(Fic) สามีแห่งชาติ The Series [Season1]

ตอนที่ 45 : ฟ้ากับพระจันทร์ - EP 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    8 ก.ย. 59

ฟ้ากับพระจันทร์
EP 14

            “รับสายสิ พระจันทร์!! โธ่...” พอลล่าบ่นขณะที่พยายามโทรศัพท์หาวิริฒิพาเป็นครั้งที่ร้อยแล้ว สายตาของหล่อนพร่าไปด้วยน้ำตาที่กลบตา นางแบบสาวแสนเป็นห่วงคนที่โดนจับตัวไปจับใจ ขณะที่น้ำทิพย์และศิรินกำลังขับรถตามขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปห่างๆ ตามระยะที่ทางตำรวจกำหนดไว้ให้ว่าปลอดภัย

            ครืด...ครืด... ครืด...

            อย่า! เลิกโทรได้แล้วฟ้า! วิริฒิพาที่ยังพอมีแรงเหลืออยู่ปรือตามองโทรศัพท์มือถือของตัวเองด้วยความกลัวว่าถ้าหากพอลล่ารู้จะพยายามมาหาเธอที่นี่ และยอมแลกทุกอย่างกับตัวเธอ ซึ่งนั่นจะทำให้ความพยายามและความอดทนของเธอที่จะปกป้องอีกฝ่ายนั้นสูญเปล่า...

            “Hello...” เจมส์ หวัง เจ้าพ่อมาเฟีย และนักธุรกิจใหญ่ชาวฮ่องกงหยิบโทรศัพท์ของวิริฒิพาขึ้นมา แล้วกดรับมันด้วยรอยยิ้มอย่างมีชัย

            “เจมส์...” พอลล่าหลุดพูดชื่อของเขาออกมา เธอรู้สึกได้มือที่เย็นวาบเมื่อได้ยินเสียงของอดีตสามีอีกครั้ง คำพูดนั้นทำให้คนทั้งรถเงียบสนิท เสียงของเธอทำให้เจมส์ยกยิ้มบางๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา

            “Hi, darling ไม่ได้ยินเสียงกันซะนานเลยนะ” เขาเอ่ยยิ้มๆ ด้วยภาษาไทยสำเนียงปนจีนหน่อยๆ

            “Where is พระจันทร์! Where did you take her!! (พระจันทร์อยู่ไหน! แกเอาเค้าไปไว้ไหน!)” พอลล่าส่งเสียงดังใส่โทรศัพท์ด้วยความโกรธ  

            “Ooh, calm down darling, you friend is fine (โอ้ ใจเย็นๆนะที่รัก เพื่อนเธอไม่เป็นไรหรอก)” เขาว่าแล้วเหลือบตามองวิริฒิพาที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น “just a bit of blood here and there… (แค่เลือดออกนิดๆหน่อยๆก็เท่านั้น)” เขาว่า และนั่นก็ทำให้พอลล่าโมโหเลือดขึ้นหน้า

            “I should have killed you when you’re asleep (ฉันน่าจะฆ่าแกให้ตายตอนแกหลับ)” พอลล่าส่งเสียงต่ำด้วยความโกรธ “don’t touch her! If you hurt her… I swear!! (อย่าแตะต้องเธอนะ ถ้าแกทำเธอเจ็บละก็ ฉันสาบานได้เลยว่า...)” พอลล่ากำลังพร่างพรูด้วยอารมณ์โกรธ เจมส์ก็ตัดบทเสียก่อน

swear what? Huh?  What can you do? (สาบานว่าอะไร? ฮึ? เธอจะทำอะไรฉันได้)” เจมส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน และนั่นก็ทำให้พอลล่านิ่งอึ้งไป หัวใจของเธอปวดร้าวแทบแตกเป็นเสี่ยงเมื่อเธอได้ยินเสียงเตะ...

พลั่ก!! “โอ๊ย!!” เสียงร้องนั้นคุ้นๆและคล้ายกับเสียงของพระจันทร์มาก และนั่นก็ทำให้พอลล่าแทบจะปล่อยโทรศัพท์มือถือ เธอร้องไห้จนตาบวมช้ำหมดแล้ว

you son of a x!! (ไอ้เหี้ย!!)” เธอตะโกนด่าเขาทั้งน้ำตา

 “ฟ้า ใจเย็นๆก่อนนะ” ศิรินหันหน้ากลับมาหาเพื่อนที่นั่งอยู่เบาะหลังอย่างเป็นกังวล

“มันทำร้ายพระจันทร์...ฮึก..” พอลล่ากล่าวแล้วเงยหน้ามองศิรินอย่างเจ็บปวด ทำให้ศิรินเม้มปากแล้วหันหน้ามองน้ำทิพย์ ฝ่ายนั้นก็มีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไรนักเมื่อได้ยินว่าเพื่อนกำลังถูกทำร้าย แต่ก็พยักหน้าให้ศิรินพูดต่อ

“ฟ้าต้องใจเย็นๆ เกลี้ยกล่อมให้มันบอกที่อยู่พระจันทร์ให้ได้นะ เราจะได้ช่วยพระจันทร์ได้กันไง” ศิรินว่า ตามประสาโปรดิวเซอร์ซึ่งเป็นอาชีพของเธอที่ถูกฝึกให้ทำงานใต้สถานการณ์กดดันและต้องคุมสติไว้ให้ได้เสมอ และนั่นก็ทำให้พอลล่าค่อยๆหายใจลึกๆ

 “Well, I didn’t want to hurt your friend, but if she just tells me where you are , she doesn’t have to get hurt….(แหม่ ฉันก็ไม่ได้อยากทำร้ายเพื่อนเธอหรอกนะ แต่ถ้าแค่มันบอกว่ามาเธออยู่ไหน มันก็คงไม่ต้องเจ็บตัวตั้งนานแล้ว)” เจมส์กล่าวเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้วิริฒิพาขบฟันกรอด แล้วกลั้นใจตะโกนออกมา

“ฟ้าอย่าบอกมันนะว่าฟ้าอยู่ไหน!! ฟ้าอย่ามาหามันนะ!!

shut up!! (หุบปาก!!)” เจมส์ตะคอก ทำให้วิริฒิพามองเขาด้วยสายตาสู้ๆ แต่เสียงของวิริฒิพาที่ตะโกนนั้นก็ทำให้พอลล่าใจชื้น ที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังมีเรี่ยวมีแรง และนั่นก็ทำให้เธอปาดน้ำตาเบาๆ

well, tell me where you are (อืม ถ้างั้นก็บอกมาสิว่าแกอยู่ไหน)” พอลล่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

oh… so you are coming… (โอ้ เธอจะมาหาฉันสินะ...)” เจมส์ส่งเสียงยียวนแล้วมองวิริฒิพาด้วยสีหน้าเย้ยหยันและนั่นก็ทำให้วิริฒิพามองเขาอย่างแค้นเคือง “ฟ้า!! อย่ามา!!!” เธอพยายามตะโกนอีกครั้ง

sure (แน่นอน)” พอลล่าเอ่ยเสียงนิ่งๆ “This is between you and me, let’s end this between you and me (นี่มันเป็นเรื่องของแกกับฉัน เรามาจบเรื่องนี้ด้วยกัน)” พอลล่าบอกอย่างนั้น

but don’t you dare touch her again!! (แต่แกห้ามแตะต้องพระจันทร์อีกเป็นอันขาด)” พอลล่าว่า

Oh I see, she’s important to you… (โอ้ ฉันรู้แล้วละ ยัยนี่สำคัญกับเธอมากใช่มั้ย)” คำพูดเช่นนั้นทำให้พอลล่ากลั้นหายใจ เมื่อเจมส์พูดเสริมตบท้ายว่า come to me or I’ll kill her (มาหาฉัน ไม่งั้นฉันฆ่ามันแน่)”

...

            วิริฒิพาขบฟันกรอดๆ ด้วยความโกรธ ขณะที่กำลังคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดถึงทางหนีทีไล่ ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่ที่พื้นปูนของโกดังเก่าๆ ถูกมัดติดกับเก้าอี้ที่ล้มขนานไปกับพื้นเพราะแรงตบตีจากลูกสมุนฝรั่งตัวใหญ่ของนายเจมส์ หวัง กำลังจุกเพราะแรงเตะของเจ้าพ่อฮ่องกงคนนั้น และกำลังสำลักเพราะเลือดกำเดาจากช่องจมูกที่ไหลมาเข้าปาก เธอต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็เพื่อให้ตัวเองพ้นจากสภาพนี้

            เจรจา เกลี้ยกล่อม ยุทธวิธีอะไรก็ได้! วิริฒิพายายามคิดไตร่ตรองขณะที่นายเจมส์ หวัง กำลังเดินไปเดินมาเพื่อรอคอยเวลาให้พอลล่าเดินทางมาหา หลังจากที่เขาบอกที่อยู่ของเขาไปแล้ว ซึ่งก็คือโกดังเก็บสินค้าของบริษัทของเขานั่นเอง

            “You don’t have to do this, you know (รู้มั้ย คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้)” วิริฒิพาพูดขึ้นมา

            “Silence! (เงียบน่า!)” หนึ่งในสามลูกสมุนร่างบึกเดินเข้ามาตั้งท่าจะทำร้ายเธออีก

            “wait! (เฮ้ย เดี๋ยว!)” เจมส์เอ่ยขึ้นมาแล้วโบกมือให้ลูกสมุนคนนั้นหยุด เขาหลิ่วตามองวิริฒิพา แล้วโบกมือให้ลูกสมุนจับเก้าอี้ของเธอและตัวเธอยกขึ้นมาตั้งเหมือนเดิม... ทำให้วิริฒิพาหายใจสะดวกอีกครั้ง

            รอดไปหนึ่ง

            I know what you want, I know why you are here (ฉันรู้ว่าคุณต้องการอะไร ฉันรู้ว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่)” คำพูดแบบนั้นจากวิริฒิพาทำให้เจมส์เลิกคิ้ว เขามองเธออย่างสนใจ เสร็จละ วิริฒิพานึกในใจยิ้มๆ เธอใช้จิตวิทยาในการเกลี้ยกล่อมเขา เพราะในขณะที่เขาอยู่ในตำแหน่งที่เป็นต่อ เพราะฉะนั้น การด่าทอ หรือการโวยวายนั้นไม่เป็นผลกับเขา แต่การพูดให้เขารู้สึกว่าเธอมีข้อเสนออะไรที่จะเป็นประโยชน์จะทำให้เขาตั้งใจฟัง

            “Fire away (ว่ามาซิ)” เขาว่าเช่นนั้น

            “You want your son to be your successor (คุณต้องการให้ลูกชายคุณเป็นผู้สืบทอดกิจการของคุณ)” การยิงออกไปชุดแรกของวิริฒิพาทำให้เจมส์ชะงัก เขาเลิกคิ้ว “He’s your only heir, you want him back (เขาเป็นทายาคนเดียวของคุณ คุณต้องการเขากลับไป)” วิริฒิพาว่าเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้เจมส์เลิกคิ้ว

            “Well, seems that you know well (เหอะ ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ดีนี่)” เจมส์ว่า

            “I’m your ex-wife’s lawyer (ฉันเป็นทนายของอดีตภรรยาคุณ)” วิริฒิพาว่าต่อ ทำให้เจมส์เลิกคิ้ว

            “I know how to persuade her to let you have your child back (ฉันรู้ว่าควรเกลี้ยกล่อมเธอยังไงให้คุณได้ลูกคืน)” วิริฒิพาเอ่ยแล้วยิ้มเย็นๆ

            “You can’t, Paula loves Sky so much, she won’t let me (แกทำไม่ได้หรอก พอลล่ารักสกายมาก เขาไม่ปล่อยให้ฉันเอาลูกไปหรอก)” เจมส์บอกเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้วิริฒิพาเลิกคิ้ว

            “Well, there’s a document to confirm your right to child support (แหม่ แต่มันก็มีเอกสารที่จะช่วยคุณเรื่องสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร)” วิริฒิพาว่า “All I need to know is if you have signed to certify your son when he was born (สิ่งที่ฉันต้องรู้ก็แค่... คุณได้เซ็นรับรองบุตรตอนลูกชายคุณเกิดไหม)”

            ที่วิริฒิพายิงคำถามเช่นนั้น ก็เพราะว่าเธอรู้ ว่าพอลล่าและเจมส์ไม่ไดจดทะเบียนสมรสกัน และถ้าหากเขาไม่ได้เซ็นรับรองบุตร เขาจะไม่มีสิทธิในตัวของสกายโดยสิ้นเชิง แม้ว่าสกายจะใช้นามสกุลของเขาก็ตาม

            “What’s certifying a son? (การรับรองบุตรคืออะไร?)” เจมส์ทวนคำอย่างงุนงง ทำให้วิริฒิพายิ้มบางๆ เพราะรู้แน่แก่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้เซ็นรับรองบุตรกับสกาย เธอเลิกคิ้ว แล้วบุ้ยปากไปทางข้อมือที่ถูกมัดอยู่

            “I can tell you about it, but you should at least untie me first so we can discuss like civilised people… (ฉันบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ แต่อย่างน้อย คุณควรจะแก้มัดฉันก่อน เราจะได้สนทนากันอย่างผู้เจริญแล้ว...)” คำพูดจิกกัดแสบสันต์เช่นนั้นของวิริฒิพาควรทำให้เจมส์โกรธ แต่เขาก็เพียงเลิกคิ้วแล้วหัวเราะออกมา

            “you’re smart, I like you (แกฉลาดดีนิ ฉันชอบแก)” เจมส์ว่า แล้วโบกมือให้ลูกน้องแก้มัดให้วิริฒิพา

            ข้อมือของเธอปวดตุบๆ เมื่อมันเป็นอิสระ อย่างแรกที่เธอทำก็คือหยิบผ้าเช็ดหน้าในเสื้อสูททำงานมาซับเลือดของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองเจมส์อย่างใจเย็น

            “Certifying a child is when you’re married but you didn’t officially have your marriage certification to guarantee that you are really the father of the child (การรับรองบุตรคือการยืนยันว่าคุณเป็นพ่อของเด็ก ในกรณีที่คุณไม่ได้จดทะเบียนสมรส)” วิริฒิพาอธิบายเช่นนั้น ทั้งๆที่ยังเช็ดเลือดตัวเองป้อยๆ

            “Does that mean I have no right in my son!? (นั่นแปลว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกชายอย่างงั้นหรอ!?)” เจมส์ร้องออกมาอย่างตกใจ และนั่นก็ทำให้วิริฒิพาพยักหน้าเบาๆ

            “What the hell? What do you mean? (บ้าอะไรวะ? แกหมายความว่าไง?)” เจมส์ดูเป็นกังวลอย่างมาก ในขณะที่วิริฒิพายังคงใจเย็น เธอมองเขา แล้วค่อยๆถอนหายใจเบาๆ

            “It means that, without your certification, he is technically not your son and he is not going to become your successor (มันหมายความว่า ถ้าไม่มีการรับรองของคุณ สกายก็ไม่ใช่ลูกชายคุณในทางเทคนิก และเขาก็จะไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดธุรกิจของคุณได้)” วิริฒิพาว่าเช่นนั้น “That’s where I can help you (และตรงนี้แหละ ที่ฉันช่วยคุณได้)” วิริฒิพารีบพูดเสริมต่อทันที ทำให้เจมส์เงยหน้ามองหล่อนอย่างสนใจ

            “How? (ยังไง)”

            “I will help you on the documentation of testament. You list up how many estates you want him to become a successor, put his name in and it’s done. (ฉันจะช่วยคุณในการร่างพินัยกรรม คุณทำลิสมาว่ามีมรดกหรือกิจการอะไรบ้างที่คุณต้องการให้สกายเป็นคนสืบทอด ใส่ชื่อของเขาลงไป มันก็เสร็จแล้ว)” ทนายความสาวอธิบายเช่นนั้น และนั่นก็ทำให้เจมส์หลิ่วตามองเธออีกที

            “Is it that easy? Why do I have to trust you? (มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วย)” เจมส์เอ่ยอย่างไม่มั่นใจ ทำให้วิริฒิพายิ้มมุมปาก

            “trust me, I’m a lawyer… (เชื่อฉันเถอะ ฉันเป็นทนาย)”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

780 ความคิดเห็น

  1. #487 เราไง (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:00
    คือนิดนึงนะไรท์

    กำลังอ่านมันส์ๆแล้วก็นึกขึ้นได้



    ???



    พอลล่าจะฟ้องอย่าทำไมในเมื่อไม่ได้จดทะเบียนกับเจมส์....



    ???
    #487
    2
    • #487-1 dogmouthbear (@thefluffygang) (จากตอนที่ 45)
      11 กันยายน 2559 / 22:44
      เออ ลืมคิดว่ะ 555
      #487-1
    • #487-2 dogmouthbear (@thefluffygang) (จากตอนที่ 45)
      11 กันยายน 2559 / 22:47
      เดี๋ยวแก้พลอตละกัน
      #487-2
  2. #485 Frogky (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 13:56
    โอ้โหคุณพระจันทร์คะ สะบักสะบอมขนาดนั้นแล้วแต่ทำไมยังเท่555555
    #485
    0
  3. #481 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 23:45
    ความฉลาดนี้ ความไหวพริบนี้ ชนะได้แบบไม่ต้องใช้กำลัง ชอบการเช็ดเลือดจังเลยค่ะ ดูดีมากแบบมีผ้าเช็ดหน้าด้วย
    #481
    0
  4. #480 Davilaacaca (@Davilaacaca) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 16:36

    ทามมายไม่แจ้งพิกัด กับคุณตำรวจล่ะ จะได้ไปช่วยคุณทนายทัน
    #480
    0
  5. #478 Kaewana (@kaewana) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 09:40
    ภาษาอังกฤษเป๊ะมาก ชื่นชอบตั้งแต่หม่อมศิรินแล้วค่ะ เคยลองแต่งภาษาอังกฤษทั้งเรื่องมั้ยคะ
    #478
    1
    • #478-1 zen (จากตอนที่ 45)
      8 กันยายน 2559 / 11:43
      เห็นด้วยคะ อยากให้ไรท์ลองแต่งภาษาอังกฤษทั้งเรื่องดูบ้าง น่าสนใจดีคะ
      #478-1
  6. #477 Toeyy7038 (@Toeyy7038) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 08:24
    หล่อด้วยฉลาดด้วย มีใครให้มากกว่านี้ไหมคะ5555555
    #477
    0
  7. #476 pmnik (@iampeanut) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 07:52
    พระจันทร์เจ๋งสุดไ
    #476
    0
  8. #475 FarinMonkey (@zantan) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 03:29
    เจมส์แกทำธุรกิจรอดมาได้ถึงวันนี้ได้ไงว้าาาาาา
    #475
    0
  9. #474 choddmai (@choddmai) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 00:00
    ฉลาดสมกับเป็นทนาย นะคณพระจันทร์
    ขอบคุณครับไรต์
    #474
    0
  10. #473 prochin (@prochin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 23:57
    คุณพระจัน ฉลาดสัส
    #473
    0
  11. #472 deknoy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 23:13
    อย่าทำร้ายพระจันทร์! อย่าทำร้ายหลัวของช้านนนนน



    T^T
    #472
    0
  12. #471 Pearrybc (@Pearrybc) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:45
    ลุ้นนน555555 ฉลาดมากพระจันทร์คนเก่งง
    #471
    0
  13. #470 Iamtheflash2544 (@iamtheflash2544) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:36
    คุณพระจันทร์ ฉลาดจังเลยค่ะ
    *กราบแบบคุณวาด
    #470
    0
  14. วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:17
    คุณพระจันทร์ ฉลาดมากๆๆ

    คิดได้ไงคะ

    ขอให้ปลอดภัย :)
    #469
    0
  15. #468 RyoJin2911 (@RyoJin2911) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:06
    น่อลลลลล คุณพระจันทร์คนเก่งของบ่าวววว
    #468
    0