UnTwins :: อยากให้เราไม่เหมือนกัน ll #MarkBam [END]

ตอนที่ 2 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

01

หมอก...

ผมเอ่ยเรียกคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยเสียงแผ่วๆ เสียงของผมมันทำให้เจ้าของชื่อละสายตาจากต้นขาที่ผมพยายามดึงร่นชายเสื้อลงมาปิดอย่างช่วยไม่ได้ หมอกคงจะรู้ว่าผมตกใจมากที่เห็นหมอกมายืนอยู่ตรงนี้

หมอก...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วจะกลับมาทำไมไม่บอกกันเลยล่ะ

ผมเลือกที่จะหลบสายตาคนตรงหน้า พลางใช้มือที่แขนเสื้อยาวกว่าเกาหัวไปพลางๆ หมอกเดินเข้ามาประจันหน้า ทำให้ผมต้องช้อนตามองขึ้นไป

บอกก็ไม่สนุกสิ

หมอกก็...

เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ

แล้วทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ หมอกรู้เหรอว่าเค้ากับม่านอยู่ที่นี่อ่ะ

เป็นเรื่องปกติที่ผมจะพูดเยอะกว่าหมอก หมอกพูดมาแค่นิดเดียวแต่ผมก็หาเรื่องถามกลับไปได้มากมาย หมอกยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองผมต่ำลงมาอีกครั้งจนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่

เธอเช็คอินทุกที่แบบนี้ คนไม่สนิทยังรู้เลย

หมอกใช้มือมาขยำหัวจากผมที่ยุ่งอยู่แล้วก็ยุ่งมากขึ้นไปอีก

พาไปนอนหน่อย

ง่วง…”

หมอกพูดแบบนี้แต่ก็เป็นฝ่ายโอบคอเหมือนจะเดินนำผม หมอกที่ก้าวท้าวแตะขึ้นบันไดไปแล้วหันกลับมาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย คงเพราะข้องใจว่าทำไมผมถึงไม่เดินตามไป

ทำไม...

หมอกถามกลับมาสั้นๆ แต่ก็รู้กันว่าหมายถึงอะไร

เค้า...เจ็บขาน่ะ หมอกเดินขึ้นไปก่อนเลย เดี๋ยวจะค่อยๆตามขึ้นไปนะ

คนที่อยู่เหนือกว่าหนึ่งขั้นทำทีเหมือนคิดอะไรอยู่ มองพิจารณาผมจนหน้าที่ยังไม่หายร้อนดีกลับมาร้อนผ่าวอีกครั้ง ก็สายตาที่หมอกมองผมมันทำให้ใจผมเต้นโครมครามได้ทุกครั้งเลย

อ่ะ!”

ผมปล่อยเสียงอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อร่างของตัวเองถูกจับอุ้มขึ้น ตอนนี้ผมอยู่บนวงแขนทั้งสองของหมอกที่ช้อนตัวผมเอาไว้แต่ถึงจะตกใจวงแขนของผมมันก็โอบคล้องลำคอของหมอกโดยอัตโนมัติ ผมเม้มปากตลอดทางที่หมอกอุ้มผมขึ้นบันไดเลย ถึงแม้จะมีคำถามมากมายที่อยากจะถามออกไป

กฎหมายฆ่าคนตายของไทยโหดไหม

หมอก...ถามทำไมเหรอ

ผมเลิกคิ้วพร้อมกับถามคนที่ยังอุ้มผมอยู่พลางเดินไปอย่างไม่เร่งรีบ ตอนนี้หมอกพาผมขึ้นมาถึงชั้นสองแล้ว

อยากฆ่าคน...

ง่ะ...หมอกจะฆ่าใคร

คนที่ทำเธอไง

หมอกพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ผมกลับต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาของหมอกอีกแล้ว ผมรู้ว่าหมอกหมายถึงอะไร หมอกไม่ได้พูดอะไรต่ออีกแล้วผมก็ไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกด้วย หมอกพาผมมาจนถึงที่หน้าประตูห้อง หมอกจำได้ดีว่านี่คือห้องของผมเวลาที่เรามาที่นี่ผมจะอยู่ที่นี่ แล้วหมอกก็คงรู้ดีเหมือนกันว่านอกจากผมแล้วจะต้องมีอีกคนหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย ถึงแม้พวกเราทุกคนจะมีห้องนอนเป็นของตัวเองในบ้านพักตากอากาศก็ตาม

ฟึ่บ...

หมอกวางผมลงบนเตียงอย่างเบาๆ วางผมให้นอนลงข้างๆคนที่ยังหลบอยู่เช่นเดิม ผมอายและประหม่าที่หมอกจะต้องมาเห็นทั้งผมแล้วก็ม่านในสภาพแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นหมอกก็ยังทำตัวปกติทุกอย่าง พอหมอกเห็นว่าผมจะลุกขึ้นก็ใช้แขนคว้าตัวผมให้นอนลงไปเหมือนเดิมโดยที่ตัวเองก็เอนตัวลงไปนอนเช่นกัน กลายเป็นว่าตอนนี้ผมอยู่ตรงกลางระหว่างม่านที่หลับกับหมอกที่กำลังจะหลับตามลงไป

ปลุกตอนเย็นนะ อยากทำบาบีคิว

หมอกพูดทั้งที่หลับตาลงไปแล้ว ผมมองเห็นใบหน้าของคนที่ตะแคงข้างนอนกอดผมชัดเจน ส่วนตอนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวจากอีกด้านหนึ่ง พวงแก้มที่ได้รับการกดทับจากความหยุ่นทำให้ผมรู้สึกได้ 

ม่านคงตื่นแล้วล่ะ...

มีแต่ความเงียบและสัมผัสที่หมอกสัมผัสเข้ามา จนกระทั่ง


ห่านี่...


          ผมสะดุ้งเบาๆพร้อมเคลื่อนสายตาไปทางเจ้าของเสียง ม่านตื่นแล้วจริงๆอย่างที่คาดการณ์ ผมคิดว่าเสียงของม่านมันดังพอที่จะทำให้หมอกได้ยิน แต่หมอกก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ผมมั่นใจว่าหมอกยังหลับได้ไม่สนิทนักหรอกเพราะเวลามันก็ผ่านไปแค่ครู่เดียว ม่านคงจะแปลกใจอยู่มากที่เห็นหมอกกลับมาทั้งที่เราเพิ่งไปส่งโปสการ์ดให้หมอกด้วยกันเมื่อวาน เป็นผมที่ค่อยๆยันตัวเองให้ลุก แต่พอผมจะลุกขึ้นจริงๆมือหนาๆที่ยังทับอยู่ก็จัดการเกี่ยวผมให้ลงไปนอนอีกครั้ง

            นั่นไง...ผมบอกแล้วว่าหมอกยังไม่หลับสนิท

          ม่านละความสนใจจากหมอก สายตาตอนนี้เคลื่อนมายังผมแทน สายตาของม่านมันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย มองมายังที่แขนแกร่งๆที่กดทับช่วงเอวของผม ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะวางตัวอย่างไรดี ถ้าเป็นเมื่อก่อนการกระทำแบบนี้ของหมอกมันก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ผมกับม่านเรามีบางอย่างที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้เอ่ยเรื่องของสถานะกัน ม่านไม่ชอบใช่หรือเปล่า แต่สำหรับผม ผมไม่อยากให้อะไรๆของเราสามคนมันเปลี่ยนแปลงไปเลย ผมควรทำยังไงดี

            หมอกเพิ่งกลับมาน่ะ...บอกว่าง่วง

            ...

            ม่านอย่าเพิ่งไปกวนเลยนะ

            ผมพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้หมอกไม่ได้ทำอะไรแต่ยังคงวางแขนอยู่ที่เดิม อันที่จริงผมไม่กล้าสบตากับคนที่พูดด้วยเต็มๆตาด้วยซ้ำ ผลพวงมันมาจากเรื่องที่เราทำด้วยกันเมื่อคืน

            ม่านไม่ได้พูดอะไร ม่านเดินไปที่ห้องน้ำในสภาพที่สวมบ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว

            ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ผมกับหมอกอยู่บนเตียงด้วยกันสองคน

            เรามาช้าไปเหรอ...

            “…”

            เราแพ้ไอขี้โกงนั่นจริงๆเหรอ

“…

หมอกว่าไงนะ

 

ไม่ต้องตอบอะไรหรอกนะ...คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะ

นี่มาเป็นหมอนข้างให้หน่อยสิ

 

ไม่ได้กอดตั้งนาน...

 

คิดถึงเธอกว่าใครเลยนะ...


*

มาแดกบาร์บีคิวไกลจังเลยนะ

ก็อยากมา แล้วมาไม่ได้เหรอ?”

ก็มึงมันหน้าด้านไง ถึงห้ามไม่ให้มามึงก็คงจะมาอยู่ดี

อืม...ก็รู้ดีนี่

ผมได้กลิ่นหอมๆของบาร์บีคิวโชยมาคลอกับเสียงของฝาแฝดที่กำลังวุ่นอยู่กับการช่วยกันปิ้งบาร์บีคิว ที่จริงก็อยากเข้าไปช่วยแต่คิดว่าคงจะเป็นการไปเป็นภาระและตัวเกะกะมากกว่า หน้าที่จัดของว่างอย่างอื่นเล็กๆน้อยๆจึงเป็นหน้าที่ของผม เราจัดปาร์ตี้เล็กๆเป็นปาร์ตี้ที่มีเราสามคน บรรยากาศตอนนี้กำลังดี ผมเดินไปนั่งรอที่เตียงนอนริมสระน้ำเมื่อจัดแจงสิ่งที่ต้องทำเสร็จ ก็อยู่ใกล้ๆกับที่สองแฝดกำลังยืนปิ้งบาร์บีคิว ที่จริงผมก็ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้นานแล้วนะ ภาพที่ทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ก็สามปีที่หมอกไม่ได้อยู่กับเรา แม้จะเต็มไปด้วยคำถามว่าเพราะอะไรหมอกถึงได้กลับมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววที่ว่าหมอกจะกลับมาเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยินดีนะที่หมอกกลับมา

หมู...

...

            หมูครับ

ยัยหมู

ผมสะดุ้งเมื่อรู้สึกตัวจากแรงสะกิด พอลืมตาก็พบว่าม่านกำลังเรียกอยู่ตรงหน้า นี่ผมเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ขี้เซามาก...

อื้อ...หมูตื่นแล้วนี่ไง

ผมยืดแขนทั้งสองข้างพร้อมกับบิดตัวเล็กน้อย ที่ม่านบอกว่าผมขี้เซาเห็นทีจะถูก

ผมกำลังหยิบบาร์บีคิวที่ปิ้งเสร็จแล้วใส่จานประมาณสองไม้แต่พอเห็นคนที่นั่งหย่อนขาอยู่ข้างๆสระน้ำก็เลยหยิบมันใส่เพิ่มเข้าไปอีกหลายไม้ ในมือของหมอกกำกระป๋องเบียร์ไว้หลวมๆแต่ไม่ยักจะมีจานบาร์บีคิวที่ตัวเองเอ่ยปากว่าอยากกินเลย ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงข้างจนทำให้คนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมา

รับหน่อย

ผมพูดเมื่อได้โอกาส ก่อนจะยื่นจานที่มีบาร์บีคิวเรียงอยู่ หมอกยื่นมือมารับแต่โดยดี ส่วนผมพอมือว่างก็จัดการนั่งลงไปตรงขอบสระบ้าง

ไม่เห็นจะกินเลย

“…”

ไหนบอกแต่เช้าว่าอยากกิน

พอได้ยินผมพูดแบบนั้นหมอกก็เลยจัดการหยิบบาร์บีคิวขึ้นมาหนึ่งไม้ แต่ก็ส่งมาให้ผมก่อน ผมจึงรับไว้ ลืมไปว่าตัวเองก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน ผมกัดมะเขือลูกเล็กๆที่เสียบอยู่บนสุดของไม้ไปคำแรก พลางเตะขาไปกับน้ำในสระเบาๆ ตอนนี้ผมไม่ได้หันไปมองคนข้างๆหรอก ก็มองวิวตรงหน้าไปเรื่อย...เราอยู่กันสองคนอีกแล้วเพราะไม่รู้ว่าม่านเดินเข้าไปเอาอะไรในบ้าน

แล้วหมอกจะอยู่กี่วันเหรอ...

ผมตัดสินใจถามออกไปเบาๆในขณะที่ทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง ถามไปทั้งที่ไม่ได้แม้แต่หันไปมองหน้าของคนฟังเลย แต่ผมก็รู้ว่าหมอกได้ยิน

อยากรู้จริงๆเหรอ

พอถูกถามกลับแบบนี้ผมก็เลยหันกลับไปมองหน้าหมอกอีกครั้ง หมอกวางจานบาร์บีคิวไปไว้ข้างๆตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มือหนายกกระป๋องเบียร์ขึ้นมากระดกพร้อมกับมองหน้าของผมไปด้วย ระหว่างนั้นผมก็พยักหน้ารับให้กับคำถามที่ว่าอยากรู้จริงๆเหรอ

อื้อ...อยากรู้สิ

ที่จริงก็อยากรู้อะไรหลายๆอย่างให้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะถามสักเท่าไหร่

ก็...อยู่จนกว่าจะเบื่อ หรือหายเบื่อมั้ง

อ๋อ...เข้าใจแล้ว

ผมพยักหน้างึกงักกลับไปอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้ากลับมาเพื่อละสายตาให้ออกจากหมอก แต่พอนึกอะไรออกก็หันกลับไปใหม่

นี่หมอกรู้หรือเปล่าว่าเค้าส่งโปสการ์ดไปให้ด้วย

รู้ ก็เก็บไว้อย่างดี

ไม่ใช่ๆ...ส่งไปเมื่อวานเลย หมอกไม่ทันได้รับหรอก เสียดายจัง

พูดจบหน้าของผมมันก็งอลงโดยอัตโนมัติ ก็เสียดายจริงๆนะ แต่ก็ไม่ได้อะไรมากหรอก เพราะการที่หมอกอยู่ตรงนี้แล้วมันดีกว่ากันเยอะเลยไม่ใช่เหรอ

ก๊อกแก็ก...ก็อกแก็ก

ผมหันไปทางโต๊ะด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เป็นม่านที่กำลังจัดการเทน้ำแข็งจากถุงลงไปในกระป๋อง เข้าไปเอาน้ำแข็งมานี่เอง

หมู...

ผมเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าม่านกำลังส่งแก้วน้ำมาให้ น้ำสีม่วงที่ใส่น้ำแข็งก้อนเล็กๆเพียงไม่กี่ก้อน เดาได้ว่ามันคือน้ำองุ่น ผมรับมันแล้วมองม่านที่กำลังนั่งลงมาข้างๆ

ขอบคุณน้า

            อยู่กับม่านผมพูดคำว่าขอบคุณจนนับไม่ถ้วน ม่านไม่เคยละเลยผมเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยแค่ไหน

อื้อ

ไม่รับคำขอบคุณเฉยๆม่านยังใช้มือขยุ้มกลุ่มผมบนศีรษะของผมไปมาเบาๆ เราสามคนนั่งอยู่ด้วยกันริมสระ เป็นม่านเสียมากกว่าที่คุยกับหมอกส่วนผมมักจะเป็นผู้ฟังเวลาที่ม่านกับหมอกพูดคุยกันไปตามประสา แม้ว่าบทสนทนาอาจจะมีความทุลักทุเลไปบ้าง ฝีปากของม่านก็ใช่ย่อยแต่หมอกก็ตอกกลับนิ่งๆได้อย่างตรงจุด นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมผมถึงเลือกที่จะเป็นผู้ฟัง

ม่าน...ค่อยๆเดิน

คืนนี้ม่านดื่มเยอะเป็นพิเศษถึงขั้นที่ทั้งผมกับหมอกต้องช่วยกันพยุงขึ้นห้อง ตอนแรกหมอกเป็นฝ่ายอาสาพยุงม่านขึ้นมาคนเดียวคงจะรู้ว่าผมยังเดินไม่ค่อยไหว แต่ก็สู้ความซนของม่านไม่ได้ซึ่งก็แปลกพอผมไปช่วยประคองอยู่ใกล้ๆม่านก็ดูท่าว่าจะยอมสงบลงไปบ้าง

ม่านถูกทิ้งลงบนเตียงในห้องของตัวเอง กว่าจะเดินขึ้นมาถึงห้องได้ก็เหนื่อยใช่เล่น ผมไม่เคยเห็นม่านเมาขนาดตอนนี้เลย เมาแบบที่เรียกว่าดูแลตัวเองไม่ได้มันเป็นแบบนี้นี่เอง

เดี๋ยวเค้าไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ม่านดีกว่า

ผมบอกหมอกที่เพิ่งจะนั่งลงๆที่ขอบเตียงอีกฝั่งหนึ่ง หมอกไม่ได้พูดอะไรแต่ก็มองผมจนผมหันหลังแล้วเดินไปจัดการหยิบอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวให้ม่าน

หมู...

ยัยหมู...

ผมได้ยินเสียงคนเมาเอ่ยเรียกชื่อผมตลอดการเช็ดตัว แอบคิดว่าตอนที่ผมเมาตอนที่จัดงานวันเกิดผมจะเมาขนาดนี้ไหมหรือบางทีอาจจะมากกว่านี้ คนที่ต้องคอยดูแลผมก็หนีไม่พ้นม่าน คิดแบบนี้ผมก็ยิ่งต้องคอยดูแลม่านให้ดีๆแล้วก็ไม่โกรธที่ม่านเป็นแบบนี้

แล้วหมอกจะนอนไหน

ผมถามหลังจากที่จัดการเช็ดตัวให้ม่านเสร็จแล้ว ซึ่งม่านก็ดูท่าว่าจะหลับสนิทไปแล้วด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหมอกจะนอนห้องนี้กับม่านหรือเปล่า เพราะอันที่จริงหมอกก็มีห้องเป็นของตัวเอง

“แล้วเธอจะนอนไหน

ไม่ทันที่จะตอบหมอกก็ถามกลับมา

เค้าก็นอนห้องเค้าสิ

หมอกพยักหน้าพลางครุ่นคิดอะไรไปด้วย

นอนคนเดียวได้แล้วเหรอ

ข้อนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกต้องนอนกับม่านทั้งๆที่ม่านยังเมาอยู่ผมก็ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ มันน่ากลัวพอๆกันระหว่างที่ต้องนอนคนเดียวกับนอนกับคนเมา ถึงแม้คนที่เมาจะเป็นม่านก็ตาม

ก็จะลองนอนดูไง ถือโอกาสนี้แหละลองนอนคนเดียวเลย

เหรอ...

ทำได้เหรอ

หมอกนี่เหมือนอ่านใจผมออกเลย ทั้งๆที่เราอยู่ห่างกันมาสามปีแล้ว หมอกรู้เหมือนที่ม่านรู้ว่าผมไม่กล้านอนคนเดียว แต่ผมว่ามันก็คงถึงเวลาที่ผมต้องฝึกนอนคนเดียวให้ได้สักที ในกรณีที่ผมไม่สามารถให้ม่านมานอนเป็นเพื่อนได้ เพราะว่าม่านเป็นคนเมาไปซะแล้ว

ก็บอกว่าจะลองดูไง หมอกก็

แต่ถ้าหมอกนอนนี่ก็ดี จะได้นอนเป็นเพื่อนม่านนะ

ผมปิดประตูหลังจากที่เดินออกมาจากห้องของม่าน ซึ่งก็ยังไม่ได้คำตอบหรอกว่าหมอกจะนอนที่ไหน จะนอนกับม่านหรือกลับไปนอนห้องของตัวเอง ผมค่อยๆพาตัวเองมาจนถึงประตูหน้าห้องที่อยู่ห่างจากห้องของม่านเพียงไม่กี่ก้าว ผมเปิดประตูเข้าไปไม่ทันที่จะปิดมันก็ถูกมือคู่หนึ่งยั้งเอาไว้

หมอก...” ผมเรียกชื่อคนที่ใช้มือขวางการปิดประตูเอาไว้พร้อมกับมองไปที่ใบหน้าของเจ้าของ

“เธอต่างหากที่ต้องการเพื่อน…”

ประตูถูกเปิดออกให้กว้างขึ้นเพื่อให้หมอกเข้ามา ผมมองแผ่นหลังของคนที่เดินนำไปที่เตียง อันที่จริงหมอกก็ดูมึนๆหรือเปล่า เพราะหมอกก็ดื่มเหมือนกันไม่ใช่เหรอ

หมอกจะอาบน้ำก่อนไหม

หมอกส่ายหน้าแทนคำตอบพลางหยิบโทรศัพท์ของผมที่วางทิ้งอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาเล่นแทน ที่จริงก็ไม่แปลกที่หมอกจะไม่อาบน้ำเพราะหมอกอาบไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้วก่อนที่เราจะมีปาร์ตี้เล็กๆกัน

รหัสอะไร

ผมบอกรหัสหมอกไป ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรที่หมอกจะเล่นโทรศัพท์ของผม

งั้นเดี๋ยวเค้าไปอาบน้ำก่อนนะ

ผมออกจากห้องน้ำอีกครั้งก็พบว่าหมอกยังเล่นโทรศัพท์ของผมอยู่ ผมลงไปนั่งข้างๆเตียงหลังจากที่จัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย ดีหน่อยไม่ได้สระผมเพราะตอนเย็นผมสระไปแล้วตอนนี้ก็เลยพร้อมที่จะนอน

รูปนี้ถ่ายที่ไหนเหรอ

ผมโน้มตัวลงไปดูหน้าจอโทรศัพท์ที่หมอกโชว์ให้เห็น มันเป็นรูปที่อยู่ในคลังภาพ จำไม่ผิดน่าจะถ่ายเมื่อประมาณปีที่แล้ว อย่าบอกนะว่าที่เล่นโทรศัพท์ผมตั้งนานเพราะว่าขุดดูรูปผมนี่นะ ซึ่งมันก็เยอะพอสมควรกว่าจะขุดมาถึงรูปนี้ได้

อ๋อ...ถ่ายที่บ้านของรุ่นพี่

หมอกยังส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แสดงว่ายังรอให้ผมขยายความ

พี่ที่รู้จักกันน่ะ เค้าชวนไปงานวันเกิด

ก็เลยต้องถ่ายรูปชิดกันขนาดนี้

จะถามว่าชิดไหมก็คงจะชิดจริงๆ ใบหน้าที่แนบกันทั้งคู่และวงแขนที่โอบเข้าหาตัวผม เราทั้งคู่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยกันหลังจากที่เป่าเค้กเสร็จแล้ว แต่ตอนถ่ายผมไม่ได้คิดอะไรมาก พี่ที่อยู่ในรูปก็คงจะไม่คิดอะไรเหมือนกัน

หมอกไม่ชอบเหรอ

ผมถามกลับไปบ้างพอเห็นว่าหมอกยังจ้องรูปนั้นด้วยสายตาขุ่นๆ แต่พอได้ยินที่ผมถามหมอกก็เหมือนจะพยายามปรับสภาพหน้าตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ

ไม่ชอบแล้วได้อะไร

 ถึงไม่ชอบเธอก็ถ่ายไปแล้ว

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป หมอกพูดแบบนี้แปลว่าไม่ชอบใช่ไหม ผมก็ไม่กล้าแน่ใจนัก

นอนกันเถอะ

หมอกวางโทรศัพท์ไปที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะดึงตัวผมลงให้นอนข้างๆ จากนั้นหมอกก็เป็นคนเดินลุกไปปิดไฟ ห้องทั้งห้องมืดสนิทจนผมไม่เห็นอะไรเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอกหลับไปหรือยัง แต่เมื่อครู่ก็รู้สึกได้ถึงความยุบลงไปของเตียงทำให้รู้ว่าหมอกลงมานอนที่เตียงแล้ว

หมอก...

นอนแล้วเหรอ

อือ...

หมอกแค่ครางเบาๆกลับมาทำให้ผมเป็นฝ่ายหลับตาลงไปบ้าง ผมหันหลังไปอีกฝั่งแล้วนอนตะแคงหลับตาแล้วพยายามข่มความรู้สึกให้หลับลง แต่หลับตาลงไปได้ไม่นานก็รู้สึกว่าข้างๆมันมีความเคลื่อนไหว

เป็นแผ่นอกแข็งๆที่บดเบียดเข้ามา เบียดเข้ามาจนชิดกับแผ่นหลังของผม ระหว่างเรามีเพียงแค่เสื้อบางๆที่ใส่กั้นเอาไว้ก็เท่านั้น หมอกสอดแขนเข้ามาใต้ท่อนแขนของผมแล้ววางมันไว้บนช่วงเอว กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆลอยมาแตะที่ปลายจมูกของผมเมื่อปลายจมูกของหมอกกำลังกดลงมาที่ลำคอ

ฝันดี

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนหลับไปเมื่อคืนหรือเปล่าที่ทำให้ผมนอนหลับฝันดีจริงๆ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าแดดจ้าๆส่องทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามา แต่ถึงตอนนี้จะลืมตาขึ้นมาแล้วก็ยังขยับตัวไปไหนไม่ได้เพราะหมอกยังคงกอดผมเอาไว้ มีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเมื่อคืนเพียงแค่ร่างของผมที่หันเข้าหาตัวของหมอก มันทำให้คิดไปถึงเรื่องเมื่อก่อน หมอกเคยบอกว่าผมเป็นคนนอนดิ้น นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่หมอกมักจะกอดผมแบบนี้เวลาที่เราได้นอนด้วยกัน แต่ก็ไม่บ่อยหรอกนะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นม่านที่นอนกับผม

            ม่าน...

            จริงสิพอนึกถึงม่านแล้วก็เกือบลืมไปเลยว่าเมื่อคืนม่านเมา ไม่รู้ว่าป่านนี้จะตื่นหรือยัง

            หมอก...

            ผมเรียกชื่อพลางสะกิดไปที่อกของหมอกเบาๆ เรียกอยู่ไม่นานนักหมอกก็ค่อยๆลืมตา

            แต่ก็แค่แวบเดียวก็หลับตากลับไปเหมือนเดิม มันทำให้ผมได้รู้ว่าหมอกยังเป็นคนขี้เซาไม่เปลี่ยนแปลง

            หมอก...เค้าจะไปดูม่าน

            หมอกไม่สนใจแล้วยังกระชับวงแขนให้แนบแน่นยิ่งขึ้นอีก ซุกใบหน้าลงมาเกยบนไหล่ของผมไม่รับรู้อะไร

            หมอก...

          มันไม่หายไปไหนหรอก...

            หมอกพูดทั้งที่ยังหลับตา

            ผมไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรออกไปอีก เพราะถ้าหมอกไม่ให้ไปก็คงทำอะไรไม่ได้ ผมนอนนิ่งๆแบบนั้นมองคนที่หลับไปอีกครั้ง มองเจ้าของลมหายใจที่รดอยู่บนไหล่ผมเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ

            เธอ...

            หื้ม...

            วันนี้ลงทะเลกันนะ

            หมอกอยากเล่นน้ำเหรอ

            นะ...’”

            อ่...อื้อ ได้สิ

            หมอกนอนต่ออีกไม่กี่นาทีก็ตื่นแล้วปล่อยผมให้มาหาม่าน ส่วนหมอกบอกว่าจะไปอาบน้ำ เราแยกกันหน้าประตูห้องของผม หมอกเดินออกไปอีกทาง ส่วนผมก็เดินมาอีกทางเพราะห้องของผมอยู่ตรงกลางระหว่างห้องของม่านกับหมอก พอมาถึงก็จัดการเปิดประตูห้องของม่าน พยายามเปิดอย่างเบามือเพราะกลัวว่ามันจะเสียงดังรบกวนม่าน

            ผมพุ่งสายตาไปที่เตียงนอนเป็นสิ่งแรกแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ม่านไม่ได้นอนอยู่ที่เตียงแบบที่เมื่อคืนผมเห็นครั้งล่าสุด ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าม่านคงจะตื่นแล้ว ผมเดินไปสำรวจที่ห้องน้ำต่อก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลยเดินกลับมาพับผ้าห่มที่เตียงให้ม่าน แอบคิดเล่นๆว่าบางทีม่านอาจจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างก็ได้

            ผมสะดุ้งทั้งที่ยังจับผ้าปูที่นอนของม่านอยู่ หันไปตามเสียงที่ได้ยินก็พบว่าม่านเปิดประตูห้องเข้ามา ม่านก็ดูแปลกใจที่เห็นผมแต่ก็เดินเข้ามาหา

            ม่านตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วนี่หายเมาแล้วใช่ไหม

            ...

            ไม่สบายหรือเปล่า

            ผมถามต่อเมื่อเห็นว่าม่านดูซึมๆพลางใช้หลังมือแตะไปยังข้างๆแก้มของคนที่ตัวสูงกว่า

            เปล่า...

            คำตอบของม่านไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจเท่าไหร่ เพราะสีหน้าของม่านดูไม่สดใสนัก

            เมื่อคืนหมูนอนที่ห้องตัวเองเหรอ

            หรือว่าม่านจะไม่โอเคที่ผมปล่อยให้ม่านนอนคนเดียว

            อื้อ...หมูนอนที่ห้องหมู

            ผมตอบม่านไปอย่างไม่เต็มปากนัก แถมหรุบตาลงมาไม่กล้าสบตา อาการมันเหมือนกับคนที่ทำอะไรผิดไว้และกลัวว่าจะถูกจับได้

            หมูไม่กล้านอนกับม่าน...ก็ม่าน

            โอเครู้แล้ว

            ไม่รอให้ผมบอกเหตุผลว่าเพราะอะไรผมถึงไม่กล้านอนด้วยม่านก็ดึงผมเข้าไปกอด

            ขอโทษนะ ม่านไม่น่าเมาเลย

            กลับกลายเป็นม่านที่เป็นฝ่ายรู้สึกผิด ม่านลูบไปตามแผ่นหลังของผมเบาๆพร้อมพูดด้วยเสียงแผ่ว ผมรับรู้ได้ว่าม่านกำลังโทษตัวเองอยู่ แต่ว่าเมื่อคืนผมก็มีหมอกนอนเป็นเพื่อนแล้ว ผมควรจะบอกออกไปให้ม่านไม่ต้องโทษตัวเองแบบที่เป็น

            หมู...

            ผมยั้งปากตัวเองไว้ก่อนจะเงยขึ้นไปหาเจ้าของเสียงที่เรียก เราได้แต่สบตากันเพราะม่านไม่ยอมพูดอะไรออกมาต่อจากนั้นสักที มีแต่ใบหน้าที่เขยิบเข้ามาใกล้ๆยิ่งขึ้น

            จนกระทั่งที่ริมฝีปากของเราแตะจนแนบสนิทกัน ผมหลับตารับสัมผัสเหล่านั้นจากม่านโดยที่ไม่คิดต่อต้าน มือของม่านที่เคยใช้ลูบปลอบประโลมก็เคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ผมไม่รู้หรอกว่าจูบที่ดีมันเป็นแบบไหน จูบที่จะทำให้อีกฝ่ายพอใจ เพราะไม่ว่าจะขยับไปทางไหนม่านก็จะเป็นฝ่ายขับเคลื่อนพาผมตามไปอยู่เสมอ เรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไงผมก็ไม่รู้ตัว มันผิดหรือสมควรหรือไม่ผมก็ไม่สามารถหาใครมายืนยัน ผมรู้แค่ว่าผมก็อยากจะมอบความรักกลับไปให้ม่านเช่นกัน

            ผมถูกยกตัวทั้งที่ริมฝีปากของเรายังไม่ละออกจากกัน ม่านปล่อยผมลงมาที่เตียง ผมลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าม่านคร่อมตัวของผมเอาไว้ เราถอนจูบออกจากกันได้ไม่นานม่านก็กดริมฝีปากเข้ามาใหม่ ผมเพิ่งมาฉุกคิดได้ว่าการที่ม่านมาปล่อยผมลงบนเตียงนอนมันแปลว่าม่านอยากจะทำอะไรๆมากกว่าแค่จูบเฉยๆหรือเปล่า ผมตัดสินใจผลักอกข้างม่านออกไปเบาๆ แค่คิดว่าเรื่องอย่างว่าจะเกิดขึ้นอีกก็เริ่มหวั่นๆขึ้นมาแล้ว

            หมู...ม่านขอทำนะ

            ม่านยอมถอนริมฝีปากก่อนจะใช้สายตาอ้อนแทนคำพูด สายตาที่ทำให้อุณหภูมิบนใบหน้านั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ

          อื้อ...ม่าน

            ม่านใช้โอกาสที่ผมกำลังลังเลขบเม้มลงมาที่ซอกคอ ก่อนจะใช้ปลายลิ้นลากขึ้นมาจนถึงใบหู มือหนาล้วงเข้ามาภายใต้เสื้อยืดที่ผมใส่ลากไล้ไปตามเนื้อผิวจนกระทั่งปลายนิ้วไปแตะเข้ากับจุดๆนั้นที่ทำให้ผมสะดุ้งแอ่นอกขึ้นมา

            อึก...ม่าน

            ม่านยังคงใช้ริมฝีปากครอบครองไปบนเนื้อผิว การกระทำที่ทำให้เส้นขนบนตัวมันพร้อมใจกันลุกชัน ไม่เอาสิผมยังไม่ได้บอกว่าม่านทำมันได้เลยนะ มือของผมที่สั่นและเริ่มควบคุมไม่ได้ผลักไปที่อกแกร่งอีกครั้ง ม่านยังคงจูบไปตามลำคอพร้อมกันกับที่ปลายนิ้วยังคงทำงานอยู่ภายใต้เนื้อผ้า

            ผมคิดว่าตอนนี้ม่านคงจะไม่หยุดทำมัน ส่วนผมก็อ่อนปวกเปียกไปหมดแล้ว จังหวะที่ม่านผละออกจากซอกคอเพื่อที่จะจูบลงมาที่ปากผมก็ออกปากขอร้อง

 

อึก...ยะ...อย่าทำแรงนะ

 

To Be Continued

#UnTwins93

T
H
E
M
Y
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,077 ความคิดเห็น

  1. #2031 cookie_mb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 22:40
    ฮื่ออออออออออออออ
    #2,031
    0
  2. #2011 NawapornSooksri (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 18:48
    สงสารหมอกอ่าาาาา
    #2,011
    0
  3. #1780 puppywang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 20:49
    ใจเอนเอียงไปที่หมอกแล้ว
    #1,780
    0
  4. #1765 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:01
    น้องต้องไปหาหมอกนะะะ
    #1,765
    0
  5. #1754 igot7_MTBB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 01:08
    ทำไมใจมันเลือกหมอกว่ะ5555
    #1,754
    0
  6. #1703 Nattitap (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 16:24
    ยังไงดีเรา เข้าทางไหน
    #1,703
    0
  7. #1684 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 09:52
    หื้อออออ หน่วงก็หน่วงไม่สุดเพราะมันฟินนน
    #1,684
    0
  8. #1652 MBAIYW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 12:43
    ทำไมรู้สึกเชียร์หมอก แต่ก็ต้องอ่านไปก่อนเรื่อยๆอะ จะได้รู้ว่าทำไม
    #1,652
    0
  9. #1647 JeanHZ_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 12:03
    เมื่อวานเเอพเด็กดีทรยศเราค่ะ ล็อกเอ้าท์เองเฉยเลย เเล้วนี่ก็ลืมรหัสไปอีก 55555555 จริงๆเราอ่านจบไปเมื่อวานเเล้วเพราะอ่านจากเว็บเอา เเต่เราอยากคอมเม้นท์เลยไปงมรหัสมาจนเข้าได้เหมือนเดิมเเล้วค่ะเย้ TvT ประโยค เรามาช้าไปเหรอ นี่หมอกดูเจ็บมากเลย คิดว่าน่าจะมีภูมิหลังอะไรสักอย่างถึงมีประโยคนี้ตั้งเเต่บทเเรก เราเพิ่งอ่านเเค่ตอนเเรกคงยังตัดสินอะไรไม่ได้ แต่ชอบความรักฝั่งม่านตอนนี้มากเลยค่ะ รู้สึกละในละไมเเล้วก็ทะนุถนอมยัยหมูมากๆ เดี๋ยวจะอ่านตอนต่อๆไปก่อนนะคะ ยังไม่กล้าการันตีว่าเชียร์ม่านหรือหมอก เเต่ตอนนี้ยังชื่นชมความอ่อนโยนของม่านอยู่ ㅜㅅㅜ
    #1,647
    0
  10. #1585 VivoV5 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 21:40
    ทำไมสงสารหมอกจังนะ
    #1,585
    0
  11. #1495 aynoszii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 12:52
    ทำไมรู้สึกไม่ชอบม่านเลยอ่ะ
    #1,495
    0
  12. #1309 anMarkBambamGOT7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 15:24
    โอ้ยยย มันน่าอึดอัดใจน่ะ
    #1,309
    0
  13. #1301 CUCMEE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:21
    ม่านอย่าประชดหมอก
    #1,301
    0
  14. #1299 kikakae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 04:49
    จะว่าเขินก็เขิน555555 แต่ใจเหมือนจะทีมหมอกไงไม่รู้
    #1,299
    0
  15. #1285 embrace (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 23:54
    หมูเป็นแฟนม่านเหรอ ดูจากที่หมอกปลงๆด้วย แต่ดูเหมือนจะแอบรักสามเส้านะเนี่ยหรือสามพีก็ไม่รู้ แต่ครตหมูให้อารมณ์ถ้าเป็นผญด้วยกันจะไม่ค่อยชอบ5555 แต่เขาจะน่ารักกับคนในแบบของเขาอ่ะ ถ้าเราเป็นแฟนหมูจะชอบ เพราะดูขี้อ้อน น่ารักดี5555
    #1,285
    0
  16. #1281 PaoPao9300 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 21:39
    ฮืออ สงสารหมอก อยู่ทีมหมอกได้มั้ยยย
    #1,281
    0
  17. #1266 amptnkmb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 19:58
    ใครดีล่ะแบมใครดี
    #1,266
    0
  18. #1261 บานาน่าคิกซ์_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 14:06
    ฮึก ละมุนละมัย
    #1,261
    0
  19. #1224 neneeleon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 01:44
    เลือกทีมไม่ถูก อีกคนดูรักแต่ไม่แสดงออก อีกคนก็ดูอีกอุ่น หื้มม เขินมากตรงประโยคที่ว่า ฆ่าคนที่ทำเธอ5555 ><
    #1,224
    0
  20. #1190 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 09:14
    นึกว่าจะปฏิเสธ อ๋อเปล่า อย่าแรงนะ แบ๊มมมม โอ๊ย55555555 ยังไม่เลือกทีมเลยอะ เลือกไม่ถูก
    #1,190
    0
  21. #1107 AomAm... (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 21:19
    -เราก็นึกว่าจะบอกม่านว่าอย่าทำเรยนะ ที่ไหนได้กลับบอกว่า อย่าทำแรงนะ โอ้ยยย กลับไปอ่านบรรทัดนั้นยุ2รอบ นึกว่าอ่านผิด -555
    #1,107
    0
  22. #1104 shierichi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:08
    เลือกทีมม่านแล้วค่ะ---
    #1,104
    0
  23. #1099 keyprince (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:45
    อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน งื้ออ><
    #1,099
    0
  24. #928 Exo-jjannyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:01
    ทีมม่านมากกกกกก คนที่รักมาก่อนกับคนที่รักและดูแลมาตลอดมันต่างกันนะ ความคิดเราและม่านก็เป็นคนดูแลยัยหมูมาตลอดอะ
    #928
    0
  25. #922 Kahpaynak23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:29
    มาตอนนี้ทีมหมอกมากกกกก
    #922
    0