NP’ s Palette

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 #AD5E99 Radiant Orchid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 8 

#AD5E99 Radiant Orchid

 

วันนี้เป็นวันเสาร์แล้ว

แล้ววันนี้ก็เป็นวันงานที่น้อง ๆ มอปลายจะมาดูที่คณะด้วย เป็นงานเจ็ด แปดชั่วโมงที่กินเวลาผมไปตั้งแต่วันจันทร์ ลากยาวมาจนถึงวันนี้ จนทำให้ผมต้องยกเลิกนัดฝึกกับพี่เนวี่ไปจนเหลือแค่วันอาทิตย์วันเดียว เอาจริง ๆ ผมพึ่งรู้ก็งานนี้แหละว่าจะจัดงานแต่ละทีมันต้องเตรียมการอะไรมากมายขนาดนี้ มีประชุมกันแทบทุกวัน แล้วผมก็ต้องเข้าไปนั่งฟังทุกครั้งด้วยเพราะว่าเป็นหัวหน้า ไม่มีเรื่องตัวเองก็ต้องเข้า

แต่ก็สนุกดีแหละ ได้เจอเพื่อนเยอะดี ที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้นที่ผมได้เจอพี่รินเกือบทุกวันเลย

ถึงจะไม่ได้คุยอะไรกันเยอะแยะก็เถอะ

“กล่องอาหารกลางวันผมวางไว้ตรงนี้นะ” ผมกับเพื่อนอีกสามคนวางถุงใส่กล่องข้าวกลางวันถุงใหญ่สี่ถุงลงข้าง ๆ เสา เอาไว้เตรียมรอแจก แล้วเดี๋ยวเสร็จตรงนี้งานของผมก็หมดแล้ว เหลือก็แค่รองานเลิกแล้วก็เดี๋ยวคงจะมีนัดไปกินกันต่อตอนดึก แต่จะไปดีไหมนะ

เฮ้อ แต่ตอนนี้พักก่อนแล้วกัน หิ้วข้าวมาอย่างไกลเลย เมื่อกี้น่าจะเอารถไปกัน

“พีแคน ข้าวตรงนี้คือรวมของสตาฟแล้วใช่ไหม” เสียงพีรินดังขึ้นมา พอหันไปก็เห็นเธอนั่งลงยอง ๆ นับจำนวนกล่องข้าวอยู่ แล้วจดลงบนสมุดเล่มเล็กในมือ

“ใช่ครับ”

“เคลียค่าอาหารเรียบร้อยแล้วนะ”

“เรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็นี่บิลครับ”

“โอเค ดีมาก” เธอตอบรับยิ้ม ๆ ก่อนจะรับบิลค่าอาหารไปจากผมแล้วสอดเอาไว้ในหน้าสมุด ก่อนจะถอยมานั่งลงข้าง ๆ ผม…..รอบนี้ใกล้จัง ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ มาจากเธอด้วย “เดี๋ยวตอนน้อง ๆ มาก็ปล่อยให้สตาฟไปแจกกันเองได้เลยนะ พีแคนก็พักได้แล้ว”

“อ่า โอเคครับ”

“เป็นไง เหนื่อยไหม”

“ไม่หรอก วันนี้มีคนนอกฝ่ายมาช่วยตั้งเยอะเลย”

“อื้อ เวลาวันจริงก็เป็นอย่างนี้แหละ พวกพี่ ๆ น่ะก็มักจะเห่อน้องเป็นธรรมดา แต่ตอนประชุมทีนี่นะ กว่าจะตามตัวกันมาได้ แต่ก็นะ มันก็น่าเบื่อจริง ๆ แหละตอนประชุม ถ้าพี่ไม่ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายก็คงไม่เข้าเหมือนกัน”

“นั่นสิ ผมก็คงเหมือนกัน เอ้อ แล้วนี่พี่ต้องทำอะไรต่ออีกไหม”

“ก็รอดูของว่างรอบบ่ายอ่ะ แล้วก็คงหมดแล้ว”

“แล้วคืนนี้พี่ไปไหม”

“ไปสิ พีแคนล่ะ”

“ไป ๆ ครับ” เย่ พี่รินก็ไปด้วย ให้มันได้อย่างนี้สิถึงค่อยมีแรงจูงใจไปหน่อย

เราคุยกันแค่เท่านั้นพี่รินก็ลุกกลับไปช่วยงานต่อ ผมก็เลยลุกไปช่วยเพื่อน ๆ บ้างเหมือนกัน รู้สึกเหมือนได้เติมแรงใจมาเต็มเปี่ยม อืม แต่ว่าที่คุยกับพี่เนวี่ล่าสุด พี่เขาบอกว่าถ้าวันนี้ผมเลิกงานไวแล้วอยากแวะไปหาก็ให้บอกจะมารับหนิ ต้องโทรไปบอกก่อนไหมนะว่าคงไม่ได้ไปแล้ว

อืม หรือคืนนี้จะขอไปนอนนู่นเลยดี วันอาทิตย์จะได้ออกไปร้านพร้อมกัน

อืม ไม่เอาดีกว่า รบกวนเปล่า ๆ

โทรไปบอกว่าวันนี้ไม่ต้องรอแล้วกัน

 

ตื้ด

 

(ว่าไง) อ๊ะ รับไวจัง

“พี่เนวี่ วันนี้ผมไปกินต่อกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่คณะนะ คงไม่ได้ไปหา ไว้เจอกันพรุ่งนี้เลย”

(อ่า…..เหรอ โอเค แล้ววันนี้เป็นไงบ้าง)

“ก็ดีครับ มาวันจริงแล้วคนเยอะกว่าที่คิดอีก อืม จริง ๆ ตอนนี้งานของผมก็เสร็จแล้วแหละ แต่เพื่อน ๆ ยังอยู่กันครบอยู่เลย ผมก็น่าจะช่วยแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว”

(เหรอ เอ้อ ถ้าคืนนี้กินกันเสร็จแล้วไม่มีคนไปส่งก็โทรมานะเดี๋ยวพี่ไปรับ ดึก ๆ แถวนั้นมันเรียกรถยาก อย่าเดินกลับเองล่ะ ถ้ามีคนส่งก็กลับถึงหอแล้วโทรมาบอกด้วย)

“ครับ ๆ รับทราบครับ”

(ไปกินกับรุ่นพี่อ่ะ ระวังโดนมอมนะ ถ้าพีแคนไม่ได้อยากกินเยอะก็ปฏิเสธได้นะ พวกเขาจะไม่บังคับหรอก)

“โอเคครับ ไม่ต้องห่วง ๆ แล้วตอนนี้ร้านคนเยอะไหม”

(ก็เยอะอยู่ ช่วงเที่ยงหนิ)

“เหรอ งั้นเดี๋ยวผมไม่กวนแล้วนะ ไว้เจอกันครับ” แล้วผมก็กดวางสายไป พอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ายิ้มก็หุบลงทันที อืม นี่มันก็ตั้งเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วหนิ ที่ไม่ได้เจอกัน หรือว่าเลิกแล้วจะไปหาพี่เนวี่ดี

 

แล้วกิจกรรมก็ดำเนินมาจนถึงตอนจบ ตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว พวกเราก็เก็บของกันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่เอาจริง ๆ พอถึงตอนนี้ก็เริ่มเหนื่อยแล้วนะ เริ่มไม่ค่อยอยากไปต่อแล้ว แต่ว่าดันไปบอกว่าจะไปแล้วเนี่ยสิ ทั้งกับพี่รินแล้วก็กับเพื่อนด้วย คงจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าจะขอกลับไวหน่อยแทนแล้วกัน

ผมกับเพื่อนแวะไปกินข้าวรองท้องกันก่อน เราใช้เวลาตรงนั้นกันประมาณชั่วโมงหนึ่งแล้วก็ไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ ที่ร้านแอมเบอร์ โห นี่ปิดร้านเลี้ยงกันเลยหนิ มากันเยอะกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย

“ฝ่ายอาหารของมาแล้วครับ! ทางนี้เลย ๆ” พอพวกเข้าไป เสียงโห่ร้องต้อนรับก็ดังขึ้น โต๊ะของพวกผมถูกจัดเอาไว้ให้แล้วอยู่ตัวที่สองแถวริม

ค่ำคืนของการสังสรรค์ดำเนินไปด้วยความครื้นเครง ตัวผมเองน่ะนั่งอยู่แต่ที่โต๊ะไม่ได้ลุกไปไหน แล้วก็ไม่ได้ดื่มไปเยอะเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ไปยอมตามเกมพวกรุ่นพี่ แต่เพื่อน ๆ ผมเนี่ยสิ นอกจากจะหมดแก้วทุกรอบที่รุ่นพี่เดินมาชน แล้วก็ยังทะลึ่งไปเดินชนกับโต๊ะอื่นไปทั่วเลย จนตอนนี้ก็เริ่มเมากันมากแล้ว จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่เพื่อนผมหรอก แต่ปีหนึ่งกับปีสองเกือบทั้งหมดถูกมอมกันเละไปหมดแล้ว 

งานนี้ต้องขอบคุณพี่เนวี่แล้ว ไม่อย่างนั้นเวลารุ่นพี่มาชนผมคงหมดแก้วไปตามเพื่อน คงเมาเละไปแล้ว

แต่อืม จะว่าไปก็ไม่เห็นพี่รินมาสักพักแล้วนะ

“เดี๋ยวมานะ” ผมหันไปบอกเพื่อนที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ แล้วจึงเดินออกมานอกร้าน พอมองไปรอบ ๆ ก็เห็นพี่รินยืนพิงระเบียงอยู่

“ทำไมออกมาอยู่คนเดียวล่ะครับ”

“เริ่มจะมึน ๆ แล้วอ่ะ ก็เลยออกมารับลมหน่อย แล้วนี่ยังไม่เมาแบบนี้คอแข็งหรือว่ากินน้อยล่ะ”

“ฮะ- น่าจะเป็นข้อหลังนะ ผมกินไปแค่สองแก้วเอง”

“หึ อยู่เป็นนะเรา แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว พวกปีสามปีสี่อ่ะ ชอบมามอมรุ่นน้อง พี่เคยหลงตามน้ำไปทีตอนปีหนึ่ง โห ตอนนั้นเมาแบบเละเลย เข็ดเลยล่ะ เอ้อ แล้วนี่เพื่อน ๆ เราเป็นไงล่ะ เมื่อกี้พี่เห็นไปเดินชนอยู่กับโต๊ะปีสี่”

“พวกนั้นก็วาปไปแล้ว กลับมานั่งที่โต๊ะกันหมดแล้ว”

“เหรอ พี่ว่าเดี๋ยวอีกสักพักคงจะมีรุ่นพี่ทยอยส่งเด็ก ๆ กลับแล้วแหละ”

“ครับ เอ่อ…..ผมเคยได้ยินมาว่าพี่ชอบพวกพี่พีนัท พี่ไรย์เหรอ”  

“หืม ได้ยินมาจากไหนเนี่ย แต่ก็นะพวกพี่เขาแค่เดินมาไกล ๆ ก็ดูเท่แล้ว เหมือนกับพวกหัวหน้าแก็งในหนังเลย ผู้หญิงก็เลยชอบกันเยอะ แต่ก็อารมณ์เหมือนชอบพวกศิลปินนั่นแหละ ถึงจะเห็นตัวจริงแต่ก็ดูไม่ใช่คนที่ดูเข้าถึงได้เท่าไหร่ จริง ๆ เรียกว่าปลื้มน่าจะดีกว่า”

“งั้นก็ยังไม่ใช่สเปกเหรอ”

“อืม สเปกเหรอ ถ้าสเปกพี่ว่าก็ต้องดูที่นิสัยนะ แต่อย่างพี่ไรย์กับพี่พีนัทพี่ก็เห็นแค่ภาพลักษณ์ภายนอก ไม่ได้รู้จักนิสัยจริง ๆ ก็เลยตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นอย่างพี่กันต์คนที่ไปส่งพี่วันนั้น เขาก็ดูใจดีนะ อ่อ! แล้วก็มีอีกคน พี่เนวี่อ่ะ พีแคนรู้จักไหม พี่เขาก็ดูจะใจดีนะ เปิดร้านกาแฟอยู่แถว ๆ มอด้วย”

“พี่เนวี่เหรอ….” ผมชะงักไป รู้สึกใจหวิว ๆ ขึ้นมา ไม่คิดว่าพี่รินจะพูดถึงพี่เนวี่ขึ้นมาเลย พวกเขารู้จักกันเหรอ “พี่เขาใจดียังไงเหรอ”

“ครั้งแรกที่พี่ไปที่ร้านกับเพื่อน ตอนนั้นพี่เป็นคนเฝ้าโต๊ะแล้วฝากเพื่อนสั่งน้ำ แต่เพื่อนพี่ก็ดันสั่งมาผิด พอได้มาก็เลยเถียงกัน แต่ไม่รู้ว่าเถียงกันเสียงดังหรือว่าในร้านมันเงียบเกินไป พี่เนวี่ก็เลยเดินมาถามแล้วก็ทำน้ำให้ใหม่เลย ไม่ได้คิดเงินเพิ่มด้วย”

“อ่า”

“แต่พีแคนก็เป็นน้องพี่พีนัทหนิ น่าจะอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขาอยู่แล้วหรือเปล่า”

“ผมไม่ได้อยู่ในกลุ่มพี่พีนัทอ่ะครับ เลยไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวหรอก เอ่อ…..งั้นผมเข้าไปข้างในก่อนนะ” พูดไว้เท่านั้นผมก็แยกตัวออกมาแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ชงเหล้ากับโซดาแก้วใหม่ แล้วก็ยกดื่มจนหมดในคราวเดียว ไม่รู้ทำไมแต่ว่าตอนนี้รู้สึกใจไม่สงบเลย อ่า กินเหล้าเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วน ร้อนไปหมด

เมื่อกี้นี้ที่พี่บอกคือพี่ชอบพี่เนวี่หรือเปล่านะ

พี่เนวี่…..ใจดีกับทุกคนเหรอ

นึกว่าเป็นแค่กับผม-…..

“พีแคน พี่จะเอาไอพวกนี้ไปส่งหอแล้วนะ จะกลับด้วยเลยไหม” แล้วพี่ปีสี่สามคนเดินมาหิ้วปีกพวกเพื่อนผมให้ลุกยืน เตรียมตัวส่งกลับ แต่ว่าผม…..

“ผมยังครับ พี่พาพวกนี้ไปก่อนเลย”

“โอเค”

พี่ ๆ เอาเพื่อนกลับไปหมดแล้ว

ส่วนผมก็ชงเหล้าแก้วใหม่…..แล้วก็ยกดื่ม ไม่รู้เลยว่าที่หัวใจเต้นแรงตอนนี้เพราะเหล้า หรือว่าเพราะอะไร…..ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดไปที่รายชื่อติดต่อ สายล่าสุดก็คือพี่เนวี่ที่คุยกันเมื่อกลางวัน

เขาบอกว่าถ้าโทรหาจะมารับ

 

ตื้ด

 

(ฮาโหล เลิกแล้วเหรอ)

“…..”

(ฮาโหล พีแคน…..อยู่ไหน)

“ร้านแอมเบอร์” พูดจบผมก็กดวางสายไป ดื่มเหล้าที่เหลือในแก้วจนหมดแล้วลุกเดินออกมานอกร้าน มานั่งอยู่ตรงฟุตบาทข้างหน้า นั่งแอบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เสา…..รู้สึกมึนหัว เหมือนจะอ้วกเลย เมื่อกี้กินเร็วเกินไปอ่ะ

รู้สึกเหนื่อยจัง

เมื่อไหร่จะมา

ผมนั่งคอตกอยู่ตรงนั้น ไม่รู้กี่นาที แต่ก็รู้สึกนานกว่าพี่เนวี่จะมาถึง เขาจอดรถอยู่ตรงหน้าแล้วก็ลงมาหา แต่ว่าผมก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง “พีแคน ไหวไหมเนี่ย แล้วทำไมน้องเมาแบบนี้พี่ปล่อยให้ออกมาคนเดียวได้ยังไงเนี่ย แล้วดูสิ ยุงกัดหมดแล้วมั้งเนี่ย”

“ออกมาเอง”

“งั้นเดี๋ยวกลับคอนโดพี่ก่อนนะ ลุกมา” พี่เนวี่ประคองผมให้ลุกขึ้น แต่ว่าพอลุกแล้วโลกมันก็หมุนไปหมดเลย ความรู้สึกคลื่นไส้ตีขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ไม่…..ไม่ไหว

ผมหันไปอ้วกลงพุ่มไม้ข้างทาง โดยมีพี่เนวี่คอยลูบหลังให้

อืม…..พออ้วกเสร็จก็รู้สึกโล่งขึ้นเยอะเลย สร่างเลย

“พีแคนนั่งรอนี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปขอน้ำเปล่ามาให้” เขาจับให้ผมนั่งลงอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในร้าน ผ่านไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าขวดหนึ่ง แล้วก็ทิชชูอีกหนึ่งห่อ “อะ กินน้ำ แล้วก็ล้างหน้าไปเลย”

“อืม” ผมกินน้ำ แล้วก็ล้างหน้าตามที่เขาว่า เสร็จแล้วพี่เนวี่ก็ดึงทิชชูมาเช็ดหน้าให้ 

“ไง สร่างยัง”

“อื้อ ก็ดีขึ้น”

“งั้นไปกัน”

เขาจับข้อมือจูงผมเดินไปที่รถ แต่ว่าผมยังไม่ยอมเดินตามจนเขาหันกลับมามอง แล้วผมก็พูดขึ้น “ถ้าเป็นคนอื่น…..” แต่แล้วคำพูดของผมชะงักไป 

นี่ผมกำลังจะพูดอะไร…..

“เมื่อกี้ว่าไงนะ เป็นหรือเปล่า”

“เปล่าครับ เอ่อ แต่เดี๋ยวพี่ส่งผมที่หอก็พอ”

“ไม่อ่ะ……ถ้าพีแคนยังไม่โอเคพี่ก็ไม่ให้กลับ ไปอยู่กับพี่ก่อนนะ พี่จะไม่กวนอะไรหรอก…..เนอะ ขึ้นรถกัน” พี่เนวี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ มันอบอุ่น แล้วก็เป็นโทนเสียงที่ผมชอบ เขายิ้มให้….สุดท้ายผมก็เดินตามเขาไปขึ้นรถแต่โดยดี ปฏิเสธไม่ได้เลย

 

ผ่านไปครู่หนึ่งเราสองคนก็กลับมาถึงที่คอนโด

และตอนนี้ผมก็มานั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นข้าง ๆ โซฟา ตั้งแต่มาถึงพี่เนวี่ก็ไม่ได้พยายามเค้นถามอะไรให้ผมลำบากใจ เขาบอกไว้แค่ว่าถ้ามีอะไรก็ให้เรียก แล้วเขาก็ไปหยิบโน้ตบุคมานั่งทำงานอยู่ตรงโต๊ะอาหาร

ผมหันไปมองเขาอยู่เป็นระยะ ๆ

ความรู้สึกแปลก ๆ นี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ที่พี่รินพูดถึงเขา

อ่า.....นี่ผมคงจะหึงพี่รินหรือเปล่า ที่พูดชมผู้ชายคนอื่น แล้วพอยิ่งมาเป็นคนที่สนิทก็เลยยิ่งรู้สึกแย่

จะแค่ปลื้มหรือเปล่านะ

หรือว่าชอบ.....อ่า คิดอย่างนี้แล้วใจหวิวอีกแล้ว

 

แล้วผมก็ถอนหายใจออกมา มัวแต่คิดเอาเองแบบนี้ก็มีแต่สับสน

ผมขยี้หัวตัวเองแรง ๆ หนึ่งที ก่อนจะลุกเดินไปหาพี่เนวี่ที่โต๊ะอาหาร พอผมนั่งลงตรงหน้าพี่เขาก็หยุดพิมพ์งานแล้วเงยหน้าขึ้นมามองทันที พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคย แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ใจผมหวิวมากขึ้นอีก “ขอโทษนะครับ” เมื่อกี้ผมไม่ควรทำท่าทีไม่พอใจเขาเลย เรื่องนี้เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย

“ขอโทษพี่ทำไม”

“ผม.....ผมทำตัวไม่ดีเท่าไหร่”

“ก็เมาหนิ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก พี่ชินที่จะต้องรับมือคนเมาแล้ว”

“ครับ”

“โอเคแล้วก็ไปอาบน้ำไป ทายาด้วยยุงกัดตัวเป็นจ้ำหมดแล้ว” พี่เนวี่เอื้อมมือมาจับแขนผมพลิกไปมา อืม เป็นรอยยุงกัดเต็มเลย อืม....พี่เนวี่ใส่ใจดีจัง ผมเองยังไม่ทันเห็นเลย 

“พี่รินบอกว่า เขาเคยไปร้านด้วยนะ.....บอกว่าพี่ดูใจดี”

“หืม.....อ่า นี่คือเรื่องที่พีแคนไม่พอใจใช่ไหม”

“อื้อ” สีหน้าเขาเปลี่ยนไปแล้ว

“ถ้า......ถ้าเขาพูดถึงที่ร้าน พี่ก็ต้องดูแลลูกค้าตามหน้าที่......พี่ไม่รู้ว่าที่ดูใจดีที่เขาหมายถึงคืออะไร แต่ว่า.....อืม ขอโทษนะ”

“เอ้ยพี่!” นี่ผมมางี่เง่ากับพี่เนวี่เรื่องนี้ได้ยังไงวะ “ผมไม่ได้จะว่าพี่นะ ผมแค่จะบอกให้ฟังเฉย ๆ อ่ะ ไม่ได้จะไม่พอใจพี่นะ......เอ่อ คือ จริง ๆ เรื่องที่ผมตั้งใจจะเดินมาบอกคือผม.....ผมว่าผมอยากจะบอกชอบพี่ริน ถ้าจะจีบก็อยากจะบอกให้มันชัดเจนไปเลย ผม.....ไม่ชอบความรู้สึกสับสนแบบนี้เลย”

“อ่า.....เมื่อไหร่ล่ะ”

“คงเร็ว ๆ นี้ เดี๋ยวผมจะลองนัดพี่รินไปกินข้าวด้วยกันดู”

“อื้อ.....ก็ดีนะ”

“ผมว่าเดี๋ยวกลับหอดีกว่า ผมยังไม่ค่อยสร่างดีเลยอ่ะ ผมกลัวเดี๋ยวจะอารมณ์เหวี่ยงใส่พี่อีก....ไม่ต้องไปส่งนะ” ผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะลุกเดินออกมา 

แต่ว่ายังไม่ทันพ้นโต๊ะก็โดนพี่เขาคว้ามือเอาไว้ แล้วพอผมหันกลับไป.....พอได้มองตากัน.....ทำไมพี่ถึงดูเจ็บปวดอย่างนี้ล่ะ “อย่าไป......”

“เอ่อ....”

“……” พี่เนวี่……ทำไมมือสั่นล่ะ

“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ” แล้วพี่เนวี่ก็ปล่อยมือผมออก แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง ไม่รู้ว่าทำไมแต่ผมกลับรู้สึกว่าพี่เนวี่ตอนนี้น่ะ ดูเปราะบางจนผมไม่สามารถปฏิเสธหรือแม้แต่จะถามหาเหตุผลได้เลย

 

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จก็มาลงนอนขดอยู่บนเตียง แต่ก็ยังนอนไม่หลับหรอก ผมเห็นพี่เนวี่เข้ามาอยู่สองสามครั้ง มีมาเอาของ แล้วก็มาอาบน้ำ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลยจนผมผล็อยหลับไป แล้วพอถึงเช้าวันใหม่บรรยากาศในห้องก็กลับมาเหมือนปกติ เขาไม่ได้ทำหน้าเศร้าแล้ว และเราก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีกเลย

 

.............................................................

0 ความคิดเห็น