คัดลอกลิงก์เเล้ว

แต้วยุ่งมิวไม่ว่าง (แต้วมิว)

หากคนหนึ่งยุ่ง และอีกคนก็ไม่ว่าง...แล้วความรักจะเป็นยังไงละเนี่ย

ยอดวิวรวม

5,902

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


5,902

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


237
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 พ.ย. 60 / 21:12 น.
นิยาย ҧ () แต้วยุ่งมิวไม่ว่าง (แต้วมิว) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

แต้วยุ่งมิวไม่ว่าง

 

Inspired by

 

The Toys – จะทำให้เธอBlink 



เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 พ.ย. 60 / 21:12


           

          “พี่แต้วอยู่ไหนคะ...”

 

            น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยแบบนั้นดังมาจากโทรศัพท์ และนั่นก็ทำให้ผู้รับยิ้มกริ่ม หญิงสาวที่กำลังเปิดสปีกเกอร์โฟนอยู่นั้นกำลังวุ่นวายอยู่กับการท่องบทละครบนรถตู้ของตัวเอง แต่เธอก็รู้ดีกว่าควรจะรีบส่งเสียงตอบ คนรัก ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะงอนไปได้อีก...

 

            “อยู่บนรถค่ะ กำลังจะไปกอง มิวล่ะ?”

 

            “อยู่งานอีเว้นท์เนี่ย...”  

 

            น้ำเสียงนั้นง้องแง้งงอแงจนทำให้คนที่กำลังท่องบทละครอยู่เผลออมยิ้ม

 

            “แล้วกินข้าวหรือยังคะ มิวมิว” “ยังเลย~” แต้วถามแค่นั้นมิวก็ตอบมาแทบจะทันที ฟังดูก็รู้ว่าแค่อยากอ้อน ไม่มีอะไรมากเลย เพราะช่วงนี้ทั้งสองแทบจะไม่มีเวลาให้กัน ตามประสา เซเลบ ที่ ฮอต ด้วยกันทั้งคู่ ฝ่ายแต้วเองก็ได้รับการติดต่องานละครเข้ามาเป็นร้อยๆเรื่อง ส่วนมิวก็มีอีเว้นท์ให้ไปเป็นพัน

 

            คู่รัก ที่แอบคบกันแบบลับๆมาตั้งแต่สมัยเข้าวงการใหม่ๆจึงไม่ได้มีเวลาให้กันเหมือนดังแต่ก่อน ตั้งแต่สมัยเวิร์กช็อปบทละครซีรี่ยส์ที่ต้องเล่นด้วยกันแต้วกับมิวก็แอบคุยกันมาตลอด แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เวลาจะไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยเป็นข่าวเท่าไรนัก ไม่ว่าจะไปกินข้าว ช็อปปิ้ง ลองเครื่องสำอาง บรรดาแฟนๆก็จะเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันมาเสมอโดยไม่ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ใดใดมากนัก

 

            ก็มีแต่ช่วงนี้เท่านั้นแหละ ที่ทั้งคู่มีเวลาให้กันน้อยลง บางทีก็ไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันเป็นเดือนๆ เพราะหาเวลาไม่ได้ และต่างฝ่ายก็ต่างมีภารกิจรัดตัว ทั้งคู่ต้องอาศัยแอบเจอกันตามงานอีเว้นท์บ้าง หลังเวทีคอนเสิร์ตของช่องบ้าง หรืออย่างเช่น คืนก่อนหน้านี้ ที่มีงานอีเว้นท์ของแบรนด์เสื้อผ้าดังที่เจ้าของงานเชิญดาราสาวทั่วฟ้าเมืองไทยไปร่วมงานด้วย แต้วกับมิวจึงได้เจอกันเพียงพักหนึ่ง...

 

            “อ๊ะ...เรียกคนอื่นมาด้วยดีกว่านะคะ”  

 

            มิวได้ยินเสียงแต้วพูดอย่างนั้น ขณะที่เธอกับเขายืนอยู่ข้างหน้าแบ็คดรอปของงานเคียงคู่กัน และเธอก็ ชินแล้ว เมื่อดาราสาวรุ่นพี่ผู้เป็นคนรักของเธอเรียกดาราสาวคนอื่นๆแถวนั้นเข้ามารวมตัวกันถ่ายภาพให้เป็นภาพหมู่...เพราะไม่ต้องการให้ใครผิดสังเกตที่ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเกินไป ส่วนเรื่องรูปคู่นั้น อย่าให้พูด แม้ว่าทั้งคู่จะมีรูปคู่กันเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพันก็ไม่เคยได้ลงหรอก...ตามสโลแกน #ไม่ลงรูปคู่ค่ะ ของทั้งคู่ จะมีก็แต่ฝ่ายคุณแม่ของทั้งคู่ที่ต่างฝ่ายออกจะรักและเอ็นดูอีกฝ่าย คุณแม่ของมิวจึงมักจะแอบลงรูปแต้วกับมิวคู่กัน ส่วนคุณแม่ของแต้วก็มักจะแอบมากดไลก์ภาพของมิวเสมอ...แต่ก็แค่นั้น

 

            “ไม่งอนนะคะ...”

 

            มิวจำได้ว่าแต้วพูดกับเธออย่างนั้น ขณะที่ฝ่ายนั้นโอบเอวในชุดเดรสของเธอเข้าไปใกล้ แรงโอบกอดของฝ่ายนั้นในความมืดที่หลังเวทีงานอีเว้นท์ทำให้มิวใจเต้นแรงได้เสมอ เมื่อฝ่ายนั้นขยับเข้ามาใกล้...

 

            “ไม่งอน...รู้แล้วว่าลงรูปคู่บ่อยไม่ได้”

 

            ดาราสาวรุ่นน้องกระซิบตอบเช่นนั้นขณะที่ริมฝีปากทั้งสองห่างกันแค่คืบ

 

            “เก่งมาก คนสวยของพี่...” “พี่แต้ว...เดี๋ยวลิปสีเพี้ยนหมดนะคะ”  

 

            เธอรู้ดี ทันทีที่อีกฝ่าย ปากหวาน เนี่ย มันคือต้องการอะไรสักอย่างอย่างแน่นอน และในตอนนั้นสิ่งที่เขาต้องการก็คือริมฝีปากของเธอ และนั่นก็ทำให้มิวเขินๆเล็กน้อยเมื่อเขาดึงเธอเข้าไปใกล้ แต่ก็เห็นว่าสีลิปสติกของทั้งคู่นั้นต่างกันมากเกินไป เธอจึงขืนตัวจากอ้อมกอดคนที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยอย่างเขินๆ แต่แต้วก็ยิ้ม...ก่อนจะ ผสมสี ลิปสิติกของทั้งคู่เบาๆอย่างไม่ใส่ใจคำทักท้วงของมิว...แล้วผละออกดวงแววตาวิบวับ ขณะที่ใช้นิ้วโป้งนั้นเช็ดสีลิปสติกของตนเองที่เปื้อนมุมปากของอีกฝ่ายให้อย่างอ่อนโยน

 

            “ก็ผสมสีกันไง สวยดีออก เลอะนิดเลอะหน่อยไม่เป็นไรหรอกน่า เวลาเรามีแค่นี้เอง”

 

            ก็จริงอย่างที่เขาว่า พักหลังมานี้ ทั้งคู่แทบไม่มีเวลาเจอกัน...ถ้าหากมีโอกาสใช้เวลาด้วยกันได้ แม้เพียงนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น ก็ไม่อยากจะปล่อยให้มันเสียเวลาเลยแม้แต่วินาทีเดียว...เพราะหลังจากอีเว้นท์งานนั้น แต้วก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงปิดกล้องละครเรื่องใหม่ของเธอ และคืนนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีก ทำให้เช้าวันนี้มิวต้องโทรหาแต้วด้วยความ คิดถึง ...และใจของเธอก็ลอยกลับเข้ามาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง เมื่อแต้วในโทรศัพท์เอ่ยกับเธอว่า...

 

            “เซ็นรับของจากไลน์แมนด้วยนะ”

 

            คำพูดนั้นทำให้มิวเลิกคิ้ว และก็เห็นพนักงานส่งของมายืนเก้ๆกังๆอยู่หน้างานอีเว้นท์

 

            “ส่งของให้คุณมิวครับ”

 

            แน่นอน ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ และพนักงานส่งของหนุ่มก็เขินๆเก้ๆกังๆเมื่อเขาส่งถุงกระดาษสีน้ำตาลมาให้ มิวขมวดคิ้วแล้วรับมันมา ก็พบว่าเป็นกล่องพลาสติกใส่แอปเปิ้ล กีวี่ และสาลี่ที่ปอกแล้ววางเรียงเป็นระเบียบ พร้อมกับกระดาษโน้ตที่มีลายมือของใครบางคนเขียนเอาไว้ว่า...

 

            เติมพลังนะคะ

 

            “พี่แต้ววววววววว” สาวร่างเล็กเรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงเขินๆขณะที่บิดกายน้อยๆ กอดถุงกระดาษนั้นไว้ใกล้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายกลั้วหัวเราะตอบมาในโทรศัพท์

 

            “รู้หรอกว่ามิวชอบลืมกินข้าวเช้า” แต้วว่า “รองท้องไปก่อนนะคะ แล้วก็อย่าลืมหาอะไรกินด้วย”

 

            คำพูดนั้นทำให้มิวยิ้มเขิน และอีกฝ่ายก็กำลังจะวางสายไปเมื่อมิวเรียกดักเอาไว้...​

 

            “เอ่อ...พี่แต้วคะ”

 

            “คะ?”

 

            “...ลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ” ไม่ได้อยากทวงเลยนะเอาจริงๆ เธอนึกในใจอย่างนั้น แต่ด้วยความที่มิวเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นนางเอกสาวที่ฮอตมากไม่แพ้ตัวเอง ก็คงไม่แปลกที่แต้วจะ ยุ่ง จนลืม ดังนั้น เธอก็คงไม่โกรธหรอกถ้าเขาจะลืม...แต่มันก็คงจะใจหายหน่อยๆ ถ้าเขาจำไม่ได้จริงๆ

 

            “อ๋อ...” คำว่า อ๋อ ของแต้วทำให้มิวเผลอยิ้มออกมาพักหนึ่ง แต่คำพูดที่ตามมาด้วยน้ำเสียงน่ารักของเขาก็ทำให้มิวกระพริบตาปริบๆ เมื่อแต้วพูดว่า “...พี่รักหนูนะคะ”

 

            ไม่ใช่อันนี้เว้ย คนซื่อบื้อ!!

 

            ถึงแม้มิวจะดีใจที่เขาบอกรัก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวังในตอนนี้ ลืมจริงๆด้วยสินะ มิวคิดอย่างน้อยใจ แต่ฝ่ายนั้นก็ดูเร่งรีบ เพราะเหมือนว่ารถตู้ของเขาจะถึงกองถ่ายแล้ว

 

            “พี่ถึงกองฯแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคืนนี้พี่โทรหานะคะ”

 

            เขาตัดบทไปอย่างนั้น

 

            ไม่โทรมาหรอก

 

            มิวนึกในใจอย่างขมขื่น แต่ก็รู้ว่าโทษเขาไม่ได้ ทั้งสอง ตกลง กันแล้ว ตั้งแต่คบกัน ว่าจะไม่งอนกันเรื่องงี่เง่าโดยเฉพาะเรื่องของการลืมโทรหากัน เพราะต่างฝ่ายก็ต่างรู้ดีว่า งาน ของทั้งคู่มันหนักขนาดไหน ช่วงที่มิวถ่ายภาพยนตร์อยู่ที่ญี่ปุ่น เธอเคยหลับทิ้งแต้วคาโทรศัพท์หรือไม่ก็ลืมโทรหาเขาตั้งหลายครั้งทั้งๆที่บอกว่าจะโทร แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันดี...ก็ แต้วยุ่ง และ มิวก็ไม่ว่าง นี่นา...ที่รักษาความสัมพันธ์มาได้ถึงขั้นนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว...

 

            แต่ก็อาจจะเป็นเพราะแต้วเองก็ไม่เคยบกพร่องด้วย แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน ดาราสาวรุ่นพี่ก็จะมีเวลาตื่นขึ้นมาปอกผลไม้ใส่กล่อง หรือไม่ก็ส่งขนมเล็กๆน้อยๆ ดอกไม้เล็กๆตามเทศกาลต่างๆมาให้เธอตลอด...ยิ่งช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองมีถ่ายละครด้วยกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะ ตัวติดกันตลอดเวลา และก็นั่นแหละ ที่เป็นปัญหา เพราะอีกฝ่ายนั้นดูแลเธอดี...จนมิวเองก็ติดไปแล้วกับการที่ต้องมีเขาอยู่ด้วยตลอดเวลา

 

            พอต้องกลับมาห่างกันแบบนี้ด้วยความยุ่งยากของตารางงาน มันก็ทำให้มิวรู้สึกเศร้าหน่อยๆเหมือนกัน

 

            “แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะมิว”

 

            ดาราสาว เพื่อนร่วมวงการอีกคนที่มาร่วมงานอีเว้นท์เดียวกับมิววันนี้เอ่ยกับเธอทันทีที่เห็นหน้า และนั่นก็ทำให้มิวยิ้มแหยๆตอบอีกฝ่าย ดูสิ แฟนฉันยังไม่พูดเลย เธอนึกในใจอย่างนั้นด้วยความน้อยใจ แต่ก็พยายามทำเป็นลืมๆไป...​ช่างมันเถอะน่า มิวนึกอย่างนั้น เขาลืมก็แค่เตือนเขา...แค่นั้นเอง มิวนึกในใจ

 

            ฉันไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่จะงอนแฟนแค่เพราะเขาจำวันสำคัญไม่ได้หรอก

 

            ใช่ไหม?  

 

...

 

            ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่แต้วจะลืมจริงๆ

 

            มิวนึกในใจขณะที่เค้กก้อนเล็กที่ปักด้วยเทียนกำลังถูกยกมาให้ตรงหน้าเธอ บรรดาเพื่อนฝูงเซเลบของเธอพากันเจียดเวลาอันมีค่าของพวกเขามารวมตัวกันดินเนอร์มื้อเย็นกับเธอที่ร้านอาหารหรูในคืนวันนี้ และตอนแรกเธอก็คิดว่า พี่แต้ว เป็นคน จัดการ ปาร์ตี้ทั้งหมดนี่ให้ด้วยซ้ำ อย่างที่เขาทำทุกปี แต่ปรากฎว่าแฟนสาวของเธอไม่รู้เรื่อง ไม่โผล่มาเสียด้วยซ้ำ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขายังไลฟ์ว่าอยู่กองละครอยู่เลย...

 

            ให้ตายสิ!

 

            มิวนึกในใจ ทั้งๆที่ควรจะมีความสุขกับบรรยากาศตรงหน้า แต่เธอก็อดหงุดหงิดไม่ได้

 

            “ปีนี้พี่แต้วไม่ทำไรหรอวะ”

 

            หนึ่งในบรรดาเพื่อนสนิทที่สุดของเธอถาม ทำให้มิวนิ่งอึ้งไป

 

            “นั่นดิ่ ปกติ ใกล้วันเกิดแกนะ เค้าดึงพวกฉันเข้าไลน์กลุ่มละ ต้องมีการปรึกฯ ว่าจะทำเซอร์ไพร์สอะไรให้น้องมิว เจ้าหญิงคนสวยสุดที่รักของเค้าดี” เพื่อนอีกคนของเธอแซวอย่างนั้น ยิ่งทำให้มิวนิ่งเงียบไป

 

            “ช่วงนี่เขายุ่งๆน่ะ” มิวบอกอย่างนั้น “ฉันก็ไม่ค่อยว่าง...เขาก็คงคิดว่าฉันไม่ว่างมั้ง”

 

            คำพูดของมิวทำให้เพื่อนทั้งสองที่แซวเธอเมื่อครู่มองหน้ากันแล้วยิ้มให้เธออย่างแซวๆ

 

            “ไม่ใช่อาถรรพ์เลขเจ็ดนะเว้ย?”

 

            เจ็ดปี ใจของมิวสั่นประหลาดเมื่อพบว่าอันที่จริงทั้งคู่คบกันจะเข้าปีที่เจ็ดแล้ว นานเหมือนกันนะเนี่ย เธอคิดอย่างนั้น ขณะที่เพื่อนๆกำลังตัดแบ่งเค้กกัน มิวก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาอย่างกังวลใจ... อาถรรพ์เลขเจ็ด? นางเอกสาวทวนในใจอย่างนั้นอย่างหวาดหวั่นเมื่อพบว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...การคบกันของเขากับเธอจะเข้าปีที่เจ็ดโดยสมบูรณ์....

 

...

 

            ไม่เอา ไม่เอา ไม่เลิกนะเว้ย

 

            มิวนึกในใจอย่างนั้น ขณะที่ตอนนี้เธอกลับบ้านมาแล้วและกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงในความมืด น้องสาวของเธอที่นอนห้องเดียวกันตั้งแต่เล็กๆนั้นหลับไปแล้ว แต่มิวนั้นกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์คนเดียวให้ไฟหน้าจอส่องหน้า หลังจากปฏิเสธเพื่อนๆที่พากันดึงรั้งให้เธออยู่เลี้ยงฉลองให้นานกว่านี้ มิวก็รีบกลับมาที่บ้าน...​

 

            เซอร์ไพร์ส?​

 

            เซอร์ไพร์สก็คือการไม่มีเซอร์ไพร์ส เธอแอบหวังว่าอย่างน้อยเขาก็อาจจะมารอเซอร์ไพร์สเธออยู่ที่บ้าน แต่ที่บ้านก็กลับมีแค่พ่อกับแม่ของเธอที่พากันมอบของขวัญกล่องเล็กๆให้เป็นสร้อยคอกับน้องสาวที่อุตส่าห์ไปหาซื้อชุดที่เธอเคยบ่นว่าชอบตอนที่ไปเดินช็อปปิ้งด้วยกันคราวก่อนมาให้...

 

            ไม่มีพี่แต้วเหมือนเดิม

 

            มิวเริ่มรู้สึกเจ็บๆในอกเหมือนจะร้องไห้ ยิ่งแม่ของเธอเริ่มถามว่า แล้วพี่แต้วเขาว่าไงบ้างลูก และยิ่งตกดึกยิ่งไม่มีสัญญาณชีพใดใดจากเขา มิวก็ยิ่งเศร้า... แอบเข้าไปเปิดสตอรี่ไอจีของเขาก็พบว่าแต้วไม่ได้อัพอะไรอีกนอกจากภาพล่าสุดเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วที่อยู่กองถ่าย และนั่นก็ทำให้เธอแพนิคจนมานั่งหาข้อมูลอะไรบางอย่างอยู่ตอนนี้กับคีย์เวิร์ดที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์....

 

            อาถรรพ์เลขเจ็ด

 

            และมิวก็ได้รู้ว่า ความคิด ของคนเราจะเปลี่ยนทุกๆเจ็ดปี และนั่นทำให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆของคนเรามักจะเปลี่ยนไป คู่รักบางคู่ก็อาจจะเลิกรา หรือบางคู่ก็อาจตัดสินใจแต่งงาน คนบางคนอาจตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำอะไรบางอย่าง...ในทุกๆเจ็ดปี...และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอกังวล...เมื่อรู้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองกำลังจะเข้าปีที่เจ็ดพร้อมกับความยุ่งเหยิงของตารางงานเช่นนี้

 

            ฉันจะไม่เป็นแบบพวกคู่รักดาราเกาหลีนะเว้ย!!

 

            ดาราสาวนึกในใจอย่างนั้น เมื่อนึกถึงข่าวของบรรดาคู่รักดาราเกาหลีที่เธอมักจะเห็นผ่านๆเวลามีคนแชร์มา พวกเขามักอ้างว่าเลิกกันเพราะ ตารางเวลาไม่ตรงกัน บ้าง เลิกกันเพราะ ตารางงานที่ยุ่งจนเกินไป บ้าง และนั่นก็ทำให้เธออดรู้สึกกลัวไม่น้อย...ยิ่งเมื่อเวลาใกล้เที่ยงคืนเข้ามา และไม่มีสัญญาณอะไรจากแต้วเลย...

 

            00:00

 

            ลืมจริงๆด้วยอะ

 

            วันใหม่มาเยือนอย่างเงียบเชียบ แล้วน้ำตามิวก็ร่วงเผาะ ดาราสาวหน้าใสแอบร้องไห้อยู่บนเตียง อย่าให้ใครรู้เชียวนะว่าขวัญใจหนุ่มทั้งประเทศต้องมาแอบนั่งร้องไห้เพราะแฟนไม่สนใจแบบนี้ เธอนึกในใจอย่างงอนๆแบบนั้น ทั้งๆที่รู้ว่ามันงี่เง่า และเธอเองก็ผิดที่ไม่ได้เตือนเขา...แต่พอมารู้ว่าเขา ลืมจริง แบบนี้ มันก็อดเสียใจไม่ได้

 

            ครืดดดด...ครืดดด...ครืดดดดดดดดด....

 

            เสียงโทรศัพท์ของเธอสั่นในความมืด และหน้าจอก็กระพริบวูบวาบขึ้นมา ทำให้มิวรีบกระโดดคว้ามันเพราะน้องสาวของเธอที่นอนอยู่เตียงถัดไปนั้นเริ่มพลิกตัวอย่างหงุดหงิด มิวจึงรีบสาวเท้าออกจากห้องแล้วกดรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว...

 

            “นอนหรือยังคะ”

 

            เสียงนั้นดังมาตามสายอย่างแจ่มใส และนั่นก็ทำให้มิวหงุดหงิดไม่น้อย เมื่อน้ำเสียงของเขาฟังดูไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่าเขากำลังทำเธอเสียใจอยู่ มิวจึงเลือกใช้น้ำเสียงงอนๆตอบเขาไป...​

 

            “ยังค่ะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงปั้นปึ่ง “แต่กำลังจะ...”

 

            “อ๋อ...งั้นไม่กวนแล้ว แค่จะบอกว่าฝันดีนะคะ”

 

            ลืมจริงๆด้วยอะ!

 

            มิวน้ำตาร่วงเผาะอีกครา

 

            “พี่แต้ว...” มิวสูดลมหายใจลึกแล้วตัดสินใจเอ่ยออกไปเครียดๆ

 

“วันนี้วันอะไรคะ”

 

            คำถามนั้นทำให้อีกฝ่ายเงียบไป...ความเงียบนั้นชวนให้มิวอึดอัด เธอแทบจะร้องไห้ออกมาอีกรอบอยู่แล้ว เมื่อเขาเงียบไปนานราวกับลังเลใจ แล้วเอ่ยออกมาว่า...​

 

            “วันครบรอบของเราไง”

 

            แต้วว่า

 

            “และเมื่อวานก็วันเกิดมิว”

 

            คำตอบนั้นทำให้มิวนิ่งอึ้งไป ขณะที่ฝ่ายนั้นพูดต่อมาว่า...​

 

            “เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว พี่ขอมิวเป็นแฟน ตอนเที่ยงคืนเจ็ดนาที...อืม ก็เวลานี้แหละ...หลังจากที่พี่โทรมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์มิวตอนเที่ยงคืนของอีกวันพอดี...เพราะพี่อยากเป็นคนสุดท้ายที่ได้อวยพรวันเกิดมิว...”

 

            “ฮึก...คนบ้า”

 

            “เอ้า ร้องไห้ทำมายยย มิวมิว”

 

            “มิวนึกว่าพี่แต้วลืม...”      

 

            เสียงอ่อนยอมรับอย่างนั้น ทำให้แต้วหัวเราะออกมา

 

            “วันสำคัญขนาดนี้พี่จะลืมได้ไงคะ” แต้วว่า

 

“วันที่พระเจ้าส่งเนื้อคู่พี่ลงมาจากฟ้าน่ะพี่ไม่ลืมหรอกค่ะ”

 

            “หูยยยย” มิวยู่จมูกใส่ “นี่ไปจำบทละครมาอ้อนมิวอีกแล้วใช่ปะ” เธอว่าอย่างนั้น ทำให้แต้วหัวเราะ

 

            “อือ...ก็จริง สงสัยเพิ่งเลิกกองฯ เลยอินกับบทไปหน่อย” แต้วว่าอย่างนั้น

 

            “....งั้นก็เพิ่งเลิกกองจริงๆด้วยสินะคะ เหนื่อยแย่เลย” มิวเริ่มมีน้ำเสียงกังวล ทำให้แต้วหัวเราะ แต่มิวก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดว่า “ขอโทษนะคะ พี่แต้วยุ่งขนาดนี้ มิวยังมางอนพี่ไร้สาระอีก...” เธอบอกอย่างนั้น

 

            “มิวมิวงอนพี่จริงๆด้วยยยย” แต้วลากเสียงยาวด้วยความอารมณ์ดี “ถ้างั้นก็คิดไม่ผิดละที่มาหา”

 

            คำพูดนั้นทำให้มิวนิ่งอึ้งไป

 

            “มาหา?”

 

            “อื้ม อยู่หน้าบ้านแล้วค่ะ ลงมาสิ”

 

...

 

            มิวเดินลงไปก็เห็นแต้วยืนยิ้มแฉ่ง พิงรถเบนซ์สปอร์ตของเขาที่คงกลับไปเอาที่บ้านแล้วบึ่งตรงมาเพื่อมาหาเธอโดยเฉพาะ เขายืนถือเค้กชิ้นเล็กที่มีเทียนสว่างอยู่กับช่อดอกไม้ดอกเล็กๆ และเมื่อมิวเดินลงไป แต้วก็เริ่มร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้เธอเบาๆ เขินๆ ปล่อยให้เธอยืนกอดช่อดอกไม้ มองเขาอย่างมีความสุข...ก่อนจะหลับตาอธิษฐานเป่าเทียนเมื่อเขาร้องเพลงจบ...แล้วก็ลืมตาขึ้นมาเห็นนางเอกสาวรุ่นพี่มองดูเธออยู่อย่างเอ็นดู

 

            “ขอโทษจริงๆนะคะ หาของขวัญให้ได้แค่นี้เอง กว่าพี่จะเลิกกองห้างก็เกือบปิดหมดแล้ว” แต้วบ่นอย่างเซ็งๆตัวเอง “จริงๆของขวัญ ครบรอบเจ็ดปี กับครบรอบวันเกิดมิวอายุยี่สิบเจ็ดนี่มันน่าจะดีกว่านี้เนาะ” แต้วว่าอย่างนั้น ทำให้มิวหัวเราะเบาๆแล้วส่ายหัว

 

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” มิวว่าแล้วส่ายหัวทั้งรอยยิ้ม “แค่พี่แต้วก็พอแล้ว...”

 

            แต้วเลิกคิ้ว ขณะที่ฝ่ายนั้นขยับกายเข้ามากอดเธอ

 

            “แค่พี่แต้วมาหามิวก็พอแล้ว”

 

            คำพูดนั้นทำให้แต้วอมยิ้มอีกครา แล้วกอดเธอตอบเบาๆ

 

            “ขอโทษนะคะ...ช่วงก่อนพี่มัวแต่ยุ่งๆ แทบไม่ได้ดูแลมิวเลย” แต้วบ่นตัวเองอย่างนั้น ทำให้มิวส่ายหัวทั้งๆที่ยังอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่าย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มิวเองก็ไม่ว่างเหมือนกัน...” คนตัวเล็กกว่ากระซิบ แล้วผละออกมาจากอ้อมกอดอีกฝ่ายน้อยๆ ขณะที่แต้วเอื้อมมือขึ้นมาจับลูบใบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆอย่างเอ็นดู

 

“ตอนที่เราตกลงคบกัน พี่สัญญาว่าจะดูแลมิวทุกวินาที...” แต้วว่า “เจ็ดปีที่ผ่านมา ถ้าพี่บกพร่อง หรือทำตามสัญญาไม่ได้บ้าง...ให้อภัยพี่ด้วยนะคะ”

 

คำพูดอย่างนั้นทำให้มิวยิ้ม แล้วพยักหน้าเบาๆ

 

“เหมือนกันนะคะ” มิวว่า “ถ้ามิวงี่เง่า งอแง ดูแลพี่แต้วไม่ดีพอ...บอกด้วยนะคะ”

 

แต้วยิ้ม แล้วพยักหน้าเบาๆ ขณะที่ลูบใบหน้าใสๆไร้เครื่องสำอางบนใบหน้านั้นอย่างเอ็นดู และมิวก็ยิ้มเขินอีกคราที่เห็นว่าอีกฝ่ายจ้อง ริมฝีปาก ของเธออยู่...ดาราสาวรุ่นน้องเสมองไปทางอื่น แล้วกระซิบเบาๆว่า...

 

“ตอนนี้มิวไม่มีสีปากให้พี่แต้ว...ผสมสี นะ”

 

เธอว่าเขาอายๆแบบนั้น ทำให้แต้วหัวเราะเบาๆ

 

“หรอ...อืม จริงด้วยแฮะ...อืม...แต่พี่ว่าสีปากมิวซีดๆไปนะคะ” แต้วว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่เชยคางคนรักเข้ามาใกล้อีกครา “เดี๋ยวพี่เติมสีให้หน่อยดีกว่าเนาะ...” เขาว่าอย่างนั้นแล้วก็ แบ่งสี ลิปสติกที่ยังคงหลงเหลือจากการเข้าฉากละครนั้นมาให้ริมฝีปากของคนที่ล้างเครื่องสำอางออกหมดแล้วอย่างอ่อนโยน...

 

“สีปากสวยแล้ว”

 

แต้วว่าอย่างนั้นยิ้มๆขณะที่ค่อยๆถอนจูบออกมาแผ่วเบา แล้วแกล้งใช้นิ้วโป้งเกลี่ยสีลิปสติกของตนเองให้เนียนไปกับริมฝีปากของมิวที่กำลังยิ้มทั้งๆที่หลับตา ทำให้คนตัวเล็กกว่าลืมตามองแต้วเขินๆ แล้วหลิ่วตามองเขา...

 

“ขอบคุณมากนะคะ อุตส่าห์มา” มิวว่า ทำให้แต้วยิ้ม

 

“คนเราจะยุ่งแค่ไหน ก็มีเวลาให้คนสำคัญเสมอแหละ”

 

แต้วว่าอย่างนั้น แล้วลูบแก้มเธอด้วยสายตาแสนเอ็นดู ทำให้มิวเผลอยิ้มออกมา...

 

นี่แหละมั้ง...เธอจึงรักเขา

 

มิวคิดในใจอย่างนั้น...วันทั้งวันที่เต็มไปด้วยสายตาชื่นชมจากคนอื่น กลับมีเพียงไม่กี่คน...โดยเฉพาะเขา ที่มองมาที่เธอด้วยแววตาเอ็นดู...และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ใจเธอเต้นแรง...ในอ้อมแขนของดาราสาวรุ่นพี่...ดาราสาวรุ่นน้องอย่างเธอก็รู้สึกเหมือนกำลังเป็นเพียง ผู้หญิงธรรมดา ที่กำลังมีความรัก...แต่ก็เป็น คนพิเศษ สำหรับเขาเพียงคนเดียว และนั่นก็เป็นความสามารถ พิเศษ ที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มอบให้เธอได้ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา...และเธอก็หวังว่า มันจะมีปีที่แปด ที่เก้า ที่สิบ ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหมด...

 

ตลอดไปเลย

ผลงานทั้งหมด ของ ไรท์หมี@Dogmouthbear

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 มกราคม 2561 / 21:35
    งุ้ยยยย น่ารักมากเลยค่า พี่แต้วนี่โรแมนติกสุดๆ😍😳
    #12
    0
  2. #11 Myjm (@Myjm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:06
    น่ารักค่ะ อ่านแล้วยิ้มเลย
    #11
    0
  3. #10 PiyapatBang (@PiyapatBang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 20:01
    น่ารัก น่ารักมากกกก
    #10
    0
  4. วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:57
    อบอุ่นค่ะ
    #9
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #7 Virin_thorn (@Virin_thorn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 09:21
    น่ารักจัง
    #7
    0
  7. #6 m&m
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:02
    น่ารักมากๆอ่านแล้วแก้มปลิละมุนหัวใจ
    #6
    0
  8. #5 intip (@indy-indy37) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:01
    งื้อน่ารักก
    #5
    0
  9. #4 Kaewana (@kaewana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 08:18
    น่ารักกก ชอบๆๆ
    #4
    0
  10. #3 U.U
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:09
    น่ารักกกกก ยิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว
    #3
    0
  11. #2 P_TunG
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    แง้,, น่ารักอีกแล้วววว พี่แต้วกับมิวมิวของเค้า(?)



    ชอบเวลาอ่านไปแล้วยิ้มตามไป รู้สึกตัวเองมีความสุขและโชคดีที่ได้อ่านเรื่องราวดีๆ แบบนี้

    ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นน่ารักๆ นะคะ ดามใจจากหมอมิว Rwanda พอดีเลยยยย (แอบพาดพิง) ^___^
    #2
    0
  12. #1 bbekim
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 21:28
    ฮือออ น่ารักกกกก พี่แต้วจะยุ่งแค่ไหนก็ยังมาเซอร์ไพรส์ (ถึงจะเลยเวลาไปหน่อยก็เถอะ) ถถถถถ

    จะว่าไปก็รอดูพ่อยุ่งลุงไม่ว่างเหมือนกันนะคะ รอดูมิวมิวผู้น่ารัก /-/
    #1
    0