NP’ s Palette

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 #7BC4C4 Aqua Sky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

ตอนที่2

#7BC4C4 Aqua Sky

 

ก๊อก ๆ ๆ

 

ผมกำมือเคาะไปยังประตูไม้ ก่อนจะชักมือกลับมาแล้วกอดอกนิ่ง

เมื่อวานไม่น่าลืมกระเป๋าตังไว้เลย ถึงจะโชคดีมีเงินติดตัวอยู่สองร้อยแต่ก็อยู่ได้แค่วันเดียว ยังไม่ทันจะหายเคืองใจก็ต้องกลับมาที่ห้องนี้อีกแล้ว คอยดูนะ พี่พีนัทมาเปิดประตูเมื่อไหร่ผมจะรีบเดินบึ่งเข้าไปหยิบของแล้วก็เดินออกมาเลย จะไม่คุยด้วยแม้แต่แอะเดียวเลยคอยดู!!

คิดได้แค่เท่านั้นประตูก็เปิดออก

“……”

“ลืมกระเป๋าตังไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมมาเอาเอาป่านนี้ล่ะ”

“……” ผมยังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น รู้สึกว่าหัวคิ้วเริ่มย่นเข้าหากัน

ผมมองหน้าพี่ชายของผมที่ยืนอยู่ตรงหน้า……ที่แก้มขวาช้ำจนม่วงบวม มุมปากก็เป็นแผลแตก พอมองไล่สายตาลงมาก็เห็นรอยช้ำที่แขนเป็นปื้น ไม่คิดว่าจะโดนมาหนักขนาดนี้

“นี่พีแคน จะเข้ามาเอาไหม หรือจะให้หยิบให้”

“สภาพนี้มันอะไร”

“ก็แค่ไปมีเรื่องมาเหมือนปกตินั่นแหละ ยังไม่ชินหรือไง”

“มีเรื่องกับพี่ไรย์อะนะ นี่ปกติจริงเหรอ”

พี่พีนัทชะงักไปกับคำพูดนั้น เขาหลับตาลง ถอนหายใจ ก่อนจะเมินหน้าหนีแล้วเดินกลับเข้าไปด้านในห้อง ในขณะที่ผมยังยืนจ้องเขาอยู่ตรงนั้น…..แค่เดินธรรมดายังดูไม่ปกติเลย เขาดูทิ้งน้ำหนักไปที่ขาซ้าย แขนขวาก็แทบไม่ขยับเลย

ผมเดินตามเขาเข้าไปก่อนจะพูดขึ้น “พี่ หยุดเดิน” แล้วก็แน่นอน เขาหยุดยืนนิ่งในทันที “มีแผลตรงไหนอีก แล้วเมื่อวานใครทำแผลให้”

“ทำไมต้องใครทำแผลให้ล่ะ มีแค่ที่หน้าเนี่ย” เขาชี้ไปที่แผลมุมปากของตัวเอง เขาหันมามองหน้าผมอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเพดาน ทีวี ตู้เย็น

“……” เชื่อก็บ้าแล้ว

“มีที่ไหล่ข้างขวา กับต้นขา…..แค่ช้ำ ๆ ถลอกนิดหน่อย แล้วจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“……”

“แค่นั้นจริง ๆ เลิกจ้องแบบนั้นได้แล้ว”

“ทำไมพี่ต้องไปหาเรื่องพี่ไรย์ด้วย เพราะพี่คิดว่าผมจะไปขออยู่กลุ่มพี่ไรย์จริง ๆ เหรอ พี่ไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าที่ผมพูดไปนั่นประชด”

“เรื่องนั้นพี่รู้ พี่ไม่ได้มีเรื่องกับไรย์เพราะพีแคนหรอก วางใจเถอะ แค่-……แค่ตอนนั้นเห็นหน้ามันแล้วมัน…..แล้วมันยั้งมือไว้ไม่ไหว” พูดแล้วแววตาของเขาเปลี่ยนไป ทั้งมือกำแน่น เขาดูโกรธ….เขาดูเจ็บปวด และเขากำลังหันกลับมามองที่ผม

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปหลังมือ

“เรื่องครั้งนี้ พี่ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวกับพีแคนนะ แต่ครั้งหน้า….ก็ไม่แน่ ไม่ใช่แค่ไอไรย์แต่ไม่ว่ากับใครก็ตาม ถ้าพีแคนคิดจะไปเข้ากลุ่มกับคนอื่น พี่ก็จะตามไปเอาเรื่องมัน”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่รับผมเข้ากลุ่มไปเสียก็จบ ๆ”

“งั้นไหน ลองต่อยมาสิ”

พี่พีนัทยกมือซ้ายขึ้นมาเป็นเป้า ผมจ้องเขานิ่ง กำหมัดแน่น ก่อนจะต่อยเข้าไปเต็มแรง แต่แล้ว….. “โอ๊ย!!” ผมร้องออกมาลั่น เมื่อจู่ ๆ พี่เขาก็กำมือทั้งมือของผมเอาไว้ กระชากมันเข้าหาตัวก่อนจะหมุนแขนผมไปข้างหลังแล้วล็อกเอาไว้แน่น

อีกนิดก็จะหักแขนผมแล้วมั้ง “พี่พีนัท!”

“สภาพอย่างนี้น่ะเหรอจะมาเข้ากลุ่ม ขนาดพี่เจ็บอยู่ยังจับล็อกได้ง่าย ๆ เลย ต่อยเมื่อกี้ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย อย่างนี้แล้วจะเข้ามาทำอะไร นั่งเล่นเหรอ พี่ว่าไม่ดีกว่ามั้ง”

“อย่ามาดูถูกผมนะ” ผมออกแรงกระตุกมือให้หลุดจากมือของเขา ก่อนจะรีบถอยตัวออกมา ผมมองเขานิ่ง รู้สึกว่าหัวใจมันเต้นเร็วขึ้น ไม่ใช่เพราะการออกแรงเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะคำพูดของเขา…..คำพูดแบบนี้อีกแล้ว

“พี่ไม่ได้ดูถูก พี่พูดเรื่องจริง……คนในกลุ่มของพี่ มันไม่ได้เหมือนในภาพจำของพีแคนหรอกนะ อย่าทำเป็นเล่นดีกว่า”

“งั้นพี่ก็คอยดูเถอะ” ผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าตังที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินออกไปจากห้องทันที

เหอะ! ท่าทางผมมันดูเหมือนเล่นมากเหรอไง ก็แค่คนมันยังไม่เคยไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจสักหน่อย ค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้เหรอ ทำไมต้องพูดจาบั่นทอนกันแบบนั้นด้วย…..แต่ก็เอาเถอะ ยังไงเมื่อวานผมก็ตกลงเรื่องฝึกกับพี่เนวี่ไปเรียบร้อยแล้ว แล้ววันนี้ก็เป็นนัดวันแรก

ตั้งตารอไว้นะพี่พีนัท ครั้งหน้าที่เราเจอกัน ผมจะต้องทำให้พี่ถอนคำพูดวันนี้ให้หมดเลย

 

แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องไปเข้าเรียนคาบบ่ายก่อน

วันนี้ถ้าจำไม่ผิดพี่รินเรียนคาบเช้าอยู่ที่ตึกเดียวกันหนิ รีบเดินไปดีกว่า ถ้าโชคดีอาจจะได้เจอกันที่โรงอาหารก็ได้

ผมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ผ่านไปไม่นานก็เดินมาจนถึงที่โรงอาหารตรงข้ามตึกเรียน ผมมองกวาดสายตาไปทั่ว ๆ ก็เห็นกลุ่มเพื่อนของผมนั่งกันอยู่ที่โต๊ะประจำ พอมองต่อไปอีกนิด ก็เห็นกลุ่มของพี่รินกำลังเดินไปเก็บจานกันอยู่ ทันกันฉิวเฉียดจริง ๆ ด้วย

พี่ริน เป็นรุ่นพี่ปีสองที่ภาควิชา แล้วก็เป็นดาวคณะด้วย จากเท่าที่เห็นมา เธอเป็นผู้หญิงที่ดูจะแก่น ๆ ซน ๆ นะ เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มสวย แต่ก็น่าแปลกจริง ๆ ที่ดันไปปลื้มกับพวกเลือดร้อนอย่างพี่ไรย์กับพี่พีนัท แต่ก็เข้าใจแหละ เพราะพวกเขาก็ดูเท่จริง ๆ

และนั่นก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมอยากจะเข้ากลุ่มพี่พีนัทให้ได้ เผื่อเธอจะได้หันมาชอบผมบ้าง 

“พี่ริน” ผมเอ่ยปากทัก อ๋า หัวใจเต้นเร็วจัง

“เอ้า พีแคน พึ่งมาเรียนบ่ายเหรอ”

“ครับ เอ่อ พี่ครับผมเห็นเพื่อนบอกว่าเดี๋ยวคณะเราจะมีน้อง ๆ มาดูเหรอ”

“ใช่ ๆ ข่าวไวจัง จริง ๆ พี่ก็ยังไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันนะ แต่เดี๋ยวใกล้ ๆ คงจะมีนัดประชุมกัน ไว้ถึงตอนนั้นก็มาด้วยล่ะ”

“ไปอยู่แล้วครับ”

“อื้อ ดีมาก งั้นเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ” แล้วเราก็โบกมือให้กันยิ้ม ๆ ก่อนที่พี่รินจะเดินห่างออกไป ในขณะที่ผมยังยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น ยกมือขึ้นบีบต้นคอเบา

อ๋า ทำไมถึงน่ารักจังเลย

รู้สึกว่าต้องหูแดงแน่ ๆ เลย  

ฮะ- พอหันไปมองเพื่อน ๆ ก็ทำหน้าทำตายิ้มกริ่มกันใหญ่ แล้วพอผมเดินไปเสียงแซวก็ดังขึ้นมากันเชียว “เห้ย ๆ เมื่อกี้ทำไรอ่ะ เห็นนะ” และก็แน่นอน มันก็…..เขินนั่นแหละ “เงียบไปเลยน่า”

 

 

แล้วช่วงเวลาของการเข้าเรียนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พอเลิกคลาสผมก็ขอแยกตัวกับเพื่อนทันที เมื่อวานนี้หลังจากที่ผมกับพี่เนวี่ทำข้อตกลงกัน ก็ยังนั่งคุยกันต่ออีกนิดหน่อยก่อนแยกย้าย แล้วก็ได้ตกลงกันเพิ่มเรื่องเวลาเข้าไปช่วยงานของผม เพราะว่าร้านเปิดตั้งแต่วันพฤหัส แต่ผมมีเรียนถึงวันศุกร์ ก็เลยจะกลายเป็นว่าสองวันนี้ผมจะมาเข้าร้านหลังเลิกเรียน แต่ถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ก็จะมาตั้งแต่เที่ยง

ผมใช้เวลาเดินไปที่ร้านกาแฟของพี่เนวี่ประมาณสิบห้านาที

ใช้พลังงานไปมากกว่าที่คิดเหมือนกันนะ กับอากาศร้อน ๆ แบบนี้ด้วยแล้ว

ผมเดินอ้อมไปด้านหลังร้าน พี่เนวี่บอกให้ผมเข้าออกจากทางนี้ จะได้ไม่เป็นจุดสนใจ…..

 

ไม่ใช่แค่ไอไรย์แต่ไม่ว่ากับใครก็ตาม ถ้าพีแคนคิดจะไปเข้ากลุ่มกับคนอื่น พี่ก็จะตามไปเอาเรื่องมัน

 

เสียงของพี่พีนัทดังซ้ำขึ้นมาในหัวของผม มือของผมจับค้างอยู่ที่ลูกบิดประตู ผมไม่กล้าเปิดเข้าไป…..มันจะดีแล้วจริง ๆ หรือเปล่าที่ผมทำแบบนี้ ถ้าเกิดเรื่องนี้แดงขึ้นมา พี่พีนัทจะมาหาเรื่องพี่เนวี่ไหม แต่ว่าที่ผมมานี่ ผมก็มาหาแค่พี่เนวี่คนเดียวนะ ไม่ได้คิดจะไปเข้ากลุ่มกับเขาสักหน่อย

แค่มาขอให้ช่วยฝึกเฉย ๆ เอง

ก็พี่พีนัทไม่ยอม-

“เอ้า! ยืนทำไรอะพีแคน ทำไมไม่เปิดเข้ามา” แล้วในขณะที่ผมยังคงตกอยู่ในภวังค์ ประตูก็ถูกดึงเปิดจากด้านใน พี่เนวี่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าผม เขามองหน้าผมสลับกับมือของผมที่ยังค้างอยู่ท่าจับกลอนสลับกับกลอนประตูอีกที “เมื่อกี้มันล็อกเหรอ”

“อ๊ะ! เปล่าครับ ผมแค่คิดอะไรอยู่นิดหน่อย”

“เข้ามาก่อนสิ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปด้านใน วางกระเป๋าสะพายเอาไว้ที่โต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ สักพักก็รู้สึกถึงลมเย็นที่เป่ามากระทบร่างกาย พอหันไปมองต้นทางก็เห็นพี่เนวี่ลากพัดลมไอเย็นหันมาให้ “คิดอะไรอยู่ล่ะ ให้ช่วยอะไรไหม”

“ผม….คือว่า ผมกลัวจะทำพี่เดือดร้อน”

“แล้วจะล้มเลิกความตั้งใจเหรอ”

“ไม่ครับ แต่กำลังคิดว่าบางทีถ้าไปขอให้คนในกลุ่มพี่พีนัทฝึกให้-….”

“ใครล่ะ”

“คือ….ผมไม่แน่ใจ ผมไม่ค่อยได้มาอยู่กับพี่พีนัทตั้งแต่ผมขึ้นมอต้นแล้ว แต่ถ้าเข้าไปคุยก็น่าจะมีสักคนที่พอจะช่วยได้ ผมจะไปลอง-”

“งั้นพี่ว่าอย่าดีกว่า ถ้าไม่รู้จักใครก็เสี่ยงเกินไปที่จะทำแบบนั้น ตั้งแต่ขึ้นมหาลัยพี่เห็นพีนัทรับคนใหม่เข้ากลุ่มมาค่อนข้างเยอะนะ แล้วแต่ละคนก็ค่อนข้างเอาเรื่อง พี่ไม่รู้ว่าธรรมเนียมในกลุ่มนั้นเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน แต่พี่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดีนะ แค่มันอาจจะไม่เหมาะกับคนที่เป็นมือใหม่ขนาดนี้”

“งั้นผม…..” จะทำยังไงดีล่ะ หมดทางแล้วนะ

ถ้าแม้แต่พี่เนวี่ก็ยังพูดถึงกลุ่มของพี่พีนัทแบบนี้ คงไม่ใช่ที่ที่จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปจริง ๆ นั่นแหละ

“เอาน่า ไม่ต้องคิดมากหรอก ก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ แค่ระวังให้ได้มากที่สุดก็พอ สุดท้ายถ้าความแตกจริง ๆ แล้วมันไปถึงหูพีนัทก็ไม่เป็นไร…..พี่จัดการได้ เชื่อสิ”

“ครับ….”

“จริง ๆ ปกติพี่ก็ไม่ฝึกให้ใครง่าย ๆ นะ พีแคนได้โอกาสแล้ว พี่ว่าอย่าปล่อยให้หลุดมือดีกว่านะ” เขาพูดแล้วยักคิ้วข้างเดียวให้ผมทีหนึ่ง เดินมาตบบ่าผมเบา ๆ ก่อนจะกลับไปประจำอยู่ที่เคาท์เตอร์หน้าร้าน

รู้สึกตัวอีกทีผมก็กำลังนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ผมกำมือแน่นแล้วชูขึ้นจนสุดแขน อยากจะร้องตะโกนออกมาดัง ๆ ให้สุดเสียง แต่ร้านค่อนข้างเงียบเลยทำได้แค่ร้องโวยวายในใจไปก่อน มันรู้สึกสบายใจมาก ๆ จริง ๆ นะ กับคำพูดของพี่เนวี่เมื่อกี้นี้

ถึงแม้ว่าผมจะยังนึกไม่ออกก็เถอะว่าถ้าเรื่องไปถึงหูพี่พีนัทขึ้นมาจริง ๆ แล้วพี่เนวี่จะรับมือยังไง แต่ผมก็เชื่อนะว่าเขาจะต้องจัดการได้แน่นอน

แล้วก็รู้สึกว่าคิดถูกจริง ๆ ที่เลือกมาหาพี่เนวี่เป็นคนแรก ถึงเมื่อวานตอนเจอกันทีแรกไปแจ็กพอตโดนตอนพี่เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีก็เถอะ ก็ใครจะคิดล่ะว่าพี่พีนัทกับพี่ไรย์จะพึ่งมีเรื่องกันไป แต่ก็นะ ขนาดนั้นแล้วสุดท้ายพี่เนวี่ก็ยังอุตส่าห์ยอมมาช่วย

พี่ก็เชื่อผมนะ แล้วผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน!

“พีแคน เลิกนั่งอู้ได้แล้ว มาล้างแก้ว”

ผมขานรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนที่หน้าที่ของผมเริ่มต้นขึ้น

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ผมแค่คอยล้างแก้วกับเครื่องปั่นที่พี่เนวี่จะคอยส่งมาให้ผ่านช่องเล็ก ๆ ที่เจาะเชื่อมเคาท์เตอร์รูปตัวแอลหน้าร้านกับซิงค์ด้านหลัง ผมลากเก้าอี้มานั่งประจำอยู่ตรงนั้น นาน ๆ ทีก็จะแอบโผล่หน้าไปดูข้างในร้าน รู้สึกว่าว่าลูกค้าหลัก ๆ แล้วจะเป็นนักศึกษาที่มอ แบ่งเป็นน่าจะครึ่งต่อครึ่งระหว่างคนที่มาซื้อกลับกับคนที่มานั่ง ในร้านคนไม่ได้เยอะจนแน่น แต่ก็มีคนเข้าออกอยู่แทบจะตลอด

 

“น้ำหน่อยไหม” พี่เนวี่เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับชาเขียวเย็นหนึ่งแก้วก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าผม โห! อยู่ที่นี่ได้กินชาเขียวทุกวันเลยเหรอ ดีจัง “ขอบคุณครับ”

ผมรับมาแล้วจึงยกขึ้นดื่มไปอึกใหญ่คลายความเหนื่อยล้าทั้งหมดของวัน ตอนนี้หกโมงแล้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้จะปิดรับออเดอร์แล้วด้วย เหลือแค่รอให้ลูกค้ากลับ ก็จะถึงเวลาฝึกกันแล้ว

“งั้นพีแคนดูร้านแปบนะ เดี๋ยวพี่ไปซื้อข้าวร้านข้างหลังมาให้” เขาบอกผมยิ้ม ๆ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินออกไปทางประตูหลังร้าน ผมมองตามหลังเขาไปจนกระทั่งสายตาไปหยุดนิ่งอยู่ที่ประตู…..พี่เนวี่ก็คือพี่เนวี่จริง ๆ แต่ว่ารู้สึกเกรงใจจัง

 

กริ้ง!

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ผมรอทิ้งระยะสักครู่แล้วจึงชะเง้อหน้าออกไปมอง ลูกค้ากลุ่มสุดท้ายออกไปแล้ว ผมกวาดสายตามองด้านนอกร้านเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าไม่มีคนรู้จักอยู่แถวนี้ ก่อนจะเดินออกไปเก็บแก้วกลับมา พอล้างแก้ว ทำความสะอาดซิงค์เสร็จเรียบร้อย พี่เนวี่ก็กลับมาพอดี พร้อมกับข้าวอีกสองกล่อง

ได้กลิ่นหอมฉุยมาเชียว

พี่เนวี่เดินไปในร้านปิดม่านกับล็อกประตูหน้า เรากินข้าวกัน เสร็จแล้วก็กลับเข้าไปทำความสะอาดแล้วก็เก็บร้านให้เรียบร้อย

 

แล้วก็ถึงเวลาเริ่มฝึกกันสักที

“มา วัดพื้นฐานกันหน่อย ลองต่อยมาสิ” พี่เนวี่ยกมือข้างขวาขึ้นมาให้เป็นเป้า แอบรู้สึกเหมือนเดจาวูกับพี่พีนัทเมื่อเช้ายังไงชอบกล เหอะ พอนึกถึงก็แอบหงุดหงิดขึ้นมาเลย

แต่ก็ช่างเถอะ

ผมกำมือแน่น ตามองไปที่มือพี่เนวี่เพื่อล็อกเป้า ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปเต็มแรง

“หึ!” แต่ทำไมพี่เนวี่ถึงหลุดขำออกมาอย่างนี้ล่ะ!

“พี่หัวเราะอะไรเนี่ย”

“ขอโทษ ๆ เนี่ย แค่ท่ายืนก็ผิดแล้ว ลองถอยเท้าขวาไปก้าวหนึ่งสิ ยกมือตั้งการ์ดขึ้นอย่างนี้ แล้วเวลาจะต่อยก็บิดตัวไปข้างหลังนิดหนึ่ง หายใจเข้า แล้วค่อยปล่อยหมัดออกมาเป็นเส้นตรง” เขาอธิบายพลางจัดท่าตั้งการ์ดของผมให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะถอยกลับไปยืนที่เดิม ยกมือขึ้นมาเป็นเป้าให้อีกครั้ง “อะ ลองต่อยมาใหม่”

ผมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อทำสมาธิ บิดตัวไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วง้างหมัด หายใจเข้า แล้วก็ปล่อยหมัดออกมาเป็นเส้นตรง

เสียงหมัดของผมที่กระทบมือของเขาดดังขึ้น

ทั้ง ๆ ที่ใช้แรงพอ ๆ กันแต่ว่ามันดูหนักแน่นขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว “เป็นไงบ้างครับ” ผมรีบถามกลับไป รู้สึกตาเป็นประกาย ไม่น่าเชื่อว่าเปลี่ยนท่าทางแค่นี้ก็จะทำให้ต่อยได้แล้ว

“อื้อ ดีขึ้น ลองต่อยมาเรื่อย ๆ ใช้ทั้งสองมือเลย สลับกัน แล้วจับจังหวะตัวเองดู” เขาพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เริ่ม ผมเองก็พยักหน้ารับก่อนจะเริ่มออกหมัด ต่อยซ้าย ขวา สลับกันไปเรื่อย ๆ แต่ก็นะพอมาต่อยมือซ้ายที่ไม่ถนัดด้วยแล้วก็ทำให้เสียจังหวะไปหมดเลย

ผมพยายามจับจังหวะตามที่พี่เนวี่บอก ผ่านไปสักสิบห้านาที มันก็พอจะจับจังหวะได้มากขึ้นนะแต่ว่าแรงก็เริ่มน้อยลงไปทุกที เห็นฝ่ามือพี่เนวี่เองก็เริ่มแดงเป็นจ้ำขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

“สมาธิเริ่มหลุดแล้วนะ”

“ยังครับ ผม-…….อ๊ะ!” ผมรีบชักมือกลับมาบังหน้าทันทีเมื่อจู่ ๆ พี่เนวี่ก็ปัดหมัดของผมออกแล้วตั้งท่า ต่อยสวนกลับมา และถึงผมจะยกมือขึ้นมากันทันก็เถอะ แต่ว่าแรงส่งจากหมัดของพี่เขาก็มากเกินกว่าที่ผมจะต้านไหว จนเซถอยไปด้านหลัง

แย่ล่ะ! จะล้ม

“อย่าทิ้งตัวไปอย่างนั้นสิ เดี๋ยวก็ล้มไปโดนโต๊ะจนได้” พี่เนวี่คว้าแขนของผมเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด เขารอให้ผมทรงตัวมั่งคงแล้วจึงปล่อยมือออก “เป็นไง หมดแรงแล้วล่ะสิ”

“ฮะ ๆ ครับ” ผมยอมรับไปแต่โดยดี ก่อนจะถอยไปพิงกับโต๊ะที่อยู่ด้านหลัง “เห็นพี่ก็มือแดงแล้วนะ เจ็บหรือเปล่า”

“อ่อ ไม่ได้เจ็บหรอก แค่ชา ๆ นิดหน่อย ก็นะ พี่ไม่มีเป้ามืออ่ะ แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้จะให้เอาแต่ต่อยอย่างนี้ไปตลอดหรอก วันนี้แค่จะลองวัดพื้นฐานดูเฉย ๆ ถ้าพีแคนพอจับจังหวะได้แล้ว พี่จะปล่อยให้พีแคนต่อยแบบฟรีละกัน จะได้เหมือนเวลาต่อยจริง ๆ”

“แสดงว่าพรุ่งนี้ผมก็เริ่มแบบนั้นได้เลยเหรอ”

“อื้อ แบบนั้นพี่ว่าน่าจะดีกว่า อืม…..แต่คงต้องใช้พื้นที่มากกว่านี้หน่อย” เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรจริงจัง “งั้นไว้ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปฝึกที่ห้องพี่ละกัน”

“ครับ ได้เลยครับ”

“หายเหนื่อยหรือยังละ มาต่อได้แล้ว แล้วตั้งสติดี ๆ ด้วยล่ะ ถ้าหลุดเมื่อไหร่ พี่จะต่อยกลับนะ”

ผมพยักหน้ารับแทนคำตอบ แล้วการฝึกในครึ่งหลังของเราก็ได้เริ่มขึ้น คราวนี้ผมรู้สึกว่าผมจับจังหวะตัวเองได้มากขึ้น อาจจะเพราะผมมีสมาธิจดจ่อมากขึ้นด้วยมั้ง แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องออกแรงมากขึ้นจากการที่พี่เนวี่เริ่มออกแรงผลักหมัดของผมกลับมาหน่อย ๆ เวลาปะทะกัน

 

แล้วเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ฟ้าข้างนอกน่าจะเริ่มมืดแล้ว ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง เหงื่อเปียกชุ่มเสื้อไปหมด รู้สึกหนักตั้งแต่แขนไปถึงตา ไม่ได้ใช้แรงเยอะขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย……เอ…..หรือบางทีอาจจะไม่เคยเลย

“นี่พีแคนอย่าพึ่งหมดแรง ยืดกล้ามเนื้อก่อน”

“ไม่ไหวแล้วอ่ะพี่”

“เนี่ย บอกให้เลิกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วก็ไม่เชื่อ นี่ นั่งตัวตรง ๆ หน่อย” พี่เนวี่ดันหลังเบา ๆ ผมให้ยืดตัวขึ้น ก่อนจะจับแขนทั้งสองข้างผมยกขึ้นเหนือหัว งอศอก แล้วดันไปฝั่งตรงข้ามเบา ๆ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ปวดตัว”

“ครับ ๆ” แล้วผมก็ต้องยืดกล้ามเนื้อต่อเองอย่างขัดไม่ได้

“เอ้อ! แล้วพีแคนจอดรถไว้ไหนเหรอ เมื่อกี้ตอนออกไปซื้อข้าวไม่เห็นมีรถจอดอยู่เลย”

“ผมไม่มีรถครับ”

“อ่าว แล้วเมื่อวานที่กลับไปก่อนนี่ เดินกลับเหรอ”

“ครับ”

“แล้วทำไมไม่บอก จะได้ไปส่ง อยู่หอเดียวกับพีนัทหรือเปล่า”

“เปล่าครับ พี่พีนัทเค้าอยู่กับเพื่อนอีกสองคน ส่วนผมอยู่หอตรงหลังมอ ไม่ได้ใกล้กันเลย”

“อ่าวเหรอ งั้นไว้บอกทางมาละกัน เดี๋ยวไปส่ง” เขาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนทุกที เรานั่งพักต่อกันอีกครู่หนึ่งก่อนจะเก็บของแล้วเดินทางกลับ พี่เนวี่มาส่งผมถึงที่หน้าหอ ผมกลับขึ้นห้องแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนทันที กิจกรรมของวันนี้ก็จบลงแล้ว มันเหนื่อยมากจริง ๆ แต่ก็รู้สึกสนุกมาก

แล้วมันก็ทำให้ผมนึกถึง…..

 

..............................................................

 

ตอนหน้ามาวันอังคารนะคะ ไปดูตัวอย่างกันสักเล็กน้อยยย

 

ตัวอย่างตอนที่ 3#DECDBE Sand Dollar

 

“นี่พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวเหรอ?”

 

“เออนี่ พีแคนดื่มหรือเปล่า”

 

“ได้กลับมาอยู่กับพี่แบบนี้แล้ว…..คิดถึงเมื่อก่อนเนอะพี่”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น