Secret รู้จักฉันดีหรือยังมบ117. [MarkBam]

ตอนที่ 2 : #01 Oh! first encounter, first mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

 

#01 Oh! first encounter, first mission

 

อากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิกำลังเย็นๆอุ่นๆกำลังพอดี มีลมพัดผ่านบ้างให้ขนลุกบางเวลา ร่างหนาเจ้าของโค้ดเนมMTลูบหน้าตัวเองหลังจากตื่นได้ไม่นาน นั่งจูมปุ๊กอยู่นเตียงกว้างที่ไม่มีใครนอกจากตัวเอง

วันนี้เป็นวันที่ทีมLion King ต้องไปประจำการที่หน่วยปฏิบัติการเอเชีย แสงแดดที่ลอดผ่านม่านสีเข้มอ่อนๆนั้นทำให้เจ้าของห้องรู้ว่าตอนนี้ยังไม่สายมากนัก หย่อนขายาวๆลงกระทบพื้นห้องแล้วจัดการกับตัวเองในตอนเช้า ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เดินออกมาทั้งที่เปลือยท่อนบนมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวสอบมานั่งหน้าตู้กระจก

หยิบกระปุกครีมสีขาวมาป้ายลงบนหน้าแบบลวกๆเพราะเจ้าตัวไม่ใช่พวกเจ้าสำอางเท่าไหร่ สาวเท้ามุ่งไปยังตู้เสื้อผ้า สอดสายตาคมไปทั่วตู้ ตามจริงไม่ต้องเสียเวลาเลือกมากเท่าไหร่เพราะส่วนมากเป็นสีเดียวกันเกือบทั้งหมด

จัดการหยิบกางเกงชั้นในมาสวมก่อนแล้วจึงหยิบเสื้อยืดสีดำขนาดพอดีตัวไม่มีลวดลายอะไรสวมบนร่างกาย เปิดอีกตู้หยิบกางเกงยีนส์สีดำขาดเข่ามาสวมอีก

เสียงกดรหัสหน้าห้องดังขึ้นดึงสายตาจากมาร์คได้ดี แต่คงไม่สงสัยมากเพราะน้อยมากที่ใครจะรู้ว่ารหัสเพ้นเฮาส์สุดหรูที่คืออะไร

 

"เครื่องออกสิบโมง ถึงนู่นก็ห้าทุ่มที่นี่ บ่ายสามโมงที่นั่นพอดี* นั่นคือเวลาปฏิบัติหน้าที่ของแกทันที" มาร์คพยักหน้าตอบ หยิบฮู้ดพาดแขนแล้วเดินไปหาอีกคน

"หนูแบมจะไปรับทีมLion King ที่สนามบิน แล้วแกจะต้องไปกับเขาทันที ส่วนที่เหลือกลับองค์กร" มือเหี่ยวย่นตามอายุการอยู่ร่วมโลกตบไหล่หนาเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
 

"รู้ใช่ไหมว่าภารกิจไหนที่แกทำ มันจะไม่ง่ายซักอย่าง"

"คิดว่าพอรู้ หึ" ทั้งสองยกยิ้มให้กัน ก่อนเป็นอีกคนที่ดึงแขนมาร์คเข้าหาตัวเองแล้วชนไหล่ตัวเองกับไหล่ของลูกชาย ตบแผ่นหลังกว้าง
 

"เพราะฉะนั้น...หลังจบภารกิจฉันหวังว่าจะได้ยินเสียงแกมารายการภารกิจครั้งนี้"

"ครับ รับภารกิจ"

*ระยะเวลาการเดินทางจากอเมริกา(LA)เกาหลีใต้(โซล)
ใช้เวลาเดินทาง13.30ชั่วโมง เท่ากับว่า10โมงที่LA+13.30น. คือ 23.30น.(ห้าทุ่มครึ่ง)
ห้าทุ่มครึ่งของLAเท่ากับ15.30 หรือบ่ายสามครึ่งนั่นเองค่ะ
เรายึดเวลาของเกาหลีนะคะ LAเวลาห่างจากเกาหลี16ชั่วโมงค่ะ

 

ผู้คนที่พลุกพล่านในสนามบินใหญ่ในลอสแองเจลลิส*พากันเดินขวักไขว่ ความหนาแน่นของคนทำให้ดูอึดอัดเล็กน้อย ผู้ชายทั้งห้าคนเดินถือกระเป๋าเดินทางเข้ามาดึงดูดสายตาทุกคนได้ดี แต่พวกเขาหาสนใจไม่ มาร์คหยิบแว่นกันแดดสีดำที่คาดตรงคอเสื้อมาสวมลงใบหน้า ถ้าถามว่าสวมทำไมหน่ะหรอ...

"สามนาฬิกาสี่คนกำลังเดินตรงมาทางนี้ ทำไงดี" จินยองเอ่ยบอกเบาๆเพื่อไม่ให้คนที่อยู่รอบข้างตัวเองสงสัย
 

"สิบสองนาฬิกาอีกสองแฮะ" แจ็คสันตอบ
 

"เดินตรงไปที่เกทให้ไวที่สุด" เจบีดึงสติทุกคนให้อยู่ที่ตัวเอง มุ่งหน้าไปยังเกทให้ไว้ที่สุด เพราะเรื่องเช็คอินคนในองค์กรจัดการให้แล้ว มาร์คพยักหน้าถอยหลังไปอยู่คนสุดท้ายแทนยูคยอมน้องเล็ก ยูคยอมหันหลังมาขมวดคิ้วแต่โดนมาร์คดันหน้าให้หันกลับไปก่อน

"สีผมพี่มันเห็นชัด เอาหมวกผมไปมั้ย" Yiกระซิบถามเบาๆ

"ไม่ต้อง มีฮู้ด" มาร์คตอบพร้อมดึงฮู้ดขึ้นบังผมสีสว่างที่เพิ่งทำไปเมื่อวาน

"เหมือนมีด้านหน้านะ" เเจ็คสันพูดขึ้น ทั้งห้าคนมองไปยังชายชุดดำสองคนที่เดินไปมาอยู่หน้าเกท

"ฉันจะดึงความสนใจมันก่อน พวกนายอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปแล้วฉันจะตามไป หวังว่าไม่มีใครขัดนะ" เจบีเอ่ยบอกเสียงนิ่ง ประโยคสุดท้ายพยายามพูดเข้มขึ้นเพื่อบอกว่ามันคือข้อควรปฏิบัติ อีกสี่คนยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเจบีก็ส่งเสียงร้องขึ้น
 

"อ๊ากก" เป็นไปตามคาดเมื่อคนที่อยู่รอบข้างรวมถึงพวกมันหันมองมายังต้นเสียง อีกสี่คนรีบหันหน้าไปคนละทาง ส่วนเจบีเดินแยกออกไปทางห้องน้ำเพื่อล่อมัน

"หวังว่าจะไหวนะ" จินยองเอ่ยเบาๆ
 

ทางด้านเจบีที่เดินมาทางห้องน้ำ เดินหลีกมาให้ไกลจากผู้คนให้ได้มากที่สุดเพราะจะได้ไม่มีใครโดนลูกหลง เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาด้านหลังบ่งบอกได้ว่าพวกมันที่ตามมาคงมีไม่ต่ำกว่าสี่คน
 

"มาจากไหนวะ ปึก!" แต่จู่ๆก็ชนเข้ากับไหล่ของใครคนหนึ่ง

"อ่าาาาา" สายตาเฉียบคมชั้นเดียวของเจบีประสานเข้ากันดวงตาของอีกคนที่ชน ก่อนเป็นเจบีที่ขยิบตาเบาๆ คนที่ตัวโตกว่าดึงเจบีเข้าช่องแคบมืดข้างห้องน้ำ เจบีหอบหายใจแต่ก็ต้องยกมือมาปิดไว้เมื่อคนที่ตามหลังมาเมื่อกี้เดินผ่านเลยไป ก่อนจะมองอีกคนที่มองตัวเองอยู่
 

"ที่เอเชียงานค่อนข้างยาก ที่ฉันฝากนายก็เพราะฉันเชื่อว่านายทำได้ นายคุมพวกนั้นอยู่ ฉันฝากด้วยนะBu"

"รับภารกิจครับ" อีกคนตบไหล่เจบีเบาๆก่อนเดินออกไปจากที่ตรงนั้น แล้วส่งสัญญาณผิวปากบ่งบอกว่าทางสะดวก เจบีเดินออกมาแล้วมุ่งไปยังที่เดิม เพื่อไปทำภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จ

 

"ในเมื่อไว้ใจผมแล้ว ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ" เอ่ยขึ้นท่ามกลางคนนับหมื่น

"เฮ้!คิดว่าจะไม่มาแล้วแฮะ" แจ็คสันเข้าไปกอดเจบีก่อนผละออกแล้วยิ้มทะเล้น

"ประเมินกูต่ำไป" ทั้งหมดยกยิ้มรวมถึงมาร์ค เมื่อเสียงเรียกให้ขึ้นพาหนะดังขึ้นทั้งหมดจึงขึ้นไปตามคำสั่ง

การทำภารกิจครั้งนี้อาจจะไกลลับฟ้า

"ยูคยอม ไหนหมอนรองคอนาย" แจ็คสันถามน้องเล็กที่เอนตัวลงนอนทั้งๆที่ไม่มีหมอนที่เจ้าตัวชอบพก
 

ไกลจนพวกเขาไม่รู้ผลลัพท์ที่จะออกมา

"ลืมไว้ในกระเป๋าใหญ่อ่ะ" แจ็คสันหันไปมองเจบีที่มองอยู่เเล้วก่อนจะพยักหน้าเบาๆ สุดท้ายแล้วหมอนจากคอเจบีก็อยู่ในมือของร่างหนา
 

แต่เชื่อเถอะนะว่า....

"อ่ะ!" ยื่นให้ทั้งๆที่ตามองชาในมือ น้องเล็กทำหน้างงนิดหน่อยแล้วยกยิ้มขึ้นเบาๆ นึกคิดว่าไม่ว่าจะนานแค่ไหนเวลาผ่านไปเท่าไหร่เขาก็ยังคงเป็นน้องเล็กสำหรับพวกพี่อยู่ดี
 

"ความจริง...-" ฟึ่บ!

"อย่าพูดมากหน่า รับๆไปเถอะ" จินยองที่ลุกไปเข้าห้องน้ำหยิบหมอนจากมือแจ็คสันมาสวมเข้าคอน้องก่อนนั่งลงที่นั่งบนเครื่องข้างมาร์ค


การที่เราไม่รู้ผลลัพธ์นี่แหละ จะทำให้พวกเราเเน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้น และสัญญากับท้องฟ้า สัญญากับดอกไม้ที่บานสะพรั่งตรงนี้ว่า คราวหน้าที่พวกเขากลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง พวกเขาจะกลับมาพร้อมกับคำว่า "แข็งแกร่ง" และ "แน่นแฟ้น"
ลาก่อน LA


*LA หรือ ลอสแองเจลลิส
 

 

ตามสองข้างทางที่รถแล่นผ่านท้องถนนมีสีสันของดอกไม้สีชมพูประดับตลอดทาง คนตัวเล็กที่นั่งบนรถหรูที่เเล่นไปยังสถานที่หนึ่ง

ดวงตาสีสวยกำลังจ้องมองรอบข้างที่มีทัศนียภาพเป็นเพียงรถที่สวนไปมา จมูกโด่งรั้นขึ้นสีแดงเหตุจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้เกิดอาการป่วยขึ้น ริมฝีปากกำลังเคี้ยวเจลลี่ที่พกติดมือมาด้วยส่วนมือเรียวก็หยิบเจลลี่เข้าปากอย่าสม่ำเสมอ

เมื่อรถที่เคยโลดแล่นจอดสนิทลงเจ้าของร่างเล็กก็ผ่อนลมหายใจออก ประตูรถถูกเปิดออกโดยคนที่ขับเมื่อกี้ แบมแบมก้าวขาลงจากรถก่อนจะเดินตามไปในสนามบินที่ที่มีผู้คนเยอะจัดเสียจนลายตาไปหมด

แบมก้มหน้าตลอดทางมองเพียงรองเท้าตัวสวยของตัวเองและข้อเท้าของการ์ดตรงหน้า พอข้อเท้าข้างหน้าเริ่มก้าวสั้นลงแล้วหยุดลงก็ถึงเวลาที่แบมแบมเงยหน้าเผชิญความจริง
 

"We can't speak Korean. Hope you don't mind"

(พวกเราพูดเกาหลีไม่ได้ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ)

แบมมองไปยังคนที่พูดกับเขา ก่อนจะพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนๆให้ยังพวกเขาทั้งสี่คน
 

"เอ๋? ไม่ได้มีห้าคนหรอ คุณจังโซ" คนที่ถูกคุณหนูตัวเล็กถามก็มองตรวจสอบไปยังสี่คนตรงหน้า

"ครับ น่าจะไปทำธุระ" Buยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่ทำหน้างง ก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่อีกคนอยากรู้
 

"Your bodyguards go on an errand. Will follow" (บอดี้การ์ดของคุณไปทำธุระครับ เดี๋ยวคงตามมา) ร่างเล็กพยักหน้าอีกครั้ง
 

"My name is BamBam. This part is Jang So. Um, Jang So will take you to your organization. As for us to wait for another person"

(เราชื่อแบมแบม ส่วนนี่คุณจังโซ เอ่อเดี๋ยวคุณจังโซจะพาพวกคุณไปยังองค์กรคุณ ส่วนเราจะรออีกคน)

ทั้งสี่คนพยักหน้าก่อนจะมีคนหนึ่งที่ดูท่าจะตัวหนาที่สุดพูดภาษาอังกฤษเร็วจนเกือบฟังไม่ทัน

 

"Will he wait for MT alone? Not that this place is safe, you know Bu" (จะให้เขารอMTคนเดียวหรอ ไม่ใช่ว่าที่นี่จะปลอดภัยหรอกนะนายก็รู้ Bu)

"Let's go" Buยกยิ้มให้คนตัวเล็กตรงหน้าเเล้วเอ่ยบอกคำสั่งให้ทั้งหมด

แค่คนคนเดียวถ้ามันดูแลไม่ได้ก็คงต้องส่งตัวกลับLAเสียเเล้วมั้ง
 

ทั้งหมดเดินตามคุณจังโซไปแล้วเหลือเพียงแบมแบมคนเดียวที่นั่งอยู่ที่เดิม มองซ้ายมองขวาหาคนที่หายไปก่อนจะถถอนหายใจออกเสียงดัง หลับตาลงเพราะบรรยากาศที่น่านอนกับอาการพิษไข้เริ่มออกนิดๆ

ซักพักรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองร่างเล็กถึงเริ่มลืมตาขึ้น มองผู้ชายร่างสูงตรงหน้าที่มองเขาอยู่เหมือนกัน อีกคนขมวดคิ้วเเน่นจนแบมแบมต้องขมวดตาม อะไรมันจะมีเรื่องให้เครียดขนาดนั้นกัน
 

"I'm BamBam" แบมแบมพอรู้ว่าอีกคนคือบอดี้การ์ดของเขาที่หายจากการทำธุระมา

"Mark, Nice to meet you" แบมแบมยิ้มให้ก่อนจะยืนขึ้นแล้วพยักหน้าให้อีกคน เลื่อนมือหมายจะช่วยถือกระเป๋าช่วยอีกฝ่ายแต่อีกคนกลับเบี่ยงกระเป๋าหนี

"เอ่อ-"

"Just walking is enough." (แค่เดินก็พอ) ทั้งสองคนพากันเดินกลับทางเดิมที่แบมแบมเดินมาแต่เหมือนเดินใครเดินมันเสียมากกว่าเพราะมาร์คเอาแต่เดินตามหลังไม่ยอมเดินข้างเเบมเเบม

พอเดินจะถึงทางออกอีกคนกลับเดินมาขนาบข้างแล้วแตะที่เอวคนตัวเล็กเบาๆ จนแบมแบมสะดุ้งเงยหน้ามองอีกคน
ที่มองไปด้านหน้าอยู่เเล้ว

"มีคนอยู่ข้างนอกตรงประตู2คน ขยับมาใกล้ผมให้ได้มากที่สุด" มาร์คพ่นภาษาเกาหลีออกมาชัดเจนจนแบมอดตะลึงไม่ได้ ไหนคนนั้นบอกว่าพวกเขาพูดเกาหลีไม่ได้กัน

"ไหนพวกคุณพูดภาษาเกาหลีไม่ได้กัน" มาร์คมองคนที่มองตัวเองตาแป๋ว ก่อนจะเอ่ยตอบเเล้วกระชับเอวอีกคนให้ใกล้ตัวเองขึ้นอีกเมื่อใกล้ถึงหน้าประตู

"โดนแกล้งเเล้วล่ะ" แบมแบมทำหน้างงแต่ก็โดนดันแผ่นหลังจนจมอกบอดี้การ์ด เบ้หน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยก่อนจะเดินพร้อมมาร์คไป ทั้งสองเดินผ่านคนตัวโย่งทั้งสองคนที่หน้าประตูอย่างเฉียด

"เราต้องกอดคุณอีกนานมั้ย" แบมแบมเอ่ยขึ้น เมื่อผ่านทางประตูมาแล้วเเต่เขาทั้งสองยังไม่ผละออกจากกันซักที

"ขอโทษครับ" มาร์คผละออกจากอีกคน พร้อมเอ่ยขอโทษที่แตะตัวคุณหนูผู้เป็นถึงหลานประธานาธิบดี

"ไม่เป็นไรหรอก แล้วคุณมีใบขับขี่มั้ย"

"มี ผมมีใบขับขี่สากล เรารีบไปกันเถอะ คุณจะต้องไปเลือกชุดสำหรับงานคืนนี้" แบมแบมและมาร์คพากันขึ้นรถที่พาแบมแบมมาเมื่อเช้า ก่อนที่มาร์คจะขับเคลื่อนมันออกจากสนามบิน

 

 

 

(นายสวมคอนแทคด้วยMT) เสียงเดิมที่คุ้นหูพูดขึ้นขณะที่มาร์คสวมเครื่องฟังทันที กายหนาภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสแลคสีดำ ยื่นเเขนเรียวหยิบกล่องคอนแทคที่วางบนโต๊ะพอสวมเสร็จเเล้วจึงหยิบนาฬิกาหรูมาเรือนหนึ่งสวมเข้ากับข้อแขนทันที

(ทางฝั่งนั้นเป็นไงบ้างYi(วายไอ))

(คนยังเข้ามาไม่มากนัก แต่ตอนนี้ผมจะตายชักอยู่แล้ว อ๊ายยพ่อบริกรสุดหล่อ) เสียงเเรกยังเป็นเสียงของยูคยอมอยู่แต่เสียงข้างหลังดูเหมือนจะเป็นเสียงของคนอื่นในงานหรือไม่ก็เพื่อนร่วมงาน

(อดทนไปก่อนแล้วกันนะ ฮ่าๆ) เจบีเอ่ยบอก

"ตอนนี้นายอยู่ไหนBu" มาร์คถามคนที่มีได้ร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย เจบีคือคนที่ลงสนามจริงๆส่วนพวกเขาเพียงแค่รับบทบาทสมมุติเพื่อปกป้องและแฝงตัวเพื่อเป็นกำลังเสริม

(ส่องอยู่ด้านบน เหมือนไอ้ตัวสำคัญงานนี้จะมาแล้วนะ) เจบีบอกเพื่อนร่วมทีมให้ทราบถึงการมาของคนวำคัญในงานนี้

"กำลังจะไปรับคุณแบม รอก่อนนะ อย่าเพิ่งเล่นเดี่ยว" มาร์คเสริมแค่นั้นก่อนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ

ฉีดน้ำหอมประจำตัวไม่ลืมหยิบสูทสีดำพาดเเขนก่อนหยิบกุญแจรถซีดานสีดำที่จอดอยู่หน้าที่พักสำหรับบอดี้การ์ด เดินไปยังที่จอดรถเเล้วจึงขับมารับคุณหนู24ชั่วโมงของตัวเอง

"มาร์ค" สะโพกสอบที่พิงรถหรูเด้งยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าราวเทพบุตรมองร่างเล็กของอีกคนที่กำลังเดินมาทางนี้ข้างๆผู้อาวุโสคนหนึ่ง

"สวัสดีครับ"

มาร์คสวัสดีคนที่เป็นถึงประธานาธิบดีหรือเป็นอาของคนตัวเล็กนี่ อีกคนพยักหน้าเเล้วดึงเเขนหลานตัวเองบังคับให้นั่งรอบนรถ คุยกับหลานเสร็จจึงหมุนตัวมาคุยกับบอดี้การ์ดที่เขาขอตัวมา

"ฝากแบมแบมด้วยนะ ยิ่งป่วยยิ่งงอแง" เสียงแหบของคนอายุเยอะเอ่ยบอก มาร์คพยักหน้าหันไปมองคนที่อยู่บนรถเคาะกระจกรถเล่น

"อ่อ อีกเรื่อง...." มาร์คดึงเครื่องฟังออกข้างหนึ่งแล้วก้มให้อีกคนกระซิบได้ถนัดๆ พอได้ยินเเล้วคิ้วก็เริ่มขมวด แต่ก็กลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิมแล้วพยักหน้าเบาๆอีกครั้ง

(มาอีกทางที่วางไว้นะมาร์ค มีระเบิดซุ่มอยู่ทางเดิม)

มาร์คไม่ได้เอ่ยตอบกลับไป โค้งลาคนตรงหน้าเเล้วอ้อมไปยังหน้าที่ของคนขับรถและบอดี้การ์ดสำหรับคุณหนูแบมแบม

พอมาร์คขึ้นรถมาก็จัดการคาดเข็มขัดแล้วออกตัวรถทันที

แบมแบมมองเสี้ยวหน้าหนึ่งของมาร์คแล้วอดชื่นชมไม่ได้ หน้าอีกคนไม่ได้แต่งซักนิดแต่ทำไมถึงได้หล่อเอาการแบบนี้ สีผมสีสว่างที่มันเข้ากับสีผิวเจ้าตัว คิ้วหนาๆ ดวงตาสีดำที่จ้องมองท้องถนนอย่างมุ่งมั่น จมูกที่โด่งเป็นสันเเละริมฝีปากที่มันนิดๆน่าจะทาลิปมันมา

"มีอะไรหรอครับ"

มาร์คหันมามองคนตัวเล็กข้างๆที่ตั้งเเต่ขึ้นรถมาก็เอาแต่มองไม่หยุด คนตัวเล็กที่ถูกจับได้แสร้งหันหน้าออกนอกหน้าต่าง แก้มอูมทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ

นึกขอบคุณท้องฟ้าตอนกลางคืนที่มืดทำให้ไม่มีใครเห็นสีแก้มตอนนี้ แต่คงไม่พ้นตาเหยี่ยวของมาร์คไปได้หรอก ไม่งั้นเจ้าตัวคงไม่ยกยิ้มขึ้น

"ทำไมไปทางนี้" แบมแบมถาม

"ทางนี้ใกล้กว่าครับ"

มาร์คไม่บอกเหตุผลที่แท้จริงของการมานอกเส้นทางที่วางไว้ พอตอบเเล้วแบมแบมก็ไม่มีอะไรจะถามจึงเลือกมองไปนอกกระจกตลอดทางจนทางที่เคยเป็นป่าเเละแสงไฟริบหรี่ก็เปลี่ยนเป็นตึกหลายๆหลังและแสงไฟที่สว่างจ้า

รถซีดานดำสุดหรูจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ก่อนจะมีคนมาเคาะกระจกให้ลดกระจกลง มาร์คทำตามอย่างง่าย แสงจากปลายกระบอกสั้นนั้นสาดส่องเข้ามาข้างในรถ กระทบใบหน้าหวานของหลานประธานาธิบดี

เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเป็นใครจึงอนุญาตให้เข้าไปได้ มาร์คพยักหน้าเเล้วปิดกระจกขึ้น มองคนตัวเล็กข้างๆที่ขยี้ตาตัวเองแล้วอดจะเอ่ยเสียงดุไปไม่ได้

"ทำแบบนั้นมันจะทำให้ตาคุณแดงและอักเสบ" แบมแบมหันมองคนที่เอ่ยขึ้นก่อนจะเบะปาก

"คนเมื่อกี้ส่องโดนตาเรา มันจ้าไปนิด" มาร์คไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับไป ขับรถมาจอดไว้ในโรงรถสำหรับเเขกเปิดประตูตัวเองเเล้วอ้อมเดินไปเปิดให้อีกคน

"ขอบคุณครับ"

"ห้ามห่างจากผมไม่ว่าจะกี่นาทีกี่วินาที หรือแม้เเต่หนึ่งเมตร" มาร์คบอกคนที่เดินนำหน้าเขา อีกคนพยักหน้าเล็กน้อย

พอทั้งสองคนพากันเดินเข้ามาในงาน สื่อต่างๆก็พากันมุ่งตรงมาทางนี้เพราะไอดอลที่เป็นถึงหลานประธานาธิบดีมางานการกุศลแบบนี้ด้วย มาร์คดึงแบมมายืนข้างหลังก่อนจะเอ่ยให้คนที่มุ่งมายังร่างเล็กฟัง

"คุณแบมแบมกำลังป่วยอยู่โปรดให้เวลาส่วนตัวด้วยนะครับ"

เอ่ยจบก็ดึงเเขนเรียวออกจากวงสื่อทันทีแต่ก้าวไปไม่ทันไรก็มีคนเอ่ยทักก่อน

"อ้าว คุณแบม" ทั้งสองคนหันไปมองยังผู้มาใหม่ที่ถือแก้วไวน์อยู่ แบมแบมมองคนตรงหน้านิ่งต่างจากอีกคนที่ยิ้มกรุ้มกริ่มมองยังคนตัวเล็กตรงหน้า

มาร์คปล่อยเเขนเรียวให้เป็นอิสระแล้วยืนซ้อนด้านหลังร่างเล็กห่างนิดๆให้อีกคนได้คุยกับคนที่เข้ามาทัก แต่จู่ๆเสียงในเครื่องฟังก็ดังขึ้น ราวกับรู้ใจมาร์ค

(คุณไบร์ท ลูกเจ้าของงานนี้ เหมือนจะเคยมีเรื่องกับคุณหนูนายนะ ถ้าเลี่ยงได้เลี่ยง)

"ไม่เจอกันนานนี่หยิ่งขึ้นนะเนี่ย"

ไบร์ททำท่าจะจับแก้มร่างบาง แต่เเบมเเบมหลีกแล้วถอยหลังจนชนอกแกร่งของมาร์คเข้า มาร์คแตะเอวแบมเบาๆแล้วกระซิบข้างหูคนข้างๆที่ขึ้นสี

"แค่คุณบอกว่าอยากออกไป ผมก็จะพาไป"

แบมแบมเม้มปากแน่นมองไบร์ทที่จ้องเขาสองคนอยู่เเล้ว ก่อนเอ่ยคุยกับไบร์ท

"ขอตัวก่อนนะ" แบมแบมพยักหน้าให้มาร์ค แล้วทำท่าจะออกจากวงสนทนาที่สร้างจากไบร์ท

มาร์คดันร่างบางให้เดินไปข้างหน้าก่อนจะเป็นเขาที่เดินตามหลัง มองไปยังไบร์ทที่มองเขาอยู่เเล้ว อีกคนดูเป็นคนเจ้าเเค้นแฮะ ดูจากมือที่กำเข้าหากันจนเเน่นนั้น

"เราได้นั่งตรงหมายเลขA04,A05" แบมแบมเอ่ยบอก มาร์คสอดสายตาไปทั่วก่อนจะสบตาเข้ากับตาที่เหมือนเขาอยู่อีกฝั่ง

แจ็คสันที่สบตากับมาร์คขยิบตาให้ก่อนเป็นมาร์คที่ละสายตาไป แจ็คสันมองมาร์คที่นั่งข้างๆคุณแบมแล้วตรวจสอบรอบๆเมื่อเห็นว่าที่ที่เพื่อนอยู่กับคุณหนูนั้นไม่มีอันตรายจึงละสายตาออก

เดินไปยังโต๊ะขนมสำหรับทานเล่นแล้วหยิบขึ้นมาทานซักชิ้นสองชิ้น

"รับไวน์ซักแก้วมั้ยครับ คุณเจสัน" เสียงคุ้นหูดังขึ้น แจ็คสันละสายตาจากขนมหลากหลายตรงหน้ามองยังบริกรตัวสูงที่ยืนถือถาดที่มีแก้วไวน์วางอยู่หนึ่งแก้ว

"ขอบคุณครับบบบ"

ส่งยิ้มให้บริกรน้องเล็กก่อนจะหยิบมากระดกดื่มรวมเดียวเเล้ววางลงที่เดิม ยูคยอมรับมาไว้เเล้วเดินออกไปทันทีเมื่อมีคนกำลังเดินมาทางนี้

"เฮ้! บอกว่าเลิกยุ่งไง ไม่เห็นหรอว่าแฟนผมโกรธจนเดินหนีเเล้ว" แขนที่เคยว่างเปล่าถูกคล้องด้วยเเขนของอีกคนจนเจ้าของสะดุ้ง ก้มมองร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่กอดแขนเขาไว้ก่อนเลื่อนสายตามองใครอีกคนหนึ่งที่มองมายังเขาสองคน

(ตามน้ำไปก่อน) จะดึงออกก็มีเสียงจากเครื่องฟังดังขึ้น เเจ็คสันกรอกตาขึ้นบนก่อนจะเล่นตามน้ำไป

"นี่บอกแล้วใช่ไหมเวลางอนอะไรน่ะอย่าเดินหนี ตอนเธอเดินหนีนะเราใจหายเลย" คนตัวเล็กเงยหน้าพูดงุ้งงิ้งๆกับเเจ็คสันแต่กลับส่งสานตาอ้อนวอนมาแทน แถมขยิบตาทุกวินาทีแบบนี้

"เธออย่างอนเรานะๆ" เมื่อแจ็คสันไม่เอ่ยอะไรช่วย คนตัวเล็กก็เลยหยิกสีข้างเบาๆ

"อย่าหลอกผมหน่า เขาไม่รู้จักคุณเสียด้วยซ้ำ" เสียงอีกคนเอ่ยขึ้น แจ็คสันมองสองคนสลับกันก่อนถอนหายใจแล้วจัดการเล่นตามน้ำไป

(ยองแจ เพื่อนคุณหนูแบม เป็นเชฟที่ภัตตาคารดังกลางเมือง ส่วนพ่อเป็นคนใหญ่คนโตที่หนุนหลังรัฐบาล น่ารักนะเนี่ย)

"จะเลิกยุ่งกับยองแจได้รึยัง ผมมีเรื่องจะเคลียกับเขาต่อ" แจ็คสันพูดขึ้นเรียกรอยยิ้มจากคนตัวเล็กที่ชื่อว่ายองแจจนลืมไปแล้วว่าอีกคนรู้ชื่อตัวเองมาได้ไง

"อ่า ขอโทษด้วยครับ" พออีกคนไปแล้วคนตัวเล็กจึงรีบผละออกจากคนที่ไม่รู้จักทันที ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าทำหน้าสำนึกผิดส่งมาให้เขา

"ขอโทษด้วยนะครับ พอดีเขามาตามวอแวผมแล้วมันน่ารำคาญน่ะครับเลยดึงคุณเข้ามาช่วย"

(คนนี้ห้ามยุ่งเลยจะดีกว่า ถอยมาได้แล้วJ7) แจ็คสันพยักหน้าก่อนมองอีกคนเป็นครั้งสุดท้ายให้สมองได้จดจำใบหน้านี้ไว้ว่าบุคคลนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเด็ดขาด ถอยหลังมาก่อนเดินหนีไปอีกทางทิ้งให้อีกคนทำหน้างุนงง

 

"สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน"

สิ้นเสียงผู้ชายที่คาดว่าน่าจะเป็นคนพูดในการประมูลครั้งนี้เอ่ยใส่ไมค์ ทุกคนในงานมองไปยังหน้าเวทีทิศทางของเสียง เสียงปรบมือดังขึ้น

"และในเวลานี้ก็ถึงเวลาที่ทุกท่านตั้งตารอคอยกันเเสนนาน การประมูลภาพครั้งนี้จะนำเงินไปมอบให้กับทางมูลนิธิเด็กด้อยโอกาศทั่วเอเชีย"

"ภาพที่นำมาประมูลนี้เป็นของราชาภาพวาดทางฝั่งตะวันออก ซึ่งถูกค้นพบเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้วสองปี ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางราชาทิ้งไว้ให้อย่างสมเกียรติ"

"การประมูลจะเริ่มขึ้นในอีก 5"

จากนั้นทุกคนในห้องโถงกว้างก็พากันนับถอยหลังที่จะเริ่มประมูลภาพในครั้งนี้

4

3

2

1

"เริ่มต้นที่ 5000$ ใครต้องการประมูลยกการ์ดในมือท่านได้ครับ" เสียงเริ่มฮือฮาขึ้นเมื่อราคาเริ่มต้นของภาพนี้ค่อนข้างสูงมาก

"เราประมูลบ้างดีมั้ยนะ" มาร์คมองอีกคนที่นั่งข้างๆที่เอ่ยพูดขึ้นมา เหมือนอีกคนพูดคนเดียวมากกว่า การตัดไฟตั้งเเต่ต้นลมถือเป็นสิ่งที่มาร์คเลือก

"หยุดความคิดนั้นของคุณหนู"

เอ่ยเสียงเรียบให้อีกคนรู้ว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ใช่การประมูลเล่นๆ หากหลานท่านประธานาธิบดีต้องการซะอย่างใครคนไหนจะกล้าขัดกัน แล้วสุดท้ายอันตรายก็จะอยู่ใกล้ตัวอีกคน

"เราแค่พูดเล่น คุณบอดี้การ์ด" คุณหนูแสนดื้อบอกกลับโดยไม่ทิ้งการประชดไว้ในประโยคหลังด้วย

(สนิทเร็วกว่าที่คิดแฮะ) เสียงหยอกล้อจากปลายสายไม่ได้รับการตอบกลับจากมาร์ค จนเจ้าของเสียงอดเบ้ปากกับความเป็นมาร์คเสียจริงๆ

"5500$"

"6500$"

"8000$" สิ้นเสียงของใครคนหนึ่ง ทั้งหมดส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง จำนวนเงินแบบนั้นใครกล้าทุ่มกัน

"ใครกล้าทุ่มกัน" เสียงคนข้างกายมาร์คดังขึ้นอีกครั้ง

(คุณจรัสกร ผู้นำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ ส่วนงานอดิเรกคือเก็บสะสมภาพจากศิลปินที่ดังๆ คาดว่าที่บ้านเขาน่าจะมีไม่ต่ำกว่า30ล้านบาท)

"คุณจรัสกร"

"หือ? คุณรู้จักหรอ" แบมแบมถามมาร์คที่เอ่ยชื่อใครคนหนึ่งซึ่งถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นคนที่เพิ่งประมูลภาพไปเมื่อกี้

"หึ ไม่"

"มีใครให้มากกว่านี้มั้ยครับ ถ้าไม่มีถือว่าสิ้นสุดที่8000$นะครับ" เสียงจากคนดำเนินการประมูลดังขึ้น ทุกคนเริ่มหันซ้ายหันขวามองหาคนที่จะต่อสู้การประมูลครั้งนี้

"10000$"

(นั่นคือคนที่Lion King ต้องจัดการเพื่อนำภาพการประมูลมา)

สิ้นเสียงจินยองมาร์ครีบดึงมือแบมแบมออกมาจากจุดนั้นทันที เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าสู้ต่อการประมูลครั้งนี้แล้วคงจบที่10000$ แสงไฟถูกหรี่ลงเพื่อให้นักข่าวถ่ายภาพให้มีประสิทธิภาพและนำไปออกข่าว

(คิดว่าพวกนายออกมาแสตนบายข้างนอกดีกว่า ส่วนJ7เข้าตามแผน)

"เราจะกลับกันแล้วหรอ" แบมแบมถามบอดี้การ์ดประจำตัวที่เดินดึงแขนเขาอยู่ด้านหน้า ตามทางเดินก็มีผู้คนเดินบ้างประปราย มาร์คไม่ตอบอะไรจนเดินมาถึงที่จอดรถ

"แบมแบม!"

เสียงเรียกดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง แบมแบมยิ้มกว้างอ้าแขนรับเพื่อนสนิทมาไว้ในอ้อมกอด ส่วนมาร์คแค่มองนิ่งไปรอบๆ

"ไม่เจอกันนานเลยว่ะ" ยองแจกอดเพื่อนตัวเล็กแน่นขึ้นเพราะคำว่าคิดถึงมันเริ่มก่อตัวเมื่องานของทั้งสองคนมันรัดตัวเสียจนแทบไม่เจอกัน

"จริง- ปัง!"

เสียงวัตถุที่มาร์คและคนในองค์กรรู้จักดีทำให้คนรอบข้างเริ่มเเตกตื่นไม่ต่างจากร่างเล็กทั้งสองคนที่อยู่ตรงนี้ มาร์คขมวดคิ้วก่อนดันร่างทั้งสองให้เข้าไปในรถแล้วรีบเข้าไปทำหน้าที่คนขับชั่วคราว เพราะเขาคงต้องเปลี่ยนเวรกับยูคยอมแล้วล่ะ

รถซีดานสีดำที่ถูกออกแบบให้กันกระสุนถูกขับเคลื่อนออกจากคฤหาสน์ บรรยากาศภายในรถไม่มีใครพูออะไรออกมา คุณหนูแบมแบมที่มาร์คคิดว่าจะตกใจและโวยวายกับเสียงพวกนี้กลับนั่งตัวสั่นอยู่เฉยๆจนมาร์คต้องมองกระจกดูความเรียบร้อยของอีกคน

เเล่นมาได้ไม่ถึงหนึ่งกิโลดีมาร์คก็จอดรถแต่ยังคงเปิดเครื่องไว้อยู่ ร่างเล็กทั้งสองมองมาร์คอย่างฉงน

"เดี๋ยวจะมีคนพาพวกคุณไปยังที่ที่ปลอดภัย" ร่างสูงพูดไม่ทันจบก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้น มาร์คเปิดประตูสำรวจใบหน้าอีกฝ่ายที่ฟกช้ำตรงมุมปากเล็กน้อย และเลือดซิบที่คิ้ว

"J7เล่นตามแผน แต่Buแม่งมาผิดเวลาเลยได้มา"

อีกคนเหมือนเดาความคิดมาร์คออกเพราะมาร์คเอาแต่จ้องหน้านิ่ง มาร์คพยักหน้าก่อนจะตบไหล่น้องเล็กเบาๆเเล้วเอ่ยกำชับ

"ส่งให้ปลอดภัย เพราะบอดี้การ์ดของประธานาฯเป็นหนอน"

"ครับ"

แทนที่จะเดินขึ้นสลับรถกับน้องเล็กแต่มาร์คเลือกอ้อมไปทางฝั่งคนนั่งในรถแล้วเคาะกระจกสองทีสั่งให้คนในรถเปิดออก

"Yi(วายไอ)เป็นคนของLion King ไม่ต้องกังวล"

"เราจำได้"

เมื่อเช็คทุกอย่างเเล้ว มาร์คจึงจัดการคร่อมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นแรงแล้วบิดขับออกไปยังสถานที่นัดหมาย ใครบอกว่าภารกิจครั้งนี้กำลังจะจบ มันกำลังจะเริ่มต่างหาก

 

 

 

"สวัสดีครับ คุณบี ผมเจสันครับ"

แจ็คสันทำตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี อันดับแรกคือการเข้าไปทักคนที่ประมูลครั้งนี้สำเร็จเพื่อเป็นการถ่วงเวลาอันรีบเร่งของอีกคน

"ตอนนี้ผมไม่ว่าง ขอตัวด้วยครับ" บอดี้การ์ดของบีเข้ามาขวางเเจ็คสันไว้เมื่อเห็นว่าแจ็คสันยื่นมือเข้าไปหาอีกคน เจ้าของโค้ดเนมJ7 ยกยิ้มมุมปาก ก่อนเก็บมือมาล้วงกระเป๋ากางเกงตามเดิม

(Buกำลังวิ่งไปยังตู้คอนเทนเนอร์ ไม่สิ! เดินหรือคลานดี)

(เร็วๆสิวะไอ้คุณBu J7เริ่มถ่วงไว้ไม่ไหว) น้องเล็กอย่างยูคยอมหัวเสียแทนเเจ็คสันที่ไม่สามารถพูดอะไรได้

"เฮ้ เดี๋ยวสิครับคุณบี ผมแค่-"

ปัง!! "ตู้คอนเทนเนอร์ถูกขับออกไปแล้วครับ!!" บีหัวเสียก่อนจะมองแจ็คสันที่ยิ้มอยู่แล้วจึงนึกออก 

ปัง! กระสุนอีกนัดถูกยิงไปยังแจ็คสันแต่อีกคนไหวตัวทัน

ผู้คนเริ่มชุลมูนหาทางหนีรอดจากดงกระสุนตรงนี้กันให้วุ่น จนทรรศนียภาพการมองเห็นิส่งต่างๆยิ่งไม่ชัดเจน

แจ็คสันหยิบกระบอกปืนสั้นของตัวเองขึ้นมาใส่ลูกไว้ หันไปมองบีที่กำลังจัดการสั่งลูกน้องตัวเองอยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เเรงกระแทกตรงไหล่หนาทำให้เเจ็คสันหันไปมองก่อนพบน้องเล็กของทีมที่มีรอยช้ำตรงมุมปาก

"พลาดนิดหน่อย"

แจ็คสันพยักหน้าก่อนส่งสัญญาณให้อีกคนไปฝั่งไหนจึงจะปลอดคน ส่วนตัวเองลุยตรงนี้ต่อ เดินออกมาด้านหลังบีก่อนจะซัดเข้าท้ายทอยหนาจนอีกคนถลาตัวลงไปกับพื้น ไม่รอให้อีกคนตั้งตัวเเจ็คสันก็เข้าคร่อมต่อยอีกคน แรงผลักจากด้านหลังทำให้ร่างหนาล้มลง เงยหน้ามองร่างบึกของใครอีกคนที่มาช่วยบี

(มันมีปืนอยู่ด้านหลังและคาดว่ามันน่าจะจัดการนายโดยวิธีนั้น)

ปัง!

J7ม้วนตัวหนีกระสุนที่สาดมาหลายตลบจนกระแทกเข้ากับขาโต๊ะเครื่องดื่ม แก้วที่ถูกวางไว้ตกลงมาแตกกระจายแต่แจ็คสันไม่ได้สนใจซักนิดแถมยังเก็บเศษพวกนั้นมาไว้กับตัวเอง มองไปยังร่างบึกที่ขวางทางตัวเองไว้ คาดว่าไอ้บีน่าจะหนีไปแล้ว

(บีหนีไปทางF2 น่าจะตามรถคอนเทนเนอร์ไป)

และก็เป็นตามคาด....

"อยู่ดีๆแส่หาเรื่องนะมึง" แจ็คสันยกยิ้มร้ายเมื่ออีกคนเอ่ยออกมา เดี๋ยวก็รู้ใครเเส่หาเรื่อง

พี่ใหญ่ร่างบึกพุ่งตัวเข้าหาเเจ็คสันจนเสียหลักใช้โอกาสหยิบมีดขึ้นมาง้างขึ้นกลางอากาศ J7ใช้ขายาวๆของตัวเองเตะเข้าสีข้างอีกคนแล้วต่อยเข้าที่หน้าเต็มเเรงสบโอกาสที่อีกคนเผลอหยิบปืนกระบอกสั้นที่คาดเอวจ่อเข้ากระบาล

"ว้าาาา อยากเล่นต่อหรือไปเร็วๆดี"

(รีบจัดการก่อนที่พวกมันจะกลับเข้ามา)

"แต่น่าเสียดาย ฉัน- ปัง!" แจ็คสันย้ายกระบอกปืนไปทางมือขวาของอีกคนที่ถือมีดเตรียมแทงเขาเเล้วยิงไปที่มือข้างนั้นให้เฉี่ยวนิดหน่อย พอเป็นบทเรียน ฮ่าๆๆ

(ครั้งนี้ยิงพลาดแฮะ กลับมาไปฝึกด้วยนะ)

"ตั้งใจโว้ยยย"

ไม่รอช้าใช้หลังมือตบเข้าที่ท้ายทอยอีกคนให้สลบไปก่อนแล้วค่อยดึงยาเม็ดที่กัดประสาทออกมาใส่กรอกปากอีกคน

เเจ็คสันเก็บปืนคาดเอวไว้ตามเดิม ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วหันหลังกลับ

(ข้างบน1คน 3นาฬิกา ในอีก3วิ)

มือหนาค่อยๆจับปืนที่คาดไว้กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตามความกดดันที่มีอยู่ เดินตามทางเดิมแล้วนับถอยหลังอีกไม่กี่วิ

3

2

1

ปัง!

เยส! ด่านเเจ็คสัน ผ่าน!

 

 

สายลมตอนกลางคืนพัดผ่านใบหน้าภายใต้หมวกกันน็อกอันใหญ่ มอเตอร์ไซค์คันใหญ่จอดข้างๆสะพานที่พาดผ่านเเม่น้ำสายยาว จุดที่สองสำหรับภารกิจครั้งนี้

มาร์คถอนหมวกกันน็อกออกวางไว้บนเบาะ ดันเเขนไว้กับสะพานมองไปยังแม่น้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาพลันคิดถึงคำที่พ่อพูดไว้

"ก็แค่จะบอกว่าหนูแบมแบมน่ารักดี"

หึ

(MTมัวเหม่ออะไร Buจะมาถึงนายในอีก5นาที เตรียมพร้อมหรือยัง)

"พร้อม แต่ทำไมขับรถช้า ไปฝึกขับนะช่วงหยุดยาวน่ะ"

(แหม่ ลองมาขับรถคันใหญ่แล้วมีกระสุนสาดใส่บ้างมั้ย)

Buเอ่ยตอบกลับมาร์ค

(MT) เสียงน้องเล็กเรียกพี่คนโตที่ฝากฝังคุณหนูไว้กับตัวเอง แต่ดูเหมือนคุณหนูจะค่อนข้างดื้อกว่าที่เขาคิด

"หือ?"

(คุณแบมไม่ยอมนอนว่ะ แต่คุณอีกคนนอนไปแล้ว)

"ปล่อยก่อน นายเฝ้าไว้ก็พอ เดี๋ยวกลับไปจัดการ"

(ว้าวววว วู้วววววว) เสียงล้อจากทางJ7

"คันมืออยู่เหมือนกัน" มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ ปรามเเจ็คสันที่ล้อข้ามขั้นไป

(เออ มาช่วยกูนี่ อีก1นาทีจะถึงเเล้ว) 

มาร์คเช็คระบบในรถที่วางไว้ก่อนจะมองไปด้านหลังที่มีเเสงไฟจากรถใหญ่กำลังใกล้เข้ามา เสียงดังจากเครื่องยนต์ใกล้เข้ามาจนหยุดอยู่ตรงข้างเขา

"รีบๆจัดการ" เจบีบอกมาร์คที่ยืนนิ่งมองตัวเอง

มาร์คพยักหน้าก่อนจะเข็นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ขวางทางแล้วกระโดดขึ้นรถข้างคนขับ เจบีเหยียบคันเร่งให้เร็วสุดก่อนออกจากจุดนั้น

ตู้มมมมมม! เสียงอาวุธขนาดเล็กอต่อนุภาคทำลายล้างขนาดใหญ่พอที่จะทำให้ไฟลุกลามจนไม่มีใครสามารถข้ามผ่านมาได้

(ภารกิจเคลียร์) เสียงจากเครื่องฟังทำใหเคนที่สวมเครื่องยกยิ้มขึ้นทุกคน มาร์คแท็กมือจะเจบีที่ยื่นมา ภารกิจนอกประเทศครั้งแรกต้อนรับพวกเขาด้วยคำว่า'เคลียร์'

 

 

"ขอบคุณสำหรับภารกิจครั้งนี้นะครับ Lion King "

เสียงคนที่อายุเข้าเลขหกเอ่ยขอบคุณสองคนตรงหน้าที่สวมหน้ากากมิดชิดเห็นเพียงดวงตาคมที่มองไปยังภาพตรงหน้า

"ด้วยความยินดีครับ" Buเอ่ยตอบกลับ ยื่นมือไปจับตามธรรมเนียมที่ถูกต้องเมื่อภารกิจครั้งนี้ผ่านไปได้ฉลุยโดยทีมLion King ไม่มีใครบาดเจ็บมาก ยกเว้นน้องเล็กที่มีนิดหน่อย

"หวังว่า-"

"หวังว่าไม่มีครั้งหน้าอีกนะครับ" มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ

 

Lion King คือทีมที่ไม่กลับไปปฏิบัติภารกิจกับใครซ้ำ

Lion King คือทีมที่รัฐบาลไม่สนับสนุนแถมตามล่าตัว

Lion King คือทีมที่ไม่หนุนใครและไม่ต้องการให้ใครมาหนุน

 

...................

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ร่างบางที่กำลังจะผล็อยหลับสะดุ้งตื่น มองเพื่อนร่วมห้องที่ยังไม่นอนเดินไปหน้าประตู

ก่อนเปิดออกกว้างเผยให้เห็นคนที่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของตัวเองเป็นคนเคาะ

มาร์คมองใบหน้ายูคยอมที่มีพลาสเตอร์ปิดตรงหางคิ้ว ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแล้วโยนกุญแจรถให้อีกคน

"ไปเลย เดี๋ยวกูจัดการต่อ"

"ครับ" ยูคยอมเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตู มาร์คมองคุณหนู24ชั่วโมงที่มองทางเขาตาแป๋ว ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วอุ้มพาดไหล่หนา

 

"เฮ้! คุณ!! ปล่อยเรา" แบมแบมตกใจสุดขีดที่จู่ๆคนที่เพิ่งเข้ามาก็เข้ามาอุ้มเขาพาดบ่าแบบนี้ มาร์คไม่ตอบอะไรเดินตรงไปยังห้องนอนของอีกคน เปิดประตูแล้วใช้เท้าถีบบานประตูให้ปิด

"ย๊าาาา!" พอถึงเตียงนอนจัดการโยนร่างอีกคนให้จมเตียง ถึงแม้จะดูเป็นอะไรที่โหดร้ายแต่มาร์คต้วนคาดคำนวณเอาไว้เเล้วว่ามันซอร์ฟ

 

"ทำไมยังไม่นอน..ครับคุณหนู"

"หยุดเรียกเราแบบนั้นได้แล้ว" แบมแบมสวนตอบอีกคนที่ยืนเท้าเอวมองเขาอยู่ มาร์คขมวดคิ้วจ้องคุณหนู อืม..ยิ่งป่วยยิ่งดื้อจริงแฮะ

"ทำไมยังไม่นอนครับ"

แบมแบมเม้มปากแน่นจ้องอีกคนที่จ้องตัวเองไม่วางตาเหมือนกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ไปหมุนตัวนอนลงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้ มาร์คมองภาพตรงนั้นอย่างนึกขำ

"ระ เราจะนอนแล้ว"

"โอเคครับ งั้นผมคงต้องไปแล้ว"

มาร์คหมุนกายเตรียมออกจากห้องแต่เสียงเรียกด้านหลังก็ทำให้ต้องหยุดหมุนตัวกลับมามองอีกคนต่อ

 

"ไปไหน"

"กลับที่พักของผม"

"แต่คุณเป็นบอดี้การ์ดเรา"

"แค่24ชั่วโมงครับ" แบมแบมเม้มปากอีกครั้งก่อนเอ่ยขึ้น

"แต่ยังไม่ครบ24ชั่วโมง ถ้าเอาตามตรงก็คือภารกิจบอดี้การ์ดของคุณจะจบบ่ายสามของวันพรุ่งนี้"

มาร์คมองคนดื้อที่พูดเถียงเขาไม่หยุด พ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่ก่อนเอ่ยตอบอีกคนไป

"งั้นคุณก็ควรนอนได้แล้ว ผมต้องไปรายงานภารกิจก่อน" ไม่รอให้อีกคนได้ตอบกลับ มาร์คถอดสูทวางบนเตียงก่อนจะเปิดหน้าต่างตรงระเบียงออกแล้วจัดการปิดให้เรียบร้อย

พับเเขนเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยับเล็กน้อยขึ้น หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาต่อสายหาคนที่อยู่อีกฟากฝั่งของโลก

(......)

"คิดว่าไม่ใช่ผมรึไง" มาร์คยิ้มให้กับอีกฝ่ายที่ไม่เอ่ยอะไรออกมานับตั้งแต่รับสาย

(เห้ออออออ)

"ภารกิจเคลียร์ครับ MT Lion King รายงาน" 

(แกทำให้ฉันต้องนั่งรอโทรศัพท์ทั้งวัน) รอยยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่ออีกคนพูดจบ

"ผมไม่ยอมตายทั้งๆที่ยังไม่ได้ใช้มรดกจากพ่อหรอกครับ"

(......)

"ไม่ยอมให้มรดกส่วนของผมต้องถูกบริจาคให้มูลนิธิหรอก"

(ไอ้นี่นี่!)

มาร์คหัวเราะเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันเเล้วไม่รู้ เหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังจะเข้าสู่วันใหม่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้วพลันนึกถึงความคิดที่อยู่ในหัวเขาตลอดวัน

"ที่บอกว่า....แบมแบมน่ารักน่ะ ไม่ได้ต้องการอะไรใช่ไหม"

(ถ้าได้ก็เอา)

"....." มาร์คเงียบ

(แต่-)

"อืม ที่บอกว่าน่ารักอ่ะ ก็คงเห็นด้วย"

(ห้ะ)

"แล้วที่บอกว่าถ้าได้ก็เอา ก็จะลองเก็บไปคิดแล้วกัน"

 

 

 

100%

เราจะมาอัพทุกวันพุธและวันอาทิตย์นะคะ

 

______________________________

#Seรู้จักดีมบ.

-ธัญญะ-

______________________________

@forevergot713

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #7 YupawadeeAllamat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 11:44
    พูดอะไรออกมาพี่มาร์คคคคคคคค เขิน
    #7
    0
  2. #6 fernlovepaint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:08
    กรี๊ดๆๆคุณMTแหมๆๆๆสนุกชอบๆมาอัพอีกนะค่ะ
    #6
    0
  3. #5 YupawadeeAllamat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 05:58
    โคตรมันส์
    #5
    0
  4. #4 fernlovepaint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 21:13
    โครตลุ่นโคนตมันอะสนุกๆชอบ
    #4
    0