UnTwins :: อยากให้เราไม่เหมือนกัน ll #MarkBam [END]

ตอนที่ 5 : 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

04

            ม่านไม่ยอมรับโทรศัพท์เลย...

            ผมพูดด้วยเสียงเบาๆขณะที่มือก็ถือโทรศัพท์ มันกำลังโทรออกไปโดยไร้การตอบรับ ในไม่กี่วินาทีต่อมาก็รู้สึกได้ถึงการยุบลงไปของเตียงอีกฝั่ง

            หมอก...เค้ากลัวม่านจะเป็นอะไร

ถ้าม่านกลับไปที่นั่นอีก...ถ้าเกิดว่..

            เป็นหมอกที่ทำให้บทสนทนามันหยุดชะงักลง เมื่อหมอกหยิบโทรศัพท์ออกไปจากมือของผม หมอกวางลงไปบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงมานอนข้างๆผม

            เลิกคิดนะ

            “…”

            ถ้ามันคิดไม่ได้ก็ไม่มีใครช่วยมันได้...

            หมอกเขยิบเข้ามาใกล้ผมที่นอนตะแคงมองทุกอิริยาบถของหมอกอยู่ มือหนายกขึ้นมาลูบเบาๆบนศีรษะของผมก่อนจะจับปอยผมทัดไว้หลังใบหู ปลายนิ้วอุ่นๆเกลี่ยเบาๆอยู่บนแก้มของผมในยามที่เราต่างไม่พูดอะไรออกมา

            เธอ...ปลายนิ้วยังคงเกลี่ยวนเบาๆอยู่ที่จุดเดิมจนผมเริ่มไม่กล้าสบตาเวลาที่หมอกมองผมไปพร้อมๆกับสัมผัสที่อ่อนโยนแบบนี้

            “…”

            เราไม่ชอบที่รอยยิ้มมันหายไปเลย

            “…”

            อย่าผิดสัญญาบ่อยนักสิ

            หมอกยังจำเรื่องเก่าๆได้ไม่ต่างไปจากผมเลย ประโยคก่อนที่หมอกจะหายไป ประโยคบอกลาในสามปีที่แล้ว มันมีเรื่องของรอยยิ้ม....รอยยิ้มที่หมอกให้ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้มันหายไปจากใบหน้าของผมเอง แต่ก็เป็นผมนั่นแหละที่ผิดสัญญาตั้งแต่วันแรกที่หมอกไป หมอกรอบๆตัวผมมันจางหายไปหมดแล้วตั้งแต่วันนั้น

            เอารอยยิ้มบางส่วนของผมตามไปด้วย...

            ก็แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะรอยยิ้มอีกส่วนมันก็ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่อยู่ข้างกายของผมเสมอมา

            กลับกันในเวลานี้ คนที่เป็นรอยยิ้มส่วนนั้นกลับเป็นคนที่หายไปเสียเอง

            รอยยิ้มที่ไม่เคยสมบูรณ์แบบ มันคงเป็นรอยยิ้มที่สวยไม่ได้หรอก...ขอโทษด้วยนะหมอก ที่รักษาสัญญาเอาไว้ไม่ได้เลย

            เช้าวันใหม่ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง...แล้วพบว่าเป็นหมอกที่โอบกอดผมอยู่รอบตัว มันเป็นวันที่อากาศค่อนข้างดีสำหรับคนที่ชอบอากาศหนาวๆแตกต่างจากผมที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก ผมดึงผ้าห่มเข้ามากระชับตัวให้แน่นขึ้นเพราะเปลือกตาที่ยังหนักๆทำให้ยังไม่อยากลุกขึ้น ใบหน้าและปลายจมูกที่เริ่มคัดซุกลงไปหาความอบอุ่นจากอีกหนึ่งร่าง เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าของร่างๆนั้นก็กระชับวงแขนเข้ามาเหมือนรู้งานทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ร่างทั้งสองของเราที่กอดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนามันช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับผมได้มากขึ้น

            ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าหมอกหายไปแล้ว บางทีหมอกอาจจะกลับไปที่ห้องของตัวเองหรืออาจจะลงไปทำอะไรสักอย่างอยู่ข้างล่าง ผมทำเพียงแค่แปรงฟันล้างหน้าแล้วพาตัวเองเดินเขย่งปลายเท้าลงไปข้างล่าง ที่เลือกไม่ไปหาหมอกที่ห้องก็เป็นเพราะว่าถ้าหมอกอยู่ที่ห้องมันคงแปลว่าหมอกคงอยากที่จะใช้เวลาเป็นส่วนตัว

            อ้าวหมอก

            ผมเรียกเจ้าของชื่อด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าหมอกกำลังทำอะไร เกือบลืมไปเลยว่าพวกเศษแก้วพวกนั้นมันยังไม่ถูกจัดการเก็บกวาดตั้งแต่เมื่อคืน

            หมอก...

            เดี๋ยวเค้าช่วยนะ

            ผมคิดว่าเราควรเอาไม้กวาดมากวาดดีกว่าต้องมาเก็บที่ละชิ้นแบบนี้ มันอาจจะบาดมือได้

            ไม่ต้อง...

               ออกไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

            หมอกเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาที่คล้ายว่ากำลังจะดุเพราะผมไม่ยอมเดินออกไป พอเห็นแบบนั้นก็เลยยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี

            แผลเป็นยังไงบ้าง

            ผมสะดุ้งขึ้นเพราะเสียงที่ดังขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ระหว่างที่ท้าวคางอยู่บนโต๊ะก็ช้อนตาขึ้นไปมองเจ้าของเสียง เมื่อครู่ผมมัวแต่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อยเลยกลายเป็นการเหม่อลอย

            ก็ไม่ค่อยเจ็บแล้วนะ แต่ก็ปวดนิดๆเวลาเดิน

            หมอกไม่ได้พูดอะไรแต่ก็มองต่ำลงไปยังบริเวณใต้โต๊ะ ที่จริงผมยังไม่ได้ทำแผลใหม่เลยกะว่าไว้อาบน้ำเสร็จค่อยทำทีเดียว

            หมอกกลับมาพร้อมกับกาแฟร้อนของตัวเองและโกโก้ร้อนของผมอย่างละแก้ว ไอควันที่พวยพุ่งออกมาจางๆที่ผมค่อยๆสูดเข้าไปนั้นก็ทำให้เกิดความรู้สึกดีขึ้นมาได้อีกเท่าตัว ผมมองคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามในขณะที่ตัวเองก็จับหูถ้วยโกโก้ทั้งสองข้างแล้วจิบคลอไปด้วย จนหมอกน่าจะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกผมมองอยู่ก็เลยละสายตาขึ้นมาจากหนังสือที่คว้าเอามาแถวๆนั้น

            เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาจนผมจิบโกโก้ไปอีกสองอึกก็แล้ว หมอกวางถ้วยกาแฟลงพร้อมกับหนังสือเล่มเดิม อยู่ๆก็ยื่นใบหน้าเข้ามาจนผมตกใจ ดีที่ไม่ปล่อยแก้วโกโก้ของตัวเองจนหลุดมือไปก่อน หมอกโน้มตัวจนร่างเกือบราบไปกับโต๊ะ จ่อใบหน้าเข้ามาเกือบจะชิดไม่นานก็ใช้ปลายนิ้วกดอยู่ที่มุมปากของผม

            อายุเท่าไหร่แล้ว ทำไมยังกินให้เลอะ

            ผมนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้หลังจากที่เสียงทุ้มกระซิบแผ่วๆอยู่ข้างๆใบหู ไม่ใช่เป็นเพราะคำพูดอย่างเดียวแต่เพราะปลายนิ้วที่เกลี่ยสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคราบโกโก้ที่ผมกินจนมันเปื้อนอยู่บนริมฝีปาก

            หมอกก็...จำอายุเค้าไม่ได้จริงๆเหรอ

            ผมเปิดประเด็นใหม่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองเอาไว้ ก็เขินทั้งการกระทำและการที่ถูกแซวไปในตัวนั่นแหละ

            ทำไมจะจำไม่ได้...

ที่มาก็เพราะวันเกิด

            ผมมองคนที่ขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิม หมอกหยิบหนังสือที่วางลงไปเมื่อครู่ขึ้นมาแล้วกรอกสายตาลงไปบนหน้าหนังสือแทน แต่หมอกกำลังทำให้ผมค่อนข้างประหลาดใจ

            ที่หมอกกลับมานี่ตั้งใจจะมาวันเกิดผมจริงๆเหรอ...แล้วทำไมไม่เห็นหมอกพูดถึงเลยสักนิด

            ม่านไม่ได้บอกเธอเหรอว่าเราจะมา แต่มันก็ไม่ทันอยู่ดี

            ผมไม่รู้ว่าอยู่ๆก็รู้สึกโหวงๆขึ้นมาเพราะชื่อของคนในบทสนทนาหรือเพราะอย่างอื่นกันแน่ แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าหมอกตั้งใจจะกลับมาในวันเกิดของผม แปลว่าม่านก็รู้แต่ม่านไม่ยอมบอกผมอย่างนั้นเหรอ หรือม่านเองก็อาจจะลืม

            ช่างมันเถอะ

เลิกทำหน้าตกใจแบบนั้นได้แล้ว

            อ๋อ...อื้อ...เค้าก็แค่งงๆนิดหน่อย

            ผมไม่คิดคาดคั้นอะไรกับหมอกต่อเพราะคำว่าช่างมันเถอะก็คงแปลได้ตรงตัวว่าหมอกอยากที่จะจบการสนทนาประเด็นนี้ลงแล้ว แก้วโกโก้ถูกผมยกขึ้นอีกครั้ง จิบมันไปอย่างเงียบๆโดยที่เราสองคนต่างคนต่างกลับไปอยู่ในโลกของตัวเอง

            .

            .

            .

ฮัลโหล...เฮียแจ็ค นี่แบมเองนะ

ม่านอยู่กับเฮียไหม

            ผมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ทันทีที่ปลายทางมีการตอบรับ ตอนนี้ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าจะติดต่อม่านได้ยังไงนอกจากลองโทรหาเฮียแจ็คสันที่เป็นเพื่อนของม่านที่ผมพอจะติดต่อได้ ผมนั่งลงไปบนเตียงหลังจากที่จัดการชำระร่างกายและทำแผลจนเสร็จ ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดทั้งมวล ความโหวงในใจมันก็รวมอยู่ที่เรื่องๆเดียว

            เหี้ยม่าน...เมียมึงโทรมาว่ะ

ม่านอยู่กับเฮียแจ็คจริงๆจากที่ผมได้ยินเฮียเรียกหาม่าน แม้จะไม่ชินกับการใช้สรรพนามนัก มันแปลกๆที่ต้องมาถูกเรียกแบบนี้ทั้งๆที่ม่านกับผมเรายังไม่ได้ตกลงกันเรื่องสถานะ ผมชั่งใจไม่ทักท้วงอะไรออกไปเอาแต่รอว่าม่านจะมารับโทรศัพท์ผมหรือเปล่า

เอ่อ...แบม

อื้อ...

ยังเป็นเสียงเฮียแจ็คที่ตอบกลับมา น้ำเสียงดูลังเลอะไรสักอย่างจนผมเริ่มคิดว่าสิ่งที่คาดหวังมันจะเป็นไปได้ยาก

ไอม่านมันยังไม่ว่างคุยน่ะ

อ๋อ...อื้อๆ...

ผมพยายามควบคุมปลายเสียงไม่ให้สั่น ผมรู้ว่าม่านไม่ได้ไม่ว่างหรอก ม่านไม่อยากคุยกับผมต่างหาก แต่ก่อนจะวางผมก็ยังอยากถามอะไรเฮีย อย่างน้อยจะได้รู้ว่าม่านเป็นยังไงบ้าง

เฮียๆแบมขอถามอะไรหน่อยสิ

อ่าๆ...ว่า...

ม่านเป็นไงบ้างเหรอเฮีย แล้วม่านทำอะไรอยู่...เฮียเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา

สนใจมันด้วยเหรอ

ผมคิดว่าเฮียน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ผมเม้มริมฝีปากตัวเองในระหว่างที่กำลังคิดหาคำพูดที่จะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ

 เฮีย...แบมไม่รู้จะทำยังไงดี

เอางี้แบมแบม...

ถ้าแบมแบมไม่อยากให้มันยุ่งแล้วเฮียจะช่วยดึงมันออกมาให้เลิกสนแบมแบมเองดีมั้ย

...

ผู้หญิงที่เฮียรู้จักก็มีพอที่จะแนะนำมัน มันจะได้ไม่ต้องกลับไปสร้างความลำบากใจให้แบมแบมไง

คำว่าผู้หญิงที่เฮียกำลังพูดออกมามันทำให้ผมจิตตกและกังวลไปไกล ความโหวงในใจและความอ่อนแอที่พยายามจะควบคุมมันก็ยิ่งทำได้ยากยิ่งขึ้น

...เฮียทำไมพูดแบบนี้ล่ะ

ก็ไม่ดีเหรอ แบมจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับมัน ไอเหี้ยม่านก็จะได้ไม่ต้องมาเจ็บแบบนี้

เฮียว่าแบบนี้มันก็ดี

ล... ..แล้วม่านล่ะเฮีย...

ผมพยายามควบคุมตัวเอง แต่กับเรื่องม่านแล้วมันค่อนข้างยากเสมอ ปกติแล้วถ้าผมเสียใจก็เป็นม่านที่เข้ามาช่วยปลอบ ถ้าเฮียทำแบบนั้นจริงแล้วม่านชอบแบบนั้น ผมคงห้ามอะไรม่านไม่ได้ใช่มั้ย...มันเหมือนกรรมตามสนองเลย ผมไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอะไรม่านแบบนั้นได้หรอก กลับมามองที่ตัวผมเองมันก็เป็นเพราะผมที่พูดกับม่านออกไปแบบนั้น ถ้าม่านจะไปจริงๆ...มันก็ไม่ใช่ความผิดของม่านเลยสักนิด

ไม่ต้องห่วงมันหรอก

ผมพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองไว้ จะบอกออกไปว่าผมอยากให้ม่านกลับมาผ่านเฮียก็คิดว่ามันคงดูเห็นแก่ตัวเกินไป

ถ้าม่านอารมณ์เย็นแล้วให้โทรหาแบมหน่อยนะเฮีย....

ข... ขอบคุณครับ

บทสนทนาจบลงไปพร้อมกับการที่ผมรู้ว่าม่านจะไม่กลับมาในเร็วๆนี้ ผมทิ้งโทรศัพท์วางมันไว้ข้างๆตัวอย่างไร้ความหมาย ทิ้งตัวลงไปบนฟูกเตียงปล่อยให้อารมณ์ของตัวเองมันเป็นไปในทิศทางของมัน ในเมื่อตอนนี้มันเหลือผมอยู่คนเดียวแล้ว ไม่ต้องกลัวใครจะรู้จะได้ยินได้เห็นไอพวกน้ำตาที่มันไหลออกมาอย่างต่อเนื่องเหล่านั้น สิ่งที่ห่วงมันก็มีอยู่มาก...สิ่งที่ยังกังวลและสิ่งที่กลัว ผมรู้ดีว่าผมไม่สามารถจะทำอะไรได้และไม่สามารถที่จะเหนี่ยวรั้งม่านเอาไว้ได้เลย

แกร่ก...

ผมสะดุ้งเบาๆเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู คิดว่าต้องเป็นหมอกแน่ๆเพราะนอกจากเราแล้วก็ไม่มีใคร ผมรีบหันหลังตะแคงไปทางหน้าต่างก่อนเพราะกลัวหมอกจะเห็นหน้าของผมตอนนี้ ผมกระชับผ้าห่มเข้าหาตัวก่อนจะกดใบหน้าของตัวเองลงไป

เธอ...

เสียงทุ้มแผ่วข้างๆทำให้ผมรู้ว่าหมอกลงมานอนอยู่ข้างๆกันแล้ว

อื้อ...

ผมได้แต่ส่งเสียงที่ปรับให้เป็นปกติแล้วกลับไป แต่ใบหน้าก็ยังซุกอยู่กับผ้าห่มผืนนั้น

หมอกไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เงียบหายไปจนผมเดาไม่ถูกว่าเจ้าตัวกำลังทำอะไร...แต่ไม่นานสัมผัสใหม่ก็แตะเข้ามา หมอกสวมกอดเข้ามาจากด้านหลัง มันสร้างความอุ่นใจได้มากขึ้นจริงๆเวลาที่หมอกทำแบบนี้

หันหน้ามานี่...

หมอกคงรู้แล้วว่าผมเป็นอะไร แค่เพียงผมขยับและหันหน้าไปตามคำบอกศีรษะของผมก็ถูกกดให้จมลงไปบนตัวของหมอก นาทีนั้นผมไม่คิดถึงความอายอีกแล้ว กดใบหน้าลงไปบนอกที่อุ่นเหลือเกิน ผมกระชับแขนเสื้อของคนที่กอดผมเอาไว้อย่างแนบแน่น รู้สึกได้ว่าร่างกายตัวเองมันสั่นไปพร้อมกับแรงสะอื้น ยิ่งผมสะอื้นแรงเท่าไหร่หมอกก็ยิ่งกอดผมแน่นขึ้นเท่านั้น

ไม่เป็นไรนะ

ผมได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแม้ไม่เห็นหน้าก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านร่างกาย มือหนาลูบไปตามกลุ่มผม โอบกอดรอบกายให้รู้ว่าหมอกจะอยู่ตรงนี้กับผม...

แต่ไม่นานสัญญาณที่ส่งออกมาเป็นเสียงก็ทำให้เราต่างสะดุ้ง ผมกับหมอกผละออกจากกันเมื่อเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่ผมทิ้งไว้ใกล้ๆดัง ผมปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์เข้ามาดูเพียงเพราะคิดว่าเจ้าของสายที่โทรมานั้นจะเป็นม่าน

แต่พออ่านชื่อที่ปรากฏแล้วใจที่เต้นผิดปกติมันก็กลับมาโหวงเหมือนเดิมแต่ก็มีความแปลกใจที่แทรกเข้ามาด้วย

คุณนายเมทินี

ผมอ่านชื่อนั้นในใจ คุณนายเมทินีเธอเป็นผู้ใหญ่ที่ผมทั้งรักและเทิดทูนที่สุดในชีวิตและอีกคนก็คือลุงเชนซึ่งท่านทั้งสองคือคุณพ่อและคุณแม่ผู้ให้กำเนิดม่านและหมอก

คุณป้าโทรมาน่ะหมอก

ผมบอกหมอกก่อนเพื่อให้หมอกรู้ ก่อนจะสไลด์ปลายนิ้วลงไปบนแป้นโทรศัพท์

 สวัสดีฮะคุณป้า

.

.

.

ใครจะไปรู้ว่าการที่คุณป้าโทรหาผมในครั้งนี้จะเป็นการที่คุณป้าบอกให้ผมลงไปหาที่หน้าบ้าน ถึงผมจะค่อนข้างแปลกใจแต่ก็รีบล้างหน้าล้างตาแล้วพากันลงไปข้างล่างด้วยกันกับหมอก

คุณป้า

ผมรีบโผเข้ากอดผู้หญิงที่ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู เธออ้าแขนรอตั้งแต่ที่ผมเดินลงมาจากบันได คุณป้าหอมผมเต็มฟอดเมื่อผละร่างกายออกจากผม หลังจากนั้นก็พิจารณาใบหน้าของผมจนผมนึกได้ว่าตัวเองเพิ่งจะร้องไห้เสร็จไป ไม่รู้ว่าคุณป้าจะมองออกหรือเปล่า

หมอก...

กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่แล้วคุณป้าก็พุ่งสายตาไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผมแทน


*

ม่านกลับมาที่นี่ได้สักทีเพราะการกลับมาของคุณป้า เป็นผมที่โทรกลับไปหาเฮียแจ็คอีกครั้ง เพราะถ้าคุณป้ารู้ว่าม่านไม่อยู่นี่ที่กับผมจะเป็นเรื่องใหญ่ และถือเป็นโชคดีเช่นกันที่ม่านยอมกลับมา...เพราะคุณป้า

มื้ออาหารเย็นที่บ้านพักตากอากาศวันนี้จึงมีคุณป้า หมอก ม่าน แล้วก็ผม ก็นานแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ แต่ที่ขาดไปก็คงเป็นลุงเชนที่อยู่ที่ต่างประเทศ

ม่าน...

ผมชำเลืองสายตาไปทางเจ้าของชื่อที่คุณป้าเรียก ม่านค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเลิกคิ้ว

แกเป็นอะไร

ม่านเขี่ยข้าวในจานไปมาอยู่หลายครั้งก่อนจะพูด

ผมจะเป็นอะไร ก็เป็นลูกแม่ไง

ผมถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกเบาใจลงเมื่อม่านยอมพูดอะไรออกมาบ้าง ถึงแม้จะไม่ใช่กับผมก็ตาม

หลังอาหารมื้อค่ำทั้งม่านและหมอกต่างก็แยกย้ายกลับขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง ส่วนผมออกมานั่งเล่นอยู่ที่เก้าอี้ริมสระน้ำกับคุณป้า

มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าลูกหมู บอกป้าได้นะ

เปล่าฮะ...

ผมส่ายหน้าพลางยิ้มกลับไป

เอ๊ะ...จริงสิ ป้าว่าจะถามตั้งแต่มา

เท้าเราไปโดนอะไรมา

ผมก้มต่ำมองลงไปตามสายตาของคุณป้า ไม่นานก็ตอบคำถามกลับ

อ๋อ...หมูซุ่มซ่ามเอง เดินไม่ระวังน่ะฮะ ไม่มีอะไรหรอก

เฮ้อ...เราน่ะจริงๆเลยนะ แบบนี้จะไม่ให้ป้าคอยห่วงเทียวไปเทียวมาได้ไงล่ะ

คุณป้าพูดพลางลูบหัวผมคลอไปด้วย

อื้อ...หมูขอโทษฮะ หมูจะระวังน้า

ให้มันจริงเถอะ

ผมยู่ปากน้อยๆพร้อมกับก้มหน้าลงไป ทำให้คุณป้าเป็นห่วงแบบนี้ก็รู้สึกอดเกรงใจไม่ได้ คุณป้าดีกับผมมากๆเลย ทั้งๆที่ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่ท่านก็เลี้ยงดูอุปการะผมไม่ต่างจากลูกแท้ๆทั้งม่านและหมอก

ลูกหมู...

ฮะคุณป้า...

ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปเมื่อคุณป้าเรียกชื่อ ที่จริงผมไม่ได้ชื่อหมูหรอก แต่คุณป้าท่านติดเรียกมาจากม่านก็เลยเรียกตามๆกันเกือบทั้งบ้านมีแค่หมอกที่เรียกผมว่าเธอ

ป้าไม่สบายใจเลยที่หมอกกลับมา

คุณป้าถอนหายใจเป็นการยืนยันในสิ่งที่พูดได้อย่างชัดเจน พอเข้าประเด็นนี้ทีไรมันทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้องไปด้วย

ป้าไม่รู้จะทำยังไงกับลูกคนนี้แล้วจริงๆ ส่งไปเรียนที่อื่นก็แล้วก็ไม่เอา ที่นั่นก็ไม่อยู่ ที่นี่ก็ไม่ชอบ

แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะเรียนจบกับเขา เผลอๆลูกหมูน่ะเรียนจบก่อนหมอกอีกนะป้าว่า

ผมเข้าใจถึงความเป็นห่วงของคุณป้านะ...แต่ใจผมก็เข้าใจว่าหมอกก็ต้องมีเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน ผมเลยไม่รู้จะออกความเห็นออกไปยังไงดี

คุณป้าลองคุยกับหมอกอีกทีไหมฮะ เผื่อบางทีหมอกจะได้บอกว่าหมอกอยากเรียนที่ไหน

บางทีที่ๆหมอกไปหมอกอาจจะไม่ชอบก็ได้นะฮะ

คุณป้าส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจนัก

ไม่ได้แล้วล่ะลูกหมู ยังไงหมอกก็ต้องจบที่นี่สักที เหลืออีกแค่ปีเดียวป้าไม่ยอมให้หมอกไปเริ่มใหม่อีกแล้วนะ

นั่นสิ...อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว ถ้าหมอกเรียนจบบางทีหมอกก็อาจจะกลับมาที่นี่ไม่ต้องไปไหนอีก

พูดไปหมอกก็ไม่ฟังป้าหรอกนะ...ป้าอยากให้ลูกหมูช่วยพูดกับหมอกให้หน่อย...

“…”

บอกให้หมอกกลับไปเรียนให้จบทีนะลูก

แต่...คุณป้าฮะ...

มีแค่หนูคนเดียวที่หมอกยอมฟัง ช่วยป้าได้มั้ยลูก

ผมไม่ได้รับปากว่าผมจะทำได้ คุณป้าอาจจะรู้สึกได้ว่าผมค่อนข้างลำบากใจก็เลยชวนเปลี่ยนประเด็นคุยเรื่องอื่นถามสารทุกข์สุขดิบกันไปด้วย

ป้าว่าเราเข้าบ้านขึ้นนอนกันดีกว่า ดึกแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย

นั่นสิฮะ คุณป้าเดินทางมาเหนื่อยๆด้วย

เราสองคนพากันลุกขึ้นก่อนที่คุณป้าจะจับมือผมแล้วพากันเดินไปตามทาง

แล้ววันนี้ม่านนอนกับหมูหรือเปล่า

อ๋อ...ไม่รู้สิฮะ

ผมตอบไปไม่เต็มเสียงนัก ไม่รู้แบบนี้คุณป้าจะสงสัยว่าเรากำลังทะเลาะกันหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นปกติแล้วคุณป้าจะรู้ว่าม่านต้องนอนเป็นเพื่อนผมเสมอ

อ้าว...ทำไมไม่รู้ หรือว่าทะเลาะกัน

ป...เปล่าหรอกฮะ หมูบอกม่านว่าอยากลองฝึกนอนคนเดียวให้ได้

จริงเหรอ...

คุณป้าถามย้ำกลับมา ถึงกับหยุดเดินจนผมต้องหยุดตาม

จริงสิฮะ

ผมทำเสียงขี้เล่นกลับไปบ้าง ให้คุณป้าเข้าใจว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ

หมูง่วงแล้วเนี่ย อยากนอนคนเดียวใจจะขาดเลยเชื่อซี่

จ้าๆ แต่ป้าไม่เชื่อหรอกนะว่าเราน่ะจะนอนคนเดียวได้ เดี๋ยวก็ต้องไปเคาะประตูเรียกม่านมันอยู่ดี

คุณป้าพูดอย่างอารมณ์ดีกลับมาบ้าง มันทำให้ผมโล่งไปโดยปริยาย คุณป้าเป็นฝ่ายช่วยพาผมเดินมาจนถึงประตูห้องเพราะเห็นว่าขาของผมยังเจ็บอยู่ ผมบอกฝันดีคุณป้าก่อนจะปิดประตูแล้วเข้ามาในห้อง พอหันกลับมาแล้วเห็นคนที่นั่งอยู่บนเตียงก็สะดุ้งโดยอัตโนมัติ

ม่าน...

ผมเอ่ยเบาๆเรียกเจ้าของร่างที่มองมาที่ผม

 

To Be Continued


Tk: จำที่เราเคยเกริ่นๆได้ไหมว่าเราอาจจะแต่งเรื่องนี้ให้ยัยท้อง ซึ่งตอนนี้เราก็ตัดสินใจแล้วนะว่าจะให้ยัยหมูมีน้อง ก็เลยจะมาบอกไว้ก่อนเผื่อใครไม่โอเคกับแนว Mpreg จะได้ตัดสินใจว่าจะอ่านหรือไม่อ่านต่อนะคะ

ปล. ขอบคุณ opv ประกอบจาก คุณ  ด้วยนะคะ ชอบมากๆเพิ่มความอินเข้าไปอีก อย่าลืมแวะเข้าไปดูกันน้าตัวเอง

#UnTwins93

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,078 ความคิดเห็น

  1. #2016 Zevaaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 20:02
    สงสารหมอกอ่ะ แต่ทีมม่าน อิอิ
    #2,016
    0
  2. #1815 phung25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:27
    อ่านมา 4 ตอนละ รู้สึกเหมือนแบมโลเล ประมาณว่า รักพี่เสียดายน้อง แบบงี้หรา อึดอัดอะ มันบอกไม่ถูก อ่านเครียดไป แต่เราก้อจะอ่านจนจบ 555
    #1,815
    0
  3. #1768 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:22
    ฮือออออ
    #1,768
    0
  4. #1762 pk2087 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 18:51

    เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้ 4ตอนแล้วก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ มันจะเป็นยังไงกันต่อนะ

    #1,762
    0
  5. #1687 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 14:29
    เดี๋ยวนะะะะ เเล้วใครพ่อ
    เเล้วตอนหมอกไปเคยมีอะไรกับหมอกรึยัง...เเงงงงงงง
    #1,687
    0
  6. #1609 ออมม่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 09:34
    ยัยหมู ท้องกับม่านหรอ หมอกจะเสียใจไหมอะ
    #1,609
    0
  7. #1591 Ggifthh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 23:41
    หน่วง ตอนนี้เริ่มเอนเอียงไปทีมหมอก นางอบอุ่น แพ้ใจจจยจ
    #1,591
    0
  8. #1589 VivoV5 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 23:23
    หมอกรอเรียนจบพร้อมหมูแน่เลย แต่ถ้าหมูท้องจดสงสารใครดี
    #1,589
    0
  9. #1498 aynoszii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 13:46
    นี่เชียร์หมอกสุดใจเลยอ่ะ ถ้าม่านยังไม่ปรับปรุงตัวก็ไม่รู้จะทำไงละ สงสารหมอก เหมือนทุกอย่างขัดขวางหมอกให้ออกไปจากชีวิตหมู ในขณะที่ม่านมีทุกอย่างแต่ไม่รักษาไว้
    #1,498
    0
  10. #1361 bbboobb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    งื้ออออ มันหน่วง
    #1,361
    0
  11. #1312 anMarkBambamGOT7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:28
    หมอกรอเรียนจบพร้อมหมูป่าววว
    #1,312
    0
  12. #1290 embrace (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 11:53
    ปวดหัวแทนหมูเลย หมอกมีเหตุผลอะไรรึเปล่า จนแม่ของหมอกม่านต้องให้หมูช่วยเคลียร์เพื่อเรียนต่อให้จบ ม่านจะเอายังงี้จริงๆเหรอ
    #1,290
    0
  13. #1283 PaoPao9300 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 22:38
    ฮืออ รักหมอกทีมหมอกก
    #1,283
    0
  14. #1269 amptnkmb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 20:48
    จะท้องกับใครอ่าาาา
    #1,269
    0
  15. #1248 jinradapimnan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 16:41
    ม่านๆๆๆทีมม่านๆๆๆ
    #1,248
    0
  16. #1229 neneeleon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 03:02
    ท้องกับครายยยยยงื้อออออ
    #1,229
    0
  17. #1228 neneeleon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 03:01
    ท้องกับครายยยยยงื้อออออ
    #1,228
    0
  18. #1197 prawwy_blue (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 21:24
    ท้องได้ แต่ให้เป็นหมอกนะะะะ
    #1,197
    0
  19. #1132 in a love (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 03:24
    โอ้ยตอนนี้รักหมอกแบบเต็มหัวใจฮือออ
    #1,132
    0
  20. #1115 shierichi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 18:12
    โอ้ย ม่านนน มาคุยกับหมูแบมแล้วใช่มั้ยฮืออ
    #1,115
    0
  21. #1112 waslikebubblegum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:15
    ยัยหมูน่ารักมากเลย ฮือ..
    #1,112
    0
  22. #1110 AomAm... (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 23:16
    นี่บอกเรย ณ ตอนนี้ง่วงมากกก แต่หยุดอ่านไม่ได้ ง่าาาาา
    #1,110
    0
  23. #925 Kahpaynak23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:33
    Yessssssss OMG !! ท้องได้ ฮื่ออออออเราชอบนะ แต่ขอหมอกได้ไหม
    #925
    0
  24. #909 PexYen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 20:51
    ไม่รู้ใครเป็นพระเอกตัวจริง แต่เราชอบนิสัยแบบม่านมากกว่า
    #909
    0
  25. #899 Azlyss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:02
    หน่วงอ่ะ หน่วงจังเลย อยากร้องไห้แล้ว ไม่อยากให้หมูพูดกับหมอกว่าให้ไปเรียนต่อ มันเหมือนไล่หมอกไปทางอ้อมด้วยปากของตัวเอง ที่สำคัญคือหมอกแทบจะไม่ค่อยมีเวลากับหมูเลย เหมือนทางบ้านเอาแต่ส่งหมอกไป คุณป้าก็พูดถึงแต่ม่าน ลูกกลับมาทั้งที่ยังเรียนไม่จบไม่คิดจะถามหน่อยเหรอ เห็นหมอกมั่งมั้ย หมอกจะหมอกสมชื่อไม่ได้นะ เราจะร้องไห้แล้ว
    ที่เราเชียร์หมอกขนาดนี้เราก็มีเหตุผลของเรานะ หมอกไม่ได้บังคับอ่ะ มให้เป็นไปตามความสมยอม เหมือนให้เกียรติ ซึ่งเราชอบจริงๆ อยู่ด้วยกันนี่ไม่มีอะไรมากนะ แต่มันอบอุ่นและใจเต้นตึกตักแปลกๆ บางครั้งเราคิดว่าหมูคือตัวเราเอง จะบอกว่าเขินตอนนี้ก็ขัดกับอารมณ์เรา ฮืออออออออ
    #899
    1