แค่ฝัน | เนียลอง

ตอนที่ 1 : เจอกันสักทีนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 เม.ย. 63








ผมยืนยืดเส้นอยู่ไม่นานหลังจากที่ผมนั่งคิดทบทวนชีวิตอยู่นาน ผมก็ตัดสินใจได้แล้วว่าผมจะออกไปตามหาคำตอบ เมื่อยืดเส้นเสร็จผมก็สาวเท้าไปเปิดประตูทันที


แกร๊ก


"กรี้ด!!!!" ยังไม่ทันจะได้ก้าวออกจากห้องไปเสียงแหลมพุ่งของหญิงสาวก็เข้ามากระทบที่โสตประสาทของผมอย่างจัง เด็กหญิงอายุรุ่นๆหน้าตาน่ารักตรงหน้าผมนี้ส่งเสียงกรีดร้องไม่ยอมหยุด ซ้ำยังทำตาโตจนแทบจะถลนออกมาอีกด้วย จะกรี้ดอะไรนักหนาทำอย่างกับว่าเห็นผีอย่างนั้นแหล่ะ กระทั่งผมเอานิ้วอุดหูและเดินหนีออกมาเธอก็ยังไม่หยุดกรีดร้อง


"ตื่นมาก็เจอคนบ้าเลย อะไรกันเนี่ย"ผมส่ายหัวไปสองที พลางมองไปรอบๆ


"คฤหาสน์หรอ?" ห้องโถงที่ใหญ่เกินบ้านธรรมดา โคมไฟที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน บันใดยาวสองทางกับห้องอะไรอีกก็ไม่รู้สารพัดห้อง ดูยังไงมันก็คฤหาสน์ชัดๆ


"Catch him!" อะไรกัน จู่ๆเสียงหญิงชราคนนึงก็ดังขึ้นพร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทอีกสองคนก็วิ่งเข้ามาใส่ผม ตื่นมาปุ้บก็เจอคนมากรี้ดใส่แถมยังมีมนุษย์ป้าที่ไหนไม่รู้มาตะโกนให้จับตัวกันไว้อีก เรื่องบ้าบออะไรเนี่ย


ผมวิ่งหนีทันทีแม้จะขาอ่อนจนพับบ้างผมก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง พวกเขาเป็นใครจุดประสงค์คืออะไรก็ไม่รู้ ถ้าจู่ๆมาจับผมไปเชือดก็ตายพอดีน่ะสิ ใครจะยืนนิ่งๆให้จับเล่า


พอวิ่งออกมาถึงประตูบ้านก็ชนเข้ากับใครก็ไม่รู้ที่จู่ๆก็เดินโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้


ผลั่ก!


"Oh x!" ผู้ชายตรงหน้าที่ผมกำลังนั่งทับอยู่สบถออกมาพลางขณะที่ยังคงหลับตาอยู่และยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ประสานกันกับหน้าผากของผมเมื่อกี๊ เมื่อผมเพ่งมองดูดีๆ ไอผู้ชายตรงหน้าผมนี่มันหน้าคุ้นมากซะจนผมเริ่มคิดอะไรออก


"ไอ้ลูคัส!" พี่ชายฝาแฝดของผมลืมตาตื่นทันทีก่อนตาของมันจะเบิกโตขึ้นจนน่าขำและลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นเล่นเอาผมที่นั่งทับมันอยู่ต้องถอยล่นลงจากตักมันทันที


"ลูก้า!" ผมพยักหน้าให้มันทีนึง


"อันยอง อ้ปป้า โอรันมันอิบนิดะ" พวกเราสองคนมีเป็นลูกครึ่งเกาหลีครับ




.




.






.










ลูคัสพาผมขึ้นมาบนห้องที่บอกว่าเป็นห้องนอนของมัน และแวบแรกที่ก้าวเข้ามาผมก็คิดว่ามันคือสนามเด็กเล่นเพราะมันใหญ่และกว้างมาก ผมนอนเล่นบนเตียงมันอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดออก ผมเงยหน้าขึ้นมองลูคัสที่ถอดสูทดำเมื่อครู่ออกแล้วเหลือแต่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์สีดำกับสลิปเปอร์สีขาวเท่านั้น มันเดินมานั่งลงบนปลายเตียงก่อนจะจ้องมองมาทางผม


"ลูคัส มึงไปทำอะไรมาวะ กูเห็นทีแรกเกือบจำไม่ได้ ทำไมมึงสูงชะรูดขนาดนี้ กรามนี่ขึ้นเป็นสันเลย ดูหล่อดูโต" ผมว่าพลางลุกขึ้นนั่งเอามือจับคางพิจารณารูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดไป


"หน้าคล้ายๆพ่อเลยแฮะ" ผมว่า


"มึงไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างอ่ะ"ว่าจบมันก็ลุกขึ้นลากผมไปที่ห้องแต่งตัวและสิ่งที่ผมได้เห็นบนกระจกนั้นมันไม่ใช่ผม มันคือไอ้ลูคัสร่างสองที่ทั้งสูงและค่อนข้างหล่อผมอ้าปากค้างก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกพลิกหน้าไปมาราวกับคนที่เกิดมาไม่เคยรู้จักกับกระจก


"เหมือนใช่มั้ยล่ะ" ลูคัสมันว่า


"แต่กูอายุแค่สิบห้า" ลูคัสมันส่ายหัวพรืด มันยื่นสมาร์ทโฟนให้ผม


"เปิดดูวันที่ดิ" ผมรับมือถือมาและกดเปิดหน้าจอเลื่อนแผงการแจ้งเตือนลงมาดู


"ยี่สิบสี่กันยาแล้วไงวะ อะเอ๊ะ สองพันสามสิบ.." ผมชะงักไปแปปนึงก่อนจะตั้งสติได้


"เดี๋ยวนะ กูโดนยิงตอนสองพันยี่สิบ นี่มันสองพันสาม.. สิบปีเนี่ยนะไอคัส!!"


มันเหมือนกับว่าผมกำลังฝันอยู่ ที่ตรงนี้ไม่มีอะไรน่าเชื่อเลยสักนิด มันเหมือนเรื่องพูดเล่นพูดตลกแต่ความจริงก็คือความจริง ผมนอนเป็นสิบปีได้ยังไงกันนะ ผมรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยกับเรื่องหลอกเด็กนี่ มันเหมือนฝันมากจริงๆนะ


"เออ"ว่าจบมันก็ลากผมที่แอบสติแตกกับตัวเองออกมาจากห้องแต่งตัวและจับผมไปปาทิ้งใส่ทื่นอนและตัวเองก็ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ใกล้ๆเตียง


"มันเจ็บนะไอสั* มึงจะทุ่มกูใส่ที่นอนขนาดนี้ไม่จับกูฟาดเตียงคอหักตายเลยล่ะ วุ้ย" ว่าเสร็จผมก็ลุกขึ้นมาลูบไหล่ตัวเองเบาๆ


"มึงนอนเป็นเจ้าชายนิทรามาสิบปี ไม่มีใครรู้ว่ามึงจะฟื้นขึ้นมาวันไหนหรือมึงจะตายวันไหนไม่มีใครบอกได้แม้แต่คุณหมอ กูไม่รู้หรอกว่ามึงจะเป็นยังไงแต่กูก็เลือกที่จะเอามึงไว้มากกว่า"


"..."


"กูรอมานานมากและวันนี้กูก็ดีใจมากๆที่มึงตื่นขึ้นมาสักที แถมยังซ่าได้ไม่เหมือนคนที่นอนเป็นผักบนเตียงมาสิบปีเลยด้วย"


"อะแนะๆ ดีใจแบบนี้ รักเค้าใช่มั้ยล้าาาา" ผมแซวพลางส่งสายตากวนๆไปหามัน


"เปล่ากูเสียดายค่าจ้างพยาบาลมาดูแลมึงสิ้นเปลืองชิบเลยมึงอ่ะ"


"โห ไอเวรตะไลเอ๊ย"


ติ๊ง!


ลูคัสมันก้มลงมองมือถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาหาและยิ้มมมมมมมม


"ไอก้า มึงถ่ายรูปน่ารักๆให้กูทีดิ"


"อะไรวะ"


"ตอนนี้กูเป็นดาราอยู่ เขาบอกอยากให้กูเซลฟี่น่ารักๆหน่อย กูไม่ติดน่ารักว่ะทำทีไรน่าเกลียดตลอด กูจำได้ว่าตอนเด็กๆมึงติดน่ารักมาก ทำอะไรก็น่ารักไปหมด เพราะงั้นช่วยหน่อย"


"ห้ะ! เป็นดาราเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย"


"เออ"ว่าจบมันก็โยนมือถือมาบนตักผมทันทีพร้อมกับหยิบหมวกดอกไม้ในลิ้นชักข้างหัวที่นอนออกมาโยนใส่หัวผมอีก


แช๊ะ!


"เชรดดดด น่ารัก แหมน่ารักเหมือนเดิมเลยนะมึงอ่ะ"มันรับมือถือคืนไปอย่างพอใจเมื่อเปิดเช็คภาพของผมและอัพโหลดลงบนอินสตาร์แกรม


"เอ้อแล้วคฤหาสน์หลังนี้.."


"ของกู"ผมอ้าปากค้างทันทีนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไอ้ลูคัสเด็กกระโปกแต่ก่อนหายไปไหนแล้ว ระหว่างที่ผมหลับไปพี่ผมมันทำอะไรทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ มันต้องเหงาจนประสาทกลับแน่ๆไอ้บ้าลูคัส


"แล้วที่นี่.."


"ลอนดอน" พระเจ้า!! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมาอังกฤษไปมากสุดก็ปูซานบ้านคุณพ่อกับอยู่ที่ไทยบ้านคุณแม่แค่นั้นเอง


"เอ้อแล้วคุณยายล่ะ" ผมเงยหน้าจากมือถือขึ้นมามองหน้าผมก่อนจะส่งสายตาที่แผ่รังสีน่ากลัวออกมานิดหน่อย


"วันนั้นไม่มีใครรอดนอกจากกูกับมึง"


"อ๋อ.. คิดถึงยายจังเลย" มันพยักหน้าหนึ่งที ยายคนที่แข็งแกร่งคนที่ปกป้องและโอบอุ้มพวกเราทั้งสองคนมาโดยตลอด คิดถึงจังเลยนะผู้หญิงคนนั้น


"เอ้อ แล้วพี่รหัสมึงง่ะ พี่จี้ป่านนี้เป็นไงบ้าง พี่นุด้วย" มันเงยหน้ามองผมอีกทีนึง ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง


"พี่นุกับพี่จี้กำลังจะหมั้นกัน"


คำว่าเจ็บจนจุกมันเป็นอย่างงี้นี่เองสินะ เจ็บกว่าโดนยิงอีกแฮะ












นาทีนี้ฉันกำลังคิดถึงเธอ อยากได้พบเจอแต่คงไม่ได้แล้ว...


















#แค่ฝันเนียลอง










ฝากน้องหน่อยน้า

0 ความคิดเห็น