สุภาพบุรุษแดนทราย

ตอนที่ 34 : บทที่ 9 | คนของเขา [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

อีบุ๊กท่านชีคมาแล้วนะคะ ขอฝากสายอีบุ๊กด้วยนะคะ อ่านจบแล้วฝากกดหัวใจมาให้ด้วยน้าาา
รูปเล่มสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บ สนพ. หรือหาได้ที่ร้านนายอินทร์/ซีเอ็ด ได้เลยนะค้า

ฟังจากที่ชีคอาซาดิลพูด มิถิลาก็สบายใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง แต่ลึกๆ แล้วก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี เป็นใครไม่ตื่นเต้นบ้าง มาอยู่ต่างประเทศแล้วก็มีโอกาสได้เจอเจ้าชายรัชทายาทแบบใกล้ชิดขนาดนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสแบบนี้เสียหน่อย

ทว่าหลังจากที่ได้เจอพระองค์กับพระคู่หมั้นแล้วมิถิลาก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นออกไป เจ้าชายมาแบบเพื่อนจริงๆ อย่างที่อาซาดิลว่า พวกเขาดูสนิทสนมและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ทำให้มิถิลารู้สึกอึดอัดหรือเกร็งเลยสักนิด

“ได้ยินมาว่าคุณมินต์พูดได้หลายภาษา” เจ้าชายแอชตันหันมาชวนหญิงสาวคุย

“ค่ะ ถ้ารวมภาษาไทยด้วย ฉันก็พูดได้เจ็ดภาษา”

“โอ้โห” นาวาห์อุทานด้วยความเหลือเชื่อ สายตาที่ทอดมองมิถิลาเต็มไปด้วยความชื่นชม “คุณมินต์เก่งมากๆ เลยค่ะ”

มิถิลาค้อมศีรษะรับคำชม ขยายความต่อว่าทำไมเธอถึงพูดภาษาต่างชาติได้หลากหลาย

“บ้านฉันอยู่ติดกับโบสถ์น่ะค่ะ ที่นั่นจะมีชาวต่างชาติเวียนเข้ามาสอนหนังสือให้เด็กๆ แต่ละคนก็มาจากต่างที่ ฉันเลยพลอยได้แลกเปลี่ยนภาษาไปด้วย และซิสเตอร์คนหนึ่งเคยทำงานอยู่อัลมานฮาฌ์มหลายปี ฉันก็เลยได้ฝึกภาษานี้ไปด้วย” ส่วนมากมิถิลาได้ทักษะภาษามาจากการเจอะเจอผู้คนที่โบสถ์ เว้นก็แต่ภาษาฝรั่งเศสที่เธอได้เรียนที่โรงเรียนและในระดับมหาวิทยาลัย

“แต่ทักษะคุณมินต์ดีมากๆ เลยนะคะ ถ้าเป็นฉันก็คงจำสลับกัน สับสนไปหมดแน่”

“เห็นด้วยกับนาวาห์ ขนาดผมเองยังต้องเลือกเลยว่าจะเรียนฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ไม่งั้นก็จำผิดจำถูกปนกันมั่วไปหมด” สายตาของอาซาดิลไม่มีปิดบังเลยว่าชื่นชมมิถิลา

เจ้าชายแอชตันถึงกับหรี่พระเนตรมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ พระองค์สนิทสนมกับชีคอาซาดิลในระดับที่เรียกว่ามาก ยังไม่เคยเห็นพระสหายมีท่าทีชื่นชมใครอย่างเปิดเผยเช่นนี้

มิถิลาดูจะพิเศษจริงๆ

...อันที่จริงหญิงสาวก็พิเศษมากกว่าคนอื่นๆ ตรงที่เธอได้อยู่ในอาณาบริเวณที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ส่วนตัวที่สุดของอาซาดิลแล้ว ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะยกเรื่องสิงโตมาอ้าง แต่เจ้าชายแอชตันก็รู้สึกว่ามันฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย

“อาซาดิลจ่ายค่าจ้างให้คุณคุ้มค่าหรือเปล่า ถ้าไม่ก็บอกผมได้นะ ตอนนี้ในราชสำนักกำลังอยากได้คนที่เก่งด้านภาษา”

“อย่ามาซื้อตัวคนของฉันต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ฉันจ่ายค่าจ้างให้มินต์อย่างงามอยู่แล้ว” อาซาดิลเหลือบไปมองพระพักตร์ของเจ้าชายแอชตันอย่างไม่สบอารมณ์นัก ถ้าดวงตาสามารถปล่อยประกายไฟได้ เขาก็คงจะทำไปแล้ว

“แปลว่าฉันสามารถซื้อตัวคุณมินต์ลับหลังได้” เห็นท่าทางหวงลูกจ้างจนเกินพอดีของอาซาดิลแล้วเจ้าชายหนุ่มก็อยากจะแกล้งอีกฝ่ายต่อ เจ้าชายแอชตันหันไปสบสายตากับนาวาห์ อีกฝ่ายส่งยิ้มให้เขาด้วยความรู้ทัน

“ลับหลังก็ไม่ได้!

นั่นไง คำตอบผิดจากที่คาดเอาไว้เสียที่ไหนกัน มองมาจากดาวพลูโตที่ถูกถอดออกจากระบบสุริยะยังรู้เลยว่าความสัมพันธ์ของอาซาดิลกับมิถิลาไม่ธรรมดา และหญิงสาวดูจะพิเศษสำหรับชีคหนุ่มมากกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่เขาเคยคบหาทั้งสิ้น

พอหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอแล้วกินมื้อค่ำกันเสร็จ บทสนทนาก็ถูกดึงเข้าสู่เรื่องที่เป็นจริงเป็นจังมากยิ่งขึ้น ประเด็นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาอัลมานฮาฌ์มให้ประชาชนทั้งในเมืองและนอกเมืองได้รับสาธารณูปโภคจากรัฐอย่างเท่าเทียม มิถิลาไม่ได้มีบทบาทมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้ถูกกันออกจากวงสนทนา อาซาดิลพูดคุยกับเจ้าชายแอชตันเป็นหลัก มีนาวาห์ช่วยเสริมให้ในเรื่องที่เจ้าชายอาจจะตกหล่นและมองข้าม ในสายตาของมิถิลา นาวาห์เป็นผู้หญิงที่เก่ง มีความสามารถ และวางตัวได้ดี สมแล้วที่เป็นพระคู่หมั้นของเจ้าชายรัชทายาท

“เรื่องศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่านี่ไม่รู้จะดันได้แค่ไหน ในอัลมานฮาฌ์มไม่ได้มีพื้นที่ป่าหรือว่าเขตอนุรักษ์ พอไม่มีประชาชนก็ไม่อินไปด้วยมากนัก เขาไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเอางบประมาณไปทุ่มตรงนี้”

อาซาดิลพอจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาเคยพูดเรื่องนี้กับแอชตันเพื่อให้เจ้าชายเอาเข้าที่ประชุม แต่ไม่ได้คาดหวัง เหตุผลก็อย่างที่พระองค์บอกมา อัลมานฮาฌ์มไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของธรรมชาติและสัตว์ป่า เพราะสภาพภูมิประเทศไม่ได้มีพื้นที่สำหรับสิ่งเหล่านั้นมาตั้งแต่แรก เพียงแต่ภายหลังมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าขึ้นมาในประเทศ ก็เพราะมีการจับกุมการค้าขายสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมายได้

มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีนั่นละ แต่ถามว่าความจำเป็นอยู่ในอันดับต้นๆ ไหม ก็คงต้องบอกว่าไม่

“ก็ไม่เป็นไร ทำเท่าที่ทำได้นั่นแหละ พวกเศรษฐีที่บริจาคช่วยเหลือเพื่อพัฒนาศูนย์ฯ ก็พอมี ดีหน่อยที่ทางอัลมานฮาฌ์มก็ไม่ได้จับกุมพวกค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายมาได้ทุกวัน พวกสัตว์ใหญ่ๆ แบบสิงโตนี่ก็ไม่ได้เจอบ่อย ถ้าไม่ใช่พวกไฮบริดก็ยังปล่อยกลับธรรมชาติไปได้”

“แต่ลูกสิงโตที่นายช่วยรับมาดูแลมันก็ดูมีความสุขดีนะ ต้องขอบใจที่ยอมสละพื้นที่ในบ้านให้มันอยู่ มันจะได้ไม่ต้องอยู่ในกรงแคบๆ ในศูนย์ฯ หรือไม่ก็ถูกส่งไปที่สวนสัตว์”

วิธีการนำมามันไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว แต่ในเมื่อหลายๆ คนเห็นแล้วว่าอาซาดิลให้ชีวิตที่ดีกว่ากับเจ้าหลุยส์ได้ และไม่มีใครทัดทานอะไร หลุยส์มันถึงได้มาอยู่ที่นี่แบบนี้

“ดีแล้วที่มีมัน มินต์จะได้ไม่เหงา”

“ไม่เหงา?” นาวาห์มีสีหน้าคล้ายประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนเราจะชอบแก้เหงาด้วยการใช้เวลากับสิงโต

“หลุยส์เชื่องมากเลยค่ะ ติดคน ช่วงกลางวันถ้าฉันอยู่ที่บ้านก็เอามานอนเล่นในบ้าน มันทำตัวเหมือนแมวเลยค่ะ”

“บางทีก็เหมือนหมา” อาซาดิลพูดแล้วก็หัวเราะ ความสุขเกลื่อนอยู่ในดวงตาสีอำพัน “เวลาเจอหน้ามินต์มันชอบโถมเข้าใส่เหมือนหมาดีใจที่เจ้าของกลับบ้าน แล้วน้ำหนักตัวมันก็ไม่ใช่น้อยๆ เกือบจะทำเอามินต์หัวฟาดไปหลายรอบแล้ว”

“เว่อร์ไปค่ะ ไม่ขนาดนั้นเสียหน่อย”

“ผมพูดจริงนะ เห็นคุณเซแถดๆ ทุกครั้งเลยเวลาหลุยส์โถมใส่ แล้วนี่เดี๋ยวอีกหน่อยมันโตกว่านี้ คุณต้องรับน้ำหนักมันไม่ไหวแน่ๆ ผมว่าอีกสักเดือนสองเดือนมันคงจะโตนำคุณไปแล้ว”

อาซาดิลมั่นใจว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริง มิถิลาตัวเล็กนิดเดียว ดูบอบบางเกินกว่าจะโดนสิงโตโถมเข้าใส่ แต่หญิงสาวก็ชอบเล่นกับมันเหลือเกิน รอยยิ้มของเธอเวลาที่เล่นสนุกกับหลุยส์ทำให้เขาพลอยยิ้มไปด้วย นั่นทำให้ชีคหนุ่มไม่ค่อยอยากห้ามปราม

บทสนทนาหลังจากนั้นเรียบเรื่อยแต่กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พวกเขาสี่คนพูดคุยกันเรื่องจิปาถะ เล่าเรื่องชีวิตประจำวัน ตบมุกใส่กันบ้างนิดๆ หน่อย ทั้งที่เป็นการพูดคุยธรรมดาๆ แต่บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสุข

อาซาดิลไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขายิ้มได้ง่ายดายเพียงแค่เห็นสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของมิถิลา เขาเพลิดเพลินกับการมองริมฝีปากที่ขยับพูดคุยและตอบคำถาม ได้เห็นอากัปกิริยาในอิริยาบถต่างๆ ของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่มิถิลาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ เวลาที่หญิงสาวหันมาสบตากับเขาแล้วหัวเราะด้วยเรื่องเดียวกัน เวลาที่เธอยิ้ม เวลาที่เธอทำสีหน้าประหลาดใจ ตกใจ หรือแม้กระทั่งไม่เข้าใจ ไม่ว่าเวลาไหนๆ ก็ทำให้เขาเพลิดเพลินไปเสียหมด

ชีคหนุ่มไม่ทันได้ตระหนักเลยว่าเวลานี้มิถิลาเข้ามามีอิทธิพลกับความรู้สึกของเขามากเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดเอาไว้เสียอีก

ความอบอุ่นเจือจางที่ซ่านซึมเข้าสู่หัวใจแข็งกระด้างนั่นก็เหมือนกัน มันค่อยๆ ซึมผ่านเข้ามา แบบที่ชีคอาซาดิลเองก็ไม่ได้รู้ตัว ไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิดเดียว







____________________________________________________

คนอื่นเขารู้กันหมดแล้วนะคะว่าน้องมินต์เป็นคนพิเศษ แล้วท่านชีครู้ตัวหรือยังเอ่ย?


ปล.คอมเม้นต์กันเข้ามาเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวแนนมีสุ่มแจกนิยายจากคอมเม้นต์ด้วยค่ะ


ขอฝากผลงานเรื่องก่อนๆ เอาไว้ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

371 ความคิดเห็น

  1. #320 Kookkai1165 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:44

    ท่านชีคหวงน้องมินต์แรงมาก

    #320
    0
  2. #319 เจเจ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:46

    ความรักทำให้คนมีความสุขค่ะ

    #319
    0
  3. #317 9ningnong9 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 11:20
    ขอให้ยิ้มไปด้วยกันนานนาน
    #317
    0
  4. วันที่ 5 กันยายน 2563 / 06:30
    อบอุ่นหัวใจ จะมีมาม่ามั้ยนะ
    #313
    0
  5. #312 patchara35 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 06:26
    อีกไม่นาน ก็หมดสัญญาจ้าง
    มิน จะตัดสินใจ กลับไหมนะ
    #312
    0
  6. #311 dekbanna (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 06:22

    ใครๆก็มองออกว่ามีใจแหละท่านชีค

    #311
    0
  7. #310 thipp (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 04:31

    ท่านยังไม้รู้ตัวหรอกถ้าจะเสียมินต์ไปถึงรู้แหละ

    #310
    0