UnTwins :: อยากให้เราไม่เหมือนกัน ll #MarkBam [END]

ตอนที่ 11 : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

10

            ไม่ต้องไปฟังคำพูดไร้สาระได้มั้ยหมู

            เขารู้สาเหตุของใบหน้าที่ง้ำงอลงอย่างเห็นได้ชัด ลำพังสีหน้าของแบมแบมตั้งแต่ที่อยู่บนรถมันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นักและดูเหมือนตอนนี้จะแย่ลงกว่าเดิม

            ม่านรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะใคร

            ถ้าหมูไม่โอเคม่านจะไปไล่มันให้ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้แหละ

            ท่าทางที่แสดงออกของม่านทำให้คนมองอยู่รู้ว่าถ้าไม่ห้ามไว้คำพูดเหล่านั้นมันจะเกิดขึ้นจริง มือเล็กรีบรั้งท่อนแขนของคนที่เพิ่งลุกขึ้นจากเตียงเอาไว้

            ม่าน...ไม่เอาน่า

            หมูไม่เก็บคำพูดพี่ฌอห์ณมาคิดแล้ว ม่านอย่าไล่พี่ฌอห์ณไปเลยนะ

หมูไม่อยากให้คุณป้าไม่สบายใจ

            เฮ้อ...ม่านเบื่อขี้หน้ามัน เมื่อไหร่มันจะเรียนจบสักที จะได้กลับบ้านมันไป

            ยังไงพี่ฌอห์ณก็เป็นญาติของม่านน่า พี่เขาก็ปากร้ายไปอย่างนั้นแหละ

            หมูก็แบบนี้ไง...

            เจ้าของคิ้วย่นถอนหายใจออกมาอีกระลอก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพราะยัยหมูของเขาเป็นแบบนี้มันยิ่งทำให้ม่านเชื่อว่าเขาเอ็นดูและรักเด็กไม่ผิดคน ฝ่ามือหนาลูบไปตามกลุ่มผมนุ่มที่คุ้นมือก่อนจะจับศีรษะทุยของแบมแบมเข้าหาตัวซึ่งมันซบเข้ากับตำแหน่งหน้าท้องพอดิบพอดี

            แต่หมูจำไว้...

อยู่กับม่านหมูไม่ต้องกลัวใคร…”

*

ก๊อกๆๆ

มันเป็นการเคาะประตูที่ไม่ได้หนักแน่นเท่าไรนักเพราะคนเคาะเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าของห้องนั้นยินดีที่จะเปิดมันหรือเปล่า แบมแบมยืนรอไปพร้อมกับความคิดหลายๆอย่างที่ตนกำลังคิดไปต่างๆนานา สีหน้าไม่ได้ดีนักหรอกในคราวแรกแต่เมื่อรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวจากด้านไหนก็รีบปรับสภาพสีหน้าของตัวเองทันที

ใคร?”

เสียงทุ้มลอดผ่อนบานประตูหนาและกำแพงที่กั้นระหว่างห้องนอนและภายนอก มันดังพอที่แบมแบมจะได้ยิน ริมฝีปากที่เพิ่งขบเม้มเข้าหากันเริ่มขยับเขยื้อนเพื่อที่จะตอบคำถาม

เค้าเอง...

ฟังจากน้ำเสียงที่คนในห้องถามเมื่อครู่ทำให้แบมแบมพอจะเดาได้ว่าหมอกไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต้อนรับใคร แต่พอเอ่ยปากตอบว่าเป็นตัวเองไปไม่นานก็ได้ยินเสียงลูกบิดดังขึ้นก่อนที่ประตูจะค่อยๆแง้มออก

เจ้าของห้องไม่คิดแม้แต่จะเอ่ยถามถึงสาเหตุของการมาเคาะประตู หมอกแค่เพียงยืนมองแบมแบมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า...ว่างเปล่าจนแบมแบมไม่กล้าคาดเดา

เค้าเอาผ้าปูที่นอนมาเปลี่ยนให้น่ะ พอดีป้านวลเธอบอกว่าหมอกไม่ยอมเปิดประตูให้ใครเข้ามา แล้วไม่มีใครรู้ว่าหมอกจะกลับมาก็เลยยังไม่ได้จัดแจงอะไรไว้

เข้ามาสิ

เสียงทุ้มไม่ได้อยู่ในโทนที่ดูแข็งกร้าวแล้วเหมือนตอนที่หมอกถามว่าใครทำให้แบมแบมพอจะหายใจได้สะดวก หมอกยืนรออยู่ที่ประตูจนแบมแบมก้าวเดินไปโดยมีจุดหมายเป็นเตียงนอนไม่นานก็จัดการปิดประตูห้อง

ที่จริงตอนที่หมอกไม่อยู่ห้องนี้ก็ทำความสะอาดประจำนะ

แบมแบมพูดขึ้นเมื่อสายตาสำรวจไปรอบๆห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาหม่นๆเน้นความสบายตา ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิมไม่ต่างจากสามปีที่แล้ว เพราะใครๆต่างก็รู้ว่าคนๆนี้ไม่ชอบให้ใครมาเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นของตนโดนไม่ได้รับอนุญาต

งั้นเดี๋ยวเค้าเปลี่ยนแป๊ปนึงนะ

แบมแบมวางผ้าปูที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆลงบนเตียงนอนที่ยังคงปูด้วยผ้าผืนเก่าก่อนจะพาร่างตัวเองขึ้นไปบนเตียงขนาดคิงไซส์ การที่หมอกไม่ตอบอะไรกลับมามันยิ่งทำให้แบมแบมทำตัวไม่ถูก แต่ที่เป็นแบบนี้มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกและเป็นเรื่องที่แบมแบมพอจะเตรียมใจรับมือ เพราะเหตุการณ์ในครั้งล่าสุดที่อยู่ด้วยกันตามลำพังมันจบลงไม่สวยและยังทิ้งไว้แต่ความค้างคา

ไม่รู้ว่าตอนนี้แบมแบมเองจะมีสิทธิ์พูดคุยกับหมอกเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า หมอกจะโกรธหรือเกลียดแบมแบมไปแล้วหรือเปล่าจากการที่เข้าใจว่าแบมแบมตีค่าความรักไปในรูปแบบนั้น แม้แต่ตัวแบมแบมเองก็ยังโทษตัวเองอยู่ลึกๆ

ร่วมหลายนาทีที่ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ถูกเปลี่ยนไปพร้อมกับความเงียบจนกระทั่งมันเสร็จสรรพ แบมแบมเก็บผ้าปูผืนเก่าที่จัดการพับให้เรียบร้อยกอดไว้กับตัวก่อนที่จะเดินไปยังเจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนโซฟาสีอ่อนตรงอีกมุมห้อง หมอกนั่งท้าวคางมองแบมแบมที่หอบผ้าปูผืนเก่ายืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไม่ต่างจากตอนแรกเลย

เสร็จแล้วส่วนผ้าห่มเดี๋ยวมีคนเอาขึ้นมาให้หมอกอย่าลืมเปิดประตูนะ

เจ้าของเสียงยืนกอดผ้าปูหวังรอที่จะได้อะไรตอบกลับมาบ้าง แต่ก็ไม่เลย แบมแบมตัดสินใจค่อยๆก้าวเดินออกจากตรงนั้นแต่เพียงก้าวไม่ถึงก้าวดีด้วยซ้ำร่างก็ถูกมือที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่ารั้งลำตัวลงไปหาอีกร่างหนึ่ง

ตักแข็งแรงถูกเป็นที่รองรับสะโพกมน แบมแบมกอดผ้าปูไว้แน่นไปพร้อมกับใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เอวบางถูกครอบครองโดยวงแขนทั้งสองของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่แรก ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันไปตามความประหม่าและความสับสน คนตัวเล็กรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดต้นคอ มันทำให้บรรยากาศโดยรอบดูวูบวาบไปหมดจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

เปลี่ยนให้เอง...ทำไมไม่เอาผ้าห่มมาให้เองด้วย?...”

เสียงทุ้มเอ่ยในขณะที่ไหล่แคบถูกเป็นที่รองรับคางได้รูป อย่าว่าแต่แบมแบมไม่เข้าใจการกระทำแบบนี้ ตัวผู้กระทำเองก็ยังไม่เข้าใจมันนัก

หรือไม่อยากเจอเราแล้ว

การกระทำก็ชวนให้รู้สึกดีแต่คำพูดตัดพ้อนั้นกลับทำให้รู้สึกดีได้ไม่สุด แต่อย่างน้อยแบมแบมก็ได้รู้ว่าหมอกไม่ได้เฉยชากับตัวเองอย่างที่กำลังรู้สึกกังวล

หมอกชอบพูดแบบนี้อยู่เรื่อย...

เสียงเล็กเอ่ยเบาๆพอให้คนฟังได้ยิน

ก็แล้วเป็นแบบที่พูดหรือเปล่า

แบมแบมอยากจะเถียงออกไปให้เต็มเสียงแต่ก็นั่นแหละ กับหมอกไม่ใช่คนที่แบมแบมจะกล้าทำทุกอย่างถึงแม้ในบางครั้งหมอกพร้อมจะยอมให้เข้าถึงแต่บางครั้งก็ดูเหมือนว่าหมอกค่อยๆถอยไกลออกไป

คิ้วเรียวเริ่มขมวดย่นไปพร้อมกับริมฝีปากที่ขบเม้มไปตามความอึกอักของเจ้าของ

แบมแบมก็เคยอธิบายหมอกไปหมดแล้วตั้งแต่ที่อยู่ที่ทะเล...และไม่ใช่เพราะห่วงความรู้สึกเหรอถึงได้เลยเถิดปล่อยตัวเองให้กลายเป็นคนไร้ยางอาย...

ถึงเค้าพูดไปหมอกก็คงจะคิดเหมือนเดิมอีก...

มันไม่ใช่ประโยคที่แบมแบมอยากพูดนักหรอก ไม่รู้ว่าในใจของหมอกตอนนี้จะต้องการคำตอบแบบไหน

ถ้าหมอกไม่มีอะไรเดี๋ยวเค้าไปเอาผ้าห่มมาให้นะ

คนพูดตัดสินใจจับไปยังมือหนาทั้งสองที่โอบรั้งลำตัวอยู่ ไม่ได้รังเกียจสัมผัสนี้แต่แค่รู้สึกว่ายิ่งอยู่แบบนี้ต่อไปจะเป็นแบมแบมนั่นแหละที่ยิ่งรู้สึกถลำลึกลงไปมากยิ่งขึ้น

 ถ้าไม่มีอะไรก็ปล่อยเค้านะ...

มือเล็กเริ่มออกแรงแกะสองมือให้ออกจากกัน แต่ทว่ามือทั้งสองกลับยิ่งมั่นคง

หมอก...ปล่อย...

เธอเป็นอะไร...เสียงทุ้มแผ่วเอ่ยออกมาบ้างหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่งโดยที่ใบหน้ายังคงเกยอยู่บนไหล่แคบ

ทำไมเรากอดไม่ได้…”

ในหัวของแบมแบมตอนนี้มันมีแต่ความสับสนเต็มไปหมด

เหตุการณ์ครั้งสุดท้ายตอนอยู่ที่บ้านต้นไม้ยังผุดขึ้นมาในหัวอยู่เป็นระยะ ทั้งรู้สึกผิด ทั้งอาย และอีกมากมายที่ปะปนรวมกัน

เค้าก็ไม่รู้...

.

.

.

ไม่รู้อะไร...

.

.

.

เค้าไม่อยากทำตัวไร้ค่าแบบนั้นอีกแล้ว...

แล้วการที่หมอกทำแบบนี้...เข้าใกล้แบบนี้ทั้งที่ก่อนหน้าเรา...

แบมแบมไม่กล้าพอที่จะพูดออกไปจนจบ ปากอิ่มเม้มข่มกลั้นคำตอบที่อยู่ในใจและเป็นคำตอบที่ไม่มั่นใจเอาซะเลยว่ามันจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

อืม...

เข้าใจแล้ว

เขาเว้นระยะไปจนแบมแบมได้ยินเพียงเสียงหายใจที่อยู่ข้างๆใบหูก่อนจะพูดต่อ

ก่อนหน้านี้พูดแรงไป

“…”

เธอก็คงคิดมากใช่ไหม

แบมแบมรู้สึกว่ายกภูเขาออกจากอกไปได้ไม่มากก็น้อย ถึงจะยังเรียกความรู้สึกกลับมาไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้เหมือนว่าแบมแบมไม่กล้าจะก้าวไปไม่ว่าจะทิศทางไหนเลย ราวกับพื้นตรงหน้าโรยด้วยเหล่าดอกไม้ที่ยังมีชีวิต แบมแบมกลัวว่าจะเป็นคนทำลายมันลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สีใดก็ตาม

หมอกเองก็คงคิดมากเหมือนกันใช่ไหม...

ที่จริงมันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก...

แต่เราอยากให้เธอรู้จักความรักจริงๆมากกว่านี้...

รวมไปถึงเรื่องแบบนั้น

ทุกคำพูดในประโยคราวกับว่าแบมแบมกำลังได้รับการทะนุถนอมจากผู้ชายคนหนึ่งที่มีแต่ความหวังดี นั่นสิ...แบมแบมเองคงยังไม่โตพอที่จะเข้าใจความรักทั้งหมด

ไม่เข้าใจเลยสักนิด

และมันคงผิดตรงที่ไม่เคยเข้าใจ แต่ก็ปล่อยตัวปล่อยใจให้กับทุกคนหรือเปล่า...

แต่มันก็พูดยากในเมื่อทั้งหมอกและม่านต่างก็เข้ามาอยู่ในความรู้สึกของแบมแบมเองตั้งนานแล้ว...มันจะไม่ใช่ความรัก...มันจะเรียกได้ไม่เต็มปากว่าความรักเลยเหรอ

แล้วความรู้สึกที่แบมแบมมีให้ทั้งหมอกและม่านตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมามันคืออะไร

เราก็แค่อยากเฝ้าดูดอกไม้ของเราค่อยๆโตต่อไปเรื่อยๆ...

แต่ถ้ามันมีคนเด็ดออกไปแล้ว...

...

ก็ไม่เป็นไร...

หมอก... ไม่เคยเลย...แบมแบมไม่เคยได้ยินคำพูดอะไรแบบนี้จากคนๆนี้จนกระทั่งวันนี้

ยังไงเราก็จะเฝ้าดูดอกไม้ดอกนี้ต่อไปแบบนี้แหละ

ขอแค่ดอกไม้ยังสวยและไม่เฉาคามือใครไปก่อน

แบมแบมน้ำตาคลอไปกับประโยคล่าสุดที่ได้ฟัง ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นดอกไม้ที่สวยงามในความคิดของหมอก ทั้งที่หมอกรักและหวังดีกับดอกไม้ดอกนี้มากแต่แบมแบมกลับทำมันพัง

เค้าขอโทษ...

.

.

.

เค้าไม่เคยคิด ไม่เคยรู้ความรู้สึกของหมอกแบบนี้เลย

เราไม่บอกเธอเองแหละ...

จริงๆมันก็โทษเธอไม่ได้ สามปีมันไม่ใช่เวลาน้อยๆนี่นะ...

ถึงได้บอกว่ามาช้าไป

หมอกเก็บประโยคหลังสุดไว้เงียบๆอยู่แค่ในความคิดของตัวเอง เขาไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองดูน่าสงสารหรือดูพยายามยัดเยียดความรู้สึกให้แบมแบมไปมากกว่าที่เป็น

ก็แค่เสียดายความสวยงามของดอกไม้ในยามที่เขาและคนที่เหมือนเขาอีกคนช่วยกันปลูกและรดน้ำพรวนดินมาด้วยกันก็เท่านั้น เขาพยายามจะยอมรับมันให้ได้ในตอนแรกว่าอะไรต่ออะไรมันคงจะยังเหมือนเดิมถ้าใจมันยังเข้มแข็ง แต่นั่นมันคงเกิดขึ้นได้เฉพาะกับเด็กน้อยที่ยังหลับอยู่ในความฝันและดื้อรั้นที่จะยอมตื่น

และถึงจะตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียก็ต้องยอมรับว่าความดื้อรั้นมันยังไม่หายไป

ก็อย่างที่เคยบอกนั่นแหละ

ถ้าเธอยังอยู่ข้างๆเรา

“…”

เค้าไม่เคยคิดจะทิ้งหมอกไปไหนเลยนะนั่นคือสิ่งที่ดังอยู่ในความคิดแบมแบมเช่นกัน

ทนกับเราหน่อยได้ไหม...

เขากอดกระชับร่างบางเข้าหาตัวมากขึ้น ใบหน้ายังคงเกยอยู่บนไหล่เดิม

ช่วงนี้สับสนหรืองี่เง่า

อาจจะทำอะไรที่ทำให้เธอไม่เข้าใจ

 ตากลมโตกระพริบไปพลางทบทวนความคิดและสิ่งที่จะพูด ปากอิ่มขบเม้มไปตามความเคยชินก่อนที่เจ้าของจะเริ่มพูดขึ้นบ้าง

หมอกอย่าคิดว่าเค้าต้องทนเลยนะ

เค้าไม่เคยฝืนใจตัวเองเวลาที่อยู่กับหมอกเลย

แบบนี้ยังไงล่ะหมอกถึงมองตัวเองว่างี่เง่า เพราะแบมแบมไม่เคยโทษเขาเลย

อืม...แล้วเคยทำให้กลัวบ้างไหม?...หมอกทิ้งคำถามไว้กับความเงียบอยู่ไม่นาน

เค้าชินแล้วล่ะ

แล้วอย่างตอนนี้ล่ะ...

กลัวหรือเปล่า?”

แบมแบมส่ายหน้าเบาๆทั้งที่ยังคงก้มหน้าก้มตา ที่ใจเต้นอยู่ตอนนี้จะเรียกว่าความกลัวหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเคยกลัวและเกรงขามคนๆนี้แม้แต่ตอนนี้เองมันก็ยังมีอยู่บ้างแหละด้วยบุคลิกนิสัยของหมอกแล้ว แต่ถ้าเอามาหักล้างกับความอบอุ่นและอ่อนโยนแบมแบมยอมส่ายหน้าก็ได้

หมอกยอมคลายวงแขนออกจากร่างที่โอบรอบ มือเล็กถูกจับโดยที่ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไปบนวัตถุเป็นวงที่สวมอยู่บนนิ้วเรียว

เจ้าของแหวนใจกระตุกหลบฮวบลงไปทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสมันแม้จะเบามือ

ของขวัญเหรอ?”

หมอกถามคำถามที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

อ...อื้อ

ที่เขารู้เพราะแหวนวงนี้มันปรากฏอยู่ในลำดับเหตุการณ์บนโซเชียลในวันเกิดของแบมแบมพอดี

ม่านให้เค้าน่ะ

แบมแบมอธิบายเพิ่ม

แล้วมันเป็นแค่ของขวัญวันเกิดใช่มั้ย

อื้อ...

ก็ม่านให้ตอนวันเกิด

เจ้าของเสียงอ้ำอึ้งเล็กน้อยตอบด้วยเสียงที่เริ่มแหว่ง ซึ่งเขาไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้ว่าการให้แหวนมันจะสื่อถึงอะไร

แล้วถ้าเราเป็นคนให้ล่ะ เธอจะใส่มันไว้ตลอดแบบนี้ไหม?”

แบมแบมหันไปหาใบหน้าที่ยังคงเกยอยู่อย่างลืมตัวจนปากทั้งคู่เกือบจะชนกัน หมอกมองใบหน้าที่อยู่ในระยะประชิดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือการต้องพยายามห้ามใจตัวเอง

แต่ของเรามันอาจสำคัญไม่เท่ากับแหวนวงนั้นหรอกนะ...

ไม่ว่าของแบบไหนมันก็มีค่ากับความรู้สึกเค้านะ...ถ้ามันสามารถติดตัวเค้าได้เค้าก็จะใส่

ไม่ว่าจะเป็นของหมอกหรือม่าน

อืม...

เข้าใจแล้ว

หมอกพูดเหมือนหมอกก็มีของขวัญ…”

ไม่มีหรอก...

ถ้ามีก็ต้องให้นานแล้วสิ

อื้อ..

แบมแบมขานรับคำตอบพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาคู่เดิมแต่ฉายแววเปลี่ยนไป อยู่ดีๆก็รู้สึกว่าหมอกสร้างกำแพงขึ้นมาอีกแล้ว ส่วนเรื่องของขวัญที่จริงก็ไม่เคยหวังว่าจะได้แต่พอถูกเปิดประเด็นขึ้นมามันก็แอบรู้สึกพองโตแต่ไม่นานมันก็แฟบกลับเข้าที่เดิม

*

กูไม่รู้ว่ามึงจะกลับไปเรียนไหม แต่กูไม่มีแปลงนาให้มึงกลับมาเลี้ยงควายหรอกนะ

หมอกเลิกคิ้วพร้อมกับใบหน้านิ่งๆที่เต็มไปด้วยคำถาม ยืนกอดอกรอเพียงให้เจ้าของประโยคขยายความ

ข้างร้านกาแฟกูมีตึกว่างอยู่ ถ้ามึงจะเอาไว้ใช้ทำไรก็เอาไป กูไม่ได้ใช้

ขายาวก้าวนำเดินไปก่อนหลังจากที่เพิ่งลงจากรถ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็หันกลับมาพูดกับคนที่ยังยืนนิ่ง

ในกรณีที่มึงคิดจะก่อกบกับคุณนายเมทินี

หมอกมองเจ้าของผมสีบลอนด์ที่ทิ้งไว้แต่เพียงแผ่นหลังให้มอง เขาส่งสายตาสำรวจหน้าที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตมาแต่ก็ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจก่อนจะแพลนสายตาไปยังบล็อคข้างๆที่ยังคงปิดด้วยประตูเหล็กเลื่อนที่ล็อคเอาไว้

หมอกสนใจแบบที่ม่านพูดไหมนะ

เป็นเสียงใสที่ดึงหมอกให้หลุดจากความคิดและความสันโดษ แบมแบมที่ลงจากรถมาพร้อมกันก่อนหน้านี้ก็ได้ยินทุกประโยคที่ม่านพูดกับหมอก

เธอว่าไง

เสียงทุ้มถามกลับไปบ้าง แบมแบมใช้ความคิดอยู่ไม่นานแต่ก็เหมือนจะไม่กล้าพูดมันออกมานัก

เค้าก็ว่าดีถ้าหมอกสนใจแต่...

...

คนฟังยังยืนเงียบๆแต่ก็รอที่จะให้แบมแบมพูดมันออกมาให้จบ

ถ้าหมอกเรียนจบด้วยมันก็จะดีสำหรับตัวหมอกที่สุดนะ

ตาคมหลุบต่ำลงก่อนที่มือทั้งสองข้างจะทำการล้วงกระเป๋ากางเกง

อืม...นั่นสินะ

ถ้าเรากลับไปเธอคงไม่ต้องหนักใจ

เจ้าของประโยคไม่ได้รอให้เกิดการตอบโต้ คำถาม หรือบทสนทนาตามมาอีก หมอกหันหลังให้คนมองก่อนจะก้าวเท้าตามคนก่อนหน้าเข้าไป มีเพียงตากลมคู่โตที่เหลืออยู่และคิดว่าเรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะพูดมันขึ้นมาได้อีกบ่อยๆ

            ม่านเดินนำทุกคนเข้ามายังร้านที่ตัวเองเป็นเจ้าของ คาเฟ่ที่ตกแต่งในบรรยากาศวินเทจผสมโมเดิร์น ผนังภายในเป็นลายอิฐบล็อก ส่วนหน้าร้านนั้นเป็นกระจกทำให้ดูสบายสายตา นอกจากนี้ยังมีชั้นสองที่เป็นโซนเอาท์ดอร์อีกด้วย ร้านนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักเพราะจุดประสงค์ที่เปิดก็ไม่ได้ต้องการเม็ดเงินอะไรมากมายจากร้านนี้ หากแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่จะปูทางบางอย่างไว้ให้กับแบมแบมก็เท่านั้น

            สวัสดีครับคุณม่าน

            เจ้าของชื่อพยักหน้ารับเมื่อผู้จัดการร้านเดินมาต้อนรับถึงหน้าเคาน์เตอร์

            สวัสดีครับคุณแบมแบม...เอนั่นคุณ...

            หมอก...

            ม่านหันไปทางเจ้าของชื่อที่ตนเพิ่งบอกผู้จัดการร้าน ก่อนจะท้าวศอกไปบนเคาน์เตอร์พลางสำรวจไปรอบๆร้าน

            สวัสดีครับคุณหมอก

            คนถูกเรียกแค่เพียงสบตาก่อนจะนั่งลงไปบนเก้าอี้ โทรศัพท์หยิบออกมาจากกระเป๋าก่อนที่หูฟังจะถูกเสียบเข้าไป หลังจากนั้นเจ้าของเครื่องก็พาตัวเองเข้าสู่โลกส่วนตัว

            สวัสดีครับพี่เปรมแบมแบมรีบเปลี่ยนบรรยากาศภายในร้านด้วยการไปยืนข้างๆม่านก่อนจะทักทายผู้จัดการร้านกลับไปบ้าง

            ยังเช้าอยู่นะครับ ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ถ้าคุณม่านกับคุณแบมแบมต้องการอะไรก็บอกได้เลยนะครับแบมแบมยิ้มกลับอย่างเป็นมิตร ส่วนม่านยังคงใช้สายตามองไปรอบๆร้านที่ตัวเองไม่ค่อยชิน เหตุผลก็เพราะนานๆครั้งจะเข้ามาดูนั่นแหละ แต่ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะเรียบร้อยดีทั้งพนักงานที่ยืนประจำตำแหน่งต่างๆอย่างเช่นบาริสต้าหรือแม้กระทั่งพนักงานเสิร์ฟ

            อืม...แล้วเชฟที่ให้หาใหม่ได้หรือยัง

            เพิ่งมาวันนี้เป็นวันแรกเลยครับ ตอนนี้กำลังเตรียมของหวานอยู่ด้านหลัง

            งั้นก็ดี...

นี่หมู อยากฝึกทำขนมไม่ใช่เหรอ

            อื้อ...

            ตอนนี้ลูกค้ายังไม่มี งั้นเข้าไปตอนนี้แหละ เดี๋ยวม่านพาไป

เปรม...พาเข้าไปหาเชฟหน่อย

            มือเล็กถูกจับโดยเจ้าของประโยคล่าสุด แบมแบมที่กำลังจะถูกเดินจูงมือไปหันไปมองคนที่นั่งใส่หูฟังอยู่กับตัวเองเงียบๆอีกรอบ หมอกเงยหน้าขึ้นมาในจังหวะนั้นพอดีทำให้ทั้งคู่สบตากัน แต่ไม่ทันที่แบมแบมจะได้พูดอะไรออกมาก็ถูกอีกเสียงแทรกขึ้นเสียก่อน

            หมอก...ถ้ามึงหิวก็สั่งอะไรกินไปก่อน

            ม่านทิ้งประโยคสุดท้ายก่อนจะจูงมือเด็กในความดูแลเข้าไปยังด้านหลังของร้านโดยมีเปรมที่เป็นคนนำเข้าไป

            เชฟไนล์ครับ นี่คุณม่านเจ้าของร้าน ส่วนนี่คุณแบมแบม

            เจ้าของมือที่กำลังง่วนกับสิ่งที่อยู่บนเคาน์เตอร์ละความสนใจก่อนจะเงยขึ้นไปหาสามคนที่เดินเข้ามาใหม่ เชฟคนใหม่ยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็นมิตร แบมแบมเองก็ยิ้มกลับไปเช่นกันยกเว้นก็แต่ม่านที่กอดอกจ้องเขม็ง ก็เพราะไม่คิดว่าเชฟคนใหม่จะดูหนุ่มแถมยังดูหน้าตาดีอีกด้วย

            แนะนำตัวกันได้ไม่นานเปรมซึ่งเป็นผู้จัดการก็ขอตัวออกไปดูความเรียบร้อยของร้านต่อ ส่วนคนที่ดูเหมือนจะว่างงานที่สุดคงจะเป็นเจ้าของร่างที่กอดอกจับจ้องทุกอิริยาบถของคนสองคนที่ดูเหมือนจะสนิทกันอย่างรวดเร็ว ม่านนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้มองแบมแบมที่กำลังดูสนุกกับอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ในมือโดยมีเชฟคนใหม่กำลังคอยให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆแถมยังใกล้เกินไปด้วยซ้ำ  ไม่เข้าใจความหงุดหงิดของตัวเองเหมือนกันแค่เพียงเห็นหน้าเชฟและสายตาที่มองแบมแบมแบบนั้นเขาก็รู้สึกอคติขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ แต่จะแสดงอาการมากไปเดี๋ยวยัยหมูก็หาว่าคิดมากเกินเหตุ บางทีอะไรที่ปล่อยๆไปได้เขาเองก็ควรจะสงบจิตสงบใจบ้าง

            ม่าน...เสร็จแล้ว ดูสิน่ากินมั้ย?”

            ยัยหมูเดินมาอยู่ตรงหน้าพร้อมกับขนมหน้าตาน่ากินที่เสิร์ฟในจาน

            อืม น่ากิน

            หมูเพิ่งเคยทำครั้งแรกเลยนะ ต้องขอบคุณเชฟไนล์ที่สอน

            เหอะ..

            เหอะอะไรเล่า ป่ะ...ออกไปหาหมอกกัน หมอกจะได้ชิมด้วย

            เอามานี่...ม่านจะชิมก่อน

            ยัยหมูรีบชักมือที่ถือจานหนีเมื่อรู้ว่ากำลังจะโดนแย่งไป

            ไปชิมพร้อมกัน

            แบมแบมออกมาหน้าร้านอีกครั้งพร้อมกับคนที่เดินตามหลังมาด้วยความขัดใจ จานขนมที่น่ากินและแปลกตาซึ่งเป็นเมนูเฉพาะจากเชฟคนใหม่ถูกวางลงบนโต๊ะ มันดึงความสนใจให้กับคนที่นั่งเหม่อมองออกไปด้านนอกให้หลุดออกมาจากภวังค์

            หมอกช่วยเค้าชิมหน่อยสิ

            หูฟังถูกถอดออกจากหู ก่อนที่หมอกจะเงยขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ได้ยินไม่ชัด

            ว่าไงนะ?...

            เค้าบอกว่าช่วยเค้าชิมหน่อย เค้าทำครั้งแรกเลยนะ...

อ้าวม่าน จะไปไหน?”

คนที่กำลังเปิดประตูร้านออกไปดึงความสนใจแบมแบมออกมาจากหมอกได้สำเร็จ ขาเรียวเร่งก้าวไปให้ทันคนที่กำลังจะผลักประตูหน้าร้าน

หมูมีอะไร?”

แล้วม่านเป็นอะไร...จะไปไหนเหรอ

หมูมีคนชิมให้แล้วนี่ ม่านไม่ต้องชิมหรอก

เอามาเสิร์ฟให้มันถึงที่ก็ให้มันชิมไปคนเดียว...ม่านไม่อยู่คอยขัดไม่ดีเหรอ?”

ทำไมม่านพูดแบบนี้ล่ะ

ม่านก็พูดแบบนี้แหละ ก็เป็นคนไม่ดีไง

แบมแบมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อไม่สามารถรั้งคนที่เคยอยู่ตรงหน้าไว้ได้ ม่านออกจากร้านไปจริงๆทิ้งแบมแบมให้ยืนมองตาม ไม่นานก็เดินกลับไปยังโต๊ะที่มีหมอกนั่งอยู่

ไปตามมันก็ได้นะ

ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรรู้สึกยังไงดี แม้แต่หมอกเองตอนนี้ก็มีท่าทีเย็นชา

ไม่หรอก...ม่านจะไปใครก็ห้ามไม่ได้หรอกนี่เนอะพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยรอยยิ้มไปให้คนตรงหน้า แต่แบมแบมไม่มั่นใจหรอกว่ามันจะทำให้บรรยากาศตรงนี้ดีขึ้นไหม

แล้วหมอกล่ะ...อยากชิมหรือเปล่าบทสนทนาขาดห้วงไปเพราะยังไม่ได้รับการตอบกลับมาสักที ถ้างั้น...เค้าเอาไปเก็บดีกว่า

เดี๋ยว...

มือหนารีบรั้งมือที่กำลังจะหยิบจานตรงหน้าออกไป

เรายังไม่ได้บอกเลยว่าไม่อยากชิม

*

เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่กลับกันก็ได้เนอะ

อืม...

ม่านคงไม่กลับมาแล้วล่ะ

นี่เธอ...

หืม?...

ยังไม่อยากกลับ ไปที่อื่นกันไหม?”

 

To Be Continued

#untwins93

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,078 ความคิดเห็น

  1. #2074 2bmt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 15:56
    นี่เป็นม่านก้ะน้อยใจฮือออ
    #2,074
    0
  2. #2047 ploylaksi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 15:06
    นางยืนรอตั้งนานเพื่อรอชิม เป็นเราเราก็คิดนะ แบบเอามาให้หมอกถึงที่เลยอะ ._.
    #2,047
    0
  3. #1884 nooonut293 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 09:25
    สงสารยัยหมูสุดด
    #1,884
    0
  4. #1774 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:04
    ตอนจบเรื่องนี้จะเป็นยังไงนะ
    #1,774
    0
  5. #1758 Max Avax (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 02:25
    หมอกคงไม่กล้าทำอะไร เหมือนเจียมเนื้อเจียมตัว โถ่
    #1,758
    0
  6. #1732 Khunkawaeii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:58
    ม่านงี่เง่ามาก เรารู้สึกกับม่านมากก ฮื่ออ ขี้งอนอ่ะ
    #1,732
    0
  7. #1722 Sucha1991 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 19:34
    หน่วงงงงงง !!! พอมีคนที่อยากครอบครองอารมณ์ก็จะประมาณนี้ คือหมูไม่อยากเสียใครสักคนไง ฮือออออ #แล้วฉันบ่นอะไร
    #1,722
    0
  8. #1599 VivoV5 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:29
    หมูอยากให้ทั้งสองคนเท่ากัน แต่เหมืนม่านต้องการหมูไว้แค่คนเดียว
    #1,599
    0
  9. #1518 alltimeismark (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 01:11
    ม่านเอาอีกละเรากำลังจะพยายามเข้าใจเธอนะ แต่ก็ยังทำไม่ได้ เราไม่ชอบที่เวลางอนเธอทิ้งอีกคนไว้ มันแย่มากนะนี่คือคำว่ารักของเธอเหรอ หรือว่าอยากแค่ครอบครอง
    #1,518
    0
  10. #1507 Depimm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 11:37
    ม่านก้งอนของมัน รอมาตั้งนานเนอะ แต่ก้ต้องเข้าใจเพราะแบมก็อยากให้ความสำคัญกับทั้งสองแต่ม่านจะใจร้อนไปหน่อยมั้ยละ แบมไม่ใช่ของม่านของเดียวซะหน่อย #ทีมหมอก
    #1,507
    0
  11. #1504 aynoszii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:25
    โอ๊ยยยย นี่ก็ยังทีมหมอกไม่เปลี่ยนแปลง เห้ออออ ม่านทิ้งหมูอีกละ ถ้าคบกับม่านจริงๆจะมั่นใจได้ไงว่าม่านจะไม่ทิ้งหมูไปเหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ แล้วชอบทำให้แบมเจ็บอีก อยากจับม่านมาตีก้นซักที หมอก เราสงสารเธอมากเลยอ่ะ อ้อมกอดเรายังว่างนะหมอก เธอมาหาเราได้นะ ถ้าเราเป็นหมอกก็สับสนอ่ะ แบมเอาแต่พูดและทำอะไรที่ทำให้หมอกออกไปจากชีวิตอ่ะ รู้แหละว่าไม่ตั้งใจ แค่ก็ควรจะคิดได้นะว่าอะไรที่ควรพูดอ่ะ
    #1,504
    0
  12. #1426 waslikebubblegum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 10:49
    เป็นหมูก็หนักใจเหมือนกันนะ ม่านเดี๋ยวก็งอน หมอกเดี๋ยวก็เย็นชาใส่
    เฮ้ออ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ได้เลยหรออออ
    #1,426
    0
  13. #1418 iins_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    แฝดนี่น่าตี ทำแบมแบมหนักใจตลอด //ปิดปากปิดตาลูก อย่าไปคุยกับสองคนนั้น//
    #1,418
    0
  14. #1402 Robot-hajima (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 01:27
    อุตส่าห์นั่งเฝ้านั่งรอหมูทำขนม อิม่านก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดาเพราะมันก็รักของมัน แต่ด้วยนิสัยหุนหันไปหน่อยเลยกชายเป็นคนพาลทั้งที่มันก็ดูแลมาตลอด มันรักของมันมากอ่ะ #ทีมม่าน
    #1,402
    0
  15. #1389 bbboobb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 07:10
    ม่ายนางก็หึงของนาง แต่รุว่าไม่มีสิทไง เลยดูพาลไปงั้น
    #1,389
    0
  16. #1346 salmon_mb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 00:29
    ลืมเนื้อเรื่องไปละ ม่านแกใจเย็นๆดิ้ รักทั้งหมอกทั้งม่านอ่ะจริงๆ แต่สงสารม่านมากกว่า ยังไง2คนนั้นเค้าก้รักกันจริงๆ
    #1,346
    0
  17. #1345 embrace (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 23:39
    ตอนตามบอทนึกว่าหมอกกับหมูเป็นแฟนกันแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นสินะ คิดว่าหมอกน่าจะมีโอกาสลงเอยกับหมูที่สุด แต่เพราะมาช้าและมีโอกาสห่างกันสูงเลยยังมัวๆ ส่วนม่านก็ทำให้หมูลังเลตลอด ง้อว เพราะยังไม่เข้าใจความชินในความสัมพันธ์เราสองสามคน ทำให้รู้สึกไม่ดีกับคนสองใจ ไม่ว่าจะเมะหรือเคะจริงๆ5555
    #1,345
    0
  18. #1344 cadUTa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:33
    โอยยย สงสารในความสัมพันธ์
    #1,344
    0
  19. #1342 babebam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 20:11
    ม่านฉันเกลียดแก #ทีมหมอก
    #1,342
    0
  20. #1341 Honeykizza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:18
    ดีใจที่ไรท์มาต่อแบ้ววว ต้องย้อนอ่านอีกรอบ 555
    #1,341
    0
  21. #1340 keyprince (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:12
    ไม่ว่ายังไงก็ทีมม่านอะ
    #1,340
    0
  22. #1339 MBNH1001 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:57
    สงสารหมอก รักหมอก เหมือนแบมรักม่านมากกว่าเลย
    #1,339
    0
  23. #1338 PaoPao9300 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 15:11
    เรายังคงทีมหมอกเหมือนเดิม สงสารหมอก ไม่ค่อยชอบม่านอ่ะม่านเอาแต่ใจ ส่วนแบมที่สงสารนิดหน่อยนะแต่ช่วยเลือกเถอะ
    #1,338
    0
  24. #1337 lookkung26 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:51
    หน่วงไปหมด
    #1,337
    0
  25. #1335 peachbam1a (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 13:00
    ทีมหมอกคั้บ ม่านหวงมากหวงไปจะเก้บไว้คนเดียวเลยหรอ เป้นแบมนี่เหนื่อยจิง
    #1,335
    0