เพลงเหมันต์.

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 ---100% ฉบับตีพิมพ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    28 เม.ย. 58

บทที่ 2

 

      

เสียงฮัมเพลงหยุดลง เมื่อพิจิการู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงบางอย่างจากภายนอกห้องน้ำที่เธอกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ แต่พอลองเงี่ยหูฟังก็เงียบสนิท

หรือจะหูฝาด’...หญิงสาวรีบใช้น้ำจากฝักบัวล้างทำความสะอาดคราบสบู่บนร่างกาย รู้สึกตงิดใจแปลกๆ แต่เธอก็มั่นใจว่าตัวเองปิดล็อกประตูกับหน้าต่างเรียบร้อยหมดแล้ว หญิงสาวรีบเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าที่เตรียมเข้ามาด้วยเหมือนทุกครั้ง เนื่องจากห้องนอนของเธอไม่มีห้องน้ำในตัว เธอต้องเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำ  มาอาบที่ห้องน้ำตรงชั้นล่างของบ้าน อีกทั้งระยะทางระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนนั้นไกลพอสมควร แล้วยังต้องเดินผ่านห้องรับแขกและห้องครัวอีกด้วย ทำให้ไม่สะดวกใจที่จะสวมเสื้อคลุมอาบน้ำเดินโทงๆ กลับไปกลับมา

พิจิกาค่อยๆ เปิดแง้มประตูห้องน้ำออกไปมอง พร้อมทั้งสอดส่ายสายตามองไปทั่วบ้าน ในบ้านเงียบสนิททุกอย่างดูปกติดี แต่เพื่อความไม่ประมาทเธอเลยลองเดินออกไปเช็กประตูบ้านอีกครั้ง หญิงสาวหรี่ตาลงความรู้สึกหวาดระแวงเกิดขึ้นทันทีในใจ เมื่อครู่หน้าต่างข้างประตูบ้านบานนี้เธอปิดสนิทลงกลอนเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้หน้าต่างบานนี้แม้มันจะปิดอยู่ก็จริง แต่มันกลับงับไว้เฉยๆ ไม่ได้ลงกลอนอย่างที่เธอจัดการไว้ ระหว่างที่กำลังลังเลสงสัย ประตูห้องนอนของเธอที่เห็นอยู่ไม่ไกลก็เปิดออก ร่างผอมสูงของพิศาลเดินออกมา หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออกด้วยความตกใจ

น้องเพลง...พี่กำลังเดินตามหาอยู่พอดี

พิศาลก้าวเข้ามาหา แววตาท่าทางของพิศาลที่พิจิกาเห็นทำให้ขนอ่อนในร่างกายของหญิงสาวลุกชันด้วยความหวาดกลัว ในสมองเริ่มคิดหาทางหนีทีไล่

พะ...พี่อ้นเข้ามาได้อย่างไง เธอถามเสียงสั่นถอยร่นจนแผ่นหลังติดบานประตู สองมือไพล่หลังพยายามปลดกลอนและบิดลูกบิดประตูเพื่อปลดล็อก หากมีอะไรเกิดขึ้น เธอจะได้หนีออกทางประตูได้ทันท่วงที

พี่ปีนหน้าต่างเข้ามา ก็พี่เรียกน้องเพลงแล้วตั้งนาน แต่น้องเพลงไม่ได้ยินนี่พิศาลก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดร่างบาง พอดีกับที่หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวหันหนีไปเปิดประตูบ้าน ชายหนุ่มใช้มือดันประตูให้ปิดลงด้วยแรงชายที่มีมากกว่า และจับเข้าที่ต้นแขนไว้จนกระชับแน่นกระชากให้หญิงสาวออกมาห่างจากประตูบ้าน

จะไปไหนน้องเพลง พี่รึอุตส่าห์เป็นห่วง กลัวน้องเพลงจะต้องอยู่คนเดียว พี่ยอมถูกเพื่อนด่าเพื่อกลับมาอยู่เป็นเพื่อนน้องเพลงเลยนะ

ปล่อย บอกให้ปล่อยไงเล่าเธอพยายามบิดแขนให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่ยิ่งดิ้นยิ่งปัด พิศาลก็เหมือนจะเข้าถึงเนื้อถึงตัวของเธอมากขึ้นเช่นกัน จนตอนนี้พิศาลกอดเธอเอาไว้ทั้งสองแขน

จะดิ้นทำไมน้องเพลง พี่อ้นจะทำให้น้องเพลงมีความสุขไงจ๊ะ

หญิงสาวกรีดร้องอย่างหวาดกลัวเมื่อพิศาลก้มหน้าเข้ามาหา เธอพยายามใช้มือปัดป้องตัวเองอย่างสุดฤทธิ์ พร้อมกับพยายามส่งเสียงร้องเพื่อให้เพื่อนบ้านได้ยิน ปล่อย...ปล่อย...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย

พิศาลนัยน์ตาวาวอย่างคนที่ถูกอารมณ์ใคร่และตัณหาราคะเข้าครอบงำ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดิ้นรนต่อสู้เขาก็ยิ่งไม่ชอบใจ ใช้มือตะปบลงไปปิดปากหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะใช้กำปั้นชกลงไปที่หน้าท้องของพิจิกาอย่างแรง จนหญิงสาวตัวอ่อนทรุดลงไปขดกองกับพื้นทันที น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบสองข้างแก้ม

พิจิกาเจ็บจนร้องไม่ออก สองมือที่กำลังปัดป่ายเลื่อนมากุมหน้าท้องของตนเองด้วยความเจ็บร้าว แม้จะจุกจนเปล่งเสียงไม่ออก แต่พิจิกาก็ยังพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากวงแขนที่เธอแสนรังเกียจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายรูปแรงผอมเกร็งจะมีเรี่ยวแรงมากมายและน่ากลัวแบบนี้

จะดิ้นไปทำไมวะ พูดดีๆ ไม่ชอบใช่ไหม หรือว่าชอบแบบแรงๆ.   พี่อ้นก็จัดให้ได้ พิศาลทรุดลงคุกเข่า พยายามพลิกร่างบางที่นั่งขดตัวอยู่ให้ลงนอนไปบนพื้น พร้อมทั้งใช้สองมือดึงรั้งเสื้อยืดตัวเก่าของพิจิกาให้หลุดออกจากตัว

มึงจะดิ้นทำไมวะ เสียงเหี้ยมเกรียมตวาดดัง ฟาดหลังมือลงบนแก้มของหญิงสาวอย่างแรง จนใบหน้างามพลิกหันไปตามแรงมือ

พิจิกามึนงง เมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ฟาดเข้าเต็มๆ ที่ข้างแก้ม หญิงสาวกัดฟันรับรู้ถึงความแปร่งปร่าของเลือดที่ไหลออกกลบปาก

ชะ...ช่วยด้วย ช่วยด้วยเธอพยายามแปร่งเสียงร้องพร้อมกับใช้ทั้งมือทั้งเท้าต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด

ให้เธอตายเสียดีกว่าที่จะตกเป็นของมัน

ก่อนที่หูจะได้ยินเสียงขาดดัง แควก ของเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เธอสะอื้นฮักเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสจาบจวงรุนแรงบนร่างกาย

พิศาลใช้กำปั้นทุบลงไปบนหน้าท้องของหญิงสาวอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายยังต่อสู้กรีดร้องไม่เลิก จนร่างบางที่ดิ้นรนพยายามหนีแน่นิ่งไป

ชวนมีความสุขดีๆไม่ชอบ พิศาลแสยะยิ้มมองร่างบางตรงหน้าราวกับเหยื่ออันโอชะ พิศาลแตะเนื้อต้องตัวเรือนร่างหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นสบู่อย่างย่ามใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายต่อสู้ดิ้นหนีไม่ได้ ด้วยความลำพองและประมาทว่าอยู่ในบ้านของตัวเอง พิศาลจึงไม่ได้ระแวดระวังตนเอง 

พลั่ก

...พิศาลผงะหงายไปตามแรงถีบ เขาเสียหลักหงายท้อง หัวกระแทกพื้นจนมึนไปหมด พอขยับลุกก็โดนซัดเข้าที่กรามอย่างจังจนหน้าหัน

ผัวะๆๆๆๆ’…หมัดหนักๆ กระแทกใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ยั้ง สภาพของหญิงสาวที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่ที่พื้น ทำให้นัยน์ตาชายหนุ่มวาวโรจน์ กรามขบแน่นจนขึ้นสันด้วยอารมณ์โกรธ

เหมันต์ปล่อยมือจากคอเสื้อของคนที่เขาจัดการจนสลบคาหมัดเลือดกลบปาก แล้วผละไปดูร่างบางที่นอนนิ่งไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มรีบถอดเสื้อแจ็กเกตคลุมร่างบางเอาไว้ ก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาว ยิ่งเห็นร่องรอยบนร่างกายรวมถึงรอยแดงที่ข้างแก้มบนหน้านวล เขาก็รู้สึกโมโหจนต้องเดินเข้าไปตวัดเท้าเข้าใส่พิศาลที่นอนสลบอยู่ไม่ต่างจากหญิงสาวที่เขาโอบอุ้มอยู่อย่างทะนุถนอม

ไอ้สารวัตร เหมันต์ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู หลังจากอุ้มร่างที่สลบไปไม่รู้สึกตัวมาไว้ที่รถ กูมีเรื่องรบกวน มึงส่งลูกน้องมาที่บ้านเลขที่ 25/689 หมู่บ้านเอวิล่า แถวๆ พระรามเก้าหน่อย...ใช่!   กูมีเรื่อง ส่ง GPS ที่อยู่เข้าไปในโทรศัพท์มึงแล้ว มึงมาให้ไว กูจะรอตลอดเวลาที่เขาพูดสายกับเพื่อน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยไม่ได้เคลื่อนไปจากใบหน้านวลเลยสักนิด นิ้วแข็งแรงเกลี่ยปัดเส้นผมยาวที่ระอยู่บนใบหน้าของพิจิกา รอยแดงข้างแก้มเริ่มมีสีเข้มขึ้นจนเขาหงุดหงิดใจ พานอยากเข้าไปอัดไอ้เดนสังคมให้อ่วมกว่าเก่า

เวลาผ่านไปไม่กี่นาที เร็วเหมือนสั่งพิซซา รถกระบะสองคัน ก็แล่นมาถึงที่หมาย ชายท่าทางดุดันสามสี่คนก้าวลงมาจากรถคันแรก ก่อนที่หนุ่มใหญ่สวมเครื่องแบบครึ่งท่อน เสื้อยืดที่สวมใส่บ่งบอกหน่วยงานที่สังกัด

มีห่าอะไรวะ มึงฆ่าใครตายรึไงพันตำรวจโทอาคมเดินเข้ามาหาเพื่อนอย่างร้อนใจ

ยัง! แค่เกือบ ไอ้ห่านั่นมันพยายามข่มขืนน้องคนนี้ มึงเข้าไปดูมันหน่อย กูจัดมันหนักอยู่เหมือนกัน

แล้วมึงมาเจอได้ไงวะ คนนี้เป็นเด็กมึงหรือไง” อาคมเดินเข้ามาชะเง้อดูร่างที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเบาะรถ

อย่าปากเสียไอ้คม น้องเขาเป็นเพื่อนของยายปอย” เหมันต์เอาไหล่เบียดหน้าเพื่อนให้ถอยออกไป อาคมยักไหล่ มองแววตาห่วงใยและอาการหวงที่เพื่อนแสดงออกมา แล้วหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่ยืนรอรับคำสั่งเข้าไปจัดการ

ให้กูดำเนินการตามกฎหมายเลยไหม อาคมถาม

ยังก่อน เขาบอกอย่างลังเล เพราะตอนที่อุ้มหญิงสาวออกมา เขาเห็นรูปไอ้คนสารเลวติดอยู่เต็มบ้าน จึงไม่มั่นใจว่าไอ้เลวนั้นเกี่ยวข้องกับหญิงสาวอย่างไร ถึงแม้ใจจริงอยากให้เพื่อนจัดการตามกฎหมายไปเลยก็ตามที มึงเก็บหลักฐาน แล้วดูแลไอ้เลวนั่นให้กูก่อนได้ไหม กูจะพาน้องเขาไปโรงพยาบาลก่อน

เออได้ เดี๋ยวกูให้ลูกน้องจัดให้ แต่ถ้ามึงจะดำเนินการต่อไปละก็ ทางที่ดีขอใบรับรองแพทย์มาให้กูด้วย มึงไปเถอะไป๊ ท่าทางห่วงเหลือเกินนี่

กูฝากด้วย เหมันต์บอกก่อนเดินไปขึ้นรถและขับออกไปอย่างเร็วราวกับจรวด ตลอดทางเขายังหมั่นหันไปมองคนที่ยังไม่รู้สึกตัวตลอดเวลา

 

พิจิกาปรือตาขึ้นอย่างงุนงง เธอมองคางและเสี้ยวหน้าแกร่งก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เธอกำลังฝันใช่ไหม กำลังฝันถึงเขาคนนั้นใช่ไหม แต่ความเจ็บร้าวบนร่างกายกำลังบอกว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอถูกข่มเหงรังแกโดยญาติแท้ๆ ร่างบางสะอื้นฮักก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอาบสองข้างแก้ม อาการมึนและเจ็บร้าวไปทั่วตัวทำเอาเธอไม่อยากลืมตาขึ้นอีก

เหมันต์รีบหักพวงมาลัยจอดเข้าข้างทางเมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวรู้สึกตัวแล้ว เพลง...

พิจิกาค่อยปรือตาขึ้นมองไปทางเสียงนุ่มที่ได้ยิน เกิดอะไรขึ้น เธออยู่ที่ไหน แล้วพิศาลล่ะ? หญิงสาวมองหน้าคมที่ชะโงกเข้ามาใกล้ด้วยอาการตกตะลึง ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาไม่หยุดเพราะหวาดหวั่นในสิ่งที่ตนเองคาดว่าโดนกระทำมา

ใจเย็นๆ เพลง ใจเย็น ไม่มีอะไร เหมันต์ดึงร่างบางเข้ามาปลอบประโลมเมื่ออีกฝ่ายร่ำไห้ท่าทางเสียใจนักหนา ผมไปช่วยไว้ทัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเย็นๆ นะ

พิจิกาโอนอ่อนมาซวนซบอยู่ที่อกแกร่งตามแรงดึงรั้งของมือใหญ่ที่แข็งแรง แต่พอได้ฟังคำปลอบประโลมของอีกฝ่าย เธอจึงพยายามตั้งสติแล้วคิดตาม

ผมไปช่วยไว้ทัน ไอ้เลวนั่นยังไม่ได้ทำอะไร ใจเย็นๆ

เธอหยุดสะอื้นพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่น หญิงสาว      ก้มมองตนเองอย่างสำรวจหาร่องรอยที่ถูกทำร้าย จึงได้เห็นเสื้อแจ็กเกตคลุมตัวอยู่และตอนนี้เธอก็กำลังนั่งอยู่บนรถยนต์คันหรูที่เธอจำได้ว่าเคยขึ้นมานั่งเมื่อวานนี้ หมายความว่า...

“เพลงทำโทรศัพท์ตกไว้บนรถ ผมเลยเอาโทรศัพท์ไปคืน แล้วก็ได้ยินเสียงเพลงกำลังร้องขอความช่วยเหลือเข้าพอดี ผมเลยเข้าไปช่วยเพลงไว้ได้ทัน

ความรู้สึกยินดีเกิดขึ้นในใจของหญิงสาว นี่เธอยังมีบุญอยู่บ้างใช่ไหมที่มีคนเข้ามาช่วยไว้ทัน พิจิกายกมือขึ้นไหว้ขอบคุณชายตรงหน้าอย่างรู้บุญคุณ เธอเป็นหนี้บุญคุณเขามากมายมหาศาล หากไม่มีเขา เธอคงได้กลั้นใจตายแน่ๆ ถ้าหากฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองได้พลาดท่าเสียทีญาติแท้ๆ

เมหันต์จับมือเรียวที่พนมขึ้นไหว้เขาเป็นเชิงบอกให้ไม่ต้องไหว้ ผมกำลังจะพาเพลงไปตรวจร่างกาย เพื่อนผมที่เป็นตำรวจ  เขาจะจัดการเรื่องให้ ไอ้เลวนั่นได้เข้าตารางแน่

หากหญิงสาวกับส่ายหน้าไวจนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ ทำไม? มันทำกับเพลงแบบนี้ เพลงยังกลัวอะไร มีอะไรผมจะจัดการให้ไหม”

พิจิกาสะอื้น ใจหนึ่งก็อยากให้ตำรวจจัดการจับพิศาลให้เข้าคุกเข้าตารางไปเสียได้ยิ่งดี แต่อีกใจก็นึกกังวลไปถึงวิมลป้าแท้ๆ ของเธอ เชื่อได้เลยหากเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น เธอคงเดือดร้อนไม่จบสิ้นอย่างแน่นอน พี่อ้นเป็นลูกชายของป้า

นั่นยิ่งต้องจัดการ เป็นญาติกันแท้ๆ มาทำแบบนี้ได้อย่างไรเขาขัดขึ้นมาอย่างมีอารมณ์

เอาแค่ลงบันทึกประจำวันว่าเพลงโดนทำร้ายได้ไหมคะ เธอบอกทั้งน้ำตา เพราะป้าของเพลงคงไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ป้าคงโวยวายและหาทางวิ่งเต้นช่วยพี่อ้น สุดท้ายเพลงเองคงไม่ได้อยู่อย่างสงบหากลูกชายของป้าติดคุกติดตาราง

ไปกลัวมันทำไม

เสียงตวาดดังก้องรถ ทำเอาร่างบางสะดุ้ง ท่าทางของหนุ่มใหญ่แตกต่างจากชายที่เธอเก็บเอามาฝันราวกับคนละคน เพลงยังต้องอาศัยป้าอยู่ค่ะ ถ้าหากมีเรื่องมีราวกันแล้วป้าไล่เพลงออกจากบ้าน เพลงจะทำอย่างไรคะเธออธิบายอย่างจนใจ หากพิศาลไม่ใช่ญาติ และเธอไม่ได้อาศัยครอบครัวนี้อยู่ เธอคงไม่ต้องกังวลถึงสิ่งต่างๆ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

พ่อกับแม่ไปไหน เหมันต์ถามอย่างสงสัย

เสียไปหมดแล้วค่ะเธอบอกเสียงเบาอย่างเวทนาตัวเอง เพราะถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ ชีวิตของเธอคงไม่ลำบากแบบนี้ หญิงสาวมองเมินหนีไปจากใบหน้าคมสัน

แล้วไง จะปล่อยมันให้ลอยนวลไปแบบนี้หรือไง

เพลง...เพลง... เธอสะอื้น รู้สึกอับจนหนทาง หากย้ายออกมาจากบ้านป้าตอนนี้ เธอจะไปอยู่ที่ไหน เงินเก็บที่มีอยู่ก็ไม่มากพอ อีกทั้งยังไม่มีงานรองรับ

ไม่มีญาติที่ไหนอีกหรือ เขาถามอย่างเวทนา ก่อนอีกฝ่ายจะตอบกลับมาด้วยการส่ายศีรษะไปมา พร้อมกับสะอึกสะอื้นไม่หยุด

เหมันต์ถอนใจ หนักใจแทนหญิงสาว ใจเขาอยากจับไอ้เลวนั้นเข้าตารางให้จบไป ผู้ชายแบบไหนกล้าลงมือได้แม้แต่ญาติของตัวเอง ไปโรงพยาบาลก่อนเขาตัดสินใจแทน อย่างน้อยหญิงสาวก็ควรได้รับการตรวจจากแพทย์

พิจิกาใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าพร้อมทั้งเหลือบตามองพ่อของเพื่อนรัก เธอไม่รู้จะเอ่ยเรียกเขาว่าอย่างไรดี จะเรียกคุณพ่อตามเพื่อนดีไหม ให้เรียกคุณลุงก็กระดากปาก เพราะอายุของเขาน่าจะน้อยกว่าบิดามารดาของเธอ หรือจะเรียกเขาว่าคุณอาดี แต่ตอนนี้เรียกอะไรคงไม่สำคัญ เพราะดูผู้มีพระคุณของเธอจะหงุดหงิดใจอยู่มากโขที่เธอไม่คิดเอาเรื่องเอาราวพิศาล ดูจากคิ้วหนาขมวดจนเกือบชนกัน เขาคงไม่พอใจที่ต้องเข้ามาพัวพันและวุ่นวายดูแลจัดการหลายๆ อย่างรวมทั้งพาเธอมาโรงพยาบาลด้วย

คุณอาส่งเพลงแค่นี้ก็พอค่ะ พิจิกาเอ่ยบอกอย่างเกรงใจ ก่อนยกมือไหว้ชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อรถเข้ามาจอดหน้าโรงพยาบาลใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบอีกฝ่ายก็เปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ หญิงสาวมองตามจนร่างสูงเดินมาเปิดประตูรถฝั่งที่เธอนั่งอยู่ด้วยความแปลกใจ แต่ก่อนที่จะตั้งหลักทัน เธอก็ถูกช้อนอุ้มจนตัวลอยอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง

เอ่อ...เพลงเดินได้ค่ะ หญิงสาวบอกอย่างร้อนรน เริ่มดิ้นรนต้องการลงไปยืนที่พื้นด้วยตัวเอง

อย่าดิ้อ ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่ส่งมา ทำเอาหญิงสาวหยุดทั้งคำพูดทั้งการกระทำของตนเองทันที พร้อมทั้งก้มหน้างุดรู้สึกทั้งเขินทั้งอายยามเมื่อสายตาของใครหลายๆ คนมองมา

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเห็นดังนั้นก็รีบเข็นรถนั่งเข้ามารับตัวคนเจ็บทันที เหมันต์วางหญิงสาวลงนั่งบนรถเข็นอย่างเบามือ หน้าแดงไปหมดเลย เริ่มมีไข้หรือปวดตรงไหนหรือเปล่า

หญิงสาวส่ายหน้าไว จะให้บอกได้อย่างไรว่าตอนนี้อาการเจ็บปวดบนร่างกายนั้นเธอแทบลืมมันไปแล้ว แต่ที่ใบหน้าแดง ตัวร้อนเหมือนจับไข้แบบนี้ เกิดจากอาการเขินอายที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาต่างหาก

ตลอดเวลาที่พิจิกาถูกนำไปตรวจร่างกาย เหมันต์ก็หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตนเอง เขาไม่สามารถปล่อยให้หญิงสาวกลับไปอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไป จะไปอยู่ได้อย่างไรในเมื่อเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมาขนาดนี้ ทางเดียวที่เขาคิดออกตอนนี้ก็คือพาเธอกลับไปที่บ้านของเขาด้วย เขาเชื่อว่ามารดา พี่สาว รวมถึงวัสสานะคงเข้าใจเห็นใจและเมตตาในตัวของพิจิกาหากได้รู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้ แต่...เขาจะเอ่ยแบบไหนดีล่ะ หญิงสาวถึงจะยินยอมไปแต่โดยดี

 

ร่างบางกระชับเสื้อแจ็กเกตที่สวมอยู่ให้ปิดบังเสื้อยืดตัวในที่ขาดวิ่นจนดูไม่ได้ นางพยาบาลเข็นรถที่เธอนั่งออกมานอกห้องตรวจ ตลอดเวลาเหมันต์ไม่ได้ห่างไปไหน เขาใช้สิทธิ์เจ้าของไข้ตามหญิงสาวไปทุกที่ แม้แต่ในห้องตรวจ

หลังชำระเงินแล้ว รอเจ้าหน้าที่เรียกรับยาที่เคาน์เตอร์ ได้เลยนะคะ นางพยาบาลเข็นรถนั่งที่พิจิกานั่งอยู่มาหน้าห้องรับยานอกเวลา

หญิงสาวมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ติดอยู่บนผนัง...ยี่สิบสองนาฬิกา...เธอเห็นบิดาของเพื่อนรักเดินไปที่เคาน์เตอร์และเปิดประเป๋าสตางค์ หยิบบัตรเครดิตออกมายื่นให้เจ้าหน้าที่ และพูดคุยอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ก่อนจะได้ถุงยาติดมือมาด้วย ความเกรงใจกำลังให้เธอรู้สึกไม่ดีที่ทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนไปด้วย

       สีหน้าไม่ดีเลย เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ รีบหันซ้ายแลขวามองหาพยาบาลทันที พอเห็นแบบนั้นพิจิกาก็รีบร้องประท้วงเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องให้เหมันต์ลำบากไปอีก

       เพลงไม่เป็นอะไรค่ะ เพลงแค่อยากกลับบ้านแล้วเท่านั้นเธอเฉไฉไปอีกเรื่องทันที พอทำท่าจะขยับลุกยืน แต่ก็ถูกมือใหญ่แตะลงที่บ่า

       นั่งดีกว่านะ เดี๋ยวผมเข็นให้เองเหมันต์เดินอ้อมไปทางด้านหลังรถเข็นที่หญิงสาวนั่งอยู่ เขาแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อยเพราะน้ำหนักของคนที่นั่งอยู่เบาราวกับนุ่น

       ตลอดทางที่นั่งมาด้วยกันในรถ ต่างคนก็ต่างเงียบ ต่างหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตนเอง เหมันต์ไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยชักชวนให้หญิงสาวไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวเขาได้อย่างไร เขาใคร่ครวญแล้วเห็นว่าบ้านหลังนั้นอันตรายเกินไปสำหรับพิจิกา

ข้างฝ่ายพิจิกานั้นจิตใจก็กระเจิดกระเจิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งรถแล่นใกล้ถึงจุดหมายปลายทางเท่าไหร่ ความกลัวก็ยิ่งเกาะกินหัวใจให้หวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น อีกตั้งหลายวันกว่าป้ากับลุงจะเดินทางกลับ และต่อให้คนทั้งสองอยู่ที่บ้านด้วย พิจิกาก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าเธอจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของพิศาลได้หรือไม่

       หญิงสาวมองเข้าในตัวบ้านอย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นมีรถกระบะสองคันจอดอยู่ แถมไฟในบ้านก็ยังเปิดสว่าง พิจิกากอดตัวเองแน่นขณะที่ก้าวขาสั่นๆ ลงจากรถ เธอยืนนิ่งไม่กล้าก้าวขาออกเดิน จนกระทั่งร่างสูงใหญ่แข็งแรงมายืนอยู่ข้างๆ พร้อมจับเข้าที่ต้นแขนเหมือนต้องการช่วยพยุง หญิงสาวถอนใจหนักหน่วงด้วยความกังวลสารพัด ก่อนจะก้าวตามแรงรั้งจากอีกฝ่าย

       เหมันต์รู้สึกถึงอาการสั่นสะท้านจากร่างบางที่เขาจับพยุงอยู่ ใบหน้านวลซีดขาวราวกับกระดาษ ดวงตาหลุบหลบราวกับระแวดระวังภัย ท่าทางหวาดกลัวจนเขาอดสงสารไม่ได้

       ภายในบ้านมีเสียงพูดคุยกันดังขรม ผู้ชายแปลกหน้าสี่ห้าคนกำลังนั่งกินอาหาร ในขณะที่พิศาลถูกจับมัดด้วยเชือกนั่งเอามือไพล่หลังอยู่ไม่ไกล ใบหน้าบวมช้ำของเขามีเลือดเกรอะกรัง ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่  สวมใส่

       มาแล้วเหรออีเพลง มึงเอาใครมาบุกรุกบ้านกูวะ เดี๋ยวเถอะมึง ให้แม่กูกลับมาก่อน มึงโดนดีแน่ พิศาลสำรอกทันทีที่เห็นร่างบางเดินเข้ามาในบ้าน

       หญิงสาวผงะถอยหลังจนไปชนเข้ากับร่างสูงที่เดินมาพร้อมกัน ท่าทางของพิจิกาหวาดกลัวอย่างเห็นชัด สีหน้าและแววตาของพิศาลที่จ้องมองมา ทำเอาเธอแทบหมุนตัววิ่งออกจากบ้านไปทันที หากมือใหญ่ที่จับกระชับอยู่ที่แขนเลื่อนขึ้นมาโอบไหล่ของพิจิกาเอาไว้

       เหมันต์ส่งสายตาไปยังเพื่อนที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ ท่าทางไม่สำนึกเลยใช่ไหม

       มันโวยวายเหมือนกะเทยมากว่าชั่วโมงแล้ว นี่ถ้ามึงไม่บอกให้กูดูเฉยๆ ป่านนี้มันหยอดน้ำข้าวต้มไปนานแล้ว อาคมบอกอย่างเหนื่อยหน่าย ว่าไง แจ้งความเลยไหม ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา

       กูไม่ได้ข่มขืนมันโว้ย พิศาลตะโกนเถียง มันอ่อยกูเอง ยั่วกูสารพัด มันนอนกับกูมาไม่รู้กี่หนแล้ว อีนี่มันโรคจิตชอบให้ทำแรงๆ บอกให้กูทำเหมือนจะข่มขืนมัน

       พิจิกาส่ายหน้าไว ยิ่งเห็นสายตาของเหล่าชายแปลกหน้าที่มองยังเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกก็ยิ่งอับอาย ถึงแม้เรื่องที่พิศาลพูดจะไม่เป็นความจริงเลยสักนิดก็ตาม หญิงสาวพยายามหมุนตัวเพื่อจะหนีออกไปให้ไกล สองมือปิดหูร่ำไห้ออกมาด้วยเพราะทำอะไรไม่ถูก แต่ร่างสูงใหญ่ข้างกายกลับไม่ยอมปล่อย แถมยังโอบกอดหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบประโลม

       ช่วยเอาไปดัดสันดานให้สักสามสี่วันได้ไหม คนแบบนี้กูว่าต้องโดนไม้แข็งสักนิดเหมันต์บอกไปยังอาคม ที่ตอนนี้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายมาเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนไม่ต่างจากลูกน้อง

       ได้เลยครับเจ้านาย กระผมจะจัดการดัดสันดานมันให้ รับรองว่าพอกลับมา มันจะเปลี่ยนจากหลังตีนเป็นหน้ามือแน่ๆ อาคมลุกขึ้นบิดเนื้อบิดตัว เสียงกระดูกลั่นเมื่อชายหนุ่มกดไปที่ข้อนิ้ว คนที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าได้ยินเข้าก็หน้าซีดปากสั่น อาการกลัวกำเริบหนัก เมื่อเห็นเหล่าชายกำยำเริ่มลุกขึ้นและเดินเข้ามาหา

       พวกมึงอย่าเข้ามานะ กูจะแจ้งตำรวจให้จับพวกมึงให้หมดพิศาลร้องลั่นอย่างตกใจ เมื่อถูกหิ้วปีกออกไปนอกบ้าน เพลง...พี่สำนึกแล้ว เพลงบอกพวกมันอย่าทำอะไรพี่เลย”

พิศาลดิ้นรนร้องขอความเห็นใจ พอเห็นญาติสาวเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่งก็เปลี่ยนเป็นอาละวาดด่าทออย่างคลั่งแค้น “อีเพลง อย่าให้กูรอดกลับมานะ กูเอามึงตายแน่ๆ

       เหมันต์ประคองร่างบางที่สะอื้นไม่หยุดให้ขยับหลบทางพรรคพวกของอาคมที่หิ้วปีกลากพิศาลออกไป พอพิศาลร้องเสียงดังเข้า หนึ่งในกลุ่มก็ฉีกชายเสื้อของโจรบ้ากาม ยัดใส่เข้าไปในปากเพื่อให้หยุดส่งเสียงหนวกหูเสียที

       หลังจากที่รถกระบะสองคันแล่นออกไป เหมันต์จึงตัดสินใจจัดการทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้องและปลอดภัยที่สุดสำหรับพิจิกา เขาคลายอ้อมแขนที่กอดกระชับเธออยู่แล้วบอกแกมออกคำสั่งไปเก็บของเถอะเพลง ไปอยู่กับปอยที่บ้านผมก่อน เลือกเอาแต่ของสำคัญไปก็พอ ส่วนที่เหลือค่อยมาเก็บวันหลัง ไอ้หมอนั่นต้องไปดัดสันดานอีกหลายวัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่ไว้ใจให้เพลงอยู่ที่นี่คนเดียว

คือ...เพลง...ไม่

หรือจะรอให้ไอ้เลวนั่นกลับมาปล้ำอีกหน เขาถามเสียงดุ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะปฏิเสธ เขาจึงแกล้งพูดข่มขู่หญิงสาว “ทำตามที่ผมบอกเถอะ นี่ก็ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันโทร. ไปเรียกพรรคพวกมาด้วยหรือเปล่า บ้านหลังนี้อันตรายเกินไปสำหรับเพลง”

แต่...เพลง พิจิกาเอ่ยตะกุกตะกัก ด้วยความที่เป็นคนขี้เกรงใจมาแต่ไหนแต่ไร เธอจึงไม่อยากรบกวนใครมากไปกว่านี้

ไปเก็บของ เขาย้ำด้วยน้ำเสียงไม่นิ่มนวลอ่อนโยนเหมือนที่เคยได้ยิน คนฟังถึงกับน้ำตาร่วงเผาะอีกหน พิจิกาปาดน้ำตาออกจากพวงแก้ม พอครุ่นคิดตามคำพูดของเขา ความกลัวก็เริ่มบังเกิดขึ้นอีก บางทีพิศาลอาจจะโทร. ตามพวกเพื่อนกุ๊ยของเขามาอย่างที่เหมันต์บอกจริงๆ ถึงแม้จะเกรงใจครอบครัวของเพื่อนรัก แต่เพื่อความอยู่รอดและความปลอดภัยของตนเอง พิจิกาจึงต้องจำใจทำตามคำสั่งของเขา

พิจิกาใช้เวลาเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว รวมไปถึงเครื่องประดับมีค่าไม่นานนัก ความจริงแล้วเธอไม่มีสมบัติอะไรมาก ประกอบกับข้าวของและเอกสารสำคัญเธอก็จัดเก็บอย่างเป็นระเบียบอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการยากที่จะขนย้ายออกไป

ระหว่างที่เก็บของอยู่นั้น พิจิกาได้ใคร่ครวญถึงเหตุการณ์  น่า    สะพรึงที่เกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าจากนี้ไปตนเองไม่อาจกลับมาบ้านหลังนี้ได้อีกต่อไป ป้ากับลุงคงไม่ให้อภัยเธอที่ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกท่านต้องเจ็บตัว แล้วพิศาลก็คงไม่ปล่อยเธออย่างที่เขาขู่แน่ เธออยู่บ้านต่อไปหลังนี้ไม่ได้เด็ดขาด จะต้องไปให้ไกลจากคนพวกนี้ ตอนนี้เธอก็เรียนใกล้จบแล้ว เหลือเพียงสอบอีกไม่กี่วิชาเท่านั้น ช่วงแรกของการออกไปอยู่ตามลำพังอาจจะลำบากบ้าง แต่พิจิกาคิดว่าตนเองน่าจะรับมือได้ เธอจะพยายามเร่งหางานทำให้ได้เร็วที่สุด

ถึงแม้จะตัดสินใจแล้ว แต่สำหรับคนที่ต้องออกไปเผชิญโลกโดยไม่ทันได้ตั้งตัวย่อมก่อเกิดความกังวลใจ พิจิกากระชับเสื้อแจ็กเกตที่สวมอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกเคาะและเปิดออกอย่างช้าๆ

ชายหนุ่มใช้มือดันบานประตูให้เปิดออก หูของเขาแว่วเสียงสะอื้นตลอดเวลาตั้งแต่หญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาคมฉายแววอบอุ่นเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมวางอยู่บนฟูกเก่าๆ บนพื้นใกล้กันมีกระเป๋าพลาสติกขนาดใหญ่สองใบวางอยู่ เขาเดินเข้าไปพร้อมกับใช้สายตาประเมินไปรอบๆ หากให้พูดตามตรง ห้องคนรับใช้ที่บ้านของเขายังมีสภาพดีกว่าห้องที่เห็นอยู่ตอนนี้เกือบ 100 เท่า ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าสถานะของ     พิจิกาคงไม่ต่างจากคนรับใช้เท่าไหร่ ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นญาติกันก็ตามที

ไปกันเถอะ ปอยกำลังรอเพลงอยู่

ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้พิจิกา มือใหญ่ยื่นส่งไปตรงหน้าของหญิงสาว พิจิกามองมือของเขาอย่างลังเลใจ แต่รอยยิ้มของเหมันต์ก็ทำให้ความลังเลค่อยเลือนหายไป หญิงสาวตัดสินใจวางมือตนเองลงบนมือของชายหนุ่ม ความอบอุ่นใจแล่นผ่านปลายนิ้วมาสู่หัวใจของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไว้เนื้อเชื่อใจผู้ชายที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่ครั้ง

เหมันต์ยิ้มมุมปากขณะกระชับมือบาง เขาออกแรงฉุดให้เธอลุกขึ้นแล้วถาม “เพลงลากกระเป๋าไปได้ไหม ผมจะหิ้วถุงสองใบนี้ให้ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมจะกลับมาลากกระเป๋าให้เอง”

พิจิกาส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ เพลงลากกระเป๋าได้”

เหมันต์ปล่อยมือหญิงสาวแล้วจัดการยกกระเป๋าลงจากเตียงให้   พิจิกา จากนั้นจึงก้มลงไปคว้ากระเป๋าพลาสติกสองใบหิ้วลงไปที่รถ ระหว่างนั้นก็คอยหันกลับมามองหญิงสาวที่ลากกระเป๋าตามหลังมา

พิจิกาลากกระเป๋าไปถึงห้องโถงกลางบ้าน เหมันต์ที่จัดการขนกระเป๋าพลาสติกสองใบไปไว้ที่รถ รีบวิ่งกลับมาช่วยลากกระเป๋าอีกใบอย่างขมีขมัน พิจิกาวางกุญแจบ้านที่ป้าให้เธอเก็บไว้หนึ่งชุดลงบนโต๊ะรับแขกแล้วก้าวออกไปอย่างมั่นคง ถึงแม้จะใจหาย

แต่พิจิกาก็ไม่เสียดายที่ต้องออกจากบ้านหลังนี้ จากนี้ไป พิจิการู้ดีว่า...ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

1,051 ความคิดเห็น

  1. #365 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 22:19
    บางคนก็ไม่รู้จะไปไหน แก้ปัญหายังไงเหมือนกันนะคะ ถึงจะยอมเสี่ยงกับไปอีก
    #365
    0
  2. #73 Polaris (@miss-yang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:00
    ตำรวจมาเร็วเหมือนสั่งพิซซ่า555 กำลังจะดรามาเจอประโยคนี้ ฮาเลยค่ะ555
    #73
    0
  3. #67 Faye Bee WS (@febie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:53
    เรียกคุณพ่อก็น่ารักดีออก 
    #67
    0
  4. #65 Krittaya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:40
    โอ้ยยยกริ๊ดดดดดดดดคุนอาคุนลุง คุนไหนๆกะน่ารักอะนี้กินยาแก้มโนไปครึ่งโหลยังไม่ช่วยไรเลย ฟินมากกก พี่ก้องขาาาาาา
    #65
    0
  5. #46 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:40
    รออ่านต่อค่ะ
    #46
    0
  6. #45 taeyeon iu (@taejess) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:25
    อ่านแล้วรุ้สึกอบอุ่นแทนนางเอกจังค่ะ
    #45
    0
  7. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:22
    รออ่านต่อนะคะ

    #44
    0
  8. #43 shujun (@lanse) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:47
    เขินแทนน้องเพลง อิอิ
    #43
    0
  9. #42 สุธิชา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:06
    อร๊ายๆๆดีใจมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเพลง..พระเอกจริงๆๆนะ
    #42
    0
  10. #41 pimmyla (@pimmyla) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:08
    รออยู่น้าาาาา
    #41
    0
  11. #40 Krittaya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:17
    รีบมาอัพนะรอจิงไรจิง อยากอ่านพี่ก้องขา 555 พ่อหมอกตะหาก
    #40
    0
  12. #39 นู๋ หน่อย น่ารัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:55
    มาช่วยน้องเพลงเร็ว ๆ นะ
    #39
    0
  13. #38 ณ มล (@kulrat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:01
    เกิดเรื่องแบบนี้พระเอกขี่ม้าขาวที่ไหนจะมาช่วยได้ละเนี๊ยะ
    #38
    0
  14. #37 shujun (@lanse) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:51
    แง๊ ช่วยน้องเพลงด้วยยย
    #37
    0
  15. #36 สุธิชา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:03
    พิศาลเดี๋ยวๆโดนตืบ..ร้ายจริงๆๆนี่..
    #36
    0