นายช่วยรักฉันตลอดไปเลยได้ไหม [Futurecard Buddyfight Ace]

ตอนที่ 3 : บทที่3 เปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

วันนี้มันเป็นวันที่แปลกมาก ฮารุสามารถบอกได้เลยตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น เพราะอะไรน่ะหรอ? ก็เพราะเขาตื่นมาเจอไอคุนอนคาอยู่ที่โซฟาน่ะสิ! ที่เขาตกใจก็เพราะว่าไอคุไม่เคยตื่นสายแล้วก็ไม่เคยนอนบนโซฟาด้วย! ปกติพี่แกต้องกำลังทำอาหารไม่ก็ดูทีวีอยู่บนโซฟา ไม่งั้นก็มาหยิกแก้มเขากับยูกะเพื่อปลุก... บอกเลยว่าเจ็บมาก...

"นี้ฉันเก้าเท้าผิดข้างออกจากห้องหรือปล่าวนะ?"

"ไม่ผิดหรอก หมอนี้ไปทำงานต่อตอนกลางคืนน่ะ เลยนอนดึก" เสียงบัดดี้ของร่างบนโซฟาพูดขึ้นหลังเดินออกมาจากห้องครัว

"อรุณสวัสดิ์เซเนีย แล้วอาหารเช้าพวกผมนี้จะทำไงครับเนี้ย?"

"ฉันทำไว้ให้แล้ว"

"เอ๋? เซเนียทำอาหารเป็นด้วยหรอ?"

"นายคิดว่าทุกวันนี้ใครช่วยไอคุทำอาหาร?"

"อา... ขอโทษครับพอดีว่าผมไม่เคยเห็นเซเนียทำอาหารนี้น่า"

"ไม่เป็นไร" เซเนียตอบก่อนทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วจึงถามฮารุต่อ

"ยูกะกับเจ้าขนฟูยังไม่ตื่นหรอ?"

"เจ้าขนฟู? อ๋อ! กัลก้าน่ะตื่นแล้วครับ ผมเห็นเขาซ่อมดาบอยู่ ส่วนพี่ยูกะน่ะยังเลยครับ"

"หรอ?"

ต่อมายูกะตื่นนอนแล้วอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่รันมะมาถึงพอดี

"รันมะ~♡" ยูกะที่เห็นรันมะก็กระโจนกอดเด็กหนุ่มผมส้มทันทีโดยไม่ลืมฝังหน้าไว้ที่อกของรันมะ

"นายจำเป็นต้องกระโจนกอดฉันไหมเนี้ยยูกะ!" ถึงจะบ่นแต่รันมะก็กอดตอบยูกะ

"ก็เค้าคิดถึงรันมะนี้น่า~" ยูกะถูหน้ากับอกของรันมะ

"พอเลยๆ มันจักจี้นะ" รันมะดันยูกะออกเบาๆ

"ง่าาา~ " ยูกะมุ่ยอย่างไม่พอใจ

"ฮะๆ ว่าแต่เราจะไปกินข้าวเช้ากันได้หรือยัง?"

"อืม!" ยูกะคว้าแขนรันมะมากอด



เมื่อทั้งสองเดินผ่านห้องนั่งเล่นก็ต้องอึ้งกับสิ่งที่เห็น

"คุณพระคุณเจ้า!" ยูกะกล่าวอย่างตกใจตาโตเท่าไข่ห่าน

"ไอคุซังยังหลับอยู่หรอ!? โลกจะแตกไหมเนี้ย!" รันมะก็กล่าวด้วยความตกใจไม่แพ้ยูกะ

"พวกนายนี้ก็เวอร์เนอะ หมอนี้ก็แค่ทำงานดึกก็เท่านั้นเอง" เซเนียที่ไม่รู้ว่าโพล่งมาจากไหน(เป็นผีหรอ?)กล่าวขึ้น

"งั้นเองหรอ"














โรงเรียนไอโบกาคุเอ็น

"นี้นายน่ะ มิคาโดะ ยูกะใช่หรือเปล่า" เด็กหนุ่มผมเขียวดวงตาสีเหลืองเดินเข้ามาหายูกะและรันมะที่กำลังทานข้าวเที่ยงกันอยู่

"ก็ใช่ แล้วนายคือ?" ยูกะถามพลางเอียงคอ

"ฉันชื่อ ริคุโอะ มาซาโตะ เทพแห่งกีฬา ฉันเห็นการต่อสู้ของนายเมื่อวานนี้เลยอยากจะท้าสู้ด้วย ถ้านายไม่กลัวแพ้ฉันเหมือนที่แพ้เทพแห่งการเรียนอะนะ" เด็กหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"แน่นอนว่าฉันรับคำท้า!" ยูกะว่าขึ้น

"คราวนี้เทพแห่งกีฬามาเป็นฝ่ายท้าเทพแห่งเกมเลยแหะ!" รันมะที่ฟังบทสนทนามานานกล่าวขึ้น

"แล้วนายคือ?" มาซาโตะหันมาถามรันมะ

"ฉันชื่อ คาโคกาวะ รันมะ ยินดีที่ได้รู้จัก^^"

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันเพื่อน!"



ท้ายสิ ผลออกมาใครชนะ...




"นายนี้เก่งกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะเนี้ย! ฉันแพ้นายหมดรูปจริงๆ!" มาซาโตะว่าพลางกอดคอยูกะ

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า" ยูกะว่าพลางเกาแก้มแก้เขิน

"แต่คราวหน้าพวกเราจะต้องชนะแน่นอน!" มังกรตัวเล็กสีแดงมีปลายหางเป็นเหมือนขวานบัดดี้ของมาซาโตะกล่าว

"ไว้ค่อยมาพิสูจน์ก็แล้วกันอากิโตะ" กัลก้าพูด

"เมื่อครู่นี้เป็นการต่อสู้ที่ดีนะครับ" เด็กหนุ่มเรือนผมสีเหลืองเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาพร้อมกับบัดดี้ของตน

"ไงสึบารุ!ครอส!" ยูกะกล่าวอย่างร่าเริงให้แก่สองผู้มาใหม่

ไม่นานการสนทนาระหว่างเด็กหนุ่มหน้าออกหวานสามคนกับสามบัดดี้มอนสเตอร์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างครื้นเครง

โดยที่... ไม่มีใครรู้เลยว่าการกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาอันแสนเศร้าของเจ้าของดวงตาสีเทา ที่มองดูอย่างโดดเดี่ยวอยู่เงียบๆ
















สูญบัญาการของบัดดี้โพลิส

มังกรสีเขียวตัวจิ๋วจ้องมองบัดดี้ของตนที่เอ่อ... ดูเหมือนค้อนข้างลั้นลา ซึ่งมันแปลก... เขาไม่ได้เห็นบัดดี้ของตัวเองเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เดทแรกของเจ้าตัว ซึ่งนั้นก็20กว่าปีมาแล้ว

"ทาสุคุ..." มังกรสีเขียวกล่าวขึ้น

"หืม? มีอะไรงั้นหรอแจ็ค?" เจ้าของชื่อเอ่ยกับบัดดี้ของตนโดยที่ไม่ละออกจากงานตรงหน้า

"คือแบบว่า... วันนี้นายดูเอ่อ... ร่าเริงผิดปกตินะ" แจ็คกล่าว

"อืม~ ก็นะ อีกเดือนสองเดือนกาโอคุงจะกลับมาจากอเมริกาแล้วนี้น่า~"

"โอ้~ แล้วบอกพวกยูกะแล้วหรือยังล่ะ?"

"อืม กะจะบอกคืนนี้น่ะ คิดว่าวันนี้จะรีบทำงานให้เสร็จแล้วจะได้กลับบ้านสักที ไม่ได้กลับไปเป็นเดือนแล้วด้วย"

"จะว่าไป... ครอบครัวนายไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้วนะ"

"ก็นะ... ถึงจะขาดพี่กับคุณโยตะไปก็เถอะ แต่มันก็คงดีที่ได้เจอกันอีก" ทาสุคุว่าพลางยิ้มเศร้าๆ พลางนึกถึงสาเหตุที่ตนต้องเสียงพี่สาวแท้ๆและพี่เขยของตนไป

"ทาสุคุ... เรื่องในตอนนั้นน่ะ มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ" แจ็คพยายามพูดปลอบ

"อา... ฉันก็พยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความจริงเปลี่ยนไปเลย... ว่าเด็กคนนั้นโทษฉันทุกอย่าง... ถ้าตอนนั้นฉันยอมทำขัดกับหน้าที่เสียหน่อย... พวกพี่ก็จะยังมีชีวิตอยู่... "

"จนถึงตอนนี้แล้ว นายคิดว่าไอคุยังคงโทษนายเรื่องอายะกับโยตะอยู่งั้นหรอ?"

"ถึงเจ้าตัวจะไม่พูดออกมาเถอะ... แต่ฉันก็รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไง... ส่วนเรื่องนั้นก็คงได้แต่หวังล่ะนะ "

"หวังเรื่องอะไรงั้นหรอ?"

"ก็... หวังว่าจะไม่มีใครจุดไฟแห่งความโกรธแค้นที่ใกล้มอดดับนั้นขึ้นมาอีกครั้ง... "
















World Buddy Academia

"เฮ้อ! ทำไมฉันถึงต้องมาที่นี้ด้วยนะ!" เด็กหนุ่มผมสีเขียวน้ำเงินดวงตาสีแดงประกายทองกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย แต่น้ำเสียงกลับฟังดูโกรธเคืองอย่างไม่น่าเชื่อ

"คุณคงเป็น ริเอ็นจิ ไอคุ คนที่มาสเตอร์เคย์เชิญมาสินะครับ" เด็กหนุ่มผมสีชมพูดวงตาสีน้ำเงินกล่าวกับเขา

"ครับ คุณคงจะเป็นคุณ อิจิบันโบชิ ฮิคารุ นายแบบคนดังสินะครับ" ไอคุกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายและยิ้มแย้มเป็นกันเอง

"ว้าว~ รู้จักผมด้วยหรอครับเนี้ย! น่ายินดีจัง" ฮิคารุกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"แม่ทูนหัวผมเขาเป็นแฟนตัวยงคุณเลยล่ะครับ"

"จริงหรอครับ! อา... ผมรู้แล้วว่าคุณกำลังพยายามทำอะไร! แต่เสียใจด้วยนะครับที่มันใช้ไม่ได้ผล"

"ครับ?" ไอคุพยายามทำสีหน้าและน้ำเสียงให้ฟังดูไร้เดียงสาและไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮิคารุพูด แต่ความจริงในใจเขาคือ 'แผนฉันเหลวไม่เป็นท่า!'

"คุณกำลังชวนผมคุยจนเพลิน เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องพาคุณไปหามาสเตอร์เคย์ใช่ไหมล่ะครับ ดีนะครับที่เขาเตือนผมไว้ว่าคุณเป็นพวกแผนสูงน่ะ"

"เจ้าบ้าเคย์... " ไอคุกัดฟันกระซิบเบาๆแต่ใบหน้ายังคงยิ้มอย่างคนไร้เดียงสา

ฮิคารุพาไอคุเดินมาจนถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องบอกไอคุก็รู้ว่าห้องอะไร

"มาสเตอร์เคย์รอคุณอยู่ข้างในครับ" ฮิคารุกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางผายมือไปที่ประตูตรงหน้า

"ขอบคุณมากนะครับที่พามา" ไอคุยิ้มตอบ ก่อนสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเปิดประตูเข้าไป

ทันทีที่ก้าวเข้าไปรอยยิ้มก็จางหายไปจากใบหน้าของไอคุ ประกายสีทองหายออกไปจากดวงตา เหลือเพียงแต่สีแดงที่เต็มไปด้วยความหม่นหมองเท่านั้น

"วันนี้เรียกผมมามีอะไร... เทพแห่งความสมบูรณ์แบบ จินกุจิ เคย์... " น้ำเสียงที่กล่าวออกไปมีเพียงความเยือกเย็นและสงบนิ่ง ต่อเด็กหนุ่มที่มีอายุเท่ากัน ผู้มีผมสีฟ้าและดวงตาสีแดงที่นั่งอยู่ที่เก้าอีกนวมตัวใหญ่

"ฮะๆ ไม่เจอกันตั้งนานทักทายกันแบบนี้งั้นหรอ? ไอคุ" เจ้าของชื่อหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนจะตอบเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง

"อยู่ต่อหน้าผมต้องสวมหน้ากากด้วยหรอ?"

"ไม่ได้สวมนะ~ ยิ้มแบบนี้ให้เพื่อนไม่ได้หรอ?"

"หืม~ ยังนับผมเป็นเพื่อนอยู่งั้นหรอ?" ไอคุเดินมาข้างๆร่างที่นั่งอยู่แล้วนำปืนพกจ่อหัวอีกฝ่าย

"คร้าบ~ เพื่อนสุดเลิฟเลยล่ะ" เคย์เดินมานั่งที่โซฟาภายในห้องด้วยรอยยิ้มโดยไม่ใส่ใจการกระทำของไอคุเลยแม้แต่น้อย แถมผายมือให้ไอคุมานั่งที่โซฟาตรงข้ามเขาอีก

"นายพูดแบบนี้เล่นซะผมขนลุกขนผองเลย" ไอคุเก็บปืนก่อนจะเดินไปนั่งไขว้ขาที่โซฟาอย่างถือวิสาสะ

"แค่พูดเหมือนตอนเราเด็กๆเองนะ"

"หึ! เข้าเรื่องเถอะ เชิญผมมาทำไมกัน?"

"แค่เชิญมาคุยกันตามภาษาเพื่อนครับ"

"แน่นะ?"

"จริงๆแล้ว... ผมอยากขอโทษเรื่องในตอนนั้นน่ะ... "

"เรื่องไหนล่ะ?" ไอคุทำสีหน้าเหน็บแนมปนโกรธเคืองนิดๆ ดวงตาสีแดงมองดวงตาสีแดงของอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

"อา... กะแล้วเชียวว่านายยังโกรธอยู่จริงๆ... "

"หึ! จะพูดอะไรก็รีบๆพูด"

"ในวันครบรอบวันตายของคิอิโระ..." ไอคุกำหมัดแน่น

"ที่ผมบอกให้นายหาดวงตะวันดวงใหม่น่ะ เพราะผมไม่รู้จริงๆ สำหรับโลหิตทมิฬอย่างผมแล้วการจะเลือกใครมาเป็นดวงตะวันมันต้องใช้เวลา ซึ่งนั้นหมายความว่าจะเป็นใครก็ได้ที่ผมเห็นชอบ หรือจะกี่คนก็ได้... แต่กับนายที่เป็นโลหิตรัตติกาลทมิฬแล้วก็จะต้องเป็นเนื้อคู่ของนายเท่านั้น ซึ่งหมายความว่านายจะมีดวงตะวันได้แค่คนเดียวเท่านั้น... แล้วคนนั้นก็คือคิอิโระ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมนายถึงโกรธนักโกรธหนาขอโทษจริงนะ!" เคย์กล่าวอย่างสำนึกผิด

"เฮ้อ~ พอๆ ผมยกโทษให้นายเคย์" ไอคุถอนหายใจก่อนเดินมาตบหลังเคย์เบาๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้มในขณะที่ดวงตาของเขากลับมามีประกายสีทองอีกครั้ง

"ขอบใจ" เคย์ยิ้มบางๆ

"แต่ก็นะ นายวางแผนอะไรอยู่ไม่ทราบ?" ไอคุว่าพลางกอดอก

"ครับ?" เคย์ทำสีหน้าไม่เข้าใจด้วยรอยยิ้มใสซื่อ

"ไม่ต้องเลย ฉันรู้จักนายดีพอ ว่านายไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นแน่ถ้าไม่ได้หวังอะไรอยู่น่ะ" ไอคุกล่าวด้วยสายตาจับผิด

"ฮะๆ! นายนี้รู้จักผมดีจริงๆ" เคย์หัวเราะจนน้ำตาเล็ด ก่อนจะปาดน้ำตาออกแล้วพูดต่อ

"ครับ ผมอยากขออะไรจากนายเสียหน่อยน่ะ"

"ว่า?"

"ก็อย่างที่เขียนลงไปในจดหมายนั้นแหละครับ อาทิตย์นี้ผมจะจัดงานฉลองวันครบรอบของโรงเรียนผม"

"อะฮะ แล้วไงล่ะ?"

"ในงานผมมีเกมให้คนที่มาในงานเล่นด้วยน่ะครับ-"

"นายอยากได้ไม้กันหมา... เอ่อไม่สิไม้กันชะนีสินะ"

"แรงไปมั้ย? แต่ก็แบบนั้นแหละนะ ที่ผมอยากให้นายช่วย"

"อืม~ ก็ได้อยู่ล่ะ ผมก็อยากได้ไม้กันหมาเพิ่มเหมือนกัน"

"พวกนักข่าวสินะครับ ฮะๆ เป็นหลานผู้บัญชาการสูงสุดแห่งบัดดี้โพลิสก็แบบนี้ล่ะนะ"

"อย่าได้พูดถึงน้าฉันเชียว! นายก็รู้ๆอยู่ว่าฉันไม่ถูกโรคกับคุณน้า=_=*"

"ฮะๆๆ โกรธถึงขั้นเปลี่ยนสรรพนามเลยนะครับเนี้ย เอ... จะว่าไป..." เคย์มองไอคุอย่างสงสัย

"ทำไม?" ไอคุเอียงคอ

"ก็สงสัยตั้งแต่ที่นายมาวันนี้แล้วล่ะ ผมเขียนในจดหมายว่าให้นายมาหาผมก่อนวันงานวันไหนก็ได้ในตอนที่นายว่าง แต่นี้มันน่าจะเป็นเวลาทำงานของนายนี้น่า... แถมนายยังไม่ได้ใส่เครื่องแบบบัดดี้โพลิสมาอีก... " เคย์มองที่เสื้อผ้าของไอคุ ต่อให้คนที่อยู่ต่อหน้าเขามาหาในเวลาว่างจริงๆก็เถอะ แต่เจ้าหมอนี้มันเป็นคนบ้างาน อย่างไงมันก็ต้องใส่เครื่องแบบมาเตรียมพร้อม เผื่อโดนเรียกตัวอยู่แล้ว แต่นี้กลับมาในเสื้อผ้าธรรมดา

"อ๋อ ฉันโดนคุณน้าสั่งพักงานน่ะ" ไอคุตอบแบบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

"อย่างนายนี้นะ? ทำไมล่ะ?"

"อีสองดวงนี้ไง" ไอคุชี้ตาตัวเอง

"พักนี้นายอารมณ์แปรปรวนบ่อยงั้นสิ"

"ประมาณนั้น เจอแต่พวกกวนๆทั้งนั้นเลย อารมณ์มันเลยขึ้นๆลงๆ" ไอคุกุมขมับ

"งั้นนายก็ว่างยาวเลยงั้นสิ?"

"ยิ่งกว่าว่างอีกอะ ตลอดสามเดือนนี้เลย"

"โฮ๋!นานอยู่นะ งั้น... นายสนใจมาสอนที่โรงเรียนผมเป็นการฆ่าเวลาไหมล่ะ? เดี๋ยวผมจ่ายค่าสอนให้ด้วย"

"มันก็ฟังดูน่าสนนะ ผมขอรับข้อเสนอของนาย แต่ไม่ขอเอาเงินค่าสอนนะ เพราะอย่างไงมันก็แค่การสอนเรื่องบัดดี้ไฟท์เองนี้น่า"

"น่าๆ รับๆไปเถอะ คิดเสียว่าเป็นค่ามาอยู่คุยเล่นเป็นเพื่อนผมก็ได้^^"

"บ้างครั้งนายก็ทำตัวไม่น่าไว้วางใจนะ=_="

"ผมเนี้ยนะ!" เคย์กล่าวด้วยใบหน้าที่ดูตกใจ แต่น้ำเสียงมันฟังดูประชดมาก~

"ตอนเราเด็กนายยังน่าคบหากว่านี้นะ"

"อืม~ แน่เรอะ? ผมว่าตอนเด็กพวกเราสามคนน่ะสุดแซบเลยต่างหากล่ะ"

"นั้นสินะ ตอนเด็กๆ เรามักจะหาเรื่องแกล้งน้ากับอาผม นายวางแผน ผมเป็นตัวล้อ แล้วคิอิโระก็เป็นคนลงมือ ตอนนั้นน่ะสนุกมากเลย" ไอคุยิ้มขำๆ

"อืม... แล้วจากนั้นเราก็โดนพ่อแม่นายดุยกใหญ่เลย ฮะๆ เล่นซะหูชาเลย ฮะๆ" เคย์หัวเราะก่อนจะสังเกตุว่าไอคุเงียบไปพร้อมกับบรรยากาศมาคุที่เข้ามาแทนที่รอยยิ้มของไอคุ

"ไอคุ... ผมขอโทษนะ... ที่พูดถึง-"

"ม ไม่... ไม่เป็นไรหรอก ผม ผม..." ปากของไอคุสั่นขณะที่พูดจนคนฟังเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์

"หึๆ บางครั้งผมก็ลืมนะว่านายเป็นพวกอ่อนไหวแค่ไหน" เคย์ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะพูดต่อ

"ดูสิว่า ริวเอ็นจิ ทาสุคุ ทำอะไรกับนายไว้บ้าง ไม่สิ... ต้องถามว่า เขาทำอะไรกับพ่อแม่ของนายต่างหาก..." เคย์เริ่มแสยะยิ้ม ในขณะที่ดวงตาของร่างที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มกลายเป็นสีแดงทีละนิด...

"ข เขาไม่ได้... ทำอะไรเลย... เพราะแบบนั้น... พ่อกับแม่ถึงได้... " ไอคุกัดฟันแน่น

"นั้นสินะ... ถ้าตอนนั้นเขายอมช่วย... พ่อแม่ของนายก็ยังคงมีชีวิตอยู่..." เคย์ลุกขึ้นและเดินมาพูดข้างหลังร่างที่บัดนี้มีดวงตาสีแดงไร้ประกายสีทอง ที่ดูเหมือนจะไม่รู้สึกตัวเพราะกำลังอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

"คุณพ่อ... คุณแม่... " น้ำสีใสเริ่มคลอเบ้าหากแต่น้ำเสียงกลับฟังดูน่าหวั่นเกรง

"นายนี้ใจดีจังนะ..." เคย์ยิ้มอย่างยียวน

"ใจดีหรอ?..." ไอคุเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีแดงสีเดียวกับตนในตอนนี้

"ก็... ถ้าผมเป็นนายผมคงยกโทษให้คนที่พรากครอบครัวไปจากผมไม่หรอก... เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย... ถึงจะเป็นน้าแท้ๆของตัวก็เถอะ... แต่การเลือกที่จะช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ มากกว่าที่จะช่วยพี่สาวแท้ๆกับพี่เขยตัวเองนี้มันไม่เกินไปหน่อยงั้นหรอ?"

"เรื่องนั้น... เพราะมันเป็นหน้าที่ของบัดดี้โพลิส-"

"หน้าที่มันสำคัญมากกว่าครอบครัวอีกงั้นหรอ? ถ้าเป็นนายล่ะไอคุ นายจะเลือกอะไร? ครอบครัว? หรือหน้าที่ของบัดดี้โพลิส?"

"ผม... ก็ต้องครอบครัวอยู่แล้วสิ!" ไอคุตอบอย่างไม่ลังเล

"งั้นนายจะยังอยู่กับคนแบบน้านายต่อไปงั้นหรอ?"

"ถึงจะอยากไปให้ไกลมากแค่ไหน... หรือจะเกลียดคุณน้ายังไง... แต่ว่ายูกะกับฮารุน่ะ ผม..."

"เชื่อผมสิ พวกเขาอยู่ได้โดยไม่มีนาย เพราะจะอย่างไงพวกเขาก็ยังมีครอบครัวอยู่นี้ ทั้งพ่อและแม่... ไม่เหมือนนายที่สูญเสียมันไปแล้ว ดังนั้น... อย่าปล่อยให้พวกเขามาเป็นห่วงโซ่ที่ผูกรั้งนายไว้กับความเจ็บปวดนั้นเลย"

"แต่ผม... ไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว..."

"งั้นก็มาอยู่กับผมสิ" เคย์ยื่นมือให้ไอคุด้วยรอยยิ้ม

"กับนาย?" ไอคุกระพริบตาปริบๆ

"ก็เราเป็นเพื่อนกันนี้น่า ถึงนายจะมองผมเป็นแค่เพื่อนเก่าก็เถอะ ขอแค่นายจับมือผม ผมก็พร้อมจะช่วยนาย ในฐานะเพื่อนเพียงคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของนาย..."

"อา... เอางั้นก็ได้" ไอคุแสยะยิ้มเล็กๆก่อนจะจับมือเคย์

               ดวงตาสีแดงที่ควรจะทอปรกายสีทอง... บัดนี้... กลับมีเพียง... เปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นลุกโชนอยู่เท่านั้น


                                     .

                                     .

                                     .




_______________


 กลับมาแล้วคร้าบ~ ขอโทษที่ไปนานพอดีว่าติดฟิคร็อคแมนหนักมาก~ 


 ในตอนนี้คือดวงตะวันของยูกะเริ่มน้อยใจล่ะ ส่วนดวงดาราไปอยู่ด้านมืดเรียบร้อยล่ะครับ!


  แค่นี้ล่ะ ไว้เจอกันใหม่งับ ขอเม้นเป็นกำลังใจให้บ้างก็จะดีมาก (ไม่งั้นก็จะไปจมอยู่กะร็อคแมนต่อ) บ๊ายบาย~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #5 beekk3506 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 21:07

    แตกคอๆๆๆๆๆ แตกคอ!!!!!! ใช่ป่าววะนิ? ไม่มีอะไรจะพูดละ หยอกๆ

    #5
    2
    • #5-1 beekk3506(จากตอนที่ 3)
      17 เมษายน 2563 / 21:07
      แตกคอใช่มั้ยนิ
      #5-1
    • #5-2 Keyshippreson(จากตอนที่ 3)
      29 เมษายน 2563 / 21:28
      ในกรณีนี้น่าจะเรียกแปรทัพมากกว่านะ~
      #5-2
  2. #4 TimeReture (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 19:23

    ไอคุอายุ15ปีเหรอค่ะ? เคยอ่านมาเคย์เขาอายุ15ปีนะ


    สนุกดีนะ...จ้าวแผนการพอกันทั้งคู่

    #4
    1
    • #4-1 Keyshippreson(จากตอนที่ 3)
      16 เมษายน 2563 / 19:27
      ใช่ครับผม~ แต่อาจมีบ้างที่ไรท์แต่งให้ตัวละครมีความแก่แดดเกินตัวแหะๆ
      #4-1
  3. วันที่ 15 เมษายน 2563 / 21:11

    อย่าพึ่งไปจมกับร็อดมากขนาดนั้นก็ได้ค่ะ

    รออ่านอยู่นะค่ะ

    #3
    1
    • #3-1 Keyshippreson(จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2563 / 21:26
      แง้! มันช่วยไม่ได้~
      #3-1