เพลงเหมันต์.

ตอนที่ 5 : บทที่ 4----100% ฉบับตีพิมพ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

บทที่ 4

 

      

นิ้วเรียวไล่ละไปตามชั้นหนังสือที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ หนังสือประเภทบริหารองค์กรและการจัดการธุรกิจขนาดย่อมมีมากกว่าครึ่ง หนังสือทุกเล่มหนาและเป็นหนังสือภาษาอังกฤษทั้งหมด ใกล้ๆกันนั้น มีภาพหนุ่มใหญ่ในชุดสูทยืนถ่ายรูปกับชาวต่างชาติ มองปราดเดียวก็รู้ว่าคงสนิทสนมกันไม่ใช่น้อย เธอไล่มองรูปภาพของชายหนุ่มไปเรื่อยอย่างเพลิดเพลิน

        หญิงสาวเดินตรงมาที่โต๊ะหัวเตียง เมื่อเห็นกระดาษแผ่นไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกโทรศัพท์สีดำเครื่องเล็กวางทับอยู่...มันคือเป็นโทรศัพท์ที่เธอทำหล่นไว้ในรถของเหมันต์ แล้วเขาก็นำไปคืนเธอจนกระทั่งได้ช่วยเหลือเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที พอคว้าขึ้นดูก็พบว่าแบตเตอรี่หมดสนิท หญิงสาวไม่คิดหยิบที่ชาร์จมาเสียบโทรศัพท์ เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ใช้งานมันจนกว่าจะเปลี่ยนหมายเลขใหม่เสียก่อน เพราะคิดว่าป้าวิมลคงจะพยายามติดต่อเธอทางโทรศัพท์มาแน่ๆ เธอไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวนั้นแล้ว พิจิกาพลิกกระดาษในมือขึ้นมาอ่าน ลายมือหนักแน่นเป็นระเบียบเช่นเดียวกับบุคลิกของหนุ่มใหญ่

       โทรศัพท์ของเพลง ผมขอโทษที่ไม่ได้คืนด้วยตัวเอง และผมหวังว่าเพลงจะอยู่บ้านนี้อย่างมีความสุข ถ้ามีอะไรโทร. หาผมที่เบอร์….ได้ตลอดเวลา

       พิจิกาอ่านข้อความในกระดาษกลับไปกลับมาหลายครั้งจนจำหมายเลขโทรศัพท์ของเหมันต์ได้ขึ้นใจ วัสสานะโชคดีเหลือเกินที่มีบิดาอบอุ่น เอื้ออาทร และใจดีอย่างที่สุด พิจิกาแทบจำหน้าบิดาไม่ได้ อีกอย่างมารดาก็พูดถึงบิดาน้อยมากจนเกือบไม่พูดถึงเลยถ้าเธอไม่ถาม เพราะแบบนี้กระมังพอเห็นท่าทางอบอุ่นอ่อนโยนและใจดีของเหมันต์เข้า เธอถึงได้ไว้เนื้อเชื่อใจเขาอย่างง่ายดาย พิจิกานึกขันในใจ นี่เธอเป็นเด็กขาดความอบอุ่นแบบนั้นเชียวหรือ

       หญิงสาวเดินไปลากกระเป๋าเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้เปิดมาไว้ในมือ มันคงไม่เหมาะหรอกหากเธอจะมานอนที่ห้องนี้ ไหนจะมารดาเพื่อนอีก ไม่รู้ว่าท่านต้องเดือดร้อนย้ายไปนอนที่ไหน

       วัสสานะเดินมาเปิดประตูห้องหลังได้ยินเสียงเคาะ ก่อนจะทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวพร้อมกับกระเป๋าลากและกระเป๋าพลาสติกขนาดใหญ่อีกสองใบ เกิดอะไรขึ้นเพลง

       เราไม่อยากนอนห้องพ่อของปอย เราว่ามันไม่สมควร

       แล้วเพลงจะนอนห้องไหน

       ห้องปอยไม่ได้เหรอ หรือห้องไหนก็ได้

       วัสสานะหันไปมองภายในห้องตัวเอง แล้วหันกลับมายิ้มให้พิจิกา เพลงไปนอนห้องรับรองแขกดีกว่า เอาห้องที่พ่อหมอกนอนเมื่อคืนก็แล้วกัน เด็กคงทำความสะอาดเสร็จแล้วละ

       แล้วทำไมเพลงนอนกับปอยไม่ได้เหรอ

       ไม่ดีหรอก มาเถอะ วัสสานะรีบลากเพื่อนสาวให้เดินไปยังห้องรับรองแขกที่อยู่ไม่ไกล เธอให้พิจิกาอาศัยร่วมห้องไม่ได้ ไม่อย่างนั้นความลับที่เธอเก็บงำเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวอาจมีคนล่วงรู้เอาได้ ขนาดแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องเธอยังสั่งให้เข้ามาทำเฉพาะเวลาที่เธออยู่เท่านั้น

      

       ถึงแล้วเหรอจ๊ะ อย่าลืมหาข้าวหาปลากินด้วยนะ เดี๋ยวจะไม่สบายไป ก็เป็นห่วงนี่จ๊ะ แล้วจะบอกคุณแม่ให้

       พิจิกาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวตามวัสสานะเข้าไปในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นคุณสิสิระ มารดาของเพื่อนกำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่เพราะแรงจากการดึงรั้งของเพื่อนสาวทำให้เธอต้องก้าวเท้าตามเข้าไป

       สิสิระเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผู้มาใหม่ทั้งสองคนและกดตัดสายโทรศัพท์เพื่อที่จะหันไปรายงานให้มารดาทราบข่าวของน้องชาย หมอกเดินทางถึงรีสอร์ตเรียบร้อยแล้วค่ะแม่

       หนูอยากไปกับพ่อหมอกด้วย เสียดายที่ยังสอบไม่เสร็จ

       พ่อเขาคงไม่อยากเอาเราไปหรอก ไปทีไรก่อแต่เรื่องวุ่นวาย

       แม่อะ สอบเสร็จแล้วปอยกับเพลงขอไปเที่ยวที่นั่นนะคะ รับรองปอยจะไม่ดื้อไม่ซน

       พิจิกาหันไปมองหน้าวัสสานะอย่างไว เมื่อชื่อของตนไปอยู่ในการสนทนาโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน

       โทร. ไปขอพ่อเราโน่นว่าจะให้ไปไหม

       พ่อหมอกเคยบอกว่าจะให้ไป ปอยอยากกินกะหล่ำระเบิด

       กะหล่ำระเบิดคืออะไรพิจิกาถามอย่างสงสัย

       เพลงไม่เคยกินละสิ กะหล่ำระเบิดคือกะหล่ำปลีนี่แหละ แต่เพราะว่ามันแก่จัดแล้วโดนฝนเข้าหัวเลยระเบิด ข้างในขาวจั๊วะเลย เอามาผัดไฟแรงๆ แล้วใส่น้ำปลาลงไปที่ขอบกระทะรอให้น้ำปลาไหม้นิดๆ แล้วเอากะหล่ำที่ผัดมาถูๆ ตรงขอบกระทะนะ อร้อยอร่อย แต่...อย่าใส่น้ำปลาลงไปตรงกะหล่ำนะ เดี๋ยวผิดสูตร โอ๊ย...พูดแล้วก็อยากกิน หลังสอบเสร็จไปกันนะ

       แต่เพลง.... เธอเอ่ยอย่างลังเล ด้วยตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะรีบหางานทำให้ได้เร็วๆ เธอจะต้องตั้งหลักและยืนด้วยลำแข้งตนเองให้ได้ไวที่สุด จะได้ไม่เป็นภาระรบกวนครอบครัวของวัสสานะนานนัก

       ไปนะ...ไปนะวัสสานะรีบส่งเสียงออดอ้อนเพื่อนสาว

       ไปเถอะลูก เรียนหนักมาทั้งปี ไปพักผ่อนอาทิตย์สองอาทิตย์ ช่วงปลายฝนย่างเข้าต้นฤดูหนาวแบบนี้ อากาศกำลังดีสิสิระเสริมจนอีกฝ่ายพยักหน้าเพราะเกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ

       เย้ๆ เดี๋ยวสอบเสร็จไปเลยนะ โทร. บอกพ่อหมอกดีกว่า วัสสานะเดินเข้าไปขอโทรศัพท์ในมือมารดาต่อสายหาเหมันต์ทันที

       พิจิกาแอบลอบมองมารดาของวัสสานะด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ผู้หญิงหน้าสวยหวานรูปร่างเล็กบอบบางไม่ต่างจากลูกสาวคนนี้ช่างโชคดีเหลือเกินที่มีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเสียงพูดคุยสอดแทรกแข่งกันระหว่างที่โทร. ไปหาหัวหน้าครอบครัวเธอก็อดรู้สึกคิดถึงตัวเองไม่ได้ นานเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้สัมผัสความอบอุ่นจากคนในครอบครัวอย่างนี้ ก่อนหน้านี้ถึงแม้ไม่มีบิดา แต่มารดาก็รักและให้ความอบอุ่นเธอจนไม่รู้สึกขาด พอมารดาจากไป...พิจิกาไม่เคยมีความสุขอีกเลย

 

       ยายหนูเพลง น้ำเสียงอารีเอ่ยเรียกคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์จนเจ้าตัวสะดุ้งรีบหันไปหาผู้สูงวัยกว่าทันที ไหนมานั่งข้างๆ ยายซิ

       หญิงสาวรีบขยับลุกจากเก้าอี้และเดินเข่าเข้าไปหาคุณนายอบเชยตามคำสั่ง หนูน่ะมีแฟนหรือยังล่ะลูกท่านกระซิบถามเบาพอให้ได้ยินกันแค่เพียงสองคน

       ยะ...ยังค่ะเธอตอบกลับไว แปลกใจและไม่เข้าใจว่าท่านถามไปทำไม

       ทำไมล่ะ

       แม่เคยขอไว้ค่ะ แม่อยากให้เรียนจบก่อน

       แล้วที่มองๆ ไว้ล่ะ มีมั้ย

       ไม่มีค่ะ

       แล้วที่ชอบๆ ล่ะมีในใจหรือยัง

       นาทีนั้นภาพใบหน้าคมสันก็วาบขึ้นมาในใจ หากเธอกับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมบอกออกไป ไม่มีค่ะ

       ท่านพยักหน้าอย่างพึงใจ ดีแล้ว ยายอยากรู้เท่านี้แหละ ว่าแต่เรียนจบแล้วอยากทำอะไร ดูๆ งานแบบไหนไว้ละ

       ยังไม่ทราบเลยค่ะพิจิกาสารภาพอย่างอ่อนใจ

       ที่ยายถามเนี่ย เพราะอยากจะชวนให้มาทำงานให้ยาย ช่วยแม่น้ำดูแลร้านค้า ห้องเช่าของยาย งานก็ไม่ได้หนักได้หนาอะไร มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของตึกอาคาร จดค่าน้ำค่าไฟ เก็บค่าเช่า จัดการดูแลสัญญาต่างๆ เวลาคนเช่าเข้า-ออก เงินเดือนยายก็ให้ไม่น้อยหน้าใครนะ

       หญิงสาวพนมมือกราบลงแทบตักหญิงสูงวัยทันทีที่ท่านมีเมตตาต่อเธอขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งพบเจอกันได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้น เพลงกราบขอบคุณคุณยายมากค่ะที่เมตตาเพลง

       เอาไปคิดดู ไปเที่ยวกลับมาแล้วค่อยมาตอบยายท่านพยักพเยิดหน้าไปทางหลานสาวและลูกสาว ยายปอยน่ะ แม่เขาอยากให้ไปเรียนต่อโทบริหารเหมือนตาหมอก เพราะบ้านเรานอกจากอาคารร้านค้าก็ยังมีหุ้นบริษัทนำเข้าอีกสองสามแห่ง แค่ปริญญาตรีคงไม่พอ ทางนี้ก็เลยไม่มีใครมาช่วย เพราะตาหมอกก็ไปลงทุนทำธุรกิจของเขาเอง ยายกับแม่น้ำเลยขาดคนช่วย เอาไปคิดดูนะลูก

       เธอพยักหน้าและพยายามตรึกตรองตอบคำพูดของคุณอบเชย จบมาก็มีงานทำเลย แม้จะไม่ได้ทำในบริษัทใหญ่โต แต่งานที่คุณอบเชยเสนอให้นั้นก็น่าสนใจไม่น้อย ในยามที่ยังไม่มีงานทำและตกอยู่ในภาวะยากลำบาก พิจิกาจึงไม่คิดจะเลือกงาน ได้งานอะไรก็ทำไปก่อน จากนั้นก็ค่อยคิดหาทางขยับขยายทีหลัง 

 

       ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่พิจิกาได้มาอาศัยอยู่กับครอบครัวของวัสสานะ เธอได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นสมาชิกอีกคนของบ้านหลังนี้ ความเอ็นดูที่ได้รับจากคุณอบเชยและมารดาของเพื่อนสาวทำเอาเธอน้ำตาซึมอยู่หลายหน ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขนี้ทำให้ลืมความทุกข์ระทมในชีวิตที่ผ่านมา

ยามพลบค่ำคุณอบเชยมักเรียกเธอไปสอนงานเล็กๆ น้อยๆ ของผู้หญิงจำพวกแกะสลัก ปักหมอน ร้อยมาลัยเสมอๆ ท่านว่างานพวกนี้แม้จะดูโบราณล้าสมัย แต่กับคนที่อยู่บ้านเฉยๆ แบบท่านมันก็ทำให้เพลินจนลืมเวลาในแต่ละวัน แต่วัสสานะไม่ชอบงานพวกนี้เท่าไหร่ พอท่านเห็นว่าเธอมือไม้อ่อน หัวไวเลยมักเรียกหาเป็นประจำจนวัสสานะแอบแซวอยู่บ่อยๆ ว่าตอนนี้พิจิกากลายเป็นหลานรักของคุณอบเชยแทนตัวเองไปเสียแล้ว

       วันนี้พิจิกาไม่ได้ถูกเรียกตัวไปเรียนทำงานเย็บปักถักร้อยเหมือนเช่นเคย หญิงสาวจึงถือโอกาสออกมาเดินเล่นที่สวนข้างบ้าน ต้นจำปีส่งกลิ่นหอมระรวยริน เมื่ออดใจไม่ไหวจำต้องเด็ดและนำมามัดไว้กับเส้นผมให้ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ วันนี้เป็นวันที่เธอและวัสสานะสอบเป็นวันสุดท้าย ถึงแม้จะยังไม่รู้ผลสอบ แต่พิจิการวมถึงวัสสานะก็มั่นใจว่าสอบผ่านทุกวิชา จากนี้ไปก็เหลือแต่ฟังประกาศผลสอบและปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในการทำเรื่องขอจบการศึกษาก็เป็นอันเรียบร้อย นี่เธอกำลังก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วใช่ไหม

พิจิกาหวนนึกไปถึงวิมล ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ป้ากับลุงคงกลับมาจากไปท่องเที่ยวแล้ว ส่วนพิศาลก็ได้คงถูกปล่อยตัวให้กลับบ้านแล้วเช่นกัน ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะว่าอย่างไรบ้าง แต่ช่างเถอะ พิจิกาไม่อยากคิดให้ปวดหัวอีกแล้ว อีกทั้งไม่คิดจะกลับไปบ้านหลังนั้นอีก เพราะรู้แน่แก่ใจว่าถ้ากลับไป เธอคงไม่รอดแน่

       พอได้เวลาอาหารเย็น พิจิกาจึงกลับเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยตั้งโต๊ะอย่างที่ทำอยู่ทุกวัน วันนี้รายการอาหารพิเศษกว่าทุกวัน เสมือนเป็นการเลี้ยงฉลองกลายๆ ที่เธอและวัสสานะสอบเสร็จ คุณสิสิระนั่งอยู่ทางขวามือของคุณอบเชยที่นั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนข้างซ้ายนั้นมีวัสสานะนั่งประจำอยู่ ถัดมาจึงเป็นพิจิกาที่นั่งอยู่ติดกับเพื่อนรัก บรรยากาศการรับประทานอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ โดยมีวัสสานะเป็นผู้คุมการสนทนาไว้ทั้งหมด ส่วนใหญ่เรื่องเล่าของวัสสานะมักเป็นเรื่องตลกขบขันในห้องเรียนและความป้ำเป๋อของพิจิกา

       เพลงเป็นพวกความรู้สึกช้าค่ะ เวลาโดนแม่พวกสาวๆ ในห้องกระทบกระเทียบก็ตามไม่ทันเขา ชอบแอบมาถามปอยว่า เขาว่าแบบนั้นหมายความว่าไงเหรอ

       คุณสิสิระอดขำไม่ได้ แบบนี้ก็ดีนะ ถ้ารู้ทันไปเสียทุกเรื่องก็จะคิดมากไปเสียหมด แล้วทำไมเด็กพวกนั้นเขาถึงต้องว่ากระทบเพลงล่ะลูก

       ก็ยายเพลงสวย เรียนเก่ง มีหนุ่มๆ มานั่งเฝ้าที่หน้าคณะเป็นประจำ แต่ยายคนนี้ไม่รู้ตัวค่ะแม่ เพราะวันๆ เพลงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียน พอเรียนเสร็จถ้าไม่เข้าห้องสมุดก็กลับบ้าน ไม่สนใจใคร

       ไม่เหมือนเราใช่ไหมยายปอย สนใจทุกเรื่องคุณอบเชยแทรกขึ้นมา

       ถึงจะเรียนไม่เก่งนัก แต่เรื่องรอบตัวเนี่ยปอยเก่งกว่าเพลงหลายเท่า รู้หมดแหละค่ะว่าใครทำอะไรที่ไหน เมื่อไหร่วัสสานะชมตัวเองอย่างไม่กระดากใจ แล้วอีกอย่าง...ปอยก็สวยนะคะคุณยาย

       ปอยเขาชอบกิจกรรมค่ะ รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักปอยหมด แต่เพลงมีภาระที่บ้านเลยต้องขอกลับก่อนประจำ ไม่ค่อยรู้จักใคร

       พวกบ้าพลัง

เสียงนุ่มแกมขบขันที่เอ่ยขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนให้หันไปมอง

       พ่อหมอก วัสสานะผวาลุกขึ้นวิ่งเข้ากอดร่างสูงใหญ่ทันที ไหนว่าจะมาพรุ่งนี้ไงคะ

       แค่ได้ยินเสียงไม่ทันได้เห็นหน้า ใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล พิจิกาหันกลับไปไหว้ชายหนุ่ม เมื่อเขาเดินโอบวัสสานะมายืนอยู่หลังเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งอยู่ ก่อนเหลือบตาไปมองที่คุณสิสิระที่ตอนนี้ใบหน้ามีแต่รอยยิ้มแจ่มใส    

ก็โทร. ไปยิกๆ ขนาดนั้นไม่มาได้ไง

       ก็ปอยอยากไปเที่ยวที่เพชรบูรณ์นี่คะ ไม่ได้ไปเกือบปี

       ทานอะไรมาหรือยังตาหมอก คุณอบเชยเอ่ยถาม และส่งสัญญาณให้เด็กรับใช้จัดจานอีกชุดให้ลูกชาย ยายปอยอย่าเพิ่งไปเซ้าซี้พ่อเขา มานั่งให้เรียบร้อย

       หญิงสาวเกร็งตัวทันทีเมื่อเก้าอี้ข้างกายถูกลากออกไป ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเข้ามานั่งแทนที่วัสสานะที่ย้ายจานและแก้วน้ำไปนั่งข้างคุณสิสิระ เสียงวัสสานะแจ๋วๆ ถามโน่นถามนี่ดังขึ้นตลอดเวลา คนข้างกายเธอก็ขยันตอบกลับไปทุกครั้ง ตอนนี้เธอได้แต่ก้มหน้าทานอาหารไป หูก็คอยฟังการสนทนาไปเรื่อย เสียงของเขานุ่มรื่นหูจนเธอฟังเพลิน จนกระทั่งชายหนุ่มตักกับข้าวมาใส่จานให้เธอ จึงได้เงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาของเพื่อนด้วยความตกใจและประหลาดใจเพราะคาดไม่ถึง

       เห็นตักแต่ผัดผักตรงหน้า ปลาทอดนี่ก็อร่อยนะ

       ขอบคุณค่ะ เธอพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนจะรีบหลบตาคม และใบหน้าที่แผงไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอีกครั้ง แม้เขาจะสนทนากับวัสสานะไม่ได้หยุด แต่มือของเขาก็เวียนตักกับข้าวมาใส่จานของเธอสม่ำเสมอ ตลอดมื้ออาหารเธอแทบไม่ต้องตักกับข้าวเองอีกเลยจนหญิงสาวอึดอัด เกรงว่าคุณสิสิระจะไม่ชอบใจ แต่ทุกคนก็โต๊ะก็เหมือนไม่รู้สึกอะไรกับการกระทำของชายหนุ่ม

       สบายดีนะเพลง เหมันต์หาโอกาสเอ่ยถามหญิงสาวข้างกาย ขณะที่ทุกคนกำลังลุกจากโต๊ะอาหารไปที่ห้องนั่งเล่น

       สบายดีค่ะ พิจิกาตอบกลับไปเสียงเบาไม่ต่างจากเสียงกระซิบ ก่อนจะผละเข้าไปพยุงคุณอบเชยที่กำลังจะลุกจากเก้าอี้เหมือนจะยามหาช่องว่างเว้นระยะให้อยู่ไกลจากชายหนุ่มมากที่สุด แต่เขากลับเดินเข้ามาประคองมารดาของเขาอีกข้างหนึ่งเช่นกัน

       ยายหนูเพลงคนเดียวก็พอ หมอกมาเหนื่อยๆ ไม่ไปอาบน้ำน้ำท่าเสียก่อนละลูก เดี๋ยวค่อยลงมาคุยกัน แม่ไม่หนีไปไหนหรอกคุณอบเชยกล่าวยิ้มๆ เหลือบตามามองเสี้ยวหน้าหวานที่อยู่ข้างกาย

แม้จะไม่อยากไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ชายหนุ่มเลยก้มลงไปหอมแก้มมารดาเสียฟอดใหญ่ก่อนจะเดินห่างออกไป

       เพลงบอกพ่อหมอกหรือยังว่าย้ายออกจากห้องพ่อหมอกมานอนที่ห้องนอนแขก เดี๋ยวพ่อหมอกไม่รู้กลับไปพักที่ห้องนั้นอีกหนแน่ๆวัสสานะถาม

       พิจิกาส่ายหน้าไว

       งั้นก็ไม่บอกพี่เขาซะ คุณอบเชยตบลงบนหลังมือของหญิงสาว พิจิกา    หน้าเสียเพราะไม่อยากไป แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็จำต้องเดินตามชายหนุ่มที่เดินลับไปแล้วขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ทันได้ยินคำถามที่วัสสานะถามผู้เป็นยายด้วยความสงสัย แต่เธอไม่มีเวลาฟังคำตอบเพราะต้องรีบตามชายหนุ่มให้ทัน ก่อนเขาจะเข้าไปในห้องที่ตอนนี้เธอยึดมาเป็นของตนเองเรียบร้อย

       อ้าว ทำไมคุณยายแทนตัวพ่อหมอกกับเพลงว่าพี่ล่ะคะ เพลงเรียกแม่น้ำว่าคุณอา ทำไมไม่ให้เพลงเรียกพ่อหมอกว่าอาบ้างวัสสานะถามยายพลางมองตามหลังเพื่อน

       ยายหนูเพลงเรียกตาหมอกว่าพี่ก็ถูกแล้ว แล้วเราไม่รู้สักเรื่องจะไม่ได้เชียวหรือยายปอย

       ก็หนูไม่เข้าใจนี่คะ วัสสานะทำปากยื่นอย่างเด็กเล็กๆ

       มา...มาพยุงยายนี่ ท่านกวักมือเรียกหลานสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลให้ขยับมาพยุงท่านเดินต่อไป อีกหน่อยก็จะเข้าใจเอง ตอนนี้อย่าเพิ่งสงสัยเลย

       ยิ่งพูดยิ่งงงคุณยายนี่ โอ๊ย!วัสสานะร้องดังเมื่อถูกตีเบาๆ เข้าที่หลังมือ คุณยายตีปอยทำไมอะ

       ก็เรามันเซี้ยวนัก อยากรู้อยากเห็นเป็นที่หนึ่ง อีกอย่างยายตีเบาๆ ร้องเสียอย่างกับถูกไม้หวด

 

ไม่ทัน...นั่นคือคำพูดที่พิจิกาพูดกับตัวเอง ตอนนี้ประตูห้องนอนสำหรับรับรองแขกเปิดอ้าอยู่ และเธอจำได้ดีว่าตอนที่ออกจากห้องไปนั้นเธอปิดห้องสนิทดี หญิงสาวรีบเคาะประตูห้อง พอไม่เห็นมีการตอบรับหญิงสาวเลยจำใจเปิดประตูเข้าไปในห้อง

 พอก้าวเข้าไปในห้อง หญิงสาวได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากห้องน้ำ พิจิกาหันไปมองตามเสียงจึงทันได้เห็นเหมันต์ยินอยู่ตรงช่องประตูห้องน้ำที่เปิดอยู่ เธออุทานเบาๆ ก่อนจะรีบหันหน้าหนีเมื่อเห็นเขากำลังถอดเสื้อ

       “เพลง”

ขอโทษค่ะ เพลงจะมาบอกว่าเพลงย้ายจากห้องของคุณอามาอยู่ที่ห้องนี้แล้ว

เหมันต์รีบมองไปรอบๆ ตอนที่เดินเข้ามาในห้อง เขารีบเสียจนไม่ได้สังเกตอะไร พอเห็นของใช้หลายอย่างที่ดูไม่คุ้นตาก็นิ่วหน้าแล้วเอ่ยถาม ทำไมล่ะ ห้องนั้นมีครบทุกอย่าง ทีวี ตู้เย็น แต่ห้องนี้ไม่มีอะไรเลย มีแต่เตียงนอนแล้วอย่างนี้จะมาอยู่ได้ไง

พะ...เพลงเกรงใจค่ะ

ทำไมต้องเกรงใจในเมื่อผมยกห้องนั้นให้เพลงเอง อีกอย่างนานๆ ผมจะกลับบ้านมาเสียที

พิจิกาเริ่มรู้สึกไม่เข้าที เมื่อเสียงทุ้มที่ดังโต้ตอบกับเธอเหมือนจะใกล้เข้ามาทุกที พอหันหน้ากลับมาดูอีกครั้งก็ต้องผงะถอย เมื่อเขามายืนอยู่ข้างกาย

เอ่อ... เธอพูดไม่ออกเมื่อเหมันต์เดินเข้ามาประชิด

มือใหญ่แตะดอกจำปีสีเหลืองที่ร้อยห้อยอยู่ที่ข้างหูของหญิงสาว เขาสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนทานข้าวแล้ว กลิ่นหอมอ่อนของมันโชยให้ได้กลิ่นเป็นระยะ ชายหนุ่มก้มใบหน้าลงมาใกล้พร้อมๆกับที่มือยกดอกจำปีขึ้นมาดม

หอมเหมันต์บอกเบาๆ ที่ข้างหูเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งไม่ไหวติงจากนั้นจึงปล่อยดอกจำปีให้เลื่อนหลุดออกจากมือ

พะ...เพลงมาบอกเท่านี้ค่ะ ขอตัวนะคะ หญิงสาวรีบหมุนตัวเดินออกไปจากห้องเร็วกว่าจรวด มือบางยกขึ้นมาแตะที่หัวใจเมื่อมันเต้นแรงจนแทบกระโดดออกมาเต้นข้างนอก รู้สึกร้อนไปทั้งใบหน้า เสียงนุ่มๆ ยังดังก้องหู ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำเช่นนั้น เพราะเธอคือเพื่อนของวัสสานะลูกสาวของเขา อีกทั้งภรรยาเขาก็ยังอยู่ในบ้าน ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินกร่อนจิตใจจนต้องรีบกระตุกดอกจำปาที่ผมของตนมากำไว้ในมือ

เหมันต์มองตามร่างบางที่แทบวิ่งออกจากห้องไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ พร้อมกับเดินไปหยิบหมอนใบเดียวที่อยู่บนเตียงนอนขึ้นมากอดไว้แนบอกและเดินตามออกจากห้องไป

 

สิ่งผิดปกติอย่างแรกที่เธอเห็นหลังจากที่ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนในห้องรับรองแขกที่ขณะนี้กลายเป็นห้องส่วนตัวของเธอแล้วนั่นก็คือ เสื้อโปโลสีดำที่ถูกถอดวางอยู่บริเวณอ่างล้างหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าของใคร

สิ่งผิดปกติอย่างที่สองนั่นก็คือ หมอนหนุนที่ใช้นอนอยู่ทุกคืนได้หายไปจากเตียง หญิงสาวมองไปรอบห้องก็ไม่พบ แล้วจะเอาอะไรนอนล่ะ มันหายไปไหนได้ยังไงเนี่ย

ขณะที่ยืนงงอยู่นั้น ประตูห้องของเธอก็ถูกเคาะเป็นจังหวะ...

วัสสานะยืนอยู่หน้าห้องของเธอพร้อมหมอนในมือ เมื่อครู่เราไปหาพ่อหมอกมา พ่อบอกตอนย้ายของหมอนใบนี้มันติดไป พิจิกามองหมอนใบเขื่องที่เพื่อนชูขึ้นมาก่อนส่ายหน้า

ไม่ใช่ใบนี้เสียหน่อย ของเราปลอกหมอนเป็นสีฟ้า

หูยยย ใบไหนก็เอาไปเถอะ ปอยง่วงละ ไปนอนก่อนนะวัสสานะยัดหมอนใส่มือเพื่อน ก่อนจะเดินจากไป โดยไม่ฟังคำปฏิเสธของพิจิกาสักนิด

หญิงสาวจำใจต้องรับหมอนที่เพิ่งถูกส่งมาให้ ก่อนจะปิดประตูและเดินกลับไปที่เตียงนอน ก็ดีกว่าไม่มีหมอนนอน จะคิดมากทำไม หมอนใบไหนก็เหมือนกันนั่นแหละเธอพึมพำบอกตัวเอง มองหมอนที่อยู่ในปลอกสีน้ำตาลอ่อนอย่างแปลกในใจ หญิงสาวสั่งตัวเองไม่ให้คิดมาก และพยายามข่มตาให้หลับทั้งที่ในใจไม่สงบเลย

 

อากาศยามเช้าตรู่สดชื่นแจ่มใสเสียจนคนที่ตื่นเช้าต้องขยับเหยียดแขนหมุนตัวไปมาและสูดอากาศเข้าสู่ปอดอย่างแช่มชื่น ไม่น่าเชื่อว่าในกรุงเทพฯ จะมีหมอกจางๆ เมื่อวานนี้เธอเปิดหน้าต่างนอนรับลมเพราะได้ยินข่าวรายงานสภาพอากาศจากโทรทัศน์ว่าจะมี   ร่องความกดอากาศต่ำพัดมาจากประเทศจีนและจะส่งผลให้ประเทศไทยอากาศเย็นลงเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา และอาจทำให้ประเทศไทยมีฤดูหนาวยาวนานกว่าปีอื่นๆ ล่วงไปปลายเดือนกุมภาพันธ์ หญิงสาวเดินไปรวมตัวกับกลุ่มคนที่บ้างก็นั่งบ้างก็ยืนอยู่บริเวณประตูรั้วบ้านเพื่อรอตักบาตร

ขอโทษค่ะวันนี้เพลงตื่นสาย ไม่ได้ลงมาช่วยป้าน้อมเตรียมของเลยเธอส่งยิ้มให้คุณอบเชยและป้าน้อมแม่บ้านใหญ่

คุณอบเชยหันมายิ้มให้หญิงสาว แค่ลงมาใส่บาตรเป็นเพื่อนยายก็พอแล้วลูก มาๆ พระท่านจะมาแล้ว ท่านกวักมือเรียกพิจิกาให้เข้าไปยืนอยู่ข้างกาย

น้อม ตาหมอกมาหรือยัง ไหนว่าจะตื่นมาใส่บาตรกับฉัน

โน่นแน่ะค่ะ มาพอดีเลยเชียว แม่น้อมแม่บ้านใหญ่ส่งยิ้มให้  ชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงมา

คุณอบเชยเหลียวไปมอง มาไวๆ เถอะพ่อคุณ พระท่านไม่รอเราหรอกนะ

เหมันต์ส่งยิ้มให้ทุกคน ผมมาทันนี่ครับ

ย่ะ ทัน หลวงพ่อท่านมาโน่นแล้ว รีบๆ มาจบเข้า ยายหนูเพลงก็จบเสียสิลูกคุณอบเชยสั่งการพอดีกับที่พระสงฆ์เดินมาถึงพอดี นิมนต์เจ้าค่ะ

คุณอบเชยถลึงตาใส่ลูกชายเหมือนออกคำสั่งให้ชายหนุ่มหยิบอาหารคาวหวานถวาย ยายหนูเพลงใส่บาตรแทนยายที

พิจิกามองไปทางผู้สูงวัยอย่างงงๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มคดข้าวใส่บาตรแล้ว เธอจึงหยิบกับข้าวและของหวานใส่ตามจนครบหมดทุกองค์  คุณอบเชยถึงเดินเข้าไปถวายดอกไม้พร้อมปัจจัย

รับพรนะโยมพระท่านกล่าว จากนั้นทุกคนยกเว้นคุณอบเชยจะยอบตัวลงไปนั่งยองๆ พนมมือเพื่อรับศีลรับพร ก่อนที่พระท่านจะเดินออกไปเมื่อให้พรจบ

ไม่ต้องตามมาหรอกลูก ยายจะไปกรวดน้ำ ท่านไม่เอ่ยชื่อว่าบอกใครแล้วจึงเดินแยกไปกับแม่น้อมเพียงสองคน

พิจิกาไม่รู้จะเอาอย่างไรต่อไปดี เพราะสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาปกติท่านก็ให้เดินตามไปด้วยตลอด แต่วันนี้กลับไล่เสียอย่างนั้นเลยเธอจึงหมุนตัวตั้งท่าเตรียมเดินเข้าบ้านทันที

เพลง

ร่างบางชะงักก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาตามเสียงเรียกอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ ยิ่งร่างสูงเดินเข้าใกล้ใจเธอก็สั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ผมขอดูหน้าหน่อยว่าหายหรือยัง ปลายนิ้วแข็งแรงถือวิสาสะจับเชยคางของหญิงสาวให้เงยขึ้น ก่อนที่มืออีกข้างจะปัดเส้นผมยาวที่ระอยู่ข้างแก้มไปทัดที่ใบหู

หายช้ำแล้วนี่ เขาพินิจดูที่ข้างแก้มของหญิงสาว ผิวของหญิงสาวดูละเอียด ก่อนจะใช้ปลายนิ้วลูบลงไปเบาที่แก้มนวลที่มีเลือดฝาดของวัยสาว ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม

สัมผัสที่ได้รับทำเอาหญิงสาวขนลุกเกรียวรีบขยับก้าวถอยออกมา มะ ไม่เจ็บแล้วค่ะ ทายาที่คุณยายให้มาทุกวัน ยาคุณยายดี

แล้วที่อื่นละ หายช้ำหรือยัง

ด้วยความระแวง พิจิการีบยกมือขึ้นมาปิดที่ช่วงเอวทันที เรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่ายได้ทันที เหมือนกับว่าชายหนุ่มจะเข้ามาเปิดเสื้อดูเหมือนที่ทำกับใบหน้าของตนเอง หายแล้วเหมือนกันค่ะ

แล้วเป็นอะไร ทำไมต้องหลบหน้าหลบตา กลัวอะไรผม

ไม่ได้กลัวนะคะเธอรีบบอกไว

แล้วทำไมต้องหลบตา ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดอีกหน

อย่าเดินเข้ามาใกล้สิคะ

งั้นหลบหน้าทำไม เมื่อเย็นผมถามอะไรหน่อยก็หลบไปอยู่หลังคุณแม่ พอจะคุยจะถามอะไรนิดก็วิ่งหนี แล้วตอนนี้ก็ยังหลบหน้าหลบตาไม่สบตาผมอีก เขายื่นหน้าเข้าไปจนใกล้ แต่อีกฝ่ายผงะหนี

ทะ...ทำอะไรคะ ดวงตาโตหากมีแววตระหนก เงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งหนีเหมือนยิ่งเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาใกล้

ผมจะจ้องตาเพลง อย่าหลบนะ

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,051 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:01
    อ๊ะๆๆๆพ่อหมอก คิดรัยอ่ะ....
    #104
    0
  2. #76 Polaris (@miss-yang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:11
    คุณเหมันต์ไม่ได้เป็นพ่อเเท้ๆขอหนูปอยเเน่เลย
    #76
    0
  3. #70 alecigor (@jeab51) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:16
    น่ารักจริงพ่อหมอก ตกลงพ่อหมอกนี่หนูปอยเรียกด้วยความเคยชินใช่มั้ยคะ พ่อหมอกเป็นแค่น้าหรืเปล่า
    #70
    0
  4. #69 Faye Bee WS (@febie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:04
    ชอบอ่ะคุณพ่อ
    #69
    0
  5. #66 pimmyla (@pimmyla) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:24
    พ่อหมอกน่ารักอ่าา
    #66
    0
  6. #64 Raindear1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:36
    หลงรักพระเอกอีกแลัวครับท่าน
    #64
    0
  7. #63 สุธิชา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:54
    ติดใจอยากรักคนแก่มั่งแล้วคร้า..ดูอบอุ่นใจดี..ว้าวๆๆป๋าหมอก
    #63
    0
  8. #62 leeya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:29
    ติดใจป๋าหมอกซะแล้ว กิววกิ้ววว
    #62
    0
  9. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:29
    รออ่านต่อนะคะ

    #61
    0
  10. #60 taeyeon iu (@taejess) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:25
    รักเลย พระเอกห่วงนางเอกน่าดู 
    #60
    0
  11. #59 Rawhoynoy Lycan (@piercensean) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:04
    ป๋าเหมันต์น่าฮักขนาด
    #59
    0
  12. #58 suchayaphunphat (@suchayaphunphat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:02
    ชอบค่ะ สนุกดี
    #58
    0
  13. #57 นู๋ หน่อย น่ารัก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:47
    โอ้ย ! ยิ่งอ่านยิ่งชอบ สงสารน้องเพลงจัง คุณเหมันต์ดูแลน้องเพลงด้วยนะคะ
    #57
    0
  14. #56 Annie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:45
    หลงรักพระเอกอย่างจังค่ะ
    #56
    0