คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #4 : Chapter 3 Club
Chapter 3
8 มกราคม 2027
“สวัสดี...หวา”
ผมล้มตัวลงกลางกองหนังสือที่ตั้งกระจุกกันนับสิบกอง แม้ของพวกนี้จะรองรับน้ำหนักอยู่ส่วนหนึ่งทำให้ไม่บาดเจ็บมาก แต่หนังสืออีกนับไม่ถ้วนทับอยู่บนตัวผมหลายชั้น ของพวกนี้นี่หนักไม่ใช่เล่นเลยแค่จะขยับตัวยังลำบาก ไม่นานนักพิรุณช่วยขนพวกมันออกและดึงตัวผมออกมาจากปึกกระดาษหนานับพันหน้า “อูย เจ็บ เจ็บเป็นบ้าเลย”
“เป็นอะไรมากไหม” พิรุณถามผมด้วยความเป็นห่วง ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงไม่ได้แปลกอะไร แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกันมานาน ผมรู้ว่าส่วนลึกของจิตใจหมอนี่คงสบถออกมาว่า ซุ่มซ่ามชะมัด
“ขอบใจมากนะ” ผมก้มมองหนังสือจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่รอบตัว มีทั้งหนังสือจิตวิทยา พฤติกรรม วิทยาศาสตร์ วารสารการแพทย์ ปรัชญา กลยุทธ์การทำสงคราม รีวิวเกม นอกจากนี้สภาพห้องยังเปลี่ยนไปจากเมื่อวานเล็กน้อยตรงที่โต๊ะเต็มไปด้วยกองกระดาษหนาๆวางตั้งอยู่เต็มโต๊ะและตู้เก็บของด้านขวามีแต่แฟ้มเอกสารวางเรียงรายอยู่บนนั้น นี่มันห้องอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีของพวกนี้ แล้วใครกันนะที่เป็นคนเอาของพวกนี้มากองหน้าประตู
แต่เรื่องที่ผมไม่อยากเชื่อยิ่งกว่าคือ เสียงดังขนาดนั้นในระยะไม่เกิน 15 เมตร ชายวัยรุ่นที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือยังไม่หันมามองแม้แต่นิด ดวงตาสีดำหลังกรอบแว่นนั่นดูจริงจัง เขาต้องเป็นคนที่มีสมาธิสูงมากแน่ๆหรือทำเป็นไม่สนใจเราตั้งแต่แรก ลองดูดีๆแล้ว หนังสือเล่มเล็กปกสีดำที่เขาถืออยู่เป็นนวนิยายแนวสงครามที่บรรดาคนรักการอ่านทั้งหลายต้องเคยได้ยินชื่อซักครั้ง
ผมกับพิรุณลองทักอีกที ก็ไม่ปฏิกิริยาตอบโต้อะไรเลย พวกเราจึงเดินเข้าไปใกล้ อยู่ดีๆอีกฝ่ายหันมาพอดี เลยถอยออกมาอัตโนมัติจนเกือบหงายหลังล้มอีกรอบ
เขาตกใจเล็กน้อย แต่ก็กลับนิ่งเฉยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับลุกจากเก้าอี้ช้าๆโดยไม่ได้ขยับปากพูดอะไรแม้แต่น้อย เขาปิดหนังสือเล่มหนา วางลงบนเก้าอี้อย่างใจเย็นและเอามือล้วงตามเสื้อและกางเกงราวกับว่ากำลังหาของสำคัญอะไรสักอย่าง สิ่งที่ผมกับพิรุณสงสัยก็คลี่คลายในไม่ช้า เมื่อเขาควักเอาอุปกรณ์คล้ายหูฟังที่มีตัวอักษรสีเงินHI3AD-752ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วใส่เข้ากับหูพร้อมกับขยับเจ้าเครื่องนั้นเบาๆ
“ขอโทษนะที่ไม่ทันเห็นพวกเธอ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ก็ดันสะดุดกับกองหนังสือจนของพวกนั้นปนมั่วกันไปหมดเลยนี่สิ” ผมขยับตัวออกด้านข้าง เผยให้เขาเห็นถึงหนังสือหลากชนิดที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันผิดเองล่ะที่เอามันไปตั้งไว้หน้าประตู” เขาใช้มือซ้ายลูบหัวตัวเองเบาๆ ผมสั้นสีดำพลันยุ่งเหยิงขึ้นมาเล็กน้อย “จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อ เมฆา อยู่ม. 5 เรียกว่า เมฆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“ผมชื่อพฤกษา ส่วนหมอนี่พิรุณ พวกเราอยู่ม.4กันทั้งคู่” เนื่องจากพิรุณกำลังเดินไปรอบห้องและพิจารณาสิ่งของต่างๆอย่างสนใจใคร่รู้ ผมเลยแนะนำตัวแทนอย่างอดไม่ได้
ผมยังคงสงสัยเรื่องอุปกรณ์กับหนังสือพวกนั้นอยู่ พิรุณก็เช่นกัน ดูเหมือนรุ่นพี่จะอ่านใจเรา 2 คนออก เลยพูดขึ้นมาว่า “งั้นชั้นขอเกริ่นเลยล่ะนะ ชมรมนี้เป็นชมรมวิจัยพฤติกรรมมนุษย์”
“ชมรมวิจัยพฤติกรรมมนุษย์งั้นหรอ” ผมกับพิรุณโพล่งออกมาพร้อมกัน
“ใช่แล้ว พวกเราจะพากันไปสำรวจตามสถานที่ต่างๆ ตามหัวข้อที่สนใจ แล้วเก็บข้อมูลไว้ ยกตัวอย่างเช่น จำนวนคู่เดตตามสถานที่ต่างๆ จุดที่มีคนมาถ่ายรูปมากที่สุดตามสถานที่ท่องเที่ยว จำนวนเมนูอาหารที่ถูกสั่งตามโต๊ะในร้านอาหารสุดหรู ระยะเวลาการใช้มือถือของนักเรียนในช่วงพัก ปริมาณและชนิดขยะที่ถูกทิ้งตามแต่ละห้องเรียน วันที่และเวลาที่นักเรียนโดดเรียน แล้วก็...”
ที่พูดตอนแรกก็เข้าท่าอยู่หรอก แต่อันหลังนี่มันชักจะแปลกๆขึ้นทุกที ผมเลยต้องรีบเบรกไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อนนะครับ เมื่อกี้รุ่นพี่พูดว่า ‘พวกเรา’”
“ตอนนี้สมาชิกชมรมมีกันอยู่ 2 คนคือ ฉันกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ช่วงนี้เธอติดธุระ เลยไม่ได้โผล่มาที่นี่”
ตามกฎของโรงเรียนนี้ การก่อตั้งชมรมจะต้องมีสมาชิก 2 คนขึ้นไป มิน่าล่ะตั้งชมรมนี้ขึ้นมาหรือไม่ก็ยังคงสมาชิกขั้นต่ำไว้และอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
กริ้งงงงงงง เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว รุ่นพี่จึงทิ้งท้ายไว้ว่า “เรื่องการเป็นสมาชิกชมรมน่ะยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ อีกอย่างต่อให้เป็นสมาชิกชมรมอื่น ก็แวะมาห้องนี้ได้เสมอเลย”
หลังเลิกเรียนผมเดินออกมาจากอาคารหลักพร้อมกับพิรุณและเพื่อนอีก 4 คน
“เป็นไงบ้างล่ะ นายว่าชมรมนั่นน่าสนใจไหม”
“อืม ฉันว่าตัวอย่างที่เขายกมาบางอันก็น่าสน บางอันคงต้องลองมาดูกิจกรรมของที่นี่ก่อน แล้วตัดสินใจอีกที”
“ส่วนชั้นว่าอยู่ชมรมฟุตบอลก็ดีอยู่แล้ว แต่ในเมื่อรุ่นพี่บอกว่า แวะไปได้ทุกเมื่อ ชั้นก็อาจจะโผล่ไปที่นั่นเป็นครั้งคราวนะ” พิรุณทักขึ้นมาอย่างนึง “มีอย่างนึงที่ฉันสงสัย ส่วนหนังสือจิตวิทยากับวารสารการแพทย์ฉันเข้าใจอยู่หรอก แต่ว่าพวกกลยุทธ์สงครามกับเกมนี่มันแปลกๆนะ”
ผมพึ่งเอะใจขึ้นมาได้ ของแบบนั้นไม่น่าจะมาอยู่ในห้องชมรมพฤติกรรมได้เลย “นั่นสิ หนังสือพวกนั้นมันหมายความว่ายังไงกันแน่”
“เอาเป็นว่านายช่วยไปสืบมาให้ฉันก่อนละกัน เย็นนี้มีนัดซ้อมนิดหน่อย ไปก่อนล่ะ” ว่าแล้วพิรุณก็เดินจากไปพร้อมกับเพื่อนๆที่เดินออกมาพร้อมกัน
“ไว้เจอกัน”
เฮ้อ อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วสิเนี่ย วันนี้นภาก็อยู่ซ้อมหมากรุกหลังเลิกเรียนอีก ไม่มีเพื่อนกลับบ้านซะแล้ว
เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อจะลืมอะไรไปบางอย่าง ใช่แล้ว วันนี้การ์ตูนเรื่องใหม่ออกพอดี ระยะทางระหว่างร้านกับที่นี่ไม่ใช่ใกล้ๆซะด้วย ต้องรีบไปซื้อก่อนที่จะมืด ไม่งั้นรถประจำทางหมด คงได้เดินกลับบ้านไกลน่าดู
ผมออกมาจากร้านหนังสืออย่างสบายใจ แม้ตอนคิดเงินที่เคาน์เตอร์ การเปิดดูเงินข้างในกระเป๋ามันเจ็บปวดใจน่าดูก็เถอะ เอาล่ะ กลับบ้านดีกว่า
ระหว่างทางไปป้ายรถ ผมต้องเดินผ่านใต้สะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ พื้นที่นั้นค่อนข้างเปลี่ยวและหลอดไฟยังไม่ทำงาน ทำให้มืดน่าดู แต่เพื่อประหยัดเวลา ก็มีแต่ต้องเลือกทางนี้เท่านั้น
ขณะที่ผมเดินผ่านใต้สะพาน ชายชุดดำสนิท 3 คนโผล่ออกมาจากมุมเสาและเข้ามาล้อมรอบตัวผมไว้ ท่าทางของพวกเขาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
“ไงน้องชาย เรียนเป็นยังไงบ้าง” ชายสวมเสื้อปิดฮู้ดที่ยืนข้างหน้าเยื้องไปทางซ้าย ตัวสูงพอกับผมพูดเสียงกวนๆ “ที่นี่มีธรรมเนียมอยู่ว่าต้องจ่ายค่าผ่านทางเล็กน้อย คิดว่าพอจะแบ่งมาให้พวกเราบ้าง ได้ไหม”
ผมพยายามคุมสติ ทำหน้านิ่งและไม่พูดอะไรออกมา ตอนนี้ต้องรีบคิดหาวิธีออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น
“ไม่งั้นเหรอ ฉันว่าเธอเลือกผิดแล้ว ถ้างั้นคงต้องเจ็บตัวกันหน่อยล่ะ”
จะถอยก็ไม่ได้ซะด้วย มีแต่ต้องสู้เท่านั้น
ชาย 3 คนสูงพอกันประมาณ 160 เซนติเมตร คนซ้ายควักมีดขนาด 10 นิ้วออกมาจากเสื้อนอก ปลายมีดอันคมกริบสีดำของSmith and WessonแบบFixedใช่ของที่เอาออกมาโชว์กันเล่นๆซะทีไหน คนขวาถือไม้กอล์ฟหัวไม้หนึ่ง ก้านไม้มีร่องรอยบิดงอเล็กน้อย เหมือนกับเอาไปฟาดกับของแข็งๆบางอย่างมาก่อน สายตาเหลือบไปข้างหลัง ชายผมแดงสวมผ้าปิดปากลวดลายหัวกระโหลกใช้สนับมือสีทองเงาวับที่ทำจากเหล็กอันแข็งกล้า สีหน้าเขาบ่งบอกว่ากำลังตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดที่จะได้ลงไม้ลงมือกับเหยื่อเบื้องหน้า
อีก 6 นาที รถเที่ยวต่อไปจะออก ถ้าไปไม่ทัน ก็ต้องรออีกนานกว่าคันต่อไปจะมา
“ให้ตายสิ” ผมพึมพำออกมาเบาๆขณะที่คนที่ถือมีดพุ่งเข้ามา
ผมปิดประตูบ้านอย่างช้าๆ ถอดรองเท้าสองข้างออกและเก็บมันเข้าไปในชั้นพร้อมกับก้าวย่างไปข้างหน้าด้วยความเร็วและเงียบที่สุด
จู่ๆประตูห้องนั่งเล่นก็ถูกเปิดออก พ่อเดินออกมาพร้อมกับนิตยสารวิทยาศาสตร์ในมือ “อ้าว กลับมาแล้วเหรอ น่าจะส่งเสียงบ้าง พ่อจะได้รู้ ว่าแต่แขนซ้ายลูกไปโดนอะไรมาล่ะ”
ข้อศอกซ้ายของผมมีแผลถลอกและเลือดซึมออกมาเล็กน้อย“อ๋อ ผมสะดุดล้มแล้วเอาแขนซ้ายลงไถลไปกับพื้น มันเลยเป็นแบบนี้น่ะครับ ผมนี่ซุ่มซ่ามจริงเลย ฮ่ะๆ” ผมยิ้มเจื่อนๆ
“อืม” พ่อทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ครั้งหน้าระวังตัวให้มากกว่านี้ละกัน”
เฮ้อ โล่งไปที ดีนะเป็นพ่อ ถ้าแม่มาเห็นเข้าก่อนล่ะ คงได้โดนซักและสั่งสอนตามแบบฉบับของท่านอีกแน่นอน แค่คิดถึงบรรยากาศแบบนั้นอีกก็ขนลุกแล้ว
อาหารเย็นในวันนี้เป็นของธรรมดาอีกเช่นเคย พ่อหยิบรีโมตโทรทัศน์ขึ้นมาและเปลี่ยนไปช่องข่าว “เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ตำรวจพึ่งจับตัวโจรขู่กรรโชกทรัพย์สามคนบริเวณใต้สะพานแห่งหนึ่ง ทั้งสามคนนี้ล้วนก่อคดีทำนองนี้ไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง ตำรวจได้รับสายโทรศัพท์ว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว เมื่อพวกเขาไปถึงผู้ร้ายทั้งสามอยู่ในสภาพหมดสติและมีรอยฟกช้ำอยู่หลายแห่ง แต่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงอะไรมาก ตำรวจยังคงสืบสวนถึงสาเหตุการต่อสู้รวมถึงคนที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่อไปเป็นข่าว...”
“แย่จริง แถวนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนด้วยนี่นา ลูกควรจะระวังตัวไว้ อย่าไปเดินที่เปลี่ยวคนเดียวนะ” แม่ของผมเอ่ยขึ้นมาหลังจากฟังข่าวจบ
“ครับ ครับ” ผมตอบกลับและจัดการกับข้าวชิ้นสุดท้าย ก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้และยกจานไปล้าง
ผมกลับขึ้นมาที่ห้องตัวเอง ทบทวนบทเรียนวันนี้และทำแบบฝึกหัด ผ่านไปซักชั่วโมงครึ่ง เครื่องอิมเน็กส์ส่งเสียงเตือนอันเป็นเอกลักษณ์เวลามีคนส่งข้อความมาให้ ผมสวมใส่อุปกรณ์และเปิดดูพบว่า เป็นข้อความเชิญที่พิรุณส่งมา หมอนี่กะจะฝึกให้ฉันจริงๆสินะ
สายตาเหลือบไปยังนาฬิกาทรงสีเหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ตอนนี้เกือบสองทุ่ม คงจะเล่นยาวสักสามชั่วโมง ผมจึงตัดสินใจไม่ใช่เก้าอี้ตัวโปรด แต่นอนลงบนเตียงแทน
พอกดตอบรับคำชวน ภาพในโลกแห่งความจริงรอบตัวเลือนหายไป มีแต่ความมืดเป็นฉากหลังปกคลุมไปทั่วบริเวณ นี่เป็นการออกแบบของระบบให้เข้ามาพูดคุยกันได้ก่อนที่จะเข้าไปเล่นในเกม ฉากหลังของแต่ละที่จะแตกต่างกันออกไป บางเกมเป็นทุ่งดอกไม้บ้าง ห้องส่วนตัวที่ปรับแต่งได้ตามใจชอบบ้าง หรือเป็นพื้นที่โล่งเหมือนกับเกมนี้ก็มี ซึ่งแบบหลังนี้ดูเหมือนจะเน้นประโยชน์ใช่สอยมากกว่า เพราะไม่ต้องใช้เวลาโหลดข้อมูลนานและเชื่อมต่อเข้าเกมได้เลยในระยะเวลาสั้น
“ชั้นนึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว” เสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมหันกลับไปก็เจอกับอควา ชายที่เชิญผมเข้าร่วมเกมนี้อีกครั้ง
“ถ้ายังเล่นเกมนี้ ยังก็หนีนายไม่พ้น ใช่ไหมล่ะ” ผมยิ้ม
อควาดึงคันรั้งปืนไรเฟิลพร้อมกับยกขึ้นมาพาดบ่าซ้าย “ฮึฮึ ถ้างั้นมาเริ่มกันเลย” ว่าแล้วเขาหันหลังและเดินไปแบบสบายๆ บทฝึกหฤโหดมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ความคิดเห็น