NP’ s Palette

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 #D7CDCC Lilac Ash

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 7 

#D7CDCC Lilac Ash

 

“พี่พีนัท.....พี่กันต์” พวกเขายืนอยู่ตรงหน้าผม 

แล้วพอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นผู้ชายสี่คนนั้นนอนไม่ได้สติกันอยู่เกลื่อนพื้น 

“กันต์ตรงนี้ฝากด้วย พีแคนลุกมา” เขาพูดแค่สั้น ๆ แล้วก็ตรงมาคว้าข้อมือผม ดึงตัวให้ลุกขึ้นแล้วเดินตามไปจนกระทั่งพ้นระยะสายตาของพี่รินกับพี่กันต์ ผมก็รีบสะบัดมือของเขาออกทันที “พี่ปล่อย!” เหอะ ที่โดนต่อยเมื่อกี้ก็ยังเจ็บก็เห็น ๆ กันอยู่ แล้วทำไมต้องมาทำรุนแรงกันด้วย เรียกให้ออกมาคุยดี ๆ ไม่ได้หรือไงกัน

“คิดจะทำบ้าอะไรห้ะ! ถึงไปหาเรื่องพวกนั้นอ่ะ”

“พวกมันต่างหากที่มาหาเรื่องก่อน พี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อ่ะ อย่ามาพูดอะไรมั่ว ๆ ได้ไหม”

“แต่ก็เป็นคนเริ่มต่อยเขาก่อนไม่ใช่เหรอไง ห้ะ! กล้าดียังไงอ่ะ ป้องกันตัวเองยังไม่เป็นเลย แล้วกล้าดียังไงไปหาเรื่องคนอื่น ถ้าพี่ไม่บังเอิญมาเห็นพีแคนวิ่งมาทางนี้แล้วตามมาคิดว่าจะเป็นยังไง โดนกระทืบไปแล้วมั้ง ห้ะ!  เมื่อก่อนก็ไม่เคยทำตัวแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มันยังไง หรือว่าพอขึ้นมหาลัย’แล้วกร่างมากเลยงั้นสิ”

“ผมไม่ได้จะกร่าง”

“แล้วทำไมทำตัวมีปัญหาอย่างนี้อ่ะ”

“เหอะ! อย่างพี่มีสิทธิ์มาว่าผมว่าทำตัวมีปัญหาได้ด้วยเหรอ”

“พี่จะเป็นยังไงพี่ก็ว่าพีแคนได้ทั้งนั้นแหละ!”

“พี่แม่ง โคตรไม่มีเหตุผลเลย ถ้าไม่ได้จะมาช่วยทำอะไรให้มันดีอ่ะ ก็อย่ามายุ่งกับผมดีกว่า” ผมตะคอกใส่เขาก่อนจะวิ่งหนีออกมา ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด ตอนนี้แทบจะลืมความเจ็บที่โดนต่อยไปแล้วด้วยซ้ำ ใจมันหวิวชะมัดเลย.....พี่แม่งโคตรแย่ 

พูดมาได้ว่าผมทำตัวมีปัญหา พี่นั่นแหละที่มีปัญหากว่าใครเขา เหอะ จะเป็นยังไงก็ว่าได้เหรอ คิดว่าเป็นพี่แล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ ก็แค่เกิดก่อนป่ะวะ ไม่เห็นเคยจะทำตัวน่าเคารพให้เห็นเลย

พี่แม่งก็ดีแต่วางอำนาจใส่คนอื่น

ผมไม่เห็นอยากได้พี่เป็นพี่เลย

“ฮึก” 

เหอะ ให้ตายเถอะ

ผมนั่งลงกับฟุตบาท แล้วจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาไม่ยอมหยุดสักที รู้สึกใจสั่นไปหมด ไม่ได้อยากร้องไห้สักหน่อย ทำไมผมจะต้องร้องไห้ให้กับคนแบบนั้นด้วย

ยังไงที่ผ่านมาพี่พีนัทก็ไม่เห็นจะเคยสนใจกันอยู่แล้ว ไม่เคยจะพูดจาถนอมใจกันอยู่แล้ว

ไม่เคยเห็นผมเป็นน้องเลยด้วยมั้ง

 

เหอะ โคตรไม่ชอบพี่เลย

 

โคตรไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย

 

ตื้ด

 

รู้ตัวอีกทีผมก็กดโทรหาพี่เนวี่แล้ว

 

และเพียงครู่เดียวเขาก็รับสาย 

(ว่าไง)

“พี่มารับผมหน่อยได้ไหม”

(หืม?.....พีแคนอยู่ไหน)

“แถว ๆ ตึกเรียนรวม”

(โอเค เดี๋ยวพี่รีบไป)

ปลายสายตัดไป ผมรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า แต่พอไปโดนตรงแผลก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาแล้ว ที่มือก็เจ็บ แต่ในใจก็ยังรู้สึกสั่นไม่หาย ไม่ชอบเลย

 

ผ่านไม่ถึงห้านาทีผมก็ได้ยินเสียงรถของพี่เนวี่มาจากทางฝั่งตึกวิศวะ แล้วเพียวชั่วอึดใจเดียวรถของพี่เนวี่ก็มาจอดอยู่ตรงหน้าผม “พีแคน....” เขารีบรุดตรงเข้ามาหา มือเอื้อมมาสัมผัสใบหน้าของผมเบา ในขณะเดียวกันสายตาก็มองสำรวจจนทั่วร่างกาย “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“.......” คำพูดของผมมันติดอยู่ในลำคอ

แค่คิดจะเปล่งเสียงออกไปในใจก็รู้สึกหวิวไปหมด

“ไม่เป็นไร ๆ กลับกันนะ” แล้วเขาก็ช่วยประคองผมให้ลุกขึ้น เอาหมวกกันน็อกใส่ให้ผม ก่อนจะขึ้นรถกันแล้วขับวนกลับไปทางเดิม แต่นี่ไม่ใช่ทางกลับหนิ

ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเขาก็มาจอดรถอยู่ตรงหน้าตึกวิศวะ “พีแคนรอพี่แปบหนึ่งนะ” พูดไว้เท่านั้นเขาก็ลงจากรถแล้ววิ่งไปทางหลังตึก ก่อนหน้าที่ผมเรียกมาเขาคงนั่งเล่นอยู่ที่นี่ ที่ชมรม จริง ๆ ได้กลิ่นเบีร์ยมาจากเขานิดหนึ่งด้วย.....ขอโทษนะ พี่น่าจะได้พักอยู่กับเพื่อน ๆ แท้ ๆ เลย

“ไปกัน” พี่เนวี่กลับมาพร้อมกับกล่องพยาบาลใบใหญ่ แล้วเขาก็ถือเอาไว้อย่างนั้นก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางต่อ ให้ผมถือก็ได้นะ ไม่น่าลำบากต้องถือไปขับรถไปแบบนี้

ผมรบกวนพี่เยอะจัง

พอถึงที่คอนโดพี่เนวี่ก็ถอดหมวกกันน็อกให้ ทั้งยังเอากระเป๋าของผมไปถือ ข้าวของพะรุงพะรังเต็มตัวไปหมดแล้ว ส่วนผมที่เดินตัวเปล่าก็ยังเอาแต่ทำหน้ามุ่ยเดินตามต้อย ๆ จนไปถึงที่ห้องพี่เขาก็จัดแจงพาผมไปนั่งที่โซฟา ค่อย ๆ เช็คสภาพร่างกายของผมอย่างตั้งใจ “เจ็บตรงไหนอีกไหม”

ผมยื่นมือขวาให้

แล้วเขาก็ประคองจับไว้อย่างเบามือ

“เดี๋ยวทำแผลให้นะ” น้ำเสียงของเขาดูอบอุ่นจัง

เขาวางมือผมลงบนตัก ลุกไปที่ห้องน้ำแล้วกลับมาพร้อมผ้าชุบหมาด เช็ดหน้าให้ผมเบา ๆ ก่อนจะเริ่มทำแผลที่มุมปาก.....เขาเอาสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดที่แผล แล้วจึงเอาสำลีชุบยาแดงเช็ดรอบ ๆ เขาทำทุกอย่างอย่างเบามือ แววตาแสดงความเป็นห่วงและตั้งใจ

รู้สึกว่าใจสั่นอีกแล้ว

ทำไมพี่ถึงดูแลผมดีขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พี่ชายแท้ ๆ ของผมยังไม่เคยสนใจเลย

“เดี๋ยวพี่ไปเอาเจลเย็นมาประคบมือให้นะ” แล้วพี่เนวี่ก็ลุกไปอีกครั้ง แล้วจึงกลับมาพร้อมกับเจลเย็นที่ห่อผ้าเอาไว้ เขานั่งลงตรงพื้นข้างหน้าผม จับมือข้างขวาของผมขึ้นมา ก่อนจะใช้เจลเย็นอันนั้นประคบลงมาเบา ๆ

แล้วน้ำตาของผมก็ไหลออกมา

แต่ว่าไม่อยากร้องไห้

ไม่อยากดูอ่อนแอไปมากกว่านี้แล้ว

“ไม่เป็นไร อยู่กับพี่ไม่เป็นไร”

ด้วยคำพูดเพียงเท่านั้นผมก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาจนอาบแก้ม รู้สึกร่างกายกำลังสั่นเทา แต่ในขณะเดียวกันพี่เนวี่ก็ยังคงกุมมือของผมเอาไว้อย่างนั้น ยังคงมองมาด้วยสายตาที่อบอุ่น

ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว

ผ่านไปครู่หนึ่งความรู้สึกหวิว ๆ ที่ใจค่อย ๆ หายไปแล้ว

แล้วในที่สุด 

น้ำตาก็หยุดไหลไปเอง

“พี่เนวี่.....” ผมเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว

“ว่าไง” แล้วเขาก็ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ ใบหน้าเจือรอยยิ้มจาง ผมหายใจเข้าออกลึก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วพอเล่าจบ พี่เนวี่ก็ปล่อยมือที่กุมมือผมเอาไว้ออก เขายันตัวขึ้นมานั่งชันเข่า เอื้อมมือมาจับที่ต้นแขน แววตาดูจริงจังมากขึ้น “แต่เอาจริง ๆ แล้วถ้าเป็นพี่ พี่ก็คงจะโมโหเหมือนกันนะ…..แต่ก็เพราะว่าเป็นห่วง” 

“…..”

“พีนัทเองก็คงจะคิดเหมือนกัน แต่ก็นะ มันก็ปากร้ายอย่างนี้แหละ……นี่ ครั้งนี้พีแคนโชคดีแล้วนะที่พีนัทไปเจอ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ได้แผลกลับมาแค่นี้ คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ในสถานการณ์แบบนั้นพีแคนสามารถเข้าไปแล้วพาผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาเลยก็ยังได้ พี่ไม่ได้ยอมฝึกให้พีแคนเพื่อไปมีเรื่องกับใคร ยิ่งอยู่คนเดียวก็ยิ่งไม่ควร”

“ครับ ขอโทษครับ”

“อื้อ”

“แล้วก็ขอโทษที่จู่ ๆ ก็เรียกมานะครับ ผมว่าผมไม่รบกวนพี่แล้วดีกว่า เผื่อพี่จะได้กลับไปที่ชมรมด้วย”

“ไม่เป็นไร มีอะไรก็เรียกพี่ได้ตลอดนั่นแหละ.....แล้วก็ พี่ว่าวันนี้พีแคนอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ จะได้ไม่เหงาเนอะ”

“แล้วพี่....”

“พี่ไม่ไปไหนแล้ว”  

“อื้อ ขอบคุณนะครับ”

“อื้ม เอ่อ แล้วนี่หิวไหม เดี๋ยวไปทำอะไรให้กิน”

“หิว….วันนี้ซื้อชาเขียวปั่นมาด้วย แต่ยังไม่ทันได้กินหมดเลยก็ไปมีเรื่องแล้ว” ผมพูดไปทำปากมู่ทู่ นึก ๆ ไปแล้วก็น่าเสียดายจริง ๆ

“ฮะ เหรอ งั้นไว้เดี๋ยวพี่ไปดูก่อนละกันว่ามีของไหม ถ้ามีเดี๋ยวทำให้ แต่เป็นแค่เย็นนะที่นี่ไม่มีเครื่องปั่น” พี่เนวี่หัวเราะอยู่ในลำคอ ก่อนจะขยี้หัวผมทีหนึ่งแล้วลุกเดินไปที่ครัว

ผมเองก็มองตามเขาไป แล้วก็กำลังยิ้มออกมา.....อ่า ใช่ ผมยิ้มแล้ว ไม่ได้รู้สึกนอยอะไรแล้วด้วย

          ช่วงเวลาแบบนี้น่ะ ถ้าผมอยู่คนเดียวก็คงจะได้นั่งร้องไห้อยู่แน่ ๆ ความคิดคงจะฟุ้งซ่านไปไกล แต่ว่าตอนนี้เพราะว่าได้อยู่ด้วยกันกับพี่เนวี่ ถึงได้ดึงความรู้สึกกลับมาได้เร็วขนาดนี้

อื้อ…..เวลาที่ผมได้อยู่กับพี่เนวี่น่ะ ก็ชอบจริง ๆ

ไปหาพี่เนวี่ดีกว่า

“มีไหมเหรอ” ผมเดินไปเกาะเคาท์เตอร์ตรงครัว ก็เห็นพี่เนวี่หยิบขวดใส่ผงชาเขียวอันหนึ่ง กับขวดใส่นมสดอีกอันหนึ่งขึ้นมาโชว์ “เย่ ดีจัง”

“พีแคนไปอาบน้ำรอไป ตัวมอมแมมเชียว”

“แต่ผมไม่มีของมา”

“ใส่เสื้อพี่ก็ได้อยู่ในตู้ในห้องนอนอ่ะ แล้วก็ผ้าขนหนูที่ยังไม่ใช้อยู่ในลิ้นชักด้านล่าง” ผมพยักหน้ารับคำอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของพี่เนวี่ แล้วเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก…..เอ่อ….นี่เสื้อของเขาเป็นสีดำหมดเลยเหรอเนี่ย มีแค่ชุดนักศึกษาสองตัวเองที่เป็นสีขาวโผล่มา 

จะว่าไปที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยสังเกตเลยว่าเขาใส่แต่เสื้อสีดำ ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่าอาจจะเป็นพวกขี้เกียจเลือกชุดก็เลยซื้อแบบเดียวกันหมด อื้ม ถ้าเป็นพี่เนวี่ล่ะก็เป็นไปได้มั้ง น่าพาไปเดินซื้อเสื้อจัง

ผมหยิบเสื้อ กางเกงขาสั้น แล้วก็ผ้าขนหนูออกมา ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีผมก็เนื้อตัวสะอาดสะอ้านเดินกลับเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น อ๋า แค่เปิดประตูออกมาก็ได้กลิ่นหอมฉุยแล้ว พอมองไปก็เห็นพี่เนวี่กำลังตักแบ่งข้าวใส่จานพอดี

โห ข้าวผัดล่ะ “น่ากินจังเลย พึ่งรู้เลยนะเนี่ยว่าพี่ก็ทำอาหารเป็นกับเค้าด้วย เห็นปกติซื้อเอาตลอดเลย”

“ก็เป็นแค่นิด ๆ หน่อย ๆ อ่ะแหละ ไม่ได้ทำได้เยอะแยะหรอก อ่ะ ยกไปที่โต๊ะ ไป” ผมรับจานใส่ข้าวผัดสองจานเอาไปวางที่โต๊ะกินข้าว ในขณะเดียวกันพี่เนวี่ก็หันไปเทชาเขียวที่ชงเอาไว้ใส่แก้ว ใส่น้ำแข็งแล้วเดินตามมา “เอ้อ พรุ่งนี้พีแคนเรียนกี่โมงอ่ะ เช้าหรือบ่าย”

“เรียนบ่ายครับ”

“พี่ก็เรียนบ่าย จะเข้าไปด้วยกันไหม”

“อ้ะ ไม่เป็นไรครับ ไว้พรุ่งนี้สาย ๆ ผมกลับไปที่หอก่อนดีกว่าแล้วเดี๋ยวผมเข้าไปเอง ช่วงกลางวันคนมันเยอะเดี๋ยวมีคนเห็น” พูดจบพี่เนวี่ก็พยักหน้ารับแล้วลงมานั่ง 

เรากินข้าวพลางพูดคุยไปเรื่อยเปื่อย แล้วผมก็พึ่งจะได้รู้ว่าพี่เนวี่จำว่าผมชอบกินข้าวผัดปลาหมึกได้ด้วย  อืม พอมานึก ๆ ดูเมื่อก่อนผมก็ติดกินแต่ข้าวผัดปลาหมึกจริง ๆ แต่ก็หยุดกินไปช่วงหนึ่งเหมือนกัน เพราะว่าไม่เจอร้านที่ทำถูกใจ แล้วก็พึ่งได้กลับมากินบ่อย ๆ ก็ช่วงหลัง ๆ นี้เอง

แล้วพี่เนวี่ก็บอกอีกว่าวันนี้อ่ะ ในตู้เย็นไม่ค่อยมีของก็เลยทำได้แค่ข้าวผัดไข่ แต่ถ้าผมอยากกินไว้วันหลังจะซื้อปลาหมึกมาเก็บไว้ให้ด้วย โง้ย ใจดีจัง

แต่พอเรากินข้าวกันเสร็จคุณหนูก็ร้องเงี้ยว ๆ ใหญ่เลย พอพี่เนวี่ไปดูเลยพึ่งเห็นว่าวันนี้ลืมให้อาหารไว้ ก็เลยไปนั่งป้อนแมวเลียให้เป็นการไถ่โทษ ในขณะเดียวกันผมก็พึ่งจะได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น 

โห แจ้งเตือนอะไรเต็มไปหมดเลย

“อ๊ะ-” มีแจ้งเตือนจากพี่รินด้วย

‘พีแคนเป็นไงบ้าง กลับหอยัง’

‘ผมไม่เป็นไรแล้วครับ กลับหอแล้ว แล้วพี่รินกลับแล้วหรือเปล่า’ ผมพิมพ์ตอบกลับไป เอ้อ แต่จะว่าไปเรื่องพี่รินที่จะเล่าให้พี่เนวี่ฟังยังไม่ได้เล่าเลย “นี่ พี่เนวี่ วันนี้ที่ผมไปประชุมที่คณะอ่ะ ผมได้ทำหน้าที่เดียวกับที่พี่รินทำเมื่อปีที่แล้วด้วยนะ เป็นหัวหน้าฝ่ายอาหาร”

“พี่ริน? หมายถึงคนที่พีแคนไปช่วยวันนี้อ่ะเหรอ”

“ใช่ครับ คนเดียวกับที่ผมเคยบอกพี่ว่าผมชอบไง ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันนู่นเลย จำได้ไหม” อืม จะว่าไปที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยเล่าอะไรถึงพี่รินให้พี่เนวี่ฟังเลยหนิ พลาดไปได้ยังไงกัน

“อ่าเหรอ….อื้อ จำได้สิ”

“เนี่ยผมว่าตอนนี้จังหวะมันเหมาะเจาะมากเลยนะ ได้งานเดียวกันพี่ก็เลยให้ทักไปถามส่วนตัวได้ แล้วก็เรื่องที่ผมเข้าไปช่วยวันนี้อีก เหอะ ถึงผมจะโดนต่อยหมัดเดียวร่วงก็เถอะ แต่ก็ดูมีเรื่องให้เริ่มคุยกันดีนะ พี่ว่าไหม”

“อื้อ ก็ดีนะ”

อ๊ะ- พี่รินตอบกลับมาแล้ว

‘พี่กลับแล้ว พี่คนที่มากับพี่พีนัทมาส่ง’

‘อ่อครับ วันนี้ไม่ได้บาดเจ็บใช่ไหม’

‘อื้อ เพราะพีแคนเข้ามาช่วยนั่นแหละ ขอบคุณนะ’

‘ไม่เป็นไรครับ’

‘อย่าลืมทำแผลด้วยนะ’ อ๋า พี่รินเป็นห่วงด้วย เขินจัง

‘ทำเรียบร้อยแล้วครับ’

“พีแคน” เสียงพี่เนวี่ดังขึ้นดึงความสนใจผมออกจากหน้าจอโทรศัพท์ พอหันไปมองก็ยังเห็นพี่เนวี่ยังนั่งป้อนขนมคุณหนูอยู่ท่าเดิมอยู่เลย “มาถือแมวเลียให้คุณหนูแทนพี่หน่อยสิ เดี๋ยวพี่จะไปล้างจาน”

“เดี๋ยวผมล้างให้เองก็ได้นะ พี่อยู่กับคุณหนูเถอะ”

“เจ็บมือไม่ใช่เหรอไง เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

ทำเสียงดุเชียว “ครับ ๆ” ผมขานรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนจะไปถือซองขนมแมวเลียต่อจากพี่เนวี่ แล้วปล่อยให้เขาไปล้างจาน อ๊ะ แต่ซองนี้ก็จะหมดแล้วนี่หน่า “นี่ กินใหญ่เลยนะคุณหนู” สักพักพอกินหมดแล้วผมก็อุ้มคุณหนูขึ้นมากอดฟัด ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับพื้น

อ่อ “พี่เนวี่ วันนี้เดี๋ยวผมนอนตรงตรงโซฟานะ”

“พีแคนไปนอนในห้องเถอะ พี่นอนนี่เอง”

“ไม่เอา ไม่ได้สิพี่เป็นเจ้าของห้องนะ ผมรบกวนพี่เยอะเกินไปแล้วเนี่ย ผมนอนนี่แหละ”

“นอนโซฟามันไม่สบายหรอก งั้นก็ไปนอนข้างในด้วยกันก็แล้วกัน……แล้วก็นะ พี่บอกตอนไหน หืม ว่าพีแคนรบกวน” รอบนี้ไม่ได้มาแค่เสียงแล้ว แต่พี่เนวี่เดินมานั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ ผมก่อนจะยื่นมือมาดีดหน้าผากของผมเบา ๆ “กินเสร็จแล้วก็นอนเหมือนกันเลยนะสองคน”

 

..............................................................

ขอเปลี่ยนมาลงวันเสาร์นะคะ อาทิตย์นี้เลยมาสองตอนเลยแถม ๆ

ไป ๆ ตัวอย่างตอนต่อไป ตอนที่ 8 #AD5E99 Radiant Orchid

 

“อ่อ! แล้วก็มีอีกคน พี่เนวี่อ่ะ พีแคนรู้จักไหม พี่เขาก็ดูจะใจดีนะ”

 

“ผมว่าผมอยากจะบอกชอบพี่ริน ถ้าจะจีบก็อยากจะบอกให้มันชัดเจนไปเลย

 

“อย่าไป......”

0 ความคิดเห็น