(Fic) สามีแห่งชาติ The Series [Season1]

ตอนที่ 47 : ทรายกับทะเล - EP 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

ทรายกับทะเล

EP 1

            “แกมันเลว!! เลวยิ่งกว่าหมาข้างถนน!!

            คำพูดเช่นนั้นจากศิรินที่มองมาตรงหน้าเธอ ทำให้น้ำทิพย์เงยหน้ามองด้วยดวงตาวาวโรจน์ เมื่อฝ่ายนั้นยกมือขึ้นจะตบน้ำทิพย์ ร่างที่สูงกว่าก็จับข้อมือของเธอไว้

            “ตบสิ!! ตบเลย!” คำพูดเช่นนั้นของน้ำทิพย์ทำให้ศิรินยกมืออีกข้างจะตบเขา

            “แต่ถ้าเธอตบ...ฉันจะจูบเธอให้ปากระบม จนเธอไม่สามารถจูบใครได้อีก หึ้ย!!” เขาว่าแล้วดึงศิรินเข้ามาทำท่าจูบไซร้ซอกคอ แล้วก็ฟัดๆอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น “ฮ่าๆๆ ไอ้บ้า พอได้แล้ว!” ศิรินหัวเราะออกมาจนได้แล้วพยายามผละอ้อมกอดออกจากน้ำทิพย์ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนทั้งกองถ่าย

            “เอ้อ คัทๆ! เนี่ย เห็นมั้ยน้องซันนี่ น้องแพทตี้ มันต้องเล่นใหญ่ประมาณนี้ เอาให้เวอร์เบอร์นี้เลย” เสียงจากผู้กำกับประจำกองถ่ายที่นั่งอยู่หลังจอมอร์นิเตอร์ดังขึ้น แล้วก็หันไปพูดกับ น้องซันนี่ น้องแพทตี้ ดารามือใหม่ที่ทางค่ายหนังเลือกมาเล่นในซีรี่ยส์ น้ำตาการเวก ซึ่งเป็นซีรี่ยส์ตลกเรื่องใหม่ของค่ายหนังเรโทรโปรดักชั่น ซึ่งเป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่น้ำทิพย์และศิรินทำงานอยู่นั่นเอง และขณะนี้พวกเขาก็กำลังขอยืมตัว ตากล้อง ประจำกอง และโปรดิวเซอร์สาว ผู้ยืนทำงานกันอยู่แถวนั้นมาช่วยแสดงต่อบทให้นักแสดงดูอีกที เพื่อให้พวกเขาพอได้มองออกว่าจะต้องแสดงออกมาในลักษณะไหน

            “อีละครบ้านี่ก็ตลกเนอะ เขียนบทกันออกมาได้ไงไม่รู้ แล้วผู้ใหญ่ค่ายเราก็บ้า กล้าลองทำอะ” ศิรินบ่นพึมพำเบาๆ เมื่อมองไปทางน้องซันนี่ น้องแพทตี้ ที่กำลังแสดงละครฉากเมื่อครู่นี้ที่ศิรินกับน้ำทิพย์ลองสาธิตให้ดูใหม่กันอยู่

            “โอ๊ย เธอไม่รู้อะไร แบบนี้แหละปัง แนวใหม่ ไม่เคยมีใครทำ เจ๋งจะตาย” น้ำทิพย์ว่า ทำให้ศิรินเบ้ปาก

            “จ้ะๆ เอาเถอะจ้ะ แม่คนแหวกแนว ฉันไปจัดการงานต่อละ เห็นพี่ปูเรียกคุย ไม่รู้มีอะไร” ศิรินว่าเช่นนั้น เมื่อกล่าวถึง พี่ปู ผู้เป็นหัวหน้าโปรดิวเซอร์ใหญ่ ทำให้น้ำทิพย์ยักไหล่ แล้วหันไปตะโกนเรียกเด็กผู้ชายหน้าตี๋ที่กำลังยืนส่องกล้องอยู่แถวนั้น “ต้นไม้! ช่วยมาเก็บภาพมุมซ้ายทางนี้หน่อย มุมนี้ไม่มีใครยืนอยู่เลย” น้ำทิพย์หมายถึง ต้น หรือ ต้นไม้ น้องชายของแตงโม หรือ พิมพ์ชนก แฟนสาวของดาวิกา น้องเล็กแห่งกลุ่มสามีแห่งชาติของเธอ ซึ่งเธอเคยให้สัญญาเป็นมั่นหมายกันไว้ว่าจะพาเด็กหนุ่มมาฝึกงานกองถ่ายกับพวกเธอ แล้วในที่สุดเธอก็ได้พาเขามาจริงๆ ทำให้ต้นไม้วิ่งมาเก็บภาพจากทางที่น้ำทิพย์ยืนอยู่อย่างขยันขันแข็ง

            “เอ้อ พี่ซี เดี๋ยววันศุกร์นี้พวกพี่ซีไปถ่ายที่ฮาวายกันแล้วนี่ครับ” ต้นไม้เอ่ยขึ้นมา ทำให้น้ำทิพย์พยักหน้า

“อืม ใช่ ทำไมหรอ”

“ต้นอยากไปด้วยง่า...” เด็กหนุ่มทำท่างอแง แล้วหัวเราะออกมา

“ไอ้นี่ อย่ามางอแง ไม่น่ารัก เดี๋ยวโดน!” น้ำทิพย์แกล้งยกเท้าใส่เด็กหนุ่ม ผู้ถือว่าเป็น กล้องสอง หรือผู้ช่วยตากล้องของเธอ ทำให้เขาแกล้งทำท่าสะดุ้งเหมือนโดนเตะไปแล้ว

“กองโฆษณามันเป็นกองเล็กเว้ย แถมไปต่างประเทศแบบนี้ ไปได้ไม่กี่คนหรอก เขาก็เอาไปแต่ตัวจำเป็นๆอะ สงสัยทั้งกองจะมีแค่ห้าคนเองมั้ง” น้ำทิพย์ว่าเช่นนั้น

“โห ห้าคนเองหรอครับ” ต้นไม้ถามทวน

“อือ ก็มีพี่เป็นตากล้อง มีพี่ปู เป็นโปรดิวเซอร์ พี่เอฟผู้กำกับ พี่เบสก็ฝ่ายเสียง แล้วเดี๋ยวก็จะมีคนที่พี่ปูรู้จักอีกคนบินมาจากนิวยอร์ก มาช่วยขับรถให้เรา งานมันเร่งอะน้อง ต้องเอาแต่คนที่มีใบขับขี่ในอเมริกา หรือไม่ก็คนที่มีวีซ่าอเมริกาอยู่แล้ว นี่พวกพี่ทำวีซ่าด่วนกันก็เลือดตาแทบกระเด็น เกือบไม่ได้ไป ไม่งั้นพี่ก็เอาแกไปช่วยเป็นกล้องสองแล้ว...” น้ำทิพย์พยายามอธิบายให้ต้นไม้ได้เข้าใจว่าเธอไม่ได้ปิดโอกาสเขา แต่ด้วยข้อจำกัดทางเวลาและงบประมาณของทางโปรดักชั่น ทำให้พวกเธอต้องไปออกกองกันแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

“เอ้า แล้วพวกดาราละครับ เขาไม่ได้ไปพร้อมเราหรอ” ต้นไม้ถามอย่างสนใจ เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ในการ ถ่ายงาน ต่างประเทศมาก่อน

“โอ๊ย ดาราน่ะไปถ่ายแค่สองสามวันก็กลับแล้ว นี่ คนเตรียมงานก็พวกเรานี่ นี่ไม่เคยมีใครไปฮาวายสักคน ต้องไปดูสถานที่กันก่อน ส่วนดารา ผู้จัดการดารา แล้วก็พวกช่างหน้าช่างผมน่ะโน่น วันท้ายๆโน่นถึงจะไป” น้ำทิพย์บอกเช่นนั้น ทำให้ต้นไม้ทำหน้ายู่ “โธ่ งั้นก็อดเต๊าะดาราเลยดิพี่ มีเวลาอยู่ด้วยกันไม่มากเอง...”

“เอ๊...ไอ้นี่ งานคืองานเว้ย จะมาเต๊าะดาราอะไรกัน” น้ำทิพย์ว่าเช่นนั้นทำให้ต้นไม้เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ แต่เขาก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อน้ำทิพย์พูดตบท้ายไว้ว่า “ส่วนหลังเลิกงานน่ะไม่แน่เว้ยยย...”

...

            “อะไรนะคะ พี่ปูไปฮาวายไม่ได้แล้วหรอคะ” ศิรินมีสีหน้าซีดเผือด เมื่อพี่ปู หัวหน้าทีมโปรดิวเซอร์ใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้านายของศิรินอีกทีบอกกับเธอในวันนี้ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถไปออกกองถ่ายที่ฮาวายซึ่งแพลนกันมาเป็นเดือนได้แล้ว และนั่นก็ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคน ท่าทางดูมั่นใจคนนั้นพยักหน้าเบาๆ

            “ใช่ บังเอิญว่าอีกกองนึงที่เขาจะไปถ่าย ฟันเดย์... เพื่อนกันแค่วันเดียว ที่ญี่ปุ่นน่ะ มาขอตัวพี่ไป บอกว่างานตรงนั้นมันอาจจะหนักกว่า พี่ก็เลยคิดว่าจริงนะ หนังเรื่องนั้นจะเป็นหนังใหญ่ของค่ายเราด้วย แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมีวีซ่าอเมริกาและไปฮาวายได้ทันที พี่ก็เลยนึกถึงแซนด์ขึ้นมา...” คำพูดแบบนั้นทำให้ศิรินหน้าซีดเผือดอีกครั้ง

            “พี่รู้ ว่าแซนด์ลำบากใจที่จะไปทำงานใกล้ๆซี...” “พี่ปู...คือ” “ไม่หรอก อย่าปฏิเสธเลยแซนด์ ใครๆเขาก็รู้” เนื่องด้วยค่ายโปรดักชั่นที่ทำงานด้านวงการบันเทิงนั้นมักจะต้องทำงานด้วยกันแบบกินด้วยกัน นอนด้วยกัน ใกล้ชิดกันอยู่บ่อยๆ ทำให้พวกเขารู้เรื่องราวส่วนตัวซึ่งกันและกันอยู่ไม่น้อย และอันที่จริงพวกเขาก็ใส่ใจความรู้สึกของกันและกันอยู่มาก ดังนั้น ไม่ว่างานจะงานอะไร ถ้าไม่ใช่กองถ่ายใหญ่ที่มีคนเยอะมากจริงๆ จะไม่มีใครพยายามจัดให้ศิรินต้องไปทำงานร่วมกับน้ำทิพย์สักเท่าไร เพราะรู้ว่าลึกๆแล้วทั้งสองมีความลำบากใจต่อกันอยู่ในฐานะที่เคยเป็น แฟนเก่า ของกันและกัน

            “แต่งานนี้พี่หาใครไม่ได้แล้วจริงๆ แซนด์พอจะตัดใจช่วยไปแทนพี่หน่อยได้มั้ย เพราะนอกจากแซนด์พี่ก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครมันจะยังมีวีซ่าอเมริกาที่ไม่หมดอายุโดยไม่ต้องไปนั่งทำใหม่น่ะ...” คำพูดเช่นนั้นจากคนเป็นเจ้านายทำให้ศิรินพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ แม้จะยังมีสีหน้าลำบากใจ

            “ยังไง พี่เตรียมข้อมูลทั้งหมดของงานฮาวายไว้ในแฟ้มแล้ว แซนด์ก็ลองไปศึกษาดูแล้วกันว่ามันอะไรยังไง ถ้าไม่ชัวร์ยังไงก็ลองคุยกับพี่เอฟดู ให้พี่เอฟเล่าพล็อตเรื่องให้ฟัง แล้วก็ไปสำรวจโลเคชั่นให้แน่ๆ ว่ามันต้องขอสถานที่อะไรยังไงบ้างนะ อย่าไปให้โดนจับล่ะ รู้รึยังว่าคราวที่แล้วไอ้ซีมันเกือบโดนจับเพราะถ่ายที่สถานที่สำคัญของประเทศสเปนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตน่ะ” พี่ปูเล่าเรื่องพลางหัวเราะ เมื่อนึกถึงตอนออกกองถ่ายโฆษณาต่างประเทศคราวที่แล้วกับน้ำทิพย์ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจำเป็นต้องขอสถานที่ ทำให้เมื่อน้ำทิพย์ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ฝ่ายนั้นก็โดนตำรวจสเปนวิ่งไล่จับทันที จบลงด้วยน้ำทิพย์ต้องพยายามแบกกล้องตัวเองใส่เกียร์วิ่งหนีเกือบสิบเมตรไปหลบอยู่ข้างถังขยะในตลาด และนั่นก็ทำให้ศิรินหัวเราะออกมาเบาๆ

            “สมน้ำหน้านะคะ พี่ปูไม่น่าช่วยมันเลย น่าจะปล่อยให้มันโดนจับไป” ศิรินว่าเช่นนั้น

            “อื้ม นั่นแหละ เอานะ แซนด์ก็ช่วยพี่หน่อยแล้วกัน อย่าปล่อยให้ไอ้ซีมันโดนตำรวจจับ เดี๋ยวเป็นข่าวใหญ่” พี่ปูว่าเช่นนั้น ทำให้ศิรินยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าให้คนเป็นเจ้านาย แม้จะยังมีความหวั่นใจอยู่ไม่น้อยที่จะต้องไปออกกองถ่ายต่างประเทศกับน้ำทิพย์...หลังจากที่เธอคอยหลีกเลี่ยงมันมาตลอด... ถือเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปี...ตั้งแต่ที่เธอเริ่มเข้าทำงานในโปรดักชั่นเฮ้าส์นี้เลย

            เธอกังวล

            แน่นอนว่าเธอย่อมกังวล

            เพราะลึกๆแล้ว เธอรู้ดี

            ไม่ว่าจะเป็นสถานะ แฟนเก่า หรืออะไร บุคคลที่ยังคงมีความสำคัญและการกระทำต่างๆของเขายังคงมีผลต่อหัวใจของเธอนั่นก็คือ “ซี น้ำทิพย์” ตากล้องสาวมือทองแห่งค่ายโปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งนี้นั่นเอง แต่สิ่งที่เธอเกลียดมากๆเกี่ยวกับเขาก็คือการที่เขาทำเป็นเหมือน ไม่รู้ และไม่ได้สนใจอะไร

            เขาก็ยังคงสนุกสนาน ร่าเริง เล่นไปทั่วเหมือนเด็กๆ ชอบมากวนใจให้เธอหงุดหงิด แต่เธอก็อดยิ้มไม่ได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขาโคจรเข้ามาใกล้บริเวณ จุดอ่อนของเธอคือเขา คนฉลาดอย่างศิรินรู้ตัวเองในข้อนี้ดี และนั่นก็ทำให้เธอสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจาก เขา

          เขา ผู้ไม่เคยรู้ และไม่เคยสนใจ

            เขาซึ่งเป็นคนท้าทายให้เธอเลิก และเมื่อเธอบอกเลิกเขาจริงๆ

            เขาก็ไม่รั้งเอาไว้สักคำ

            เขาใจร้าย โดยที่ไม่รู้ตัวว่าเขาใจร้ายเลยด้วยซ้ำ เขาทำเป็นไม่รู้ ไม่สนใจ และต่อหน้าเธอ เขาก็ดูร่าเริงกับผู้หญิงหลายๆคน จนเธอไม่คิดว่าเขาจะ "หยุด" ที่ใครได้เสียด้วยซ้ำ 

            ไอ้ซี น้ำทิพย์คนตลกของพวกคุณทุกคนน่ะ ใจร้ายที่สุดเลยด้วยซ้ำรู้เอาไว้เลย

          แต่เธอก็ยังรักเขา

            และเธอก็เกลียดตัวเองเหมือนกันที่ยังคงเป็นเช่นนี้ เมื่อเขาเองไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ศิรินรู้สึกถึงความหวั่นไหวของตนเองที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้งราวกับคลื่นทะเลที่ซัดหาดทราย เมื่อทราบว่าตัวเองจะต้องไปทำงานใกล้ๆเขา...ถึงแดนไกล เธอต้องการเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ อะไรสักอย่างที่จะดึงเธอออกไปจากเขา

            เสียงโทรศัพท์ของเธอสั่นครืดๆ

            “สวัสดีค่ะ คุณชาวี” ศิรินเอ่ยเมื่อรับโทรศัพท์ที่ปลายสายนั้น ลูกค้าหนุ่มเจ้าของบริษัทโฆษณาคนนั้นคอยก้อร้อก้อติก ตามจีบเธอมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยหันไปมองเขาแม้แต่น้อย...

            หรือบางที...เธอควรจะลองเปิดใจดูสักครั้ง

            “ก็ได้ค่ะ เย็นนี้แซนด์ว่างพอดี เจอกันที่ไหนคะ อ้อ จะมารับหรอคะ? โอเคค่ะ ก็ได้ค่ะ เจอกันนะคะ”



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

780 ความคิดเห็น

  1. #503 FarinMonkey (@zantan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:40
    -คุณซีก็รักเขาก็ไม่รั้ง ดราม่าไปสิ สาวหาคนใหม่มาดามใจแล้วตกกระป๋องแล้วว้อย
    #503
    0
  2. #502 mycatcrazy (@mycat2102) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:36
    ซีก็หึงนะ ดูตอนงานเลี้ยงสิ แต่เพราะคำว่าแฟนเก่าล่ะมั้ง
    #502
    0
  3. #501 Davilaacaca (@Davilaacaca) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:32
    อย่าพึ่งเปิดใจสิคุณ แฟนเก่าคุณยังหวง ห่วงคุณอยู่นะ
    #501
    0
  4. #500 bkgen (@bkgen) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:23
    มาแล้วคู่นี้มาแล้วววว
    #500
    0
  5. #499 choddmai (@choddmai) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 00:24
    ฟันเดย์ เพื่อนกันแค่วันเดียว คุ้น ๆ นะไรต์

    ต้องทำงานอยู่ใกล้ แฟนเก่ามันเจ็บนะ

    ขอบคุณครับไรต์
    #499
    0
  6. #497 Saii (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 00:10
    คู่ที่รอคอยเริ่มแล้วสินะ ติดตามรออ่านเลยค่ะ
    #497
    0
  7. #496 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 00:03
    อย่าเปิดใจให้คุณชาวีเลยค่ะ
    #496
    0
  8. วันที่ 12 กันยายน 2559 / 00:02
    นั่งรอเลย อ่านสามสี่บรรทัดแรก ต้องพักขำก่อน แต่เรื่องนี้มันมีกลิ่นอายดราม่าเล็กๆอยู่นะ แฟนเก่า เป็นคำที่เจ็บสำหรับเราพอสมควร ทีมแซนด์ละกัน แต่ก็เห็นใจคุณซีด้วยคงมีอะไรในใจเยอะ ทำไงได้ปากแข็งไม่ตรงกับใจทั้งคู่
    #495
    0
  9. #494 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 23:57
    คุณแซนด์ของน้องงงงงง คุณซีนี่ดูใจร้ายมากๆเลยอะ แต่เราว่าที่เขาพยายามตลกก็เพื่อปกปิดข้างในใจมากว่า เพลง "ใครเจ็บกว่า" มาเลยค่ะ 
    #494
    0
  10. #492 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 23:45
    รอปักเลยย มาแล้วคู่นี้
    #492
    0