NP’ s Palette

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 #DECDBE Sand Dollar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

 

ตอนที่ 3

#DECDBE Sand Dollar

 

เสียงพูดคุยของคนในห้องเรียนดังขึ้นมากันระงม

หลังจากที่อาจารย์ปล่อยเลิกคลาสพร้อมกับการบ้านชิ้นด่วนที่ต้องส่งภายในเที่ยงคืนของวันนี้ และเพราะแบบนั้นเพื่อน ๆ ของผมส่วนใหญ่ก็เลยอยู่นั่งทำงานกันต่อที่ตึกคณะ แต่ว่าแค่นี้อาจารย์ก็ปล่อยเลทไปตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมคงต้องไปนั่งทำที่ร้านพี่เนวี่ระหว่างช่วงว่าง ๆ แทน

“ไปละ” ผมพูดทิ้งท้ายกับเพื่อน ๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเรียน มุ่งหน้าเดินไปยังร้านทันที แต่ว่าพอผ่านโรงอาหาร สายตาของผมก็ถูกดึงไปจนเอี้ยวหลัง ก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหาในทันที

ขนมอิงลิชทอฟฟี่ ขนมที่มีส่วนประกอบของช็อกโกแลต คาราเมล แล้วก็ถั่ว ของกินเล่นที่ผมชอบมาก ๆ ตอนสมัยเด็ก เป็นของที่ขายในร้านขนมของคุณยายที่เปิดอยู่แถวบ้านพ่อ แต่ว่าตั้งแต่ที่ย้ายไปอยู่กับแม่ตอนปอสามผมก็ไม่ได้กินเลย ถึงจะกลับมาอยู่บ้านพ่อตอนขึ้นมัธยมก็เถอะ ถึงตอนนั้นร้านคุณยายก็ปิดไปแล้ว

ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเจอคนมาตั้งโต๊ะขายแบบนี้

ชุมนุมทำอาหารเหรอ อยากให้มีมาขายอีกจัง

“เอาถุงหนึ่งครับ…..เอ่อ ขอเป็นสองถุงครับ” ผมรับขนมทั้งสองถุงมา เก็บมันใส่กระเป๋า ก่อนจะกลับเข้าสู่เส้นทางหลัก ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีก็เดินมาถึงร้านพี่เนวี่ ผมเปิดประตูเข้าไปด้านในวางกระเป๋าแล้วจึงแอบโผล่หน้าไปทักทายพี่เนวี่ที่ประจำอยู่หน้าร้าน

“มาแล้วนะครับ”

“อื้อ” เขาหันกลับมาทักทายยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปชงน้ำต่อ ผมเดินไปดูที่ซิงค์ มีแก้ววางอยู่สามใบ เดี๋ยวล้างตรงนี้ให้เสร็จแล้วไปทำการบ้านดีกว่า

ผมใช้เวลาล้างแก้วแค่แปบเดียว

แล้วก็ต้องกลับมาที่งานของตัวเองต่อ ต้องจัดการให้เสร็จก่อนปิดร้าน จะได้ไม่ไปกินเวลาฝึก

 

“ทำการบ้านเหรอ” พี่เนวี่เดินมาหาผมก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เอามือท้าวโต๊ะแล้วก้มลงมาดูชีทการบ้านที่ผมกำลังทำ ทันใดนั้นเองหัวคิ้วของเขาก็เริ่มเคลื่อนเข้าหากัน “อะไรเนี่ย วิชากฎหมายเหรอ”

นี่พี่อ่านจริงจังไปแล้ว

“ครับ ของคาบวันนี้เนี่ยแหละพี่ อาจารย์จู่ ๆ ก็สั่ง แล้วให้ส่งก่อนเที่ยงคืนวันนี้ด้วย”

“โห กระชั้นชิดจัง งั้นพีแคนทำการบ้านไปก่อนเลย ถ้ามีแก้วต้องล้างเดี๋ยวพี่จัดการเอง” พูดเสร็จเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ทำให้ผมไม่ทันจะได้อ้าปากตอบ พี่เนวี่ก็เดินกลับไปอยู่หน้าร้านเสียแล้ว

แต่พี่จะทำเองแบบนี้ก็เหมือนผมอู้งานน่ะสิ

ทีแรกนึกว่าจะทำการบ้านสลับ ๆ กับไปล้างแก้ว อย่างน้อยแค่ให้เสร็จก่อนร้านปิด แต่ตอนนี้คงต้องรีบทำแบบจริงจังแล้วแหละ

แล้วผลจากการเค้นสมองแบบเต็มประสิทธิภาพ ผมก็ทำการบ้านเกือบสิบหน้าเสร็จภายในระยะเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั้นก็เห็นพี่เนวี่เข้ามาล้างแก้วอยู่สามสี่รอบท่าจะได้ ผมรีบถ่ายงานแล้วส่งอีเมลไปให้อาจารย์เพื่อปิดจ็อบ…..เย่! เสร็จแล้ว

ผมชะโงกหน้าไปมองตรงซิงค์ ยังไม่มีแก้วใหม่มาเลย งั้นขอแอบงีบพักสายตา พักสมองสักหน่อยก็แล้วกัน หัวตื้อไปหมดแล้ว ครั้งหน้าไม่เอาการบ้านแบบนี้แล้วนะครับอาจารย์ ไม่ไหว ๆ

 

“พีแคน”

“……”

ในขณะที่ผมกำลังงัวเงียยืนคร่อมอยู่ระหว่างความฝันกับความจริง เสียงของพี่เนวี่ก็ดังขึ้นมา “พีแคน ตื่นได้แล้ว ร้านปิดแล้ว” พร้อมกันนั้นก็รู้สึกว่ากำลังถูกตบบ่าเบา ๆ แต่เมื่อกี้พี่เขาพูดว่าอะไรนะ……

พีแคน ตื่นได้แล้ว ร้านปิดแล้ว……แย่ล่ะ! ผมรีบดันร่างตัวเองขึ้นมา จนทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้โยกกระแทกกันเสียงดัง พอเงยหน้าแสงไฟก็สว่างวาบเข้าแยงตาจนต้องหยีสู้ แล้วสักพักพอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ภาพของพี่เนวี่ที่ยืนยิ้ม ๆ อยู่ตรงหน้าผมก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น

“พี่เนวี่! ทำไมพึ่งปลุกผมตอนนี้เนี่ย ไม่ได้ช่วยงานเลย”

“ก็เห็นหลับลึกเป็นตายเลยหนิ ไม่เป็นไรหรอกน่า นี่ส่งงานแล้วใช่ไหม”

“ส่งแล้ว”

“ไปล้างหน้าล้างตาไป จะได้กลับกัน” สุดท้ายผมก็ทำได้แค่เบะปากพยักหน้ารับคำ ก่อนจะลุกไปล้างหน้าล้างตา แล้วกลับมาเก็บชีทที่วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะลงกระเป๋า แล้วก็พึ่งเห็นว่าพี่เนวี่ซื้อข้าวมาแล้ว มองเข้าไปในร้านก็ปิดเรียบร้อยแล้ว นี่ผมหลับลึกขนาดนั้นเลยเหรอ

“แล้วพี่เนวี่พักอยู่แถวไหนเหรอ”

“อยู่คอนโดที่เลยหอพีแคนไปออกอีกประมาณกิโลหนึ่ง เดี๋ยวไปถึงก็รู้…..ไป” เราสองคนพยักหน้ารับกันก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางไปยังคอนโดพี่เนวี่ จะว่าไปก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันนะ ผมว่าที่คอนโดพี่เนวี่จะต้องมีอะไรน่าสนใจให้เล่นแน่ ๆ เลย

 

เสียงเปิดลิฟต์ดังขึ้น

ตอนนี้เราสองคนมาหยุดอยู่ที่ชั้นสิบของคอนโดแล้ว พี่เนวี่เดินออกจากลิฟต์ นำทางผมไปจนมาถึงห้องที่อยู่สุดทางเดิน ก่อนที่เขาจะไขกุนแจเปิดเข้าไปด้านใน “กลับมาแล้วนะ คุณหนู”

คุณหนู?

“นี่พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวเหรอ?”

“หืม?....อ่อ คุณหนูอ่ะ”

 

เมี้ยว

 

เสียงแหลมดังขึ้นมาจากแถว ๆ พื้นตรงหน้า พอมองตามลงไปก็เห็นเจ้าแมวอ้วนตัวสีส้มเดินออกมาจากมุมโต๊ะ แล้วมาคลอเคลียอยู่ที่ขาของพี่เนวี่ ในขณะเดียวกันเขาก็ย่อตัวลงไปเกาคางเจ้าน้องด้วยความหมั่นเขี้ยว…..นี่เหรอ คุณหนูของพี่ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นมุมนี้เท่าไหร่เลย

“นี่คุณหนู รู้จักกันไว้ละกัน”

“สวัสดีครับ คุณหนู” ผมย่อตัวลงไปนั่งข้าง ๆ แล้วยื่นมือไปลูบขนคุณหนูเป็นการทักทาย ตัวนิ่มจังเลย

พอทักทายกันจนพอใจ ผมก็กลับลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจึงมองสำรวจไปทั่ว ๆ ห้องนี้ตกแต่งโทนสีน้ำเงินเสียส่วนใหญ่ แล้วก็กว้างมากเลย มีทั้งโซนครัว แล้วก็ห้องนั่งเล่น อ๊ะ! แล้วก็นั่น “พี่มีกระสอบทรายด้วยเหรอ” ผมรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งตรงไปที่กระสอบทรายสีดำที่ตั้งอยู่ที่มุมห้องทันที

“อื้อ นี่อย่าพึ่งซนสิ แล้วก็ไปล้างมือได้แล้ว จะได้กินข้าว”

“ครับ ๆ” ผมขานรับก่อนจะเดินตามพี่เนวี่ต้อย ๆ เข้าไปล้างมือ แล้วก็ได้เวลากินกันข้าวเสียที หิวจะแย่แล้ว

วันนี้เป็นข้าวผัดปลาหมึกเหรอ

ของชอบเลย ดีจัง

 

“เอ้อพี่! ตั้งแต่เมื่อวานผมยังไม่ได้จ่ายค่าข้าวพี่เลย เท่าไหร่เหรอ” ผมพูดขึ้นมาระหว่างที่กำลังเก็บกล่องข้าวเปล่าลงถุงหลังจากที่กินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย

“ไม่ต้องให้หรอก ก็พีแคนมาช่วยพี่ทำงาน”

“แต่อันนั้นมันแลกกับที่ให้พี่ฝึกให้นะ”

“ฝึกกันแค่วันละไม่เกินชั่วโมงสองชั่วโมงเอง เอาน่า เลี้ยงข้าวมื้อเดียวไม่ได้เยอะแยะอะไรสักหน่อย…..ไป ๆ อยากทำอะไรก็ไปทำ อีกสักครึ่งชั่วโมงค่อยเริ่มละกัน เดี๋ยวจุก” พี่เนวี่เดินมาตบบ่าผมเบา ๆ สองทีก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์

อ๊ะ! แต่ว่า-

“พี่เนวี่!”

“ว่าไง”

“วันนี้ผมซื้อขนมมา ว่าจะเอาให้ เกือบลืมแหนะ”

“ขนมเหรอ? อะไรล่ะ” เขาลุกเดินกลับมาหาผมที่โต๊ะอาหาร ในขณะเดียวกันผมก็หยิบถุงขนมออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้

“ทอฟฟี่ครับ วันนี้ผมเห็นชุมอาหารเค้ามาตั้งโต๊ะขายอะ ก็เลยซื้อมา คล้าย ๆ ของร้านคุณยายเลยนะ พี่ว่าไหม ฮะ- แต่ผมก็ยังไม่ได้ชิมหรอกนะ ไม่รู้จะอร่อยเหมือนกันหรือเปล่า” พอได้เห็นขนมแล้วหน้าพี่เนวี่ก็ดูจะตกใจเหมือนกันนะ

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดตอบ “โห ร้านคุณยายเหรอ อย่างนานเลย แต่หน้าตาก็ดูดีนะ ไหนมาลองชิมดู” พี่เนวี่รับถุงขนมอิงลิชทอฟฟี่ไปจากผม แล้วเปิดออกทันที เขาหยิบชิ้นหนึ่งมาให้ผม ก่อนจะหยิบอีกชิ้นหนึ่งเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวตุ้ย “อร่อยดีนะ”

“อื้อ อร่อยจริงด้วย” ผมกินตาม แต่ว่าได้กินขนมนี่แล้วยังมาอยู่ในบรรยากาศนี้ก็ ทำให้คิดถึงสมัยก่อนขึ้นมาจริง ๆ

“ขอบใจนะ…..พี่มีงานต้องเคลียนิดหน่อย แต่ก็น่าจะเสร็จทันพอดีครึ่งชั่วโมงแหละ พีแคนก็ตามสบายนะ” พูดทิ้งไว้เท่านั้นพี่เนวี่ก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะเปิดโน้ตบุคขึ้นมาทำงาน ท่าทีดูจริงจัง

งั้นผมทำอะไรดีล่ะ งานก็ส่งไปแล้ว

ไปเล่นกับคุณหนูดีกว่า “คุณหนู มานี่มา”

 

“นี่ สองคนสนิทกันไวจังนะ”

พี่เนวี่ย่อตัวลงมาหาผมที่กำลังนั่งเล่นไม้ตกแมวกับคุณหนูอยู่บนพื้นจนแทบจะนอนกลิ้งไปด้วยกัน เกือบจะลืมไปเลยว่าพี่เนวี่ก็นั่งอยู่ในห้องนี้ “ลุกได้แล้ว”

“ครับ ๆ” ผมลุกขึ้นตามเขาไปตรงพื้นที่โล่ง ก่อนจะตั้งการ์ดขึ้น “แล้วนี่ให้ผมต่อยฟรีได้เลยหรือเปล่า”

“ยัง”

“อ่าว”

“จำได้ใช่ไหมที่พี่บอกว่าพี่จะฝึกให้จนกว่าพีแคนจะชนะการดวลหมัดเดียว พี่ก็เลยคิดว่าหลังจากนี้พี่ก็จะใช้การดวลนี่แหละเป็นการฝึก แต่พี่จะตั้งรับเป็นหลัก แล้วค่อย ๆ เพิ่มเปอร์เซ็นการโต้กลับมากขึ้นตามฝีมือของเรา เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่ม พีแคนต้องป้องกันให้เป็นก่อน”

“ได้ครับ” ผมตอบรับกลับไปด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยม จริง ๆ วันนี้ก็ยังแอบปวด ๆ ตัวอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ยอมหรอก

 

พี่เนวี่เริ่มสอนวิธีการปัดป้องหมัดรูปแบบต่าง ๆ ให้ผม ทั้งหมัดที่พุ่งมาตรง ๆ มาทางด้านข้าง หรือว่าหมัดเสย พอผมเริ่มจำท่าได้ เขาก็ทดสอบแรงหมัดที่ผมพอรับไหวแล้วใช้แรงนั้นในการฝึก โดยการที่เขาต่อยมาเรื่อย ๆ แบบสุ่มทิศทาง แล้วให้ผมตั้งรับ

และผลมันก็ตามฝีมือนั่นล่ะ

ผมรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หมัดพี่เนวี่อัดเข้าหน้าอยู่ก็หลายที ยังดีนะที่พี่เขาออมแรงก็เลยไม่ได้เจ็บมาก แต่ยิ่งนานไปก็ยิ่งรู้สึกว่ารับไม่ทันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ สงสัยวันนี้ผมคงใช้สมาธิหมดโควตาไปแล้วจริง ๆ

“อัก!” เข้าหน้าอีกแล้ว!

รอบนี้ผมเสียหลักล้มก้นจุ่มลงกับพื้น ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จริง ๆ มันก็ไม่ได้เหนื่อยมากนะ แต่รู้สึกหมดแรงยังไงก็ไม่รู้

“ไม่ไหวแล้วมั้งเนี่ย” พี่เนวี่ย่อตัวลงมานั่งข้าง ๆ ผม ตอนนี้เราสองคนนั่งพิงอยู่กับโซฟา ตรงหน้าเป็นประตูกระจกใส พอมองออกไปก็เห็นวิวเมือง เห็นมหาลัยด้วย แต่ว่าเริ่มมืดแล้วล่ะ

“ไม่ไหวแล้วครับ เป็นคนต่อย กับเป็นคนโดนต่อยนี่คนละเรื่องเลย”

“พึ่งเริ่มก็อย่างนี้แหละ เดี๋ยวก็ดีขึ้น…..แล้ววันนี้จะยังไง อยากลองดวลสักตั้งไหม”

“อ๋า พรุ่งนี้ดีกว่าครับ วันนี้รู้สึกหมดแรงแล้ว สงสัยเป็นเพราะที่งีบไปตอนเย็นแน่เลย”

“อื้อ แต่ก็ปกติพีแคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่ไหมล่ะ”

“พี่ดูออกด้วยเหรอ”

“แน่นอนสิ หลังจากนี้ก็ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยละกัน ไม่อย่างนั้นก็ชนะการดวลไม่ได้หรอก”

“ครับ ๆ รู้แล้วน่า” นี่ผมดูปวกเปียกขนาดนั้นเลยเหรอ

“เออนี่ พีแคนดื่มหรือเปล่า”

“ก็ปกติถ้าออกร้านกับเพื่อนก็ดื่มครับ”

แล้วพี่เนวี่ก็ไม่ได้พูดตอบอะไรแต่พยักหน้ารับงึกงักอยู่น่าจะเกือบสิบทีได้ ก่อนจะลุกเดินไปที่ครัว ผมชะโงกหน้าตามไปมองก็เห็นพี่เขาหยิบขวดสีฟ้า ๆ ออกมาจากตู้เย็น แต่ว่าหลังจากนั้นทำอะไรต่อก็ไม่รู้แล้ว เพราะว่ามองจากมุมนี้เคาท์เตอร์ตรงนั้นบังเอาไว้พอดี

นั่งดูวิวรอก็ได้

ผ่านไปครู่เดียวพี่เนวี่ก็กลับมานั่งลงข้าง ๆ ผมพร้อมกับขวดเหล้าสีฟ้าใส แก้วทรงเตี้ยสองใบ แล้วก็จานใส่มะนาวฝานอีกสี่ห้าชิ้น เขาวางทุกอย่างเอาไว้ที่พื้น ก่อนจะเริ่มเปิดขวดแล้วรินเหล้าใส่แก้วจนปริมาณสูงขึ้นมาจากก้นแก้วประมาณเซนหนึ่ง เขาก็ยื่นมาให้

หอมมากเลย

“เหล้าอะไรเหรอครับ”

“จิน” เขาตอบกลับมาทั้งยังรินเหล้าใส่แก้วของตัวเอง ในขณะเดียวกันผมก็พยักหน้ารับแล้วยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก มันหอมจริง ๆ น่ะแหละ

อ๋า! เย็น ขม

อ๋า! ฝาด ๆ

“มะนาวไหม” ผมพยักหน้าถี่ ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมะนาวฝานมาเข้าปาก อ๋า! เปรี้ยว มีเค็มปะแล่ม ๆ ด้วย แต่ก็ดีขึ้นเยอะเลย

พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นพี่เนวี่นั่งขำอยู่ในลำคอ พลางจิบเหล้าอย่างหน้าตาเฉย อะไรเนี่ย แกล้งกันชัด ๆ เลย

“พี่หัวเราะอะไร”

“เปล่า! ฮะ- ก็หน้าตลกดี”

“นิสัยไม่ดีเลย”

“ขอโทษครับ ๆ”

เราสองคนมองหน้ากันนิ่ง ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันหัวเราะออกมาเสียงดัง หน้าผมเมื่อกี้ก็คงตลกจริง ๆ นั่นแหละนะ

“…..คิดถึงเมื่อก่อนเนอะพี่”

“อืม ตอนที่ยังได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้ามันก็ดีจริง ๆ นั่นแหละ ตอนนั้นนะ วัน ๆ ก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่จะได้ไปรวมตัวกันที่สวน ไปฝึก ไปดวลกัน โคตรมันเลย…..ตอนนั้นพีแคนก็ไปอยู่ด้วยบ่อยหนิ”

“ใช่ ก็ผมไปอยู่เป็นฝ่ายปฐมพยาบาลกับซื้อน้ำ ด้วยกันกับพี่ไอวี่ไง”

“ฮะ จริงด้วย จำได้ละ ตอนนั้นพีแคนทำแผลโคตรเจ็บเลย พวกพี่เคยคุยกันว่าถ้าไอวี่ไม่อยู่ล่ะก็ ห้ามเป็นแผลเด็ดขาดเลย”

“โห พวกพี่เนี่ย แต่ก็จะไม่เจ็บได้ไงล่ะ ผมเล่นเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์ไปทาแผลตลอดเลย พึ่งมารู้เมื่อตอนขึ้นมัธยมเองว่ามันห้ามทำแบบนั้น” ผมหัวเราะออกมาต่อท้าย พอนึกย้อนกลับไปตอนนั้นละก็จับสังเกตขึ้นมาได้เลยว่าเวลามีคนเจ็บพร้อมกันสองคนทีไร ต้องเกี่ยงกันมาหาผมทุกที

นึกว่าแค่อยากให้พี่ไอวี่ทำแผลให้กันเสียอีก!

“แล้วทำไมไม่ให้ไอวี่สอน”

“เรื่องง่าย ๆ น่า” ผมยังหัวเราะต่อ ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาจิบ ๆ แล้วก็ต้องทำหน้าเหย๋อีกครั้ง แต่ว่า- นี่พี่เนวี่กินหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย รินแก้วใหม่เสียแล้ว มะนาวก็ไม่เห็นกินเลย

“ไม่ไหวเลยนะ”

“ขอโทษย้อนหลังละกัน”

“ย้อนหลังนานไปมั้ง”

“นานไปเหรอ ตอนนั้นผมน่าจะปอหนึ่ง ปอสอง สิบปี….อืม สิบปีท่าจะได้ นานจริงด้วย” โห นี่ผมอยู่ในวัยที่คุยเรื่องสมัยก่อนย้อนไปถึงสิบปีได้แล้วเหรอเนี่ย “ถ้าตอนนี้พวกพี่ยังอยู่ด้วยกันก็คงดีนะ”

“อืม ก็คงดี…..แต่ตอนนี้เป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ” พูดจบเขาก็ยกแก้วที่พึ่งเติมไปเมื่อครู่ขึ้นดื่มจนหมดในคราวเดียว หูเขาเริ่มแดงแล้ว

จริง ๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นพวกพี่เขามีปัญหาอะไรกัน อย่างที่ว่าแหละ ตอนปอสามผมกับพี่พีนัทย้ายไปอยู่กับแม่ แต่ว่าหนึ่งปีหลังจากนั้นพี่พีนัทก็กลับไปอยู่กับพ่อ แล้วผมก็ถึงตามกลับมาอยู่กับพ่ออีกทีก็ตอนขึ้นมอหนึ่ง ช้ากันไปสามปี ถึงตอนนั้นพวกพี่เขาก็แยกกลุ่มกันแล้ว และก็แน่นอนว่าพี่พีนัทไม่ยอมบอกอะไรผมเลย

ผมเองก็ไม่ได้อยู่กับกลุ่มใหม่พี่นัทเหมือนกัน

แต่ก็นะ ไม่น่าพูดเลย ให้ตายสิ

“พี่เนวี่” อะไรเนี่ย เริ่มดื่มแก้วใหม่อีกแล้ว

“อะไร”

“เอ่อ….กำไลสวยดีนะ ขอดูหน่อยได้ไหม” หลังจากที่สายตาลอกแลกอยู่สักพัก ผมก็ไปสะดุดตาอยู่ที่กำไลข้อมือข้างขวาของพี่เนวี่ มันเป็นกำไลหินสีน้ำตาลดำ ตรงกลางมีจี้เล็ก ๆ ห้อยอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นรูปอะไร แต่ว่าสวยดี ผมเองก็ชอบอะไรพวกนี้เหมือนกัน ถึงจะไม่ค่อยได้ใส่ก็เถอะ

ผมเอื้อมมือไปจะจับดู แต่ว่า-

เขารีบชักมือให้ออกห่างทันที

“ก็กำไลธรรมดานั่นแหละ ไม่ต้องสนใจหรอก” แล้วเขาก็ดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง

“อ่า ๆ ธรรมดาก็ธรรมดา แต่พี่เบาได้แล้ว นั่งมาไม่ถึงสิบห้านาทีเลยมั้ง แก้วที่สามแล้ว”

“พีแคน”

“ครับ?”

“กลับได้แล้ว เดี๋ยวไปส่ง” พูดแค่นั้นพี่เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่หน้าห้องทันทีโดยไม่รอ บรรยากาศของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ผมรีบลุกเดินตามไป แต่ในขณะที่ผมพึ่งจะหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว พี่เนวี่ก็เปิดประตูรอเรียบร้อยแล้ว “เดี๋ยวพี่ พี่อยู่นี่แหละ ไม่ต้องไปส่งหรอก”

“ฉันยังไม่เมาน่า” เรียกแทนตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว

“ผมอยากเดินกลับมากกว่า พี่ไม่ต้องไปส่งหรอก”

“งั้นเดี๋ยวไปส่งข้างล่าง มันต้องใช่คีย์การ์ด”

แล้วผมก็ต้องจำพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ พี่เนวี่เริ่มเดินเซ ๆ นิดหน่อย แต่ก็มาส่งผมถึงหน้าคอนโด แล้วก็ยืนรอจนกระทั่งผมเดินพ้นระยะสายตา แต่ก็นั่นแหละหลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นพี่เนวี่แล้ว เลยไม่รู้ว่าเขากลับขึ้นห้องทันทีหรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ตรงนั้น

ผมคิดนู่น คิดนี่มาตลอดทาง รู้ตัวอีกทีก็ถึงหอแล้ว

 

............................................................

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ 3 ตอนแล้ว หลังจากนี้จะลงอาทิตย์ละตอนนะคะ น่าจะทุกวันอังคาร

มาเม้นคุยกันนะคะ แล้วเจอกันตอนต่อไปอังคารหน้านะคะ ไปดูตัวอย่างกัน!!

 

ตัวอย่างตอนที่ 4#9BB7D4 Cerulean

 

“งั้นลงมารับผมตอนนี้เลย ผมอยู่ข้างล่างคอนโดพี่แล้วอ่ะ”

 

“นี่พีแคน เป็นรุ่นน้อง แล้วก็พีแคนนี่เมล อ๊ะ มารีน ขนมทั้งหมดที่นี่ก็มาจากร้านของเธอนี่แหละ”

 

“เชื่อใจพี่หน่อยสิ”

0 ความคิดเห็น