟร์...แฟร์โคตรๆ

 

         สายลมคิดในใจอย่างขมขื่นเช่นนั้น แม้จะอดเจ็บใจไม่ได้ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว อาการไม่มีความสุขและเบื่อวงการของโน้ตนั้นเป็นอะไรที่เหนือความควบคุมของเธอ และเธอเองก็เข้าใจดีถึง สภาพจิตใจ ของอีกฝ่าย แต่ ค่าย คงไม่เข้าใจอย่างนั้น สายลมจึงต้องเก็บกระเป๋าจากห้องคอนโดฯที่เช่าไว้ที่กรุงเทพ ระเห็จกลับมาบ้านของตัวเอง

 

            “บ่เป็นหยังเน้อลูก ต้ามันบะมีงานมีก๋านฮื่อยะก่อปิ๊กมายะก๋านตี้บ้านเฮา”
         (ไม่เป็นไรนะลูก ถ้ามันไม่มีงานมีการให้ทำก็กลับมาทำงานที่บ้านเรา)

 

         แม่ของเธอกล่าวอย่างนั้น เมื่อวันแรกที่สายลมกลับมาถึงบ้าน บ้านของเธอนั้นเป็นบ้านหลังเล็กๆ มีกิจการเป็นหอพักนักศึกษาและร้านนม จึงถือเป็นโชคดี เพราะว่ากลับมาอยู่บ้านก็ไม่ได้ว่าง เพราะต้องมานั่งดูแลส่วนร้านขายนมสดของครอบครัว จึงทำให้เธอไม่รู้สึกซึมเศร้าเหงาหงอยเท่าที่ควร เพื่อนฝูงเก่าๆที่ยังคงทำงานอยู่เชียงใหม่ก็แวะเวียนมาหา

 

            โดยเฉพาะเพื่อนโรงเรียนมัธยมสาธิตศึกษาเชียงใหม่

         เพราะบ้านของเธออยู่ห่างจากโรงเรียนไม่มาก ร้านนมของที่บ้านเธอจึงเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาเด็กนักเรียนโรงเรียนสาธิตมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้กระทั่งเพื่อนๆในรุ่นของเธอก็ยังชอบมาที่ร้านของแม่บ่อยๆ ทำให้ปัจจุบันนี้มีเพื่อนแวะเวียนมาเยี่ยมหาเธอไม่ยาก...​

 

            “อ้าว คิงปิ๊กมาอยู่บ้านละก๋า”
         (อ้าว แกกลับมาอยู่เชียงใหม่ละหรอ)

 

         เกศ หรือ เกศินี เพื่อนนักเรียนที่หนึ่งของห้องเธอซึ่งเป็น ห้องคิง ของโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันนี้ทำงานเป็นคุณหมอสาวอยู่โรงพยาบาลใหญ่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่แวะเวียนมาหาเธอที่บ้านบ่อยๆ และเมื่อได้ทราบเรื่องราวชีวิตอันโหดร้ายที่กรุงเทพฯของเธอ เกศก็ส่ายหน้าอย่างสงสาร

 

            “ก่อดี ปิ๊กมาอยู่บ้านเฮา สโลว์ไลฟ์ สบายจะต๋าย”

         (ก็ดี กลับมาอยู่บ้านเรา สโลว์ไลฟ์ สบายจะตาย)

 

         เพื่อนสาวของเธอบอกติดตลกอย่างนั้น เพราะเชียงใหม่นั้นถูกมองในภาพลักษณ์ของเมืองแห่งวิถีชีวิต สโลว์ไลฟ์ แม้ว่าคนเชียงใหม่เองจริงๆก็คงไม่ได้ สโลว์ อย่างใครเขาว่า เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองที่พลุกพล่านที่สุดของภาคเหนือ แทบจะเรียกได้ว่าเป็น เมืองหลวง ของภาคเหนือไปแล้ว...

 

            แต่ก็นะ ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯแล้ว เชียงใหม่ก็ยังถือว่าเป็นเมืองที่ สโลว์กว่า อยู่ดี

 

            ความ สโลว์ ของมันนั้นทำให้หลายๆอย่าง หยุดนิ่ง แม้กระทั่งวันเวลา... สายลมใช้เวลาทุกๆวันที่กลับบ้านมาในการดูแลร้านนม สลับกับการจัดข้าวของเก่าๆในห้องของตัวเอง และไม่แปลกที่เธอจะเจออะไร เปื้อนฝุ่น ที่ตกตะกอนอยู่ในความทรงจำ

 

            มันเป็น รูปถ่าย ของเด็กผู้หญิงหน้าลูกครึ่งคนหนึ่งในชุดดรัมเมเยอร์สีเหลือง

 

            เดือน อุรัสยา เด็กสาวลูกครึ่งที่เรียนอยู่ห้อง EP หรือห้อง English Programme ของโรงเรียนนั้น เรียกว่าแทบจะเป็นคนที่อยู่คนละโลกกับเธอโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตึกเรียนที่อยู่คนละที่กัน ห้องเรียนที่ล้อมรอบด้วยกระจกและติดแอร์ตามประสาห้องเรียนเด็ก EP ที่ทำเอาเด็กห้องพัดลมธรรมดาอย่างพวกเธอโอดครวญด้วยความอิจฉา...

 

            แต่ความสวยงามที่เหมือนดวง เดือน ของเขานั่นแหละ ที่ทำให้โลกของเขาและเธอยิ่งห่างไกลออกไปอีก...

 

            ถ้าเดือนจะเป็น เดือน สมชื่อ เดือนก็เป็นเดือนที่เฉิดฉาย มีผู้คนรายล้อมมากมาย ใครๆก็อยากจะคุยกับฝรั่งลูกครึ่งหน้าตาน่ารักตัวสูงคนนั้น เพราะสำเนียงไทยปนฝรั่งที่น่ารัก รอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะอันดังนั้นดึงดูดให้บรรดา ดาว ทั้งหลายนั้นพากันเข้าไปรายล้อม เดือน คนนั้นอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

 

            ส่วนเธอน่ะเหรอ สายลม เองก็คงจะเป็น สายลม สมชื่อ สายลมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีตัวตน คนที่จะ รับรู้ ได้ถึงการมีตัวตนของเธอก็คือคนที่อยู่ใกล้พอที่จะสัมผัสได้เท่านั้น จึงไม่แปลกที่โลกของทั้งสองจะถูกถ่างให้ห่างจากกันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้...​

 

            ก็มีแต่สายลมเท่านั้นแหละที่พยายามจะวนเวียนโคจรไปใกล้เขา

 

            จากวันเป็นเดือน...จากเดือนเขยื้อนเป็นปี...สายลมวนเวียนแอบไปดูเดือนแข่งสะกดคำภาษาอังกฤษทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้สนใจภาษาอังกฤษแม้แต่น้อย เดือนได้รับเลือกให้ถือพาน สายลมก็ไปแอบตามดูเขา เดือนได้รับเลือกให้เล่นละครเวที สายลมก็รบเร้าชวนเพื่อนๆห้องคิงของเธอรวมทั้งเกศินีให้ตามไปดูด้วยกัน แม้กระทั่งเมื่อตอนกีฬาสี เธอก็วิ่งไปดูหน้าขบวนสีเหลืองของเดือนที่ได้รับเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ของสี...

 

            ทั้งๆที่ตัวเองอยู่สีชมพู

 

            และก็นั่นแหละ จุดสีชมพูเล็กๆ ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง สายลม แผ่วเบาที่พัดผ่านเขาไปโดยที่เขาเองก็คงไม่เคยรู้ตัว ...โคจรไปใกล้เดือนทีไร สายลมจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแค่คนตัวเล็กๆเสมอ เหมือนสายลมที่พัดผ่านไป...ไม่มีค่าพอให้เขาได้เห็น ได้สนใจ

 

            เดือนไม่เคยรู้หรอก ว่าคนที่แอบเอาขนมไปวางให้บนโต๊ะเรียนของเขาทุกเช้า แอบเอาน้ำไปไว้ให้ที่ล็อกเกอร์ทุกครั้งที่มีคาบพละ แอบเอาของขวัญไปวางไว้ให้ที่โต๊ะกลุ่มของเขาทุกวันวาเลนไทน์ตลอดสามปีนั้นเป็นใคร...ไม่รู้หรอก...ว่ามีใครบางคนพยายามเดินอ้อมห้องเรียนตัวเองเพื่อที่จะมาเดินผ่านตึกเรียนของเขา...​

 

เขาคงไม่รู้แม้กระทั่งถึงสาเหตุที่โต๊ะของเขาได้ขนมปังปิ้งราดนมข้นเยอะกว่าคนอื่นเสมอทุกครั้งที่กลุ่มเพื่อนของเขาพากันมาที่ร้านนมของที่บ้านสายลม...

 

            และเดือนก็คงจะไม่เคยสังเกตเห็นสายลมเลยตลอดชีวิตนักเรียนมัธยมต้นของเขานั้น ถ้าหาก เพื่อนร่วมห้อง ของเธอ...ดันไม่ทำเรื่องบ้าๆ น่าอายจนจำฝังใจสายลมมาถึงทุกวันนี้...

 

            วันปัจฉิมนิเทศของนักเรียนชั้นมัธยมสามของโรงเรียนมัธยมสาธิตศึกษาเชียงใหม่ วันที่ทุกคนจะได้ร่ำลา และบอกความในใจกัน วันที่ความรัก ความสุข และความเศร้าจะได้พร่างพรูออกมาจากปลายปากกาและน้ำหมึกที่เขียนละเลงกันลงบนเสื้อนักเรียนสีขาว เดือน ก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนๆมากมาย

 

            ไม่มีเธออยู่ในสายตาเหมือนเคย

 

            แต่จะหวังอะไรละ

 

         ตลอดระยะเวลาสามปีที่เคยเห็นเขามา สายลมก็ไม่เคยหวังอะไรมากไปกว่าการได้ มองเห็น เขาและได้ รู้สึกดี อยู่ห่างๆ ความสุขที่ได้เห็นเขากินขนมของเธอ ถือขวดน้ำของเธอ สีหน้าดีใจเวลาที่เขาเห็นขนมปังปิ้งราดนมข้นกองใหญ่ในจานนั่น...

 

แค่นั้นมันก็มีความสุขมากแล้ว

เย็นวันนั้น ขณะที่เธอกำลังยืนจ้องมองกระดานดำที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนของชอล์กที่เต็มไปด้วยความในใจตลอดสามปีของบรรดาเพื่อนๆ สายลมก็นึกอยากจะทำอะไรประหลาดๆ เธอขยับเข้าไปใกล้กระดานดำ...หยิบชอล์กขึ้นมา...แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป...​

 

“สายลม...ห้องหนึ่งหรือเปล่า?”

 

เสียงนั้นดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงที่คุ้นเคยซึ่งทำให้สายลมแทบสะดุ้ง เธอค่อยๆหันไปมองก็เห็น เขา ...เดือน ในชุดนักเรียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยขีดเขียนและคำอวยพรของเพื่อน เขามายืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างหลังเธอ และนั่นก็ทำให้สายลมรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงจนจะหลุดออกมาจากอก...เธอมองเขาอย่างตกใจ แล้วก็รีบก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเลยด้วยซ้ำ

 

“ธวัช เพื่อนห้องเธอบอกให้เรามาหาเธอ เขาบอกเธอมีอะไรจะบอกเรา...”

 

ธวัช เด็กชายขี้แกล้ง นักเลงหัวไม้ที่คอยตามจีบเกศินีเพื่อนของเธอ! เขาคงคิดว่ามันตลกดีที่จะแกล้งสายลมได้อีกครั้ง เมื่อเขาล่วงรู้ความลับจากเกศินีที่เผลอหลุดปากพูดโดยบังเอิญเพราะเธอต้องการจะปฏิเสธเขาในเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่สายลมเองก็จำไม่ได้ แต่นาทีนี่สิ่งที่เขาแกล้งเธอนั้นมันเกินไป...เกินไปมากจริงๆ

 

“บอกอะไร...”

 

สายลมได้ยินเสียงตัวเองพูดเสียงอ่อนออกไปเช่นนั้น ทั้งๆที่ในใจก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะ หมดแรง มากกว่า เธอรู้สึก อ่อนแอ เป็นแบบนี้ทุกครั้งตั้งแต่ไหนแต่ไร...เมื่อได้อยู่ใกล้เขา

 

“อ่าา...ก็ไม่รู้”

 

เดือนเองก็ดูงงๆ หญิงสาวร่างสูงยืนเกาหัว แล้วพูดต่อออกมาว่า

 

“ก็ธวัชบอกว่าให้มาหาเธอที่นี่”

 

แล้วเธอก็มา?

 

สายลมถามอย่างนั้นในใจ...แต่ก็ไม่พูดอะไรออกไปสักคำ พลัน สายตา ของเธอก็เห็น สายตา ของเดือน กำลังมองอะไรที่อยู่ข้างหลัง...​เดือนกำลังขมวดคิ้วและเขม้นตามองจริงจัง

 

เขากำลังอ่านสิ่งที่เธอเขียนไว้บนกระดานดำเมื่อครู่นี้

 

เราชอบเดือน

 

“เราไปก่อนนะ!

 

สายลมไม่รู้ ไม่แม้แต่จะกล้ามองสายตาของเดือนด้วยซ้ำว่าเขาเป็นยังไง เมื่อเขาเห็น ข้อความ นั้น ความอับอายทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าเขา เธอรีบวิ่งผ่านเดือนไป และฝ่ายนั้นก็ไม่ทันที่จะรั้งเธอไว้ เธอได้ยินเสียงตะโกนของเขา เรียกชื่อเธอ...แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง

 

เขาไม่ได้วิ่งตามมา และเธอก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโรงเรียน...หัวใจเต้นถี่...แต่มันก็เป็นความรู้สึก โล่งใจ อย่างประหลาด...

 

เธอยิ้มกับตัวเอง

 

อย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้

 

สายลมอมยิ้มอีกครั้ง

 

แค่นั้นก็พอแล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

370 ความคิดเห็น

  1. #144 Pitch Chios (@9pitch) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 23:17
    อ่อยยย~ แอบอมยิ้มเบาๆ 
    อยากรู้จังว่าถ้ากลับมาเจอกันอีกครั้งจะเป็นยังไง..?!
    #144
    0
  2. #143 knara627 (@knara627) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:55
    ฉันรอให้เขาเจอกันน น่ารักกกก
    #143
    0