(Fic) สามีแห่งชาติ The Series [Season 2]

ตอนที่ 18 : ตัวโน้ตกับบทเพลง - EP 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 ก.ค. 60

ตัวโน้ตกับบทเพลง

 

EP 7

 

            หาดทรายบริเวณที่จัดงาน Wonderful Moon นั้นถูกกั้นล้อมด้วยเชือกและรั้วเหล็กชั่วคราวเพื่อแบ่งแยกเวทีต่างๆเป็นสามเวทีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Golden Moon, Silver Moon และ Blue Moon สามเวทีที่ตั้งอยู่คนละมุมของงานนั้นจะเต็มไปด้วยนักร้องและดีเจชื่อดังจากค่ายต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีประจำปีที่ทุกคนรอคอย บรรดาทีมงานออร์แกไนเซอร์ Rock in Town ของเพลงนั้นกำลังพากันหัวหมุนกับการรันคิวจัดงานของนักร้องแต่ละคน และตัวเพลงเองนั้นก็ต้องวุ่นกับการรับรองบรรดานักร้องเซเลบต่างๆที่ทยอยกันมางานในครั้งนี้...

 

            แม้ว่าในใจลึกๆของเจ้าของงานนั้นจะยังไม่สงบเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่กังวลเป็นห่วงคนที่กำลังซ้อมบนเวทีก่อนงานเริ่ม หรือที่เรียกว่า รันทรู อยู่บนเวที Blue Moon นั่นแหละ

 

            “โย่ว คารี่”

 

            เสียงเรียกคุ้นๆ ของเพื่อนคนสนิทดังขึ้นมา และนั่นก็ทำให้เพลงเงยหน้าขึ้นมองหนึ่งใน เซเลบ ที่ถูกเชิญมางานอย่าง ปลา ดาวิกา นักแข่งรถสาวชื่อดัง อดีตสามีแห่งชาติและเพื่อนสนิทของเธอ และนั่นก็ทำให้เพลงคลี่ยิ้มอย่างฝืนๆให้กับเพื่อน

 

            “เป็นไรว้า หน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว...อ้อ อย่าบอกนะว่ายังง้อพี่โน้ตไม่ได้”

 

            ปลาว่าอย่างนั้น ทำให้เพลงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วถลึงตาใส่เพื่อน

 

            “ข่าวไวจังวะ...ฉันยังไม่ทันได้บอกใครเลยว่าทะเลาะกับพี่โน้ต” เพลงว่าอย่างนั้น ทำให้ปลายักคิ้วอย่างกวนๆ แล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์

 

            “ข่าวใดพี่ภูผารู้...พี่ปูนรู้...ข่าวใดที่พี่ปูนรู้...พวกข้ารู้” ปลาว่าอย่างนั้น ทำให้เพลงขบฟันกรอดแล้วถอนหายใจเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าความสนิทของพี่ภูผาและพี่ปูนนั้นทำให้กลุ่มสามีแห่งชาติทั้งรุ่นหนึ่งและรุ่นสองเกือบจะกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน

 

            “พี่ผานะพี่ผา...” เพลงบ่นเบาๆ ทำให้ปลาคลี่ยิ้มแล้วเอาศอกถองไหล่เพื่อน

 

            “ไม่เอาน่า ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ คนรู้เยอะๆก็จะได้มีคนช่วยแกเยอะขึ้นนะเว้ย” ปลายักคิ้ว

 

            “แกจะช่วยอะไรได้วะ โน่น ดู ขนาด AR เขายอมช่วยฉันยังโดนพี่โน้ตโกรธแทบแย่” เพลงว่าอย่างนั้นแล้วบุ้ยปากให้ปลามองไปยังเวที Blue Moon ที่โน้ตกำลังจะขึ้นร้องเพลง โดยมี AR อย่างสายลมคอยยืนชะเง้อมองอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะโน้ตดูจะโกรธสายลมเป็นพิเศษที่ยอม แลกห้อง ตามคำขอของเพลง ทำให้สายลมเพียงได้แต่ยืนดูห่างๆเช่นนั้น

 

            “เออว่ะ...ท่าจะหนักจริง” ปลาว่าอย่างนั้นด้วยใบหน้าซีดๆเจื่อนๆไปเมื่อเห็นรังสีอมหิตและสีหน้าบอกบุญไม่ค่อยจะรับของโน้ตที่ส่งสายตาให้กับ AR สาวอย่างสายลม เธอจึงหันมายิ้มให้เพลงแล้วจับไหล่สองข้างของเพื่อน ก่อนจะเอ่ยว่า...

 

            “ถ้าอย่างนั้นก็...อัตตาหิ อัตตโนนาโถ...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนละกันนะเพื่อน”

 

            “เอ้า ไอ้นี่!

 

            เพลงบ่นเบาๆ เมื่อเพื่อนที่ทำท่าเหมือนจะช่วยก็กลับไร้ประโยชน์เสียนี่ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจกับปลานาน เพราะเสียงร้องของสายลมที่ดังขึ้นมานั้นดึงความสนใจของเธอกลับไปที่เวที Blue Moon นั้นก่อน

 

            “อ้าว พี่โน้ต! พี่โน้ตจะไปไหนละคะ พี่โน้ต!

 

         เสียงเรียกของสายลมทำให้เพลงและปลาหันกลับไปที่เวทีก็พบว่าโน้ตได้กลับหลังหันเดินลงไปแล้ว เพลงจึงรีบพุ่งตัววิ่งตามอีกฝ่ายไปขณะที่สายลมนั้นก็วิ่งตีคู่ตามมาด้วย

 

            “พี่โน้ต!” “พี่โน้ต เดี๋ยวก่อนสิ!” “พี่โน้ต!

 

            เสียงของทั้งคู่สลับกัน แต่ก็ตามโน้ตไม่ทันเพราะนักร้องสาวหนีเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้น และสักพักทั้งสองก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมา ท่ามกลางความเหรอหราของทีมงานช่างไฟและฝ่ายเวที...อาการที่น่าเป็นห่วงของเธอทำให้เพลงหันมามองสายลมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะกวักมือเรียก AR สาวให้เดินตามมา

 

            “พี่โน้ตมีปัญหาอะไรที่คุณสายลมยังไม่ได้บอกเพลงหรือเปล่าคะ”

 

            เพลงเอ่ยถามอย่างนั้น ทำให้สายลมมีสีหน้าลำบากใจไม่น้อย ก่อนจะมองซ้ายมองขวา แล้วเอ่ยออกมาเบาๆว่า...

 

            “คือ...ช่วงนี้ไม่รู้พี่โน้ตเป็นอะไรน่ะค่ะ ร้องๆเพลงอยู่ก็ชอบเดินลงเวทีไปร้องไห้ ขอปรับอารมณ์แล้วค่อยกลับมาขึ้นเวที...เค้าดูไม่ค่อยมีความสุขในการร้องเพลงเลย จริงๆก็เป็นอย่างนี้มาสักพักใหญ่แล้ว แต่มันมาเป็นเรื่องใหญ่เอาตอนที่เค้าตัดสินใจไม่ต่อสัญญาค่ายนี่แหละค่ะ”

 

            คำตอบนั้นทำให้เพลงสะท้อนใจไม่น้อย เธอไม่เคยสังเกตคนรักเลย อาจเป็นเพราะภาระงานที่เข้ามาและชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นของตัวเองทำให้งานและโอกาสดีๆนั้นหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดในฐานะ สามีแห่งชาติ ...ตอนแรก เธอเอาแต่แปลกใจถึงความเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือของคนรัก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆโน้ตที่เคย ทนได้ กับทุกอย่าง และไม่เคย มีปัญหา อะไร ถึงลุกขึ้นมาเก็บข้าวของออกจากบ้านเธอ เพียงแค่เพราะ รอยลิปสติก โง่ๆ รอยเดียวในคืนนั้น ซึ่งเพลงมองว่ามันเป็นเรื่องงี่เง่าไร้สาระ....

 

            แต่เมื่อได้รู้เรื่องจากสายลมแบบนี้ เพลงก็รับรู้แล้วว่า โน้ตกำลังพยายาม ส่งสัญญาณ อะไรบางอย่าง สัญญาณที่แสนเศร้า มันเป็นสัญญาณเงียบๆที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนเพราะมองกลับมากี่ที อีกฝ่ายก็มีเพียง รอยยิ้ม ให้กับเธอ รอยยิ้มที่มีให้เธอทุกวัน จนเพลงไม่ทันสังเกตเลยว่ารอยยิ้มนั้น ฝืนเฝือน หรือ จืดเจื่อน ลงไปมากแค่ไหน

 

            งี่เง่า? ไร้สาระ? อารมณ์แปรปรวน?

 

            หรือแค่คนที่เจ็บปวดอยู่ลึกๆภายใน โดยไม่มีใครเข้าใจสาเหตุ

 

            ไม่มีใครเข้าใจพอที่จะถาม...

 

            เพลงนึกในใจอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเงยหน้ามองสายลม ฝ่ายนั้นก็มีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...​

 

“รบกวนคุณสายลมไปบอกพวกสต๊าฟเวทีให้รันคิวคนอื่นไปก่อนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวทางนี้เพลงจัดการเอง” เพลงว่าอย่างนั้น ทำให้สายลมกระพริบตาน้อยๆก่อนจะพยักหน้า แล้วยอมเดินออกไปทางหน้าเวที ส่วนตัวเพลงนั้นก็เพียงแต่ขยับเข้าไปใกล้ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับนักร้องเล็กๆแคบๆ ที่อยู่หลังเวทีนั้นอีกครั้ง...

 

            ก๊อกๆๆ

 

         “พี่โน้ต”

 

            ดีเจสาวเคาะประตูนั้นเบาๆ ทำให้เธอได้ยินเสียงสะอื้นที่อยู่ในนั้นชัดเจนขึ้นอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้เธอเจ็บปวดไม่เบา เมื่อรู้สึกว่าคนรักต้องแบกรับ ความเจ็บปวด อันหนักอึ้งบางอย่างไว้เพียงคนเดียวมาเนิ่นนานขนาดไหน

 

            “ยูมีอะไรคุยกับไอได้นะ...”

 

            เพลงได้ยินเสียงสูดน้ำมูกดังมาจากข้างในห้องนั้น

 

            “ไม่เป็นไรหรอกเพลง...”

 

            “อย่าบอกว่าไม่เป็นไรถ้ามันเป็น...”

 

         คำพูดนั้นของเพลงทำให้โน้ตนิ่งอึ้งไปสักพัก...ใจของเธอบีบรัดอย่างเจ็บปวด ฝ่ายดีเจสาวรู้สึกได้ถึงน้ำตาร้อนๆของตัวเองที่คลอออกมา ขณะพยายามพูดกับคนรัก ขณะที่โน้ตนั้นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นอยู่ข้างหลังประตูบางๆนั่น ทั้งคู่กำลังหันหลังชนกันโดยมีประตูไม้บางๆกั้นอยู่ แต่นาทีนี้กลับดูเหมือนว่าทั้งสองอยากจะรับฟังกันมากกว่าเคย

 

            “ไม่เป็นไร...ยูเอาแต่พูดว่าไม่เป็นไรจนมันติดปากยูไปแล้ว จนไอละเลยปัญหาของยูไป แต่วันนี้ไอจะไม่ยอมละเลยอะไรอีกแล้ว...พี่โน้ต ยูกำลังมีปัญหานะ รู้ตัวหรือเปล่า”

 

            คำพูดอย่างนั้นของเพลงทำให้โน้ตเม้มปากเบาๆ

 

            “รู้สิ...”

 

            โน้ตว่าอย่างนั้น

 

            “ถ้ารู้ก็พูดออกมาสิ...”

 

            เพลงว่าอย่างนั้น ทำให้โน้ตยิ่งเม้มปากแน่นอย่างพยายามกล้ำกลืนฝืนน้ำตา

 

            “พูดได้จริงๆหรือเปล่า...พูดไปแล้วไอจะกลายเป็นคนอ่อนแอหรือเปล่า...ไอจะกลายเป็นคนงี่เง่า ไร้สาระหรือเปล่า...เพลง...พูดไปแล้วไอจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า?”

 

            คำพูดเหล่านั้นทำให้เพลงสะท้อนใจไม่น้อย ขณะที่ดนตรีหน้าเวทีเริ่มดังขึ้นมา เพราะนักร้องคนอื่นที่มารันทรูคิวทีหลังโน้ตนั้นเริ่มขึ้นเวทีกันแล้ว ละนั่นก็ทำให้เพลงยิ่งเร่งทำเวลา

 

            “พี่โน้ต...ไอขอร้อง”

 

            เพลงว่าอย่างนั้น

 

            “ตอนที่เราตกลงคบกัน...ใช่...เราตกลงคบกันเพราะเรามีความสุข เราอยากจะแชร์ความสุขของกันและกัน” เพลงว่าอย่างนั้น “แต่เมื่อเรามีความทุกข์ เราก็ควรจะแชร์กันด้วย...เพราะเรา รักกัน ไม่ใช่หรอ”

 

            คำพูดของเพลงทำให้โน้ตนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ขณะที่เสียงดนตรีค่อยๆดังขึ้น...

 

            “เมื่อไอรักยูแล้ว...ไอก็อยากรู้ว่าแต่ละวันยูเป็นยังไงบ้าง ยูรู้สึกยังไงบ้าง ยูเศร้าแค่ไหน ยูเจ็บปวดจากอะไร...ไอรู้ ว่าไอคงไม่อาจเข้าใจยูได้หมดทุกเรื่อง แต่ถ้าหากไอรู้ว่ายูกำลังแบกอะไรหนักๆอยู่...ยูคิดว่าไอจะไม่เข้าไปช่วยยูแบกจริงๆหรอ?”

 

            คำพูดอย่างนั้นทำให้โน้ตรีบสวนออกไปทันควัน

 

            “ก็เพราะไอไม่อยากให้ยูช่วยแบกไง!

 

            นักร้องสาวว่า แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง ทำให้เธอต้องรีบปาดมัน

 

            “คนทุกคนมีปัญหาของตัวเอง ปัญหาของไอ...ปัญหาของยู...”

 

            “ปัญหาของเรา...”

 

            เพลงแก้ให้ด้วยเสียงอันดัง

 

            “เพราะ เรา เป็น เรา แล้วไงพี่โน้ต มันเลยไม่มีปัญหาของไอ ปัญหาของยูหรอก มันมีแต่ปัญหาของ เรา” เพลงว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ... “ยูเศร้าไอก็เศร้า ยูทุกข์ไอก็ทุกข์ ยูคิดว่าไอไม่รู้สึกอะไรหรอพี่โน้ต ที่เห็นยูเป็นแบบนี้...ไอจะบ้าตายแล้ว...”

 

            “ก็นั่นไง! ไอถึงไม่อยากให้ยูต้องมาอยู่ในชีวิตไอ ต้องมาเป็น “เรา” กับไอ ต้องมาทนแบกรับปัญหาอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องยูไง!!

 

         คำพูดเช่นนั้นของโน้ตทำให้เพลงน้ำตาร่วงลงมาอีกครั้ง

 

            “พี่โน้ต...”

 

            “ที่เราเลิกกันน่ะดีแล้ว...เพลง”

 

         เพลงนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของโน้ต ใจสลาย มันรู้สึกแบบนี้นี่เอง

 

            “ยูจะได้ไม่ต้องมาทนกับเรื่อง Bullx (ไร้สาระ) ของไอ ...ไอว่า ไอมันไม่ควรมีใครหรอกว่ะ...” โน้ตว่าทั้งน้ำตาอย่างนั้นแล้วสะอื้นเบาๆ

 

            เพลงหันหน้าเข้าหาประตูไม้บางๆนั้น แล้วลูบมันเบาๆด้วยความเจ็บปวด

 

            “ยูมีไอแล้วไงพี่โน้ต...”

 

            เพลงว่าอย่างนั้น

 

            “ถ้ายูเปิดประตูออกมา...แล้วจับมือกับไอ เดินไปด้วยกัน แน่นอนว่าเราก็คงจะยังไม่ชนะปัญหาต่างๆกันในตอนนี้ แต่อย่างน้อย...ถ้าเราได้จับมือฝ่าฟันมันไปด้วยกัน เราจะเดินไปจนถึงวันที่ปัญหาทุกอย่างมันผ่านพ้นไป...แล้วเราจะไปถึงปลายทางวันนั้นด้วยกัน” เพลงบอกอย่างนั้น แล้วลูบที่ประตูไม้นั้นเบาๆ

 

            “แต่ถ้ายูยังปิดประตู...อยู่ข้างหลังกำแพงนั่นคนเดียว ทั้งยูและไอ จะไม่มีใครได้ไปไหน” เพลงว่า “เพราะยูก็จะต้องอยู่ในนั้นคนเดียวอย่างเจ็บปวด ส่วนไอก็ต้องเจ็บปวดยูปิดประตูใส่อยู่อย่างนี้...เพราะไอต้องรู้สึกไร้ค่า ที่เป็นคนรัก ที่รอให้ยูขอความช่วยเหลือ แต่ยูกลับไม่คิดจะหันมามองหรือมาขอความช่วยเหลือจากไอเลย”

 

            “ถ้ายูเลือกจะตั้งกำแพงกับไอ...สุดท้ายแล้วเราก็ต้องเจ็บกันทั้งสองฝ่าย”

 

            เพลงบอกอย่างนั้น

 

            “แต่ถ้ายูกล้าเดินออกมา...เราอาจจะผ่านพ้นความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้ด้วยกันนะ”

 

            โน้ตเงียบไปนานแล้ว...และนั่นก็ทำให้เพลงใจหายไม่เบา เสียงเพลงที่ดังจากข้างหน้าเวทีก็ค่อยๆเบาลง เป็นสัญญาณว่าคนที่ขึ้นมาซ้อมต่อจากโน้ตนั้นซ้อมเสร็จแล้ว แต่นักร้องสาวก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะยอมออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นเลย

 

            “พี่โน้ต...”

 

            เพลงตัดสินใจพูดอีกครั้ง

 

            “ไอว่ายูก็รู้...และไอก็รู้อยู่แก่ใจ...ว่าเรื่องราวของเรามันยังไม่ควรจบแค่ตรงนี้นะ”

 

            ภายหลังคำพูดนั้น...โน้ตก็เงียบไปนานจนเพลงอดรู้สึกกลัวไม่ได้ ขณะที่โย่ง ชัยยันตร์ ศิลปินเดี่ยวที่มีลำดับการขึ้นซ้อมหลังจากโน้ตนั้นกำลังเดินเข้ามาหลังเวที เพลงก็ยิ่งร้อนรน เพราะเขาจะต้องมาที่หลังเวทีเพื่อขอใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแน่ๆ และทันใดนั้นเพลงก็ได้ยินเสียงเปิดประตู....

 

            โน้ตนั้นค่อยๆก้าวออกมา แล้วเงยหน้ามองเพลงด้วยดวงตาที่แดงช้ำ

 

            เพลงจึงค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา

 

            “ไปหาที่คุยกันข้างนอกเนาะ...”

 

            เพลงว่าอย่างนั้น แล้วไม่ปล่อยให้โน้ตพูดอะไรอีก เธอเพียงแต่เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของคนที่อ่อนแรง ก่อนจะดึงพาอีกฝ่ายออกไปจากตรงนั้น ทำให้ศิลปินหนุ่มที่เดินเข้ามาทีหลังนั้นเพียงแต่มองตามไปอย่างมึนงง ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

370 ความคิดเห็น

  1. #131 Wiee (@whyiend) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 11:47
    ชอบตรงเรื่อง'สัญญาณ'ค่ะ แล้วก็ชอบทุกประโยคที่คุณเพลงพูดกับพี่โน้ตเลย ;__;
    #131
    0
  2. #127 furniture (@furniture) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 00:47
    งืออออออออ คารี่อยากหลัวแบบคารี่ รีบๆมาอีกนะค้าา ยังไงก้รออ่านคู่พี่ผาอยู่เด้อออออออ
    #127
    0
  3. #126 aaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 00:42
    ในที่สุกไรท์ก็มา สู้ๆนะ รออยู่
    #126
    0