NP’ s Palette

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 #BE4034 Fire Finch

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 63

 

ตอนที่ 6 

#BE4034 Fire Finch

 

วันศุกร์ของผมมาถึงอย่างรวดเร็ว

และตอนนี้ผมก็กำลังเดินไปที่ร้านพี่เนวี่แล้ว เร่งฝีเท้าขึ้นอีกหน่อยดีกว่าจะได้ถึงไว ๆ ไหน ๆ วันนี้อาจารย์ก็อุตส่าห์ปล่อยตรงเวลา อ๋า! อยากข้ามไปตอนฝึกแล้วจัง เมื่อวานผมดวลกับพี่เนวี่ได้นานขึ้นตั้งห้านาที วันนี้จะต้องนานกว่านั้นแน่ ๆ

ผ่านไปสักพัก ตอนนี้ร้านพี่เนวี่ก็เข้ามาอยู่ในระยะสายตาแล้ว ผมเดินจ้ำมุ่งหน้าตรงไปทางหลังร้าน

แต่ว่า-

“เอ้า พีแคน” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ในจังหวะเดียวกับที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูอย่างพอดิบพอดี จนผมต้องรีบเอี้ยวตัวหันไปหา ทำทีแกว่งมือไปมากลบเกลื่อน

แล้วผมก็เจอชายร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้า…..และแน่นอนว่าเรารู้จักกัน

“เอ่อ…..พี่……พี่กันต์?”

“ทำหน้าอย่างนั้นนึกว่าลืมกันไปแล้วเสียอีก”

“จะลืมได้ยังไงล่ะ” …..พี่กันต์ เป็นรุ่นน้องคนสนิทของพี่ชายผมเอง ถ้าพูดถึงตอนนี้เขาก็คงจะเป็นคนเดียวในกลุ่มพี่พีนัทที่ผมรู้จักแล้วละมั้ง เอ้อ! ทำไมตอนนั้นที่พี่เนวี่ถามผมถึงไม่ได้นึกถึงเขาเลยนะ แต่ก็นะ จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันเป็นการส่วนตัวมากมาย

แบบนี้ก็ดีแล้วแหละ

“แล้วพี่มาทำอะไรแถวนี้”

“มาซื้อของทำงาน นู่นน่ะ” เขาพูดพลางชี้นิ้วไปที่ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนที่อยู่ตรงข้าม…..อ๋า ใกล้กันไปหน่อยล่ะมั้ง “พีแคนล่ะ”

“ผมมาซื้อข้าว งั้นเดี๋ยวผมไปก่อนนะครับ” ผมพูดตัดบทก่อนจะหันควับแล้วเดินตรงไปยังร้านข้าวที่อยู่หัวมุม พอถึงร้านผมก็เขียน ข้าวผัดปลาหมึก 2 กล่อง ใส่กระดาษแล้วส่งให้ป้าเจ้าของร้านก่อนจะได้หย่อนตัวลงนั่งพัก “เฮ้อ” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่เมื่อกี้เหลือบมาเห็นร้านนี้พอดี ไม่อย่างนั้นคงจะคิดเรื่องแถไม่ออกแน่ ๆ 

ผมชะเง้อหน้าออกไปมองด้านนอก แต่ว่าตอนนี้ตรงทางเท้าข้างหน้าก็ไม่เห็นพี่กันต์แล้ว

หวังว่าซื้อข้าวเสร็จจะไม่วนมาเจอกันอีกนะ

 

ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง ผมก็ได้กลับมาที่ร้านพี่เนวี่เสียที ผมวางกล่องข้าวไว้บนโต๊ะกะว่าเดี๋ยวจะไปโผล่หน้าให้พี่เนวี่เห็นสักหน่อย แต่ว่ายังไม่ทันได้วางของเสร็จดี พี่เนวี่ก็เดินมาแล้ว “วันนี้อาจารย์ปล่อยเลทเหรอ แล้วทำไมซื้อข้าวมาแล้วล่ะเนี่ย”

“อ่อ เปล่าครับ จริง ๆ เมื่อกี้ผมเจอคนรู้จักก็เลยเดินเนียนไปร้านข้าวก่อน”

“คนรู้จัก?”

“พี่กันต์อ่ะครับ พี่รู้จักใช่ไหม”

“หึ! แน่นอนสิ รู้จักดีเลยล่ะ จริง ๆ พี่ก็เห็นมันแถวนี้บ่อยนะ พีแคนก็ระวัง ๆ หน่อยแล้วกัน” 

“ครับ” ผมพยักหน้ารับคำ ก่อนที่พี่เนวี่จะยิ้มรับแล้วเดินกลับไปประจำอยู่ที่หน้าร้านตามเดิม ผมมองตามหลังเขาไป แล้วก็มองอยู่สักพัก ไม่รู้ทำไมแต่ว่าตั้งแต่เมื่อวานที่พี่เนวี่เหมือนจะเหม่อ ๆ ไปตอนอยู่ร้าน คือพอกลับไปที่คอนโดพี่เขาก็กลับมาเป็นปกตินั่นแหละ แต่เหมือนจะมีบรรยากาศต่างไปนิดหน่อย

แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร…..อืม….

ช่างมันเถอะ

ไปล้างแก้วดีกว่า วันนี้จะไม่อู้แล้วด้วย ชดเชยที่มาสายแล้วยังเกือบทำความแตกอีก

 

แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตอนปิดร้าน แต่เพราะผมซื้อข้าวมาแล้วเราก็เลยนั่งกินข้าวกันให้เรียบร้อยก่อน กลับไปจะได้ย่อยพอดี

“เดี๋ยววันนี้พี่ขอแวะไปเอาของก่อนกลับนะ”

“ครับ แล้วไปเอาอะไรเหรอ”

“เดี๋ยวเห็นก็รู้เองแหละ”

“หงะ”

“นวม ๆ ไปเอานวมให้”

“หืม? นวมเหรอ ให้- ให้ผมอ่ะเหรอ” ผมถลึงตาโต ความรู้สึกง่วง ๆ เมื่อกี้หายไปหมดเลย อะไรเนี่ย จู่ ๆ ก็จะได้ของเหรอ วันคริสมาสเหรอวันนี้ “ทำไมล่ะครับ”

“ก็พีแคนเริ่มต่อยเป็นแล้ว เดี๋ยวหลังจากนี้คงเริ่มใส่แรงกันมากขึ้น แล้วถ้ายังต่อยกับมือเปล่ามันเสี่ยงจะพลาดไปหน่อย พีแคนต่อยโดนพี่อ่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าพี่ต่อยโดนพีแคนขึ้นมาแล้วลืมยั้งมืออ่ะ เดี๋ยวจะได้เลือดเอา”

อ่อ 

“แสดงว่าฝีมือผมก็เริ่มเข้าขั้นแล้วสิ” โห สุดยอดไปเลย  

“ยังอีกไกลน่า ไป ไปกันได้แล้ว” โห ดับฝัน

“ครับ ๆ” ผมขานรับเสียงยืดยาวก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินตามพี่เนวี่ไปต้อย ๆ แต่ว่าพอออกมาข้างนอก…..พอมองไปที่ลานจอดรถก็เห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น ยืนขวางอยู่ข้างหน้ารถเรา

พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น พอมาหยุดยืนประชันหน้ากันอยู่ในระยะไม่เกินสองเมตร พี่เนวี่ก็ดันผมให้ถอยไปอยู่ด้านหลัง “มีธุระอะไร” 

ในขณะเดียวกันหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้น

คนที่อยู่ตรงหน้าเรา……ก็คือคนที่ผมพึ่งเจอไป “กันต์”

“ที่ต้องถามน่ะ ทางนี้มากกว่ามั้ง พี่คิดจะทำอะไร”

“จะทำอะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก”

“เหอะ ไม่เกี่ยวกับผม แต่ถ้าเป็นพี่พีนัทก็น่าจะเกี่ยวหรือเปล่า”

“จะบอกพี่พีนัทไม่ได้นะ!” ผมพูดโพล่งออกไป แล้วก็ไม่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังพี่เนวี่อีกแล้ว เรื่องนี้มันเกิดเพราะผมเอง ผมก็ต้องจัดการเอง “ผมแค่มาหาพี่เนวี่เฉย ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มพี่เขาเลยนะ”

“นี่พีแคน” แล้วพี่เนวี่ดึงแขนผมให้ถอยกลับมายืนอยู่ข้างหลังเขาตามเดิม แล้วในระหว่างนั้นก็มีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่ได้กลับสบตากันอีกครั้ง……แววตาของเขามันไม่ได้มีความรู้สึกกลัว หรือกังวลอยู่เลย จริง ๆ ก็ดูสมกับเป็นพี่เนวี่ดีแหละ เพราะยังไงเขาก็เป็นพี่โตสุดในกลุ่ม 

แต่ว่าไม่ชินเท่าไหร่เลย

ความแตกก็กลัว พี่เนวี่ก็น่ากลัว

ยืนอยู่เงียบ ๆ ตรงนี้ละกัน 

“หึ! พี่จะไม่บอกพี่พีนัทให้ก็ได้นะพีแคน แต่มีข้อแม้ว่า….พี่เนวี่ พี่ต้องยอมรับคำท้าแล้วมาดวลกับผม….สามหมัดเป็นไง ผมว่าตอนนี้เราคงอยู่ระดับเดียวกันแล้วนะ”

ไปกันใหญ่แล้ว

“ระดับเดียวกัน? แกจะท้าฉันยังต้องเอาชื่อพีนัทมาอ้างอยู่เลย นี่น่ะเหรอระดับเดียวกัน…..แบบนี้น่ะอย่าว่าแต่ฉันจะรับดวลสามหมัดหรือหมัดเดียวเลย ถ้ายังคิดได้แค่นี้ แม้แต่หน้าก็อย่ามาให้เห็น หลบไป” พูดไว้เท่านั้นพี่เนวี่ก็จับมือผมเดินตรงไปที่รถ และที่น่าตกก็คือพี่กันต์หลบทางให้เราจริง ๆ ท่าทีข่มขู่หายไปจนหมดสิ้น ทั้งยังไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมาอีกเลย

จนกระทั่งเราสองคนขึ้นรถแล้วขับออกมา

ผมไม่ได้หันไปมองเขา แต่ก็พอรู้ว่าเขายังยืนอยู่นิ่งตรงนั้น 

 

เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ

 

จริง ๆ เท่าที่ผมรู้จักพี่กันต์เขาก็เป็นคนไม่ยอมคนนะ ถ้าพูดถึงฝีมือก็คงอยู่ระดับต้น ๆ เลย แต่ทำไมเมื่อกี้พี่เนวี่พูดแค่นั้นพี่เขาก็ยอมถอยไปเลย ทำไมจู่ ๆ สถานการณ์ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้น ผมงงไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าถามอะไร แล้วก็นั่งเงียบ ๆ มาตลอดทาง

พี่เนวี่แวะไปเอานวมที่ร้านขายอุปกรณ์มวยอย่างที่บอกไปก่อนหน้า แล้วถึงมุ่งหน้ากลับไปที่คอนโด  

“พี่เนวี่ ผมขอโทษ ผมคิดว่าพี่เขาน่าจะไปแล้วก็เลยกลับไปที่ร้าน” แล้วในที่สุดผมก็พูดขึ้นมา หลังจากที่เรามาถึงห้อง

“ไม่เป็นไรหรอก” อ่า น้ำเสียงยังติดดุอยู่เลย

“หรือว่าเราควรจะหยุดเจอกันแค่นี้ดีครับ ผมกลัวว่าถ้าพี่พีนัทรู้แล้ว พี่จะ-”

“พี่ว่าพี่เคยบอกพีแคนไปแล้วนะ ว่าต่อให้พีนัทรู้พี่ก็จัดการได้ อีกอย่างนะ กันต์จะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกพีนัทหรอก…..พี่รู้จักมันดี พี่รับรองได้” พี่เนวี่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม สีหน้าน่ากลัวของเขาหายไปหมดแล้ว ที่มีอยู่ตอนนี้เป็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย

“ครับ….” แล้วก็นะ รู้สึกว่าเชื่อได้จริง ๆ 

“นี่ ไม่ต้องคิดมากแล้ว มีนวมสีน้ำเงินกับสีแดงนะ พีแคนอยากได้สีไหน” พี่เนวี่หยิบนวมสองคู่ขึ้นมาโชว์พลางแกว่งไปมาดึงสายตาผมเอาไว้ แล้วก็ทำให้บรรยากาศทั้งหมดกลับไปเป็นเหมือนปกติ 

แล้วผมก็กลับยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ความกังวลหายไปแล้ว “เอาสีแดง”

“อะ ลองใส่ดู”

พี่เนวี่ช่วยใส่นวมให้ผม ตอนนี้มันก็ยังรู้สึกไม่ค่อยถนัดหรอก แต่ก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะเลย “ไป เริ่มฝึกกันได้แล้ว ที่กินไปย่อยหมดแล้วมั้ง”

“ครับ!”

◌ ◌ ◌

 

แล้วในที่สุดวันจันทร์ที่สดใสของผมก็มาถึง

วันนี้มีนัดประชุมของคณะเรื่องงานนิทรรศการที่กำลังจะจัดขึ้นให้น้อง ๆ มอปลาย และตอนนี้ผมก็มาถึงสถานที่ประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่นี่เป็นห้องโถงกว้าง ๆ ใต้ตึกคณะ ตอนนี้จากที่ผมกวาดตาดูคร่าว ๆ คนก็น่าจะอยู่ที่นี่กันเกินครึ่งแล้ว 

ผมมองไปเรื่อยก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่กลุ่มของพี่ริน นั่งอยู่เกือบหน้ากระดานแหนะ 

ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงพอมากันสักยี่สิบกว่าคน การประชุมก็เริ่มต้นขึ้น วันนี้พี่ปีสามเป็นคนดำเนินการประชุม พวกเขาชี้แจงรายละเอียดงานต่าง ๆ วันจริงจะต้องเป็นปีหนึ่งกับปีสองดูแลงานทั้งหมด พออธิบายภาพรวมเสร็จก็ถึงเวลาเริ่มแบ่งหน้าที่กัน หัวหน้าฝ่ายเป็นปีสองถูกเลือกกันมาเอาไว้อยู่แล้ว และพี่รินก็เป็นหนึ่งในนั้น 

พี่รินเป็นหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการ

แน่นอนว่าผมเสนอตัวรับงานฝ่ายนั้นอย่างไม่ลังเลเลย แล้วก็โชคดีที่เพื่อน ๆ ผมยอมตามมากันหมด

ถึงเวลาแยกประชุมฝ่ายแล้ว

“กลุ่มเราสิบคนพอดีเนอะ วันนี้เย็นแล้วพี่จะขอคุยต่ออีกนิดเดียวละกัน” พี่รินพูดเกริ่นขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเริ่มอธิบายงานที่ฝ่ายเราจะต้องดูแลคร่าว ๆ แล้วแบ่งกลุ่มพวกเราเป็นสองกลุ่มย่อยสำหรับดูแลอาหาร กับของว่าง แล้วพอมีกลุ่มย่อยก็ต้องมีหัวหน้าอีก

หึ! แล้วก็ไอพวกเพื่อนตัวดี สุดท้ายแล้วตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอาหารก็มาตกที่ผมจนได้

หลังจากแบ่งหน้าที่อะไรเสร็จแล้วก็มาจบลงด้วยการสร้างไลน์กลุ่มของฝ่ายเรา เป็นอันปิดประชุม “ไว้พี่จะลงรายละเอียดที่คุยกันไว้ในนี้นะ แล้วเดี๋ยวมีอะไรไว้คุยกันในนั้นเลย”

“ครับ/ค่ะ” พวกเราต่างตอบรับเธอกันพร้อมเพียงก่อนที่จะเริ่มแยกย้ายกันกลับที่พักของตัวเอง แต่ว่าสำหรับผมแล้วก็…..

ขอคุยต่ออีกนิดหนึ่งแล้วกัน “พี่จะกลับเลยหรือเปล่าครับ”

“เดี๋ยวน่าจะรอส่งรายชื่อคนในกลุ่มก่อนอ่ะ แล้วพีแคนล่ะ”

“ผมอีกสักพักก็คงกลับครับ”

“อื้อ แต่นี่ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายอาหารก็เหนื่อยหน่อยนะ ปีที่แล้วพี่ก็โดนเพื่อนยัดให้เป็นแบบนี้เลย ฮะ- ไว้มีอะไรก็ทักมาถามได้นะ แอดไลน์เอาจากในกลุ่มได้เลย”

“อ่า ได้ครับ งั้นไว้เดี๋ยวผมทักไปนะ” โห ทำหน้าที่เดียวกันเลยเฉยเลย อ๋า ได้ไลน์ด้วย กลายเป็นว่าต้องขอบคุณเพื่อนแล้วมั้งเนี่ยที่ยัดงานให้

“อื้อ อ้อ! แล้วเตือนให้พี่เอาเบอร์ของร้านปีที่แล้วให้ด้วยนะ เป็นของร้านป้าร้านริมอ่ะไม่รู้พีแคนเคยกินหรือเปล่า พี่ว่าโอเคอยู่นะ จะได้เอาไว้เผื่อเป็นตัวเลือก”

“ได้เลยครับ งั้นผมไปแล้วนะ กลับดี ๆ ครับ” แล้วเราก็โบกมือลากันนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะเดินออกมานอกตึก ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วคนรอบ ๆ ก็เริ่มบางตา แต่ก็นะ อารมณ์ของผมตอนนี้น่ะ สดใสขัดกับบรรยากาศแบบสุด ๆ ไปเลย 

โง้ย ยิ้มเมื่อยแก้มไปหมดแล้ว

ทำไมพี่รินถึงยิ้มน่ารักจังเลย

อารมณ์ดีจัง

แวะไปซื้อชาเขียวปั่นกินก่อนกลับดีกว่า

แล้วผมก็เดินเข้าร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้ามตึกคณะไปสั่งชาเขียวปั่นตามอยาก แต่เดี๋ยวนี้พอเข้าร้านกาแฟแล้วก็นึกถึงพี่เนวี่ตลอดเลย อ่า คิดแล้วก็อยากไปเล่าเรื่องวันนี้ให้พี่เนวี่ฟังจัง แต่กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็วันพฤหัสนู่นแหนะ หรือจะเอาไว้โทรไปคุยด้วยดีล่ะเนี่ย

ผ่านไปประมาณสิบนาทีผมก็เดินออกมาจากร้านพร้อมกับน้ำแก้วโปรด เอาจริง ๆ ผมว่าผมก็ไม่ได้ซื้อน้ำนานขนาดนั้นนะ แต่ทำไมข้างนอกนี่เงียบกันเชียว 

ผมเดินไปตามทางพลางฮึมฮัมเพลงอยู่ในลำคออย่างสบายอารมณ์ จนกระทั่งผมผ่านมาถึงตรงแถว ๆ ตึกเรียนรวม ผมก็เริ่มได้ยินเสียงคุยกันโวยวายเสียงดัง คงจะเป็นกลุ่มที่ชอบมานั่งดื่มกันที่ศาลาหลังตึกแน่ ๆ แต่นี่มันยังพึ่งหัวค่ำเองนะ รีบเมากันจัง

“นี่! บอกว่าอย่ามายุ่งไง” ฝีเท้าของผมชะงักไป เมื่อเสียงเล็กเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงยืดยาวของกลุ่มผู้ชาย…..เสียงนี้…..

พี่ริน

แก้วน้ำของผมร่วงลงจากมือ กระทบพื้นกระจัดกระจาย

ผมรีบวิ่งไปทางต้นเสียง ไม่นานก็เห็นพี่รินยืนอยู่ท่ามกลางผู้ชายอีกสี่คนท่าทางดูเมามาย ผมรีบตะโกนออกไป “ถอยไปนะเว้ย!” ก่อนที่จะแทรกตัวเข้าไปกลางวง แล้วรีบคว้ามือเธอให้ถอยมาหลบอยู่ด้านหลังผม “พีแคน…..”

“เห้ย! ไอเด็กนี่ยุ่งไรวะ” แล้วก็ไม่พูดเปล่าแต่มันเข้ามากระชากคอเสื้อผมเข้าหาตัวจนแทบเสียหลัก แต่ก็ไม่ยอมหรอก ผมรีบผลักเขาให้ออกห่างก่อนจะปล่อยหมัดอัดเข้าไปเต็มหน้าจนเซถอย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ต่อยใครจริงจัง แรงกระแทกนั้นทำมือผมชาไปหมด

“แล้วใครใช้ให้มายุ่งกับผู้หญิงล่ะ”

“ปากดี” สิ้นสุดคำพูดนั้นผมก็เห็นเขาง้างหมัดขึ้น

 รู้ตัวอีกทีผมก็ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นเสียแล้ว 

ใบหน้าซีกซ้ายชาไปหมด รู้สึกว่าในหัวมันหมุนเคว้ง ยังได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันอยู่ แต่ว่าจับใจความไม่ได้เลย.....นี่มันคนละเรื่องกับตอนซ้อมกับพี่เนวี่เลย เหอะ อย่าว่าแต่จะกันได้เลย แค่จะยกมือขึ้นมายังทำไม่ทันเลย ให้ตายสิ

“พีแคน.....พีแคน เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงของพี่รินดังขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ หู พอหันไปก็เห็นเธอกำลังประคองศีรษะของผมพิงเอาไว้กับตัว รู้สึกเริ่มหายมึนแล้ว แต่ว่า.....สภาพนี้มันแย่ชะมัด ทีแรกคิดว่าจะโชว์ฝีมือให้พี่รินเห็นแท้ ๆ เลย

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม” ผมพูดพลางยันตัวเองขึ้นมานั่ง ตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงคนพวกนั้นแล้ว บางทีคงจะเห็นผมน็อกก็เลยพากัน-......

นี่ทำไม..... “พี่พีนัท.....พี่กันต์”

พวกเขายืนอยู่ตรงหน้าผม

 

................................................................

 

ตัวอย่างตอนที่ 7 #D7CDCC Lilac Ash

 

“ทำไมทำตัวมีปัญหาอย่างนี้อ่ะ”

 

“ไม่เป็นไร อยู่กับพี่ไม่เป็นไร”

 

“พี่ริน? หมายถึงคนที่พีแคนไปช่วยวันนี้อ่ะเหรอ”

 

 

0 ความคิดเห็น