UnTwins :: อยากให้เราไม่เหมือนกัน ll #MarkBam [END]

ตอนที่ 12 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 204 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

11

[BamBam’s Part]

หมอกอยากไปไหนเหรอ?...”

ผมหันไปถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆหลังจากที่หมอกเป็นคนเรียกแท็กซี่จนพาผมขึ้นรถมาแต่ก็ยังไม่บอกว่าจะไปที่ไหน

ไปห้างA”

หมอกไม่ได้บอกผมแต่บอกกับคนขับรถที่อยู่ข้างหน้าแทน ผมไม่กล้าถามอะไรต่อคิดว่าหมอกจะนิ่งไปแต่ไม่นานหมอกก็พิงศีรษะลงมาที่ไหล่

ถ้าบอกให้เขาขับรถไปเรื่อยๆคงไม่ได้ใช่ไหม

หมอกพูดทั้งๆที่สายตามองไปยังนอกกระจกอีกฝั่งแต่ไม่นานก็หลับตาลง หลังจากนั้นไม่นานผมก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสจากมือที่อยู่ใกล้ๆ

เราไม่รู้หรอกว่าที่นี่มีอะไรให้ไปบ้าง ที่จำได้ก็มีแค่นี้หมอกพูดทั้งที่ยังหลับตาและพิงไหล่ผมอยู่ มือของเราก็ยังจับกันไว้

อื้อ...ไม่เป็นไร หมอกไปไหนเค้าก็ไปด้วยได้อยู่แล้ว

จริงเหรอ...ไปได้ทุกที่จริงๆเหรอ

อื้ม...

อย่ารับปากไปเรื่อยสิ ถ้าทำไม่ได้จริงๆเธอจะเป็นคนผิดสัญญานะ

*

หมอก ใกล้ถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวเค้าไปซื้อน้ำกับขนมเอาไว้กินก่อนนะ

ผมบอกหมอกที่นั่งอยู่ข้างๆ เรามานั่งรออยู่ที่หน้าโรงหนังกันได้สักพักหนึ่งแล้วหลังจากที่ตัดสินใจเลือกที่จะดูหนังกันเป็นอันดับแรก แต่พอผมลุกขึ้นหมอกก็ลุกขึ้นตาม

หมอกรออยู่นี่ก็ได้ จะเอาอะไรมั้ยเดี๋ยวเค้าซื้อมาให้

ไปซื้อด้วยกันนี่แหละ

หมอกเดินตามผมมาอย่างเงียบๆ รอผมสั่งน้ำแล้วก็ขนมที่คิดว่าหมอกน่าจะชอบเผื่อไปด้วยเพราะหมอกบอกว่าไม่เอาอะไร

เสร็จแล้ว หมอกกินก่อนมั้ย?”

ผมยื่นแก้วน้ำอัดลมแก้วใหญ่ไปทางหมอก หมอกมองมันอยู่ไม่นานก็ก้มลงมาดูดน้ำจากหลอด

กินน้ำพวกนี้มากๆไม่ดีนะ

หมอกพูดหลังจากที่ตัวเองเพิ่งดูดน้ำอัดลมเข้าไป

งื้อ...ก็นานๆกินทีไง ว่าเค้าแต่หมอกก็กินก่อนเค้าอีก

ก็ถ้าเราไม่กินเธอก็จะกินเยอะ

ดุเค้าอีกแล้ว...

ผมแกล้งทำหน้างอใส่หมอกแต่หมอกก็ยังคงหน้านิ่ง หลังจากนั้นแก้วน้ำที่ผมถือรวมไปถึงป๊อปคอร์นถังใหญ่ก็ถูกหยิบไปเพื่อเปลี่ยนมือคนถือ

ไม่เป็นไร เค้าถือเอง

ถือได้...เราเต็มใจ

ถึงจะเป็นคำพูดสั้นๆแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมา คงจะเป็นเพราะหมอกใส่ใจอะไรเล็กๆน้อยๆ สำหรับคนที่ดูนิ่งๆเย็นชาไปหมดกับทุกคน แค่ถูกปฏิบัติแบบนี้มันก็รู้สึกพิเศษ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่หมอกข้างๆกายผมจะเปลี่ยนอุณหภูมิไปอีก

เราพากันเข้ามาโรงหนังดูหนังกันอยู่เงียบๆ เป็นโชคดีที่โซนที่เรานั่งไม่มีคนอยู่รอบๆเลย แรกๆหมอกก็ดูเหมือนจะสนใจแต่หน้าจอและผมคิดว่าหมอกคงอยู่ในโลกส่วนตัวแล้วแต่ไม่นานก็รับรู้ได้ถึงความอุ่นของมือที่ค่อยๆกอบกุมผมไว้ ผมค่อยๆหันไปมองเจ้าของมือที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ก็เป็นผมคนเดียวที่หันไปมองเพราะสายตาของหมอกก็ยังคงโฟกัสอยู่ที่หน้าจอใหญ่ๆ

ครืดดดดดดดด~~

ผมสะดุ้งเล็กน้อยเพราะแรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง มันอยู่ใกล้ๆกับตำแหน่งมือที่กำลังกุมอยู่เช่นกันและคิดว่าหมอกก็คงจะรู้ แต่หมอกก็ยังคงให้ความสนใจไปที่หน้าจอต่อ ในความรู้สึกของผมตอนนั้นผมคิดอยู่แค่คนเดียวว่าเป็นใครที่จะโทรเข้ามาตอนนี้ หนังที่ฉายอยู่บนจอไม่สามารถดึงดูดผมได้อีกต่อไป ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะดึงมือตัวเองออกมาเพื่อรับโทรศัพท์หรือปล่อยมันไว้อย่างนั้น...

แต่เหมือนจะลังเลนานเกินไปจนในที่สุดสัญญาณมันก็ขาดหาย เหมือนจะเงียบไปได้ไม่เท่าไหร่โทรศัพท์มันก็สั่นขึ้นมาอีก คราวนี้หมอกหันมามาหา ใบหน้าคมก้มต่ำมองลงมายังมือของตัวเองที่กำลังกุมมือผมไว้

เดี๋ยวเค้าขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ

สุดท้ายผมก็แพ้ความเป็นห่วงม่าน ผมรู้ว่ายังไงคนที่โทรมาก็ต้องเป็นม่าน แล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ม่านจะไปในที่ๆผมไม่อยากให้ไปหรือเปล่า ผมไม่ได้มีความลับอะไรที่อยากจะปิดหมอกหรอกแต่ที่ขอไปเข้าห้องน้ำก็เพราะถ้ารับโทรศัพท์ในโรงหนังมันก็จะเสียมารยาท หลังจากที่ผมพูดจบหมอกก็ค่อยๆปล่อยมือก่อนจะหันหน้ากลับไปที่จอหนังต่อ

ระหว่างนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมันก็ยังสั่นตลอดเวลาจนกระทั่งพอออกจากโรงหนังได้ผมก็รีบกดรับ

ฮัลโหลม่าน…”

อยู่ไหน? แล้วทำอะไร...ทำไมเพิ่งรับ?”

ม่านต้องกำลังโกรธผมแน่ๆฟังจากน้ำเสียงตอนนี้

หมูอยู่ในโรงหนัง...ก็เลยรับไม่ได้

ที่จริงผมควรไม่พอใจม่านใช่ไหมที่ทิ้งเราสองคนไว้ที่ร้านแบบนั้น แล้วตอนนี้ม่านจะมาโกรธอะไร ผมถือสายเดินคุยจนไปจนถึงห้องน้ำก็เลยเข้าไปคุยในห้องน้ำเพราะข้างนอกเสียงมันค่อนข้างดัง

แล้วม่านล่ะอยู่ไหน

หมูไม่ต้องสนใจหรอก งั้นก็ดูหนังต่อไปแล้วกัน จะทำอะไรก็ทำไปตอนนี้ไม่มีม่านขัดไม่ดีเหรอ

ม่านเดี๋ยว...

            ไม่ทันได้พูดจบม่านก็ตัดสายทิ้งไป ผมถอนหายใจออกมารอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน นั่งมองมือถือที่ดับไปแล้วในมืออยู่แบบนั้นร่วมนาที แต่พอนึกได้ว่ามีอีกคนที่รออยู่ก็รีบลุกขึ้นก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกไป แต่พอเปิดออกมากลับต้องชะงัก

            หมอก...

            ผมเรียกชื่อคนที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ตรงข้ามกับประตูห้องน้ำที่เพิ่งเปิดออก

            หมอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?...

            แทนที่ผมจะได้ก้าวเดินออกไปแต่ปลายเท้ามันกลับต้องถดไปข้างหลังเมื่อร่างที่สูงกว่าก้าวเท้าเข้ามา พอเข้ามาได้หมอกก็ปิดประตูแล้วล็อคทันที

            ม...หมอก...

            ผมได้แต่เรียกชื่อและแหงนหน้ามองหมอก สีหน้าเรียบนิ่งสนิทนั้นกลับมาอีกแล้ว ผมคงจะทำให้หมอกไม่พอใจ

            ไม่ชอบ...

            หมอกเป็นอะไร...

            มันยากมากเลยเหรอ?...

            ....

            เวลาที่อยู่กับเราแล้วคิดถึงแค่เราน่ะ...

            ...

            ยากมากใช่มั้ย?”

            ผมพลาดอีกแล้ว...ผมคงห่วงม่านเกินไปจนลืมคิดถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ใกล้ๆ

            ขอโทษ...ถ้ามันทำให้เธออึดอัด

            “…”

            กลับบ้านกันก็ได้

           

            ผมไม่รู้จริงๆว่าควรจะพูดหรือไม่ควรพูดอะไรออกไป ไม่ได้อยากจะทำให้หมอกรู้สึกแบบนั้น และนี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรก ผมกลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปมันจะยิ่งทำให้เราห่างกันออกไปอีก ผมกลัวว่าในที่สุดหมอกจะเย็นชาจนหายไป

            เรานั่งแท็กซี่กลับมาด้วยกันเงียบๆ ปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นสักนิด แต่หมอกก็ยังเป็นหมอกที่ผมยังเข้าไปไม่ถึงอยู่ดีๆ ถึงแม้ที่ผ่านมามันจะทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้ก้าวเข้าไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะตัวหมอกเองหรือตัวผมที่เป็นคนผลักเราให้ออกจากกัน

            เย็นวันนั้นผมไม่ได้ออกไปจากห้องตั้งแต่ที่กลับมาถึงบ้าน แม้แต่ข้าวเย็นก็ไม่ได้ลงไปกิน ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรโทรไปหาม่านดีไหมเพราะมันก็เริ่มดึกแล้ว ส่วนหมอกเองก็คงจะอยู่ในห้องของตัวเองแบบที่ผมเป็น ไม่รู้ว่าป่านนี้หมอกกำลังคิดอะไรอยู่...

            ผมฟุ้งซ่านอยู่กับตัวเองจนตอนนี้มันดึกแล้วจริงๆ แล้วก็ทนกับความหิวไม่ไหว ก็เลยออกมาจากห้องเพื่อจะหานมอุ่นๆกิน ผมอุ่นนมไว้สองแก้วเพราะคิดว่าจะเอาขึ้นไปเผื่อใครสักคน ไม่รู้ว่าหมอกเองจะกินข้าวเย็นไปหรือยัง แต่พอได้ยินเสียงรถผมก็รีบวางแก้วที่อยู่ในมือลงก่อนจะวิ่งออกไป

            แต่พอวิ่งออกไปถึงหน้าประตูก็เห็นม่านอยู่กับคนที่ทำให้ผมแทบไปไม่เป็น ผมอึ้งนิดหน่อยที่เห็นม่านกำลังถูกประคองโดยพี่ฌอห์ณ และดูเหมือนว่าม่านกำลังเมาด้วย

            ทำไมพี่ฌอห์ณอยู่กับม่านได้ล่ะ...

            ผมเก็บความสงสัยของตัวเองไว้ก่อนจะรวมความกล้าเดินไปตรงที่ม่านแล้วก็พี่ฌอห์ณกำลังเดินเข้ามา

            ดึกป่านนี้ยังมาเสนอหน้าอะไรอีก

            ผมมาดูม่านครับ

            แล้วไม่เห็นหรือไงว่าม่านเค้าอยากอยู่กับใคร

            พี่ฌอห์ณพูดเหมือนกับว่าม่านอยากอยู่กับพี่ฌอห์ณ

            หมูเหรอ...อึก...ยัยหมู

            [End BamBam’s Part]

 

            ร่างสูงที่ถูกประคองดูเหมือนจะไม่มีสตินักเอ่ยเรียกหาชื่อที่คุ้นเคยเมื่อได้ยินเสียง ม่านค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากที่อีกคนช่วยประคองมาตั้งแต่ที่รถ

            ปล่อยดิวะ...

          ม่านสะบัดตัวจนมือของฌอห์ณหลุดออก ถึงแม้จะไม่ได้สติแต่เรี่ยวแรงยังเหลือจนฌอห์ณหน้าเสีย

            หึ...หมู มาก็ดีแล้ว

            พอลืมตาขึ้นมาเห็นก็รีบคว้าข้อมือเล็กทันที ร่างสูงที่ถึงจะเดินไม่ตรงนักแต่ก็พยายามพาร่างของอีกคนให้เดินขึ้นบันไดตามไปด้วย ทิ้งให้คนที่เป็นฝ่ายประคองมาแต่ทีแรกยืนมองอย่างหัวเสีย

            ม...ม่าน ทำไมเมาขนาดนี้ล่ะ

            แบมแบมถามคนที่ตัวเองคิดว่าเมาเต็มที่แล้วเมื่อพากันมาถึงห้อง ไม่ใช่ว่าม่านจะพายัยหมูกลับมาด้วยความสามารถของตัวเองทั้งหมดแต่เป็นยัยหมูเองที่ยินยอมตามมา ม่านปิดประตูและล็อคอย่างแน่นหนาทันที ไม่ได้สนใจคำถามของแบมแบมเลยสักนิด จับเจ้าของมือลากไปตามทางเดินจนถึงเป้าหมายนั่นคือเตียงนอน  ไม่นานร่างเล็กก็ถูกผลักลงไปตามด้วยอีกร่างที่โถมเข้าหาไม่ห่าง ล็อคมือเล็กทั้งสองตรึงไว้กับเตียงผืนกว้าง จมูกโด่งกดลงที่แก้มนิ่มจนเจ้าของต้องเบือนหน้าหนี

            ไม่รู้ว่าม่านจะจำได้บ้างหรือเปล่าว่ายัยหมูของเขานั้นไม่ชอบอยู่กับคนที่มีอาการมึนเมา จะเรียกว่าหวาดกลัวเลยก็ว่าได้

          ม...ม่าน จะทำอะไร หมูกลัว...

          กลัวเหรอ...หึ...ม่านจะไม่ทำแรงก็แล้วกัน

          ไม่เอานะม่าน...ไม่เอานะ...

            แบมแบมขอร้องด้วยเสียงสั่นเพราะรู้ว่าม่านคิดจะทำอะไร ลำพังม่านในโหมดปกติก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้นอยู่แล้ว แบมแบมได้แต่คิดภาพในหัวที่น่ากลัวไปต่างๆนานา

            แต่ถึงจะห้ามก็ดูเหมือนว่าคำพูดต่างๆมันไม่ได้ซึมซับเข้าหัวของอีกคนเลย ปลายจมูกเริ่มเคลื่อนไปยังตำแหน่งต่างๆของเนื้อผิว ยิ่งได้สัมผัสความนุ่มและความหอมของผิวที่เพิ่งผ่านการทำความสะอาดมามันก็ยิ่งเร่งให้อารมณ์ของคนกระทำแผ่ซ่าน ปกติแบมแบมเป็นต้องคล้อยตามแต่นาทีนี้มันไม่ใช่...มันมีแต่ความหวาดระแวง

            ก๊อกๆๆ

          ฮึก...

            มีแต่แบมแบมที่สะดุ้งเพราะเสียงเคาะที่ดังมาจากประตู

          ม่าน...ปล่อยก่อนฮึก...มีคนมา

            จริงๆมันเป็นโอกาสดีที่จะหลุดพ้นจากการถูกเอาเปรียบในตอนนี้ แต่ทว่า...

          มาก็ดี...แม่งจะได้รู้ไงว่าหมูเป็นของใคร...

          ป...ปล่อยเถอะนะ

            ร้องดังๆสิ...ฮึก...ร้องออกไปให้มันได้ยิน มันจะได้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่

            แบมแบมส่ายหน้าพร้อมไปด้วยน้ำตาที่กลั้นไม่ไหว ปากอิ่มจากที่เคยเอ่ยขอร้องก็รีบขบเม้มเข้าหากัน เพราะถ้าคนที่มาเคาะเกิดเป็นคนในความคิด...แบมแบมคงรับไม่ได้เหมือนกันที่เขาจะต้องมารับรู้หรือเห็นอะไรแบบนี้

            อีกด้านหนึ่ง...

            หมอกไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าข้างในห้องมีอะไรเกิดขึ้น รู้แค่ว่าตอนนี้มันดึกมาแล้วและก็จำได้ขึ้นใจว่าแบมแบมไม่กล้านอนคนเดียว

            มือหนายังคงพยายามเคาะประตูอยู่เป็นระยะ แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้

            แบมแบมคงไม่อยากให้ใครเข้าไปกวนใจตอนนี้...โดยเฉพาะเขา

            ไม่ต้องเคาะให้เสียเวลาหรอก

            ร่างสูงค่อยๆหันไปตามต้นเสียง พอหันไปก็เห็นใบหน้าที่ไม่เคยอยู่ในสายตา ญาติห่างๆที่มาขออาศัยอยู่ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นก็ไม่เคยคิดจะเสียเวลาให้ความสนใจ ฌอห์ณส่งรอยยิ้มที่หมอกรู้สึกว่าไม่มีความจริงใจเลยสักนิดมาให้ก่อนจะมายืนใกล้ๆ

            ผมรู้นะว่าพี่หมอกคิดยังไง แต่ผมก็ไม่อยากให้พี่หมอกกับพี่ม่านต้องมาทะเลาะกันเพราะคนโลเลแบบนั้น

            พูดอะไร?...

            ที่ถามไม่ใช่เพราะไม่รู้ความหมาย แต่มันไม่ใช่เรื่องของคนตรงหน้าเลยสักนิด

            ผมรู้ว่าพี่เข้าใจ เด็กคนนั้นน่ะอยู่ลับหลังพี่ก็จูงมืออีกคนเข้าห้องด้วยกัน เข้าไปมีความสุขกันแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

            ...

            ผมไม่อยากให้พี่โดนปั่นหัวนะ ที่ผมพูดเพราะผมหวังดีจริงๆฌอห์ณส่งสายตาที่แสดงถึงความเป็นห่วงพลางส่งมือเข้าไปจับอีกมือระหว่างที่พูด

            และผมรู้ว่าผมพูดไปพี่คงจะไม่ชอบผม แต่ผมทนเห็นพี่โดนเด็กคนนั้นปั่นหัวไม่ไหวแล้ว

พูดจบหรือยัง?”

มีแต่น้ำเสียงและแววตาอันเฉยชาเท่านั้นที่หมอกมอบให้ฌอห์ณ ตาคู่เดิมที่เคยมองสีหน้าด้วยความเปล่าเหล่าหรุบต่ำมองมือที่ถือวิสาสะขึ้นมาแตะมือของตนเป็นสัญญาณให้ฌอห์ณต้องค่อยๆปล่อยมือออก

พี่คงเกลียดผมแล้วจริงๆนั่นแหละ...

แต่สำหรับผม...ผมห่วงพี่จริงๆนะ...

ถ้าพี่ไม่มีใคร ผมอยากให้พี่คิดถึงผมบ้าง

 รอยยิ้มแฝงความเจียมตัวถูกถ่ายทอดพร้อมกับใบหน้าที่ก้มต่ำลง ฌอห์ณพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังและค่อยๆเดินออกไปจากบริเวณ มีแค่หมอกที่มองไปตามแผ่นหลังของร่างเพรียวสูงโปร่ง เขาไม่รู้หรอกว่าที่ฌอห์ณเข้ามาแบบนี้เพราะมีจุดประสงค์อะไร แต่คำพูดต่างๆที่ฌอห์ณทิ้งไว้ให้มันก็คอยรบกวนทุกโสตประสาท มือหนากำแน่นทำทีจะเคาะลงไปบนบานประตูแต่มันก็หยุดค้างไว้ชั่วขณะก่อนจะค่อยๆลดลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ถูกพ่น

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่ดีของใครแต่คงไม่ใช่สำหรับแบมแบมนัก ไม่ใช่แค่เช้าวันนี้ แต่รวมไปถึงเมื่อคืนด้วย ม่านลืมตาขึ้นพร้อมกับสติที่กลับมาครบสมบูรณ์ ลืมมันขึ้นมาพร้อมๆกับเจ้าของร่างที่ตัวเองสวมกอด ร่องรอยบวมช้ำบนดวงตานั้นมันตอกย้ำได้ดีว่าเมื่อคืนเขาทำอะไรแย่ๆลงไปอีกแล้ว

หมู...ดวงตาใสไร้การเคลื่อนไหวถึงแม้จะยังลืมตาอยู่ แม้แต่ร่างกายก็ไม่ขยับเขยื้อนมันทำให้คนมองรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

หมู...โกรธม่านเหรอ

“…”

หมู...

หมูจะโกรธม่านทำไม

ถึงจะบอกอย่างนั้นแต่สีหน้าและแววตามันกำลังบอกว่ายัยหมูของเขายังไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม มันแน่อยู่แล้วกับสิ่งที่ทำไว้ ถ้าเป็นเหมือนปกติก็คงจะแปลกเกินไป

หมูม่านขะ..

หมูไม่โกรธม่านหรอก ม่านจะทำอะไรก็ได้

ก็ร่างกายของหมูมันเป็นของม่านไง

แม้แต่พูดอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ยอมเงยขึ้นมามองหน้าสักนิด ถ้าเป็นในเวลาปกติเขาคงดีใจอยู่บ้างล่ะมั้งที่ได้ยินแบมแบมพูดประโยคแบบนี้

เขากำลังถูกประชดด้วยความเฉยชาอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แต่แน่นอน....แน่นอนว่าเขาไม่มีสิทธิ์โกรธ คนทำผิดไม่มีสิทธิ์โกรธ

*

ไปไหนกันหมด

คำถามแรกเกิดขึ้นหลังจากที่ความเงียบกินเนื้อที่บริเวณรอบๆอยู่หลายนาที แม่บ้านจัดแจงวางทัพพีที่เพิ่งใช้ตักข้าวลงจานกลับไปไว้ในโถก่อนจะตอบคำถามเจ้าของใบหน้าเรียบสนิท

คุณม่านเพิ่งลงมายกกับข้าวขึ้นไปที่ห้องค่ะ บอกว่าหนูแบมไม่ค่อยสบายลงมาไม่ไหว

จากที่ว่างเปล่านัยน์ตากลับฉายแววหม่นลงแต่ก็แค่เพียงเสี้ยววิ

ต้องทำกันขนาดไหนถึงลงมากินข้าวกินปลาไม่ไหว...ตาคมชำเลืองไปยังเจ้าของเสียงที่โพล่งขึ้นมาคงจะลืมตัวว่ามีเขานั่งอยู่ตรงกันข้าม ฌอห์ณรีบเก็บอาการและเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาดูอ่อนโยนลง

พูดอะไร...ให้เกียรติคนอื่นบ้าง

อ่ะ..อ้าวคุณหมอก...ไม่ทานแล้วเหรอคะ

ป้านวลเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหมอกลุกขึ้นจากเก้าอี้กะทันหันพร้อมกับหนังสือพิมพ์ที่เคยอยู่ในมือมันถูกพับก่อนจะวางลงไปบนโต๊ะ แม้ไม่ได้ถึงขั้นกระแทกลงไปแต่คนมองทั้งสองก็ดูออกว่าคนที่วางมันลงกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง หมอกไม่ได้หันกลับมาแม้แต่จะตอบคำถามจากแม่บ้าน นี่คงเป็นความแตกต่างถึงแม้หากสีผมของม่านและหมอกจะเหมือนกัน ทุกคนในบ้านสามารถแยกออกในความแตกต่างระหว่างม่านกับหมอกได้ไม่ยาก

 

หมู...กินอะไรหน่อยนะ

ม่านนั่งลงไปบนขอบเตียงหลังจากที่เพิ่งวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะแถวๆนั้น กลับขึ้นมาที่ห้องยัยหมูของเขาก็ยังนอนนิ่งไม่หือไม่อือ แบมแบมไม่เคยเป็นขนาดนี้ถึงจะเคยโกรธเคยงอนเขามากแค่ไหน แต่ความผิดมันคงเป็นของเขาคนเดียวทั้งหมด รู้ทั้งรู้ว่าแบมแบมไม่ชอบเข้าใกล้คนเมาจนถึงขั้นหวาดกลัว แต่เขาก็เป็นคนที่ยัดเยียดสิ่งนั้นให้กับแบมแบมซะเอง ซึ่งก็ยังไม่เคยหาวิธีรับมือกับอาการแบบนี้มาก่อน จะทำอย่างไรถ้าหากแบมแบมเกลียดเขา เขาทำตัวเองแท้ๆ จากที่ทำให้แบมแบมเอือมระอามาแล้วก่อนหน้าจนในที่สุดแบมแบมคงไม่คิดจะอยากมอง

ถ้าหมูไม่อยากอยู่ใกล้ๆม่าน ม่านไปให้ก็ได้...

...

แต่หมูลุกขึ้นมากินอะไรให้ม่านเห็นก่อนได้ไหม...

ม่านใช้มือลูบไปตามกลุ่มผมนุ่มสีอ่อนของคนที่นอนตะแคงหันหลังให้เขา ตอนแรกคิดว่าแบมแบมคงจะยังไม่ตอบอะไรออกมาแต่ก็ผิดคาด

หมูไม่ค่อยหิว ม่านวางเอาไว้นั่นแหละ เดี๋ยวหมูกินเอง

หมูกินตอนที่มันยังร้อนๆดีกว่านะ ม่านให้ป้านวลทำโจ๊กมาให้

แววตาใสที่เคยเหม่อลอยโฟกัสมายังคนที่นั่งอยู่เมื่อแบมแบมพลิกขึ้นมานอนหงาย ไม่นานก็ค่อยๆยันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นมาให้คนที่มองได้ใจชื้น

ถ้าม่านอยากให้หมูกิน หมูก็จะกินเพราะมันเป็นคำสั่งของม่าน

หมู...

แบมแบมไม่ได้สนแม้ว่าม่านกำลังเปิดปากจะพูดอะไร พาร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของตัวเองไปยังโต๊ะที่มีถาดอาหารวางอยู่ มันอยู่อีกมุมของห้องที่มีชุดโซฟาเล็กๆ

เพราะหมูเป็นของม่าน...แบบที่ม่านบอก หมูเป็นของๆม่าน...หมู...

หยุดได้แล้วนะ

เขามองแววตาที่หม่นอยู่ไม่แพ้กัน ยั้งมือที่จับช้อนในมือที่แบมแบมพยายามตักมันเข้าปากพร้อมกับพูดถ้อยคำเหล่านั้น ไม่รู้จะห้ามมือเล็กที่ตักข้าวเข้าปากทำไมในเมื่อมันเป็นสิ่งที่อยากให้แบมแบมทำ

พอแล้วหมู...ม่านยอมแล้ว

ช้อนที่อยู่ในมือถูกวางลงกลับไปในชาม แบมแบมกระพริบตาปริบๆมองลงไปในถ้วยที่มีโจ๊กร้อนๆอยู่ มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจะมองหรือให้ความสนใจจริงๆหรอก แต่ก็ดีกว่าตอนนี้ แบมแบมไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังรู้สึกยังไงกับคนข้างๆ แบมแบมไม่ได้เกลียด ไม่ได้โกรธแบบที่ม่านอาจจะเข้าใจ แค่รู้สึกว่าถูกขโมยความสดใสที่เคยมีมาด้วยกันออกไปจากใจก็เท่านั้น แต่เมื่อคืนแบมแบมก็ได้ผ่านความรู้สึกที่เคยกลัวมาทั้งหมด อาจเป็นเพราะมันเกิดจากคนตรงหน้าล่ะมั้งที่ทำให้แบมแบมยังไม่กลัวจนเสียสติหรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังเจ็บเจียนตาย เพราะเป็นม่านไง...ม่านที่ยัยหมูรู้สึกว่าเขาเป็นแทบทุกอย่างในชีวิต เแต่ว่าลึกๆก็รู้สึกผิดที่ม่านไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตที่แบมแบมพึงระลึกว่ามีอยู่เพียงคนเดียว แบมแบมไม่รู้...ไม่รู้ว่าควรจะเดินต่อไปยังไงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ดี

ม่านขอโทษ...หมูกลับมายิ้มให้ม่าน กลับมาหัวเราะกับม่านได้ไหม

หมูก็ไม่รู้เหมือนกัน...หมูเป็นอะไรไม่รู้...

หมู...

ไม่ต้องยิ้มให้ม่านก็ได้ ม่านยอมแล้วครับ...ม่านขอโทษ

เขาดึงร่างบางๆที่อยู่ข้างๆเข้ามากอดด้วยความใจหาย มือก็ลูบไปตามกลุ่มผมและโอบรอบเอว มันรู้สึกเหมือนของรักกำลังหลุดลอยออกไปไกลจากเขาไปเรื่อยๆ ถ้าเขาไม่รีบคว้ากลับคืนมามันอาจจะหายไปจากเขาตลอดไปเลยก็ได้ เขาต้องเอากลับคืนมาถึงแม้จะรู้ว่าของสิ่งนั้นอาจไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ว่าจะได้อยู่ในสถานะอะไร เขาเริ่มเข้าใจคำพูดของอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกัน ดอกไม้ที่ทั้งคู่พยายามปลูกขึ้นมา...เขานั่นแหละเป็นคนที่กำลังทำให้ดอกไม้ดอกนี้เหี่ยวเฉาลงไปคามือเสียเอง

กลุ่มควันสีขุ่นลอยโขมงไปทั่วบริเวณที่สองริมฝีปากเป็นตัวการพ่นมันออกมา หมอกคีบแท่งนิโคตินออกจากปากก่อนจะวางมือที่ยังคีบมันอยู่พักไว้บนระเบียง สายตามองไปยังคนข้างๆที่ยังจดจ่ออยู่กับกลุ่มควันที่ยังพ่นออกมาไม่หมดจากปาก

            ที่จริงมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันมากนักหรอก แต่หมอกรู้สึกว่าอีกคนมีอะไรอยากจะพูดออกมามากมายซะเหลือเกิน

แบมแบมไม่สบายเหรอ..

เป็นหมอกเองที่เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมา ม่านได้ยินแต่ก็พ่นควันกลุ่มสุดท้ายก่อนจะพักศอกทั้งสองไว้บนขอบระเบียงและมองไปยังเบื้องหน้า เห็นแต่วิวภายในบ้านที่ชั้นล่างเป็นสระว่ายน้ำ ม่านพยักหน้าแทนคำตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าคนถาม

เหมือนว่ากูจะเริ่มเข้าใจ...แต่กูก็ยังยอมรับไม่ได้

หมอกตั้งใจฟังถึงแม้จะไม่ได้มองหน้าของแฝดตัวเองเลยก็ตาม เขาเองก็มองไปรอบๆบริเวณสลับไปกับการยกสิ่งที่คีบอยู่ขึ้นมาสูบ

ไม่ใช่ว่ากูจะเข้าใจทุกอย่างที่มึงพูดออกมานะ

เป็นหมอกที่ตอบกลับไปเมื่อบุหรี่ที่ถูกคีบกลับมาวางพักบนขอบระเบียงเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าม่านจะสื่อถึงประเด็นไหน เพราะมันมีหลายเรื่องเหลือเกินในหัว

รู้แบบนี้กูน่าจะปล่อยให้เด็กคนนั้นนั่งร้องไห้อยู่ในห้องเก็บของคนเดียว

กูน่าจะปล่อยให้แบมแบมเดินตามก้นมึงคนเดียวเวลาไปไหนต่อไหน...

มันจะได้ไม่เป็นแบบนี้

หมอกพอจะเข้าใจแล้วที่ม่านกำลังรู้สึก...เขาตั้งใจฟังอย่างเงียบๆไม่นานก็เริ่มเปิดปากบ้าง

มันไม่ผิดหรอกที่เราจะช่วยกันปลูกดอกไม้...

มันผิดที่มึงเด็ดดอกไม้ต่างหาก...

อืม...ก็คงจะแบบนั้นด้วย

น้ำเสียงที่ตอบกลับมามันก็ดูผ่อนคลายเหมือนเวลาที่คุยกันปกติแต่คำว่าเด็ดดอกไม้มันก็เสียดแทงใจ...รวมไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาซ้ำรอยเข้าไปอีก ความผิดตัวเองมันเท่าภูเขาและคงไม่มีอะไรมาลบให้หายไปได้อีกแล้ว มันคงเป็นตราบาปให้กับแบมแบมไปด้วยเหมือนกัน

กูแม่ง...ก็เหี้ยจริงๆนั่นแหละ

กูแม่งทำตัวเป็นเจ้าของทั้งๆที่แม่ง...

อืม...จะพูดฆ่าตัวเองทำไม

ไม่เอาแล้วว่ะ...จริงๆก็ไม่ใช่นิสัยของกูมึงก็รู้ใช่ไหม

หมอกเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถามให้คนตรงหน้าที่บางทีก็ไม่ต่างจากเด็กในสายตาเขา เด็กที่ทำอะไรพลาดพลั้งไปแล้วก็ได้แต่เรียกให้เขามาช่วยแก้ไข แต่กับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เขาควรมารับฟังจริงๆเหรอ เรื่องที่มันทำผิดกับหัวใจของเขาด้วย

นิสัยมึงก็ต้องทำอะไรตามใจตัวเอง...ก็ถูกแล้ว

กูหมายถึงต่อไปนี้คงต้องปล่อย...

ทำไม?...”

กูไม่อยากเสียเขาไป ไม่อยากเสียเด็กคนนั้นไปเลย

หึ...มึงก็ยังเหมือนเดิมจริงๆ

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกกดดันแบบที่ผ่านๆมาเท่าไหร่ ที่ว่าม่านยังเหมือนเดิมก็เพราะม่านเป็นคนที่กว่าจะรู้สึกว่าอะไรเป็นอะไรก็ต่อเมื่อทุกอย่างมันกำลังจะพังลงไปต่อหน้าต่อตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันพังเสียหายลงไปถึงขนาดที่จะกู้คืนได้ไหม

 

To Be Continued

#untwins93

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 204 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,077 ความคิดเห็น

  1. #2070 vv_ptmp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:47
    อห แกเราอยากให้ม่านไปอะ ไม่ใช่ว่าอยากให้หมอกกับแบมอยู่ด้วยกันนะ แต่แบบก็รู้ว่านางทำไมถูกทำให้น้องเสียใจ แล้วในเมื่อนางทำลงไปแล้วอะ ก็ไม่อยากให้นางอยู่ ถ้านางยังอยู่นางก็จะรู้สึกผิดตลอดเวลา คือเรารักม่านเราทีมม่านทั้งใจสงสารม่านมากมาย♡
    #2,070
    0
  2. #1866 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:15
    เราพยายามมองโลกในแง่ดีมากๆ ม่านเป็นคนที่เริ่มลงมือทำร้ายยัยหมูก่อน ซึ่งเพราะไม่ได้คิดว่าผลมันจะแย่ขนาดนี้น่ะนะ ม่านจมอยู่กับความรู้สึกผิด นี่ถือเป็นเป็นบทเรียนหรือยังนะ(ตอนจบเกมอาจจะพลิกก็เป็นได้*คาดหวัง*) หรือบทเรียนที่แท้จริงคือจากกันตลอดกาล ในขณะที่หมอกทำตามกติกาทุกอย่าง ทะนุถนอมยัยที่สุด นั่นเพราะรักมากเหมือนกัน ไม่อยากให้หมูคิดเผื่อคนอื่นเลย อยากให้คิดถึงแค่ตัวเองก็พอง่ะ สับสนอยู่สินะ สู้ๆนะตัวเล็ก อยากเห็นเรามีความสุขนะ

    ;-;
    #1,866
    1
    • #1866-1 Melinnnnnnn(จากตอนที่ 12)
      12 พฤษภาคม 2562 / 00:16
      คนบ้าอะไรอ่านจากตอนหลังมาตอนก่อนหน้า55555 เขียนได้ดีแน้วววๆๆ
      #1866-1
  3. #1789 markxbam9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32
    หมอกดูเป็นคนอบอุ่นและเป็นผู้ใหญ่ดูปกป้องทุกคนได้ แต่ม่านดูมีนิสัยเด็กๆไม่คิดก่อนทำรอให้เกิดปัญก่อนค่อยแก้แต่บางเรื่องมันก็ไม่สามารถที่แก้ไขหรือย้อนเวลากลับไปได้ไง #ทีมหมอก
    #1,789
    0
  4. #1775 Spices_smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:08
    ต้องจบเเบบหน่วงๆเเน่เลย เห้ออออ
    #1,775
    0
  5. #1763 pk2087 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:42

    ชอบหมอกนะ ที่รอจนกว่าแบมจะรู้ตัวว่ารักใคร รู้ว่าม่านก็รักแบมแต่ม่านรีบเกินไปใช้ความสัมพันธ์ทางกายผูกมัด จนตอนนี้มันทำให้เรื่องบานปลาย

    #1,763
    0
  6. #1733 Khunkawaeii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:26
    เฮ่อยอมแล้ว อะไรก็ได้อ่ะตอนนี้ แล้วแต่แบมเลย
    #1,733
    0
  7. #1731 Kungking051137 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 10:50
    เรื่องนี้ไม่อยากให้มีพระเอกเลยเลือกไม่ได้เจ็บปวดด
    #1,731
    0
  8. #1612 ออมม่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 09:28
    ม่านจะ ปล้อย .. ได้จริงหรอ
    #1,612
    0
  9. #1600 VivoV5 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:44
    จริงๆอย่างที่หมอกว่า เราช่วยกันปลูกได้ แต่ผิดที่ม่านเด็ดมันไปก่อนเอง
    #1,600
    0
  10. #1519 alltimeismark (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 01:26
    ทำไมเราไม่คิดว่าหมอกเย็นชาเลยล่ะ กลับกันหมอกอบอุ่นมากเรื่องเล็กๆน้อยๆหมอกสังเกตทุกอย่าง และก็อย่างที่บอกถ้าในตอนแรกเลือกที่ตะช่วยกันปลูกดอกไม้ด้วยกันแล้วก็ควรชื่นชมมันด้วยกันไม่ควรมีใครได้เด็ดดอกไม้ไปดอมดมแต่เพียงผู้เดียว
    #1,519
    0
  11. #1505 aynoszii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:47
    ม่านแม่งทำแบบนี้อีกละ ไม่ไหวแล้วนะ เหนื่อยแทนอ่ะ สงสารทั้งหมูทั้งหมอกที่ต้องมาเจ็บเพราะการกระทำของม่าน ไม่ไหวจริงๆอ่ะ ไม่ไหวละ เราทนเห็นหมอกกับแบมเจ็บต่อไปไม่ไหวแล้วอ่ะ
    #1,505
    0
  12. #1460 lovebam2x (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 07:33
    เครียดกับความรักของสามคนนี้จริงๆ มาอ่านใหม่อีกรอบก่อนอ่านตอนหน้า ขอบคุณที่ไร๊ท?กลับมาจ้า
    #1,460
    0
  13. #1435 chompoochorsri (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 05:25
    ทีมหมอกได้ม้ายยย. โอ้ยยยฉับฉน
    #1,435
    0
  14. #1434 อากาเซเลเวล ๑ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 13:34
    หมูจะท้องกับม่านไหมมมม สะเทือนใจ
    #1,434
    0
  15. #1433 PexYen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 21:00
    เทใจเชียร์ม่าน แต่ตอนนี้ทำไมม่านโดนหมูเทสะแล้ว...นี่ม่านจะตกเป็นพระรองจริงๆหรอ
    #1,433
    0
  16. #1429 _Mt_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 13:22
    เลือกทีมไม่ถูก ฮรือออออ
    #1,429
    0
  17. #1428 flame1728 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:43
    ทีมหมอกเพราะหมอกดูเป็นคนที่อบอุ่นดูถนุถนอมแบมมากๆ สงสารทั้งสามคนเลย
    #1,428
    0
  18. #1427 waslikebubblegum (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 11:12
    ม่านเป็นแบบนี้อีกแล้วนะ ตัวเองได้ทำอะไรเยอะกว่าหมอกอยู่แล้วแต่ก็ยังทำพังตลอด โอยยยย สงสารยัยหมู สงสารหมอก ฮืออออออออ
    #1,427
    0
  19. #1425 MayB_9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 15:36
    งื้อ เจ็บปวด
    #1,425
    0
  20. #1424 MBLoveGot7 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:35
    เศร้าอ่ะ สงสารจัง
    #1,424
    0
  21. #1423 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 16:34
    สงสารทั้งสาม เข้ามาอ่านเมื่อใดเป็นต้องน้ำตาซึมทุกที ทั้งที่บอกกับตัวเองแล้วว่า รอให้รวมเล่มแล้วค่อยซื้อ แต่พอเห็นแจ้งเตือนกลับห้ามใจตัวเองไม่ให้กดเข้ามาอ่านไม่ได้ งื้อออ ช่วยโด้ยยยยยย
    #1,423
    0
  22. #1422 jjjanejane (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 21:40
    ทีมหมอกอ่ะ ทีมหมอกมาตั้งแต่แรก ยิ่งตอนนี้ยิ่งทีมหมอก
    #1,422
    0
  23. #1421 iins_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:26
    ป.ล. ยังไงก็ม่านแบม แบมยอมม่านขนาดนี้ไม่ใช่เพราะยอมให้เพราะเขาดีกับตัวเองหรืออะไรหรอก ให้เพราะรักเนี่ยแหละ เห้อม..
    #1,421
    0
  24. #1420 iins_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:22
    ทีมม่านสั่มเหมอ ไม่รู้ว่าทำไมต้องทีมม่านแต่ติดว่าตอนนี้แบมก็สับสนอยู่ ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำใครคือคนที่ตัวเองรัก หรือมั่นใจไปแล้วแต่นี่ไม่ยอมรับ555 ไม่น่าจะใช่เราอ่านแล้วกึ่งๆ ไม่สุด และอีกอย่างแบมยังบอกว่ารักหมอกมากกว่าม่าน (ยกมือเตรียมไฟว้กับคนเห็นต่าง//ร้ายเว่อร์55) จะหน่วงก็ไม่สุด สงสารแบม สู้ นะคะคุณนักเขียน ถึงจะยากยังไงเราก็จะผ่านไปด้วยกันค่ะ เป็นเรื่องที่อินและอินจนห้ามตัวเองไม่อยู่จริงๆ
    #1,420
    0
  25. #1419 ตัวบ้าน9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:10
    หมูนี่ตอนแรกก็บอบบางอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งบอบบาง ยังคงยืนยันว่าหมูน่าสงสารที่สุดคิดดูว่าเจออารมณ์หมอกมาแบบนั้นแล้วกลับบ้านมาเจอม่านแบบนี้ เด็กตัวเล็กๆคนเดียวแบกอะไรอยู่ ถ้าเราเป็นหมูเราจะโกรธม่านที่ทำอะไรวู้วามไม่มีสติยับยั้ง แล้วก็จะน้อยใจหมอกที่ทำไมถึงไม่เข้าใจจุดยืนของหมูเลย จะมองแบบไม่ทีมไหนม่านไม่ได้อยากทำร้ายหมูหรอกม่านก็อยากถนอมหมูแต่ว่าอยากให้หมูเป็นของม่านไงพอตระหนักได้ก็ตอนที่ทำร้ายไปแล้ว หมอกเองก็อยากให้เธอเป็นของหมอกแต่ถ้าหมอกทำอะไรเธอลงไปเธอก็คงจะช้ำไปกว่าเดิมแล้วสุดท้ายดอกไม้จะไม่อยู่ที่ใครแต่จะหายไปจากทั้งสองคน แต่เพราะความรักทุกอย่างจึงกลายเป็นแบบนี้ ในเมื่อร่วมกันปลูกมาแล้ว ร่วมกันดูแลน่ะคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วนะเราว่า ม่านอย่าปล่อยเลยแค่เว้นให้ดอกไม้ได้รับอากาศบ้างไม่นานคงจะกลับมาสวยเหมือนเดิม
    #1,419
    0