UnTwins :: อยากให้เราไม่เหมือนกัน ll #MarkBam [END]

ตอนที่ 4 : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

03

ขี้ยั่ว...

หมอกยังคงประคองสะโพกที่ยกขึ้นของผมไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็เลื่อนขึ้นมาจับปอยผมที่อยู่ข้างๆแก้มทัดให้ผม มันเป็นการกระทำที่ทำให้ผมหวั่นไหวได้ไม่ยากเลย หมอกจงใจให้ผมเกิดอาการแบบนี้หรือว่าไม่รู้จริงๆกันนะ

เค้าไม่ได้ยั่ว ก็อยากถ่ายรูปหมอกบ้าง...ไม่ได้เหรอ

หมอกก็ไม่ได้ว่าอะไร

หมอกแทนตัวเองว่าหมอก...ไม่บ่อยนักหรอก แต่มักจะพบได้ในเวลาที่หมอกอารมณ์ดีมากๆ

ก็ว่าอยู่ว่าขี้ยั่วไง...

ผมแกล้งทำหน้างอ แต่จริงๆแล้วอารมณ์นั้นไม่ได้บูดบึ้งไปตามใบหน้าหรอก

ก็ขี้ยั่วจริงๆนี่... ทำหน้างอทำไม หืม...

หมอกใช้ปลายนิ้วที่หนาสุดเกลี่ยลงมาบนแก้มของผม...ผมชอบที่สุด ชอบเวลาที่หมอกดูใจดีแบบนี้ ชอบที่หมอกอมยิ้มน้อยๆ ชอบที่หมอกดูให้ความสนใจกับใบหน้าของผม

หมอกพูดแค่นั้นแต่ก็ช้อนสายตาขึ้นมา ส่วนผมก็...ได้แต่มองเจ้าของสายตานั้นกลับไป

อยู่ดีๆความเงียบก็เข้ามาปกคลุมบรรยากาศโดยรอบโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ผมยังถือกล้องที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของเอาไว้โดยที่มือข้างหนึ่งของหมอกยังคงประคองอยู่ที่เดิม

ไม่ใช่ว่าผมจะสัมผัสถึงความหมายในสายตาคู่นั้นไม่ได้ เราต่างก็เข้าใจและรู้ดีว่าเรามีความพิเศษบางอย่างให้กัน แต่...เราก็แค่พูดมันออกมาไม่ได้ และผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดออกไป

แต่ถึงเธอไม่ยั่วเรา...

เราก็รู้สึกกับเธอตลอด

หมอกทำลายความเงียบด้วยการพูดถ้อยคำที่ทำให้ใจนั้นเต้นแรงขึ้นไปอีกเท่าตัว

ไม่ได้อยากที่จะเป็นสุภาพบุรุษอะไรหรอกนะ แต่กลัวจะช้ำไปมากกว่าที่เป็น

อื้อ...

ผมแค่เปล่งเสียงมันออกมาเพื่อให้รู้ว่าผมไม่ได้เงียบไป

แต่แบบนี้คงไม่ช้ำเท่าไหร่

มันเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่บทสนทนาของเราจะขาดห้วงไป

ริมฝีปากที่ค่อยๆกดแตะเข้าหาทำให้ผมรู้ว่าทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงของหมอก ทุกอย่างมันเนิบนาบแต่ก็คงเส้นคงวาในการกลืนกินความเป็นตัวเองของผม หมอกสอดปลายลิ้นเข้ามาแผ่ความหอมหวานให้อบอวลไปทั่วห้อง ผมหลับตาลงไปไม่ใช่ว่าไม่อยากที่จะมองหน้าของหมอกแต่ติดที่มันเคยชินกับการที่ต้องหลับตาซึมซับสัมผัสเหล่านี้ มือหนาเริ่มสัมผัสเคลื่อนไหวอย่างช้าๆอยู่ที่บริเวณสะโพกของผมเคล้าไปกับการส่งลิ้นกวาดต้อนไปทั่วโพลงปาก ร่างกายของผมมันพร้อมจะระเหิดหายไปกับหมอกจางๆที่ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง หมอกเย็นๆที่ห่อหุ้มความรู้สึกไปทุกอณู มันไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เร่งรีบ ราวกับว่าต้องการให้เราได้ซึมซับกับรสชาติและความอ่อนโยนเอาไว้ให้มากและนานที่สุด

ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เราจูบกันอยู่ร่วมหลายนาที เป็นนาทีที่รู้สึกว่าตัวเบายิ่งกว่าการได้ขึ้นไปเหยียบเหล่าปุยเมฆบนท้องฟ้า หมอกก็ยังคือหมอกนั่นแหละ ต่อให้ไกลหูไกลตาสักแค่ไหน หมอกยังไม่เคยทิ้งความอบอุ่นอย่างที่เคยเป็นมา ต้องขอบคุณอะไรก็ตามหรือเปล่าที่อยู่ๆใบหน้าของอีกคนที่เหมือนกับหมอกปรากฏขึ้นมาก่อนที่ทุกอย่างมันจะขับเคลื่อนไปมากกว่านั้น ผมสะดุ้งจนหมอกคงจะตกใจตามไปด้วย เหตุผลที่ผมเป็นแบบนั้นมันเกิดเพราะใบหน้าของม่านผุดขึ้นในหัว...ผมไม่รู้หรอกว่าหมอกเข้าใจไปในทิศทางไหน เราทั้งสองเป็นอิสระจากลมหายใจที่ถูกลิดรอนซึ่งกันและกันเอาไว้นับตั้งแต่ตอนนั้น

ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับความมืดสลัว เรานอนกอดกันอยู่บนเตียงเพราะขนาดที่ไม่ได้กว้างพอเท่ากับตอนที่เรายังเด็ก มีเพียงแสงไฟจากตัวบ้านข้างนอกที่ส่องเข้ามาแต่ก็ยังถือว่ามืดสำหรับผม

หมอก...

ผมเรียกชื่อของคนที่สวมกอดผมจากด้านหลัง เราแค่เผลอหลับไปหลังจากที่นอนพูดคุยอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย

หมอก...

ผมเริ่มเขย่าแขนที่วางทับเอวของผมอยู่ ไม่ได้อยากจะรบกวนเวลานอนของหมอกแต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันดึกพอสมควร ดึกพอที่ม่านจะกลับมา...ผมแค่เป็นห่วงว่าม่านจะกลับมาแล้วไม่เจอเรา ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าม่านจะกลับมาจริงๆอย่างที่เคยบอกหมอกหรือเปล่า

หมอก...เค้าอยากไปดูม่านน่ะ

ผมเริ่มบอกเหตุผลเมื่อหมอกยังคงเงียบ แต่ผมรู้ว่าหมอกรู้สึกตัวแล้วเพราะการกอดกระชับที่แนบแน่นยิ่งขึ้น หมอกซุกใบหน้าเข้าหาแผ่นหลังของผม เราสองคนยังอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนนุ่ม อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากออกไปจากตรงนี้เท่าไหร่ ถ้าไม่กังวลใจเรื่องม่านจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ด้วยกันโดยที่คงไม่ต้องปลุกหมอกเลย

หมอก...

แต่ผมก็ได้กลับมาแค่เพียงความเงียบจากคนที่พยายามปลุกให้ตื่น

จนกระทั่ง...

ปึงๆๆ!

ผมสะดุ้งตัวโยนเมื่อเสียงที่เกิดจากแรงกระทบมันดังมากๆ แม้แต่หมอกเองก็สะดุ้งจนผมสัมผัสได้ ผมลุกขึ้นเมื่อวงแขนยอมคลายออกจากตัว เงาที่เห็นลางๆอยู่ตรงประตูทำไม้แซมช่องกระจกทึบๆนั่นทำให้ผมมั่นใจว่าเจ้าของเสียงที่กระทบประตูนั้นคือม่าน

ปึงๆๆ!

ปึงๆๆ!

            เดี๋ยวเราเปิดเอง

            หมอกลุกขึ้นและดันให้ผมนั่งลงไปอยู่ที่เดิม ร่างสูงในสภาพที่เพิ่งตื่นเสยผมก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตู ประตูที่ถูกกระทบอยู่อย่างต่อเนื่อง

            ถึงหมอกจะดันผมลงเป็นสัญญาณบอกให้ผมนั่งอยู่กับที่แต่ผมก็อดที่จะลุกขึ้นมาไม่ได้ ผมค่อยๆลุกและเดินตามหลังหมอกอยู่ห่างๆ พอหมอกเปิดประตูออกมาผมก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมอง

            ผลที่ปรากฏก็คือม่าน...ม่านยืนอยู่ที่หน้าประตูจริงๆ ผมรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของม่าน ร่างสูงที่ไม่ต่างกันเผชิญหน้ากัน อกของม่านยืดขึ้นลงไปตามแรงหอบแต่สายตาก็จ้องเขม็งอยู่ที่ใบหน้าในระดับเดียวกัน

            หมู...กลับ

            ผมคิดว่าม่านจะพูดอะไรกับหมอกสักอย่าง แต่สุดท้ายม่านก็เดินเฉียดตัวหมอกไป ม่านเข้ามาจับข้อมือของผมไว้ แต่กลับเป็นผมที่สลัดมือหนานั้นออก

            พอเห็นม่านเข้าจริงๆความน้อยใจมันก็ผุดขึ้นมา...

          ห่วงแทบตาย แล้วยังมาทำแบบนี้อีกเหรอ

            ม่านดูหัวเสียและคงจะโกรธผมเอาเรื่อง

          กว่าม่านจะหาเจอรู้ป่าว กลับมาไม่เจอหมูอะ ให้ม่านรู้สึกยังไง

            ผมสะดุ้งเล็กน้อยเพราะม่านพูดด้วยความรุนแรงและค่อนข้างเสียงดัง

          แล้วม่านล่ะ...ไปไหนมาเหรอ...

            ผมช้อนตนมองม่านพลางข่มกลั้นอารมณ์ของตัวเอง รู้สึกว่าตรงดวงตามันเริ่มยากที่จะควบคุมมวลบางอย่าง

          ปล่อยนะ...

            ม่านไม่ตอบคำถามแต่กลับใช้แรงฉุดข้อมือของผมให้เดินตามไป ม่านฉุดผมให้เดินจนชนร่างของหมอกที่คอยมองอยู่ห่างๆ 

            ออกมาจากห้องนั้นไม่มีโอกาสแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าของหมอกอีกเลย

          ม่าน...ปล่อยนะ

          ตึก ๆ ๆ...

ม...หมูเจ็บขา

            ผมขอร้องออกไปตามที่รู้สึกจริงๆ เพราะที่ม่านทำเอาไว้มันยังไม่หายดี ผมพยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น ไม่อยากให้ม่านเห็นว่าอ่อนแอเกินไป

            ม่านชะงักและยอมหยุดเดิน ตอนนี้เราลงมาจากบันไดที่เป็นทางขึ้นของบ้านต้นไม้แล้ว ผมก้มหน้าไม่อยากสบตาม่าน ไม่ชอบที่จะเห็นสายตาของม่านเวลาที่กำลังโกรธ ความรู้สึกมันทั้งน้อยใจและห่วงความรู้สึกของม่านในเวลาเดียวกัน

            ฟึ่บ...

            พอบอกว่าเจ็บขาม่านก็เลยอุ้มผมแทน ที่จริงมันก็ไม่ได้เจ็บตรงขาหรอก มันเจ็บที่ช่วงล่างต่างหาก ผมหลับตากะทันหันเมื่อถูกมองในระยะประชิด

            ขอโทษ...

            ผมได้ยินเสียงแผ่วเบา

            ยังเจ็บอยู่เหรอ

            ผมกล้าที่จะลืมตาขึ้นมาเพราะน้ำเสียงที่ดูเย็นลง ใบหน้าพยักขึ้นลงกลับไปให้ม่านอย่างช้าๆ

            ขอโทษที่อารมณ์เสียใส่...

กลับมาไม่เจอก็เลยตกใจ

            ม่านอธิบายก่อนจะค่อยๆอุ้มพาร่างของผมเดินไปตามทาง ตอนนี้มืดมากแต่ก็ยังดีที่มีดวงไฟอยู่ตามทางเดินไม่ขาด ดวงไฟที่ลุงเชนติดประดับระหว่างทางเดินจากที่นี่กลับไปยังบ้านพักหลังใหญ่

            ม่าน...

            ฮึ?...

            ม่านไปทำอะไรมาเหรอ

            ผมถามกลับไปเพราะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

            ปลายนิ้วของผมแตะเบาๆลงไปที่บริเวณมุมปากของม่าน มุมปากที่ผมเพิ่งจะสังเกตว่ามันมีรอยช้ำๆเล็กๆ

            ม่านก็ไปดูร้านไงหมู...ไอหมอกมันไม่ได้บอกเหรอ

            ไปดูร้านแล้วทำไมถึงมีรอยพวกนี้ล่ะ

            .

            .

            .

            ม่านไม่ได้ตอบคำถามนั้นทำเพียงแค่ชวนผมคุยเรื่องอื่น ม่านพาผมกลับมาที่บ้าน ส่วนหมอกตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังทำอะไรอยู่ จะกำลังกลับมาที่บ้านหรือยังอยู่ที่บ้านต้นไม้หลังนั้น...ผมก็เดาไม่ออกเลย

            ที่ร้านมีปัญหาอะไรเหรอม่าน

            ถ้าพูดถึงร้านก็คงจะเป็นร้านที่ม่านเปิดได้ไม่นานนัก อันที่จริงมันไม่ใช่สไตล์ของม่านเลย คาเฟ่ที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ม่านตั้งใจทำทั้งหมดทั้งมวลผมรู้ดีว่าม่านทำมันเพราะอะไร ทั้งที่จริงๆแล้วสิ่งที่ม่านสนใจมันไม่ใช่อะไรแบบนี้หรอก

            ไม่มีหรอก...ม่านเคลียร์เรียบร้อยแล้ว อย่าห่วงเลยนะ

            ม่านหลบตาผมพลางใช้มือเกาท้ายทอยตัวเอง

            แต่...ปากม่านมัน...

            “…”

            ม่านไม่ได้กลับไปแข่งรถใช่ไหม

            .

            .

            .

            เปล่านี่...หมูก็

            จริงด้วย...ม่านซื้อขนมที่หมูบ่นว่าอยากกินกลับมาให้หมูด้วยนะ...แต่น่าจะลืมไว้ที่รถ

            ...

            รออยู่นี่ก่อนนะ

            ผมมองตามแผ่นหลังที่เพิ่งลุกออกไปจากโซฟาตัวเดียวกับที่ม่านอุ้มผมมาวางลง ผมรู้สึกว่าม่านแปลกๆเหมือนกับมีอะไรปกปิดและพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะบอกผม...ผมไม่สบายใจเลยจริงๆนะ

            ถ้าม่านกลับไปทำแบบนั้นอีก...ผมคงทำใจไม่ได้

            .

            .

            .

            ม่าน...

             หืม?”

            หมอกกลับมาที่บ้านหรือยัง

            หมูถามม่านรอบที่สามแล้วนะตั้งแต่กลับมา

            ม่านพูดด้วยเสียงเนือยๆพลางใช้ผ้าเช็ดผมที่ยังไม่แห้งดีอยู่บนขอบเตียง  ส่วนผมก็เพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ที่ทำสีหน้าแบบนั้นคงจะเบื่อผมเต็มทีแล้ว

            งั้นเดี๋ยวหมูไปดูเองก็ได้

            ผมก้าวปลายเท้าไปยังทางประตูห้องเพราะผมแต่งตัวเสร็จตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำแล้วเลยพร้อมที่จะออกจากห้องทันที วันนี้ไม่ได้สระผมก็เลยไม่ต้องรอเช็ดให้แห้งเพราะผมมีไข้นิดหน่อย

            หมู

            แต่ผมกลับต้องหยุดชะงักปลายเท้าลงเพราะแรงที่ฉุดรั้งเอาไว้

            หมอกมันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ถ้ามันจะไม่กลับมามันก็อยู่บนบ้านต้นไม่้นั่นแหละ

            ...

            หมูก็แค่จะลองไปดูว่าหมอกกลับมาหรือยัง

            ...

ม่านไม่ให้ไป

ม่านเริ่มน่ากลัวขึ้นอีกแล้ว 

            ม่านอย่ามาห้ามหมูนะ

            แล้วถ้าเป็นม่านที่ไม่กลับมาล่ะ...ม่านสวนขึ้นมาพร้อมกับตาคมที่จดจ้อง สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและใบหน้าที่ทำให้ผมรู้สึกผิดเมื่อได้เห็น

            หมูจะตามไปดูหรือเปล่า?”

            คำพูดของม่านทำผมชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็พยายามเค้นตัวเองให้พูดออกไปให้ม่านเข้าใจ

            หมูก็ต้องไปดูทุกคนอยู่แล้ว ก็หมูห่วงของหมูทุกคน หมูผิดเหรอ

            ผมมองคนตัวสูงกว่าไปทั้งแววตาที่เริ่มสั่นคลอน ม่านไม่มีเหตุผลเลยสักนิด ม่านใจร้ายเกินไปแล้ว

            ไม่ผิดหรอก...

หมูไม่ผิด

            ม่านพูดด้วยเสียงแผ่ว

            ถ้าจะผิดก็ผิดที่ม่านเองที่ไม่ให้ไป...มีอะไรไหม?” เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ แล้วผมคิดว่าเรากำลังคุยกันคนละเรื่องด้วยซ้ำ

            หมูแค่อยากไปดูให้สบายใจว่าหมอกกลับมาแล้ว หรือถ้าไม่กลับหมูจะได้รู้ว่าหมอกอาจจะนอนที่นั่น หมอกไม่ใช่คนอื่นนะม่าน แล้วหมอกก็เพิ่งจะกลับมา ขอล่ะ...

            ผมใช้มืออีกข้างจับไปบนมือหนาที่กำลังจับมือผมอยู่อีกทีพยายามแกะให้มันออกจากกัน แต่เป็นม่านที่รวบมือของผมเอาไว้แทน

            ม่านตามใจหมูตลอดนะ...

แต่ครั้งนี้...ม่านไม่ให้...

ไม่ให้ก็คือไม่ให้...หมู

สิ้นเสียงทุ้มของม่านร่างของผมก็ถูกอุ้มขึ้นมา ทุกอย่างมันไวจนผมตั้งรับไม่ทัน ในไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของผมก็ถูกปล่อยลงบนเตียง ม่านคร่อมผมด้วยร่างของม่าน แขนแกร่งยันลงบนฟูกเตียงโดยมีใบหน้าที่อยู่ในแนวขนานเป็นอีกสิ่งที่กักกันผมเอาไว้ไม่ให้หลุดออกไปไหนได้

หมูเป็นของม่านแล้ว...

ม่านไม่ให้...ม่านไม่ให้ไปได้ยินไหม

          ...ม่านปล่อยหมู...อื้อ...จะทำอะไร

      

ไม่รอให้ผมได้ใช้มือยันตัวของม่านออก ม่านจัดการรวบมือทั้งสองข้างของผมให้กดลงไปขนาบอยู่ข้างๆแทน

ก็ทำไงก็ได้ ให้หมูไม่ไป

ม...ม่านอย่าเป็นแบบนี้สิ

ผมเอ่ยเสียงสั่น ถดลำคอหนีลมหายใจที่พ่นรดลงมา ที่ผ่านมาผมคิดว่ามันเป็นลมหายใจที่อบอุ่นแต่ตอนนี้มันทั้งร้อนไปทั่ว

ม่านอย่าทำแบบนี้นะ...หมูไม่เต็มใจ...

ผมเอ่ยท้วงการกระทำของคนที่กำลังเริ่มขั้นตอนบางอย่าง ริมฝีปากอุ่นๆกดลงมายังเนื้อผิวของผมตามด้วยปลายจมูก หยดน้ำจากเส้นผมที่ยังไม่แห้งหยดลงมาจนกระทบแถวๆบริเวณที่ม่านกำลังคลอเคลีย จากซอกคอตอนนี้เริ่มลุกลามมาจนถึงใบหู

พ...พอแล้วนะม่านอื้อ...

ปิดปากของผมด้วยปากของม่าน ร่างหนาดันกายเบียดเข้ามาจนช่องว่างระหว่างเรานั้นแทบไม่เหลือ เรียวลิ้นร้อนเริ่มรุกเข้ามากวาดต้อนไปทั่วโพรงปาก ยิ่งผมหนีม่านก็ยิ่งเข้ามา ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งกลายเป็นการเชิญชวนม่านในคราวเดียวกัน

มือของผมถูกคลายออกก็เมื่อตอนที่เรี่ยวแรงของผมมันอ่อนยวบ และม่านรู้ว่าผมกำลังรู้สึกแบบไหน มือหนาทั้งสองลูบผ่านใบหน้าและจับลำคอของผมเมื่อม่านยอมถอดถอนริมฝีปาก ผมปรือตามองคนด้านบนด้วยลมหายใจที่หอบถี่ ม่านใช้ริมฝีปากที่ฉ่ำด้วยน้ำหนืดใสกดลงมาที่ลำคอ มือคู่เดิมเคลื่อนต่ำลงไปจนสุดชายเสื้อเคลื่อนต่ำไปพร้อมกับใบหน้าที่ผมเคยมอง

อื้อ....

ผมปล่อยเสียงครางออกมาเบาๆ มันสั่นและพร่าไปด้วยอารมณ์ที่วาบหวามเมื่อเรียวลิ้นที่ชุ่มฉ่ำมันแตะลงมายังจุดที่ไวต่อความรู้สึก ศีรษะของม่านหายไปในเสื้อตัวหลวมที่ผมใส่ ถึงผมจะอยากต่อต้านการกระทำของม่านมากแค่ไหน...

แต่ต้องยอมรับว่าร่างกาย...ร่างกายที่เคยเป็นของม่านไปแล้วมันกลับไม่ฟัง

มันนานพอที่จะทำให้ม่านครอบครองไปเกือบทุกพื้นที่ ครอบครองและทำสัญลักษณ์เอาไว้บนตัว ท่อนบนที่ฉ่ำไปด้วยคราบน้ำจากริมฝีปากและรอยจางๆทำให้สติของผมนั้นเรียกว่ากำลังหลุดลอยไปเลยก็ว่าได้

ม...ม่าน พ...พอเถอะนะ...หมูไม่ค่อยสบาย...นะ...

แต่ม่านยอมหยุดแค่ตอนที่ผละตัวออกมาเพื่อถอดเลิกชายเสื้อของตัวเองขึ้น ผมมองตามเสื้อยืดสีเทาที่ถูกโยนลงไปกองอยู่ที่พื้นแต่แล้วก็ถูกดึงความสนใจกลับไปที่เดิม

ไม่สบายแล้วทำไมยังอยากไปดูมัน...

ม่านยันแขนไว้และโน้มหน้าลงมาหาผมหมือนเดิม ผมช้อนตามองคนข้างบนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผมอธิบายเหตุผลให้ม่านรู้ไปหมดแล้วแต่ม่านเองที่ไม่เข้าใจ ผมจะพูดอะไรออกไปยังไงม่านก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

ผมส่ายหน้าเบาๆกลับไปทั้งที่ยังมองม่านอยู่

 ม่านห้ามให้หมูรักหมอกไม่ได้หรอกนะ...เพราะมันก็เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ที่เราสามคนอยู่ด้วยกัน...

ม่านจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ...

หมู

.

.

.

พูดอะไรออกมา

...

ผม...ผมได้แต่ส่ายหน้ากลับไปพร้อมกับน้ำตาที่กลั้นไม่ไหว มันเริ่มทำให้เห็นม่านไม่ชัดเจน ที่ผมจะบอกก็คือผมก็รักทั้งหมอกและม่านไม่ต่างกันเลย

พูดแบบนี้ไม่นึกถึงคนฟังเลยใช่ไหม?...

ผมก็แค่อยากย้ำให้ม่านเข้าใจความรู้สึกของผม ตั้งแต่เดิมที่เป็นมาเราก็เป็นแบบนั้นกันมาตลอด แต่ดูเหมือนว่าม่านจะไม่รับฟัง เหมือนกับม่านสติหลุดไปแล้ว

ม่าน...

ผมเรียกชื่อคนที่ทำท่าจะลุกออกไป

ม่านจะไปไหน

กลายเป็นผมที่เป็นฝ่ายรั้งตัวของม่านเอาไว้

ม่านจะไปไหน...

ผมถามซ้ำกลับไปอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้คำตอบ ล็อคเอวของม่านเอาไว้เพราะผมกลัว...กลัวว่าม่านจะไปอย่างที่กังวล

อยากอยู่ด้วยกันม่านก็จะทำให้ไง

ม่าน...

รักมันไม่ใช่เหรอ...

ไม่ต้องมีม่านแล้วก็ได้

พอม่านพูดแบบนี้เป็นผมเองที่รู้สึกไปไม่เป็น ใจของผมมันหายไปพร้อมกับคำพูดประโยคล่าสุดของม่าน

แต่หมูก็ฮึก...รัก--

พอเถอะ...

ขอม่านไปสงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนก็แล้วกัน


เพล้ง!!

ผมสะดุ้งไปกับเสียงที่ได้ยินหลังจากที่ต้องทำใจปล่อยม่านออกไปจากห้อง ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่หน้าบันไดของชั้นสอง ที่จริงผมก็จะลงตามไปดูม่านนั่นแหละว่าม่านจะไปไหน แต่ก็ต้องชะงักปลายเท้าที่กำลังจะก้าวลงไปตามบันได มันเป็นเสียงของอะไรบางอย่างที่แตกกระจายและคิดว่าคงถูกกระทบอย่างแรง นาทีนั้นใบหน้าของม่านก็ผุดขึ้นมาเป็นสิ่งแรก

ผมรีบสาวปลายเท้าลงมาอย่างเร็วเมื่อตั้งสติได้แม้ร่างกายจะไม่อำนวย เดินลงมาถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนไปทั่ว เศษแก้วใสๆที่คาดว่าน่าจะเป็นแจกันเพราะมันมีดอกไม้สีขาวหล่นกระจายอยู่ไม่ห่าง ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงได้รีบที่จะวิ่งออกตามไปดูโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ด้วยความลืมตัวก็ต้องชะงัก...ความชะงักที่เต็มไปด้วยความเจ็บ ผมค่อยๆขยับตัวด้วยขาที่เขย่งอยู่เพียงข้างเดียว ยืดมือออกไปเพื่อยันผนังห้องเอาไว้ พอยกปลายเท้าขึ้นมาก็พบว่ามีเศษแก้วตำอยู่จริงๆ

ผมไม่กล้าดึงมันออกมา....ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องทำยังไงกับแผลพวกนี้เพราะสติผมไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ตัวเองเลย

จังหวะนั้นใบหน้ามันก็เงยขึ้นไปที่หน้าประตูพอดี สายตาของผมสบเข้ากับคนที่เพิ่งเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่

หมอก...

เกิดอะไรขึ้น...

วินาทีแรกที่หมอกสบตากับผม ตาคมคู่นั้นเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานหมอกก็รีบเดินเข้ามาหาผม ผมถูกพยุงตัวเอาไว้และไม่นานก็ถูกอุ้มขึ้นมาเพราะการเดินที่ลำบาก หมอกพาผมไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นอย่างระมัดระวังเศษแก้วที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

จ...เจ็บฮึก...

ผมกอดลำคอของคนที่วางผมลงบนโซฟาอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าความอ่อนแอมันพรั่งพรูมาจากไหนมากมาย มันเจ็บที่ร่างกายหรือเจ็บที่ความรู้สึกกันแน่หรือมันปนกันไปหมด

ไม่ต้องกลัว จะทำเบาๆ...

ไม่เจ็บหรอก

หมอกยกขาข้างที่เหยียบเศษแก้วของผมขึ้นไปวางบนตักของตัวเอง จับปลายเท้าผมอย่างเบามือแล้วสำรวจอยู่ที่บริเวณนั้น พอเห็นหมอกทำท่าจะดึงเศษแก้วออกผมก็ถดปลายเท้าหนีโดยอัตโนมัติ

ต้องดึงออกนะ เราจะได้ทำแผล


ไม่เจ็บหรอก

อือ...

ผมกลืนน้ำลายลงคอไปด้วยความระแวง แต่ก็ยอมพยักหน้ากลับไปให้หมอก ซึ่งหมอกก็คงจะรู้ว่าผมไม่โอเค สังเกตจากสีหน้าเจื่อนๆที่กำลังเป็น

เธอ

หื้อ...

            อยู่ๆหมอกก็เรียกผมขึ้นมาทำให้ผมต้องช้อนตาขึ้นไปมองจากที่เคยก้มมองขาของตัวเองอยู่ พอมองขึ้นไปหมอกก็โน้มใบหน้าเข้ามาหา

            แล้วก็จูบ...

            ยอมรับว่าตอนนั้นสติหลุดไปไกลจริงๆ จากการที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้ตามันโตขึ้นไปอีก แม้ว่าหมอกจะทำเพียงแค่กดริมฝีปากลงมาทาบทับแต่ใจของผมมันก็เต้นหนักขึ้นเรื่อยๆเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นหมอกก็ค่อยๆละริมฝีปากออกไป

            บอกแล้วว่าไม่เจ็บ

            หมอกพูดจบก็ยิ้มจางๆก่อนจะโชว์เศษแก้วที่มือให้ผมดู

            สรุปว่าที่หมอกจูบผมเมื่อครู่ก็เพื่อจะดึงความสนใจจากตอนที่ดึงเศษแก้วออกมาจากฝ่าเท้าของผมเหรอ...

            หมอกทำได้ไง

            ผมถามกลับไปด้วยความสงสัย เพราะมันไวมาก แล้วผมก็ไม่รู้สึกเลยว่าหมอกดึงมันออกไป

            ไม่บอกหรอก เดี๋ยวเธอเอาไปใช้ทำ เราก็ตกงานสิ

            .

            .

            .

            ขอบคุณนะหมอก

            ผมพูดพลางลองลุกขึ้นขยับปลายเท้าที่ผ่านการใส่ยาและทำแผลอย่างดี อาจจะดูแปลกๆไปบ้างที่รอบๆเท้ามันมีผ้าพันแต่ก็รู้สึกให้ความปลอดภัยดีในช่วงเวลาที่มันยังไม่หาย มือของผมถูกอีกมือของคนที่นั่งอยู่ช่วยเป็นตัวค้ำยันได้อย่างดี

            หมอกพาผมกลับขึ้นมาที่ห้องด้วยการอุ้มอีกแล้ว ไม่รู้จะขอบคุณหมอกยังไงดี ผมไม่รู้เลยว่าถ้าหมอกไม่อยู่ในตอนนี้ผมจะรับมือกับเรื่องพวกนี้ยังไง มันอาจจะเป็นเพราะการถูกเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่มาตลอดที่ทำให้ผมช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้เลย แม้แต่เรื่องของการนอนหลับให้ผ่านไปได้ในแต่ละคืน

       บางทีผมคิดว่าตัวเองควรรู้จักโตได้แล้ว โตโดยที่ต้องอยู่ด้วยตัวเองลำพังให้ได้สักที


To Be Continued

ฮือ..ม่านหน้ามืดมากสงสารยัยหมูจัง เราเข้าใจความเห็นของทุกคนเลยนะ ถ้ามองในแต่ละมุมของตัวละครทุกตัวน่าเห็นใจหมดเลย ส่วนยัยหมูเราจะอธิบายว่าที่ยัยหมูเป็นแบบนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มีเหตุผลของยัยหมูแหละ ที่มันสั่งสมมานานตั้งแต่ที่ยังอยู่กันครบสามคน มันมีเรื่องของความผูกพันเข้ามาที่ทำให้ยัยหมูปักใจกับทั้งสองคนและคิดว่าการรักทั้งสองคนมันไม่ผิด เพราะก่อนที่หมูจะเป็นของม่านหมูก็แสดงออกชัดเจนและม่านก็รู้อะ เราก็อธิบายหมดไม่ได้555 ตอนที่มีอะไรกันครั้งแรกมันก็มีอะไรที่ซับซ้อนในเรื่องของความรู้สึก  เอาเป็นว่าขอบคุณที่ชอบและอินกันมากขอบคุณจริงๆนะ แล้วเจอกันตอนหน้า ระหว่างที่รอก็ส่องทวิตพวกเขาไปพลางๆ555

ปล.จะบอกว่าถามกันเข้ามาว่าใครเป็นพระเอก ไรท์จะบอกว่าถ้าไม่จบแบบ3pไรท์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นพระเอก(ซึ่งความตั้งใจแรกอยากให้มันจบแบบ3p และก็พยายามอยากให้มันเป็นแบบนั้น) อันนี้ไม่รู้จริงๆนะเพราะไรท์แต่งไปอิงความรู้สึกของยัยหมูล้วนๆที่ไปกับสถานการณ์และไรท์จะไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใด ใจเป็นกลางมากๆแม้คนอ่านจะแบ่งทีมยิ่งกว่าซิวิลวอร์5555  ซึ่งตอนนี้ยัยหมูก็รักทั้งสองคนจริงๆบอกได้แค่นี้ มาร่วมหาคำตอบไปด้วยกัน ตื่นเต้นมากๆ5555และกลัวมากเช่นกัน ทุกอย่างอยู่ที่ยัยหมูแค่เพียงผู้เดียวไรท์เองยังไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเลยคิดดู

Talk; ม่าน หมอก ยัยหมูของเรามีบอทแล้วนะคะ ไปตามฟอลกันได้น้าถ้าชอบ

ปล.ถ้ามีคำผิดขออภัยนะคะ เดี๋ยวจะมาแก้ให้ค่ะ

หมอก @fogxxun93

ม่าน @mistxxun93

ยัยหมู @mooxxun93



#Untwins93

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,078 ความคิดเห็น

  1. #1869 Marktaun1998 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 06:24
    หมอกมีความเป็นมาร์คมากกว่าอ่าาาาาา
    นิ่งๆแต่ค่อยช่วยตลอด😭
    #1,869
    0
  2. #1791 oohsebam12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35
    ไม่รู้จะสงสารใครดี แต่พาร์ทนี้สงสารม่านอ่ะ
    #1,791
    0
  3. #1790 oohsebam12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:34
    ไม่รู้จะสงสารใครดี แต่พาร์ทนี้สงสารม่านอ่ะ
    #1,790
    0
  4. #1782 puppywang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:14
    เข้าใจความรู้สึกม่าน โดนพูดอย่างงั้นใส่ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ข้างหมูมาตลอด ฮื่ออเลือกยากจริง
    #1,782
    0
  5. #1767 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:16
    ม่านใจร้าย
    #1,767
    0
  6. #1710 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 17:03

    ฮือออ เลือกยากจริงงง

    #1,710
    0
  7. #1705 Nattitap (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 01:08
    ทางไหน....ก็ดี
    #1,705
    0
  8. #1686 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 13:39
    ฮือออออ เราเลือกไม่ได้โลยยยยย
    #1,686
    0
  9. #1639 sm_mini heart (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:46
    ทำไมอ่านซีนใครก็อยากอยู่ทีมนั้นไปหมดเลยวะ ฮื่ออออ
    #1,639
    0
  10. #1514 alltimeismark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:18
    เง้อ สงสารหมอกอ่ะ จริงๆ3p ก็ดีนะคะ
    #1,514
    0
  11. #1497 aynoszii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 13:21
    ฮื้อ ทำไมม่านทำงี้อ่ะ ที่แบมยอมม่านก็เหมือนแบมเลือกม่านไปครึ่งนึงแล้วอ่ะ แต่ม่านกลับทำอะไรไม่นึกถึงความรู้สึกแบมเลย แต่กลับเป็นหมอกที่คอยดูแลแบมในยามที่แบมทุกข์ โอ๊ยยยย หน่วงว้อยยย
    #1,497
    0
  12. #1437 chompoochorsri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 11:24
    ถ้าหมอกจะเป็นพระรองตอนสุดขอให้มีเจ้ากันต์ได้มั้ยฝาแฝดแบมหรืออะไรก้ได้ฮือหมอกน่าสงสาร แบมอย่าโลเลนะใจอ่ะ
    #1,437
    0
  13. #1311 anMarkBambamGOT7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:05
    พระเอกอาจจะม่านก็ได้เพราะหมูเป็นของม่านแล้ว หมอกก็เหมือนจะถอยๆออกมาให้ตั้งแต่ที่รู้ว่าหมูเป็นของม่าน โอ้ยหมอกมาหาแม่มาาา #
    #1,311
    0
  14. #1305 Pathanya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 19:45
    เรารู้สึกว่าคนที่เป็นพระเอกคือหมอกอ่ะ คือเค้าเป็นคนแรกของแบมป้ะ? แล้วก็ดูเป็นคนอบอุ่นอ่ะต่างจากม่านที่นิสัยโผ่งผ่างอ่ะเราว่าหมอกมีนิสัยที่เป็นพระเอกนิยายมากๆ
    #1,305
    0
  15. #1289 embrace (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:56
    ม่านคงผิดหวังอ่ะ คิดว่าได้หมูแล้ว แต่หมูก็ยังคิดถึงหมอก ถึงจะใช่ว่าหมอกไม่ใช่คนอื่น แต่เรื่องเล็กๆนี่แหละที่ทำร้ายใจคน หมอกก็แสนดีอ่ะ ถึงช้าแต่ก็เรื่อยๆ
    #1,289
    0
  16. #1268 amptnkmb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 20:36
    ลึกๆแล้วเจ็บแทนม่านกับคำพูดของแบมน่ะ แต่ม่านใจร้อนไปไหม ไม่รู้จะทีมใครดีเห้อออออ
    #1,268
    0
  17. #1264 PYVSK_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 01:33
    ฮื่อออ ชอบอ่ะชอบ เราหาฟิคเเบบนี้มานานเเล้ว ฟิคที่มีมาร์คสองคน ฟิคที่อบอุ่นเเบบนี้ ถึงจะดูเศร้าบางตอนดราม่าไปบางทีเเต่มันมีความอบอุ่นปนอยู่อ่ะ เวลาหมูทะเลาะกับใครคนใดคนหนึ่งก็จะมีอีกคนมาช่วยเเละเป็นที่พึ่งให้หมู ฮื่อ ชอบๆ ชอบฟิคเเบบนี้ เเง จริงๆถ้าหมูเลือกไม่ได้เราขอเลยละกัน คนไหนก็ได้ กี๊สส55555555 ชอบฟิคเเบบนี้ฮื่อ ตามหามานาน ปล.จริงๆไม่เคยคิดเข้ามาอ่านเเต่ติดตามพี่วิวในทวิตเเล้วเวลาพี่รีคอมเม้นเรื่องนี้ในฟิคก็จะอ่านนะ เเละเหมือนตอนนี้มันดราม่า ด้วยความที่เป็นสายม่าก็เข้ามาอ่าน อ่านเเล้วเเบบ ฮื่อ ชอบ
    #1,264
    0
  18. #1253 minoteamiry (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 18:51
    ทีมหมอกกกก อ๊ากกก อบอุ่นไปไหม ไม่ได้ร่างกายก็ไม่เป็นไรยังรักหมูเสมอ อ๊ากกกก ชอบบบ
    #1,253
    0
  19. #1239 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 16:49
    ชอบที่หมอกแทนตัวเองว่าหมอก ทุกการกระทำของหมอกมันบอกว่ารักหมู หัวใจจจจ ม่านใจร้อนอ่ะ 
    #1,239
    0
  20. #1227 neneeleon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 02:43
    ม่านใจร้อนนนนน 😢
    #1,227
    0
  21. #1226 neneeleon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 02:42
    ม่านใจร้อนนนนน 😢
    #1,226
    0
  22. #1196 prawwy_blue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 19:39
    ทีมหมอกต่อไปค่ะ 555
    #1,196
    0
  23. #1149 wan62063 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 23:26
    เทใจให้หมอกไปมากกว่าครึ่งแล้วว
    #1,149
    0
  24. #1126 firstclassbbz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 19:03
    เค้าเลือกทีมไม่ถูกแง.. แต่ตอนนี้เทใจให้หมอกมากอ่ะฮือ ม่านใจร้อนแล้วปิดบังอะไรยัยหมูอีก
    #1,126
    0
  25. #1114 shierichi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:30
    ม่านหวงก็พูดิอกมาตรงๆเหอะฮืออออ ทีมม่านหน่วงใจมาก
    #1,114
    0