เพลงเหมันต์.

ตอนที่ 4 : บทที่ 3----100% ฉบับตีพิมพ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    30 เม.ย. 58

บทที่ 3

 

      

       รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปจอดในโรงรถ การจราจรยามค่ำคืนรถราจะไม่แออัด แต่ด้วยระยะทางและสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยกต่างๆ ก็ทำให้ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่หมาย  พิจิกาพยายามปรือตาขึ้นมามองรอบตัวอีกหนเมื่อรู้สึกว่ารถที่นั่งอยู่ถูกดับเครื่องยนต์ หญิงสาวเริ่มมีอาการปวดหัวตั้งแต่รถเคลื่อนออกจากบ้านที่เคยพักพิงอยู่ร่วมสองปี ความรู้สึกของหญิงสาวตอนนี้เหมือนใครเอาหินหนักร้อยกิโล มาวางทับไว้บนศีรษะ แถมยังมีอาการร้อนสลับหนาวจนสั่นไปทั้งตัว

       เพลง วัสสานะวิ่งถลาเข้ามาเปิดประตูรถให้เพื่อนรัก หญิงสาวทราบเรื่องจากมารดาแล้ว ทนอดหลับอดนอนเพื่อรอพิจิกา สภาพเพื่อนรักของเธอที่นอนเอนอยู่บนเบาะนิ่งเหมือนคนไม่รู้สึกตัว

เพลง...เพลง หญิงสาวจับแขนและเขย่าตัวเพื่อน

พ่อหมอก เพลงตัวร้อนจี๋เลยทำไงดีคะ วัสสานะรีบหันไปบอกชายหนุ่มที่เพิ่งเดินอ้อมตัวรถมาถึง

ชายหนุ่มรีบแทรกตัวเข้ามาดูหญิงสาว ใช้หลังมือแตะลงไปเบาๆ ที่หน้าผากและซอกคอระหง คงมีไข้ เดี๋ยวพ่ออุ้มเข้าบ้านเอง

เหมันต์โอบอุ้มร่างบางที่เบาดุจนุ่นขึ้นมาทั้งตัว ขายาวก้าวเดินอย่างมั่นคงและว่องไวจนวัสสานะต้องวิ่งตาม ปอย เรียกป้าน้อมให้ตามพ่อขึ้นไปที่ห้องด้วย

ชายหนุ่มสั่งความลูกสาวโดยไม่ยอมหยุดเดิน เขามุ่งตรงไปยังชั้นสองของบ้าน ก่อนจะใช้ไหล่ดันประตูห้องของตนเองเหมันต์วางร่างบางที่ครางอือๆ ไม่รู้สึกตัวลงไปบนเตียงขนาดคิงไซซ์ที่ตั้งอยู่กลางห้องอย่าง  ทะนุถนอม

       อาการหนักแบบนี้ทำไมไม่พาไปโรงพยาบาลล่ะหมอก สิสิระเดินเข้ามาตามเหมันต์เข้ามาในห้อง พร้อมทั้งแม่บ้านและลูกสาวที่ปีนขึ้นไปดูอาการของเพื่อนอย่างใกล้ชิดบนเตียง

       ผมพาไปหาหมอตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วครับ

       ป้าน้อมช่วยดูแลเช็ดตัวให้หน่อยก็แล้วกันนะ ถ้าไม่ดีขึ้นพี่ว่าพาส่งโรงพยาบาลเลยดีกว่าสิสิระหันมาบอกหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

คุณแม่รออยู่ข้างล่าง เธอบอกน้องชาย เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมขยับออกไปไหน ทั้งที่น้อมกำลังจะเข้ามาเช็ดตัวให้หญิงสาว

        เหมันต์มองคนเจ็บที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะตัดใจเดินตามพี่สาวออกไปนอกห้อง เพื่อลงไปหามารดาที่อดตาหลับขับตานอนมานั่งรอฟังเรื่องราวจากปากของเขา

 

       คุณนายอบเชยเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์และห้องเช่าในย่านตลาดขายของนำเข้าแถวๆ ดอนเมือง หญิงสูงวัยกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขก เขม้นมองลูกชายและลูกสาวที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล แค่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของลูกสาวหลังได้รับฟังข่าวทางโทรศัพท์จากเหมันต์ก็ทำเอาใจไม่ดี คุณนายอบเชยที่ได้ฟังประวัติคร่าวๆ ของพิจิกาจากปากคำของวัสสานะแล้ว ก็อดเวทนาในชะตากรรมของหญิงสาวที่มีเคราะห์ร้ายโหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรามีจิตใจต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ แม้แต่ญาติสนิทก็ยังไม่เว้น

       เพื่อนยายปอยว่าอย่างไรตาหมอก

       ไม่ยอมเอาเรื่องไอ้เลวนั้นครับ เห็นว่าเป็นลูกป้า แต่ไอ้เลวนั่นไม่มีสำนึกเลยสักนิด ผมเลยให้เพื่อนที่เป็นตำรวจพาไปอบรมเสียหน่อย ที่พามานี่ก็อดห่วงไม่ได้ ดูท่าคนเป็นป้าก็ไม่ได้ดูดำดูดีเท่าไหร่ นี่ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าผมไม่คิดจะเอาโทรศัพท์ไปคืน ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเขาคิดแล้วยังอดโมโหขึ้นมาอีกไม่ได้ ยิ่งร่องรอยที่หญิงสาวถูกทำร้ายมันเด่นชัดขึ้นมาฟ้องให้เห็น ก็ยิ่งอยากกลับไปลงไม้ลงมือกับไอ้เลวนั่นให้สาแก่ใจมากกว่านี้

       คุณนายอบเชยพยักหน้าอย่างเข้าใจ ยายปอยก็เล่าให้ฟัง น่าเวทนาเหลือเกิน มีญาติก็เหมือนไม่มี

       นั่นนะสิครับ ที่ผมพามาบ้านเราก่อนก็เพราะอดห่วงไม่ได้ ถ้าหากผมจะขอความกรุณาคุณแม่กับพี่น้ำ ให้เพื่อนยายปอยมาอยู่บ้านเราสักระยะ คุณแม่จะว่าอะไรไหมครับ ผมออกสงสารและเวทนา นี่อีกไม่กี่วันก็จะเรียนจบแล้ว หากกลับไปอยู่บ้านหลังนั้นคงได้เสียอนาคตแน่ๆ หรือจะให้ไปหาที่พักใหม่ในตอนนี้ก็คงจะลำบาก

       จะเป็นไรไปเล่า บ้านเราก็ไม่ได้อัตคัดฝืดเคืองที่ไหน หมูหมาเรายังเมตตา นี่คนทั้งคนจะให้ไม่ชายตามองแม่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน หรือว่ายังไงยายน้ำ คุณนายอบเชยหันไปถามลูกสาวคนโต

       น้ำแล้วแต่คุณแม่เลยค่ะ น้ำได้ยินยายปอยพูดถึงเด็กคนนี้มานานแล้ว พูดตามตรงนะคะ เมื่อครู่เห็นสภาพแล้วก็อดสงสารไม่ได้ นี่น้ำยังไม่เชื่อเลยนะคะว่าญาติกันแท้ๆ จะทำแบบนี้ได้ โลกเราอยู่ยากขึ้นทุกวัน คนเราไม่มีจิตสำนึกกันเลยรึไง

       แล้วนี่ให้ใครดูอยู่ล่ะ

       ให้ป้าน้อมเช็ดตัวให้อยู่ค่ะ เหมือนจะมีไข้ค่ะคุณแม่

       ยกห้องรับรองแขกตรงกันข้ามกับห้องตาหมอกให้ไปก็แล้วกัน

       อย่ายุ่งยากเลยครับคุณแม่ เหมันต์แทรกขึ้น ให้นอนห้องผมนั่นแหละ เดี๋ยวผมไปนอนห้องรับรองแขกเอง

       คุณนายอบเชยเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

ก็ตามใจ เอาละ ดึกแล้ว แม่จะไปนอนแล้ว ยายน้ำไปส่งแม่ที่ห้องหน่อย คุณนายอบเชยในวัยหกสิบห้าปีนับว่ายังแข็งแรงอยู่มาก คงเป็นเพราะหมั่นดูแลตนเองเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าเป็นคนดูแลและรักษาตัวเองอยู่เป็นนิจจึงทำให้ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง

คุณนายอบเชยปล่อยให้ลูกสาวพยุงไปส่งที่ห้องนอน ระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของลูกชาย ปกติแล้วเหมันต์ค่อนข้างหวงแหนความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบให้ใครไปยุ่งวุ่นวายในห้องหรือแตะต้องข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเขา แต่ครั้งนี้มาแปลก เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากยกห้องหับให้ผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งไปครอบครองแทน ถึงจะสงสัยแต่คุณนายอบเชยก็ไม่ได้พิรี้พิไรซักถามให้ลูกชายรำคาญใจ และไม่แม้แต่ออกปากพูดกับลูกสาว นางได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจเพียงลำพัง

 

เวลาล่วงเข้าตีสองแล้ว แต่ร่างสูงยังนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงกว้าง ถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่คุ้นที่ถึงได้นอนไม่หลับ แต่ลึกๆ แล้วเหมันต์รู้ดีว่ามันไม่ใช่...ใจของเขาต่างหากที่ยังคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายไปถึงคนที่นอนอยู่ในห้องของเขา ใบหน้านวลที่นองน้ำตายังติดอยู่ในความทรงจำ เสียงถอดถอนใจดังขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับลุกจากเตียงออกไปนอกห้อง

ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าประตูห้องนอนตนเอง เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเปิดเข้าไปดีไหม แต่สุดท้ายความห่วงหาอาทรในส่วนลึกของหัวใจก็มีพลังมากพอที่จะฉุดให้เขาเปิดประตูเข้าไป

ดวงตาคมทอดมองร่างบางที่หลับอยู่บนเตียงของเขา พร้อมทั้งพยายามบอกตนเองว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับลูกสาวของเขาเท่านั้น รอยแดงข้างแก้มเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นและมีอาการบวมช้ำ เขาตรงเข้าไปนั่งอยู่ข้างกายของหญิงสาว และใช้ปลายนิ้วแตะลงไปเบาๆที่ข้างแก้มอย่างถนอม

เจ็บมากไหมเพลงเขาพึมพำถาม ฟังแล้วคล้ายจะรำพึงกับตัวเองมากกว่า รอยยิ้มพึงใจฉายชัดเมื่อเห็นร่างบางขยับตัวซุกหน้าลงกับหมอน ผมยาวรุ่ยร่ายระมือของเขา เหมันต์หยิบปอยผมยาวขึ้นมา แล้วยกขึ้นมาสูดดม เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูผสมกับกลิ่นเจือจางของน้ำยาฆ่าเชื้อจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานจนกระทั่งฟ้าสางถึงได้ขยับตัวลุกเดินออกจากห้องไป

 

แรงสั่นสะเทือนจากเตียงที่นอนอยู่ทำให้คนที่กำลังหลับสบายปรือตาขึ้นมาดู ใบหน้าของเพื่อนสาวที่ลอยอยู่ใกล้แค่คืบทำให้คนที่กำลังงัวเงียผวาขยับออกห่างอย่างตกใจ

ปอย

ขี้เซา วัสสานะย่นจมูกใส่เพื่อนอย่างน่าเอ็นดู ดีขึ้นไหม ท่าทางเพลงคงเจ็บน่าดูเลย ดูสิ แก้มช้ำหมดเลยน้ำเสียงห่วงใยที่ถามไถ่ทำเอา  พิจิกาพูดไม่ออก

นอกจากจะซาบซึ้งใจในความห่วงใยของเพื่อนจนพูดไม่ออกแล้ว แก้มข้างที่โดนตบก็ยังทำให้เธอพูดไม่ออกเลยจริงๆ ถึงไม่ได้ส่องกระจก แต่พิจิกาก็พอเดาออกว่าตอนนี้แก้มของเธอคงบวมฉึ่ง ขยับทีก็ทำเอาน้ำตาแทบร่วง หญิงสาวตบมือลงบนหลังมือของวัสสานะเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นี่สภาพของเธอคงดูไม่ได้จริงๆ เลยใช่ไหม พอจะขยับตัว อาการเจ็บร้าวตรงบริเวณช่วงท้องก็ทำเอาพิจิกาต้องร้องออกมา

เจ็บตรงไหนเพลง วัสสานะทำหน้าตื่นเปิดผ้าห่มขึ้นทันที 

หญิงสาวค่อยๆ เปิดชายเสื้อให้วัสสานะได้มอง เพลงอยากเห็นแผล แต่ขยับแล้วเจ็บ ปอยมีกระจกไหม เธอพยายามขยับปากอย่างเชื่องช้าและน้อยที่สุดเพื่อออกเสียง

วัสสานะรีบหันซ้ายหันขวามองทั่วห้อง แต่ในห้องของเหมันต์ไม่มีกระจกเลย เดี๋ยวปอยมานะ ไปเอาที่ห้องก่อน

พิจิกาหลับตาอีกครั้ง รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งร่างกายและจิตใจ เธอเหนื่อยล้าเสียจนไม่รู้ว่าตอนนี้มีใครอีกคนเดินเข้ามาภายในห้อง พอเห็นรอยช้ำบริเวณช่วงท้องที่แบนราบปราศจากไขมัน มือใหญ่กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสว่างวาบราวกับอยากจะฆ่าคนที่ทำร้ายเธอให้ตายคามือ

เมื่อวานได้ให้หมอดูหรือเปล่า เสียงดุๆ ที่ดูเหมือนโกรธใครมาสักสิบชาติเอ่ยถาม

หญิงสาวลืมตาโพลง รีบคว้าผ้าห่มที่ตกไปอยู่ที่ช่วงเอวขึ้นมาปิดถึงลำคอทันที แทบลืมอาการเจ็บของตนไปชั่วขณะ ใบหน้านวลแดงร้อนขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ใครจะไปคิดล่ะจะมีใครอื่นเข้ามาในห้องนี้นอกจากวัสสานะ ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นบ้านของเขา แต่เขาก็ควรส่งเสียงบอกเป็นสัญญาณให้รู้สักนิด ไม่ใช่เดินดุ่มๆ เข้ามาโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน พอเห็นสายตาที่ยังจ้องมองไม่วางตาเหมือนรอคอยคำตอบ พิจิกาเลยพยักหน้าตอบกลับไป

พ่อหมอกเสียงแจ๋วๆ ของวัสสานะทำให้พิจิกาลอบถอนใจอย่างโล่งอก เธอไม่สามารถอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ยามเมื่อเห็นแววตาของบิดาเพื่อนรักยามที่จับจ้องมองมา

เพลงช้ำไปทั้งตัวเลยค่ะ ถ้าเป็นปอยนะ ปอยจะจับมันเข้าตะรางไม่ให้มาทำเลวๆ แบบนี้อีก

ก็เพื่อนปอยไม่อยากให้มีเรื่องมีราวนี่นา เขาบอกพร้อมชายตาดุๆ ไปมองที่คนเจ็บ ที่ขยับซุกตัวลงไปอยู่ใต้ผ้าห่ม เดี๋ยวพ่อจะให้ป้าน้อมสั่งเด็กยกข้าวเช้าขึ้นมาให้ ปอยกินข้าวเป็นเพื่อนเพลงบนนี้เถอะนะ

ค่ะวัสสานะรับคำอย่างง่ายดาย พอเห็นบิดาหันหลังเดินออกไปก็ตลบผ้าห่มออกอย่างไว

นี่ๆๆ ดูเสีย เป็นปอยนะ ปอยจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุดเลย หญิงสาว     จัดกระจกให้ส่องภาพบริเวณหน้าท้องที่เขียวเป็นจ้ำให้เพื่อนดู แล้วเลื่อนขึ้นมาที่ใบหน้าจนเห็นแก้มบวมตุ่ยและเริ่มมีสีเขียวปนม่วง

เจ็บ หญิงสาวครวญขณะที่มือเรียวแตะไปบนใบหน้าของตนเองเบามือ

ดีนะพ่อหมอกไปช่วยทัน ปอยไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพ่อหมอกคิดจะเอาโทรศัพท์ไปคืน ไปไม่ทันเพลง จะเป็นอย่างไร

อืมใช่! ถ้าพ่อของเพื่อนไม่บังเอิญเอาโทรศัพท์ที่เธอทำหล่นไว้ในรถของเขาไปคืน ตอนนี้เธอจะมีสภาพอย่างไร และจะยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไหม ถ้าหากพิศาลทำเรื่องชั่วช้ากับเธอได้สำเร็จ เพลงเป็นหนี้บุญคุณ    คุณพ่อของปอย ชาตินี้เพลงไม่มีวันลืมแน่นอน

ลุกไหวไหม อยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า

ไหว

พิจิกาพยายามจะลุก แม้จะเจ็บจนหน้าเบ้ก็ตาม หญิงสาวขยับจนขึ้นมานั่งห้อยขาอยู่ข้างเตียงจนได้ ก่อนจะมองไปรอบห้องด้วยความสงสัยเพราะห้องนี้เหมือนมีคนอยู่ประจำ ห้องปอยเหรอ

ใช่ที่ไหนกันล่ะ นี่เป็นห้องพ่อหมอก

พิจิกาหันไปทำตาโตใส่เพื่อนเพราะคาดไม่ถึง แล้วทำไมเพลงมานอนอยู่ที่ห้องนี้ล่ะ

พ่อหมอกยกให้เพลงนอน อุ้มมานอนเองกับมือเลยนะ

อ้าว! แล้วแบบนี้แม่ปอยไม่ว่าเพลงเหรอ..แย่จริงพิจิกาเกิดความกังวลขึ้นมาทันที นี่กลายเป็นว่าเธอมาทำให้คนที่บ้านนี้เดือดร้อนเข้าไปอีก

แม่ไม่เห็นว่าอะไร บอกว่าตามใจพ่อหมอก อย่าพูดมากเลยน่า มา...ปอยช่วยพยุง เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวจะได้มาทานข้าวกัน

หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำตามแรงจับจูงของเพื่อนสาว วัสสานะทำท่าจะเข้าห้องน้ำมากับเธอด้วย แต่พิจิกาไม่ยอม เธอยืนยันว่าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จริงๆ

ห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของเหมันต์กว้างเกือบเท่าห้องที่เธออาศัยอยู่ที่บ้านป้า อุปกรณ์ของใช้แต่ละอย่างล้วนดูดีมีราคาจนเธอไม่กล้าแตะ ของใช้ของผู้ชายหลายอย่างจัดวางอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า นี่กลายเป็นว่าเธอมาแย่งห้องนอนเจ้าของบ้านหรือนี่ แย่จริง!

 

วัสสานะเหลือบตามองเพื่อนสาวที่นั่งเอาช้อนคนข้าวต้มไปมาแต่ไม่ยอมตักเข้าปากเสียที ท่าทางพิจิกากำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่ในใจจนลืมไปว่ามีเธอนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนอีกคน

เป็นอะไรเพลง

พิจิกาส่ายหน้าช้าๆ ใบหน้าหวานดูเศร้าสร้อย กำลังคิดว่าจะเอาไงต่อไปดี

ก็อยู่ที่นี่ไปก่อน พ่อหมอกขออนุญาตคุณยายให้เพลงมาอยู่ที่นี่แล้วด้วยนะ

แต่เพลงจะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้หรอก แค่นี้เพลงก็เกรงใจจะตายอยู่แล้ว เพลงทำให้คนบ้านนี้เดือดร้อนๆปหมด

วัสสานะยักไหล่ ก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนเลยสักคน มีแต่เพลงนั่นแหละที่เดือดร้อน ปอยชอบเสียอีกที่มีเพลงมาอยู่ใกล้ๆ อาทิตย์หน้าก็จะสอบแล้ว มีเพลงอยู่ด้วยเหมือนมีติวเตอร์สิบคนหญิงสาวส่งยิ้มแป้นแล้นให้เพื่อนอย่างประจบประแจง

พิจิกาอดส่งยิ้มให้วัสสานะไม่ได้ เพื่อนของเธอคงไม่เคยพบเจอเรื่องลำบากยากเข็ญ ถึงไม่เข้าใจหัวอกคนที่มีความทุกข์แน่นอกแบบเธอ เราอยากไปกราบคุณยายกับคุณแม่ของปอย อยากขอบพระคุณท่าน ที่เมตตาให้เรามาอาศัยพักพิงที่บ้านหลังนี้

เดินไหวหรือวัสสานะถามอย่างไม่มั่นใจ แต่พิจิกาก็พยักหน้าไว

ไหวสิ

เอ้า งั้นก็รีบกินเข้า เดี๋ยวเราจะพาลงไปกราบคุณยาย คุณยายคงชอบเพลงหรอก ท่านชอบคนเรียบร้อย ว่าง่าย ไม่เหมือนเราโดนบ่นทุกวันว่าแก่นกะโหลกเป็นนางแก้วหน้าม้า

 

ร่างบางคลานเข่าเข้าไปหาผู้สูงวัยที่กำลังเอนหลังอยู่บนเบาะที่ตั้งอยู่ตรงริมระเบียงบ้าน มีสาวใช้คอยบีบนวดให้คลายเมื่อยล้า

นี่น่ะหรือ เพื่อนเรา คุณอบเชยวางหนังสือที่กำลังอ่านในมือลง เงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างถูกใจในมารยาท ยิ่งเห็นท่าทางการไหว้ก็รู้ว่าคงถูกอบรมมาเป็นอย่างดี กิริยามารยาทใช้ได้ ไม่เห็นเหมือนเราสักนิดยายปอย

หูยยย...เพลงเขาเป็นนางข้าหลวงเก่ากลับชาติมาเกิดค่ะ คุณยาย

แล้วเราชาติที่แล้วเกิดเป็นอะไรล่ะ ถึงแก่นกะโหลกเหลือเกิน

พิจิกาหลุดขำการสนทนาระหว่างยายหลานที่แสดงความสนิทสนมรักใคร่อย่างเห็นได้ชัด

สงสัยคงจะเกิดเป็นลิงหรือไม่ก็ม้าแน่ๆ ค่ะคุณยาย เพราะปอยอยู่นิ่งไม่ได้เลย

ยายละเพลียใจกับเราเหลือเกินยายปอย โตจนจะออกเรือนอยู่แล้วยังแก่นไม่เลิก

วัสสานะคลานก้นกระดกเข้าไปออดอ้อนผู้เป็นยายอย่างว่องไว แต่งอะไรกันคะ ใครจะมาสนใจปอย ปอยอยู่ให้คุณยายเลี้ยงแบบนี้ดีกว่า

คุณอบเชยยิ้มอย่างเอ็นดูหลานสาวที่เข้ามาซุกซบอยู่ที่ตักจนเกือบลืมหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า หนูชื่อเพลงใช่ไหม ท่านพินิจไปที่ใบหน้านวล

เรื่องที่ผ่านมาอย่างไปสนใจ อะไรที่ไม่สบายใจก็ลืมมันไป นับตั้งแต่นี้ให้ถือว่ายายเป็นญาติอีกคน อยู่ที่บ้านนี้ให้สบายอย่าเกรงใจ มีหนทางแล้วค่อยขยับขยาย

น้ำเสียงอารีพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นทำให้พิจิกาน้ำตาคลอ เธอยกมือไหว้หญิงสูงวัยอีกครั้งอย่างซาบซึ้งใจ เพลงกราบขอบพระคุณคุณยายมากค่ะที่เมตตาเพลง

แล้วเจ็บมากไหม

หญิงสาวพยักหน้ายอมรับ แต่พอคิดได้ว่าเสียมารยาทก็รีบตอบไปทันที เจ็บค่ะ แต่เมื่อเช้าเพลงกินยาที่หมอจ่ายมาให้ไว้เลยค่อยยังชั่วขึ้นมานิดนึงค่ะ

ดูสิ หน้าสวยๆ ช้ำหมด ท่านจิจ๊ะอย่างขัดใจ ยกมือขึ้นมาแตะไปที่ปลายคางของหญิงสาว เบี่ยงหน้าดูร่องรอยที่เกิดขึ้นอย่างไม่ชอบใจ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ยายมียาดีอยู่ เดี๋ยวเอาไปทานะ...นางท่านเอ่ยเรียกคนใช้ที่กำลังขยับมือนวดขาของท่านไปมา

ไปหยิบยาขวดสีเขียวที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงนอนฉันมาที ส่วนเรา ยายปอย...ไปบอกแม่น้อมทำลูกประคบให้ยายที จะเอามาประกบไล่รอยช้ำให้เพื่อนเรา ทันทีที่ท่านออกปากสั่ง ทุกคนก็ขยับกันทันทีอย่างไม่มีอิดออด

ทำอะไรกันครับ

เสียงทุ้มที่ได้ยินทำเอาร่างบางที่นั่งอยู่เกือบสะดุ้ง พอหันกลับมามองก็เห็นร่างสูงกำลังคลานเข้ามานั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่ พิจิการีบก้มหน้าลง เหตุการณ์เมื่อเช้าทำให้เธออับอายพ่อของวัสสานะอยู่ไม่น้อย

กำลังจะทายาให้ยายหนูเพลง ดูสิ ผิวบางๆ ช้ำหมดท่านหันมาบอกลูกชาย พอดีกับที่เด็กรับใช้กลับมาพร้อมยากระปุกดังกล่าว มาขยับมา เดี๋ยวยายทายาให้

เพลงทาเองก็ได้ค่ะ

เอาอย่างนั้นรึท่านส่งยาให้หญิงสาว ยาดี เอามาจากวัด แก้เมื่อยแก้ช้ำชะงัดนัก กลิ่นแรงไปสักนิด แต่เชื่อยายเถอะ เห็นผลทันตา

แค่เปิดฝากระปุกออกเพียงนิดกลิ่นสมุนไพรก็โชยออกหอมชื่นใจ หอมจังค่ะเธอเงยหน้าขึ้นยิ้มบอกคุณอบเชย

ทาเสียท่านสั่ง

พิจิกาค่อยๆใช้ปลายนิ้วปาดยาที่มีลักษณะคล้ายยาหม่องแต่มีกลิ่นหอมขึ้นมา ก่อนจะแตะลงไปเบาๆ ที่ข้างแก้ม

ทาเองจะเห็นได้ไง เอามานี่เถอะ เดี๋ยวผมทาให้เหมันต์เห็นท่าทางของหญิงสาวที่ทายาอย่างเก้ๆ กังๆ จึงอดไม่ไหวขยับเข้าไปประชิดร่างบาง แย่งกระปุกยาในมือเล็กมาถือไว้เสียเอง พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเชยคางให้เงยหน้าขึ้นมา จัดการปัดทัดเส้นผมยาวไปที่ข้างหู ถ้าแรงไปบอกนะ

นิ้วใหญ่แข็งแรงแต่มือเบาไม่น่าเชื่อ ทำท่าแตะทายาลงไปที่ข้างแก้มช้ำอย่างทะนุถนอมจนคนที่มองอยู่รู้สึกได้ คุณอบเชยมองลูกชายอย่างสงสัย ในขณะเดียวกันก็พึงพอใจกับท่าทางของเพื่อนหลานสาวที่ออกอาการกระอักกระอ่วนใจ แต่ถึงกระนั้นคุณอบเชยก็เลือกที่จะมองเฉยๆ ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามแต่อย่างใด

 

พิจิกาอยากจะขัดขืน แต่ด้วยความเกรงใจเลยต้องยอมอย่างเลือกไม่ได้ จึงพยายามบังคับสายตาของตัวเองให้เหลือบมองไปยังแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่สุดมุมห้อง ความรู้สึกตอนนี้แทบบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อมันวูบวาบไปหมด ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ใบหน้าของตนจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร ครั้นพอสายตาเหลือบมาทางคุณนายอบเชยเจ้าของบ้าน ก็เห็นท่านมองมาและยิ้มแปลกๆ จนต้องเบี่ยงหน้าขยับออกห่าง พอแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

มือใหญ่ผละออกอย่างไม่เต็มใจ แต่พอเห็นอีกฝ่ายก้มหน้างุดก็เลยปิดฝากระปุกยา และวางมันลงตรงหน้าหญิงสาว อย่าลืมเอาทาตรงจุดอื่นด้วยนะ

ทำไมวันนี้กลับไว เพิ่งออกไปไม่ถึงสามชั่วโมงไม่ใช่รึ คุณอบเชยอดที่จะถามไม่ได้ พร้อมกับใช้สายตาพินิจมองคู่หนุ่มสาวตรงหน้า แล้วทำทีเป็นหยิบหนังสือที่วางอยู่ขึ้นมา

พอดีคุยธุระเสร็จไวน่ะครับ ไม่มีที่ไปต่อก็เลยกลับบ้าน

มาแล้วค่า มาแล้ว เสียงแจ๋วของวัสสานะดังมาก่อนตัว หญิงสาวประคองถาดที่มีหม้อดินขนาดย่อมวางอยู่ โดยมีลูกประคบสีขาวปิดปากหม้อมาด้วย

ร้อนนะจ๊ะร้อนหญิงสาวว่าก่อนรีบถาดหม้อดินลงบนพื้น

อะไรครับคุณแม่

ลูกประคบ เอามาคลึงตามรอยช้ำไล่เลือด ท่านอธิบาย

ไม่ร้อนหรือครับเหมันต์นิ่วหน้ามอง เมื่อเห็นมีไอน้ำลอยออกมาแสดงอุณหภูมิของน้ำในหม้อดิน

เอ้า ร้อนสิดีจะได้หายไวๆ ยายปอยเราคลึงให้เพื่อนสิคุณอบเชยรีบสั่งเพราะกลัวว่าลูกประคบจะหายร้อนไปเสียก่อน วัสสานะหยิบลูกประคบขึ้นมาอย่างทะมัดทะแมงตามคำสั่งของผู้เป็นยาย

ทำอะไรให้มันเรียบร้อยหน่อยสิแม่คุณ ประคบเบาๆ นะ ไม่ใช่กดพรวดลงไป  ไม่อย่างนั้นได้เจ็บตายกันพอดีพอเห็นท่าทางหลานสาวคุณอบเชยต้องรีบปราม เพราะกลัวคนเจ็บจะเจ็บมากกว่าเดิม

โอ๊ย!” เพียงแค่วัสสานะแตะลูกประคบลงไปที่แก้ม พิจิกาก็ร้องออกมา เพื่อนเธอมือเบาเสียที่ไหนกัน หญิงสาวน้ำตาคลอ ทั้งเจ็บทั้งร้อน

ปอยขอโทษนะ เพลงเจ็บมากเหรอ วัสสานะรีบเอาลูกประคบวางลงที่ปากหม้ออีกครั้ง ใจชักเสียเพราะทำเพื่อนเจ็บ

มา พ่อทำเอง เราน่ะมือหนัก

แต่พิจิกากลับส่ายหน้าขยับหนี ไม่ใช่เพราะเข็ด หากคิดว่ามันไม่เหมาะสม เมื่อครู่ก็ทายาไปทีแล้ว ทำเอาเธออับอายและไม่สบายใจ เกรงว่าคุณนายอบเชยจะมองเธอเป็นผู้หญิงที่มีจริตจะก้าน ชอบยั่วผู้ชาย

ให้พ่อหมอกทำเถอะเพลง พ่อหมอกมือเบาจริงๆ ปอยเจ็บมีแผลที่ไรคิดถึงแต่พ่อหมอก มือเบากว่าหมออีก อีกอย่างปอยไม่กล้าทำแล้ว กดไปทีเดียวเพลงร้องซะบ้านเกือบแตก

แต่...

จะดื้อทำไม น้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยออกเหมือนกำลังดุเด็กอายุสัก 10 ขวบ     พิจิกาเกือบตวัดค้อนดีว่านึกได้ว่าตนเองไม่สมควรทำกิริยาแบบนั้นกับผู้ใหญ่

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเหมือนไม่ชอบใจ มือใหญ่เอื้อมไปหยิบลูกประคบขึ้นมาถือแล้วลองแตะลงที่หลังมือตน ส่งสายตาไปยังหญิงสาวให้ขยับเข้ามาหา แต่พิจิกายังดื้อ นั่งนิ่งมองเขาอยู่อย่างนั้น เมื่ออีกฝ่ายไม่ขยับเข้ามา ชายหนุ่มเลยขยับเข้าไปเสียเอง ปลายนิ้วแตะเข้าที่คางเล็กเรียวอีกครั้งอย่างเบามือ

เอียงหน้านิด เขาเห็นโหนกแก้มของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ ยิ่งหลุบตาหลบไม่กล้าสบตาแบบนี้ก็ทำเอารู้สึกแปลกๆ

กดเบาๆ แล้วคลึงไล่ไปที่ข้างแก้มสิตาหมอก คุณอบเชยรีบบอกเมื่อลูกชายแตะแล้วยก เหมือนกลัวอีกฝ่ายจะเจ็บ แตะๆ แบบนั้นจะช่วยรักษาอะไรได้

ครับ

สองสายตาประสานกันโดยบังเอิญ พิจิการีบหลบสายตาคม มือของเหมันต์เบาจริงดังคำของวัสสานะ เหมันต์ไม่กล้าลงน้ำหนักมากหนัก รอยช้ำตรงแก้มทำให้นึกกลัวว่าพิจิกาอาจจะเจ็บถ้าลงน้ำหนักมือมากกว่านี้ ปากบางสั่นเหมือนกำลังกัดฟันทนกับความเจ็บและความร้อนจากลูกประคบทำเอาเขาถึงกับมือสั่น รีบวางลูกประคบ ผมว่าวันนี้ประคบแค่นี้ก่อนเถอะครับ

อะไรกันทำทีสองทีเลิกแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะหาย แต่เอาเถอะใหม่ๆ คงไม่คุ้น เดี๋ยวให้แม่น้อมทำลูกประคบให้บ่อยๆ ทำหลายหนเข้าเดี๋ยวก็ชิน

พิจิกาพนมมือไหว้ไปทางคุณนายอบเชยและเหมันต์อีกครั้ง ขอบคุณคะที่เมตตาเพลง ตอนนี้เพลงดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ

เอาเถอะๆ วันนี้พอก่อน...นางยกไปเก็บไป แล้วบอกแม่น้อมทำส่งขึ้นมาให้หนูเพลงบ่อยๆ นะท่านหันไปบอกเด็กรับใช้ข้างกาย จากนั้นจึงหันไปถามลูกชาย แล้วเย็นนี้จะออกไปไหนอีกมั้ย ตาหมอก แม่จะได้ให้เด็กเตรียมตั้งโต๊ะถูก

ว่าจะตีรถกลับเพชรบูรณ์เลยครับแม่ ช่วงนี้เข้าฤดูท่องเที่ยวแล้ว ผมกลัวตะวันจะรับมือคนเดียวไม่ไหว

อะไรกัน นี่มันจะบ่ายโมงกว่าแล้วนะลูก ไปพรุ่งนี้เถอะแม่เป็นห่วง ไปถึงค่ำๆ มืดๆ ไหนจะขับรถขึ้นเขาอีกคุณอบเชยขยับตัวขึ้นมานั่งสีหน้าเป็นกังวล

ผมจะค่อยๆ ขับไปครับ คุณแม่อย่ากังวลเลย

พ่อหมอกไม่เห็นต้องรีบกลับเลย นายตะวันอะไรนั่นเขาเก่งร้อยแปดไม่ใช่หรือคะ ก็ให้เขาดูไปสิ เขามีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการใหญ่เชียว    นะคะ ถ้าปล่อยให้ทำงานคนเดียวไม่ได้แล้วจะจ้างไว้ทำไม

 ปอยพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลย พ่อบอกกี่หนแล้วว่าตะวันเป็นลูกจ้าง แต่เราเป็นเจ้าของ จะให้เขามาทำหน้าที่แทนเราทุกอย่างไม่ได้ เหมันต์ทำหน้าดุใส่ลูกสาว

แล้วจะจ้างทำไมแพงๆวัสสานะทำปากยื่น

เอาละพ่อลูก ไม่เถียงกันสักวันจะได้มั้ย ไม่มีใครยอมใครกันเลยจริงๆ อายหนูเพลงบ้างสิ คุณนายอบเชยบอกอย่างอ่อนใจ ตาหมอก    ก็เถอะ จะกลับก็รีบกลับ แม่ไม่อยากให้ไปถึงที่โน่นค่ำมืด

ครับร่างสูงใหญ่กว่ามาตรฐานชายไทย ขยับลุกโดยไม่ลืมหันมามองร่างบางที่ยังนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ไม่ไกลมารดาของเขา ใจอยากจะออกปากบอกให้หญิงสาวคลายความวิตกกังวล แต่คิดไปคิดมาเขาจึงขยับเดินออกไปโดยที่ไม่พูดอะไรกับพิจิกาเลยสักคำ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,051 ความคิดเห็น

  1. #837 jajalove (@jaja2710) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 23:38
    อร้ายยยย><ฟิน
    #837
    0
  2. #428 สีฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 18:17
    พี่ก้องชัดชัด
    #428
    0
  3. #391 Arrrun (@palmieri) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 20:22
    พี่ก้อง เอ๊ย! คุณเหมันต์นี่หล่อสุด >\<
    #391
    0
  4. #332 เรนโบว์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 17:02
    เหมันต์นี่ พี่ก้องชัดๆ
    #332
    0
  5. #75 Polaris (@miss-yang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:05
    พิศาลน่ากระทืบมาก หมั่นไส้ๆๆๆ 
    #75
    0
  6. #68 Faye Bee WS (@febie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:00
    สงสารเพลงอ่ะ แต่ถ้าจะให้ไปอยู่กับเพื่อนเพลงก้อต้องเกรงใจเป็นธรรมดาอยู่อแล้วอ่ะ
    #68
    0
  7. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:30
    รออ่านต่อนะคะ

    #55
    0
  8. #54 taeyeon iu (@taejess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:46
    อ่านแล้วรู้สึกฟินอ่ะ ชอบมากกกค่ะ
    #54
    0
  9. #53 Raindear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:55
    ผมนิฟินเบย ขอสักคนเต๊อะ!! ผู้ชายแบบนี้โคตรอบอุ่นเลย
    #53
    0
  10. #51 ทิวา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:15
    พอจะเหลือไว้ในชีวิตจิงๆได้ป่ะ
    #51
    0
  11. #50 สุธิชา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:54
    น่ารักจังพระเอกเราผู้ใหญ่ใจดีดูอบอุ่น..เฮ้อหลงรักเรื่องนี้อีกแล้วคร้า..รอสอยนะค่ะไรท์..
    #50
    0
  12. #49 kaw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:36
    ติดเรื่องนี้อีกแน่นอน สไตล์หนุ่มใหญ่นี้ชอบเลย ปอลิงสั่งยุงปึก ไปแล้วน๊า รออ่าน 😘
    #49
    0
  13. #48 Rawhoynoy Lycan (@piercensean) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:52
    ป๋าเหมันต์หล่อที่สุด
    #48
    0
  14. #47 นู๋ หน่อย น่ารัก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:36
    เกลียดพิศาลจัง น้องเพลงไปอยู่กับคุณเหมันต์นะ ไม่ต้องกลับมาบ้านหลังนี้อีก เดี๋ยวมันก็จับปล้ำอีกหรอก
    #47
    0