NP’ s Palette

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 #9BB7D4 Cerulean

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 4

#9BB7D4 Cerulean

 

“โอย…..”

ผมครางอยู่ในลำคอ หลังจากที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในหัว ลืมตาไม่ขึ้นเลย สงสัยเมื่อคืนผมดื่มหนักเกินไปจริง ๆ ก็นะ หลังจากที่พีแคนกลับไปผมก็ยังกลับมานั่งดื่มต่ออีกพักใหญ่ ๆ จน ล่อไปเกือบครึ่งขวด ดีแล้วแหละที่ให้น้องกลับไปก่อน ไม่อย่างนั้นคงยิ่งทำตัวแย่ ๆ ใส่

ผมยันตัวขึ้นมานั่ง ปล่อยสายตาและความคิดให้เหม่อลอย ในขณะที่มือซ้ายเลื่อนมาจับกำไลหินที่ข้อมือขวา เขี่ยให้มันหมุนวนไปเรื่อยอย่างไร้เป้าหมาย

 

เมี้ยว

 

เสียงเล็กดังขึ้น ก่อนที่คุณหนูจะกระโดดขึ้นเตียงแล้วเดินมานั่งลงบนตักทำหน้าทำตาออดอ้อน ดึงสติผมให้กลับมา “คุณหนูมาปลอบพี่เหรอ หืม? ทำไมเนี่ย ทำไมน่ารักจังเลย” ผมอุ้มคุณหนูของผมขึ้นมากอดฟัดด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น

นี่มันแมวอ้วนหรือหมอนข้างเนี่ย หืม!

 

เมี้ยว!

 

“คุณหนู!” กระโดดหนีไปแล้ว

ไม่ได้สนใจกันนี่น่า

ผมถอนหายใจออกมาอย่างหน่าย ๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ไม่อยากลุกเลย ปวดหัว….

 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของผมดังขึ้น

ผมสะดุ้ง ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง

นี่ผมเผลอหลับต่อเหรอ!

กี่โมงแล้วเนี่ย…..บ่าย! ให้ตายเถอะ

ผมขยี้ผมตัวเองแรง ๆ หนึ่งที ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงไม่หยุดตั้งแต่เมื่อครู่ และแน่นอนปลายสายก็คือ พีแคน นัดน้องไว้เที่ยงเองแท้ ๆ เลย

“ฮัลโหล”

(พี่ทำอะไรอยู่เนี่ย โทรไปตั้งหลายสายกว่าจะรับ)

“ขอโทษที เมื่อกี้ตื่นมาแล้วเผลอหลับต่อ เดี๋ยวจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปรับนะ”

(งั้นลงมารับผมก่อน ตอนนี้เลย ผมอยู่ข้างล่างคอนโดพี่แล้วอ่ะ)

“ห้ะ”

(อ๊ะ! ไม่ต้องแล้ว มีคนมาพอดี รอเปิดประตูละกัน-) พูดจบปลายสายก็ตัดไปดื้อ ๆ

อะไรของเขา แล้วทำไมถึงต้องมาหาผมถึงที่ด้วย

ผ่านไปสักห้านาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พอเดินไปเปิดก็เจอพีแคนยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้าวในมืออีกสองกล่อง “เดินมาจากหอเหรอ ทำไมไม่รออยู่นู่น”

“ก็ผมโทรหาพี่ตั้งแต่เที่ยงแล้วพี่ไม่ยอมรับอ่ะ คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อวาน……คือ ผมไม่มีอะไรทำด้วยแหละก็เลยเดินมาหา แล้วก็แวะซื้อข้าวมาด้วย ไปอาบน้ำสิ จะได้มากิน ผมหิวแล้ว”

“อืม ถ้าหิวก็กินก่อนเลย ไม่ต้องรอหรอก”

“ไม่อ่ะ”

เป็นเด็กเอาแต่ใจจริง ๆ

ถึงอย่างนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากพยักหน้ารับ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ประมาณยี่สิบนาทีให้หลังผมก็อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แล้วเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับผ้าขนหนูฝืนเล็กที่พาดอยู่บนหัว ผมนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพีแคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ยังก้มหน้าก้มตาเช็ดผมอยู่อย่างนั้น

จริง ๆ แล้วตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเรื่องเช้านี้ก็ยังรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ

“ขอโทษที”

“ขอโทษทำไมล่ะ มันก็ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย…..กินข้าวกัน จะได้ไปเปิดร้าน” เขาพูดพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตา แล้วก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ว่าตอนนี้ความรู้สึกแย่ ๆ ก่อนหน้านี้ของผมมันหายไปหมดแล้ว เสียงหัวเราะเบาดังขึ้นมาในลำคอ และผมกำลังยิ้มออกมา

พีแคนยิ้มรับ ในขณะเดียวกันมือก็หยิบกล่องข้าวออกมาเปิดให้ผม จัดแจงวางช้อน ส้อม ให้เรียบร้อย…..หึ! ข้าวผัดปลาหมึกอีกแล้วเหรอ

แต่ก็เป็นของโปรดเขาหนินะ

จริง ๆ มันก็ตั้งสิบปีมาแล้ว แต่ก็ยังจำได้ แปลกดีเหมือนกัน

 

 

วันเสาร์ อาทิตย์ของผมผ่านไปอย่างรวดเร็ว

และตอนนี้ผมก็กำลังนั่งตัวเปื่อย ๆ อยู่ที่ชมรมในเย็นวันจันทร์หลังจากเลิกเรียนคาบบ่าย ผมนั่งมองน้อง ๆ ซ้อมต่อสู้กันเหมือนทุกที แต่ว่าวันนี้กลับรู้สึกไม่มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่เลย

“เห้ย” เสียงของไรย์ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับแรงมือที่กระทบลงมาบนไหล่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผม “วันนี้โฟลท ฟลินท์ บอกว่าจะขอดวลหนิ หายไปไหนกันแล้วล่ะ”

“พึ่งออกไปหาอะไรกินเมื่อกี้นี้เอง”

“อ่าเหรอ เอ้อ! เนวี่ มีไรให้ดู” พูดจบเขาก็ลุกเดินไปที่ตู้เย็นในขณะที่ผมมองตามไปพร้อมเครื่องหมายคำถามที่ปรากฏขึ้นในหัว “เมื่อวันศุกร์ มีชุมมาตั้งโต๊ะขายอยู่ที่โรงอาหาร” แล้วความสงสัยนั้นก็กระจ่างทันทีที่เขาเดินกลับมาพร้อมถุงทอฟฟี่

“ทอฟฟี่?”

“อืม เห็นเมื่อก่อนชอบหนิ”

“…..อ่า ขอบใจ” ผมรับถุงขนมมา แล้วแกะกิน

อ่า อร่อย ๆ

แต่นี่เมื่อก่อนผมชอบกินขนาดนั้นเลยเหรอ มีสองถุงแล้ว

“แต่ว่าตั้งแต่ร้านคุณยายตอนนั้นก็ไม่เห็นคนทำทอฟฟี่แบบนี้เลยนะ เจอแต่ที่ทำเป็นเค้ก แต่ฉันว่าแบบนี้มันน่าจะทำง่ายกว่าไหม”

“น่าจะง่ายกว่านะ”

“อ่า…..ไม่ลองทำขายที่ร้านล่ะ”

“ไม่เอาอะ ไม่เอา ๆ ๆ” ผมส่ายหน้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง จนโดนไอไรย์หัวเราะชอบใจใส่ เหอะ แค่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เหนื่อยจะแย่ละ แต่…..จริง ๆ แล้วช่วงนี้ที่พีแคนมาช่วยก็เบาแรงไปได้หน่อยอยู่นะ ถ้าเอามาอยู่หน้าร้านได้ก็คงดี

“เอ้า! พี่ไรย์มาแล้วเหรอ”

“พี่ผมพร้อมมาก”

เสียงของโฟลท ฟลินท์ดังขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้ามาหยุดยืนทำหน้าทำตาตื่นเต้นอยู่ตรงหน้า สองคนนี้น่ะเป็นพี่น้องกัน อยู่กับเรามาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว แล้วก็จริง ๆ จะมีหมอกอีกคนหนึ่ง แต่วันนี้เหมือนจะไม่เข้า

“อะไป ๆ ใครก่อนล่ะ”

“ไอฟลินท์เลยพี่”

แล้วสองคนก็ไปเตรียมตัว ใส่นวม ในขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็หยุดซ้อมแล้วมานั่งรอดูกัน พอทุกอย่างเรียบร้อย การดวลระหว่างไรย์กับฟลินท์ก็เริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น มันเป็นการดวลหมัดเดียวที่เอาไว้ให้น้อง ๆ ใช้ทดสอบฝีมือตัวเอง เป็นวิธีเดียวกับที่ผมใช้กับพีแคน จริง ๆ สำหรับกลุ่มเราแล้วการทดสอบก็มีอยู่หลายระดับ ตั้งแต่ดวลกันเอง ดวลกับรุ่นเก่าอย่างโฟลท ฟลินท์ หมอก จนกระทั่งด่านสุดท้ายคือดวลกับไรย์ ที่เป็นการดวลที่ทุกคนในที่นี้ก็ต่างตั้งเอาไว้เป็นเป้าหมาย ถึงแม้ว่าจนถึงตอนนี้จะยังไม่มีใครชนะไรย์ได้ก็เถอะ

แต่คิด ๆ แล้วถ้าอีกหน่อยพีแคนได้มาทดสอบที่นี่ก็น่าจะดีเหมือนกัน

อ๊ะ-

พีแคนอีกแล้ว

ผมน่าจะอยู่กับน้องนานเกินไปหน่อยแล้วละมั้ง

“เอ้อ พี่ วันพุธนี้มีประชุมนะ เย็น ๆ พี่ลงของที่ร้านเสร็จค่อยตามมา” โฟลทหันมาบอกผมก่อนจะลุกขึ้นไปเตรียมตัวดวลต่อจากน้องชาย พอผมมองตามไปก็เห็นฟลินท์นอนแผ่อยู่ที่พื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…..ยังไม่ได้ทันตั้งใจดูเลย

ผมถอนหายใจออกมายาวก่อนจะทิ้งตัวพิงหลัง แหงนหน้า หลับตา

ใจไม่สงบเลย

 

 

แล้ววันเวลาก็ผ่านมาจนกระทั่งถึงวันพุธ

หลังจากที่คุยงานกับอาจารย์เสร็จผมก็เดินกลับไปที่ชมรมเหมือนทุกทีเพื่อรอเวลานัด ผมนั่งดูน้อง ๆ ดวลกันเป็นภาพที่คุ้นเคย แต่ว่า…..จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพของพีแคนมันผุดขึ้นมาในหัว เราไม่ได้คุยกันตั้งแต่วันจันทร์แล้ว เพราะว่าไม่ได้มีธุระอะไรต้องติดต่อไป แต่ก็น่าแปลกที่ผมมักจะนึกถึงเขาอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ดูน้องฝึก

แค่สี่วันมันทำให้ผมคุ้นชินขนาดนั้นเลยเหรอ

 

ตื้ด….

 

รู้ตัวอีกทีผมก็กดโทรออกหาน้องเสียแล้ว

วันนี้ต้องลงของ เรียกมาช่วยหน่อยละกัน

(พี่เนวี่? ว่าไงครับ)

“อยู่ไหน เลิกเรียนยัง”

(อยู่ตึกเรียนรวมครับ พึ่งเลิกเมื่อกี้เลย)

“วันนี้มีลงของที่ร้านอ่ะ มาช่วยหน่อยได้ไหม ว่างหรือเปล่า”

(ได้ครับ แล้วให้ผม-….)

“เดี๋ยวไปรับ” พูดทิ้งไว้แค่เท่านั้นผมก็ตัดสายไป ก่อนจะลุกหยิบกระเป๋าแล้วตะโกนบอก “ไปร้านก่อนนะ เดี๋ยวดึก ๆ กลับมา” ผมเดินออกมา ขึ้นรถมอเตอร์ไซด์แล้วมุ่งหน้าไปยังตึกเรียนรวมทันที

ฮะ

หึ

หืม……นี่ผมหัวเราะ?

ทำงานจนเป็นบ้าไปแล้วล่ะมั้ง

ผ่านไปอีกแค่ชั่วอึดใจ ผมก็มาถึงที่หน้าตึกเรียนรวม พีแคนยืนรออยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ผมรับเขาขึ้นรถก่อนจะขับออกมาโดยยังไม่ได้พูดคุยอะไร ที่นี่คนเยอะ ก็เลยไม่ค่อยอยากอยู่นาน

 

“ปกติพี่ลงของที่ร้านทุกวันพุธเหรอ” พีแคนพูดขึ้นมาหลังจากที่เราสองคนเดินเข้ามาในร้าน ผมพยักหน้าให้ก่อนจะวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลง “งั้นวันที่ผมมาหาพี่ครั้งแรกก็เกือบจะมาเก้อแล้วอะสิ”

“หืม นึกว่าตั้งใจมาเวลานั้นเพราะรู้ว่าไม่มีคนเสียอีก”

“จะตั้งใจได้ยังไง วันนั้นผมทะเลาะกับพี่พีนัทช่วงเช้าพอเลิกเรียนก็มานี่เลย รู้แค่ว่าพี่เปิดร้านกาแฟอยู่”

“เหรอ แต่ก็ดีแล้วหนิ”

“อื้อ แล้วนี่ของจะมาเมื่อไหร่เหรอ”

“ประมาณห้าโมง อีกชั่วโมงหนึ่ง…..กินน้ำไหม” พอผมถามน้องก็พยักหน้าเป็นจริงเป็นจังตอบกลับมา ทำหน้าอย่างกับเด็ก ๆ “รอแปบ”

“ไปดูด้วย” พีแคนเดินตามผมออกมาที่หน้าร้าน ผมเริ่มชงน้ำชาเขียวในขณะที่น้องก็ยืนเกาะเคาท์เตอร์มองอยู่ข้าง ๆ “เอ้อพี่! ไหน ๆ วันนี้ผมก็มาหาแล้ว ถ้างานเสร็จแล้วไปฝึกกันหน่อยไหม”

“อื้อ ได้สิ”

“เย่! เรียนอัดเนื้อหามาสามวัน อย่างหนักสมองเลย ผมเนี่ยนะจดงานจนมือเมื่อยไปหมด-…..”

“อ๊ะ!” แย่ละ “คือ พี่ลืมไปว่าเสร็จจากที่นี่ต้องกลับไปประชุมที่ชมรมอ่ะ กว่าจะเสร็จก็คงดึก ๆ นู่นเลย”

อ่า หน้าเปลี่ยนเลย

“แต่ว่าพีแคนจะไปที่รอที่คอนโดพี่ก็ได้นะ ซ้อมกับกระสอบไปก่อน โอเคไหม”

อ่า ยิ้มละ

“โอเคครับ เดี๋ยวผมให้คุณหนูช่วยฝึกรอพี่ก็ได้”

“เหอะ พากันกลิ้งกับพื้นละสิไม่ว่า…..อะ ได้ละ” ผมยื่นแก้วชาเขียวเย็นให้ พอน้องรับไปก็รีบยกดื่มอย่างกับไปหิวโหยมาจากไหน หลอดมีก็ไม่ยอมหยิบมาใช้

“ให้ผมทำน้ำให้พี่บ้างสิ อยากกินอะไรครับ”

“ทำเป็นเหรอ”

“เอาน่า”

“อเมริกาโน่”

“กินกาแฟเอาป่านนี้เนี่ยนะ ไม่ได้นอนกันพอดี”

“ชาก็พอกันนั่นแหละ หึ เอาน่าไม่ต้องทำอะไรให้หรอก กินนี่ก็พอ” ผมพูดพลางหันไปเปิดตู้เย็นด้านหลังแล้วหยิบโซดาออกมาหนึ่งขวด ก่อนจะเปิดฝาออกด้วยที่เปิดขวดตรงประตูตู้เย็นแล้วยกดื่ม อืม ชื่นใจดีจริง ๆ

“พี่มันขี้เมา”

“ขี้เมาตรงไหน กินโซดาเปล่า ๆ”

“เหอะ เมื่อกี้เห็นนะว่ามีขวดเหล้าอยู่ในนั้นด้วย”

“ก็แค่มีติดไว้ ไม่ได้กินบ่อยสักหน่อย”

แล้วในระหว่างที่ผมกำลังแก้ต่างให้ตัวเอง เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น พีแคนที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงหน้าผมก็รีบย่อตัวลงไปแอบใต้โต๊ะทันที พอมองไปที่ต้นเสียงก็เห็นเมลกำลังมองมาพลางเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่เธอชี้ไปที่ด้ามจับประตูซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าผมยังยืนนิ่ง

“รู้แล้ว ๆ” ผมขานรับแล้วจึงเดินไปปลดล็อกประตูให้เธอเข้ามาด้านใน ถึงกระนั้นสายตาของเธอก็ไม่ได้อยู่ที่ผมเลยสักนิด แต่ก็นะ เมลไม่ใช่คนที่ผมจำเป็นจะต้องปิดบังเรื่องพีแคนหรอก “พีแคน ลุกขึ้นมา”

“ครับ….เอ่อ สวัสดีครับ” พีแคนค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นมา ก่อนจะเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ผมพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ

“อ่า นี่พีแคน เป็นรุ่นน้อง แล้วก็พีแคนนี่เมล อ๊ะ มารีน ขนมทั้งหมดที่นี่ก็มาจากร้านของเธอนี่แหละ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“เช่นกันครับ”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาของเข้ามาก่อนนะ” ผมหันไปบอกเธอก่อนจะเดินออกไปยกกล่องขนมเข้ามาวางกองไว้ด้านใน แล้วในขณะที่พีแคนยังยืนตัวทื่อเป็นหิน จนกระทั่งผมกับเธอก็จัดการตรวจเช็คของ จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย

“โอเค เรียบร้อยนะ งั้นฉันไปละ”

“เค บาย” พูดจบเมลก็หันมายิ้ม ๆ ให้ทั้งผมและพีแคนก่อนจะเดินออกไป พอประตูปิดลงเท่านั้นแหละ พีแคนก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา “เกร็งอะไรขนาดนั้น เขินเมลเหรอ”

“พี่เขาก็น่ารักดี แต่ว่าไม่ใช่ประเด็นนั้นสักหน่อย…..จะไม่เป็นไรเหรอ ที่ปล่อยให้พี่เขารู้ว่าผมอยู่ที่นี่”

“ไม่เป็นไรหรอก เมลไม่ได้รู้จักอะไรมากมายกับพวกนั้นหรอก รับรองได้ว่าเรื่องไม่หลุดแน่นอน”

“จริงนะ”

“จริง เชื่อใจพี่หน่อยสิ”

“เชื่อก็เชื่อ”

“อื้อ ดีมาก…..มา ช่วยจัดของได้แล้ว ทำงาน ๆ” ผมเดินไปตบบ่าพีแคนเบา ๆ สองที ก่อนจะเริ่มเปิดกล่องแล้วเอาขนมไปเรียงเข้าชั้น ครู่หนึ่งหลังจากนั้นพีแคนก็เลิกยืนทำหน้าเครียดแล้วตามมาช่วยกัน…..กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว

แค่ประมาณยี่สิบนาที ของทุกอย่างก็ถูกจัดเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย

“เสร็จแล้ว!”

“สุดยอด ไวขึ้นเยอะเลย ไป กลับกัน”

 

..................................................................

 

ตัวอย่างตอนที่ 5 #FF6F61 Living Coral

 

“พี่เนวี่! อะไรเนี่ย ทำไมเมางี้”

 

“เมื่อวันจันทร์พี่ได้ขนมทอฟฟี่จากไรย์ด้วย มันบอกว่าเมื่อก่อนพี่ชอบ พีแคนก็ซื้อให้พี่เพราะอย่างนั้นเหรอ”

 

“เอ้อ แต่เดี๋ยวนี้พี่ยังติดชอบพับดาวให้คนอื่นอยู่อีกเหรอ”

 

0 ความคิดเห็น